Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

กลับมาอีกครั้ง เทศกาลว่าวนานาชาติ @ชะอำ 2025 อลังการว่าวยักษ์ 11 ประเทศ เหนือหาดชะอำ

กลับมาอีกครั้ง เทศกาลว่าวนานาชาติ @ชะอำ 2025 อลังการว่าวยักษ์ 11 ประเทศ เหนือหาดชะอำ

วันที่ 19 มีนาคม 2568 นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลประกาศให้ปี 2568 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวที่มีเป้าหมายปักหมุดให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก ภายใต้แคมเปญ“Amazing Thailand Grand Tourism and Sports year 2025”โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและพัฒนาสินค้าด้านการท่องเที่ยวจากภูมิปัญญาไทย รวมทั้งตอกย้ำให้คนไทยภาคภูมิใจในความเป็นไทยผ่าน“เสน่ห์ไทย”โดยการจัดแสดงนิทรรศกาลว่าวไทยที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของว่าวในเเต่ละภูมิภาค พร้อมกิจกรรมอื่นๆ ภายในงาน รวมทั้งนำเสนอกิจกรรมผ่านเเนวคิด 5 Must Do in Thailand ได้แก่ Must Taste, Must Try, Must Buy, Must Seek และ Must See ด้วยการนำเสนอเอกลักษณ์ว่าวไทยและว่าวจากนานาประเทศ มาสร้างประสบการณ์และกิจกรรมต่างๆ ภายในงานเพื่อดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว และกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวและขยายวันพักค้างคืนให้มากยิ่งขึ้นกับงาน“International Kite Festival 2025 at Cha-Am”เทศกาลว่าวนานาชาติ @ชะอำ 2025 มหกรรมแสดงว่าวสุดยิ่งใหญ่จากประเทศไทยและอีก 11 ประเทศทั่วโลก ระหว่างวันที่ 21 – 23 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 – 20.00 น. บริเวณชายหาดชะอำเหนือ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี กิจกรรมดังกล่าวถือว่าสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี เนื่องจากการเล่นว่าวเป็นกิจกรรมที่พบได้ทั่วไปในหลายประเทศทั่วโลก จึงสามารถนำมาต่อยอดเป็นกิจกรรมช่วยส่งเสริม หรือกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเข้ามาร่วมกิจกรรมและท่องเที่ยวได้ โดยมีการนำเสนอศักยภาพว่าวของแต่ละประเทศและการแสดงพิเศษของว่าวเเต่ละประเภทที่มีความน่าสนใจ สวยงาม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวและสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ ภายใต้คอนเซ็ปต์“KITETOPIA – อาณาจักรแห่งว่าว”โลกแห่งว่าวที่ไร้ขีดจำกัด เป็นอาณาจักรในจินตนาการที่เต็มไปด้วยสีสัน ความคิดสร้างสรรค์และเสรีภาพ เปลี่ยนท้องฟ้าให้เป็นพื้นที่แห่งความฝันที่ทุกคนสามารถเข้ามาสัมผัสและสร้างสรรค์ได้ ซึ่งเสรีภาพ ศิลปะและนวัตกรรม มาหลอมรวมกันจนกลายเป็นโลกใหม่ที่มีชีวิต ท้องฟ้าถูกเปลี่ยนให้เป็นผืนผ้าใบขนาดมหึมาให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ โซนแสดงว่าวยักษ์นานาชาติ ว่าวจาก 11 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, โคลัมเบีย, ฝรั่งเศส, สวิตเซอร์แลนด์, เยอรมนี, อังกฤษ, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, จีนและประเทศไทย โซนแสดงว่าวไทย 4 ภาค – ภาคกลาง : นำโดยชมรมว่าวไทย จ.สมุทรสงคราม ภาคใต้ : นำโดยชมรมว่าวประเพณี จ.นราธิวาส และยะลา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : นำโดยทีมชมรมว่าวอุบล ภาคเหนือ : นำโดยชมรมว่าวพระร่วง สุโขทัย นอกจากนี้ยังจัดนิทรรศการว่าวไทยพื้นเมือง 4 ภาค – ภาคกลาง : ว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า ภาคใต้ : ว่าวควาย ว่าวนกยูง ว่าวหางฉีก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ว่าวสองห้อง ว่าวดุ๊ยดุ่ย และภาคเหนือ : ว่าวพระร่วง ว่าวพระลือ กิจกรรมสาธิตการทำว่าวไทย และกิจกรรมเวิร์กช๊อปประดิษฐ์ว่าว, ระบายสีว่าว เปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้ลองทำว่าวด้วยตัวเอง การออกร้านค้าจำหน่ายว่าวและอุปกรณ์ว่าว กว่า 30 ร้านค้า กิจกรรม Ring Side Kite Tour นำชมการแสดงว่าวโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการบินว่าว แต่ละประเภทแบบ Exclusive / KITE PUBLIC PLAYGROUND โซนสำหรับให้นักท่องเที่ยวฝึกทักษะการเล่นว่าว พบกับคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง วันที่ 21 มีนาคม พบกับ Musketeers, วันที่ 22 มีนาคม พบกับ Slapkiss และวันที่ 23 มีนาคม พบกับสิงโต นำโชค สามารถสนุกไปกับศิลปินท้องถิ่นได้ทุกวัน นอกจากนี้ยังมีโซนจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ร้านอาหารท้องถิ่น พบกับเมนูที่หาทานได้แค่ที่เพชรบุรีเท่านั้น พร้อมอาหารฟิวชันอื่นๆ อีกมากมาย และขบวน FOOD TRUCK กว่า 50 ร้าน หอชมว่าว KITE TOWER ที่สามารถมองเห็นวิวว่าวสุดอลังการได้จากมุมสูง จุดถ่ายรูป Landmark ธีมกังหันลมยักษ์และความทรงจำแห่งสายลม ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลกิจกรรมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ TAT Contact Center หรือโทร. 1672 Travel Buddy.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดประชุมสภา อบจ.ประจวบฯ ครั้งแรก สจ.บอยนั่งเก้าอี้ประธานสภาเหมือนเดิม

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดประชุมสภา อบจ.ประจวบฯ ครั้งแรก สจ.บอยนั่งเก้าอี้ประธานสภาเหมือนเดิม

วันที่ 18 มีนาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ และคณะผู้บริหาร ร่วมประชุมที่ห้องประชุมสภา ชั้น 2 องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ โดยก่อนการประชุมสภาฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ มอบหนังสือประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้แก่นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ และสมาชิกสภา อบจ.ประจวบฯ ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีประกาศผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ จำนวน 30 คน เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 พร้อมทั้งทำพิธีประดับเครื่องหมายอินทรธนูให้แก่ดำรงตำแหน่งและกล่าวแสดงความยินดี

จากนั้นผู้ว่าฯ เป็นประธานนำกล่าวปฏิญาณตนตามมาตรา 12 ก่อนทำหน้าที่และเริ่มประชุม สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ ร่วมเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมดำรงตำแหน่งประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ โดยที่ประชุมสภาฯ ได้มีมติเลือกนายทวีสิน พัฒนาภิรัส หรือ สจ.บอย สมาชิกสภา อบจ.ประจวบฯ เขต 2 อำเภอหัวหิน ดำรงตำแหน่งประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ และรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ คนที่ 1 ได้แก่ นายจตุรงค์ เขียวหวาน คนที่ 2 นายชูวิทย์ ศรีอ่อน และนางจันทิสา แดงโชติ เลขานุการสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ

ตามที่ผู้อำนวยการ การเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ ประกาศให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 นั้น ภายหลังการเลือกตั้ง คณะกรรมการ การเลือกตั้งประจำจังหวัดประจวบฯ ได้ประกาศผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ จำนวน 30 คน ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 22 วรรคสอง บัญญัติว่า“ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องกำหนดให้สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้มาประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดครั้งแรกภายในสิบห้าวัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด”โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ จึงได้มีหนังสือเรียกประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ ครั้งแรกในวันนี้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหิน รับการคัดเลือกโครงการรางวัลอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน ปี ’67

เทศบาลหัวหิน รับการคัดเลือกโครงการรางวัลอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน ปี ’67

วันที่ 17 มีนาคม 2568 นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ประจำปี 2567 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยมีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงาน เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ 81 เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ต้นแบบพัฒนาเมืองอย่างสมดุล สำหรับพิธีมอบรางวัลในวันนี้ รวมทั้งสิ้น 114 รางวัล ประกอบด้วยรางวัลชนะเลิศเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน และรางวัลชนะเลิศองค์การบริหารส่วนตำบลน่าอยู่อย่างยั่งยืน ระดับประเทศ ปี 2567 จำนวน 4 เมือง ได้แก่ 1.เทศบาลนครระยอง จ.ระยอง 2.เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ 3.เทศบาลตำบลคลองตำหรุ จ.ชลบุรี 4.อบต.หนองไฮ จ.ศรีสะเกษ อีกทั้งรางวัลรองชนะเลิศ 29 แห่ง รางวัลเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับพื้นที่ 76 แห่ง และเทศบาลที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมโครงการรางวัลอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน ปี 2567 จำนวน 5 เมือง ได้แก่ เทศบาลนครปากเกร็ด จ.นนทบุรี, เทศบาลนครยะลา จ.ยะลา, เทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ, เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด, และเทศบาลเมืองทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

เทศบาลเมืองหัวหิน โดยนายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นตัวแทนเข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน และรับมอบเกียรติบัตรเทศบาลที่มีศักยภาพและได้รับการคัดเลือกเป็นผู้แทนประเทศไทย เข้าร่วมโครงการรางวัลอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน ปี 2567 ประเภทแข่งขัน (Certificate of Recognition) ด้านอากาศ (Clean Air) จาก ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมีจ่าเอกลิขิต หนูนิน รองปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน นายปราโมทย์ งามเหลือ สอบจ.ประจวบฯ น.ส.ภัทรพร ทองรอด รักษาการผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม นายภูมิรินทร์ สุขประเสริฐ รักษาการหัวหน้าฝ่ายควบคุมและจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองหัวหิน ตัวแทนจากสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ และ น.ส.ศิรพร หาญรณรงค์ อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตำบลหัวหิน และ น.ส.อรอิริยา ชัยศรี อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตำบลหนองแก เข้าร่วมในพิธี

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานภาคี ทั้งในส่วนกลางและระดับพื้นที่ ดำเนินงานเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมอย่างบูรณาการและสมดุลในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานของหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ให้เกิดความยั่งยืนตามบริบทของพื้นที่ ด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ เมืองอยู่ดี คนมีสุข สิ่งแวดล้อมยั่งยืน และเมืองแห่งการเรียนรู้และการบริหารจัดการที่ดี โดยให้ความสำคัญกับการจัดการสิ่งแวดล้อมเมือง มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมคาร์บอนต่ำ รวมถึงการเป็นเมืองพร้อมรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ราชภัฎเพชรบุรี จับมือเพชรบุรี – ประจวบฯ ประสานความร่วมมือวิจัยนวัตกรรม

ราชภัฎเพชรบุรี จับมือเพชรบุรี – ประจวบฯ ประสานความร่วมมือวิจัยนวัตกรรม

วันที่ 17 มีนาคม 2568 พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการประสานความร่วมมือทางวิชาการและปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ที่ห้องประชุมพะนอมแก้วกำเนิด อาคารสุเมธตันติเวชกุล มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี กับจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบฯ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสนาะ กลิ่นงาม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายอำเภอและหัวหน้าส่วนราชการจากทั้งสองจังหวัดเข้าร่วมพิธี

ผศ.พจนารถ บัวเขียว รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน กล่าวถึงเป้าหมายในการลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ ว่าเพื่อสร้างความร่วมมือในการสนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชน ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี กับจังหวัดเพชรบุรีและประจวบฯ พัฒนาศักยภาพบุคลากร ระบบและกลไกของชุมชนให้มีทักษะ ความรู้และความสามารถในด้านต่างๆ เพื่อประสานความร่วมมือทางด้านวิชาการในการจัดทำแผนพัฒนาชุมชน การจัดระบบข้อมูลองค์ความรู้ งานวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรมและการสื่อสารงานพัฒนาของชุมชนในด้านต่างๆ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การศึกษาและศิลปะวัฒนธรรม ตลอดจนร่วมกันสรุปบทเรียนและประเมินผลการทำงาน เพื่อจัดทำชุดองค์ความรู้ทางด้านวิชาการ ตลอดจนข้อเสนอในการพัฒนาเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

ด้าน ผศ.ดร.เสนาะ กลิ่นงาม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี มีความยินดีที่ได้ทำงานร่วมกันกับทั้งสองจังหวัด ในการขับเคลื่อนกิจกรรมและโครงการต่างๆ ส่งผลให้มหาวิทยาลัยได้รับการจัดอันดับ SCD University Rankings 2024 (มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน) ลำดับที่ 1 เป็นเวลา 4 ปีซ้อนติดต่อกัน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน ด้วยการนำจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ชุมชนของทั้งสองจังหวัดมาพัฒนาให้มีศักยภาพและสามารถนำมาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้

โอกาสนี้ พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้มอบแนวทางในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น โดยมีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีเป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น สอดคล้องกับการดำเนินงานที่น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สู่การขับเคลื่อนพันธกิจให้สอดคล้องกับการดำเนินงานของประเทศ จนทำให้เกิดการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดมหกรรมการศึกษาหัวหิน พัฒนาศักยภาพของเยาวชนอย่างยั่งยืน

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดมหกรรมการศึกษาหัวหิน พัฒนาศักยภาพของเยาวชนอย่างยั่งยืน

วันที่ 16 มีนาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงานมหกรรมการศึกษาหัวหิน 2568 HuaHin Education fair 2025 “Learn to Earn : Thailand soft power” ระหว่างวันที่ 16 – 17 มีนาคม 2568 ที่ด้านหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี ดร.พรระวี สีเหลืองสวัสดิ์ ผู้อำนวยการบริหาร รร.อนันตรักษ์การบริบาล (ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยประจวบคีรีขันธ์) ให้การต้อนรับและกล่าวรายงาน มีนายประสูตร หอมบันเทิง นายอำเภอหัวหิน นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายศุรอัฐ ณรงค์ฤทธิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วม

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า การจัดงานวันนี้ เป็นสิ่งที่ดี ส่งเสริมให้นักเรียนได้แสดงออกด้านความรู้ ความสามารถ การศึกษาสร้างคนให้มีคุณค่า เป็นคนเก่ง เป็นคนดีและสามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างมีความสุข และมีคุณค่าต่อส่วนรวม สามารถช่วยเหลือหมู่บ้าน ชุมชนในการพัฒนาอาชีพ ความเป็นอยู่ สังคม เศรษฐกิจ การเมืองได้ดียิ่งขึ้น นักปราชญ์กล่าวว่าการศึกษาไม่มีวันสิ้นสุด และไม่มีใครแก่เกินเรียน การจัดงานในครั้งนี้คณะผู้จัดได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ของการจัดการศึกษา อีกทั้งยังเป็นการสร้างสัมพันธภาพและเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของนักเรียน ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนในทุกๆ ด้าน

ดร.พรระวี สีเหลืองสวัสดิ์ กล่าวว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นพื้นที่ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ทำให้มีความต้องการบุคลากรที่มีคุณภาพและทักษะทักษะสูง การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสในการทำงานเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเยาวชนและสังคม การให้ข้อมูลทางการศึกษาที่ครบถ้วนและทันสมัย จะช่วยให้เยาวชนและผู้ปกครองสามารถตัดสินใจเลือกเส้นทางการศึกษาได้อย่างเหมาะสม โครงการมหกรรมการศึกษา หัวหิน 2568 นี้จัดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลทางการศึกษา มีการแสดงบนเวที รวมถึงบูธกิจกรรมกว่า 20 บูธ สร้างโอกาสให้สถาบันการศึกษาได้แนะนำหลักสูตร และเปิดเวทีให้เยาวชนได้แสดงความสามารถอีกด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

แห่ชื่นชมปาฎิหาริย์องค์พ่อปู่สามร้อยยอด สร้างจากเนื้อหยก รักษาผู้ป่วยเป็นโรคที่ไม่หายมาหลายปี

แห่ชื่นชมปาฎิหาริย์องค์พ่อปู่สามร้อยยอด สร้างจากเนื้อหยก รักษาผู้ป่วยเป็นโรคที่ไม่หายมาหลายปี

วันที่ 16 มีนาคม 2568 ที่บริเวณหน้าแผงมะม่วงตำบลศิลาลอย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีชาวสามร้อยยอดมาร่วมชื่นชมองค์พ่อปู่สามร้อยยอด ที่สร้างขึ้นด้วยเนื้อหยกแท้จากจังหวัดเชียงราย โดยครอบครัวโชคเฉลิมวงศ์ เดินทางไปอัญเชิญองค์พ่อปู่ ซึ่งได้ปลุกเสกเรียบร้อยแล้วถึงจังหวัดเชียงราย และกลับมาถึงอำเภอสามร้อยยอดในช่วงเช้านี้ มีชาวบ้านและผู้ที่ศรัทธาต่างมาชื่นชมและถ่ายรูปเก็บไว้เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญไม่ลืมถ่ายเลขทะเบียนรถที่บรรทุกองค์พ่อปู่ไว้ด้วย เลขทะเบียน 70 – 9665 เชียงราย

นายน้อย สวัสดี อดีตผู้ใหญ่ศาลาลัย อ.สามร้อยยอด เล่าว่าตนนั่งวิปัสสนากรรมฐานอยู่ตลอด เพราะตนไม่สบาย ไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไร ผอมลงและผิวดำคล้ำกว่าปกติ ไปหาหมอเขาก็บอกว่าติดเชื้อ คนอื่นๆ ก็หาว่าตนเป็นเอดส์ กินอะไรก็ไม่ได้ ขนาดหมอยังบอกว่าไม่รอด แต่พอเริ่มสร้างองค์พ่อปู่ก็หายเลย แล้วมีคนแนะนำมาให้จุดธูปกลางแจ้ง บอกพ่อปู่ แล้วเฮียเจ้าของโรงงานไทยยอดทิพย์แกรู้ก็มาเยี่ยม มีวันหนึ่งหลับไปแล้ว พ่อปู่มาเข้าฝันว่าให้สร้างพ่อปู่เนื้อหยก แกชอบหยกเพราะเย็นดี ในฝันบอกไปว่าผมไม่มีเงิน ไม่มีปัจจัย ไม่มีกำลังทรัพย์อะไร แกบอกว่าเดี๋ยวพ่อปู่หาให้เอง และตอนเป็นผู้ใหญ่บ้าน เคยไปอบรมที่เชียงราย ทำให้มีพรรคพวกอยู่บ้าง เขาแจ้งมาว่ามีหยกจากพม่า ตนให้เขาช่วยติดต่อให้ จึงเริ่มสร้างตั้งแต่ต้นปี 2567 มาเสร็จในปี 2568 ราคารวมทั้งหมดประมาณ 800,000 บาท ซึ่งราคานี้ช่างที่แกะสลักเขาคิดราคาพิเศษ เพราะเขาบอกว่าตั้งแต่เขาแกะพ่อปู่ ก็มีโชค มีลาภมาตลอด ส่วนตัวไม่เคยขอรับบริจาคหรือขอใครเลย จนคุณธีทนัย โชคเฉลิมวงศ์ เจ้าของโรงงานนิธิวัฒน์ฟู๊ด กับเฮียลิ้ม ร้านพรลิ้มทองการยาง รู้ข่าวก็ติดต่อมาช่วยเรื่องของปัจจัย เป็นอย่างในฝันจริงๆ วันนี้องค์พ่อปู่มาถึงที่สามร้อยยอด จึงตั้งขบวนแห่เพื่อให้ชาวบ้านและประชาชนทั่วไปได้ร่วมชื่นชม และกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย หลังจากนี้จะนำองค์พ่อปู่เนื้อหยก ประดิษฐานไว้ด้านซ้ายขององค์พ่อปู่หลัก ภายในศาลพ่อปู่สามร้อยยอด เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถมากราบไหว้บูชาและขอพรกันได้.

ฐิติชญา แสงสว่าง…..รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

นักวิ่งชุดบิกีนี่เซ็กซี่แน่นหาดชะอำ งาน‘CHA-AM BIKINI BEACH RUN 2025’

นักวิ่งชุดบิกีนี่เซ็กซี่แน่นหาดชะอำ งาน‘CHA-AM BIKINI BEACH RUN 2025’

วันที่ 16 มีนาคม 2568 บรรยากาศงานวิ่งแข่งขันมินิมาราธอน CHA-AM BIKINI BEACH RUN 2025“ชะอำ บิกินี่ บีช รัน ครั้งที่ 16”ประจำปี 2568 บริเวณชายหาดชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เป็นไปด้วยความคึกคัก มีนักวิ่งหญิงและชายทั้งชาวไทยและต่างชาติในชุดบิกินี่ ชุดเซ็กซี่เข้าร่วมงานกว่า 1,500 คน ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย หาดทรายชายทะเลยามเช้าที่งดงาม โดยมีนายณัฐวุฒิ เพชรพรหมศร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดงานและปล่อยตัวจุดเริ่มต้นและเส้นชัยบริเวณหน้าชายหาดโรงแรมลองบีช ชะอำ พร้อมด้วยนางทนาดา วิจักขณะ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรี นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากเข้าร่วมงาน

นายณัฐวุฒิ เพชรพรหมศร กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ให้จัดรายการแข่งขันมหกรรมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยวทุกประเภทกีฬา ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ให้กับการท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่องตลอดปี เพื่อกระจายไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและเมืองรอง ทั้งนี้ หาดชะอำ เมืองท่องเที่ยวทางทะเลสำคัญของไทย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย การเดินทางสะดวก เพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จากความสำเร็จในการจัดการแข่งขันวิ่งเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวรายการ“หาดชะอำ 14K”ต่อเนื่องมาหลายปี ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อรายการเป็น“หาดชะอำ บิกินีบีชรัน”โดยมีการวิ่งในประเภทบิกินีเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งประเภทของการแข่งขัน และจัดต่อเนื่อง 14 ปีผ่านมา โดยความร่วมมือของจังหวัดเพชรบุรี, เทศบาลเมืองชะอำ, สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก, สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี, หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี, โดย JOG & JOY ฝ่ายจัดการแข่งขันได้พัฒนาปรับปรุงรายการแข่งขันนี้อย่างต่อเนื่อง ต่อมาได้เพิ่มประเภทระยะทางวิ่งฮาล์ฟมาราธอน ระยะ 21.1 กิโลเมตรขึ้นมา เพื่อสร้างให้สนามนี้เป็นสนามวิ่งระยะไกลนานาชาติมากกว่าเดิม โดยในแต่ละปีมีผู้สนับสนุนภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว สลับสับเปลี่ยนไปจนกลายเป็นงานวิ่งที่นักวิ่งทั้งชาวไทยและต่างชาติสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในแหล่งน้ำชุมชน และองค์การบริหารส่วนตำบลไร่ใหม่ เพื่อสร้างรายได้ และลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน

ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในแหล่งน้ำชุมชน และองค์การบริหารส่วนตำบลไร่ใหม่ เพื่อสร้างรายได้ และลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน

วันที่ 14 มีนาคม 2568 นายไพโรจน์ มีประมูล นายก อบต.ไร่ใหม่ นายสิน ไม้เทศ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านวังไทร คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบต. พนักงานและชาวบ้าน ร่วมกันปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำและพันธุ์ปลา ตามโครงการบริหารจัดการทรัพยากรประมง กิจกรรมบริหารทรัพยากรประมงน้ำจืด ที่อ่างเก็บน้ำนาวัลเปรียง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านวังไทร ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเพิ่มผลผลิตในชุมชน

ทั้งนี้ โครงการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำชุมชนเพื่อสร้างรายได้ใน 11 แหล่งน้ำของจังหวัดประจวบฯ ประจำปีงบประมาณ 2568 ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเพชรบุรี จัดขึ้นร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัดประจวบฯ และ อบต.ไร่ใหม่ ได้ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจ 7 ชนิด คือ 1.กุ้งก้ามกราม 2. ปลาเกล็ดเงิน 3. ปลายี่สกเทศ 4. ปลาตะเพียนขาว 5. ปลานิล 6. ปลาบึก และ 7.ปลา รวมทั้งหมด 77,600 ตัว เป็นการเพิ่มสัตว์น้ำในแหล่งน้ำชุมชน สร้างรายได้และลดค่าครองชีพให้กับชาวบ้านอีกด้วย.

ฐิติชญา แสงสว่าง…..รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ ปั้น 100 ชุมชนท่องเที่ยว สร้างสรรค์ Wellness Economy กระจายเม็ดเงินสู่ทุกอำเภอ

ประจวบฯ ปั้น 100 ชุมชนท่องเที่ยว สร้างสรรค์ Wellness Economy กระจายเม็ดเงินสู่ทุกอำเภอ

วันที่ 14 มีนาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการ 100 ชุมชนท่องเที่ยว สร้างสรรค์ Wellness Economy ที่โรงแรมแอทที บูทีค คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ มีนายสุธี เล้าสุบินประเสริฐ ปลัดจังหวัด น.ส.กุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัด นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ คณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินโครงการ 100 ชุมชนท่องเที่ยว สร้างสรรค์ Wellness Economy และตัวแทนจาก 20 ชุมชน เข้าร่วมกิจกรรม จัดโดยสำนักงานพัฒนาชุมชน จ.ประจวบฯ เพื่อเตรียมความพร้อมชุมชนในโครงการ 100 ชุมชนท่องเที่ยว สร้างสรรค์ Wellness Economy โดยเชิญหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในการขับเคลื่อนงานท่องเที่ยวชุมชน มาถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสปาทรายที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมให้ข้อเสนอแนะกับทั้ง 20 ชุมชน เพื่อยกระดับการพัฒนาต่อยอดการท่องเที่ยวเศรษฐกิจเพื่อสุขภาพวิภีใหม่ หรือ Wellness Economy … Wellness Tourism ตามนโยบายการพัฒนาของจังหวัดประจวบฯ “Next Move ประจวบ …ประจวบต้องไปต่อ” นำไปสู่การสร้างอาชีพสร้างรายได้ พร้อมการเปิดโอกาสให้ผู้นำชุมชนท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ ได้นำเสนอจุดเด่นการท่องเที่ยวภายในชุมชนของตนเอง ซึ่งหลังจากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังมีอีก 2 กิจกรรมที่จะดำเนินการ คือกิจกรรมทดสอบโปรแกรมการท่องเที่ยว และกิจกรรมประชาสัมพันธ์ชุมชนท่องเที่ยว โดยมีสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนดำเนินงาน

ปัจจุบัน จังหวัดประจวบฯ ได้จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนดำเนินโครงการ 100 ชุมชนท่องเที่ยว สร้างสรรค์ Wellness Economy มีการจัดทำหลักเกณฑ์การประเมินชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ กลุ่มชุมชน A : Next Move 20 ชุมชน กลุ่มชุมชน B : Promote 8 ชุมชน กลุ่มชุมชน C : Connect 18 ชุมชน / กลุ่มชุมชน D : Networks 60 ชุมชน พร้อมจัดทำแผนการลงพื้นที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน และพิจารณาคัดเลือก 5 ชุมชน ที่เหมาะสมเข้าร่วมงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 43

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า 20 ชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกมาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ถือว่าเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็ง จะเป็นพี่ใหญ่ที่จะไปทำความเข้าใจให้กับชุมชนอื่น ในการพัฒนาการท่องเที่ยว Wellness Economy หรือ Wellness Tourism ให้ครบ 100 ชุมชนตามเป้าหมายนโยบาย Next Move ประจวบ ซึ่งมี 10 เรื่องสำคัญ ซึ่ง Wellness Economy เป็น 1 ใน 10 เรื่อง และแตกประเด็นย่อยออกเป็นอีก 8 ด้าน ได้แก่ งานเทศกาล สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชิงธรรมชาติ, อาหารพื้นถิ่น ผลไม้ เครื่องดื่ม, กีฬา, การแพทย์ทางเลือก นวด สปา, การท่องเที่ยวเชิงศรัทธา, การแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้า, การฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุ, การพัฒนาที่พักในชุมชน ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นการพัฒนาสู่ชุมชนต้นแบบการท่องเที่ยวเฉพาะด้าน
“ทั้งนี้ จังหวัดประจวบฯ มีความพร้อมในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ อาหารทะเลที่สดสะอาด มีคุณภาพ มีแหล่งท่องเที่ยวสปาทราย สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องเปิดตัวให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้รู้จัก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมาท่องเที่ยวทั้ง 8 อำเภอของจังหวัด เพื่อสร้างเม็ดเงินให้กระจายในพื้นที่ โดยอุตสาหกรรม Wellness Economy ทั่วโลกสร้างเม็ดเงินในปัจจุบันถึง 6.33 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และจะขยายตัวถึง 9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในอีก 5 ปีข้างหน้าตามแนวโน้มการดูแลสุขภาพทั่วโลก สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งทางจังหวัดพร้อมให้การสนับสนุนงบประมาณ ส่งเสริมชุมชนที่มีความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมาย” นายสิทธิชัย กล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หลายหน่วยงานร่วมโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร

หลายหน่วยงานร่วมโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร

วันที่ 12 มีนาคม 2568 นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานเปิดโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ณ ศาลาประชาคมบ้านไร่ใน ต.แสงอรุณ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมร่วมกันลงนามข้อตกลงการดำเนินโครงการฯ (MOU) เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมี พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยาง ว่าที่ พ.ต.ท.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง ชป.ตำบลยั่งยืน สภ.ห้วยยาง พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายและผู้นำชุมชน อาทิ พระมหาสัญญา สิทฺธิญาโณ เจ้าคณะตำบลห้วยยาง นายฉัตรชัย ค้างาม ปลัดอำเภอทับสะแกฝ่ายความมั่นคง นางณุกานดา จันทรภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก นายภัทรดนัย สมศรี กำนันตำบลแสงอรุณ นายสุรศิลป์ ยนปลัดยศ นายก อบต.แสงอรุณ นางวิภาภรณ์ ภัทรภิญโญ ผู้อำนวยการ สกร.อำเภอทับสะแก นางรัตนากร ศรวัฒนา พัฒนาการอำเภอทับสะแก นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง ผู้อำนวยการ รพ.สต.บ้านหินเทิน ผู้ใหญ่บ้านไร่ใน หมู่ 1 และผู้ใหญ่บ้านแสงทอง หมู่ 2 ต.แสงอรุณ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, อสม., ชรบ., อส., ทหารชุดเฉพาะกิจ ฉก.จงอางศึก พร้อมด้วยชาวบ้านไร่ในและบ้านแสงทอง ร่วมพิธี เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืนร่วมกัน.

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน