Categories
กีฬา ทั้งหมด

การแข่งขันฟุตบอลคู่พิเศษ

การแข่งขันฟุตบอลคู่พิเศษระหว่างชมรมตะพานน้อย FC กับทีมชาริตี้พี่เพื่อน้องด้วย

สุทิน ประเสริฐศักดิ์ ประธานชมรมตะพานน้อย FC อ.บางสะพานน้อย พร้อมสมาชิกร่วมกับ รัฐพงศ์ ฟูเฟื่อง สมาชิกชมรมชาริตี้พี่เพื่อน้อง อ.บางสะพาน กว่า 90 คน จัดแข่งขันฟุตบอลให้นักเรียนโรงเรียนในพื้นที่ อ.บางสะพานน้อย และมีการแข่งขันฟุตบอลคู่พิเศษระหว่างชมรมตะพานน้อย FC กับทีมชาริตี้พี่เพื่อน้องด้วย ที่สนามกีฬาโรงเรียนบางสะพานน้อยวิทยาคม เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2566 พร้อมมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนทุกโรงเรียนของอำเภอบางสะพานน้อยด้วย

ทั้งนี้ชมรมฟุตบอลทั้งสองชมรม มีสมาชิกรวมกว่า 250 คน จัดกิจกรรมมอบสิ่งของให้กับโรงเรียนต่างๆ มานานกว่า 3 ปี โดยเฉพาะชมรมชาริตี้พี่เพื่อน้องนั้นมีสมาชิกทั้งสองอำเภอ และมีเตะฟุตบอลกระชับมิตรกับทีมฟุตบอลทุกอำเภอของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เกือบทุกเดือน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เจ้าหน้าที่เทศบาลวิ่งแจ้น ขอคืนเงินจากร้านขายของเก่าแต่เช้า

เจ้าหน้าที่เทศบาลวิ่งแจ้น ขอคืนเงินจากร้านขายของเก่าแต่เช้า

จากกรณีที่เสาไฟรูปสับปะรดสำหรับส่องสว่างตลอดแนวริมชายหาดอ่าวประจวบฯ มูลค่าขณะติดตั้ง 80,000 – 100,000 บาท เกิดชำรุดเสียหายจากการถูกความเค็มของน้ำทะเลกัดเซาะเป็นเวลานาน จนเป็นสนิมผุพัง และบางส่วนหักโค่นลงมา และไม่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมแก้ไขให้สามารถกลับมาใช้ได้เหมือนเดิมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อมาพบว่ามีการถูกนำไปขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า บริเวณถนนสุขสมบูรณ์ เขตเทศบาลเมืองประจวบฯ จนมีชาวบ้านพบเห็น และแจ้งให้กับสื่อมวลชนรับทราบ เนื่องจากมีความข้องใจว่าเสาไฟดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของหลวง แล้วนำมาขายให้ร้านรับซื้อของเก่าได้อย่างไร โดยที่ไม่ผ่านการเปิดประมูลจำหน่ายตามระเบียบทางราชการ เพื่อนำเงินที่ได้จากการประมูลส่งกลับคืนสู่หลวงตามขั้นตอน

ความคืบหน้าล่าสุด เช้าวันที่ 8 กรกฎาคม 2566 ผู้สื่อข่าวไปที่ร้านรับซื้อของเก่าดังกล่าว และสอบถามกับเจ้าของร้านถึงความเป็นมา โดยเจ้าของร้านไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ ขอให้กลับไปสัมภาษณ์หน่วยงานที่เอาเสาไฟฟ้ามาขายก่อน แต่ให้ข้อมูลเบื้องต้น ว่าเสาไฟรูปสับปะรดดังกล่าวมีรถกระเช้าสีส้มของทางเทศบาลบรรทุกนำมาขายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยที่ตนเข้าใจว่าหน่วยงานต้นสังกัดรับทราบ และยินยอมให้นำเอามาขายให้กับตน แต่หลังจากที่เป็นกระแสข่าวขึ้นมา มีเจ้าหน้าที่พร้อมรถกระเช้าสีส้มคันเดิม ได้กลับมาขอเสาไฟต้นดังกล่าวคืนกลับไป พร้อมคืนเงินจำนวน 1,000 บาท ให้กับตน โดยอ้างว่าลูกพี่ให้มาขอเอากลับคืนไปก่อน ซึ่งตนก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร และตนรับซื้อตามปรกติโดยไม่ทราบการได้มาสินค้าของลูกค้า ซึ่งทางร้านมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อความโปร่งใสว่าใครและรถคันไหน นำมาขายให้กับร้านตน

จากการสังเกตของผู้สื่อข่าวที่ไปตรวจสอบ พบว่าเสาไฟฟ้าต้นที่ถูกนำมาขาย เป็นคนละต้นกันกับต้นที่ถูกสนิมกัดกร่อนจนหักโค่นริมชายหาด เนื่องจากมีสภาพที่สมบูรณ์กว่า จึงคาดว่ายังมีเสาไฟต้นอื่นอีกหรือไม่ ที่ถูกนำมาขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า และเสาไฟที่ถูกถอดออกจากเขื่อนกันคลื่นริมอ่าวประจวบฯ ยังอยู่ครบและเก็บไว้ตามจำนวนหรือไม่

ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อขอสัมภาษณ์นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ เพื่อสอบถามรายละเอียดและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ แจ้งว่าตนยังไม่ทราบรายละเอียด ขอสอบถามข้อมูลก่อน พร้อมกล่าวว่าเบื้องต้นเสาไฟรูปสับปะรดดังกล่าวไม่ได้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของเทศบาล เนื่องจากยังไม่ได้รับมอบจากหน่วยงานที่จัดสร้าง แต่เมื่อเกิดการชำรุดเสียหาย หรือหักโค่น และเสี่ยงเป็นอันตรายกับประชาชนและนักท่องเที่ยว เทศบาลจึงมีหน้าที่ดูแลเก็บทำความสะอาด เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และไม่ให้เกิดอันตรายกับประชาชน ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ของเทศบาลไปเก็บเสาไฟที่ชำรุดเสียหายแล้ว ก็จะนำไปส่งมอบให้กับสำนักงานท่องเที่ยว หรือสำนักงานโยธา ซึ่งต้องดูว่าเสาไฟต้นนั้นเป็นของใคร

มีรายงานว่า เสาไฟส่องสว่างรูปสับปะรดที่ติดตั้งอยู่ตลอดแนวริมชายหาดอ่าวประจวบฯ มีมากกว่า 200 ต้น ตั้งแต่หน้ารั้วกองบิน 5 จนถึงชุมชนเขาตาม่องล่าย ระยะทางยาวกว่า 8 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตรับผิดชอบของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ มูลค่าต้นละประมาณ 80,000 ถึง 100,000 บาท แล้วแต่ขนาดความสูง ซึ่งส่วนใหญ่ชำรุดเสียหายและไม่สามารถใช้งานได้เกือบทั้งหมด บางส่วนมีไฟรั่วลัดวงจร จนเกิดเหตุไฟดูดประชาชนและนักท่องเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง นอกจากนี้บางจุดมีการชำรุดแบบถาวร เนื่องจากมีการลักตัดสายไฟฟ้าไปขายอีกด้วย.

ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ

ข่าวแนะนำ

สุวัจน์ฉลองใหญ่ครบรอบ 10 ปี บลูพอสุวัจน์ฉลองใหญ่ครบรอบ 10 ปี บลูพอร์ตหัวหิน มอบความสุขส่งท้ายปี เปิดไฟต้นคริสต์มาสสุดตระการตาร์ตหัวหิน มอบความสุขส่งท้ายปี เปิดไฟต้นคริสต์มาสสุดตระการตา

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

กร นครปฐม คว้าแชมป์สนุกเกอร์หัวหิน พลิกแซงชนะ “ไฟว์” 4 – 3 เฟรม

กร นครปฐม คว้าแชมป์สนุกเกอร์หัวหิน พลิกแซงชนะ “ไฟว์” 4 – 3 เฟรม

วันที่ 8 กรกฎาคม 2566 การแข่งขันสนุกเกอร์อาชีพเก็บสะสมคะแนน รายการไทยแลนด์แรงกิ้งเซอร์กิต รอบสุดท้าย รายการที่ 5 หรือสมาชิกรัฐสภาไทย หัวหิน “THE THAI PARLIAMENTARY MEMBER ASSOCIATION : HUA HIN CUP, Thailand Raking Circuit 2023” ปิดฉากวันสุดท้ายที่โรงแรมหัวหินแกรนด์ โฮเทลแอนด์พลาซ่า อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมีว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานมอบรางวัล พร้อมด้วยนายสุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ ดร.รุ่งโรจน์ สีเหลืองสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ โรงแรมหัวหินแกรนด์ โฮเทลแอนด์พลาซ่า/ประธานจัดการแข่งขัน ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมชม โดยคู่ชิงชนะเลิศ แข่งระบบ 4 ใน 7 เฟรม เป็นการพบกันระหว่าง “กร นครปฐม” ภาสกร สุวรรณวัฒน์ จอมคิวร่างใหญ่อดีตแชมป์เอเชีย ที่ห่างหายจากแชมป์แรงกิ้ง มาสองปีเต็ม พบกับ “ไฟว์ นครนายก” บุญญฤทธิ์ เกียรติกุล เจ้าของแชมป์รายการสนามที่ 2 ที่ จ.ตรัง

เปิดมาเฟรมแรก กรพยายามเน้นเกม แทงกันเป็นส่วนใหญ่ แต่มีพลาดให้ขาวลอย ทำให้ไฟว์ได้ตบถึง 4 ครั้ง ชนะไปก่อน 58 – 16 ขึ้นนำ 1 – 0 เฟรม ขึ้นเฟรมสอง กรออกสตาร์ทได้ดี ตบนำก่อน 27 แต้ม แต่ยังพลาดให้ ไอ้รถถังนครนายก ไล่สอยไม้เดียว 75 แต้ม หนีไป 2 – 0 เฟรม เข้าเฟรมสาม เกมของกร นครปฐม ถึงแม้จะแทงบีบเกมได้ดี แต่ยังพลาดลูกตบ ทำให้ไฟว์มีโอกาสได้ตบบ่อยครั้ง จนเอาชนะไปอีก 72 – 42 ขึ้นแท่น นำ 3 – 0 เฟรม

เฟรมสี่ เกมออกมาสูสี กรยังคงแทงสู้อย่างอดทน ขณะที่ไฟว์ใช้อาวุธหนักเข้าใส่อย่างเดียว และมีโอกาสปิดเกมคว้าแชมป์ไปได้ ถ้าตบน้ำเงินข้างชิ่งบนลง ต่อด้วยชมพู แต่ไฟว์ นครนายก มาพลาดแทงน้ำเงินไม่ลง ทำให้กรตามซ้ำ ต่อด้วยชมพู เบียดเอาชนะไป 67 – 54 ตีไข่แตก 1 – 3 เฟรม พอได้เฟรมมา กรมีแรงฮึด ขณะที่ไฟว์ช็อตไปดื้อๆ แทงยังไงก็ไม่ลง ต่างจากกร ได้เข้าเบรคทุกเฟรม และเอาชนะไป 3 เฟรมรวด ทำให้กร นครปฐม แซงชนะไปอย่างเหลือเชื่อ 4 – 3 เฟรม 16 – 58, 27 – 84, 42 – 72, 67 – 54, 79 – 1, 85 – 27, 85 – 6 คว้าแชมป์ไปครองเป็นครั้งแรกในรอบสองปี พร้อมกับรับเงินรางวัล 200,000 บาท ส่วนรองแชมป์ บุญญฤทธิ์รับเงินรางวัล 80,000 บาท

หลังจบเกม กร นครปฐม กล่าวว่าไม่เคยคิดเลยว่าโดนนำถึง 3 เฟรม แล้วจะกลับมาแซงชนะได้ เพราะช่วงแรกตนแทงไม่ดีเลย ขณะที่ไฟว์อยู่ตรงไหนก็ลง ยังดีที่ไฟว์มาหลุดน้ำเงินในเฟรมที่สี่ จึงเป็นจุดเปลี่ยนทำให้เกมของตนกลับมาสู้ต่อและคว้าแชมป์ได้สำเร็จ แชมป์นี้ทำให้ตนมีกำลังใจ และหวังจะกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง โดยตนยังหวังที่จะกลับมาติดทีมชาติไทยอีกสักครั้ง แชมป์ระดับนานาชาติตนสามารถคว้ามาได้หมดแล้ว หรือแต่การคว้าเหรียญทองมหกรรมกีฬา ไม่ว่าจะเป็นซีเกมส์ หรือเอเชียนอินดอร์แอนด์มาเชียลอาร์ตเกมส์ ยังมีความหวังที่จะได้สักครั้ง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สภาวัฒนธรรมหัวหินอบรมครูและนักเรียน ขับและแต่งบทเสภา รักษามรดกของชาติ

สภาวัฒนธรรมหัวหินอบรมครูและนักเรียน ขับและแต่งบทเสภา รักษามรดกของชาติ

วันที่ 8 กรกฎาคม 2566 นางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการอบรมการขับและแต่งบทเสภา เพื่อสุนทรียภาพและการจัดการประกวดอย่างเป็นมาตรฐาน มี พระครูวิจิตรธรรมวิภัช เจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดบุษยะบรรพต, พระครูโอภาสกาญจนธรรม เจ้าคณะตำบลหัวหิน เขต 2 เจ้าอาวาสวัดสะพานขี้เหล็ก, นางลิษา อึ้งเห่ง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน, อ.ณัฏฐกฤษฎิ์ อกนิษฐ์ธาดา เสภาอาเซียน, นายอมรเทพ อ่วมมีเพียร ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน แขกผู้มีเกียรติ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูนักเรียนโรงเรียนระดับมัธยมสังกัดอำเภอหัวหิน และโรงเรียนระดับประถมศึกษาสังกัดเทศบาลเมืองหัวหิน จำนวน 56 คน เข้าร่วมโครงการ ที่โรงแรมหัวหินกอล์ฟวิลล่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

นางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ กล่าวว่า สภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน มุ่งเน้นการธำรงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ทางภาษาไทยในด้านการขับเสภา เพื่อพัฒนาศักยภาพการขับเสภาให้กับคณะครู นักเรียนในสถานศึกษา ให้มีความรู้ความสามารถ เป็นผู้สืบทอดศิลปวิทยาการ และมรดกทางวัฒนธรรมในการขับเสภาให้คงอยู่คู่ชาติสืบไป ขอให้คุณครู นักเรียนที่ได้รับการอบรมในครั้งนี้ได้นำไปใช้ในการสืบสานรักษาและต่อยอด พร้อมทั้งนำไปเผยแผ่ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมต่อไป การอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ถือว่าเป็นความโชคดีของคณะครูและนักเรียนที่ได้รับความรู้จากวิทยากรที่มีชื่อเสียง มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในด้านการขับเสภา เป็นศิลปินหนึ่งเดียวของประเทศไทยที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ให้ปฏิบัติหน้าที่ขับเสภาน้อมเกล้าฯ ถวายในพระราชกรณียกิจการสร้างภาพยนตร์ Animation เรื่องพระมหาชนก และเป็นต้นแบบด้านคีตวรรณกรรมทำนองเสนาะ เสภา

นางลิษา อึ้งเห่ง กล่าวว่า การอบรมเชิงปฏิบัติการขับและแต่งบทเสภา เพื่อสุนทรียภาพและการจัดการประกวดอย่างเป็นมาตรฐาน มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพทางภาษาไทยในด้านการขับเสภาให้กับเยาวชนและครูผู้ปฏิบัติการสอนวิชาภาษาไทย ให้มีความรู้ความสามารถ เป็นผู้สืบทอดศิลปะวิทยาการ แสดงความเป็นชาติและรากฐานของวัฒนธรรมไทยที่ควรอนุรักษ์ภาษาไทยให้ดำรงอยู่เป็นมรดกของชาติสืบไป รวมถึงส่งเสริมให้นักเรียนในสถานศึกษามีการดำรงรักษาภาษาไทยในการใช้เรียงร้อยถ้อยคำและออกเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ คณะครูได้ฝึกการแต่งกลอนเสภา เพื่อเป็นต้นแบบและนำไปใช้ในการเข้าประกวดขับเสภาต่อไปในอนาคต.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สถาบันการบินพลเรือนจัดโครงการสานฝันการบิน ครั้งที่ 15

สถาบันการบินพลเรือนจัดโครงการสานฝันการบิน ครั้งที่ 15

สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) รัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะเป็นหน่วยงานผลิตและพัฒนาบุคลากรการบินเพื่อสนับสนุนและพัฒนากิจการการบินของประเทศ จัดโครงการสานฝันการบินครั้งที่ 15 มีนางจันทิรา บุรุษพัฒน์ ประธานกรรมการสถาบันการบินพลเรือน เป็นประธานในพิธีเปิด และมี น.ส.ภัคณัฏฐ์ มากช่วย ผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมพิธีและให้การต้อนรับเยาวชน จำนวน 16 คน ที่ได้รับการคัดเลือกจากเยาวชนทั่วประเทศที่ส่งคลิปสั้นแนะนำสถาบันการบินพลเรือน บอกเล่าถึงแรงบันดาลใจความฝันด้านการบินเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ระหว่างวันที่ 6 – 7 กรกฎาคม 2566 ที่สถาบันการบินพลเรือน กรุงเทพฯ และศูนย์ฝึกการบิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

โครงการสานฝันการบิน เป็นการจัดกิจกรรมแบบบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม โดยโครงการนี้ถือเป็นโครงการหลักที่ สบพ. จัดขึ้นเพื่อแสดงความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคม (Corporate Social Responsibility : CSR) อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี และในโอกาสที่กระทรวงคมนาคมครบรอบ 111 ปี และ สบพ. ครบรอบ 62 ปี และเพื่อให้เยาวชนผู้สนใจได้มีโอกาสสัมผัสเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ เรื่องการบินอย่างถูกต้อง ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ พร้อมทั้งยังสามารถนำเอาทักษะและความรู้ด้านการบินนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในอนาคต ประการสำคัญคือช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ หลักสูตรการเรียนการสอน และการฝึกอบรมในหลักสูตรต่างๆ ของ สบพ. ไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เข้าร่วมกิจกรรมแบบ Onsite และขึ้น Observe Flight ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด โดยได้รับการสนับสนุนกิจกรรมจากบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) บริษัท บุญรัตน์พัฒนา จำกัf ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด หน่วยงานพันธมิตรในสังกัดกระทรวงคมนาคม สายการบินต่างๆ

นอกจากนั้นในกิจกรรมวันที่ 2 ของโครงการสานฝันการบิน ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหินมอบหมายให้นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหินเป็นผู้แทน พร้อมคุณวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ คุณธนิดา เรืองยศ ประธานฝ่ายการตลาดของเทศบาลหัวหิน/ชะอำ มาร่วมงานและขึ้นทำการบิน Observe Flight ร่วมกับครูการบิน จากนั้นได้ร่วมหารือแนวทางความร่วมมือในการสนับสนุนภารกิจของศูนย์ฝึกการบิน ให้เป็นหนึ่งกิจกรรมที่สร้างสีสันให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวหัวหินในโปรแกรม Demo Flight โดยสถาบันการบินพลเรือน ชวนมาลองเป็นนักบินได้ใน 1 ชั่วโมง กับหลักสูตร Demonstration flight ไม่มีประสบการณ์ก็มาบินได้

กิจกรรมทดลองบิน (Demonstration Flight) จะได้สัมผัสประสบการณ์การเป็นนักบินกับครูการบินผู้เชี่ยวชาญ มากประสบการณ์ พร้อมทั้งชมวิวสุดแสนประทับใจของเมืองและชายหาดหัวหินอันสวยงาม ซึ่งกิจกรรมนี้ สถาบันฯ เพิ่งเริ่มดำเนินการได้รับความสนใจจากผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่ยังไม่เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง จากการหารือกันเห็นว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจะได้ดำเนินงานร่วมกันและจะมีการเชิญผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และหน่วยงานภาครัฐที่ส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ มาช่วยโปรโมทกิจกรรมดังกล่าว ภายใต้แคมเปญใหม่ของหัวหินต่อไป

สำหรับโครงการฯ ครั้งนี้มีเยาวชนจากทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ซึ่งคณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกเยาวชนที่จัดทำคลิปสั้นได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรมระหว่างวันที่ 6 – 7 กรกฎาคม 2566 จำนวน 16 คน ดังนี้ 1. น.ส.ปุณยาพร จิตรำพรรณ์ โรงเรียนชลราษฎรอำรุง จ.ชลบุรี 2. นายอิทธิวัฒน์ คุณวัฒน์ โรงเรียนจิตรลดา กรุงเทพฯ 3. นายอชิตะ สุทธิวาณิชกุล โรงเรียนศูนย์การเรียนดิเอสเซนส์ กรุงเทพฯ 4. นายสุริยะ ใบเงิน โรงเรียนมัธยมจิตจัณ จ.สงขลา 5. นายชิษณุชา ธรณีพิศาล สถาบันการบินพลเรือน กรุงเทพฯ 6. น.ส.ปานฝัน เหมาะประสิทธิ์ สถาบันการบินพลเรือน กรุงเทพฯ 7. นายอชิตะ คำมาก โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ จ.นครนายก 8. นายนรวีร์ กฤษณกรรณ์ โรงเรียนชลประทานวิทยา จ.นนทบุรี 9. นายกลพัฒน์ คานีเยาว์ โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ 10. น.ส.นนธิชา กาละปักษ์ โรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า กรุงเทพฯ 11. นายนนทพัทธ์ โกมลสวรรค์ โรงเรียนดาวทองวิทยาลัย จ.นครนายก 12. น.ส.ศรัญรัชต์ เรืองประทุม โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จ.สงขลา 13. นายคณิศร ศรีสุข โรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูล จ.กระบี่ 14. นายธีทัต นามวงค์ โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ กรุงเทพฯ 15. นายชินพัฒน์ อินทร์ขาว โรงเรียนเดชอุดม จ.อุบลราชธานี 16. นายวชิรวิชญ์ ตาบม่วง โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ภูเก็ต

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เยาวชนได้เยี่ยมชมการปฏิบัติงานบนหอบังคับการบินหัวหินของบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และได้ฝึกกับเครื่องฝึกบินจำลอง และเรียนรู้การขับเครื่องบินกับครูการบินที่มีชั่วโมงบินและประสบการณ์สูง ถือเป็นโครงการนำร่องที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้ทักษะด้านการบินอย่างถูกต้องจาก สบพ. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านการบินของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งยังเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาต่อด้านการบินในอนาคตของผู้เข้าร่วมโครงการอีกด้วย

นอกจากนี้ กิจกรรมในครั้งนี้ สบพ. ยังได้มอบรางวัลชมเชยให้แก่เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 5 คน ได้แก่ นายมนัสวิน ถนอมศิลป์ สถาบันการบินพลเรือน นายนภนต์ ชะลอกลาง โรงเรียนมัธยมสาธิตวัดพระศรีมหาธาตุ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร นายธนภัทร นคราพานิช โรงเรียนวัดเขียนเขต นายปฏิพัทธ์ เรืองศรี โรงเรียนเทพมิตรศึกษา และนายถิรชัย สุริยะเมศิล โรงเรียนเทพศิรินทร์ และยังได้รับการสนับสนุนของรางวัลจากหน่วยงานพันธมิตรในสังกัดกระทรวงคมนาคม และสายการบินต่างๆ มาจับรางวัลเพื่อมอบให้กับเยาวชนที่เข้าร่วมในโครงการด้วย ทั้งนี้ สามารถติดตามและรับชมคลิปวิดีโอของผู้ผ่านการคัดเลือก และประมวลภาพกิจกรรมโครงการสานฝันการบิน ครั้งที่ 15 ได้ทางเฟซบุ๊ก : CATC Thailand ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สรุปแล้ว ! แบบสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดถนนเพชรเกษม – บ้านหนองหิน – ด่านสิงขร

สรุปแล้ว ! แบบสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดถนนเพชรเกษม – บ้านหนองหิน – ด่านสิงขร

วันที่ 7 กรกฎาคม 2566 นายอุดร ผโรประการณ์ ปลัดอำเภอเมืองประจวบฯ เป็นประธานเปิดการประชุมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 2) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางแยกต่างระดับ จุดตัดทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) กับทางหลวงหมายเลข 4373 (หนองหิน – ด่านสิงขร) มีนายจารุพัฒน์ ศรีสะอาด วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ สำนักสำรวจและออกแบบกรมทางหลวง กล่าวรายงาน และมีนายสมชาย ปี่แก้ว นายก อบต.คลองวาฬ ดร.สุดาทิพย์ ตั้งวงศ์ไชย ผู้จัดการโครงการ ส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชาวบ้านในพื้นที่ก่อสร้างโครงการ เข้าร่วมประชุมที่โรงแรมแอทที บูทีค คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายจารุพัฒน์ ศรีสะอาด วิศวกรโยธาฯ กรมทางหลวง กล่าวว่าปัจจุบันบริเวณสี่แยกจุดตัดดังกล่าว มีปริมาณการจราจรเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบริเวณด่านสิงขร อยู่ในแผนการพัฒนาด้านการค้าชายแดนในอนาคต โดยสภาพปัจจุบันของทางแยก มีลักษณะเป็นสี่แยกไม่มีสัญญาณไฟจราจรควบคุม จึงเป็นจุดตัดระดับพื้นที่เป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการค้าระหว่างชายแดนและแก้ปัญหาดังกล่าว รวมถึงอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เส้นทาง ให้สามารถเดินทางได้สะดวกและมีความปลอดภัย กรมทางหลวงได้มอบหมายให้บริษัทคอนซัลแทนท์ ออฟเทคโนโลยี จำกัด และบริษัทเอสทูอาร์ คอนซัลติ้ง จำกัด เป็นผู้สำรวจและออกแบบรายละเอียด พร้อมทั้งจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเบื้องต้น (IEE) และดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ศึกษา ได้รับทราบข้อมูลและแนวทางในการศึกษาด้านต่างๆ ของโครงการ โดยเฉพาะสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาใช้พิจารณาประกอบการออกแบบและพัฒนาโครงการได้อย่างเหมาะสม และเกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด

นายอุดร ผโรประการณ์ ปลัดอำเภอเมืองฯ ได้กล่าวถึงการประชุมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการในครั้งนี้ ที่ต้องการนำเสนอความเป็นมาของโครงการ วัตถุประสงค์ของการศึกษาและการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ รวมทั้งต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุมในการวางแผนพัฒนาโครงการ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการ จึงหวังว่า ด้วยความมุ่งมั่นของสำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง และกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาฯ ที่จะออกแบบทางแยกต่างระดับบริเวณจุดตัดดังกล่าว ซึ่งเป็นสี่แยกสำคัญ ที่เกิดอุบัติเหตุทางด้านจราจรบ่อยครั้ง และเป็นการรองรับปริมาณการจราจรที่จะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต อีกทั้งอำนวยความสะดวกทางด้านการจราจรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เสริมสร้างความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน และพัฒนาโครงการตามหลักวิศวกรรมที่สอดคล้องกับสภาพสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่

ทั้งนี้ จากการพิจารณาให้คะแนนรูปแบบทางเลือกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ใน 3 ปัจจัยหลัก รูปแบบที่มีคะแนนรวมทุกปัจจัยมากที่สุด คือ รูปแบบทางเลือกที่ 1 เป็นรูปแบบที่มีคะแนนมากที่สุด (82.75 คะแนน) รองลงมารูปแบบทางเลือกที่ 3 (68.10 คะแนน) และรูปแบบทางเลือกที่ 2 (66.20 คะแนน) ตามลำดับ โดยรูปแบบทางเลือกที่ 1 เป็นสะพานยกระดับบนแนวทางหลวงหมายเลข 4 เป็นรูปแบบที่มีความเหมาะสมมากที่สุดและจะนำไปออกแบบรายละเอียดต่อไป

สำหรับรูปแบบทางเลือกที่ 1 เป็นการก่อสร้างสะพานยกระดับข้ามทางแยก (Overpass) จำนวน 6 ช่องจราจร ไปกลับ โดยสะพานข้ามแยกกำหนดให้วางตัวไปตามแนวทางหลวงหมายเลข 4 จากฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไปจังหวัดชุมพร และจากฝั่งจังหวัดชุมพรไปจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีความยาวสะพานประมาณ 530 เมตร โดยแต่ละ Segment วางบนแต่ละสะพาน (มี 2 สะพาน) ซึ่งสะพานแต่ละฝั่งจะพิจารณาออกแบบให้รองรับ 3 ช่องจราจร (แต่ละช่องจราจรกว้าง 3.50 เมตร) พร้อมไหล่ทาง (Shoulder กว้าง 0.50 และ 1.00 เมตร) และ Barrier (กว้าง 0.50 เมตร) มีความกว้างทั้งหมด 13 เมตร

ข้อดีของรูปแบบนี้ คือเส้นทางหลักไม่ถูกควบคุมด้วยสัญญาณไฟจราจร ทำให้มีความคล่องตัวมากขึ้น เป็นรูปแบบการจราจรที่เข้าใจได้ง่าย รถที่จะเลี้ยวเข้าออกจากทางหลวงหมายเลข 4373 และถนน อบต. (ถนนเพชรเกษม – รางชะมวง) สามารถข้ามไปมาได้ เพียงแต่จะถูกควบคุมด้วยสัญญาณไฟจราจร เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน ใช้เขตทางที่มีอยู่ได้อย่างเต็มขีดความสามารถ ราคาค่าก่อสร้างเหมาะสมน้อยกว่ารูปแบบที่ 2 และแบบที่ 3

ข้อด้อยของรูปแบบนี้ คือ รถที่มาจากทางหลวงหมายเลข 4373 ที่ต้องการเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนทางหลวงหมายเลข 4 จะต้องติดสัญญาณไฟเพื่อรอเลี้ยวเข้า ทำให้เกิดการล่าช้าจากการสัญจรที่ต้องรอสัญญาณไฟจราจร โครงสร้างมีขนาดใหญ่ บดบังทัศนวิสัยบ้านเรือนรอบๆ ในขั้นตอนการก่อสร้างมีความจำเป็นต้องปิดเส้นทางหลักทั้งหมด และใช้ทางเบี่ยงทดแทนในขณะก่อสร้าง อาจทำให้การจราจรติดขัด

หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกรูปแบบทางเลือกของโครงการ คัดเลือกรูปแบบทางแยกต่างระดับ ประกอบด้วยปัจจัยหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ด้านวิศวกรรม ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน และด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยการกำหนดค่าน้ำหนักคะแนนเต็มในแต่ละปัจจัยของการคัดเลือก และแบ่งตามความสำคัญของแต่ละปัจจัย โดยกำหนดให้ปัจจัยด้านวิศวกรรม 40 คะแนน ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและการลงทุน 30 คะแนน และปัจจัยด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม 30 คะแนน.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

วิ่งการกุศล “Prachuap Education Run 2023”

วิ่งการกุศล “Prachuap Education Run 2023”

เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ขอเชิญร่วมวิ่งการกุศล “Prachuap Education Run 2023” วันที่ 22 ตุลาคม 2566 เพื่อสมทบทุนการจัดการแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ ภาคกลางและภาคตะวันออก ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เส้นทางวิ่งเลียบชายทะเลประจวบฯ พร้อมชมวิวสวยๆ เปิดรับสมัครทางออนไลน์ https://shorturl.at/cfpB4 หรือสมัครด้วยตนเองได้ที่โรงเรียนประจวบวิทยาลัย และโรงเรียนในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหินจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ถวายเป็นพระราชกุศล

หัวหินจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ถวายเป็นพระราชกุศล

วันที่ 7 กรกฎาคม 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมหน่วยแพทย์อาสา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) อ.หัวหิน ครั้งที่ 4 เพื่อเป็นกิจกรรมโดยเสด็จพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี (4 ก.ค.66) โดยมีนางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายเจนวิท ผลิศักดิ์ สาธารณสุขอำเภอหัวหิน โรงพยาบาลหัวหิน อบต.บึงนคร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.สมาชิก พอ.สว.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อแสดงความจงรักภักดีในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านทรงมีต่อปวงชนชาวไทย พร้อมทั้งมีพิธีมอบเข็มพระราชทาน พอ.สว.ทั้งสิ้น 24 ราย และมอบถุงยังชีพจากสำนักงานศูนย์บรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ให้กับประชาชนจำนวน 30 คน ที่บริเวณศาลากลางหมู่บ้านบึงนคร หมู่ 5 ต.บึงนคร อ.หัวหิน

นายพลกฤต พวงวลัยสิน กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเป็นพระมิ่งขวัญ และเป็นที่เคารพยิ่งของพสกนิกรชาวไทย ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อความผาสุกของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า พระองค์ท่านมีพระหฤทัยแน่วแน่ในการช่วยเหลือประชาชนให้พ้นทุกข์ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก่อบังเกิดคุณประโยชน์ยิ่งใหญ่ไพศาลแก่ประเทศชาติ ทั้งด้านการศึกษา วรรณคดี การสาธารณสุข การสังคมสังเคราะห์ การยกระดับคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบทที่ห่างไกลความเจริญ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.ได้ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป ออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ฝังเข็มรักษาโรค นวดแผนไทย และปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต โดยมีประชาชนเข้ารับบริการประมาณ 200 คน.

ข่าวแนะนำ

ชิงเก้าอี้ สส.เขต 3 ประจวบฯ ดุเดือด “กำนันสวาป – มนัญญา” ส่ง “เดียร์-พงษ์พันธ์” สวมเสื้อภูมิใจไทย ยื่นสมัครได้เบอร์ 7 หวังล้มแชมป์เก่า“ประมวล-กล้าธรรม” ส่วนม้ามืด “ซี-นิติ” ปชป. มีเบียดลุ้น

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กรมชลประทาน ร่วมกับ อบต.ไร่ใหม่ ส่งน้ำเติมบ่อช่วยเกษตรกรสามร้อยยอด

กรมชลประทาน ร่วมกับ อบต.ไร่ใหม่ ส่งน้ำเติมบ่อช่วยเกษตรกรสามร้อยยอด

วันที่ 6 กรกฎาคม 2566 กรมชลประทานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานชลประทานที่ 14 โดยนายกานต์ โพธิ์ดอกไม้ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปราณบุรี พร้อมด้วยนายไพโรจน์ มีประมูล นายก อบต.ไร่ใหม่ นำรถบรรทุกน้ำ นำน้ำมาเติมลงในบ่อน้ำเพื่อการเกษตร ที่บ่อกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรของนางยุพา รุ่งเรืองจำเริญ ที่บ้านเลขที่ 668 หมู่ 4 ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำทำการเกษตร

นายกานต์ โพธิ์ดอกไม้ กล่าวว่าอธิบดีกรมชลประทาน ได้สั่งการให้หน่วยงานของกรมชลประทาน บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในท้องถิ่น หน่วยงานของกระทรวงเกษตรในพื้นที่ เข้าสำรวจพื้นที่โดยร่วมกับนายก อบต. ต่างๆ สำรวจว่าที่ไหนประสบภัยแล้งบ้าง ถ้าพบว่าประสบภัยแล้ง จนพืชผลผลิตด้านเกษตรเสียหาย ให้สนับสนุนเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ รถแม็คโคร เครื่องสูบน้ำ รวมทั้งรถบรรทุกน้ำในเขตชลประทานเข้าช่วยเหลือ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือไปหลายแห่งแล้ว โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ไปช่วยแปลงใหญ่มะม่วงในตำบลหนองตาแต้ม ไปช่วยที่สวนทุเรียนเขาจ้าว ตอนนี้กำลังช่วยแปลงใหญ่ขนุนในอำเภอสามร้อยยอด นอกจากพืชผลทางการเกษตรแล้ว เรื่องของน้ำอุปโภคบริโภค ก็ให้ความสำคัญ ตอนนี้หลายๆ จุดขาดแคลนน้ำแล้ว โดยเฉพาะประปาหมู่บ้าน ได้ระดมรถน้ำ นำน้ำไปเติมให้กับประปาหมู่บ้านหลายๆ แห่ง ทั้งในเขตอำเภอปราณบุรี สามร้อยยอดและกุยบุรี

ตอนนี้หลายๆ พื้นที่ได้รับผลกระทบ ขาดแคลนน้ำทั้งอุปโภค บริโภคและเพื่อการเกษตร ซึ่งน้ำในเขื่อนปราณบุรีขณะนี้เหลืออยู่ประมาณร้อยละ 17 แต่สามารถใช้น้ำได้แค่ร้อยละ 13 ถ้าใช้สำหรับอุปโภคบริโภคเพียงอย่างเดียว ก็เพียงพอใช้ตลอดทั้งปี ส่วนพืชผลการเกษตร จะสนับสนุนเฉพาะพันธุ์ไม้ยืนต้นไม่ให้ตาย และตอนนี้งดแผนการส่งน้ำแล้ว แต่จะเริ่มส่งน้ำอีกประมาณปลายเดือนกรกฎาคม จากการประชุมกับกลุ่มผู้ใช้น้ำต่างๆ ในเขตของเขื่อนปราณบุรี ซึ่งประกอบไปด้วยอำเภอหัวหิน ปราณบุรี สามร้อยยอด กุยบุรี รวมถึงอำเภอเมืองบางส่วน กำหนดแผนการส่งน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภัยแล้งปัจจุบัน โดยเริ่มแผนการส่งน้ำในวันที่ 24 กรกฎาคม แล้วจะส่งน้ำเดือนเว้นเดือน แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสภาพฝนในช่วงเวลานั้นๆ ด้วยว่าเป็นอย่างไร ซึ่งจะต้องประเมินอีกครั้ง

ช่วงนี้อยากให้ทุกคนช่วยกันประหยัดน้ำ เพราะว่าตอนนี้ยังต้องสำรองน้ำในเขื่อนของเราไว้ใช้สำหรับปีหน้า ซึ่งปีหน้าอาจจะมีแนวโน้มว่าฝนจะทิ้งช่วงแบบนี้อีก เพราะฉะนั้นเราจะพยายามบริหารจัดการน้ำ โดยเรียงลำดับความสำคัญ คือลำดับแรกเรื่องของการอุปโภคบริโภค 2. เรื่องการรักษาระบบนิเวศฯ 3. เรื่องสำรองน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคไว้สำหรับปีหน้า 4. เรื่องของอุตสาหกรรม และ 5.เรื่องการเกษตร ขอให้ทุกคนวางใจได้ว่ากรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำอย่างดีที่สุด และจ่ายน้ำทั่วถึงและเป็นธรรม

นางยุพา เกษตรกร กล่าวว่าตอนนี้ยังแล้งเหมือนเดิม พอฝนตั้งเค้ามา ลมก็พัดไปหมด ได้น้ำมาก็ดีหน่อย จะได้รดต้นขนุนที่เริ่มแตกใบอ่อน ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะกรมชลประทานและนายกไพโรจน์

นายนิยม นาดี เกษตรกรอีกราย กล่าวว่า ดีใจมากและขอขอบคุณเจ้าหน้าที่จากกรมชลประทานทุกคน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดีใจเหมือนถูกหวยเลย ตอนนี้ขนุนที่สวนเริ่มแตกใบอ่อนแล้ว จากที่ทำท่าจะตาย เมื่อสองเดือนก่อนไม่เคยได้น้ำเลย ตอนนี้เริ่มบำรุงราก บำรุงต้น เพื่อรอผลผลิตที่จะออกมาในช่วงต่อไป

ด้านนายไพโรจน์ มีประมูล นายก อบต.ไร่ใหม่ กล่าวว่าในพื้นที่หมู่ 4 ต.ไร่ใหม่ เป็นพื้นที่ ที่ทำขนุนส่งออกเป็นอันดับต้นๆ ของจังหวัดประจวบฯ มีหลายร้อยไร่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ทาง อบต. ได้ทำงานบูรณาการร่วมกับกรมชลประทาน นำแม็คโครไปขุดลอกตามลำห้วยเส้นเนินพยอม – หนองจิก ทำให้เป็นบอม เป็นแอ่ง เพื่อให้มีน้ำขัง ชาวบ้านสามารถดูดน้ำส่งไปตามไร่ได้ ขณะที่บางส่วนใช้รถของกรมชลประทานมาดูดน้ำจากสระของผมเอง นำไปแจกจ่ายตามบ้านคนที่มีบ่อที่สามารถเก็บกักน้ำได้ ซึ่งตอนนี้ อบต.พยายามหาแหล่งน้ำเพื่อนำน้ำไปช่วยชาวบ้าน เราทำงานเชิงรุกและทำงานอย่างต่อเนื่อง พอรู้ว่าเริ่มแล้งก็รีบประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที โดยเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน สำนักงานโยธาฯ, สำนักงานชลประทานที่ 14, ปภ.เขต 4 และอำเภอสามร้อยยอด ร่วมกันหารือแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง และร่วมลงพื้นที่สำรวจแหล่งน้ำ วันที่ 14 มิถุนายน โครงการชลประทานจังหวัดประจวบฯ ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่อ่างเก็บน้ำชุมนุมกระดาน หมู่ 4 เพื่อสูบน้ำไปยังฝายประชาอาสา และแหล่งน้ำใกล้เคียงจนถึงวันที่ 25 มิถุนายน และวันที่ 19 มิถุนายน กรมชลประทานนำเครื่องจักรมาขุดลอกสระเก็บน้ำ (บ่อตาเดช) ขุดลอกดิน หิน ตะกอนทราย ขุดลอกลำห้วยเขาแกว ซึ่งมีพื้นที่แปลงขนุนของเกษตรกรเสียหาย 15 ราย รวมเนื้อที่ 28 ไร่ 1 งาน ทำให้เป็นบอม เป็นแอ่ง ชาวบ้านสามารถดูดน้ำไปรดขนุน มะม่วง สับปะรดได้ และอยากฝากพี่น้องตำบลไร่ใหม่ทุกท่าน ถ้ามีแหล่งน้ำแบ่งปันกันได้ ก็แบ่งปันกัน นอกจากจะคอยความช่วยเหลือจากทางภาครัฐ เพราะบางทีอาจจะมาไม่ทัน ตอนนี้พื้นที่ในตำบลไร่ใหม่ที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง มีประมาณร้อยละ 80 แต่เริ่มมีฝนมา ต้นไม้เริ่มมีใบเขียวขึ้นมาบ้าง คาดว่าถ้าฝนไม่มาอีกสองเดือน คือเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม ต้นไม้ตายอีกแน่นอน.

ภาพ/ข่าว : ฐิติชญา แสงสว่าง

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อบต.ช้างแรก ห้ามใช้เครื่องมือจับสัตว์น้ำ ยกเว้นเบ็ด หลังน้ำแห้งเกือบหมดอ่าง

อบต.ช้างแรก ห้ามใช้เครื่องมือจับสัตว์น้ำ ยกเว้นเบ็ด หลังน้ำแห้งเกือบหมดอ่าง

วันที่ 7 กรกฎาคม 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่อ่างเก็บน้ำช้างแรก หมู่ 3 ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังทราบว่าอ่างเก็บน้ำช้างแรกอยู่ในช่วงวิกฤติ มีน้ำเหลือไม่ถึงร้อยละ 5 ของความจุอ่าง และ อบต.ช้างแรก ห้ามใช้เครื่องมือจับสัตว์น้ำประเภท แห อวน เป็นต้น ให้ใช้เพียงเบ็ดตกปลาเท่านั้น

นายธิรวัฒน์ สุดจันทร์ นายก อบต.ช้างแรก กล่าวว่า ปัจจุบันการประปาส่วนภูมิภาคบางสะพาน นำน้ำดิบในอ่างเก็บน้ำไปผลิตน้ำประปา ให้ผู้ใช้น้ำทั้งอำเภอบางสะพานและอำเภอบางสะพานน้อย เป็นเหตุให้น้ำในอ่างลดลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งช่วง 4 – 5 เดือนที่ผ่านมา ไม่มีฝนตกเหนืออ่างเก็บน้ำ แม้ว่าจะมีการทำฝนเทียมแล้ว ประกอบกับเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคมของทุกปีเป็นฤดูวางไข่ของสัตว์น้ำ อบต.จึงต้องประกาศแจ้งผ่านสื่อต่างๆ ให้ประชาชนทราบ

“อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ ชาวตำบลช้างแรกที่อยู่รอบอ่าง ได้เสียสละที่ดินคนละ 2 – 20 ไร่ เพื่อสร้างเป็นแหล่งกักเก็บน้ำของชาวช้างแรก ใช้ในการเกษตรและอุปโภคบริโภค ปัจจุบันการประปาส่วนภูมิภาคเข้ามานำน้ำจากอ่างแห่งนี้ไปผลิตประปา แสวงหากำไรส่งน้ำไปถึงบางสะพาน ตัวเลขที่ทราบของผู้ใช้น้ำของอำเภอบางสะพาน กว่า 5,900 ครัวเรือน บางสะพานน้อยประมาณ 3,000 กว่าครัวเรือน แต่ตำบลช้างแรก เจ้าของอ่าง เจ้าของที่ดิน ได้ใช้แค่ 600 ครัวเรือน ที่ผ่านมาได้เจรจากับการประปาส่วนภูมิภาคบางสะพาน ให้ทำแผนพัฒนาอ่างเพื่อประโยชน์ที่ควรจะได้รับของชาวตำบลช้างแรกด้วย” นายก อบต.ช้างแรกกล่าว

อ่างเก็บน้ำช้างแรกสามารถกักเก็บน้ำได้เต็มความจุ 1.295 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนการแก้ไขปัญหาการใช้น้ำประปา การประปาส่วนภูมิภาคสาขาบางสะพาน ได้ติดตั้ง mobile pant กรองน้ำได้ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง บริเวณบ่อทราย ตรงข้ามสำนักสงฆ์ดอนต้นตาล หมู่ 10 ต.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคให้กับประชาชน อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน