Categories
ข่าว ทั้งหมด

บางสะพานน้อยเปิดศูนย์บำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติด แห่งเดียวในประจวบฯ

บางสะพานน้อยเปิดศูนย์บำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติด แห่งเดียวในประจวบฯ

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพานน้อย พ.ต.อ.ธฤต เรืองเดชา ผกก.สภ.บางสะพานน้อย พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ทหาร ฝ่ายปกครอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่เข้าร่วมบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติด กว่า 300 คน ร่วมพิธีเปิดศูนย์การบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนที่ศาลาหมู่บ้าน หมู่ 2 ต.ปากแพรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายนิมิต วงษ์จินดา กล่าวว่ารัฐบาลกำหนดให้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระสำคัญของชาติ ซึ่งอำเภอบางสะพานน้อย เป็นอำเภอเดียวที่เปิดศูนย์การบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติด ตามโครงการชุมชนบำบัดอย่างยั่งยืนในตำบลแพร่ระบาดยาเสพติดสูงสุด 100 ตำบล ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล มีชุดปฏิบัติการช่วยแนะนำการดูแลผู้ที่ติดยาเสพติดในหมู่บ้าน ชุมชน ให้การฟื้นฟู โดยใช้กระบวนการชุมชนบำบัดนำไปสู่ชุมชนเข้มแข็งแบบยั่งยืน

พ.ต.อ.ธฤต เรืองเดชา กล่าวว่า ตามที่ตำรวจภูธรภาค 7 และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประกอบกับคำสั่งอำเภอบางสะพานน้อย ที่ 423/2566 ลงวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2566 มอบหมายให้ สภ.บางสะพานน้อย ดำเนินโครงการชุมชนบำบัดอย่างยั่งยืนในตำบลแพร่ระบาดยาเสพติดสูงสุด 100 ตำบล ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐ ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน/หมู่บ้าน เสริมสร้างให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง เข้าใจและรับรู้ปัญหาพิษภัยที่เกิดขึ้นจากยาเสพติด เพื่อให้เกิดกระบวนการป้องกัน แก้ไขและการบำบัดยาเสพติด โดยการมีส่วนร่วมของคนในหมู่บ้าน/ชุมชน และเพื่อสร้างรูปแบบการดำเนินงานในหมู่บ้าน/ชุมชน ให้เข้มแข็ง ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน โดยมีหน่วยงานบูรณาการในการขับเคลื่อน ดังนี้ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอบางสะพานน้อย สภ.บางสะพานน้อย สาธารณสุขอำเภอ รพ.บางสะพานน้อย องค์การบริหารส่วนตำบล หน่วยงานราชการอื่นๆ กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน อสม. และคณะกรรมการหมู่บ้าน ตำบล.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ ลงนามขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาและยกระดับความโปร่งใส

ประจวบฯ ลงนามขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาและยกระดับความโปร่งใส

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานลงนามในคำรับรองการปฏิบัติราชการสำหรับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงานหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี 2567 มีนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ, นายองครักษ์ ทองนิรมล, นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ, นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด, น.ส.จุฑารัตน์ เหลืองเพิ่มสกุล ผู้อำนวยการ สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมโดยพร้อมเพรียงที่ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ

ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ.2565 เห็นชอบให้หน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 – 2570 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐได้รับทราบสถานะของตนเองในด้านคุณธรรม ความโปร่งใส และนำไปปรับปรุงพัฒนาตนเองนั้น ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำหนดเป้าหมายให้หน่วยงานที่เข้ารับการประเมิน ITA ทุกหน่วยงานได้ผลคะแนนการประเมิน 85 คะแนนขึ้นไป จังหวัดประจวบฯ มีหน่วยงานของรัฐที่จะต้องเข้ารับการประเมิน ITA ประกอบด้วยหน่วยงานส่วนภูมิภาคในจังหวัด 33 หน่วยงาน ประเมินในภาพรวมของจังหวัด อำเภอ 5 อำเภอ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล 16 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 44 แห่ง รวมทั้งสิ้น 70 หน่วยงาน ปีงบประมาณ 2566 ผลการประเมินในภาพรวมจังหวัดประจวบฯ มีหน่วยงานที่ผ่านการประเมิน จำนวน 57 หน่วยงาน คิดเป็นร้อยละ 81.43

ดังนั้น เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่จะร่วมมือกันในการประสานงานและสนับสนุนการดำเนินการขับเคลื่อนการประเมิน ITA ของจังหวัดให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง ครบถ้วน ยกระดับคะแนนการประเมินและหน่วยงานผ่านการประเมินตามเกณฑ์ที่กำหนด จังหวัดประจวบฯ จึงได้จัดให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัด กับรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และท้องถิ่นอำเภอ โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัดประจวบฯ ร่วมเป็นพยาน.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เอสวีแอลกรุ๊ป เปิดตัวโครงการ “รู้ก่อน ปลอดภัยกว่า” ที่วิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน

เอสวีแอลกรุ๊ป เปิดตัวโครงการ “รู้ก่อน ปลอดภัยกว่า” ที่วิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานเปิดโครงการ “รู้ก่อน ปลอดภัยกว่า” มีนายอุดม สดใส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลน์ทรานสปอร์ต จำกัด ในนามตัวแทนธุรกิจขนส่งทางบก กลุ่มธุรกิจเอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) และในฐานะประธานชมรมผู้ประกอบการขนส่งบางสะพาน, นายชัชวาลย์ อิ่มบัญชร ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการภายนอก เอสวีแอลกรุ๊ป พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ สำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สาขาอำเภอบางสะพาน ทีมตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรบางสะพาน รวมถึงผู้นำท้องถิ่น คณะอาจารย์นักศึกษา ร่วมโครงการดังกล่าว ซึ่งเป็นมาตรการเชิงรุก เพื่อสร้างความตระหนักรู้ร่วมกันและรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับข้อควรปฏิบัติ ข้อควรระวัง ในการใช้รถใช้ถนนร่วมกับรถขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ โดยกลุ่มเป้าหมายครั้งนี้ คือกลุ่มเยาวชนและชุมชนในพื้นที่บางสะพาน เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดในชุมชน มีนักศึกษาเข้าร่วมกว่า 300 คน ณ หอประชุมทองนพรัตน์ วิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน จ.ประจวบฯ และจะขยายผลไปอีก 4 โรงเรียน คือโรงเรียนบางสะพานวิทยา, โรงเรียนธนาคารออมสิน, โรงเรียนธงชัยวิทยา และโรงเรียนชัยเกษมวิทยา นอกจากนี้จะมีการเดินสายไปให้ความรู้ในพื้นที่ชุมชนต่อไป

โครงการ “รู้ก่อน ปลอดภัยกว่า” มีเป้าหมายเพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยรอบด้าน ทั้งภายในองค์กร พนักงาน ลูกค้า และที่สำคัญกลุ่มบุคคลภายนอก เยาวชน ชุมชน ที่ผ่านมาบริษัท ไลน์ทรานสปอร์ต จำกัด ดำเนินงานภายใต้มาตรการความปลอดภัยตั้งแต่ต้นทางและปลายทาง ด้วยกฎระเบียบการเดินรถขนส่งสินค้าของเครือสหวิริยาในเขตพื้นที่ชุมชน เน้นย้ำนโยบายความปลอดภัยมาเป็นอย่างแรก และครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นที่มีการร่วมช่วยกันดูแลความปลอดภัยของชุมชน รวมถึงร่วมมือกันพัฒนาสิ่งดีๆ สร้างวินัยจราจร ภายใต้ “ขนส่งปลอดภัย ใส่ใจชุมชน”

นายอุดม สดใส กล่าวว่าในนามตัวแทนธุรกิจขนส่งทางบก เอสวีแอลกรุ๊ป และในฐานะประธานชมรมผู้ประกอบการขนส่ง เราดำเนินธุรกิจบริการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ อยู่ร่วมกับพี่น้องชาวบางสะพาน มากว่า 25 ปี พี่น้องลูกหลานหลายๆ คน ก็ร่วมงานกับบริษัทในเครือต่างๆ ที่ผ่านมาบริษัทให้ความสำคัญในการส่งเสริมและร่วมพัฒนาระบบการศึกษาในท้องถิ่นให้กับเยาวชนในพื้นที่อำเภอบางสะพาน จากรุ่นสู่รุ่น รวมถึงสนับสนุนให้ความร่วมมือกับวิทยาลัยการอาชีพบางสะพานมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยนโยบายในการดำเนินธุรกิจไปพร้อมกับการดูแลชุมชน สังคมและพัฒนาพื้นที่อำเภอบางสะพานไปด้วยกัน โดยเฉพาะการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุด เกิดความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน สถานศึกษาต่างๆ ภายใต้โครงการ “รู้ก่อน ปลอดภัยกว่า” ด้วยวัตถุประสงค์รณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับข้อควรปฏิบัติ ข้อควรระวังในการใช้รถใช้ถนนร่วมกับรถขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ ไปสู่กลุ่มเป้าหมาย คือเยาวชนและชุมชนในพื้นที่บางสะพาน พร้อมทั้งให้ความรู้เรื่องมาตรการความปลอดภัย ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ด้วยกฎระเบียบการเดินรถขนส่งสินค้าที่ได้มีการกำหนดไว้.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รพ.กรุงเทพหัวหิน อบรมการช่วยชีวิตให้กำลังสำรองค่ายธนะรัชต์

รพ.กรุงเทพหัวหิน อบรมการช่วยชีวิตให้กำลังสำรองค่ายธนะรัชต์

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน จ.ประจวบฯ จัดโครงการ BDMS อบรมการช่วยชีวิต ให้แก่กำลังพลกว่า 100 นาย ณ สโมสรศูนย์การกำลังสำรอง ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี โดยมีพลตรี นิรินธน์ ปุณโณทก ผู้บัญชาการศูนย์การกำลังสำรอง (ศสร.) ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี และ นพ.วีระศักดิ์ พงษ์พัฒนพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ร่วมพิธีเปิด โดย พล.ต.นิรินธน์ ปุณโณทก ผบ.ศูนย์การกำลังสำรอง กล่าวว่า ศสร.เล็งเห็นถึงความสำคัญของการช่วยชีวิตอย่างถูกวิธี จึงได้ร่วมกับโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหินจัดกิจกรรมนี้ เพื่อเป็นการให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่กำลังพล ให้มีความพร้อมรับมือหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต หากพบเจอเหตุการณ์เฉพาะหน้าสามารถให้การช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง และที่สำคัญกำลังพลที่เข้ารับการอบรมนี้ จะส่งต่อความรู้ในการช่วยชีวิตไปยังผู้อื่น สร้างผู้ที่สามารถช่วยชีวิตคนในสังคมของเราเพิ่มได้อีกด้วย

ด้าน นพ.วีระศักดิ์ พงษ์พัฒนพันธุ์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์โครงการนี้ว่าโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ภายใต้การบริหารงานของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) จัดการอบรมนี้เป็นรุ่นที่ 25 เราตั้งเป้าหมายในการอบรมการช่วยชีวิตครั้งนี้ ให้กำลังพล ศสร. ผู้ที่ได้เข้ารับการอบรมมีความรู้ในการช่วยชีวิตผู้ป่วยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเร่งด่วนได้อย่างถูกวิธีก่อนส่งถึงมือแพทย์ การอบรมจะมีทั้งภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในการช่วยเหลือผู้ที่หัวใจหยุดเต้น ด้วยการปั๊มหัวใจ (CPR) กับหุ่นฝึกกู้ชีพ การใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) และการช่วยเหลือผู้ป่วยสำลักอุดกั้นทางเดินหายใจ (Choking) ซึ่งผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมจะได้รับมอบประกาศนียบัตรจาก BDMS ตามแนวคิดที่ว่าแม้ไม่ได้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ หากเรามีองค์ความรู้และมีความมั่นใจ ผ่านการอบรมและฝึกปฏิบัติจริง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหิน ตีเส้นเตรียมเก็บค่าจอดรถบริเวณตลาดฉัตร์ไชย 15 กุมภาพันธ์นี้

เทศบาลหัวหิน ตีเส้นเตรียมเก็บค่าจอดรถบริเวณตลาดฉัตร์ไชย 15 กุมภาพันธ์นี้

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ นำเจ้าหน้าที่กองช่าง เทศกิจ และ ตำรวจจราจร สภ.หัวหิน ลงพื้นที่ถนนเดชานุชิต ตั้งแต่จุดตัดถนนพระปกเกล้า – ถนนนเพชรเกษม บริเวณปากซอยหัวหิน 72 ซึ่งถนนดังกล่าวอยู่ติดกับตลาดฉัตร์ไชย และเป็นที่ตั้งตลาดโต้รุ่งหัวหิน เพื่อตีเส้นกำหนดพื้นที่จอดรถ หลังเทศบาลเมืองหัวหินออกเทศบัญญัติเก็บค่าจอดรถพื้นที่ถนนดังกล่าวทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่หน้าร้านขายยาจี้อันตึ๊งจนถึงร้านแว่นท๊อปเจริญ ให้เป็นพื้นที่จอดเฉพาะรถจักรยานต์เท่านั้น

ทั้งนี้อัตราค่าธรรมเนียมการจอดรถที่ถนนเดชานุชิตทั้งสองฝั่ง บริเวณตลาดโต้รุ่ง 1 – 2 เริ่มวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป ตั้งแต่เวลา 08.30 – 15.00 น. รถยนต์ 4 ล้อ คิดค่าบริการชั่วโมงละ 10 บาทต่อหนึ่งคัน ชั่วโมงต่อไป 20 บาท, รถยนต์ขนาด 6 ล้อ ชั่วโมงละ 20 บาทต่อหนึ่งคัน ชั่วโมงต่อไป 30 บาท, รถยนต์ขนาดตั้งแต่ 8 ล้อขึ้นไป ชั่วโมงแรก 30 บาท ชั่วโมงต่อไป 40 บาท, รถจักรยานยนต์ ชั่วโมงละ 5 บาทต่อหนึ่งคัน ชั่วโมงต่อไป 10 บาท เศษของชั่วโมงให้คิดเป็น 1 ชั่วโมง นอกจากนี้รถยนต์ที่มาจอดเปิดท้ายจำหน่ายสินค้าบนถนนดังกล่าวนั้นจะถูกห้ามขายไปด้วย เพื่อมีพื้นที่จอดรถสำหรับประชาชนนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการในตลาดฉัตร์ไชย ส่วนที่เหลือโดยรอบตลาดนั้นยังให้ใช้วิธีการจอดรถเหมือนปกติที่ผ่านมา.

Categories
กีฬา ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

หัวหินเตรียมจัดแข่งจักรยานกราเวลทางไกล ลุยเส้นทางธรรมชาติ

หัวหินเตรียมจัดแข่งจักรยานกราเวลทางไกล ลุยเส้นทางธรรมชาติ

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ พร้อมด้วยนายไพศาลสุข สุขเกษม ปลัดอำเภอหัวหิน, นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน, นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ, นายคงพันธุ์ ปราโมช ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการบริษัท ไบค์โซน จำกัด ร่วมกันแถลงข่าวการแข่งขันจักรยานกราเวลทางไกล DUSTMAN The Gravel Journey Hua Hin ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 2 มีนาคม 2567 ที่ไร่วนาทิพย์ ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติร่วมรับฟังที่ห้องบีชคลับ อินดอร์ โรงแรมเบสเวสเทิร์น พลัสคาราเพซ หัวหิน

บริษัท ไบค์โซน จำกัด ได้จัดแข่งขันจักรยานเสือหมอบแนวผจญภัยครั้งแรกของประเทศไทย ในปี 2565 ซึ่งการปั่นจักรยานเสือหมอบแนวผจญภัย หรือเป็นที่รู้จักกันว่า “กราเวล” กำลังเป็นเทรนสุดฮิตอย่างมาก ทั้งในฝั่งทวีปอเมริกาและยุโรป การปั่นจักรยานประเภทนี้จะนิยมกันปั่นบนถนนที่มีขนาดเล็ก หรือถนนลูกรังที่มีรถยนต์สัญจรไปมาน้อย เพราะมีความปลอดภัยและความเป็นอิสระสูง การแข่งขันจักรยานเสือหมอบแนวผจญภัยจะใช้เวลาระหว่าง 4 – 8 ชั่วโมง ตามทักษะและความแข็งแกร่งของนักกีฬา โดยมากเส้นทางการแข่งขันจะประกอบไปด้วยพื้นดิน 70% และพื้นถนนอีก 30%

ระยะทางการแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะทาง 130 กิโลเมตร (ความชันสะสม 1,700 เมตร) ระยะทาง 70 กิโลเมตร (ความชันสะสม 1,000 เมตร) มีรางวัลผู้ชนะเลิศอันดับที่ 1 – 3 ทุกรุ่นอายุ ประเภทชายและหญิงเดี่ยว และรางวัลผู้ชนะเลิศอันดับที่ 1 – 3 ประเภททีม สำหรับผู้ที่ต้องการชิมลางของการปั่นจักรยานกราเวล จะมีระยะทางสนุกๆ 35 กิโลเมตร (ความชันสะสม 300 เมตร) บนเส้นทางลูกผสมที่จะได้ทดลองและเปิดโลกทัศน์ใหม่ ระยะนี้จะไม่เป็นการแข่งขัน แต่เป็นการปั่นท่องเที่ยว ชมวิวทิวทัศน์ ลองเส้นทางกรวด และเข้าถึงธรรมชาติมากขึ้น

นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ กล่าวว่า หัวหินเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ การส่งเสริมการท่องเที่ยวดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ททท. ในการนำ Soft Power 5 F มาเป็นกลไกในการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ ตามแนวคิด “ประจวบคีรีขันธ์ เที่ยวได้ 365 วัน” การจัดกิจกรรมครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและการสื่อสารถึงภาพลักษณ์ของหัวหินอย่างชัดเจน ในการเป็นเมืองที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาแล้ว ที่สำคัญคือการจัดกิจกรรมกีฬาการแข่งขันจักรยานประเภทกราเวล ยังได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักจักรยานทั่วโลก และเป็นที่น่ายินดีว่าเมืองหัวหินได้รับการต้อนรับจากนักจักรยานที่ชื่นชอบกีฬาประเภทนี้อย่างมากตั้งแต่การจัดครั้งแรก ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองจะเป็นการดึงดูดกลุ่มนักกีฬา ครอบครัวและผู้ติดตามให้เดินทางมาเที่ยว ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับสนามการแข่งขันกีฬาจักรยานประเภทกราเวลที่ได้รับการยอมรับจากสากล นำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ ในอนาคต.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ททท.ประจวบฯ จัด ‘Hua Hin Yoga Festival 2024’ ชูท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ททท.ประจวบฯ จัด ‘Hua Hin Yoga Festival 2024’ ชูท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ เปิดเผยว่า ททท.สำนักงานประจวบฯ ร่วมกับเทศบาลเมืองหัวหิน, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ, สายการบินไทยแอร์เอเชีย หัวหิน, กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC จังหวัดประจวบฯ, โรงแรมเวอร์โซ หัวหิน – อะ วีรันดา คอลเลคชั่น หัวหิน, โรงพยาบาลกรุงเทพ หัวหิน, ชัคติ โยคะ และหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรม ‘Hua Hin Yoga Festival 2024’ ระหว่างวันที่ 16 – 18 กุมภาพันธ์นี้ ที่บริเวณหาดเขาตะเกียบ หน้าโรงแรมเวอร์โซ หัวหิน – อะ วีรันดา คอลเลคชั่น ชวนนักท่องเที่ยวร่วมทำกิจกรรม Workshop เรียนโยคะกับครูสอนโยคะ ที่นักโยคะรู้จักชื่อเสียงเป็นอย่างดี ซึ่งจะมาถ่ายทอดความรู้แก่นักโยคะในช่วงเย็นของทั้งสามวัน ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ ก่อนพระอาทิตย์ตกยามเย็น ไม่มีค่าใช้จ่าย มุ่งใช้กิจกรรม Soft Power 5 F การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเจาะกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่พำนักทำงานในประเทศไทย (Expat) และนักท่องเที่ยวคนไทยกลุ่ม Millennium ที่ชื่นชอบโยคะ โดยเฉพาะกลุ่ม Expat จากกรุงเทพฯ ให้เดินทางมาท่องเที่ยวและร่วมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Hua Hin Yoga Festival 2024 ในพื้นที่หัวหิน เน้นการสร้างกระแสการเดินทาง โดยการสื่อสารตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ชัดเจนการท่องเที่ยวหัวหิน ในการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของกลุ่ม Expat

โดยวันที่ 16 กุมภาพันธ์ นักท่องเที่ยวจะร่วม Workshop และเรียนโยคะกับครู JIMMY วันที่ 17 กุมภาพันธ์พบกับครูโยคะ SANDEED วันสุดท้าย 18 กุมภาพันธ์ พบกับครู VAN ROMANO ทั้งนี้กิจกรรมโยคะเป็นรูปแบบการออกกำลัง ทั้งร่างกายและการฝึกจิตใจที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ไม่น้อยกว่ากิจกรรมกีฬาหรือรูปแบบการออกกำลังกายประเภทอื่นๆ เนื่องจากโยคะเป็นการออกกำลังกายที่มีความเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย รวมถึงทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการออฟฟิศซินโดรม ซึ่งการเล่นโยคะอาจจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้ ที่สำคัญคือมีส่วนสำคัญในการสร้างการผ่อนคลาย สร้างสมาธิในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งนี้การจัดกิจกรรม Hua Hin Yoga Festival ในปีที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศกลุ่ม Expat จำนวนมาก เนื่องจากเป็นการจัดกิจกรรมโยคะชายหาดที่มีเสน่ห์ของหัวหิน ได้รับการแชร์และการบอกต่อจากนักท่องเที่ยว ททท.สำนักงานประจวบฯ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่สนใจร่วมกิจกรรม สมัครผ่านแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ทางแฟนเพจ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ หรือสมัครหน้างานในวันที่จัดกิจกรรมและรับจำนวนจำกัด.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กระบะขนผักชนคนข้ามถนน กระเด็นดับคาที่

กระบะขนผักชนคนข้ามถนน กระเด็นดับคาที่

เวลา 05.50 น. ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 พ.ต.ต.สมยงค์ บานเย็น พนักงานสอบสวน สภ.สามกระทาย รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถยนต์ชนคนเสียชีวิตบนถนนเพชรเกษม ฝั่งล่องใต้ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 270 จุดกลับรถบ้านดอนกลาง ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยตำรวจทางหลวงกุยบุรี และกู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ บนถนนเลนขวา ห่างจากจุดกลับรถประมาณ 50 เมตร พบร่างหญิงวัยกลางคน สวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวสีดำ นอนตะแคงอยู่ไหล่ทาง ศีรษะห้อยลงในร่องกลาง มีเลือดไหลนอง เจ้าหน้าที่กู้ภัยตรวจพบว่าเสียชีวิตแล้ว ห่างออกไป 200 เมตร พบรถกระบะรั้ว ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว บรรทุกพริกสดมาเต็มคัน จอดอยู่ไหล่ทางด้านซ้าย บริเวณกันชนและไฟหน้าซ้ายพังยับ โครงเหล็กด้านหลังไฟหน้า งอพับไปด้านหลัง ฝากระโปรงยุบ มีนายณัฐพนธ์ ผ่องใส อายุ 26 ปี ยืนรอให้การต่อเจ้าหน้าที่อยู่ข้างรถ

จากการสอบถามเบื้องต้น นายณัฐพนธ์เล่าว่าขับรถกระบะมาในเลนขวา เมื่อถึงที่เกิดเหตุมีหญิงคนดังกล่าวเดินข้ามถนนมา แต่ตนเห็นว่ามีคนเดินข้ามถนนในระยะกระชั้นชิดจึงเบรกไม่ทัน ทำให้ชนเข้าอย่างจังจนเสียชีวิตดังกล่าว แต่หญิงรายนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร เพราะวันก่อนเดินขอเงินชาวบ้านเพื่อเอาไปซื้อเหล้าดื่มและเดินไปมาข้ามถนนอยู่บริเวณนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะทำการตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลเพื่อติดตามหาญาติต่อไป.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

คลื่นลมแรงซัดเรือประมงล่ม รอดชีวิต 1 สูญหาย 1 เจ้าหน้าที่เร่งระดมค้นหา

คลื่นลมแรงซัดเรือประมงล่ม รอดชีวิต 1 สูญหาย 1 เจ้าหน้าที่เร่งระดมค้นหา

เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับรายงานจาก น.ส.วิยะรัตน์ หนูเอก ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอทับสะแก และนายวิโรจน์ ทองเกิด กำนันตำบลนาหูกวาง ว่ามีเรือประมงล่มในทะเล มีผู้สูญหาย 1 ราย ยังไม่พบร่าง จึงประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำบางสะพาน ตชด.146 เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถาน รวมทั้งทหารเรือ ศร.ชล ภาค 1 ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปภ.4 กู้ชีพหาดวนกร หน่วยกู้ชีพ กู้ภัย อบต. เทศบาลในพื้นที่ นำเรือเจ็ตสกีและนักประดาน้ำออกช่วยค้นหา

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าทะเลมีคลื่นลมแรง สูงประมาณ 1 – 2 เมตร ไม่สามารถนำเรือออกค้นหาได้ ทำได้แค่เพียงเดินหาตามชายหาด ทราบชื่อผู้สูญหายคือนายวีรวัฒน์ ผาวันดี อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 2 ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ ต่อมาเวลาประมาณ 11.00 น. เรือที่ล่มได้โผล่ขึ้นเกยหาด ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร ด้านทางทิศเหนือของจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ไปช่วยนำเรือขึ้นไว้บนฝั่ง มีขนาด 9 คูณ 6 ศอก ใช้เครื่อง 15 ½ แรง

จากการสอบถามนายเทียมชัย สุวรรณประทุม อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/1 หมู่ 2 ต.นาหูกวาง เพื่อนผู้สูญหายที่รอดชีวิต กล่าวว่าเวลาประมาณ 06.30 น. ตนกับผู้ตายได้ลงเรือเพื่อไปเก็บลอบดักกุ้งแชบ้วยในทะเล ขณะนำเรือออกไปได้ประมาณ 50 – 60 เมตร เครื่องยนต์เกิดดับ จังหวะมีคลื่นลมแรงซัดจนเรือคว่ำ ทำให้ตนกับเพื่อนกระโดดลงน้ำและพากันว่ายน้ำเข้าฝั่ง แต่นายวีรวัฒน์น่าจะหมดแรง เนื่องจากคลื่นแรงมาก ตนจึงเอาไม้พยุงให้ลอยตัวและว่ายเข้าฝั่ง ตนถูกคลื่นทะเลซัดลอยไปไกลกว่า 400 เมตร และคลื่นซัดเกยชายหาดจนหมดแรง แฟนและพี่สาวเห็นจึงวิ่งมาช่วย แต่มองหานายวีรวัฒน์ไม่พบ จึงแจ้งญาติให้มาช่วย พร้อมแจ้งกำนัน

นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก กล่าวว่าการค้นหาร่างผู้สูญหายมีอุปสรรคมาก เนื่องจากคลื่นลมแรงต่อเนื่อง ยังไม่สามารถนำเรือหรือเจ็ตสกีออกไปได้ คาดว่าร่างผู้สูญหายยังคงไปไม่ไกล คาดว่าหลังจากเวลา 21.00 – 23.00 น. จะมีการวางแผนใช้กำลังอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่เดินระดมค้นหาอีกครั้ง เนื่องจากเวลาดังกล่าวน้ำจะลงต่ำสุด และเวลาประมาณ 24.00 น. น้ำจะขึ้นสูงสุดอีกครั้ง หลังจากนั้นจะยกเลิกภารกิจค้นหาชั่วคราว.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กลับมาอีกครั้ง งานมหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด ชู Soft Power ส่งเสริมท่องเที่ยวประจวบฯ

กลับมาอีกครั้ง งานมหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด ชู Soft Power ส่งเสริมท่องเที่ยวประจวบฯ

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เปิดเผยถึงความพร้อมการจัดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด ประจำปี 2567 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ นำเสนอ Soft Power ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น สินค้าเกษตรและของดีจังหวัดประจวบฯ ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และหารายได้สนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 13 แล้ว กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2567 ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด และถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ

โดยพิธีเปิดงานวันที่ 26 เมษายน จะมีการจัดขบวนแห่ประเพณีวัฒนธรรมจากทั้ง 8 อำเภอ เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 พร้อมการแสดงแสง สี เสียงที่เวทีกลาง สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ร.9 ส่วนกิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นภายในงาน เบื้องต้นกำหนดไว้ 14 กิจกรรม ยังคงมีกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยว จากการสำรวจประเมินผลการจัดงานในปีที่ผ่านๆ มา เช่น กิจกรรมลานวัฒนธรรมกลางอ่าวประจวบฯ ที่สะพานสราญวิถี การประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว การประกวดมิสควีนประจวบฯ การแข่งขันตะกร้อลอดบ่วง การแข่งขันชกมวยไทยนานาชาติ การจัดแสดงนิทรรศการของส่วนราชการ คาราวานสวนสนุก การออกร้านกาชาด จับสลากลุ้นของรางวัลทุกค่ำคืน การจำหน่ายสลากกาชาดการกุศล ราคาใบละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และของรางวัลมากมาย ซึ่งปีนี้จัดพิมพ์สลากกาชาด 50,000 ใบ นอกจากนี้ มีการจำหน่ายสินค้าโอทอป สินค้าชุมชน สินค้าเกษตรซึ่งเป็นผลผลิตจากเกษตรกรทั้ง 8 อำเภอ การจำหน่ายอาหารพื้นถิ่น และการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ตลอดทั้ง 10 วันของการจัดงาน โดยนายกิตติพงศ์ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำรวจเก็บรวบรวมข้อมูลทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาปรับปรุงการจัดงานในครั้งต่อๆ ไป.