Categories
ข่าว ทั้งหมด

มูลนิธิศาลเทพเจ้ากวนอูปราณบุรี มอบทุนการศึกษาและข้าวสารให้นักเรียนกว่าสามแสนบาท

มูลนิธิศาลเทพเจ้ากวนอูปราณบุรี มอบทุนการศึกษาและข้าวสารให้นักเรียนกว่าสามแสนบาท

วันที่ 10 สิงหาคม 2566 นายชาญณรงค์ พานิชนันทนกุล ประธานมูลนิธิศาลเทพเจ้าพ่อกวนอูปราณบุรี นายวิศาล ปราณประดิษฐ์ พร้อมคณะกรรมการบริหาร ผู้มีจิตศรัทธา นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน ร่วมกันกิจกรรมมอบทุนการศึกษาจำนวน 80 ทุน แบ่งเป็นนักเรียนระดับอาชีวศึกษา 1 แห่ง จำนวน 7 ทุน ระดับมัธยมศึกษา 4 แห่ง จำนวน 23 ทุน ระดับประถมศึกษาและอนุบาล 19 แห่ง จำนวน 50 ทุน ซึ่งทั้งหมดเป็นโรงเรียนที่อยู่ในเขตอำเภอปราณบุรี มีคณะผู้บริหาร ครูอาจารย์โรงเรียนต่างๆนำเด็กนักเรียนมารับมอบทุนการศึกษา ทั้งนี้ยังมอบข้าวสารบรรจุถุงให้กับทุกโรงเรียนนำไปประกอบอาหารกลางวันให้กับนักเรียนด้วย

เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของเทพเจ้ากวนอู ตามปีปฏิทินจีน ตรงกับวันที่ 24 เดือน 6 ซึ่งปีนี้ตามปฏิทินสากลเป็นวันที่ 10 สิงหาคม 2566 มีผู้อุปการะคุณมอบทุนการศึกษาแต่ไม่ประสงค์ออกนาม เป็นเงิน 3 แสนบาท ซึ่งคณะกรรมมูลนิธิฯ มีเจตนารมณ์ให้กับนักเรียนที่มีความขยันหมั่นเพียร มีผลการเรียนดี มีความประพฤติดี และครอบครัวมีฐานะยากจน เป็นการให้โอกาสในการศึกษาเล่าเรียน และเป็นคนดี ดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข ตลอดจนการสร้างความเจริญต่อชุมชน สังคมและประเทศชาติในอนาคตต่อไป.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เก๋งแซงรถไม่พ้น ชนกระบะสวนทางจนล้อเพลาหลังหลุด คนขับเจ็บ

เก๋งแซงรถไม่พ้น ชนกระบะสวนทางจนล้อเพลาหลังหลุด คนขับเจ็บ

วันที่ 10 สิงหาคม 2566 ร.ต.อ.สุวัฒน์ กิตติพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.ยางชุม รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีอุบัติเหตุรถเก๋งเฉี่ยวชนกับรถกระบะ บนถนนทางหลวงชนบท หมายเลข 3217 สายเพชรเกษม – บ้านยางชุม ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 3 – 4 บ้านเขาท่าตักน้ำ หมู่ 10 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมสายตรวจรถยนต์ และมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งฮอนด้าแอคคอร์ด สีน้ำเงิน ทะเบียน ธพ 264 กรุงเทพมหานคร ตกอยู่ข้างทาง สภาพด้านหน้ารถฝั่งขวามีร่องรอยชนเสียหาย ในรถมีคนขับมาเพียงคนเดียว ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลที่หัวเข่าขวา ชาวบ้านได้ช่วยนำออกมาจากรถและให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลกุยบุรีไปก่อนแล้ว ทราบชื่อต่อมาว่านายมิวออง ชาวเมียนมา ห่างออกไปประมาณ 30 เมตร พบรถกระบะตอนครึ่ง ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน บจ 989 ประจวบคีรีขันธ์ จอดอยู่ไหล่ทาง ในสภาพถูกชนที่ด้านข้างตัวรถฝั่งคนขับ ตั้งแต่ประตู ยาวไปจนถึงท้ายรถ จนทำให้เพลาหลังของรถหลุดออกไปทั้งสองล้อ กระเด็นเข้าไปอยู่หน้าบ้านที่เกิดเหตุ มีนายภูธน ศิริพิบูลย์ อายุ 36 ปี เป็นคนขับ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

นายภูธน เล่าว่าตนกำลังขับรถกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์สวนมา และรถเก๋งของนายมิวออง ขับตามมา จู่ๆ รถเก๋งก็ขับแซงรถจักรยานยนต์ และมาชนกับรถของตนจนดังสนั่น ทำให้รถของตนเพลาหลุด และมีคนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว โชคดีที่ตนไม่เป็นอะไร ส่วนลูกเมียที่นั่งมาด้วยได้รับการกระทบกระเทือนเล็กน้อย ซึ่งพนักงานสอบสวนได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะสอบสวนนายมิวออง หลังจากได้รับการรักษาแล้ว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหินจัดกิจกรรมเนื่องในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ครบรอบ 131 ปี

หัวหินจัดกิจกรรมเนื่องในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ครบรอบ 131 ปี

วันที่ 10 สิงหาคม 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ เป็นประธานจัดกิจกรรมเนื่องในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ครบรอบ 131 ปี ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอหัวหิน เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติ และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำนันและผู้ใหญ่บ้าน ที่ทุ่มเทเสียสละแรงกาย แรงใจ ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน โดยในช่วงเช้ามีพิธีถวายเครื่องราชสักการะ บวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พิธีทำบุญเลี้ยงเพลพระสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล อ่านสารเนื่องในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน และมอบประกาศเกียรติคุณแก่กำนันผู้ใหญ่บ้านที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นประจำปี 2566 ระดับอำเภอ

วันที่ 10 สิงหาคม 2435 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทดลองจัดระเบียบการปกครองระดับตำบล หมู่บ้านขึ้นเป็นครั้งแรก ณ บ้านเกาะ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงถือเป็นจุดกำเนิดในการจัดตั้งสถาบันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดังนั้นเพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ รวมถึงเพื่อยกย่องเชิดชูการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กระทรวงมหาดไทยจึงได้ประกาศให้วันที่ 10 สิงหาคมของทุกปีเป็น “วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน”

แม้การปกครองท้องที่ในระดับตำบลและหมู่บ้านจะเป็นหน่วยปกครองที่มีขนาดเล็กที่สุด แต่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าหน่วยการปกครองในระดับอื่น เนื่องจากตำบลและหมู่บ้านเป็นหน่วยปกครองที่มีความใกล้ชิดกับประชาชน สามารถสะท้อนปัญหาและความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง ถึงแม้บริบทของสภาพสังคม การเมืองการปกครองจะเปลี่ยนไป กำนันและผู้ใหญ่บ้านก็ยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้แก่ประชาชน จึงกล่าวได้ว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านสามารถสร้างสังคมที่เข้มแข็งจากระดับฐานราก ให้ประชาชนมีความกินดี อยู่ดี หมู่บ้าน ตำบลมีความมั่นคงปลอดภัย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เจ้าคณะภาค 15 วางศิลาฤกษ์อาคารประดิษฐานรูปเหมือน “หลวงพ่อยิด” อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองจอก

เจ้าคณะภาค 15 วางศิลาฤกษ์อาคารประดิษฐานรูปเหมือน “หลวงพ่อยิด” อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองจอก

วันที่ 10 สิงหาคม 2566 พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารประดิษฐานรูปเหมือนพระครูนิยุตธรรมสุนทร (ยิด จนฺทสุวณฺโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองจอก พร้อมด้วยพระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร พระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (มหานิกาย) เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี และพระสงฆ์สมณศักดิ์ ทั้ง 7 รูป นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอกุยบุรี ผู้นำท้องถิ่น ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมากเข้าร่วมประกอบพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลที่วัดหนองจอก ต.ดอนยายหนู อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

พระครูวีรศาสน์สุนทร เจ้าอาวาสวัดหนองจอก ได้รฤกถึงคุณูปการของพระครูนิยุตธรรมสุนทร (ยิด จนฺทสุวณฺโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองจอก ซึ่งเป็นผู้สร้างสาธารณะประโยชน์แก่ชุมชนตำบลดอนยายหนู และพื้นที่ใกล้เคียง ทางวัดจึงดำริจัดสร้างรูปเหมือนพระครูนิยุตธรรมสุนทร (ยิด จนฺทสุวณฺโณ) หน้าตัก 9 เมตร พร้อมอาคารประดิษฐาน เพื่อให้ศิษย์ยานุศิษย์ ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาได้เข้ามากราบไว้และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

“หลวงพ่อยิด” มีนามเดิมว่า ยิด ศรีดอกบวบ เกิดเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2476 ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 7 ปีชวด เป็นบุตรของนายแก้วและนางพร้อย ศรีดอกบวบ มีพี่น้องร่วมสายโลหิต 7 คน ท่านเป็นคนที่ 4 อายุ 9 ขวบ บรรพชาที่วัดบ้านเกิด ฝึกปฏิบัติสมาธิ ศึกษาอักขระเลขยันต์ พระธรรมวินัย กระทั่งอายุ 14 ปีได้ลาสิกขาออกมาช่วยครอบครัวหาเลี้ยงชีพ อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท มีหลวงปู่อินทร์ วัดยาง เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระอธิการหวล ได้รับฉายาว่า จนฺทสุวณฺโณ และได้ศึกษาด้านวิชาอาคมเพิ่มเติม โดยฝากตัวเป็นศิษย์กับหลวงพ่อศุข วัดโตนดหลวง เพื่อศึกษาวิทยาคมเพิ่มเติม และยังได้ออกธุดงค์ไปตามสถานที่วิเวกต่างๆ ในหลายพื้นที่ รวมทั้งได้เดินเท้าเข้าไปในฝั่งประเทศเมียนมา เป็นต้น กระทั่งปี พ.ศ.2487 บิดาล้มป่วย จึงเดินทางกลับมาและลาสิกขาออกมาดูแล และได้แต่งงานมีครอบครัว ท้ายที่สุดเมื่อบิดามารดาถึงแก่กรรมในปี พ.ศ.2518 จึงได้อุปสมบทอีกครั้งที่วัดเกาะหลัก โดยมีหลวงพ่อเปี่ยมเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา จนฺทสุวณฺโณเช่นเดิม ซึ่งขณะนั้นท่านอายุ 51 ปี เมื่ออุปสมบทแล้วก็เดินทางไปจำพรรษาเป็นพระลูกวัดที่วัดทุ่งน้อย อ.กุยบุรี ต่อมาชาวบ้านหนองจอก ต.ดอนยายหนู ทราบข่าว จึงยกที่ดินให้จำนวน 21 ไร่ 2 งาน เป็นพื้นที่ป่าเพื่อให้สร้างวัดขึ้น ได้รับความศรัทธาจากนายทหาร ตำรวจ ประชาชนเป็นจำนวนมากที่เข้ามาขอรับวัตถุมงคล อาทิ ตะกรุด พระเครื่อง ปลัดขิก เนื่องจากเชื่อกันว่าวัตถุมงคลของท่านมีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้าน เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง

วัตรปฏิบัติของหลวงพ่อยิดจะสรงน้ำปีละครั้งเท่านั้น โดยอนุญาตให้ญาติโยมที่เลื่อมใสศรัทธาใช้แปรงทองเหลืองที่ใช้ขัดเหล็ก ขัดตามตัว แขนขาของท่าน แต่แปรงทองเหลืองไม่ได้ระคายผิวหนังแม้แต่น้อย หลังจากขัดตัวให้ท่านแล้ว หลวงพ่อยิดจะมอบวัตถุมงคลให้นำไปบูชากันอย่างทั่วถึง ส่วนปัจจัยที่ได้รับ นำไปสมทบทุนการศึกษาทำนุบำรุงศาสนา สังคมและชุมชน จนกลายเป็นประเพณีถือปฏิบัติของหลวงพ่อยิด แต่ด้วยสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง จึงมรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2538 สิริอายุ 71 ปี พรรษา 30 แต่ด้วยความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและชาวบ้านในพื้นที่ จึงได้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิพระครูนิยุตธรรมสุนทร (หลวงพ่อยิด จนฺทสุวณฺโณ) เพื่อบำรุง บูรณะและปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน เป็นทุนภัตตาหาร การศึกษาและพยาบาลพระภิกษุ สามเณร ทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนนักศึกษาที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ส่งเสริมและสนับสนุนในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ใหญ่ใจดีหัวหิน มอบทุนการศึกษาเด็กเรียนดีแต่ยากจน โรงเรียนเทศบาลบ้านสมอโพรง

ผู้ใหญ่ใจดีหัวหิน มอบทุนการศึกษาเด็กเรียนดีแต่ยากจน โรงเรียนเทศบาลบ้านสมอโพรง

วันที่ 10 สิงหาคม 2566 น.ส.สุรัชญา อ่วมแย้ม ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลบ้านสมอโพรง นำคณะครูนักเรียน ระดับชั้นอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 468 คน ให้การต้อนรับคณะผู้ใจดี นำโดยนายบุญรวม เอี่ยมเมือง ผู้บริหารโครงการทิพย์วรรณ นายกฤษฎา เอี่ยมเมือง ผู้บริหารบ้านพักรวมทรัพย์ พร้อมภรรยา และคณะร่วมให้การสนับสนุนทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียนและอาหารกลางวัน มีนายอมร พัฒน์ทอง รองประธานสภาเทศบาลเมืองหัวหิน รับมอบหมายจากนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีกล่าวต้อนรับและกล่าวขอบคุณผู้มอบทุน มีนายวชิระ หัสดีพงษ์ อัยการจังหวัดหัวหิน นายสมบัติ ตระกูลกำเนิดเหมาะ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ นักธุรกิจเมืองหัวหินและคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลบ้านสมอโพรง ร่วมมอบทุนด้วย

ทั้งนี้คณะกรรมการและคณะครู โรงเรียนเทศบาลบ้านสมอโพรง ได้คัดเลือกนักเรียนเรียนดี ขาดแคลนทุนทรัพย์และช่วยเหลือกิจกรรมของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง รับมอบทุนการศึกษาจำนวน 20 ทุนๆ ละ 1,000 บาท นอกจากนี้ ยังได้มอบอุปกรณ์การเรียน สมุด ดินสอ และเลี้ยงอาหารกลางวัน ก๋วยเตี๋ยวและไอศครีม ให้นักเรียนและคณะครูทั้งโรงเรียนอีกด้วย

นายกฤษฎา เอี่ยมเมือง ผู้บริหารบ้านพักรวมทรัพย์ กล่าวว่า เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 72 ปี ของนายบุญรวม เอี่ยมเมือง บิดาของตน ผู้บริหารโครงการทิพย์วรรณ มีความประสงค์ที่จะช่วยเหลือเด็กที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยมอบทุนอย่างต่อเนื่องทุกปี อีกทั้งเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษา เชื่อมั่นในคุณค่าและความสามารถของเยาวชน จึงสนับสนุนการศึกษาให้กับเด็กๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมและพัฒนาเยาวชน ให้เติบโตอย่างมีศักยภาพ เป็นคนเก่งและคนดีของสังคมต่อไป.

สุทธิศรี อนุคฤหานนท์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวต่างชาติ แห่เซลฟี่ประติมากรรมซีฟู้ดน้ำพุ หน้าศาลากลางประจวบฯ

นักท่องเที่ยวต่างชาติ แห่เซลฟี่ประติมากรรมซีฟู้ดน้ำพุ หน้าศาลากลางประจวบฯ

วันที่ 9 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส และอีกหลายคน ทยอยพาบุตรหลานมาชื่นชมพร้อมถ่ายภาพเซลฟี่กับประติมากรรมน้ำพุวาฬบลูด้า เพื่อเก็บภาพเป็นที่ระลึก หรือที่หลายคนนิยมเรียกว่าอนุสาวรีย์ซีฟู้ด เนื่องจากบริเวณประติมากรรมมีรูปปั้นสัตว์น้ำหลายชนิดในทะเล เช่น หมึก กุ้ง ปู ปลา และหอยปูเสฉวน ระหว่างพาครอบครัวปั่นจักรยานและเดินเล่นตากอากาศบริเวณชายหาดอ่าวประจวบฯ

ก่อนหน้านี้ประติมากรรมดังกล่าวได้ถูกปล่อยทิ้งร้าง ไม่สามารถใช้งานได้ จนมีการนำเสนอข่าวและชาวบ้านได้ตั้งข้อสังเกตว่าสร้างมาเพื่ออะไร คุ้มค่ากับเงินงบประมาณที่เสียไปหรือไม่ เนื่องจากไม่มีการดูแลให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง แถมยังตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัด นักท่องเที่ยวหรือประชาชนต่างๆ ที่เดินทางผ่านมา จะต้องเห็นอยู่ตลอด

ล่าสุด มีการนำแผงโซล่าเซลล์เข้ามาติดตั้ง เพื่อนำกระแสไฟฟ้ามาใช้กับปั๊มของระบบน้ำพุและแสงไฟส่องสว่าง พร้อมกับเติมน้ำลงไปในอ่าง ดูแล้วสวยงาม เป็นจุดเด่นสะดุดตา เป็นจุดเช็คอินให้กับนักท่องเที่ยวได้ ถึงแม้ว่าจะต้องระวังลิงแสมจากเขาช่องกระจกที่ลงมาเล่นน้ำเพื่อคลายร้อนบ้าง แต่ก็ดูเป็นสีสันแปลกตาอีกแบบหนึ่ง ต้องขอชื่นชมหน่วยงานที่เข้ามาดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้สามารถใช้งานได้ โดยไม่ปล่อยทิ้งร้างอย่างเช่นที่ผ่านมาอีกต่อไป.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กอ.รมน.ประจวบฯ ให้ความรู้ด้านยาเสพติดกับเยาวชนแก้ไขปัญหายาเสพติด

กอ.รมน.ประจวบฯ ให้ความรู้ด้านยาเสพติดกับเยาวชนแก้ไขปัญหายาเสพติด

วันที่ 8 สิงหาคม 2566 พ.ต.หญิง ตฤณนภสสร์ โยธาภักดิ์ กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย ผศ.จำนงค์ แรกพินิจ อธิการบดีสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนมหาวิทยาลัยชีวิต จังหวัดสมุทรสงคราม เข้าร่วมแลกเปลี่ยน พร้อมให้ความรู้ในเรื่องของพิษภัยยาเสพติดในเด็กและเยาวชนแก่ผู้ร่วมโครงการ เพื่อเสริมสร้างเกราะป้องกัน ปัญหายาเสพติด มีนายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายทวีศักดิ์ จุลเนียม ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินอำเภอทับสะแก พร้อมผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน ให้การต้อนรับที่หอประชุมหมู่บ้านทางสาย ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

สำหรับการอบรมในครั้งนี้ คณะครูวิทยากรในการอบรม ยังได้จัดกิจกรรมพิธีเทียน เป็นอีกกิจกรรมเสริมพลังใจที่ใช้กันในค่าย โดยวิธีการอาจมีส่วนคล้าย หรือต่างกันออกไปตามจุดประสงค์ของเเต่ละพื้นที่ จุดประสงค์ที่สร้างพิธีเทียนนี้ขึ้น ได้แก่ 1.เสริมพลังทางใจให้ผู้เข้าค่ายมีความรัก ความเมตตาต่อกันและกัน ต่อตนเองและผู้อื่น 2.เพื่อปลุกความคิดและจิตสำนึกรักและหวงแหนให้ออกมาจากผู้เข้าค่ายมากยิ่งขึ้น 3.เพื่อเชื่อมโยงอารมณ์ประทับใจสู่กระบวนการเรียนรู้ สิ่งที่พิธีเทียนเน้นคือ กระบวนการทางใจ เป็นการหลอมรวมใจทุกคนเข้าด้วยกัน ด้วยจุดประสงค์เดียวกัน โดยกระบวนการทางใจต้องเป็นไปในด้านบวก เพื่อเป็นแรงเสริมที่สร้างคุณค่าต่อใจของผู้เข้าร่วมให้เป็นไปตามหลักจริยธรรมอันดีงาม และให้รำลึกนึกถึงพระคุณบิดา มารดา.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ ชวนปั่นชมธรรมชาติและเส้นทางประวัติศาสตร์ค่ายธนะรัชต์

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ ชวนปั่นชมธรรมชาติและเส้นทางประวัติศาสตร์ค่ายธนะรัชต์

วันที่ 9 สิงหาคม 2566 นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่า สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ ร่วมกับ ททท.สำนักงานประจวบฯ เทศบาลเมืองหัวหิน ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี และอีกหลายภาคส่วน ร่วมกันจัดกิจกรรม “ปั่นท่องเที่ยววิถีถิ่น กินลม ชมธรรมชาติแลประวัติศาสตร์ @ท่าเสด็จ” ในวันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน 2566 เพื่อให้นักปั่นทุกท่านได้มีกิจกรรมร่วมกันอีกครั้ง หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีถิ่น แหล่งท่องเที่ยวในค่ายทหาร ลดโลกร้อนโดยใช้จักรยานเพื่อการท่องเที่ยวและออกกำลังกาย รวมถึงเพื่อหารายได้จากการจัดงานเพื่อสาธารณะประโยชน์ ระยะทาง 50 กิโลเมตร เริ่มต้นจากอุทยานราชภักดิ์ มุ่งสู่ท่าเสด็จในค่ายธนะรัชต์ ซึ่งเป็นเส้นทางธรรมชาติที่สวยงามทั้งสองข้างทาง พร้อมทั้งมีประวัติศาตร์ที่เก่าแก่ และต้นไม้ใหญ่นานาพันธุ์ให้ศึกษาอย่างมากมาย

จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจสมัครได้คน/คันละ 599 บาท จะได้เสื้อที่ระลึก, เหรียญที่ระลึก (รับเหรียญเมื่อเข้าเส้นชัย) อาหารเช้าก่อนปั่นจักรยาน อาหารและเครื่องดื่มหลังเข้าเส้นชัย ได้ที่ https://event.thaimtb.com/V3/event-detail.php?e=630 นอกจากนี้สมาคมฯ ยังเตรียมโรงแรมที่พักในพื้นที่อำเภอหัวหิน ในราคาพิเศษ ซึ่งคาดว่าจะมีนักกีฬาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันคน

นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมปั่นจักรยานดังกล่าว นอกจากเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หัวหิน สร้างสีสันการท่องเที่ยวในช่วงฤดูกรีนซีซั่นแล้ว ยังเป็นการสื่อสารประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงและเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในพื้นที่ค่ายธนะรัชต์ สร้างการรับรู้ไปสู่สายตานักท่องเที่ยวและประชาชนอีกด้วย ทั้งนี้กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงกีฬา ซึ่งมีทั้งผู้ร่วมการแข่งขันและชมการแข่งขัน รวมถึงผู้ติดตาม ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ที่จะช่วยสร้างและกระจายรายได้ลงไปสู่พื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

เริ่มแล้ว ศึกดวลสวิงกอล์ฟอาชีพสตรี “ไทยแอลพีจีเอทัวร์” ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน

เริ่มแล้ว ศึกดวลสวิงกอล์ฟอาชีพสตรี “ไทยแอลพีจีเอทัวร์” ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน

การแข่งขันกอล์ฟอาชีพสตรี ไทยแอลพีจีเอทัวร์ เดินหน้าจัดแข่งขันต่อเนื่องเป็นสนามที่ 9 ของฤดูกาล 2023 กับการแข่งขันรายการ “ไทย แอลพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ” ชิงเงินรางวัลรวม 2.5 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 9 – 11 สิงหาคม 2566 ณ สนามกอล์ฟหลวง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนักกอล์ฟสาว 117 คน ร่วมการแข่งขันคึกคัก ชิงโทรฟี่ “Singha Rises” โดยฉัตตกาญจน์ วงษ์ศิริ ศิลปินเป่าแก้วจากบีจีซีกล๊าสส์ สตูดิโอ ที่แสดงออกถึงความสง่างามของ “สิงห์” ที่เป็นตัวแทนแห่งอำนาจ ความสูงส่ง และสง่าราศี

สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรี จัดการแข่งขันไทยแอลพีจีเอ ทัวร์ 2023 ด้วยการสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT), บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์กล๊าส จำกัด (มหาชน), บริษัท ปทุมธานีกล๊าส อินดัสทรี จำกัด, บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด, เซ็นทรัลกรุ๊ป, บริษัท ลีโอเนียน (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท นิคอนเซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด, AIS PLAY, บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด และสนามกอล์ฟหลวงหัวหิน นับเป็นสนามที่ 9 จากทั้งหมด 10 สนามแข่งขัน ไทยแอลพีจีเอทัวร์ 2023 นอกจากชิงเงินรางวัลแล้ว ยังเป็นรายการเก็บคะแนนสะสม ไทยแอลพีจีเอทัวร์ ออเดอร์ออฟเมอริต ประจำปี 2023 และสะสมคะแนนไทยแอลพีจีเอทัวร์พอยท์ 2023 และยังมีการคิดคะแนนสะสมอันดับโลก “โรเลกซ์ วีเมนส์ เวิลด์กอล์ฟแรงกิ้ง” ให้กับนักกอล์ฟในทัวร์อีกด้วย

รายการนี้แข่งขันแบบสโตรคเพลย์ 3 วัน 54 หลุม ระหว่างวันที่ 9 – 11 สิงหาคม 2566 ตัดตัวนักกอล์ฟที่อันดับ 1 – 50 และเสมอ เข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย โดยที่ไม่รวมผลการแข่งขันของนักกอล์ฟสมัครเล่น แชมป์รับเงินรางวัล 156,000 บาท โดยลำดับสิทธิ์ผู้เล่นที่เข้าร่วมแข่งขันประกอบด้วยนักกอล์ฟที่มีอันดับคะแนนสะสมโลก 1 – 200 จากอันดับคะแนนสะสมโลก ณ วันสิ้นสุดการรับสมัครแข่งขันรายการนั้น, ผู้ที่มีอันดับเงินรางวัลสะสมสูงสุดของ Thai LPGA Tour ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในทุกรายการเป็นเวลา 3 ปี หลังจากปีที่ชนะ, ผู้ชนะรายการ Thailand LPGA Masters ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในทุกรายการเป็นระยะเวลา 2 ปี หลังจากปีที่ชนะ, ผู้ชนะการแข่งขันของ Thai LPGA Tour ตั้งแต่ 2 รายการขึ้นไป ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในทุกรายการ เป็นเวลา 2 ปีหลังจากปีที่ชนะนั้น, ผู้ชนะการแข่งขันของ Thai LPGA Tour แต่ละรายการ ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันทุกรายการ เป็นเวลา 1 ปี หลังจากรายการที่ชนะนั้น, อันดับที่ 1 – 30 จากอันดับเงินรางวัลสะสม Thai LPGA Tour 2022, ผู้เล่นรับเชิญจากผู้สนับสนุนและตัวแทนจากสนามแข่งขัน 14 คน, ผู้เล่นทีมชาติไทย จำนวน 4 คน, อันดับที่ 1 – 20 จาก 2023 Thai LPGA Tour Q-School, อันดับที่ 1 – 30 จาก 2023 Thai LPGA Tour Point, อันดับที่ 31 – 50 จาก 2023 Thai LPGA Tour Point, อันดับที่ 51 – 70 จาก 2023 Thai LPGA Tour Point, อันดับที่ 71 – 100 จาก 2023 Thai LPGA Tour Point และ อันดับที่ 21 เป็นต้นไป จาก Thai LPGA Tour Q-School 2023 จนเต็มจำนวน

ภายหลังจากการประกาศโปรแกรมแข่งขันรอบแรกในวันพุธที่ 9 สิงหาคม 2566 ออกสตาร์ทที่หลุม 1 และ 10 เริ่มกลุ่มแรกในเวลา 6.50 น. จนถึง 8.20 น. รอบบ่ายเริ่มเวลา 11.00 น. จนถึง 12.30 น. สามารถติดตามผลการแข่งขันได้ทางเว็บไซต์ของสมาคม https://www.thailpga.com/ และในวันสุดท้ายจะมีการถ่ายทอดสดการแข่งขันตั้งแต่เวลา 10.00 น. จนจบการแข่งขัน รับชมได้ทาง AIS PLAY, FaceBook: THAI LPGA TOUR, Youtube: Thai LPGA TOUR, BG CHANNEL.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ห้างมาร์เก็ตหัวหิน ซ้อมดับเพลิงต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มาใช้บริการ

ห้างมาร์เก็ตหัวหิน ซ้อมดับเพลิงต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มาใช้บริการ

วันที่ 9 สิงหาคม 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน พร้อมด้วย น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายประพจน์ ธรรมวิเศษ ผปบ.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอหัวหิน ร่วมสังเกตการณ์การฝึกซ้อมระงับอัคคีภัยและอพยพหนีไฟที่ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน โดยมีการจำลองสถานการณ์พบเหตุไฟฟ้าลัดวงจรภายในร้านค้าที่อยู่ชั้น 1 และชั้น 2 ภายในศูนย์การค้า เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยเข้าระงับเหตุด้วยการดับไฟรูปแบบต่างๆ ทั้งถังดับเพลิงเคมีและการใช้น้ำ พร้อมค้นหาผู้บาดเจ็บ เพื่อให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาล รวมถึงขั้นตอนการอพยพพนักงานและนักท่องเที่ยวที่อยู่ภายในศูนย์การค้าออกนอกอาคารเพื่อความปลอดภัย ซึ่งการซ้อมดับเพลิงในปีนี้ นายอมรเทพ อ่วมมีเพียร ผู้จัดการ ทั่วไปศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน ได้ร่วมระงับเหตุดับเพลิงในครั้งนี้ด้วย

นายอมรเทพ อ่วมมีเพียร กล่าวว่า การฝึกอบรมดับเพลิงเบื้องต้นและซ้อมดับเพลิงหนีไฟปีนี้เป็นปีที่พิเศษ เป็นปีแรกที่เราบูรณาการฝึกซ้อมอบรมดับเพลิงเบื้องต้นและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟในวันเดียวกัน ซึ่งจะทำให้ร้านค้าตระหนักถึงการป้องกันและการดูแลลูกค้าที่มาใช้บริการศูนย์การค้าได้เป็นอย่างดี การอบรมดับเพลิงเบื้องต้นและการอพยพหนีไฟของเราครั้งนี้เป็นครั้งที่ 17 ศูนย์การค้าเปิดมาปีที่ 18 แล้ว เราฝึกตั้งแต่ปีแรก ทำเป็นมาตรฐานและพัฒนาเรื่องของศักยภาพของทีมงานและบุคลากรของเรา เพื่อที่จะรองรับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการภายในศูนย์การค้าให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

และยิ่งไปกว่านั้นทีมงานของมาร์เก็ตวิลเลจ มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงประมาณ 30 คน สามารถสนับสนุนหน่วยงานภายนอกหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานข้างเคียงที่ร้องขอ เรายินดีที่จะสนับสนุน อย่างน้อยเป็นการคืนกำไรให้สังคมเพื่อที่จะให้สังคมเมืองหัวหินเป็นเมืองที่น่าอยู่จริงๆ จากทุกวันนี้เป็นเมืองที่น่าอยู่อยู่แล้ว เราทำให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นไปอีก ห้างมาร์เก็ตวิลเลจขอเป็นส่วนหนึ่งในด้านการบริการ การดูแลลูกค้า และในด้านการป้องกันอัคคีภัยให้กับเมืองหัวหินด้วย

“การจำลองเหตุการณ์เกิดเหตุเพลิงไหม้ บุคลากรของเราบุคลากรของเราทุกคนฝึกและเรียนรู้การใช้ชีวิตในเรื่องของการป้องกันอัคคีภัยมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน และตัวผมเองเดิมเคยเป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง สมัยทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ปัจจุบันนี้มาอยู่หัวหินก็ไม่ลืมอาชีพรากเหง้าของตัวเอง ผมเป็นคนที่เมื่อเจอเหตุเพลิงไหม้ หรือเจอเหตุอะไรต่างๆ ที่ทำให้มีผลกับชีวิตของบุคคลทั่วไปต้องเข้าไปช่วยเหลือ ปัจจุบันถึงแม้ผมจะอยู่ในฐานะผู้บริหารศูนย์การค้า แต่วันนี้อยากรื้อฟื้นสิ่งที่เคยเรียนรู้ อย่างน้อยเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ร้านค้าและพนักงานของมาร์เก็ตทุกคน ว่าเราสามารถดับเพลิงและป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของเขาได้ครับ” นายอมรเทพ กล่าว.