Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อบจ.ประจวบฯ ปลุกกระแสท่องเที่ยวผ่านโลกดิจิทัล ประกวดสื่อสร้างสรรค์ “เที่ยวประจวบ Nextvibe ให้ใจฟู V.2” ชิงเงินรางวัลกว่า 1 แสนบาท

อบจ.ประจวบฯ ปลุกกระแสท่องเที่ยวผ่านโลกดิจิทัล ประกวดสื่อสร้างสรรค์ “เที่ยวประจวบ Nextvibe ให้ใจฟู V.2” ชิงเงินรางวัลกว่า 1 แสนบาท

วันที่ 21 มีนาคม 2569 นายจตุรนต์ ภักดีพานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นประธานแถลงข่าวการประกวดสื่อสร้างสรรค์ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok ภายใต้ชื่อ “เที่ยวประจวบ Nextvibe ให้ใจฟู V.2” ร่วมกับนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายอมรเทพ อ่วมมีเพียร อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวประจวบฯ ดร.สิริกร หน่อทิม ประธานองค์กรภาคีเครือข่ายชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารและตลาด กลุ่ม 8 จังหวัด ภาคกลางตะวันตก/นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ นายกอบโชค เดชคง ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน ร่วมแถลงข่าว มี ดร.อภิเทพ แซ่โค้ว รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ผ.ศ.นภาพร นาคทิม รองอธิการบดี ประจำวิทยาเขตวังไกลกังวล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ผศ.ดร.ภาสกร ศรีสุวรรณ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล ดร.เรวิตา สายสุด หัวหน้าโครงการ MBA มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนร่วมรับฟัง พร้อมกันนี้ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อสานต่อโครงการดังกล่าว

นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และแพลตฟอร์มโซเชียลยอดนิยม TikTok จัดโครงการประกวดสื่อสร้างสรรค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ครั้งนี้ภายใต้แนวคิด “เที่ยวประจวบ Nextvibe ให้ใจฟู V.2” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในจังหวัด โดยการนำเสนอภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประจวบฯ ในมุมมองใหม่ที่ทันสมัยและเข้าถึงไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ และเพื่อเฟ้นหาไอเดียและพลังสร้างสรรค์ที่จะมาบอกเล่าเสน่ห์ของประจวบฯ ในมุมมองสดใหม่ สนุก ซึ้ง และทรงพลัง โดยเปิดโอกาสให้อินฟลูเอนเซอร์ทั้งมือใหม่และมืออาชีพ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้ร่วมแสดงความสามารถในการผลิตคอนเทนต์ท่องเที่ยวในรูปแบบวิดีโอสั้นที่มีเอกลักษณ์ มีความคิดสร้างสรรค์และสื่อถึงอารมณ์ในแบบ “Next vibe” ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรมท้องถิ่น คาเฟ่สุดชิค ที่พัก การเดินทาง หรือวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ในแง่มุมมองที่ทำให้ “ใจฟู” ได้อย่างแท้จริง ซึ่งครั้งที่ผ่านมามีผู้ที่สนใจส่งคลิปเข้าประกวดเป็นจำนวนมาก และนำไปประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของประจวบฯ ได้เป็นอย่างดี

สำหรับหลักเกณฑ์การส่งเข้าประกวดแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1) ประเภท Influencer ระดับ Micro Influencers โดยมีช่องในสื่อออนไลน์ Tiktok facebook หรือ Youtube หรือ Instagram ที่มีจำนวนผู้ติดตามตั้งแต่ 10,000 คน ขึ้นไป 2) บุคคลทั่วไป บุคคลหรือทีมได้ไม่เกิน 5 คน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ส่งคลิปเข้าประกวดได้ไม่เกิน 2 ผลงาน (แต่รับรางวัลสูงสุดได้เพียงรางวัลเดียว) คลิปที่ส่งเข้าประกวดเป็นคลิปแนวตั้ง ขนาด 9:16 ความละเอียด 1080 x 1920 พิกเซล ความยาวไม่น้อยกว่า 60 วินาที และไม่เกิน 90 วินาที ต้องเป็นการถ่ายทำใหม่ด้วยตนเองตั้งแต่วันประกาศรับสมัคร โดยผลงานที่ส่งเข้าประกวดถือเป็นสิทธิ์ร่วมโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ และขอสงวนสิทธิ์ไม่รับสมัครผลงานของผู้ที่เคยได้รับรางวัลชนะเลิศจากโครงการประกวด “เที่ยวประจวบฮีลใจให้ใจฟู2567” และ “เที่ยวประจวบ Nextvibe ให้ใจฟู” เพื่อเป็นการกระจายโอกาสให้แก่ผู้เข้าร่วมประกวดรายอื่นอย่างทั่วถึง เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม – 21 กรกฎาคม 2569 ทาง Google Form ผ่าน QR Code หรือลิงก์ที่กำหนด อัปโหลดคลิปวิดีโอลงใน TikTok ส่วนตัว พร้อมติดแฮชแท็ก (Hashtag) บังคับ #เที่ยวประจวบNextVibeให้ใจฟูV2 #อบจประจวบคีรีขันธ์ ประกาศผลการตัดสินวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ผ่านทางเพจ Facebook และ Tiktok อบจ.ประจวบคีรีขันธ์

รางวัลการประกวด ประเภท Influencer ระดับ Micro Influencers ผู้ชนะอันดับ 1 เงินสด 30,000 บาท อันดับ 2 เงินสด 20,000 บาท อันดับ 3 เงินสด 15,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศและใบประกาศเกียรติคุณทุกรางวัล / ประเภทบุคคลทั่วไปหรือทีม ผู้ชนะอันดับ 1 เงินสด 15,000 บาท อันดับ 2 เงินสด 10,000 บาท อันดับ 3 เงินสด 5,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศและใบประกาศเกียรติคุณทุกรางวัล และรางวัลสมนาคุณบัตรกำนัล ห้องพักโรงแรม รีสอร์ท สุดหรู จากผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในจังหวัดประจวบฯ และกิ๊ฟวอยเชอร์จากเครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ สามารถดูรายละเอียดหลักเกณฑ์การประกวดเพิ่มเติมได้ที่ www.prachuap.go.th / Facebook : อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ / Tiktok : อบจ.ประจวบคีรีขันธ์.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบเงินให้นักกีฬาประจวบฯ ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศในซีเกมส์ครั้งที่ 33

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบเงินให้นักกีฬาประจวบฯ ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศในซีเกมส์ครั้งที่ 33

วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานมอบใบประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัลให้แก่นักกีฬาจังหวัดประจวบฯ ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9 – 20 ธันวาคม 2568 มีพันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ น.ส.สุวลี บัวแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดประจวบฯ ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ นายสุทธิพงษ์ บุญโยธิน รองปลัด อบจ.ประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ฝึกสอน นักกีฬา และผู้ปกครองร่วมแสดงความยินดี

จังหวัดประจวบฯ ร่วมกับมูลนิธิเพื่อการพัฒนากีฬาจังหวัดประจวบฯ ได้จัดพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัลเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เหล่านักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยและจังหวัดประจวบฯ อย่างสมเกียรติ ที่คว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ผ่านมา จำนวน 8 คน ได้แก่ 1. นายบัลลังก์ (น้องหยู) ทับทิมแดง – เหรียญทอง เทควันโด ประเภทต่อสู้ ได้รับเงินสด 10,000 บาท 2. นายมาร์ติน ฟานเดอะแฮร์ต – เหรียญทอง คาราเต้ทีมชาย ได้รับเงินสด 10,000 บาท (ผู้ปกครองรับแทน) 3. น.ส.นรินันท์ (น้องไนซ์) กิตติพลภูวรักษ์ – เหรียญทอง โปโลน้ำทีมหญิง ได้รับเงินสด 10,000 บาท 4. นายโจเซฟ โจนาธาน เวสตัน – เหรียญเงิน ไคท์บอร์ด ได้รับเงินสด 5,000 บาท 5.น.ส.ชลกร ชยวัฑโฒ – เหรียญเงิน เทควันโด ประเภทพุมเซ่ทีมหญิง และเหรียญทองแดง ประเภทพุมเซ่ คู่ผสม ได้รับเงินสด 5,000 บาท และ 3,000 บาท (ผู้ปกครองรับแทน) 6. พลทหาร คุณากร ใจทัศน์ – เหรียญทองแดง ฮอกกี้ ทีมชาย ได้รับเงินสด 3,000 บาท (ตัวแทนรับแทน) 7. น.ส.เปี่ยมสุข สาธุภาพ – เหรียญทองแดง กีฬายูยิตสู ประเภท Duo Mix ได้รับเงินสด 3,000 บาท และ 8. นายปุณณพัฒน์ ส่งสิงห์ – เหรียญทองแดง กีฬายูยิตสู ประเภท Duo Mix ได้รับเงินสด 3,000 บาท พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กล่าวให้โอวาทและแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล ก่อนถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

บางสะพานน้อย เรือจอดนับสิบ – ปลาขาดตลาด ท่องเที่ยวสะดุด จากวิกฤติน้ำมัน

บางสะพานน้อย เรือจอดนับสิบ – ปลาขาดตลาด ท่องเที่ยวสะดุด จากวิกฤติน้ำมัน

วันที่20 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณคลองหาดสน ต.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ พบเรือประมงชายฝั่งและเรือนำเที่ยวจอดเรียงราย กว่า 50 ลำ สะท้อนภาพวิกฤติที่กำลังบีบคั้นวิถีชีวิตชุมชนชายทะเลอย่างหนัก กระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งชาวประมงพื้นบ้าน แม่ค้า ไปจนถึงผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว หลังจากไม่สามารถหาน้ำมันเติมเรือได้

นายอุดม ทองคำ ชาวประมงพื้นบ้าน เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำมันขาดแคลนทำให้ชาวประมงเดือดร้อนอย่างหนัก ปั๊มน้ำมันในพื้นที่ 2 แห่ง ไม่มีน้ำมันจำหน่าย ต้องเดินทางไปซื้อไกล บางครั้งต้องนำแกลลอนไปใส่ แต่กลับถูกปฏิเสธการขาย เนื่องจากปั๊มกังวลเรื่องการกักตุน

“ทั้งที่ความจริงเราจะเอาไปใส่เรือออกทะเล แต่พอปั๊มไม่ขาย ก็ต้องกลับมือเปล่า หลายคนเลยต้องหยุดทำประมง” นายอุดมกล่าว พร้อมระบุว่า ราคาน้ำมันยังพุ่งจากลิตรละ 31 บาท เป็น 36 บาท ยิ่งซ้ำเติมต้นทุนเข้าไปอีก

ด้านผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว เผยสถานการณ์ไม่ต่างกัน นายประจักษ์ ทองรัตน์ เจ้าของเรือดำน้ำ ระบุว่า ปัจจุบันต้องใช้วิธี “เวียนเทียนซื้อน้ำมัน” เนื่องจากปั๊มจำกัดการขายเพียงครั้งละ 500 บาท ทั้งที่การออกเรือต้องใช้น้ำมันอย่างน้อย 100 ลิตร ทำให้บางวันต้องจอดเรือ งดให้บริการนักท่องเที่ยว

“ช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว แต่กลับต้องมาเจอปัญหาน้ำมันแบบนี้ หากไม่เร่งแก้ไข ธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่จะเสียหายหนัก” นายประจักษ์กล่าว ทั้งนี้ ปั๊มน้ำมันในพื้นที่เปิดขายเฉพาะช่วงที่มีรถขนน้ำมันมาส่ง โดยขายเพียงวันละ 1 – 2 ครั้งๆ ละไม่เกิน 1 – 2 ชั่วโมง และเมื่อหมดจะขึ้นป้าย “น้ำมันหมด” ทันที

นอกจากนี้ กลุ่มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ต้องใช้เครื่องยนต์สูบน้ำ ก็เผชิญปัญหาเดียวกัน ต้นทุนพุ่ง แต่ราคาสินค้ากลับลดลง
ชาวประมงและผู้ประกอบการต่างเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ก่อนวิกฤติจะลุกลามกระทบเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานฯ กุยบุรี รวบพรานป่าคาหุบนกกาฮัง ย้ำมาตรการเชิงรุกลักลอบทำลายทรัพยากรชาติ

อุทยานฯ กุยบุรี รวบพรานป่าคาหุบนกกาฮัง ย้ำมาตรการเชิงรุกลักลอบทำลายทรัพยากรชาติ

วันที่ 19 มีนาคม 2569 นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยรายงานจากนายบำรุงรัตน์ พลายดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ถึงความสำเร็จในการจับกุมพรานป่า ขณะเตรียมการล่าสัตว์ในพื้นที่ชั้นใน ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติตามมาตรการเชิงรุกภายใต้นโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ใช้มาตรการ “จับก่อนล่า” เพื่อปกป้องสัตว์ป่าอย่างทันท่วงที เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา คณะเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจปราบปราม ชุดที่ 1 ร่วมกับหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กร.6 (แพรกตะลุย) ได้สนธิกำลังลาดตระเวนเชิงเข้มข้นบริเวณหุบนกกาฮัง ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ หลังได้รับรายงานสายข่าวว่าพบการลักลอบเข้าพื้นที่

ต่อมาเจ้าหน้าที่พบแสงไฟต้องสงสัยในลักษณะส่องสัตว์ จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ทราบชื่อภายหลัง คือนายรณชัย (สงวนนามสกุล) ชาวอำเภอหัวหิน พร้อมตรวจยึดของกลางประกอบด้วยอาวุธปืนลูกซองยาว ขนาดเบอร์ 12 (ไม่มีทะเบียน) 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 3 นัด ปลอกกระสุนปืนที่ใช้แล้ว 2 ปลอก อุปกรณ์เดินป่าและล่าสัตว์ อาทิ ไฟฉายคาดศีรษะ, มีดพกและเป้สะพายหลัง จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าแอบลักลอบเข้าเขตอุทยานฯ เพื่อหาของป่าและล่าสัตว์ป่า เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาตามความผิดใน พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562, พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี กล่าวเน้นย้ำว่า “การจับกุมในครั้งนี้คือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ และนโยบาย “จับก่อนล่า” ของรัฐมนตรี เราไม่ได้รอให้สัตว์ป่าถูกฆ่าตายก่อนจึงจับกุม แต่เราใช้การวิเคราะห์จุดเสี่ยงและดักซุ่ม เพื่อยับยั้งเจตนาตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อรักษาชีวิตสัตว์ป่าและทรัพยากรของชาติไว้อย่างเข้มงวดที่สุด” และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนว่าหากท่านพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยเกี่ยวกับการล่าสัตว์ป่า การค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย หรือการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โปรดแจ้งสายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พาณิชย์ประจวบฯ คุมเข้มราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ป้องปรามฉวยโอกาสขึ้นราคาเอาเปรียบชาวบ้าน

พาณิชย์ประจวบฯ คุมเข้มราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ป้องปรามฉวยโอกาสขึ้นราคาเอาเปรียบชาวบ้าน

วันที่ 20 มีนาคม 2569 น.ส.ศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัดประจวบฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้ออกติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยมอบหมายเจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า ลงพื้นที่ติดตามการจำหน่ายยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืช รวมทั้งปุ๋ยเคมีของร้านค้าท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอเมืองประจวบฯ พบว่า ภาพรวมราคายังทรงตัว ยกเว้นปุ๋ยเคมีบางสูตรมีการปรับราคาตามต้นทุนค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยทั่วไปปริมาณสินค้ายังคงมีเพียงพอต่อความต้องการ นอกจากนี้ ได้ลงพื้นที่สำรวจราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพในตลาดสดและร้านค้าท้องถิ่น พบว่าภาพรวมยังคงอยู่ในระดับปกติ เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อโค น้ำมันพืช ราคาทรงตัว ยกเว้นสินค้าผักสด ต้นหอม ผักชี มะนาว พริกสด ไข่ไก่ มีการปรับราคาสูงขึ้น เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน ทำให้มีผลผลิตเข้าสู่ตลาดน้อย และปรับราคาขึ้นตามต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนอาหารทะเล ปรับราคาขึ้น เนื่องจากเรือประมงได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น หยุดออกเรือชั่วคราว ส่งผลให้ปริมาณอาหารทะเลในตลาดลดลง แต่ยังคงเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำผู้ค้าผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ชัดเจน ไม่ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา หรือจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร

ขณะที่ นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายสรศักดิ์ ท่าใหญ่ พลังงานจังหวัดประจวบฯ นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพลังงานจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด และสำนักงานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัด ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบสถานการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเพื่อการจำหน่าย จำนวน 1 แห่ง สถานีบริการน้ำมัน จำนวน 9 แห่ง และผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 2 ราย ผลการตรวจสอบไม่พบพฤติกรรมการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือการปฏิเสธการจำหน่ายในสถานประกอบการแต่อย่างใด.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน คัดเลือกนักเรียนเตรียมเข้าชิงชัย “ท่าโขลง วิชาการ 69“ ที่ปทุมธานี

เทศบาลนครหัวหิน คัดเลือกนักเรียนเตรียมเข้าชิงชัย “ท่าโขลง วิชาการ 69“ ที่ปทุมธานี

วันที่ 20 มีนาคม 2569 น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ระดับเทศบาล ของนักเรียนในสังกัดเทศบาลนครหัวหิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ที่โรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านหัวหิน จ.ประจวบฯ มี น.ส.รุ่งนภา คำลอยฟ้า ศึกษานิเทศก์ กองการศึกษาเทศบาลนครหัวหิน กล่าวรายงาน ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนในสังกัดเทศบาล คณะกรรมการตัดสินจากโรงเรียนในเขตเทศบาล เจ้าหน้าที่กองการศึกษา และนักเรียนในสังกัดเทศบาลนครหัวหินให้การต้อนรับ

น.ส.ไพลิน กองพันธ์ กล่าวว่าการแข่งขันทักษะทางวิชาการระดับเทศบาล ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพสถานศึกษาสู่มาตรฐานการศึกษาของชาติ พัฒนา ผู้เรียน สมรรถนะครูและบุคลากรอย่างเป็นระบบ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารหลักสูตรและการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และเพื่อให้ผู้เรียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรการศึกษาอย่างเต็มตามศักยภาพ และเพื่อคัดเลือกนักเรียนในสังกัดเทศบาลนครหัวหิน เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ระดับภาคกลาง ครั้งที่ 19 “ท่าโขลง วิชาการ 69“ ระหว่างวันที่ 20 – 23 กรกฎาคมนี้ ที่เทศบาลเมืองท่าโขลง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน ป้องกันโรคไข้เลือดออกในชุมชน

เทศบาลนครหัวหิน ป้องกันโรคไข้เลือดออกในชุมชน

วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรนครหัวหิน เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมและเพิ่มเทคนิคการพ่นสารเคมี เพื่อควบคุมและกำจัดยุงลาย ประจำปี 2569 ที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ มีคณะผู้บริหารเทศบาล เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุข เทศบาลนครหัวหิน และผู้นำชุมชนต่างๆ เข้ารับการอบรม

นายนพพร กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้ ได้เชิญเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมาติวเข้มกันอย่างจริงจัง เป้าหมายคือเพื่อให้ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และมีทักษะความชำนาญในการใช้เครื่องพ่นสารเคมี ทั้งแบบพ่นหมอกควันและเครื่องพ่นแบบละอองฝอย (ULV) ที่สำคัญคือ เราเน้นย้ำเรื่องการผสมสารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัย รวมถึงการเตรียมความพร้อมประสานงานกับชุมชน ก่อนลงพื้นที่จริง โรคไข้เลือดออกเป็นปัญหาสำคัญที่เราต้องป้องกันไว้ก่อน เทศบาลนครหัวหินมุ่งหวังว่าทีมงานที่ผ่านการอบรมในวันนี้ จะนำความรู้ไปใช้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสี่ยงและดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนให้ปลอดภัยจากโรคไข้เลือดออก

ทั้งนี้ โรคไข้เลือดออกเป็นปัญหาสำคัญทางการแพทย์และสาธารณสุขในระดับประเทศ เนื่องจากความรุนแรงของโรคแปรผันตรงต่ออัตราตาย การป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก จึงส่งผลต่อสุขภาพของผู้ป่วย ชุมชน สังคม และประเทศชาติตามลำดับ หากมีการตรวจวินิจฉัยขั้นต้นที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้ผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะช็อคและเสียชีวิตได้ แต่เดิมระบาดวิทยาของโรคไข้เลือดออกจะพบบ่อยในกลุ่มเด็กอายุ ระหว่าง 5 – 9 ปี แต่ปัจจุบันมักพบผู้ป่วยได้ในทุกกลุ่มอายุ และโรคไข้เลือดออกนี้มียุงลายเป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ ดังนั้น เทศบาลนครหัวหิน ตระหนักและเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อป้องกัน เฝ้าระวัง ควบคุมโรคและลดปัญหาการระบาดของโรคไข้เลือดออก โดยเน้นให้บ้าน ชุมชน วัด โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทำการควบคุมป้องกันและสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงานในการป้องกันและควบคุมโรคอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจหน่วยงานภาครัฐ พัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ยกระดับคะแนนการประเมิน ITA ปี 2569

ประจวบฯ เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจหน่วยงานภาครัฐ พัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ยกระดับคะแนนการประเมิน ITA ปี 2569

วันที่ 20 มีนาคม 2569 นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานมอบนโยบายโครงการยกระดับคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จังหวัดประจวบฯ ที่ห้องโยธิน โรงแรมหาดทอง อ.เมืองประจวบฯ มี น.ส.จีรประภา สาระประจวบ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด น.ส.นลิน มาคเชนทร์ ประชาสัมพันธ์จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนจากส่วนราชการ อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดประจวบฯ เข้าร่วมกว่า 100 คน โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ หรือที่เรียกว่าการประเมิน ITA เป็นเครื่องมือเชิงบวกในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐเครื่องมือหนึ่ง ที่มุ่งพัฒนาระบบราชการไทยเชิงสร้างสรรค์มากกว่ามุ่งจับผิด เสมือนเครื่องมือตรวจสุขภาพองค์กรประจำปี เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ ได้รับทราบถึงสถานะและปัญหาการดำเนินงานด้านคุณธรรมและความโปร่งใสขององค์กร ผลการประเมินที่ได้จะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพ อำนวยความสะดวกและตอบสนองต่อประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

ดังนั้น การประเมิน ITA จึงไม่ได้เป็นเพียงการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและการให้บริการประชาชน รวมถึงเป็นการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชน เพื่อให้ทราบถึงจุดอ่อนหรือข้อควรปรับปรุงสำหรับนำไปจัดทำแนวทางมาตรการต่างๆ ในการป้องกันปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบต่อไป

สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ถือเป็นอีกปีที่มีความท้าทาย เนื่องจากหลักเกณฑ์การประเมิน ITA ได้มีการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายประเด็น การเข้าร่วมโครงการในวันนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่บุคลากรของหน่วยงานภาครัฐจะได้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถดำเนินการตามแนวทางการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ได้อย่างถูกต้อง นำไปสู่แนวทางการดำเนินการยกระดับการขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ของหน่วยงานให้สูงขึ้นต่อไป

สำหรับการจัดโครงการในวันนี้ มีวิทยากรจากสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 7 และสํานักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมอภิปรายในหัวข้อต่างๆ ได้แก่ การถอดบทเรียนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงาน – ภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568, การส่งเสริมจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ, การสร้างวัฒนธรรมในการปฏิเสธการรับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy), หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าพนักงานของรัฐ, แนวทางการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (TA) ประจำปิงบประมาณ พ.ศ.2569 และการจัดทำข้อมูลและการตอบแบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data Integrity and Transparency Assessment: OIT) มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจบุคลากรหน่วยงานภาครัฐของจังหวัดประจวบฯ ให้สามารถดำเนินการตามแนวทางการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ จังหวัดประจวบฯ มีผลการประเมิน ITA ในภาพรวมพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ได้คะแนน 92.96 คะแนน มีหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดผ่านเกณฑ์การประเมิน จำนวน 61 หน่วยงาน หรือคิดเป็นร้อยละ 98.39 อยู่ลำดับที่ 42 ของประเทศ ส่วนปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จังหวัดประจวบฯ ได้คะแนน 94.56 คะแนน สูงขึ้นกว่าปี 2567 ร้อยละ 1.6 มีหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดผ่านเกณฑ์การประเมินจำนวน 61 หน่วยงาน หรือคิดเป็นร้อยละ 98.39 อยู่ลำดับที่ 37 ของประเทศ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบประกาศนียบัตรและให้โอวาทบัณฑิตใหม่

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบประกาศนียบัตรและให้โอวาทบัณฑิตใหม่

วันที่ 19 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีการศึกษา 2568 ที่โรงแรมแอทที บูทีค ต.คลองวาฬ อ.เมืองฯ จ.ประจวบฯ มีนายสมชาย ทิพย์ประเสริฐสุข ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีประจวบฯ คณะผู้บริหาร คณะครู อาจารย์ ผู้ปกครองและนักเรียนผู้สำเร็จการศึกษาเข้าร่วมในพิธี เพื่อเป็นการแสดงความยินดีและเชิดชูเกียรติแก่นักเรียน นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของวิทยาลัย เป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้แก่นักเรียนนักศึกษา ผู้ปกครองและคณาจารย์ และเพื่อเป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจให้นักเรียน นักศึกษาในการก้าวสู่การศึกษาต่อหรือการประกอบอาชีพในอนาคต อีกทั้งยังปลูกฝังความรัก ความผูกพัน และความภาคภูมใจต่อสถาบันการศึกษา ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างวิทยาลัย นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชน

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประเภทวิชาบริหารธุรกิจ ประเภทวิชาอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ ประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ประเภทวิชาอุตสาหกรรม และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประเภทวิชาพาณิชยกรรม ประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และประเภทวิชาอุตสาหกรรม รวมทั้งสิ้น 127 คน

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวให้โอวาทแก่ผู้สำเร็จการศึกษาว่า ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกมิติ ทั้งด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมและการทำงาน ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ตลอดจนความต้องการบุคลากรสายอาชีพที่มีทักษะสูงของประเทศ ล้วนเป็นความท้าทายและโอกาสที่รอให้ทุกคนก้าวไปเผชิญ จึงฝากข้อคิด 3 ประการ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ประกอบด้วย 1.ทักษะวิชาชีพคือรากฐาน ควรพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยความรู้ที่ได้รับจากสถาบันเป็นเพียงจุดเริ่มต้น โลกแห่งการทำงานในยุคปัจจุบันต้องการผู้ที่ไม่หยุดเรียนรู้ ต้องหมั่นเพิ่มทักษะใหม่ ทั้งด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ภาษาต่างประเทศ และทักษะการคิดวิเคราะห์ เพราะในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาแทนที่งานซ้ำซาก สิ่งที่จะทำให้มนุษย์มีคุณค่า คือความคิดสร้างสรรค์และทักษะเฉพาะทางที่ลึกซึ้ง 2. ซื่อสัตย์ อดทน และมีความรับผิดชอบ ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไปไปไกลเพียงใด นายจ้างและสังคมล้วนต้องการบุคคลที่ตรงต่อเวลา รับผิดชอบต่อหน้าที่ และมีความซื่อสัตย์สุจริต จงรักษาคุณค่าเหล่านี้ไว้ตลอดชีวิตการทำงานและนำไปใช้ในชีวิต 3. เป็นพลเมืองที่ดีของท้องถิ่นและประเทศชาติ ความสำเร็จส่วนตัวจะมีความหมายยิ่งขึ้นหากนำกลับมาพัฒนาบ้านเมือง ขอให้ทุกคนช่วยกันสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้แก่ชุมชน ครอบครัว และสังคมเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่รุ่นน้องและเยาวชนรุ่นต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รพ.กรุงเทพหัวหิน ให้ความรู้ “The Power of Early Detection” เทคโนโลยีแม่นยำเพื่อการป้องกันโรค

รพ.กรุงเทพหัวหิน ให้ความรู้ “The Power of Early Detection” เทคโนโลยีแม่นยำเพื่อการป้องกันโรค

วันที่ 19 มีนาคม 2569 โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ร่วมกับโรงพยาบาลวัฒโนสถ Cancer Hospital และโรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ จัดงานสัมมนาครั้งพิเศษ “The Power of Early Detection” เทคโนโลยีแม่นยำเพื่อการป้องกันที่เหนือกว่า ที่โรงแรมเชอราตันหัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยมี นพ.อัศวิน ภูวธนสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ให้การต้อนรับ และกล่าวถึงความก้าวหน้าของโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ในปี 2569 ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ ผู้ประกอบการสถานพยาบาล กลุ่มตัวแทนบริษัทประกัน และผู้ประกอบการคลินิกต่างๆ กว่า 200 คน เข้าร่วมรับฟัง

นพ.อัศวิน ภูวธนสาร กล่าวว่า เราจัดสัมมนาเกี่ยวกับการคัดกรองโรค หรือพูดง่ายๆ ว่าคัดกรองก่อนเกิดโรค เราจึงใช้คำว่า “The Power of Early Detection” ซึ่งคำว่า Early Detection คือการตรวจพบก่อนที่จะเกิดโรคด้วยซ้ำ และคำว่า The Power คือพลังของการมาตรวจคัดกรองก่อน อย่างที่ทราบกันว่าเดี๋ยวนี้มีโรคมะเร็งหลายโรคที่ถ้าตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะสามารถรักษาได้ ก่อนที่จะกลายเป็นระยะลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่นๆ เราจึงอยากรณรงค์เรื่องการทำ Early Detection หรือการทำ Screening ที่คนไทยชอบเรียกว่า “เช็กอัพ” ตรวจสุขภาพนั่นเอง ครั้งนี้เราได้นำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับท็อปของเราเลย ไม่ว่าจะเป็นจากหัวหิน หรือจากส่วนกลางคือโรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ซึ่งเป็นทีมจาก “วัฒโนสถ” เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ

ภายในงานมีการบรรยายพิเศษให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีในการรักษาที่มีความปลอดภัย แม่นยำ และการป้องกันโรคเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต โดย นพ.เธียรชัย บรรณาลัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงพยาบาลวัฒโนสถ Cancer Hospital / ผู้ช่วยบริหารฝ่ายการแพทย์ ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลกรุงเทพ บรรยายหัวข้อ “ความพร้อมในการรองรับผู้ป่วยมะเร็งให้เข้าถึงการรักษาของโรงพยาบาลวัฒโนสถ Cancer Hospital” รศ.นพ.ธัญญ์ อิงคะกุล ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการผ่าตัดช่องท้อง ด้วยการส่องกล้องและหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด โรงพยาบาลกรุงเทพ บรรยายหัวข้อ “ก้าวข้ามขีดจำกัดศัลยกรรมยุคใหม่ ด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่แม่นยำ” นพ.ณัฐพร นวลอุทัย ผู้อำนวยการแผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน บรรยายหัวข้อ “แผลเล็ก ผลลัพธ์ใหญ่ : ทำไมการผ่าตัดส่องกล้องจึงเป็นทางเลือกหลักในปัจจุบัน” นพ.วิศว์ เจียมวิจิตรกุล อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน บรรยายหัวข้อ “การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้และมะเร็งตับ” และ นพ.ภาคย์ ธารไพรสาณฑ์ วิสัญญีแพทย์ เวชศาสตร์ความปวด โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน บรรยายหัวข้อ “นวัตกรรมการรักษาปวดหลัง ปวดคอ ปวดมะเร็ง ที่ทันสมัย ไม่ต้องผ่าตัด”

พร้อมด้วยแขกรับเชิญพิเศษ “หนุ่ย นันทกานต์” ศิลปินผู้ที่เคยผ่านการต่อสู้มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และก้าวข้ามจนประสบความสำเร็จ ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ พร้อมโชว์พิเศษ Acoustic “Love & Hope” เพราะความรัก…จึงทำให้มีความหวัง บทเพลงที่สื่อถึงพลังใจอันงดงาม และมอบกำลังใจให้แก่ผู้ที่กำลังต่อสู้กับความเจ็บป่วย รวมถึงทุกคนที่ต้องการความเข้มแข็งในชีวิตอีกด้วย.