Categories
ทั้งหมด สังคม

เริ่มแล้วงานเที่ยวปราณบุรี ของดี และงานกาชาด ครั้งที่ 18 ลุ้นรางวัลใหญ่มากมาย

เริ่มแล้วงานเที่ยวปราณบุรี ของดี และงานกาชาด ครั้งที่ 18 ลุ้นรางวัลใหญ่มากมาย

ช่วงค่ำวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานเที่ยวปราณบุรี ของดี และงานกาชาด ครั้งที่ 18 ประจำปี 2568 ที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอปราณบุรี จ.ประจวบฯ มีนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ น.ส.นลิน มาคเชนทร์ ประชาสัมพันธ์จังหวัด นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี นายวราวุฒิ จิรประภานนท์ นายอำเภอสามร้อยยอด คณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอปราณบุรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แขกผู้มีเกียรติ ให้การต้อนรับ พร้อมชมการแสดงรำบวงสรวงอวยพรเทิดไท้องค์ราชัน จากสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ สมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอปราณบุรี และชมรมเพลินเพลงลีลาศปราณบุรี, ชุดแสดงโชว์ลีลาศ ในจังหวะวอลล์และชะชะช่า ตามด้วยเปิดฟลอร์ลีลาศ ท่ามกลางนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมชมงาน

อำเภอปราณบุรี ร่วมกับสำนักงานกิ่งกาชาดอำเภอปราณบุรี จัดงานเที่ยวปราณบุรี ของดีและงานกาชาดขึ้น เพื่อหารายได้เป็นค่าใช้จ่ายในกิจการบรรเทาทุกข์ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ สงเคราะห์ผู้ยากไร้ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสและกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ ในเขตอำเภอปราณบุรี โดยจัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 18 แล้ว ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 16 กุมภาพันธ์ บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอปราณบุรี ภายในงานมีการออกร้านมัจฉากาชาดพาโชคเพื่อการกุศล ร่วมลุ้นรับรางวัลใหญ่มากมายในราคาบัตรใบละ 20 บาท ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 17.30 – 23.00 น. พบกับการออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP ของดีของฝากอำเภอปราณบุรี การจำหน่ายสินค้าราคาถูก เครื่องอุปโภคบริโภค เฟอร์นิเจอร์ ไม้ดอก – ไม้ประดับ บูธอาหารพื้นบ้าน ขนมพื้นถิ่น อาหารทะเลสด สะอาด อร่อย บูธนิทรรศการของหน่วยงานราชการ การแสดงของนักเรียน ลีลาศการกุศล พบกับสวนสนุกเคลื่อนที่ และคอนเสิร์ตศิลปินนักร้อง และวงดังอีกหลายคณะทุกค่ำคืนตลอดจัดงาน จึงขอเชิญชวนประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมงานเที่ยวปราณบุรี ของดีและงานกาชาด ครั้งที่ 18 ได้ตามวันดังกล่าว “เราช่วยกาชาด กาชาดช่วยเรา” เงินรายได้สนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ ของกิ่งกาชาดอำเภอปราณบุรี.

Categories
ทั้งหมด สังคม

เปิดแล้วคลินิกกรุงเทพหัวหิน มาร์เก็ตวิลเลจ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก รพ.กรุงเทพหัวหิน

เปิดแล้วคลินิกกรุงเทพหัวหิน มาร์เก็ตวิลเลจ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก รพ.กรุงเทพหัวหิน

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ Bangkok Dusit Medical Services (BDMS) โดย โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ขยายกิจการเปิดคลินิกกรุงเทพหัวหิน ภายในศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน จ.ประจวบฯ อย่างเป็นทางการ โดยมี พญ.เมธินี ไหมแพง ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 1 และผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นพ.วีระศักดิ์ พงษ์พัฒนพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นางสาวไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายอมรเทพ อ่วมมีเพียร ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน เข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง

นพ.วีระศักดิ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ได้ขยายการให้บริการเปิดคลินิกสาขาที่ 2 ภายในห้างสรรพสินค้าของเมืองหัวหิน ภายใต้ชื่อคลินิกกรุงเทพหัวหิน สาขามาร์เก็ตวิลเลจ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป ตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ บริการฉีดวัคซีน ทำแผล ล้างแผล และออกใบรับรองแพทย์ ซึ่งคลินิกแห่งนี้ไม่เพียงแต่ให้บริการรักษาผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นบริการด้าน Wellness และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน อาทิ การตรวจและปรับระดับสมดุลฮอร์โมน วิตามินและแร่ธาตุในร่างกาย ด้วยสูตรเฉพาะจาก BDMS Wellness Clinic และมีแพทย์ที่ให้คำปรึกษาการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล เพื่อส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

คลินิกกรุงเทพหัวหิน สาขามาร์เก็ตวิลเลจ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. บริเวณชั้น 1 อาคารด้านหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน  สามารถสอบถามข้อมูล ทำนัดหมายได้ที่โทร 032 – 616816 หรือติดตามข่าวสารได้ที่เพจเฟซบุ๊ก www.facebook.com/BangkokHuaHinClinicMarketVillage.

Categories
ทั้งหมด สังคม

มอบของรางวัลเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ข้าราชการตำรวจ สภ.ห้วยยาง

ข่าวสังคม

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.ธีระ สูงยิ่ง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ห้วยยาง พ.ต.ต.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง พร้อมกับชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง คณะที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.ห้วยยาง ร่วมจัดงานพร้อมมอบของรางวัลเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ข้าราชการตำรวจ สภ.ห้วยยาง หลังจากที่ร่วมกันทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่ ต่อเนื่องภารจนถึงช่วงเทศกาลตรุษจีน และงานปิดทองฝังลูกนิมิต วัดสมุทรทาราม ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก 10 วัน 10 คืน ระหว่าง 23 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ภูมิธรรมเปิดงานมหัศจรรย์ วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก ส่งเสริมกีฬามวยไทยและการท่องเที่ยว

ภูมิธรรมเปิดงานมหัศจรรย์ วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก ส่งเสริมกีฬามวยไทยและการท่องเที่ยว

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดงานมหัศจรรย์ วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก ประจำปี 2568 ที่อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พลตรีพงษ์ศักดิ์ เอี่ยมพญา ผู้บัญชาการโรงเรียนนายสิบทหารบก หน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้การต้อนรับ กิจกรรมประกอบด้วยการวางพานพุ่มดอกไม้สด ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยาม 7 พระองค์ พิธีถวายราชสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ) และถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พร้อมกันนี้ประธานในพิธีได้มอบของที่ระลึกให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่สนับสนุนการจัดงานด้วย

จากนั้นชมการแสดง“รากเหง้าภูมิปัญญามวยไทย เกรียงไกรสู่ชาวโลก”จำนวน 3 องก์ ประกอบด้วยการแสดงย้อนประวัติศาสตร์รากเหง้าสู่ความยิ่งใหญ่มวยไทย ของบรรพบุรุษไทยโบราณที่ได้คิดค้น ฝึกฝนและพัฒนาการต่อสู้ด้วยมือเปล่าเพื่อใช้ในการป้องกันตัวและปกป้องประเทศชาติจากการทำศึกสงคราม การแปรรูปขบวนทหารเป็นตัวเลขไทย 323 เพื่อน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (สมเด็จพระเจ้าเสือ) บิดามวยไทย ในโอกาสครบ 323 ปีแห่งวันขึ้นครองราชย์ และการแสดงศิลปะแม่ไม้มวยไทยและรำไหว้ครูอันงดงามยิ่งใหญ่ ประกอบแสง สี เสียง จากกำลังพลของกองทัพบกกว่า 2,000 คน และจุดพลุเฉลิมฉลองประเพณีมวยไทยอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา ชมการแสดงแฟชั่นโชว์จากเยาวชนชุดมหัศจรรย์ มวยไทย เกรียงไกรสู่ชาวโลก โดยสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ ร่วมกับ VARDA BY SINEE นิทรรศการประวัติศาสตร์มวยไทย กิจกรรมมวยไทย 4 ภาค และการจำหน่ายสินค้าอาหารท้องถิ่น โดยงานครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศตลอดจนประชาชนจำนวนมาก

ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 6 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันมวยไทย ซึ่งตรงกับวันเสวยราชสมบัติของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระเจ้าเสือ พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถทางด้านมวยไทย เพื่อเป็นการสืบทอดศิลปะแม่ไม้มวยไทยไปยังคนรุ่นหลัง อีกทั้งยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติไทยตราบมาจนถึงปัจจุบัน กองทัพบกจึงร่วมกับคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ, จังหวัดประจวบฯ, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, การกีฬาแห่งประเทศไทยและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมทั้งภาคเอกชน และส่วนราชการต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ จัดงานมหัศจรรย์ วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก ประจำปี 2568 ในวันที่ 5 – 6 กุมภาพันธ์ 2568 ณ อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (สมเด็จพระเจ้าเสือ) องค์พระบิดามวยไทย ในโอกาสครบ 323 ปีแห่งวันขึ้นครองราชย์ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อส่งเสริมให้มวยไทยเป็นกีฬาประจำชาติไทยและมรดกของชาติไทย เผยแพร่ประวัติศาสตร์ จารึกประเพณีวัฒนธรรมอันงดงามและเป็นสากล เพื่อให้กีฬามวยไทยให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก และเพื่อต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยให้มวยไทยเป็นสื่อกลาง ให้อุทยานราชภักดิ์เป็นบ้านของมวยไทยที่คนไทยและนักท่องเที่ยวต้องมาเยือน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัฒนธรรมประจวบฯ ขับเคลื่อนจัดประกวดสวดมนต์หมู่ทำนองสรภัญญะ

วัฒนธรรมประจวบฯ ขับเคลื่อนจัดประกวดสวดมนต์หมู่ทำนองสรภัญญะ

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการ จังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ ประเภททีม 5 คน และการประกวดบรรยายธรรมประจำปี พ.ศ.2568 โดยมีนางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู นักเรียน ในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในสถานศึกษา ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้ศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งสถานศึกษาของภาครัฐ เอกชน ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมเผยแพร่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาให้แก่เด็กและเยาวชน และคัดเลือกนักเรียนที่จะเป็นตัวแทนของจังหวัดประจวบฯ เข้าร่วมการประกวดในระดับภาคคณะสงฆ์ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงพลังและการบูรณาการการดำเนินงานระหว่าง วัด หน่วยงาน และสถานศึกษา ซึ่งมีนักเรียน นักศึกษา และเยาวชน ที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองต่อไปในอนาคต

โดยมีสถานศึกษา 25 แห่ง ในพื้นที่ประจวบฯ นำนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม แบ่งการประกวดเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1. การประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ ทีมละ 5 คน แยกเป็นระดับประถมศึกษา ประเภทหญิงล้วน 35 ทีม ระดับประถมศึกษา ประเภทชายล้วน 9 ทีม ระดับมัธยมศึกษา ประเกทหญิงล้วน 22 ทีม ระดับมัธยมศึกษา ประเภทชายล้วน 7 ทีม 2. การประกวดบรรยายธรรม 93 คน แบ่งเป็นระดับช่วงชั้นที่ 1 (ป.1 – ป.3) 26 คน ระดับช่วงชั้นที่ 2 (ป.4 – ป.6 ) 39 คน ระดับช่วงชั้นที่ 3 (ม.1 – ม.3) 16 คน ระดับช่วงชั้นที่ 4 (ม.4 – ม.6) 13 คน

สำหรับการประกวดในครั้งนี้ ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม และได้รับความเมตตาจากพระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง ให้ความอนุเคราะห์สถานที่ อุปกรณ์เครื่องใช้ในการจัดกิจกรรมได้รับเมตตาจากคณะสงฆ์จังหวัดประจวบฯ และได้รับการสนับสนุนคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานต่าง ๆ มาเป็นคณะกรรมการผู้ตัดสินการประกวดในครั้งนี้.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดศูนย์ประชาสัมพันธ์เครือข่ายท่องเที่ยว โดยชุมชนปากน้ำปราณ

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดศูนย์ประชาสัมพันธ์เครือข่ายท่องเที่ยว โดยชุมชนปากน้ำปราณ

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดศูนย์ประชาสัมพันธ์เครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนปากน้ำปราณ ที่โรงแรมวินแดม หัวหิน ปราณบุรี รีสอร์ตแอนด์วิลล่า ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ มีนายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี น.ส.จิราวรรณ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายนำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ นายโรดาน อีวาน ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมวินแดม หัวหิน ปราณบุรีฯ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชนปากน้ำปราณ ให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินเยี่ยมชมบูธการแสดงกิจกรรมของชุมชน, นั่งรถซาเล้งท่องเที่ยววิถีชุมชน, ปลูกต้นไม้เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม, เปิดกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพของอำเภอปราณบุรี และร่วมถ่ายรูปที่ตาลสามต้น จุดแลนด์มาร์คสุดฮิตของปราณบุรี

สำหรับ ศูนย์ประชาสัมพันธ์เครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนปากน้ำปราณ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 100 ตารางเมตร ภายในโรงแรมวินแดม หัวหิน ปราณบุรี รีสอร์ตแอนด์วิลล่า เพื่อใช้เป็นศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวปากน้ำปราณ ร่วมกับเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนพัฒนาปากน้ำปราณ เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวปากน้ำปราณ ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวัฒนธรรม เป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน อีกทั้งยังเป็นศูนย์ประชาสัมพันธ์ให้บริการเรื่องข้อมูลท่องเที่ยวในพื้นที่, มีบริการซาเล้งทัวร์ (รถพ่วงข้างนั่งชมวิถีชุมชน), ล่องเรือแม่น้ำปราณบุรี แบบไปเช้าเย็นกลับ, จำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงประสานงานภาครัฐในการดูแลด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ Kick off เคาะประตูบ้าน “หยุดเผา หยุดฝุ่น เพื่อคุณ เพื่อเรา”ลดฝุ่น PM 2.5

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ Kick off เคาะประตูบ้าน “หยุดเผา หยุดฝุ่น เพื่อคุณ เพื่อเรา”ลดฝุ่น PM 2.5

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “หยุดเผา หยุดฝุ่น เพื่อคุณ เพื่อเรา ชาวเมืองประจวบคีรีขันธ์” ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบฯ มี พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัด นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ นายธนวัฒน์ เรืองเดช หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนทุกภาคส่วนร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างความตระหนักในการร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ด้วยการหยุดการเผาทุกชนิดในที่โล่งแจ้ง ป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน พร้อมการระดมฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ

ทั้งนี้จังหวัดประจวบฯ ได้มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกช่องทางอย่างต่อเนื่อง ขอความร่วมมือให้ประชาชนงดการเผาทุกชนิด และแจ้งให้ทราบถึงการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดจากภาครัฐ หากพบการเผาในพื้นที่ใด จะมีการสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดทุกกรณี ประชาชนที่พบเห็นการลักลอบเผาขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่สายด่วน 199 หรือสายด่วน 191 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบจับกุมผู้กระทำผิดดำเนินคดีตามกฎหมาย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

หัวหินตั้งรูปปั้นคนสู้ฉลาม ประติมากรรมเก่าแก่ของชาวหัวหิน แทนของเก่าที่ชำรุดให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่

หัวหินตั้งรูปปั้นคนสู้ฉลาม ประติมากรรมเก่าแก่ของชาวหัวหิน แทนของเก่าที่ชำรุดให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยนายบุญเกิด อรรธนิศากร ประธานมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน สมาชิกสภาเทศบาลฯ ผู้อำนวยการสำนักช่าง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บริเวณรูปปั้นคนสู้ฉลาม ขนาดความสูงประมาณ 1.90 เมตร ที่ถอดแบบมาจากรูปปั้นคนสู้ฉลาม ประติมากรรมเก่าแก่สัญลักษณ์ของหัวหินเกือบ 70 ปี ที่ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา และนำกลับมาปั้นแล้วตั้งใหม่บนโขดหินริมทะเล บริเวณเดิมที่ศาลเจ้าแม่ทับทิมหัวหิน ทางลงชายหาดหัวหิน เพื่อให้ชาวหัวหินและนักท่องเที่ยวได้ชื่นชม ได้ถ่ายภาพและเป็นจุดเช็คอิน ท่ามกลางนักท่องเที่ยวต่างชาติยืนดูด้วยความสนใจ พร้อมกันนี้เทศบาลเมืองหัวหินมีแนวทางในการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณดังกล่าวให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาเยี่ยมชมธรรมชาติทะเลอันสวยงาม และได้ทราบเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองหัวหินต่อไป

นายบุญเกิด อรรธนิศากร กล่าวว่า เดิมทีรูปปูนปั้นคนสู้ฉลามมีมานานหลายสิบปีแล้ว โดยนำมาตั้งที่โขดหิน บริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิมและชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา จึงย้ายออก ต่อมามีการนำรูปปั้น “โผน กิ่งเพชร” มาตั้งแทนระยะหนึ่ง ก่อนย้ายรูปปั้นโผน กิ่งเพชร ไปตั้งยังสวนสาธารณะโผนกิ่งเพชรจนถึงปัจจุบัน และก่อนหน้านี้มีการประชุมร่วมกันหลายครั้ง ที่จะนำรูปปั้นคนสู้ฉลามกลับมาตั้งใหม่ แต่ด้วยเทศบาลหัวหินขาดงบประมาณ ผมจึงได้รวบรวมเงินจากคณะกรรมการศาลเจ้า ที่ได้จากการทำบุญของชาวบ้านเวลาจัดงานประจำปี รวมกับเงินส่วนตัวได้ประมาณ 359,000 บาท จ้างนักปั้นจากโคราชที่มีฝีมือ ปั้นขึ้นใหม่จากปูนซีเมนต์ ซึ่งสามารถป้องกันความเค็มของน้ำทะเล จะไม่มีเหล็กอยู่ภายใน เพราะถ้ามีเหล็กอาจจะเกิดการระเบิดหรือปะทุได้ จะเป็นเนื้อเรซิ่นหรือเนื้อพลาสติกผสมอยู่ จนแล้วเสร็จสมบูรณ์ ก่อนนำกลับมาตั้งที่เดิมเพื่อให้เป็นแลนด์มาร์คของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวทะเลหัวหินได้ถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึก.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ เตรียมจัดงานประเพณีตักบาตรเที่ยงคืนพระอุปคุตริมทะเล แห่งเดียวในไทย

ประจวบฯ เตรียมจัดงานประเพณีตักบาตรเที่ยงคืนพระอุปคุตริมทะเล แห่งเดียวในไทย

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการจัดงานประเพณีตักบาตรเพ็ญพุธแรก (หลวงปู่พระอุปคุตเที่ยงคืน) ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 3 สำนักเทศบาลเมืองประจวบฯ

วันเพ็ญพุธ หรือวันเป็งปุ๊ด เป็นประเพณีตักบาตรเที่ยงคืน ซึ่งเป็นประเพณีของชาวล้านนาทางภาคเหนือ ในทุกปีที่มีวันขึ้น 15 ค่ำ ที่ตรงกับวันพุธ โดยไม่เจาะจงว่าต้องอยู่ในเดือนใด พระภิกษุสามเณรทุกรูปจะออกบิณฑบาตในตอนเที่ยงคืน เชื่อกันว่าหลวงปู่พระอุปคุต พระอรหันต์ผู้มีฤทธิ์มากจะออกจากการจำพรรษา เหาะขึ้นมาจากมหาสมุทร (หรือสะดือทะเล) โดยจะแปลงกายเป็นสามเณรน้อยออกมาโปรดสัตว์ ถ้าผู้ใดได้ใส่บาตรกับพระอุปคุตแล้ว บุคคลผู้นั้นจะเหลือกินเหลือใช้ ร่ำรวยเป็นเศรษฐี สุขภาพแข็งแรง รักยืนยาว บังเกิดแต่สิ่งดีที่เป็นสิริมงคลแก่ตนเอง

สำหรับในปีนี้ตรงกับวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ตั้งแต่เวลา 00.01 น. โดยจะมีขบวนพระภิกษุ สามเณร จำนวน 40 รูป ออกรับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้งจากพุทธศาสนิกชน เข้าแถวเรียงรายเป็น 2 แถว เริ่มจากกลางสะพานสราญวิถี มีขบวนชาวไทยเชื้อสายมอญแบกเสรียง ด้านบนมีรูปหล่อพระอุปคุตโบราณ ระยะทางกว่า 500 เมตร เป็นการจำลองการเดินทางของพระอุปคุตจากสะดือทะเล เพื่อออกมาบิณฑบาตในโลกมนุษย์ และมีความเชื่อว่าถ้าใครได้ใส่บาตรในวันเพ็ญพุธ จะได้รับอานิสงส์แรงกล้า โดยก่อนเริ่มขบวนพระอุปคุต หรือพระบัวเข็ม ผู้ปราบพญามาร มีกิจกรรมสวดมนต์อุปปาตะสันติคาถา เจริญสมาธิ แผ่เมตตา การเทศนาเรื่องพระอุปคุต รำขอพรพระอุปคุตจากนางรำกว่า 100 คน การเชิดพญานาคและพิธีลั่นกลองชัยถวายบูชาองค์หลวงปู่พระอุปคุต ซึ่งการตักบาตรเที่ยงคืนหน้าอ่าวประจวบฯ เป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ที่มีวิหารพระอุปคุต หันหน้าสู่ทะเลทางทิศตะวันออก และพุทธศาสนิกชนตักบาตรหน้าทะเล เสมือนรับพระอุปคุตขึ้นจากสะดือทะเล ตามความเชื่อของพุทธศาสนิกชน และทุกครั้งที่จัดงาน แรงศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศจะนำข้าวสารอาหารแห้งมาร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและทำนุบำรุงพระศาสนา.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานฯ กุยบุรี ซ้อมแผนเผชิญเหตุ พร้อมช่วยประชาชนจากภัยสัตว์ป่า

อุทยานฯ กุยบุรี ซ้อมแผนเผชิญเหตุ พร้อมช่วยประชาชนจากภัยสัตว์ป่า

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 นายอนุชาติ อาจหาญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี นำทีมเจ้าหน้าที่ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ร่วมกับหน่วยกู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี และ WWF ประเทศไทย จัดซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนและลดผลกระทบจากเหตุสัตว์ป่าเข้าพื้นที่ชุมชน

การฝึกซ้อมครั้งนี้มีการจำลองสถานการณ์ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บจากการเผชิญหน้ากับสัตว์ป่า โดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน มีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล รวมถึงควบคุมสถานการณ์เพื่อป้องกันอันตรายเพิ่มเติมจากสัตว์ป่า

นายอนุชาติ อาจหาญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เปิดเผยว่า “การซ้อมแผนเผชิญเหตุช่วยให้เราสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งอุทยานแห่งชาติกุยบุรี หน่วยกู้ภัยและประชาชนในพื้นที่ หากเกิดเหตุจริง เราจะสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เป็นการเสริมความพร้อมของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ทั้งนี้การฝึกซ้อมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุก ในการรับมือเหตุสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ โดยเน้นให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี มีทักษะในการปฏิบัติงานจริง และสามารถประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการจัดฝึกซ้อมลักษณะนี้จะมีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถรับมือกับเหตุการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” โดยการทำงานร่วมกัน ในลักษณะนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความปลอดภัยและความสมดุลระหว่างคนกับสัตว์ป่า.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา…..รายงาน