Categories
ข่าว ทั้งหมด

“ถ้ำพระยานคร” น้ำพระราชหฤทัยพิสูจน์พระราชปณิธานสีเขียวของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

“ถ้ำพระยานคร” น้ำพระราชหฤทัยพิสูจน์พระราชปณิธานสีเขียวของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ท่ามกลางเทือกเขาสามร้อยยอดอันเขียวชอุ่ม อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ มีถ้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของพระราชปณิธานสีเขียว นั่นคือ “ถ้ำพระยานคร” ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นสมบัติทางธรรมชาติที่งดงามเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ ที่ประทับพระราชลัญจกรแห่งความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีต่อพสกนิกรและผืนแผ่นดินไทย ภายในถ้ำพระยานคร มีพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นพระที่นั่งไม้สักทองที่ออกแบบอย่างประณีต สะท้อนถึงพระปรีชาสามารถในการผสมผสานสถาปัตยกรรมไทยเข้ากับธรรมชาติอันงดงามของถ้ำ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนพระที่นั่งแห่งนี้เป็นโบราณสถานสำคัญเมื่อปี พ.ศ. 2495 และด้วยความสำคัญอันยิ่งใหญ่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จึงใช้รูปพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์เป็นตราประจำจังหวัด

สองครั้งแห่งพระราชดำเนิน บทพิสูจน์พระราชหฤทัย – ครั้งที่หนึ่ง เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2501 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร รัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จพระราชดำเนินประพาสถ้ำพระยานครเป็นการส่วนพระองค์ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (พระบรมราชชนนีพันปีหลวง) และสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในโอกาสนั้น ทรงพระราชทานเครื่องนุ่งห่มแก่ชาวบ้านที่มารับเสด็จ แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยในความเป็นอยู่ของพสกนิกร

ครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2524 เส้นทางแห่งพระราชปณิธานที่เดินด้วยพระบาท การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้มีความหมายพิเศษอย่างยิ่ง เพราะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร รัชกาลที่ 9 และพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเลือกที่จะเดินเท้าขึ้นเขาไปยังถ้ำพระยานครด้วยพระองค์เอง เพื่อต้องการสัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด การเสด็จครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเยือนสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าการอนุรักษ์ธรรมชาติ ต้องเริ่มจากการเข้าใจและใส่ใจอย่างจริงจัง การเดินเท้าขึ้นเขา 2 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 ชั่วโมงนั้น เป็นบทเรียนสำคัญที่สอนเราว่า ธรรมชาติไม่ได้อยู่ห่างไกล แต่ต้องใช้ความตั้งใจและความพยายามในการเข้าถึง ความงามที่แท้จริงไม่ได้มาง่าย ต้องผ่านความเหนื่อยยาก แต่สิ่งที่ได้รับคือความประทับใจที่คงอยู่ตลอดไป การทำงานเพื่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมไม่ใช่การนั่งสั่งการจากที่สูง แต่คือการลงมือทำด้วยตนเอง แม้จะยากลำบาก ถ้ำพระยานครและเขาสามร้อยยอดเป็นมากกว่าแค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นสัญลักษณ์ของพระราชปณิธานสีเขียวที่พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงสืบสานมาจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร รัชกาลที่ 9 นั่นคือการอนุรักษ์ธรรมชาติ การดูแลผืนป่า และการใส่พระทัยในชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร

บริเวณเขาสามร้อยยอดที่ถ้ำพระยานครตั้งอยู่ ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศป่าไม้ที่สมบูรณ์ และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด การอนุรักษ์พื้นที่แห่งนี้จึงสอดคล้องกับพระราชปณิธานในการรักษาสมดุลของธรรมชาติเพื่อลูกหลานของไทยในอนาคต วันนี้ หากทุกท่านมีโอกาสเยือนถ้ำพระยานคร และได้เดินตามรอยพระบาทบนเส้นทาง 2 กิโลเมตรที่ทรงเคยเสด็จ ท่านจะไม่ได้แค่ชื่นชมความงามของธรรมชาติระหว่างทาง หินงอก หินย้อย หรือความศักดิ์สิทธิ์ของพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์เท่านั้น แต่ควรน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และพระราชปณิธานสีเขียว ที่ทรงปลูกฝังไว้ในดินแดนแห่งนี้ เส้นทางที่ชันและเหนื่อยยากนั้น กลายเป็นบทเรียนว่า “ทุกสิ่งที่มีค่าต้องแลกมาด้วยความตั้งใจและความพยายาม”

“ถ้ำพระยานคร” ไม่ใช่แค่ถ้ำ แต่เป็นห้องเรียนแห่งธรรมชาติที่สอนเราถึงความหมายของพระราชปณิธานสีเขียว การดูแลธรรมชาติด้วยหัวใจ เดินหน้าด้วยความมุ่งมั่น และยึดมั่นด้วยความรักที่มีต่อแผ่นดิน สิ่งที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่า คือการมีอยู่ของระบบนิเวศเฉพาะถิ่นภายในถ้ำ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญของความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพของเขาสามร้อยยอด นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นบางชนิด ที่ไม่สามารถพบได้ที่อื่นในโลกนี้ เช่น จิ้งจกนิ้วยาวสามร้อยยอด (Sam Roi Yot Bent-toed Gecko) สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่ปรับตัวให้อยู่รอดในสภาพแวดล้อมถ้ำได้อย่างสมบูรณ์ และ ตุ๊กกายสามร้อยยอด (Sam Roi Yot Skink) สัตว์เลื้อยคลานอีกชนิดหนึ่งที่สะท้อนกระบวนการวิวัฒนาการที่โดดเดี่ยวทางภูมิศาสตร์ การค้นพบสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ เป็นหลักฐานสำคัญที่เน้นย้ำว่าพื้นที่แห่งนี้มีคุณค่าอนุรักษ์ระดับสากล หากพื้นที่ถูกทำลาย สัตว์เหล่านี้ก็จะสูญพันธุ์ไปตลอดกาล ซึ่งสอดคล้องกับพระราชปณิธานของพระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ทรงเป็น “พระมารดาแห่งการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ”

จึงขอเชิญชวนท่านร่วมเดินตามรอยพระบาท ขึ้นไปยังถ้ำพระยานคร ด้วยความเคารพและตระหนักในคุณค่าของธรรมชาติ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานสีเขียวของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และรักษามรดกอันล้ำค่านี้ไว้เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำทีมตรวจตลาดโครงการคนละครึ่งพลัส พบมีประชาชนออกมาใช้สิทธิกันอย่างคึกคัก

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำทีมตรวจตลาดโครงการคนละครึ่งพลัส พบมีประชาชนออกมาใช้สิทธิกันอย่างคึกคัก

วันที่ 31 ตุลาคม 2568 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย น.ส.กนกกร เอี่ยมเพชร์ คลังจังหวัด น.ส.ศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัด และบุคลากรในสังกัด ลงพื้นที่สำรวจและรับฟังความคิดเห็นประชาชนและร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส”ที่บริเวณตลาดรถไฟประจวบฯ อ.เมืองประจวบฯ โดยในวันนี้นับเป็นวันที่ 3 ของโครงการ หลังจากพูดคุยกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการแล้ว พบว่าที่ผ่านมามีประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภค บริโภค เสื้อผ้า อาหารสด บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดได้เน้นกำชับเตือนประชาชนและร้านค้า ห้ามซื้อขายสิทธิหรือใช้สิทธิ โดยไม่มีการซื้อขายจริง และอย่าหลงเชื่อการเชิญชวนให้แลกวงเงินเป็นเงินสด เนื่องจากเป็นการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีมีการแลกวงเงินสิทธิเป็นเงินสดสำเร็จ จะถือเป็นความผิดทางอาญา ฐานร่วมกันฉ้อโกง ทั้งผู้แลกและผู้รับแลกต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตลอดจนต้องคืนเงินให้แก่รัฐบาลทั้งจำนวนที่เคยได้รับไป รวมถึงอาจถูกระงับสิทธิไม่ให้เข้าร่วมโครงการอื่นของรัฐบาลอีกด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้การประจวบฯ ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม วันฮาโลวีน-ลอยกระทง สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว

ผู้การประจวบฯ ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม วันฮาโลวีน-ลอยกระทง สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 31 ตุลาคม 2568 พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ เป็นประธานปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในวันฮาโลวีนและช่วงการจัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2568 ที่บริเวณหอนาฬิกาหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมี พ.ต.อ.ชินวร เจียห์สกุล รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน พ.ต.อ.หงส์พรหม วิศิษฏ์ชนะชัย ผกก.สภ.ปราณบุรี พ.ต.อ.พีรวัส ชูแก้ว ผกก.สภ.สามร้อยยอด พ.ต.ท.อาณัฐชัย ก้อนทอง สวญ.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3 นายณัฐนันท์ สินสมบัติ ป้องกันอำเภอหัวหิน พร้อมด้วยตำรวจท่องเที่ยว ฝ่ายปกครอง มูลนิธิ และอาสาสมัครประมาณ 120 คนร่วมในพิธี

พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง กล่าวว่า การกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงเทศกาลสำคัญ เป็นหนึ่งในนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรภาค 7 กำหนดมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในวันฮาโลวีนและในช่วงการจัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2568 โดยมุ่งเน้นการป้องกันปราบปรามคดีเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ คดีอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นตาม สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ สถานที่พักผู้โดยสาร แหล่งท่องเที่ยว หรือสถานที่ที่มีการจัดงานที่มีประชาชนนักท่องเที่ยวไปร่วมงานจำนวนมาก คดีที่รัฐเป็นผู้เสียหาย ได้แก่ความผิดเกี่ยวกับการพนัน อาวุธปืน ยาเสพติด สถานบริการ ความผิดเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกวดขันจับกุมผู้เล่นดอกไม้เพลิง พลุ และประทัดในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ หรือในลักษณะที่น่าจะเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ขอให้ภารกิจที่รับมอบหมายแก่ทุกท่านทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามสามารถ ด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท และการใช้กริยาวาจาด้วยความสุภาพ ปฏิบัติตามแบบแผนและขั้นตอน ตามหลักยุทธวิธี เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ทับสะแกจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร 7 วัน ถวายเป็นพระราชกุศลพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ทับสะแกจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร 7 วัน ถวายเป็นพระราชกุศลพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 30 ตุลาคม 2568 นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโส ปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทนนายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร 7 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่วัดอ่างสุวรรณ (หนองหอย) ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ โดยมีพระครูผาสุกวิหารการ เจ้าคณะอำเภอทับสะแก เจ้าอาวาสวัดหนองหอย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง นายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายก อบต.อ่างทอง นายเชาว์ เอี่ยมสุขขา นายก อบต.นาหูกวาง นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.ทับสะแก สภ.ห้วยยาง ผู้บริหารท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ปลัดอำเภอ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างชั่วคราว สมาชิก อส.อ.ทับสะแก ที่ 6 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธี.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ภาค 7 ทลายเว็บพนัน “lavabet555”พร้อมผู้ต้องหาพบมีเงินหมุนเวียนกว่า 300 ล้านบาท

ภาค 7 ทลายเว็บพนัน “lavabet555”พร้อมผู้ต้องหาพบมีเงินหมุนเวียนกว่า 300 ล้านบาท

วันที่ 31 ตุลาคม 2568 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภาค 7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.หงส์พรหม วิศิษฏ์ชนะชัย ผกก.สภ.ปราณบุรี และ พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน พร้อมชุดสืบสวน ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาเว็บพนัน “lavabet555” จำนวน 3 ราย ที่ สภ.หัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน้ตบุ๊ค โทรศัพท์มือถือ บัตรกดเงินสด ATM และสมุดบัญชีธนาคารจำนวนหลายรายการ

พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ กล่าวว่า พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 สั่งการให้เจ้าหน้าที่จับกุมผู้กระทำความผิดลักลอบเล่นการพนันออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ https://lavabet555.electrikora.com/ ซึ่งมีการโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงการเล่นพนันได้อย่างง่ายดาย โดยสืบทราบว่ามีแอดมินอยู่ในพื้นที่อำเภอปราณบุรี – หัวหิน จึงนำหมายศาลเข้าตรวจค้นจับกุมต้องหาได้ 2 ราย ภายโครงการหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ในตำบลทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่ง โดยทั้งคู่รับว่าเป็นแอดมินของเว็บพนันดังกล่าวจริงและซัดทอดว่ามีเพื่อนร่วมแก๊งอีก 1 คน ที่อำเภอปราณบุรี ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการดูแลเว็บไซต์ จึงตามจับกุมได้หมดยกแก๊ง

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าแอบลักลอบเปิดเว็บพนันดังกล่าวมานาน 3 ปี ตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 มีลูกค้าเป็นจำนวนมากเข้ามาใช้บริการ จากการตรวจสอบสมุดบัญชีธนาคารที่ยึดได้ พบว่ามีเงินหมุนเวียนถึงปัจจุบันกว่า 300 ล้านบาท จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี พร้อมเร่งขยายผล หากพบว่ามีใครเกี่ยวข้องอีก ก็จะดำเนินตามกฎหมายทั้งหมด.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (ครบ 7 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระพันปีหลวง

ประจวบฯ ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (ครบ 7 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระพันปีหลวง

ช่วงค่ำวันที่ 30 ตุลาคม 2568 พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (ครบ 7 วัน) ถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง อำเภอเมือง จ.ประจวบฯ โดยมี พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ และพสกนิกรชาวจังหวัดประจวบฯ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน

ทั้งนี้ ด้วยมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ พิเศษ 7/2568 สำนักงานเลขาธิการมหาเถรสมาคม ได้เห็นชอบแนวทางการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยกำหนดให้ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระพุทธมนต์ หรือสวดอภิธรรมอุทิศถวายพระราชกุศล ตามเวลาที่เหมาะสมของแต่ละวัดและชุมชน ประจำทุกวันเป็นเวลา 30 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

สำหรับในการพระราชพิธีพระบรมศพ จะมีคำที่เกี่ยวกับการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ ทั้งคำว่า “สัตตมวาร”“ปัณรสมวาร”“ปัญญาสมวาร” และ “สตมวาร” สำหรับทั้ง 4 คำดังกล่าว มีความหมายที่เหมือนกัน คือ การทำบุญอุทิศแก่ผู้ล่วงลับ แต่ความต่างคือ เป็นคำที่ใช้ในการเรียกวาระสำคัญของการบำเพ็ญพระราชกุศล มีความหมายดังนี้ 1. สัตมวาร/สัตตมวาร (สัด-ตะ-มะ-วาน) วันที่ครบ 7, การบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 7 วันในการเสด็จสวรรคต 2. ปัณรสมวาร (ปัน-นะ-ระ-สะ-มะ-วาน) วันที่ครบ 15, การบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วันในการเสด็จสวรรคต 3. ปัญญาสมวาร (ปัน-ยา-สะ-มะ-วาน)/ปัณณาสมวาร (ปัน-นา-สะ-มะ-วาน) วันที่ครบ 50, การบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 50 วันในการเสด็จสวรรคต 4. สตมวาร (สะ-ตะ-มะ-วาน) วันที่ครบ 100, การบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน ในการเสด็จสวรรคต.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปลัดเทศบาลนครหัวหิน ชวนร้านค้าเข้าร่วมโครงการ‘คนละครึ่งพลัส’วันสุดท้าย

ปลัดเทศบาลนครหัวหิน ชวนร้านค้าเข้าร่วมโครงการ‘คนละครึ่งพลัส’วันสุดท้าย

วันที่ 30 ตุลาคม 2568 นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน เปิดเผยว่า จากที่นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้กำหนดให้เทศบาลนครหัวหินเป็นจุดรับลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสสำหรับร้านค้า โดยเปิดให้บริการตามนโยบายมา 3 อาทิตย์แล้ว หมดเขตให้ลงทะเบียนในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนในเขตเทศบาลนครหัวหินกับอำเภอหัวหินที่จะได้ไม่ต้องไปแออัดที่ธนาคารกรุงไทย สาขาหัวหินกับสาขาในศูนย์การค้า ที่ผ่านมาเทศบาลได้รับความสนใจจากประชาชนมาใช้บริการจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง วันหนึ่งประมาณ 160 ร้าน และยังมีคนทยอยมาใช้บริการมาลงทะเบียนร้านค้าอย่างต่อเนื่อง

สำหรับวันแรกของการใช้สิทธิ์คนละครึ่งพลัสของประชาชน จากการสอบถามร้านค้าต่างตอบว่ายังมีคนใช้บริการน้อยอยู่ ไม่ทราบจากสาเหตุใด น่าจะยังไม่เป็นช่วงของวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ เพราะหัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวอาจจะยังไม่มาใช้จ่ายกัน หรือบางร้านค้าอาจยังไม่เรียบร้อย โดยเข้าใจว่าตัวเองเคยลงทะเบียนแล้วสามารถใช้ได้เลย ซึ่งมีหลายร้านที่เข้ามาสอบถาม จริงๆ แล้วร้านค้าจะต้องมาลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสใหม่ หรือมาทบทวนบัญชีใหม่ บางทีบัญชีอาจจะไม่เดิน ไม่เคลื่อนไหว เลยทำให้ไม่เข้าโครงการไม่ได้ นี่อาจจะเป็นปัญหาแรก คือร้านค้าเก่าๆ เข้าใจว่าเรามีสิทธิ์เดิมอยู่แล้ว สามารถเข้าโครงการได้เลย แต่จริงๆ ต้องมาลงทะเบียน หรือมาฟื้นฟูระบบใหม่

“ขณะที่ร้านค้าหลายร้านที่ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเรียบร้อยแล้ว ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ได้ ใช้บริการตามร้านค้าที่มีป้ายติดว่าร้านนี้เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อเป็นการส่งเสริมนโยบายของรัฐบาล และเป็นการช่วยชาติช่วยเหลือพี่น้องที่เดือดร้อน โครงการคนละครึ่งพลัสเป็นนโยบายที่ดีของรัฐบาล และวันที่ 31 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.00 น. จะเป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียนร้านค้าในโครงการ ขอเชิญชวนผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการนี้ โดยนำเอกสาร สำเนาบัตรประชาชน รูปถ่ายหน้าร้าน โดยต้องมีเจ้าของร้านยืนอยู่หน้าร้านด้วย ประมาณ 3 – 4 รูป สำเนาหน้าบัญชีธนาคารกรุงไทย ผู้ประกอบการที่จะมาลงทะเบียนไม่จำเป็นต้องอยู่ในเขตเทศบาลนครหัวหิน ผู้ประกอบการจากนอกเขตเทศบาลก็สามารถมาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการนี้ได้ครับ” นายจีรวัฒน์กล่าวในตอนท้าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รถบัสบรรทุกนักศึกษา รด.มาเต็มคัน เกิดเสียหลักชนเสาไฟข้างทาง บาดเจ็บระนาว

รถบัสบรรทุกนักศึกษา รด.มาเต็มคัน เกิดเสียหลักชนเสาไฟข้างทาง บาดเจ็บระนาว

เมื่อเวลา 16.30 น. ของวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุ 191 สภ.หัวหิน จ.ประจวบฯ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบัสโดยสารชนเสาไฟฟ้าข้างทาง บริเวณถนนสายหัวหิน – หนองพลับ เขตเทศบาลนครหัวหิน มีผู้บาดเจ็บหลายราย จึงประสานรถกู้ภัยมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถานรุดไปยังที่เหตุ บริเวณทางลงช่องเขาด่าน ก่อนถึงร้านตี๋เฮงติ่มซำ ประมาณ 50 เมตร พบรถบัสโดยสาร 6 ล้อ สภาพเก่า สีส้ม หมายเลขข้างรถ 1774 – 4 หมายเลขทะเบียน 10 – 0400 ประจวบฯ วิ่งระหว่างหัวหิน – ปราณบุรี จอดอยู่ริมถนน ในสภาพเพลารถขาด ล้อหน้าหลุด ชิ้นส่วนกระจัดกระจาย ซีกซ้ายเสียหายพังทั้งแถบ ภาพในรถพบผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) ชาย/หญิง โรงเรียนหัวหินวิทยาคม จำนวนนับสิบคน ส่งเสียงร้องเจ็บปวดขอความช่วยเหลือกันระงม จึงช่วยกันนำร่างออกจากตัวรถ พบผู้บาดเจ็บมีแผลถลอกตามร่างกายจำนวน 8 ราย นำส่ง รพ.หัวหิน ให้แพทย์รักษา

จากการสอบสวนนายวิทยา อ่อนกลิ่น อายุ 75 ปี คนขับรถบัสที่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ให้การว่าตนขับรถบัสไปรับนักศึกษา รด. ประมาณ 20 คน ที่เสร็จการอบรมที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มาทางถนนบายพาสชะอำ – ปราณบุรี เข้าตัวเมืองหัวหินเพื่อมาส่งที่โรงเรียน ระหว่างทางมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้ง ประกอบฝนตกถนนลื่น มีรถเก๋งขับอยู่ข้างหน้า ตนเบรกไม่ทันกลัวชนท้าย จึงหักหลบรถเสียหลักชนเข้ากับเสาไฟฟ้าและรถแบคโฮที่จอดอยู่ข้างทางอย่างจังจนรถบัสพังยับเยิน ก่อนรถไถลไปจอดหมอบอยู่ข้างทาง ทำให้มีคนเจ็บจำนวนมาก สำหรับรถบัสตนเคยประกาศขายรถเลิกกิจการ หลังวิ่งมานานหลายสิบปี ผ่าน TikTok ในราคา 160,000 บาท แต่ยังไม่ทันมีคนซื้อ ก็มาเกิดอุบัติเหตุขึ้นเสียก่อน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปิดฤดูกาล ! เต่ากระเกาะทะลุ รังที่ 25 ฟักตัวรังสุดท้ายของปี แสดงถึงความสมบูรณ์ของทะเลอ่าวไทย

ปิดฤดูกาล ! เต่ากระเกาะทะลุ รังที่ 25 ฟักตัวรังสุดท้ายของปี แสดงถึงความสมบูรณ์ของทะเลอ่าวไทย

นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) เปิดเผยข่าวดีจากทะเลอ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง ว่าเมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 29 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) ร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม พบการฟักออกของลูกเต่ากระรังสุดท้ายของปี บริเวณชายหาดเกาะทะลุ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ รังที่ 25 นี้เป็นรังที่แม่เต่ากระขึ้นมาวางไข่เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 รวมจำนวนไข่ทั้งสิ้น 110 ฟอง หลังผ่านระยะเวลาฟัก 2 เดือน ปรากฏว่ามีลูกเต่ากระฟักออกมาสมบูรณ์ จำนวน 20 ตัว คิดเป็นอัตราการรอดตาย 18 เปอร์เซ็นต์ โดยมีไข่เสีย 79 ฟอง ตายแรกเกิด 7 ตัว และไข่ไม่ได้ผสม 4 ฟอง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยามได้นำลูกเต่ากระ ทั้ง 20 ตัว ไปอนุบาลเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง ก่อนจะปล่อยคืนสู่ท้องทะเลต่อไป ขณะที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ ยังคงลาดตระเวนและเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังและคุ้มครองพื้นที่วางไข่ของเต่าทะเลในบริเวณนี้

นายเอกฤทธิ์ กล่าวเสริมว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการทำงานอย่างจริงจังภายใต้โครงการของมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงมุ่งมั่นในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลของไทย โดยเฉพาะแนวปะการัง สิ่งมีชีวิตใต้ทะเล และสัตว์ทะเลหายาก เพื่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์และยั่งยืนสืบไป การฟักไข่ของเต่ากระครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าระบบนิเวศทางทะเลของอ่าวไทยกำลังฟื้นตัว และพื้นที่เกาะทะลุยังคงเป็นแหล่งวางไข่ที่สำคัญของเต่าทะเล ซึ่งจะช่วยสร้างความหวังให้กับการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากของไทยในอนาคต.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สภ.ปราณบุรี ปรับเสริมศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ช่วยลดคดีความในชั้นศาล

สภ.ปราณบุรี ปรับเสริมศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ช่วยลดคดีความในชั้นศาล

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 พ.ต.อ.หงส์พรหม วิศิษฐ์ชนะชัย ผกก.สภ.ปราณบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.พิชิต แสงศิริสุทธิสาร รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ปราณบุรี และพนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี ประชุมร่วมกับนายวรพจน์ ลิมาคม ประธานศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน สภ.หัวหิน พร้อมคณะทำงานฯ ที่ สภ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ เพื่อขอข้อมูลเสริมการทำงานของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ของ สภ.ปราณบุรี ให้มีประสิทธิภาพเป็นระบบสากลในการทำหน้าที่ให้บริการประชาชน เพื่อไกล่เกลี่ยในคดีความลหุโทษ เช่นการทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย การฉ้อโกง มรดกทรัพย์สินที่ดิน และอื่นๆ ที่สามารถจะเจรจายอมความกันได้ รวมถึงแนวทางในการปฎิบัติหน้าที่ ระหว่างผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาทางคดีความที่เข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษกับทาง สภ.ปราณบุรี โดยศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน สภ.หัวหิน จะส่งเจ้าหน้าที่รวม 10 คน มาช่วยเสริมการทำงานร่วมกับศูนย์ฯ สภ.ปราณบุรี ทั้งนี้ ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน สภ.หัวหิน ถือเป็นต้นแบบศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนให้กับสถานีตำรวจต่างๆ ภายในจังหวัดได้เป็นอย่างดี

พร้อมกันนี้ ผกก.สภ.ปราณบุรี ได้นำคณะทำงานศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน สภ.หัวหิน เข้าเยี่ยมชมห้องปฎิบัติงานต่างๆ ภายใน สภ.ปราณบุรี รวมทั้งเตรียมแต่งตั้งประธานและคณะทำงานศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน สภ.ปราณบุรี เพิ่มเติมอีก เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินการเจรจาไกล่เกลี่ยยุติคดีความ โดยมีศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน สภ.หัวหิน เป็นพี่เลี้ยงในการทำงานต่อไป

ตามที่กระทรวงยุติธรรมให้จัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน เพื่อยกระดับกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ รวมถึงช่วยลดคดีต่างๆ และความขัดแย้งในชุมชน โดยสำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้จัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ ให้ครบทุกจังหวัด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เสียค่าใช้จ่ายน้อย และลดคดีความในชั้นศาล.