Categories
กีฬา ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด สังคม

ททท. เปิดงาน Amazing MuayThai Festival 2026 ยกระดับมวยไทยสู่มาตรฐานสากล กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว Sport Tourism ระดับนานาชาติ

ททท. เปิดงาน Amazing MuayThai Festival 2026 ยกระดับมวยไทยสู่มาตรฐานสากล กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว Sport Tourism ระดับนานาชาติ

ช่วงค่ำวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว (ททท.) เป็นประธานเปิดงาน Amazing MuayThai Festival 2026 พร้อมด้วย พล.อ.จินตมัย ชีกว้าง ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ “บัวขาว” สมบัติ บัญชาเมฆ ยอดนักชาวไทย แขกผู้มีเกียรติ และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติร่วมชมงานอย่างคับคั่ง ที่อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จังหวัดประจวบฯ กองทัพบก การกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม กรมประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และสภามวยโลกมวยไทย (WBC) ระหว่างวันที่ 4 – 7 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของมวยไทย สร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักท่องเที่ยวคุณภาพที่ชื่นชอบกีฬามวยจากทั่วโลก

นายณัฐ ครุฑสูตร กล่าวว่า มวยไทยถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรรมอันทรงคุณค่า เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์การต่อสู้ที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน และได้ถูกนำมาต่อยอดสู่กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ผ่านการจัดงาน Amazing Muay Thai Festival 2026 ในครั้งนี้ ภายใต้แนวคิด Ultimate Muay Thai Experience เพื่อส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษ โดยการนำกีฬามวยไทยมาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านอีเวนต์ให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น และเลือกจุดหมายในการจัดงานที่จังหวัดประจวบฯ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว มีสนามฝึกและค่ายมวยที่หลากหลาย โดยเฉพาะในอำเภอหัวหิน ซึ่งเหมาะทั้งการฝึกจริงและการเรียนมวยไทยสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจ ทั้งนี้ ททท. หวังว่างาน Amazing Muay Thai Festival 2026 จะสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกีฬามวยจากทั่วโลก พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้าน Sport Tourism ระดับนานาชาติ

ไฮไลต์ภายในงาน ประกอบด้วยการแข่งขันชกมวยไทย นิทรรศการเกี่ยวกับลำดับขั้นมงคลของนักมวยไทย การสาธิตและฝึกสอนมวยไทยโบราณสี่สาย ได้แก่ มวยไชยา มวยโคราช มวยท่าเสา และมวยลพบุรี การทดสอบพละกำลังด้วยวิธีการซ้อมแบบมวยไทย อาทิ การเตะต้นกล้วย การชกมะนาว นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสาธิตหัตถศิลป์ไทย ทั้งการสักยันต์และการเขียนยันต์ สาธิตการละเล่นของไทยที่เกี่ยวกับมวย อาทิ มวยตับจาก มวยทะเล สนุกสนานกับตู้เกมส์เพิ่มทักษะมวยไทย การออกร้านอุปกรณ์มวย คอร์สเรียนมวยไทย และเดินเล่น ช้อป ชิม ชิล กับการออกร้านจำหน่ายอาหารและสินค้าของดีของเด่นจังหวัดประจวบฯ และการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังที่จะมาสร้างช่วงเวลาแห่งความประทับใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน ได้แก่ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ไรอัล ไมค์ทองคำ, ฟอร์ม ไมค์ทองคำ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ กอล์ฟ F.HERO, ปราง ปรางทิพย์ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ต้า มิสเตอร์ทีม, วงพัทลุง และวันที่ 7 กุมภาพันธ์ อู๋ ธรรพ์ณธร, แจ๊ส JSPKK

ไฮไลต์สำคัญของการจัดงานที่ห้ามพลาด ได้แก่ พิธีบวงสรวงบูรพมหากษัตริย์ 7 พระองค์และพระเจ้าเสือ พิธีครอบครู (สวมมงคล) โดยปรมาจารย์ครูมวยไทย พร้อมชมการแสดงชุด“ลั่นกลองเกริกฟ้า ประกาศศักดา ภูมิปัญญามวยไทย” โดยใช้นักแสดงกว่า 1,500 คน ประกอบแสง สี เสียง ปิดท้ายความอลังการด้วยการแสดงพลุสุดยิ่งใหญ่และตระการตา ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ซึ่งรัฐบาลกำหนดให้เป็น “วันมวยไทย” เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (สมเด็จพระเจ้าเสือ) องค์พระบิดาแห่งมวยไทย ผู้ที่สนใจติดตามรายละเอียดได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : Amazing Thailand หรือเพจ Thailand Festival หรือเพจ World wai kru muay thai หรือโทร.1672 Travel buddy.

Categories
ทั้งหมด สังคม

ข่าวสังคม

ข่าวสังคม

หาเสียงโค้งสุดท้าย…

ช่วงบ่ายวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม และนางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีต รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ หาเสียงโค้งสุดท้ายให้นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน ผู้สมัคร สส. เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ เบอร์ 7 จากพรรคภูมิใจไทย อ้อนขอคะแนนชาวบ้านในเขตเทศบาลทับสะแก และตลาดวัดห้วยทรายขาว บางสะพาน หวังปักธงในเขต 3 ให้ได้

น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน เป็นอดีตนายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก ได้ลงพื้นที่หาเสียง มีพี่น้องประชาชนให้การตอบรับที่ดีมากๆ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ อยากให้มากาในช่อง เบอร์ 37 พรรคภูมิใจไทย และเบอร์ 7 สส.เขต 3

ทั้งนี้ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในลำดับที่ 5 ของพรรคภูมิใจไทย และนายสวาป เผ่าประทาน ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 36 ของพรรคภูมิใจไทยก็ได้ลงหาเสียงด้วยเช่นกัน.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ขับเคลื่อน “เวชศาสตร์วิถีชีวิต” มุ่งสู่เมืองอายุยืน สุขภาวะดีและเมืองต้นแบบ Wellness City

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ขับเคลื่อน “เวชศาสตร์วิถีชีวิต” มุ่งสู่เมืองอายุยืน สุขภาวะดีและเมืองต้นแบบ Wellness City

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการกิจกรรมจังหวัดรักษ์สุขภาพ ผ่านการขับเคลื่อน Wellness และ Lifestyle Medicine” (เวชศาสตร์วิถีชีวิต) ที่โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมืองประจวบฯ มีพระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี นพ.ปรีชา เปรมปรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 รศ.ดร.นพ.ภูดิท เตชาติวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาวะพิสิฐและนายกสมาคมโค้ชเวชศาสตร์วิถีชีวิตและเวลเนสไทย รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา เข้าร่วมรับฟัง

นพ.อมรเทพ บุตรกตัญญู นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดโครงการ ว่าจากการที่ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางสุขภาพจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ ภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของประชากร เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ จึงชูแนวคิด “เวชศาสตร์วิถีชีวิต” (Lifestyle Medicine) เป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันแก้ไขปัญหาสุขภาพ หลังจากที่ผ่านมาจังหวัดประจวบฯ ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือหรือ MOU “จังหวัดรักษ์สุขภาพ” เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการส่งเสริมให้ชาวประจวบฯ มีสุขภาพดี ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัวและชุมชน มุ่งสู่เป้าหมายเมืองอายุยืน สุขภาวะดี ระบบนิเวศเอื้อต่อพฤติกรรมสุขภาพ และจุดหมาย Health and Wellness

โดยมีวิทยากรระดับประเทศที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการความรู้ด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต คือ รศ.ดร.นายแพทย์ภูดิท เตชาติวัฒน์ และคณะมาบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อต่างๆ ได้แก่ การสร้างระบบความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และทักษะการจัดการตนเอง ด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิตให้แก่ผู้นำภาคประชาชน นักเรียนและประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ให้สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ การพัฒนาสิ่งแวดล้อมเชิงสร้างสรรค์ (Healthy Setting) ในโรงเรียนและชุมชนให้สอดคล้องกับเสาหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต 6 ประการ การสร้างกลไกติดตามประเมินผล เพื่อผลลัพธ์ทางสุขภาพ และเป็นฐานข้อมูลในการพัฒนานโยบายสาธารณะระดับท้องถิ่น พร้อมการเปิดเวทีเสวนาและการทำกิจกรรมกลุ่ม เพื่อขับเคลื่อนจังหวัดรักษ์สุขภาพด้วย Lifestyle Medicine

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กำลังเป็นภัยคุกคามสุขภาพที่สำคัญของประชาชนทุกช่วงวัย การที่จังหวัดประจวบฯ ได้ริเริ่มขับเคลื่อนนโยบาย Wellness และ Lifestyle Medicine จึงเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคต จังหวัดประจวบฯ มีศักยภาพและทรัพยากรที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการเป็น “เมืองต้นแบบ Wellness City” ด้วยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ ที่มีทั้งภูเขาและทะเล อากาศดี ธรรมชาติสมบูรณ์ อาหารทะเลสด ผลไม้ท้องถิ่นอุดมสมบูรณ์ รวมถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวประจวบฯ ที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี หากสามารถบูรณาการจุดแข็งเหล่านี้เข้ากับองค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต จะทำให้จังหวัดประจวบฯ เป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพที่ผู้คนทั้งในประเทศและต่างประเทศอยากมาพำนักระยะยาว (Long-stay) ตามวิสัยทัศน์ “พลิกโฉม จังหวัดรักษ์สุขภาพประจวบคีรีขันธ์ สู่เมืองต้นแบบ Wellness City ด้วยโมเดลเศรษฐกิจสุขภาพและเวชศาสตร์วิถีชีวิต” ซึ่งต้องทำร่วมกันพร้อมกันทั้งจังหวัด.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด สังคม

เทศบาลนครหัวหินส่งเสริมการออกกำลังกาย จัดงาน ‘มหกรรมหัวหินสร้างสุข ชาวหัวหินสุขภาพดี’

เทศบาลนครหัวหินส่งเสริมการออกกำลังกาย จัดงาน ‘มหกรรมหัวหินสร้างสุข ชาวหัวหินสุขภาพดี’

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมนครหัวหินสร้างสุข ชาวหัวหินสุขภาพดี” โครงการส่งเสริมการออกกำลังกายห่างไกลโรคเรื้อรัง ตามพระราชดำริ ประจำปี 2569 ที่สวนหลวงราชินี 19 ไร่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมีคณะผู้บริหารเทศบาล ปลัดเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชาวชุมชนในเขตเทศบาล กว่า 500 คน เข้าร่วมกิจกรรม

โครงการส่งเสริมการออกกำลังกายห่างไกลโรคเรื้อรัง ตามแนวพระราชดำริและพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง ทั้งกายและใจ โดยกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานต่างๆ นำแนวทางนี้มาขับเคลื่อนผ่านโครงการ ซึ่งเทศบาลนครหัวหินได้ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้านสุขภาพแก่ประชาชน มุ่งเน้นการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก การส่งเสริมการออกกำลังกาย และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกช่วงวัยผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชน หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ มุ่งสู่การมีสุขภาพที่ดีของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ภายในงาน มีซุ้มนิทรรศการให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพต่างๆ แก่ผู้เข้าร่วมงาน กิจกรรมการออกกำลังกาย บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น พร้อมกันนี้ นายกเทศมนตรีนครหัวหินได้มอบใบประกาศนียบัตรให้กับหน่วยงานและผู้สนับสนุนโครงการดังกล่าว จากนั้นมีการลงทะเบียนรับริสแบนด์แสดงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ การแสดงขยับกายสบายชีวี การแสดงโชว์ชุดหัวหินสร้างสุข และการเต้นแอโรบิกออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ นำเต้นโดยอาจารย์ มานพ แนวกลาง (ครูแนน) ครูสอนเต้นดาว TikTok เพื่อเป็นการเสริมสร้างสุขภาพในกับประชาชนในพื้นที่.

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

ททท.แถลงข่าวจัดงาน “Amazing MuayThai Festival 2026” วันที่ 4-7 ก.พ.นี้ ที่อุทยานราชภักดิ์ หัวหิน

ททท.แถลงข่าวจัดงาน “Amazing MuayThai Festival 2026” วันที่ 4-7 ก.พ.นี้ ที่อุทยานราชภักดิ์ หัวหิน

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “Amazing MuayThai Festival 2026” ภายใต้แนวคิด “Ultimate Muay Thai Experience” พร้อมด้วยนายณัฐพล อันตรเสน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย พลโท บรรยง ทองน่วม รองเสนาธิการทหารบก ผู้ช่วยศาสตราจารย์อรรถพล อุสายพันธ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ ร่วมแถลงข่าว ณ ห้องโถงธนะรัชต์ อาคาร ททท. กรุงเทพฯ วัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมมวยไทยในระดับนานาชาติ พร้อมยกระดับมวยไทยสู่มาตรฐานสากล ตลอดจนกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ

งาน “Amazing MuayThai Festival 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 7 กุมภาพันธ์นี้ ที่อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ จัดเต็มความตระการตาด้วยไฮไลต์กิจกรรมที่หลากหลาย เริ่มต้นด้วยการจัด Event เกี่ยวกับมวยไทย ประกอบด้วยการแข่งขันชกมวยไทย นิทรรศการเกี่ยวกับลำดับขั้นมงคลของนักมวยไทย การสาธิตและฝึกสอนมวยไทยโบราณสี่สาย ได้แก่ มวยไชยา มวยโคราช มวยท่าเสา และมวยลพบุรี การทดสอบพลกำลังด้วยวิธีการซ้อมแบบมวยไทย อาทิ การเตะต้นกล้วย การชกมะนาว นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสาธิตหัตถศิลป์ไทย ทั้งการสักยันต์และการเขียนยันต์ สาธิตการละเล่นของไทยที่เกี่ยวกับมวย อาทิ มวยตับจาก มวยทะเล สนุกสนานกับตู้เกมส์เพิ่มทักษะมวยไทย การออกร้านอุปกรณ์มวย คอร์สเรียนมวยไทย และเดินเล่น ช้อป ชิม ชิล กับการออกร้านจำหน่ายอาหารและสินค้าของดีของเด่นจังหวัดประจวบฯ และการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังที่จะมาสร้างช่วงเวลาแห่งความประทับใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน

ไฮไลต์สำคัญของการจัดงานที่ห้ามพลาด ได้แก่ พิธีบวงสรวงบูรพมหากษัตริย์ 7 พระองค์และพระเจ้าเสือ พิธีครอบครู (สวมมงคล) โดยปรมาจารย์ครูมวยไทย พร้อมชมการแสดงชุด “ลั่นกลองเกริกฟ้า ประกาศศักดา ภูมิปัญญามวยไทย” โดยใช้นักแสดงไม่น้อยกว่า 1,500 คน ประกอบแสง สี เสียง ปิดท้ายความอลังการด้วยการแสดงพลุ สุดยิ่งใหญ่และตระการตา ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ซึ่งรัฐบาลกำหนดให้เป็น “วันมวยไทย” เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (สมเด็จพระเจ้าเสือ) องค์พระบิดาแห่งมวยไทย พร้อมกันนี้ยังร่วมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

ไหม้กลางดึก ร้านอาหารญี่ปุ่นดังในหัวหิน วอด 1 ล้านบาท

ไหม้กลางดึก ร้านอาหารญี่ปุ่นดังในหัวหิน วอด 1 ล้านบาท

เมื่อเวลา 02.40 น. ของวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ร.ต.ท.ธีรุจน์ จันทร์แก้ว รอง สว.สอบสวน สภ.หัวหิน จ.ประจวบฯ รับแจ้งเหตุเพลิงไม้ ร้านอาหารญี่ปุ่น “ซูซายากิ” ปากซอยหัวหิน 100/1 ถนนเพชรเกษม ใกล้ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน เขตเทศบาลนครหัวหิน จึงรายงานผู้บังคับบัญทราบ พร้อมประสานนายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน นำรถน้ำ รถดับเพลิงรุดไปยังที่เกิดเหตุเป็นร้านอาหารหรูขนาดใหญ่ พบเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ชั้นล่างภายในร้านเป็นควันโขมงก่อนลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ดับไฟอย่างเร่งด่วน ใช้เวลาประมาณ 40 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ หลังเพลิงสงบเข้าตรวจสอบพบอุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์ภายในถูกไฟไหม้เหลือแต่ซาก ค่าเสียหายเบื้องต้นกว่า 1 ล้านบาท ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้ต้องรอพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

“นายหัวชวน” ลุยโค้งสุดท้ายหาเสียงตลาดโต้รุ่งหัวหิน ! จี้ มท.-สธ.-ตร. อย่าเป็นเครื่องมือการเมือง มั่นใจภาคใต้ ปชป.บัญชีรายชื่อได้เกินครึ่ง

“นายหัวชวน” ลุยโค้งสุดท้ายหาเสียงตลาดโต้รุ่งหัวหิน ! จี้ มท.-สธ.-ตร. อย่าเป็นเครื่องมือการเมือง มั่นใจภาคใต้ ปชป.บัญชีรายชื่อได้เกินครึ่ง

ช่วงค่ำวันที่ 1 ก.พ.69 นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี, อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย พล.ต.ท.วรายุทธ สุขวัฒน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดร.สมชาย กระแจะเจิม รองผู้อำนวยการเลือกตั้งพื้นที่ภาคกลาง พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียงให้นายเอกธิปป์ ตนประเสริฐ ผู้สมัคร สส.เขต 2 จ.ประจวบฯ หมายเลข 9 ภายในตลาดโต้รุ่งหัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมีประชาชนนักท่องเที่ยว พ่อค้าแม่ค้าเข้ามาทักทายมอบดอกไม้ ขอถ่ายรูป และให้กำลังใจอย่างอบอุ่น

นายชวนกล่าวว่า ช่วงโค้งสุดท้ายยังคงเดินสายเต็มกำลัง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ครบทุกจังหวัด วันถัดไปจะลงพื้นที่ชุมพร ระนอง พังงา ก่อนปิดท้ายที่ภูเก็ต แล้วกลับจังหวัดตรัง ขณะที่วันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงที่จังหวัดตรัง และในช่วงวันที่ 4 – 7 กุมภาพันธ์ จะกระจายกำลังไปยังจังหวัดที่ยังไม่ได้ลงพื้นที่ พร้อมย้ำว่ากระแสพรรคดีขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้มีข้อมูลการใช้เงินในการเลือกตั้งออกมาแล้ว จึงได้ทำหนังสือถึง 3 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีมหาดไทย ขอให้กำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทั่วประเทศ อย่าเข้าไปเกี่ยวข้องหรือเอื้อประโยชน์ต่อการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยเฉพาะการใช้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นเครื่องมือทางการเมือง และการซื้อเสียง พร้อมขอให้ร่วมทำงานกับ กกต.อย่างเคร่งครัด

“นอกจากนี้ ยังได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุข หลังพบข้อมูลว่าพรรคการเมืองบางพรรคใช้ อสม. เป็นกลไกในการเก็บเงินเพื่อซื้อเสียง โดยให้ค่าตอบแทนตามจำนวนบ้านที่ดูแล บ้านละ 200 – 300 บาท ซึ่งถือเป็นการบ่อนทำลายภาพลักษณ์ของ อสม. ทั่วประเทศ อสม. เกิดขึ้นมานานแล้ว ผมเป็นคนประกาศให้มีวัน อสม. คุณอภิสิทธิ์เป็นคนอนุมัติค่าป่วยการ 600 บาท และคุณสาธิตเคยผลักดันให้ได้ 2,000 บาท เพื่อให้เกียรติอาสาสมัคร แต่วันนี้กลับถูกนักการเมืองบางกลุ่มนำไปใช้เป็นเครื่องมือการเมือง ผมจึงขอให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขช่วยดูแล อย่าให้ภาพลักษณ์ของ อสม. เสียหาย พร้อมกันนี้ ยังได้ทำหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งกำลังจะเกษียณอายุราชการในปีนี้ ขอให้ใช้เวลาที่เหลือปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อตรง กล้าตัดสินใจ และกำชับตำรวจทั่วประเทศ อย่ายอมเป็นเครื่องมือของนักการเมือง หรือเพิกเฉยต่อการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพียงเพราะเกรงใจฝ่ายการเมือง สำหรับบรรยากาศวันเลือกตั้งล่วงหน้า นายชวนยอมรับว่ายังไม่กล้าประเมินภาพรวม แต่การลงพื้นที่ตลาดโต้รุ่งหัวหิน ได้รับกำลังใจจากแม่ค้าหลายรายที่บอกว่า “ลงคะแนนให้แล้ว” แม้จะเป็นเพียงสัญญาณเล็กๆ แต่ก็สะท้อนการตื่นตัวของประชาชน”

เมื่อถูกถามถึงจังหวัดประจวบฯ ซึ่งเคยเป็นฐานเสียงใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ส่งผู้สมัครหน้าใหม่ทุกเขต นายชวนยอมรับว่าเป็นความท้าทาย หลัง สส.เดิมย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรม แต่ย้ำว่า ประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่สร้างคน ไม่ใช่ซื้อคน จึงต้องเดินหน้าปั้นผู้สมัครรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน การเมืองไทยอายุ 93 ปีแล้ว แม้ระบบธุรกิจการเมืองจะพยายามใช้เงินทำลายประชาธิปไตย แต่ประชาชนเริ่มรู้เท่าทัน ผมได้ยินชาวบ้านพูดว่า “เรากินเหยื่อ แต่ไม่กินเบ็ด” แม้กระทั่งที่ตรัง ซึ่ง สส.ถูกดึงออกไป ชาวบ้านก็ยังรู้ว่าใครคือคนที่พรรคสร้างมา ในมุมของนักการเมืองรุ่นเก่าอย่างตน “เป็นตายร้ายดีอย่างไร ก็ไม่ทิ้งพรรค ถึงเหลือคนเดียว ผมก็ยังอยู่“ ท้ายที่สุด นายชวนประเมินภาพรวมว่าระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 27 ในภาคใต้ มีกระแสดี และจากการคำนวณ “น่าจะได้เกินครึ่งหนึ่ง” ส่วนพื้นที่ภาคอื่นยังไม่ขอฟันธง ต้องรอการตัดสินใจของประชาชนในวันเลือกตั้งจริง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

กรณ์มาช่วยหาเสียงที่หัวหิน มั่นใจกระแสประชาธิปัตย์คืนชีพ ชูนโยบายแก้ปากท้อง คุมเข้มรัฐบาลใสสะอาด

 กรณ์มาช่วยหาเสียงที่หัวหิน มั่นใจกระแสประชาธิปัตย์คืนชีพ ชูนโยบายแก้ปากท้อง คุมเข้มรัฐบาลใสสะอาด

วันที่ 31 มกราคม 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช ทีมเศรษฐกิจและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ตลาดฉัตร์ไชย อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกับ พล.ต.ท.วรายุทธ สุขวัฒน์ (ผู้การต่อ) ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ “ท็อป – นายเอกธิปป์ ตนประเสริฐ ” ผู้สมัคร สส.ประจวบฯ เขต 2 หมายเลข 9 มั่นใจคนพื้นที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ชูจุดแข็งพรรค มืออาชีพที่ซื่อสัตย์ พร้อมเป็นตัวแปรสำคัญกำกับรัฐบาลไม่ให้นอกลู่นอกทาง มั่นใจคนประจวบฯ ให้โอกาสคนรุ่นใหม่

นายกรณ์ กล่าวว่าหลังจากลงพื้นที่ตั้งแต่บางสะพาน ทับสะแก ปราณบุรี จนถึงหัวหิน ได้รับเสียงตอบรับอย่างอบอุ่น โดยเฉพาะในเขต 2 (หัวหิน – ปราณบุรี) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตนคุ้นเคยมานานกว่า 50 ปี การส่งคนหนุ่มอย่างนายเอกธิปป์ ตนประเสริฐ (ท็อป) ผู้สมัครเบอร์ 9 ลงชิงเก้าอี้ สส. ในครั้งนี้ เป็นการสะท้อนว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมเดินหน้าด้วยพลังของคนรุ่นใหม่ ภายใต้การสนับสนุนของทีมงานมืออาชีพในพรรค ตาม​นโยบาย “ไทยหายจน” เรื่องปากท้องรอไม่ได้

ในส่วนของนโยบายเศรษฐกิจ นายกรณ์ย้ำว่าความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องหนี้สินและค่าครองชีพ คือภารกิจเร่งด่วน พรรคได้ประกาศยุทธศาสตร์ “ไทยหายจน” ด้วยมาตรการที่ทำได้จริง อาทิ โครงการล้างหนี้นอกระบบ ผ่านสถาบันการเงินรัฐ และมาตรการ “ผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด” เพื่อสร้างวินัยการเงิน, เดินหน้านโยบายลดค่าไฟฟ้าและค่าโดยสารสาธารณะราคาประหยัด รวมถึงสวัสดิการเบี้ยยังชีพที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย, สานต่อและขยายผลการประกันรายได้เกษตรกรและแรงงาน เพื่อให้มั่นใจว่าคนไทยจะมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ ชูจุดยืน “ผู้กำกับรัฐบาล” ปราบโกง แม้จะยอมรับว่าพรรคกำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟู ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่คุณกรณ์มั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นเสียงที่มีความหมายในสภาฯ

“เราอาจไม่ได้เป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุดในครั้งนี้ แต่เราจะเป็นคนกำกับว่าผู้เป็นรัฐบาล ต้องทำในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ต้องปราศจากเรื่องทุจริตคอรัปชั่น และมุ่งเป้าแก้เรื่องปากท้องเป็นสำคัญ” นายกรณ์กล่าวทิ้งท้ายเชิญชวนพี่น้องชาวประจวบคีรีขันธ์และคนไทยทั่วประเทศให้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ โดยขอโอกาสให้พรรคประชาธิปัตย์ ทั้งคนทั้งพรรค (เบอร์ 27) เพื่อนำทีมมืออาชีพอย่างนายชวน หลีกภัย, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และตนเข้าไปทำงานรับใช้ประชาชนอีกครั้งครับ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด สังคม

“ช่อ พรรณิการ์” นำทีมพรรคประชาชนหาเสียงโค้งสุดท้ายที่หัวหิน “ขอประจวบกล้าเปลี่ยน เลือกส้มทั้งสองใบ”

“ช่อ พรรณิการ์” นำทีมพรรคประชาชนหาเสียงโค้งสุดท้ายที่หัวหิน “ขอประจวบกล้าเปลี่ยน เลือกส้มทั้งสองใบ”

วันที่ 30 มกราคม 2569 พรรคประชาชนจัดกิจกรรมปราศรัยใหญ่ช่วงโค้งสุดท้าย ภายใต้ชื่อ “คาราวานประชาชนหัวหิน” เปิดพื้นที่พบปะประชาชนในเขตเทศบาลวหิน จ.ประจวบฯ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของผู้สนับสนุนที่มารอฟังการปราศรัย โดยขบวนคาราวานเริ่มต้นจากซอยหัวหิน 19 เคลื่อนเข้าสู่สวนหลวงราชินี 19 ไร่ ก่อนถึงช่วงปราศรัยใหญ่ เพื่อขอคะแนนเสียงในช่วงสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่ 1 กุมภาพันธ์ และวันเลือกตั้งใหญ่ วันที่ 8 กุมภาพันธ์

พรรคประชาชนส่งผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบทั้ง 3 เขตเลือกตั้งในจังหวัดประจวบฯ ได้แก่ เขต 1 นายมรกต โอ่เอี่ยม (ลูกหิน) นักกีฬากอล์ฟอาชีพ เขต 2 น.ส.นักษา กาญจนคีรีรัตน์ (เค้ก) วิศวกร เขต 3 น.ส.วรรณอนงค์ หาญพงษ์ธรรม (พลอย) ผู้ประกอบการร้านโกโก้ โดยผู้สมัครทั้งสามเขตได้ขึ้นเวทีสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ทั้งปัญหาปากท้อง การทำมาหากิน โอกาสทางเศรษฐกิจและการเข้าถึงบริการของรัฐ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของพรรคประชาชน พร้อมย้ำจุดยืนเดียวกันว่า “เลือกอนาคต เลือกรัฐบาลประชาชน”

นอกจากนี้ ยังมีแกนนำพรรคประชาชนผลัดกันขึ้นเวทีนำเสนอนโยบายสำคัญ อาทิ ด้านการศึกษา การบริหารจัดการที่ดิน ปัญหาเงินประกันสังคม และสวัสดิการผู้สูงอายุ โดยมีแกนนำร่วมปราศรัยหลายคน อาทิ กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ, สรายุทธ ใจหลัก, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ธิวัชร์ ดำแก้ว และครูหนึ่ง ธีรศักดิ์ จิระตราชู

ไฮไลท์ของงานอยู่ที่การปรากฏตัวของ“ช่อ”พรรณิการ์ วานิช หนึ่งในแกนนำคนสำคัญของพรรคประชาชน ซึ่งได้รับเสียงปรบมือและเสียงเชียร์จากประชาชนตลอดการขึ้นเวที “ช่อ” ได้กล่าวตอบโต้กรณีที่มีพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ชาวช้างสีน้ำเงินจัดเวทีปราศรัยที่กรุงเทพฯ พาดพิงว่าพรรคประชาชนหยิบยกประเด็นการตรวจสอบเงินประกันสังคมมาใช้เป็นเครื่องมือหาเสียง ช่วงที่เป็นบอร์ดประกันสังคม 2 ปี ทำไมไม่ตรวจสอบ มาตรวจช่วงนี้ หวังกอบโกยคะแนนเสียงในช่วงเลือกตั้ง โดยยืนยันว่าพรรคประชาชนตรวจสอบเรื่องดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่าหนึ่งปี ทั้งเรื่องเงิน เรื่องที่ประกันสังคมซื้อตึกเก่า SKYY 9 มูลค่า 3 พันล้าน ด้วยเงินกองทุน 7 พันล้าน โดยมี “ไอซ์ รักชนก ศรีนอก” ร่วมกับ “เนม สหัสวัต คุ้มคง”

สส.พรรคประชาชน ตรวจสอบจนเป็นที่ประจักษ์ และนำไปสู่การที่ไอซ์ รักชนก หนึ่งในทีมตรวจสอบได้รับรางวัลนักการเมืองดาวรุ่งประจำปี 2568 พร้อมเหน็บกลับผู้ที่กล่าวหาอย่างเผ็ดร้อนว่า “อาจไม่ได้ติดตามข่าว เพราะที่บ้านไม่มีอินเทอร์เน็ต”
นอกจากนี้ ช่อยังกล่าวถึงกรณีธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดเผยข้อมูลการเบิกธนบัตรฉบับละ 100 บาท มูลค่ากว่า 450 ล้านบาท จน กกต.ต้องขอข้อมูลเพื่อตรวจสอบป้องกันการซื้อสิทธิ์ขายเสียง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหลายพรรคการเมืองใช้เงินหาเสียงจำนวนมหาศาล และมักต้องเกรงใจกลุ่มทุนหรือบริษัทเอกชนที่สนับสนุนพรรค ขณะที่พรรคประชาชนใช้เงินหาเสียงจากเงินบริจาคของประชาชน จึงไม่ต้องเกรงใจใคร นอกจากเกรงใจประชาชน

“ช่อ” ยังย้ำอีกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากการเลือกตั้งปี 2566 แม้พรรคก้าวไกลในขณะนั้นจะได้คะแนนเสียงอันดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ผ่านโหวตนายกฯ ของสมาชิกวุฒิสภา อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งปี 2569 วุฒิสภาชุดดังกล่าวหมดวาระแล้ว จึงไม่สามารถขวางการจัดตั้งรัฐบาลได้อีก หากพรรคประชาชนได้รับคะแนนเสียงมากเป็นอันดับ 1 พร้อมขอให้ประชาชนชาวประจวบฯ กล้าเปลี่ยนเพื่ออนาคต เลือกพรรคประชาชนทั้งผู้สมัครและพรรค หรือเลือกส้มทั้งสองใบ เพื่อให้ได้คะแนนเสียงถล่มทลาย และนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนอย่างแท้จริง.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ทศวรรษแห่งการให้ ! บางสะพานปลุกพลังศรัทธาอีกครั้ง“Run for Love 10 ปี ก้าวคนละก้าว”

ทศวรรษแห่งการให้ ! บางสะพานปลุกพลังศรัทธาอีกครั้ง“Run for Love 10 ปี ก้าวคนละก้าว”

วันที่ 30 มกราคม 2569 นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน นพ.เชิดชาย ชยวัฑโฒ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางสะพาน ร่วมกันแถลงข่าวและถ่ายทอดวิสัยทัศน์ “ก้าวต่อไปเพื่ออนาคตสาธารณสุขบางสะพาน”เชิญชวนร่วมรำลึก 10 ปีแห่งตำนานการให้ ณ ห้องประชุมก้าวด้วยรัก ชั้น 5 อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลบางสะพาน จ.ประจวบฯ โดยมีบุคคลสำคัญร่วมขับเคลื่อนโครงการ ยืนยันความพร้อมของพื้นที่และการบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อความปลอดภัยและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน อาทิ พ.ต.อ.ตะวัน ตระการฤกษ์ ผกก.สภ.บางสะพาน ชี้แจงแผนดูแลความปลอดภัยและการจราจรตลอดเส้นทางวิ่ง, นายเจริญ เจริญลักษณ์ สาธารณสุขอำเภอบางสะพาน นำพลังสนับสนุนจาก อสม. กว่า 500 คน จาก 7 ตำบล มาร่วม,
นายผดุงศักดิ์ ปราณอุดมรัตน์ ตัวแทนกลุ่มเหล็กสหวิริยา และ SVL Group ย้ำบทบาทภาคเอกชนที่ยืนเคียงข้างบางสะพานมากว่า 36 ปี ผ่าน 3 กลไกหลัก ได้แก่ การประชาสัมพันธ์ การส่งบุคลากรร่วมขับเคลื่อน และการสนับสนุนช่องทางจำหน่ายเสื้อ เพื่อเสริมพลังชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ซึ่งงานจะจัดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 15.00 – 20.30 น. ณ ลานกิจกรรมที่ว่าการบางสะพาน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2559 ภาพของชายคนหนึ่งที่ชื่อ “ตูน บอดี้สแลม” กับการวิ่งกว่า 400 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ สู่บางสะพาน ไม่เพียงกลายเป็นตำนานแห่งการเสียสละ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์ “พลังศรัทธา” ที่ปลุกหัวใจคนไทยทั้งประเทศ เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลบางสะพาน ให้ก้าวผ่านข้อจำกัดด้านสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรม

หนึ่งทศวรรษผ่านไป ก้าวเล็กๆ ในวันนั้น ได้ต่อยอดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ทั้งด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์ ระบบบริการ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และวันนี้ พลังแห่งการให้กำลังจะถูกปลุกขึ้นอีกครั้ง ในวาระครบรอบ 10 ปี “ก้าวคนละก้าว กรุงเทพฯ – บางสะพาน”ภายใต้โครงการวิ่งการกุศล“Run For Love 10 ปี ก้าวคนละก้าว กรุงเทพฯ – บางสะพาน”ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ออร์โธฯ ชวนก้าว” โดยราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ในโอกาสครบรอบ 60 ปีการสถาปนาื ซึ่งการรวมพลังครั้งสำคัญนี้ มีเป้าหมายเพื่อระดมทุนจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ 13 โรงพยาบาลที่ขาดแคลนทั่วประเทศ ผ่านศิริราชมูลนิธิ ควบคู่การรณรงค์ให้คนไทยตระหนักถึงสุขภาพกระดูกและข้อ โดยราชวิทยาลัยฯ ผนึกกำลังร่วมกับ 12 จังหวัดทั่วประเทศ สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อส่งต่อโอกาสการรักษาให้แก่เพื่อนมนุษย์
ซึ่งสอดรับอย่างยิ่งกับวาระครบรอบ 10 ปี “ก้าวคนละก้าว” ที่บางสะพาน ทุกภาคส่วนจึงพร้อมใจกันสานต่อเจตนารมณ์แห่งการให้ เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขของ โรงพยาบาลบางสะพาน อย่างยั่งยืน

ด้านนายเฉลิมพล วาณิชยานันท์ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารทั่วไป ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ ได้สรุปเส้นทางวิ่ง แผนแพทย์ฉุกเฉินที่ได้มาตรฐาน พร้อมกิจกรรมเสริม อาหารและของรางวัล โดยผนึกกำลังกับกลุ่ม “ยังบางสะพาน” และ “บางสะพานรันเนอร์” ให้งานนี้เป็นมากกว่างานวิ่ง คือเป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อนและแบ่งปันความรัก

ไฮไลต์สำคัญ คือการเปิดตัว เสื้อที่ระลึก Run For Love 10 ปี ออกแบบโดยคุณเบล – ชายชาญ ใบมงคล จากมูลนิธิก้าวคนละก้าว ภายใต้แนวคิด “คลื่นหัวใจ” สื่อถึงแรงสั่นสะเทือนแห่งการเสียสละ ที่กำลังจะกลับมาปลุกหัวใจคนไทยอีกครั้ง
ภายในงานยังมีพิธีมอบงบประมาณสนับสนุนเริ่มต้นโครงการ จากภาคีเครือข่าย อาทิ มูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถาน บางสะพาน, กลุ่มเหล็กสหวิริยา, SVL Group และผู้มีจิตศรัทธาอีกหลายภาคส่วน ถือเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้น “ก้าวใหม่” เพื่อชาวบางสะพาน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน