Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

โรงเรียนหัวหินวิทยาลัยจัด “วิ่งสู่ร้อยปีซาเลเซียน” รายได้เป็นทุนการศึกษาให้แก่เด็กที่ขัดสน

โรงเรียนหัวหินวิทยาลัยจัด “วิ่งสู่ร้อยปีซาเลเซียน” รายได้เป็นทุนการศึกษาให้แก่เด็กที่ขัดสน

วันที่ 29 มกราคม 2569 ที่ห้องประชุมเทเรซา โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย จ.ประจวบฯ บาทหลวงเทพรัตน์ ปิติสันต์อธิการโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย พร้อมด้วยบาทหลวงณัฐวุฒิ กิจสวัสด์ ผู้ช่วยอธิการโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย นายชาญณรงค์ พานิชนันทนกุล นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย นายรังสรรค์ บุญแท้ นายกสมาคมศิษย์เก่าฯ พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหัวหิน คณะกรรมการจัดงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมจัดงาน “วิ่งสู่ร้อยปีซาเลเซียน” (SALESIAN HUA HIN MINI MARATHON 2026 ) ในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคมนี้ ที่โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมฉลองครบรอบ 100 ปี ของคณะนักบวชซาเลเซียนที่เข้ามาช่วยพัฒนาเด็กและเยาวชนในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการศึกษาในอำเภอหัวหินและพื้นที่ใกล้เคียง จนเป็นที่รู้จักดี ภายใต้ชื่อโรงเรียนซาเลเซียนหัวหิน หรือโรงเรียนฝรั่งดำ หรือโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย ซึ่งมีศิษย์เก่าและสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนอยู่มากมาย โดยรายได้ในการจัดงาน หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะมอบให้โรงเรียนเพื่อสนับสนุนเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ครอบครัวขัดสน และส่วนหนึ่งนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ใหม่สำหรับการเรียนให้ทันสมัยมากขึ้นตามมาตรฐานสากล โดยแบ่งการวิ่งออกเป็น 3 ระยะทาง คือ 3 กิโลเมตร 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2568 จนถึงปัจจุบัน ขณะนี้มีผู้สมัครรวมกว่า 1,800 คน และยังเปิดรับต่อจนถึงสิ้นเดือนมกราคมนี้ ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและสมัครได้ที่ www.runforsalesianhuahin.com.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบต่อเนื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเงินสนับสนุนให้กับสถานศึกษาที่ขาดแคลน

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบต่อเนื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเงินสนับสนุนให้กับสถานศึกษาที่ขาดแคลน

วันที่ 29 มกราคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานส่งมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเงินสนับสนุนให้แก่สถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ครั้งที่ 3 ที่โรงเรียนประชาบูรณะวิทยา ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ว่าที่ร้อยตรี ดร.กิตติคุณ รุ่งเรือง คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ น.ส.ชุติกาญจน์ จันทร์สุริยา รองศึกษาธิการจังหวัด น.ส.วรลักษณ์ จันทร์ผา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดฯ เขต 1 น.ส.ไพสน สำราญรมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนประชาบูรณะวิทยา หัวหน้าส่วนราชการ ประธานหอการค้าจังหวัด นายอำเภอเมืองประจวบฯ ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม คณะครูและนักเรียนโรงเรียนประชาบูรณะวิทยาและโรงเรียนฮาฟิซประจวบฯ เข้าร่วมพิธี

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า การส่งมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเงินสนับสนุนให้แก่สถานศึกษาในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมืออันดียิ่งจากผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษา และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของเยาวชนไทยให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล การสนับสนุนในครั้งนี้ เป็นการสร้างโอกาสให้แก่สถานศึกษาและนักเรียนได้เข้าถึงเครื่องมือที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอนและเสริมสร้างทักษะที่สำคัญสำหรับการดำรงชีวิตและการทำงานในอนาคต โดยโรงแรมบลูเวฟ หัวหิน ได้สนับสนุนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จำนวน 10 เครื่อง และผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบเงินสนับสนุนโรงอาหารให้กับโรงเรียนประชาบูรณะวิทยา เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับสุขาภิบาลอาหาร และพัฒนาโภชนาการนักเรียน รวมมูลค่าประมาณ 2 แสนบาท

ตามที่จังหวัดประจวบฯ โดยนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาจังหวัดประจวบฯ ภายใต้ชื่อ ” Next move PRACHUAP ประจวบต้องไปต่อ” เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน 10 ด้าน และอีกหนึ่งกลไกลที่สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนา คือนโยบายด้านการพัฒนาการศึกษา ภายใต้ชื่อ “10 ห้องเรียนเสริมการศึกษา” โดยกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการพัฒนา โดยการระดมทรัพยากรจากภาคส่วนเอกชน คือผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่ จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ ภายใต้แนวคิด CSR หรือ Corporate Social Responsibility ในการจัดหาคอมพิวเตอร์ให้กับสถานศึกษาที่ขาดแคลน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาในโรงเรียนให้มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและทรัพยากรที่จำเป็นต่อการเรียนการสอน ตลอดจนเป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน ได้มีเครื่องมือที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 – 2 ตุลาคม 2568 ได้ส่งมอบอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์และเงินสนับสนุน ครั้งที่ 1 จำนวน 2 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองม้อง อ.บางสะพานน้อย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบฯ เขต 1 และโรงเรียนบ้านหนองน้ำกลัด อ.สามร้อยยอด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบฯ เขต 2 และเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ได้ส่งมอบอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์และเงินสนับสนุน ครั้งที่ 2 จำนวน 2 โรงเรียน คือ โรงเรียนประชาพิทักษ์ อ.ทับสะแก และโรงเรียนบ้านทุ่งตาแก้ว อ.ทับสะแก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ประจวบฯ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดกิจกรรมขอบคุณสื่อมวลชน สานสัมพันธ์เครือข่ายสื่อสารมวลชน

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดกิจกรรมขอบคุณสื่อมวลชน สานสัมพันธ์เครือข่ายสื่อสารมวลชน

วันที่ 28 มกราคม 2569 รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดี กล่าวต้อนรับคณะสื่อมวลชน ในโครงการขอบคุณสื่อมวลชน มทร.รัตนโกสินทร์ ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยมีสื่อมวลชนจากหลากหลายแขนงเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางในการเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย และสร้างความร่วมมือด้านการสื่อสารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยมีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทและการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย ตลอดจนกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้บริหาร มทร.รัตนโกสินทร์ และสื่อมวลชน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในเชิงรุก

นอกจากนี้ คณะสื่อมวลชนยังได้เยี่ยมชมสถานที่สำคัญและการจัดการเรียนการสอนของแต่ละคณะ ได้แก่ การสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ การเยี่ยมชมคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาทิ ห้องปฏิบัติการน้ำหอม ชั้น 8 โรงงานเครื่องสำอางต้นแบบ สาขาเทคโนโลยีสุขภาพและความงาม ชั้น 3 และครุภัณฑ์ชุดปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้าใจการจัดการขนส่งด้วยระบบรางสมัยใหม่ รวมถึงการดูงานการเรียนการสอนของคณะวิศวกรรมศาสตร์ในห้องปฏิบัติการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ห้องปฏิบัติการระบบ SCADA และ IIOT และห้องปฏิบัติการระบบการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์อุตสาหกรรม กิจกรรมดังกล่าวช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และทำให้ มทร.รัตนโกสินทร์ เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขยายเครือข่ายความร่วมมือกับสื่อมวลชน เพื่อให้การสื่อสารข้อมูลของมหาวิทยาลัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดกิจกรรม “Quick Win 100 วัน” ถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระพันปีหลวง

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดกิจกรรม “Quick Win 100 วัน” ถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันที่ 29 มกราคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Quick Win 100 วัน” ถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มูลนิธิสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี บ้านนิคม กม.5 ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ มีนายมานพ ตั้งบูรพาจิตร์ รองนายก อบจ.ประจวบฯ นายยูซบ โต๊ะวัง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนทุกภาคส่วนในพื้นที่ร่วมกิจกรรม มีการประกอบพิธีสงฆ์และทำบุญใส่บาตรนมจืดแด่พระภิกษุสงฆ์ หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การมอบถุงพระราชทานให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ จำนวน 15 ราย จากนั้นผู้ร่วมกิจกรรมร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมบริเวณมูลนิธิสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ

สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี บ้านนิคม กม.5 ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลอ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2535 เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสมหามงคลสมัยที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา โดยเป็น 1 ใน 82 แห่งที่จัดตั้งขึ้นทั่วประเทศ ปัจจุบันอยู่ในความรับผิดชอบดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ เป็นหน่วยบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ ให้บริการดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ตำบลอ่าวน้อยและพื้นที่ใกล้เคียง มีบริการตรวจรักษาโรคทั่วไป การฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยมีการจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นประจำทุกปี เช่น การจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ หรือการทำนุบำรุงศาสนสถานและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อบรมผู้นำองค์กรเกษตรกร แก้หนี้และสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน

อบรมผู้นำองค์กรเกษตรกร แก้หนี้และสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน

วันที่ 29 มกราคม 2569 นายสมศักดิ์ ไพบูลย์ เกษตรกรและรองประธานคนที่ 1 อนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการสร้างความเข้มแข็งขององค์กรเกษตรกร ภายใต้การฝึกอบรมผู้นำองค์กรเกษตรกรภายใต้ รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 29 – 30 มกราคม 2569 ที่ อบต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายและวิกฤติในภาคการเกษตร ยุทธศาสตร์สำคัญคือการสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก ผ่านการพัฒนาองค์กรเกษตรกรให้มีศักยภาพ เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็น“มอเตอร์หัวใจ” ของยุทธศาสตร์กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.)

ด้าน น.ส.นารี อุทัยทิพวุฒิกร หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดประจวบฯ กล่าวว่า การจัดอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กรเกษตรกร ทั้งด้านการบริหารจัดการองค์กร การขับเคลื่อนเครือข่าย และการมีส่วนร่วมของสมาชิก เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและสร้างความเข้มแข็งอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกันนี้ ยังได้ชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการตามนโยบาย ฟื้นฟูเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชน โดยมุ่งแก้ไขปัญหาพื้นฐานรายบุคคล เริ่มจากการจัดเก็บข้อมูลสมาชิกอย่างเป็นระบบ ทั้งภาระหนี้สินครัวเรือน สถานะอาชีพ และสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อออกแบบการช่วยเหลือให้ตรงจุด จากการประเมิน พบว่าบางรายไม่มีหนี้สิน แต่ขาดอาชีพ ขณะที่บางรายได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กองทุนฟื้นฟูฯ จึงมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเอง มีอาชีพ และดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

ที่ผ่านมา กองทุนฟื้นฟูฯ ได้ช่วยเหลือเกษตรกรด้านการจัดการหนี้สินแล้วประมาณ 8 ราย ส่วนใหญ่เป็นหนี้กับสหกรณ์การเกษตรและสถาบันการเงิน โดยขยายวงเงินช่วยเหลือจากเดิมไม่เกิน 2.5 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย เพื่อให้สอดคล้องกับภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้สามารถรักษาที่ดินทำกินไว้ได้กว่า 40 ไร่

การอบรมครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานจังหวัดประจวบฯ เข้าร่วมสนับสนุน พร้อมด้วย น.ส.ประทีป แจ้งสว่าง อนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดประจวบฯ ประธานกองทุนฟื้นฟูฯ จาก 10 ตำบล และเกษตรกรผู้เข้าร่วมกว่า 60 คน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ กองทุนฟื้นฟูฯ ขอเชิญชวนเกษตรกรและประชาชนที่ประสบปัญหาหนี้สิน หรือขาดแหล่งทุนในการประกอบอาชีพ เข้ารับการช่วยเหลือ โดยคาดหวังว่าผู้นำชุมชนกว่า 50 คน ที่เข้ารับการอบรมในครั้งนี้ จะเป็นกำลังสำคัญในการถ่ายทอดข้อมูล ขยายโอกาสการเข้าถึงการแก้หนี้ ฟื้นฟูอาชีพ และสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำผู้ตรวจราชการลงเรือ ชมเส้นทางท่องเที่ยวชีวภาพป่าชายเลนที่คลองบางนางรม

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำผู้ตรวจราชการลงเรือ ชมเส้นทางท่องเที่ยวชีวภาพป่าชายเลนที่คลองบางนางรม

วันที่ 28 มกราคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายวุฒิพงศ์ ตั้งจิตสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง และหัวหน้าส่วนราชการร่วมล่องคลองบางนางรม พายเรือชมเส้นทางท่องเที่ยวชีวภาพ ที่บริเวณคลองบางนางรม อ.เมือง จ.ประจวบฯ ในโอกาสที่นายวุฒิพงศ์ ตั้งจิตสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง เดินทางมาตรวจราชการส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลังในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ โดยร่วมกันพายเรือไปตามเส้นทางคลองบางนางรม ชมระบบนิเวศป่าชายเลนที่สมบูรณ์ มีทั้งต้นโกงกาง โปรงแดง ต้นแสมขาวยักษ์ ชมโซนเลี้ยงหอยนางรม แปลงปลูกป่า จุดชมนก ประกอบกับวิวทิวทัศน์ช่วงเย็น โดดเด่นด้วยแสงสีส้มทองสะท้อนผืนน้ำ บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การถ่ายภาพ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และมีความสวยงามแห่งใหม่ของจังหวัดประจวบฯ ที่สามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี

กิจกรรมดังกล่าว ดำเนินการโดยวิสาหกิจชุมชนพิทักษ์วารี ซึ่งรวมตัวจัดตั้งขึ้นเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติป่าชายเลนของคลองบางนางรม ผ่านกิจกรรมที่ครอบคลุมทั้งการอนุรักษ์พัฒนาและการท่องเที่ยวชีวภาพ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นอกจากจะได้พายเรือชมธรรมชาติแล้ว กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพิทักษ์วารียังสามารถให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมปลูกป่าชายเลนในพื้นที่คลองบางนางรมได้อีกด้วย โดยทางกลุ่มมีเรือคายัคบริการกว่า 20 ลำ พร้อมเสื้อชูชีพ รองรับนักท่องเที่ยวได้รอบละ 30 คน ใช้เวลาไปกลับ ต่อรอบประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง ค่าบริการลำละ 600 บาท นั่งได้ 3 คน ขึ้นเรือได้ที่ท่าน้ำวัดธรรมมิการามวรวิหาร (ฝั่งคลองบางนางรม) สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่โทร. 063 – 9958875 นายสุเทพ นาคทั่ง (พี่หมู) หรือที่เพจกองเรือพิทักษ์วารี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เปิดแล้ว โกลเด้นเบรน ปราณบุรี พัฒนาเด็กได้เรียนรู้สู่จินตคณิต

เปิดแล้ว โกลเด้นเบรน ปราณบุรี พัฒนาเด็กได้เรียนรู้สู่จินตคณิต

โกลเด้นเบรน จินตคณิต สาขาปราณบุรี จ.ประจวบฯ เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อช่วยพัฒนาเด็กๆ ในเรื่องสมาธิให้ดีขึ้น ความจำที่แข็งแรง ทักษะสมองและการใช้ความคิดอย่างเป็นระบบ การคิดเลขได้รวดเร็วและแม่นยำ ผ่านการเรียนรู้ที่สนุก เป็นขั้นตอน ดูแลอย่างใกล้ชิดในบรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง เพื่อให้เด็กๆ เรียนรู้อย่างมั่นใจและมีความสุข

ด้วยประสบการณ์การสอนมายาวนานกว่า 20 ปี หลักสูตรของโกลเด้นเบรน A.M.S+ ได้ถูกสรรค์สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน.เพื่อช่วยให้นักเรียนอายุระหว่าง 4 – 9 ปี ได้พัฒนาไปตามวัยอย่างเหมาะสมและมีความรักในการเรียนรู้ตลอดคอร์สการเรียนการสอน เริ่มต้นโปรแกรมด้วยพื้นฐานการใช้ลูกคิดใน Basic A Level 1 เราให้ความสำคัญกับการสร้างทักษะพื้นฐานของนักเรียน ในขณะเดียวกันนักเรียนจะได้รับการพัฒนาทักษะแบบองค์รวม จึงส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ มีจิตใจที่อยากรู้อยากเห็นและสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่นักเรียนก้าวหน้าไปตามหลักสูตร เราได้คอยสนับสนุนให้คำแนะนำตลอดการเรียนรู้

ขอต้อนรับนักเรียนทุกท่านเข้าสู่โลกแห่งการเรียนรู้โกลเด้นเบรนจินตคณิต และขอขอบคุณที่ท่านให้ความสนใจในการเรียนรู้ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมของบุตรหลานของท่าน เราขอเป็นตัวแทนมอบหลักสูตรคุณภาพ ความรู้สึกที่ดี และความมั่นใจให้ท่าน ว่าโกลเด้นเบรนเป็นหลักสูตรจินตคณิตที่ดีที่สุดสำหรับเด็กอายุ 4 – 9 ปี ด้วยจุดเด่นของโรงเรียนของเรา ทั้งความสะดวกสบาย โปรแกรมการเรียนการสอนและหลักสูตรที่ดีที่สุด และกลุ่มครูที่เข้มแข็งมีส่วนสำคัญในการพัฒนาแต่งเติมโรงเรียนให้เป็นสถานที่ ที่อบอุ่นเป็นกันเอง คอร์สหลักสูตรการเรียนของโกลเด้นเบรน ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นเด็กในเรื่องการเรียน แต่เป็นคอร์สหลักสูตรที่มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวมของเด็กแต่ละคนในห้องเรียนแบบ Small Class เพียงแค่กลุ่มละ 5 – 8 คนเท่านั้น โกลเด้นเบรนภูมิใจที่ได้ใช้หลักสูตรคุณภาพนี้ในการพัฒนาบุตรหลานของท่าน ให้ก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาแห่งการพัฒนาสมองที่ดีที่สุดในชีวิต (Golden brain in Golden Time) ไปด้วยกัน

ขอเชิญผู้ปกครองในอำเภอปราณบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง พาบุตรหลานมาสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ ที่ช่วยวางรากฐานสมองและการคิดให้พร้อมในอนาคตได้ ที่โกลเด้นเบรน จินตคณิต สาขาปราณบุรี ใกล้กับร้านปราณบุรีสื่อสาร สอบถามรายละเอียด หรือสมัครเรียน โทร.088 – 7828229.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กกต.ประจวบฯ จัดกิจกรรมพบสื่อมวลชนท้องถิ่น จำลองหน่วยเลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติเสมือนจริง

กกต.ประจวบฯ จัดกิจกรรมพบสื่อมวลชนท้องถิ่น จำลองหน่วยเลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติเสมือนจริง

วันที่ 27 มกราคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งประจำจังหวัดประจวบฯ จัดกิจกรรมพบสื่อมวลชนท้องถิ่น มีสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ทั้งวิทยุภาครัฐ วิทยุชุมชน สื่อสิ่งพิมพ์ เคเบิ้ลทีวี สื่อออนไลน์ ในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ ที่โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมืองประจวบฯ พร้อมด้วยผู้เข้ารับการอบรมวิทยากรเขตเลือกตั้ง และผู้เกี่ยวข้อง รวมจำนวนกว่า 70 คน เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส. และการออกเสียงประชามติ ปี 2569 ให้แก่สื่อมวลชนนำไปขยายผลการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ในทุกอำเภอ สร้างแรงกระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิให้มากที่สุดในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

โดยมีนายศักดิ์ชัย เลิศกิตติวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งประจำจังหวัดประจวบฯ และนายบรรชา เรืองจันทร์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งฯ บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้ง สส.ใน 3 เขตเลือกตั้งของจังหวัดประจวบฯ และการออกเสียงประชามติในหน่วยเลือกตั้งเดียวกันในประเด็นคำถามที่ว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” พร้อมจำลองหน่วยเลือกตั้งและออกเสียงประชามติเสมือนจริง และสาธิตวิธีการใช้สิทธิเพื่อให้สื่อมวลชนได้เห็นขั้นตอนกระบวนการทั้งหมดและนำไปขยายผลการประชาสัมพันธ์ต่อ ทำให้การจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ สุจริต โปร่งใส ลดจำนวนบัตรเสียให้เหลือน้อยที่สุด

ทั้งนี้ จังหวัดประจวบฯ มีจำนวนเขตเลือกตั้ง สส.ทั้งหมด 3 เขตเลือกตั้ง ใช้รูปแบบการแบ่งเขตเช่นเดียวกับเมื่อปี 2566 คือ เขตเลือกตั้ง 1 พื้นที่อำเภอเมืองประจวบฯ (ยกเว้นตำบลห้วยทราย) อ.กุยบุรี อ.สามร้อยยอด อ.ปราณบุรี เฉพาะ ต.ปากน้ำปราณ เขตเลือกตั้งที่ 2 อ.หัวหิน และ อ.ปราณบุรี (ยกเว้นตำบลปากน้ำปราณ) เขตเลือกตั้งที่ 3 อ.ทับสะแก, อ.บางสะพาน, อ.บางสะพานน้อย และ ต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบฯ มีจำนวนหน่วยเลือกตั้ง รวม 729 หน่วย มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวม 438,189 คน จำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ทั้ง 3 เขต มีจำนวน 22 คน ได้แก่ เขตเลือกตั้งที่ 1 จำนวน 6 คน เขตเลือกตั้งที่ 2 จำนวน 9 คน และเขตเลือกตั้งที่ 3 จำนวน 7 คน

ในส่วนของสถานที่เลือกตั้งกลางสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้า มี 3 แห่ง คือเขตเลือกตั้งที่ 1 ที่หอประชุมโรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม อ.เมืองประจวบฯ เขตเลือกตั้งที่ 2 บริเวณที่ว่าการอำเภอปราณบุรี และเขตเลือกตั้งที่ 3 บริเวณที่ว่าการอำเภอบางสะพาน ซึ่งจากการเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า พบว่ามีผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า นอกเขตเลือกตั้ง รวม 12,284 คน แบ่งเป็น เขตเลือกตั้งที่ 1 จำนวน 2,122 คน เขตเลือกตั้งที่ 2 จำนวน 8,325 คน และเขตเลือกตั้งที่ 3 จำนวน 1,267 คน ส่วนการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้า ในเขตเลือกตั้ง มีจำนวน 36 คน แบ่งเป็นเขตเลือกตั้งที่ 1 จำนวน 28 คน เขตเลือกตั้งที่ 2 จำนวน 8 คน ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 3 ไม่มีผู้ขอใช้สิทธิ

ทั้งนี้ หากผู้ใดลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไว้ แต่ไม่มาใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ จะไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ได้ และต้องแจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิในช่วง 7 วันก่อนวันเลือกตั้งทั่วไป คือ วันที่ 1 – 7 กุมภาพันธ์ หรือ 7 วัน นับแต่วันเลือกตั้งทั่วไป คือ วันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ เพื่อไม่ให้ถูกจำกัดสิทธิทางการเมือง และขอเน้นย้ำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่าเมื่ออยู่ในคูหา ต้องงดใช้โทรศัพท์มือถือ และห้ามถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งเป็นอันขาด ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายแล้วนำไปโพสต์บนโซเชียลมีเดีย หรือถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึก ผู้ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมายเลือกตั้ง จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดกิจกรรม “รวมพลัง อช. สานต่อพระราชปณิธาน สมเด็จพระพันปีหลวง”

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดกิจกรรม “รวมพลัง อช. สานต่อพระราชปณิธาน สมเด็จพระพันปีหลวง”

วันที่ 27 มกราคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรม เนื่องในวาระครบรอบ 57 ปี โครงการพัฒนาผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองประจวบฯ มีนางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัด พัฒนาการจังหวัด เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ผู้นำท้องที่ท้องถิ่นในพื้นที่ อาสาพัฒนาชุมชน (อช.) ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้นำ อช.) ตลอดจนภาคีเครือข่ายเข้าร่วมกิจกรรม โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “รวมพลัง อช. สานต่อพระราชปณิธาน สมเด็จพระพันปีหลวง” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้กล่าวคำไว้อาลัยและยืนสงบนิ่ง เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อ่านสารนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องในวาระครบรอบ 57 ปี โครงการพัฒนาผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน จากนั้นมอบเกียรติคุณให้แก่อาสาพัฒนาชุมชน (อช.)และผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ที่มีผลงานดีเด่น ประจำปี 2568 จำนวน 16 ราย และกล่าวคำปฏิญาณตนแสดงพลังอาสาพัฒนาชุมชน ต่อมาได้ร่วมกันปลูกผักสวนครัวสร้างความมั่นคงทางอาหาร ที่หน้าสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดและบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดประจวบฯ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หล่อทะลุเลนส์ ! ส่องความชิลล์ “ณเดช” เสือโคร่งหนุ่มแห่งผืนป่าแก่งกระจาน

หล่อทะลุเลนส์ ! ส่องความชิลล์ “ณเดช” เสือโคร่งหนุ่มแห่งผืนป่าแก่งกระจาน

บอกเลยว่าไม่ได้เห็นกันบ่อย ๆ เมื่อเจ้า “ณเดช” (KKT02M) เสือโคร่งเจ้าถิ่นตัวตึงแห่งอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มาปรากฏตัวหน้ากล้อง Camera Trap แบบจัดเต็ม ภาพเริ่มต้นด้วยการที่ “ณเดช” ยืนเอาคางถูกับต้นไม้อย่างสบายอารมณ์ พฤติกรรมการทำเครื่องหมายกลิ่นที่แสดงถึงการประกาศอาณาเขต ก่อนจะเดินตรงมาหน้ากล้องอย่างมั่นใจ และอ้าปากหาวกว้างราวกับกำลังโชว์ความหล่อให้เราได้ชื่นชม ภาพที่เราไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนักและเต็มไปด้วยความเป็นธรรมชาติ กล้องดักถ่ายดังกล่าวได้รับการติดตั้งบริเวณด่านสัตว์ป่าตามแม่น้ำเพชรบุรี ตั้งแต่กลางปี 2568 และเพิ่งทำการเก็บกู้ข้อมูลในเดือนมกราคม 2569 ภาพที่ได้มานี้ ถือเป็นของขวัญปีใหม่อันล้ำค่าสำหรับทีมงานและผู้ที่ห่วงใยสัตว์ป่าไทย

“ณเดช” ไม่ใช่หน้าใหม่สำหรับทีมติดตามเสือโคร่งในแก่งกระจาน เพราะเขาได้รับการบันทึกภาพครั้งแรกตั้งแต่ปี 2562 และยังคงปรากฏตัวอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน การที่เราสามารถติดตามเสือโคร่งตัวเดิมได้ยาวนานกว่า 7 ปี แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงของระบบนิเวศและความปลอดภัยของผืนป่าแห่งนี้ การปรากฏตัวของเสือโคร่งอย่างต่อเนื่องในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สะท้อนให้เห็นว่าผืนป่ามรดกโลกแห่งนี้มีฐานอาหารอุดมสมบูรณ์ มีประชากรสัตว์กีบที่เป็นเหยื่อของเสือโคร่งเพียงพอต่อการดำรงชีพ นอกจากนี้ยังพบสัตว์ป่าหายากมากมาย อาทิ จระเข้น้ำจืด ลิง ค่าง สัตว์ตระกูลเสือชนิดอื่นๆนกนานาพันธุ์ รวมถึงแมลงที่มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ

กลุ่มป่าแก่งกระจานจึงเป็นพื้นที่คุณค่าที่เราทุกคนต้องร่วมมือกันดูแลรักษา เพื่อให้ “ณเดช” และเพื่อนๆ ของเขายังคงมีบ้านที่ปลอดภัย มีพื้นที่ในการหากิน ทำเครื่องหมายอาณาเขต และใช้ชีวิตตามธรรมชาติ เพื่อให้ลูกหลานของเราได้มีโอกาสชื่นชมความงดงามของสัตว์ป่าเหล่านี้ในอนาคต.

ขอบคุณภาพจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน