Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

หัวหินจัดวิ่งมาราธอน ชิงถ้วยพระราชทานกรมสมเด็จพระเทพฯ รายได้สนับสนุนระบบนิเวศป่าชายเลน

หัวหินจัดวิ่งมาราธอน ชิงถ้วยพระราชทานกรมสมเด็จพระเทพฯ รายได้สนับสนุนระบบนิเวศป่าชายเลน

วันที่ 25 มีนาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าวการแข่งขันวิ่งพิทักษ์หัวหิน ครั้งที่ 19“Hua Hin Marathon 2025 – หัวหินมาราธอน ครั้งที่ 5”ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ห้องนเรศดำริห์ สำนักงานเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยนายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลฯ ปฎิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายกฤป โรจนเสถียร ประธานชมรมพิทักษ์หัวหินในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมแถลงข่าว มี น.ส.จิราวรรณ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ แขกผู้มีเกียรติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรับฟัง

นายกฤป โรจนเสถียร กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดแข่งขันในครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการหาทุนสนับสนุนกิจกรรมของชมรมพิทักษ์หัวหิน (PRESERVE HUA HIN) ในการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ร่วมกันสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมชายหาด และสนับสนุนต่อเนื่องโครงการพัฒนาระบบนิเวศป่าชายเลนผืนสุดท้ายของเมืองหัวหิน เนื้อที่รวม 18 ไร่ บริเวณวัดเขาไกรลาศ หมู่บ้านเขาตะเกียบ อนุรักษ์ให้เป็นสถานที่สำหรับศึกษาระบบนิเวศอันสมบูรณ์ รวมทั้งทำให้เป็นพื้นที่ในรูปแบบของศูนย์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ในนาม“โครงการไกรลาศนิเวศ”และสนับสนุนเมืองหัวหินเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวในเมืองหัวหิน ภายใต้แนวความคิด‘Enjoy Your Life Enjoy @Hua Hin’โดยคาดการณ์ว่าจะมีนักวิ่งทั้งชาวไทยและต่างประเทศ กว่า 3,500 คน เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้

โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 ระยะทาง ได้แก่ มาราธอน 42.195 กิโลเมตร ชิงถ้วยพระราชทาน โอเวอร์ออล สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประเภทชาย 1 รางวัล และประเภทหญิง 1 รางวัล ประเภทฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร มินิมาราธอน 10.5 กิโลเมตร และฟันรัน 5 กิโลเมตร กำหนดจัดการแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568 เวลา 03.00 – 10.00 น. จุดสตาร์ทบริเวณวัดเขาไกรลาศ อ.หัวหิน ผ่านเส้นทางเมืองหัวหินสุดคลาสสิกและชายหาดหัวหินสุดชิล ผู้สมัครจะได้เสื้อวิ่งใส่สบาย ที่ออกแบบเป็นภาพพลับพลาพระมงกุฎเกล้า สถานีรถไฟหัวหิน และเหรียญที่ระลึกหัวหินมาราธอน 2025 ที่สวยงามทรงคุณค่า รูปทรง 6 เหลี่ยมพลับพลาพระมงกุฎเกล้า สถานีรถไฟหัวหิน เป็นพลับพลาจตุรมุข สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เดิมมีชื่อว่า “พลับพลาสนามจันทร์” ตั้งอยู่บริเวณพระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม พลับพลาแห่งนี้มีไว้ในการที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าฯ เสด็จประทับทอดพระเนตรกองเสือป่าและลูกเสือทั่วประเทศ ทำการฝึกซ้อมยุทธวิธีเป็นประจำทุกปี หลังจากสิ้นรัชสมัยพระองค์ การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงได้ทำการรื้อถอนมาเก็บไว้เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://www.runlah.com/th/huahin2025 หรือที่ https://www.facebook.com/huahinmarathon42.195km.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ ประชุมเครือข่ายการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ด้านข่าวสาร

ประจวบฯ ประชุมเครือข่ายการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ด้านข่าวสาร

วันที่ 24 มีนาคม 2568 น.ส.นลิน มาคเชนทร์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบฯ จัดประชุมสร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนาแนวทางการประชาสัมพันธ์ให้มีประสิทธิภาพ ตามแผนปฏิบัติการด้านการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ (พ.ศ.2566 – 2570) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 จ.ประจวบฯ ที่ห้องประชุมช่องกระจก ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดประจวบฯทโดยมีนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ร่วมพบปะสื่อมวลชนภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จำนวน 30 คน พร้อมกล่าวนโยบายการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ‘Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ’ ทั้ง 10 ด้าน ให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบ รวมถึงรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสื่อมวลชน

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบฯ ได้ชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาล วาระแห่งชาติ และยุทธศาสตร์จังหวัด ไปสู่การขับเคลื่อนบูรณาการทุกภาคส่วน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 และชี้แจงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอการบัตรสื่อมวลชน พร้อมกันนี้นางรัชนีวรรณ พรมเล็ก ปลัดเทศบาลเมืองประจวบฯ ได้มีประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรี เพื่อให้สื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมประชุมได้กลับไปสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้กับประชาชน โดยจะมีการเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ซึ่งจะมีการรับสมัครเลือกตั้งระหว่าง 31 มีนาคม – 4 เมษายนนี้.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

นักปั่นคึกคัก ‘Bike for Fishing Cat 2025’ ระดมทุนเพื่อการอนุรักษ์เสือปลา

นักปั่นคึกคัก ‘Bike for Fishing Cat 2025’ ระดมทุนเพื่อการอนุรักษ์เสือปลา

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 23 มีนาคม 2568 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานกล่าวต้อนรับและเปิดงานปั่นจักรยานการกุศลครั้งที่ 7 Bike for Fishing Cat 2025 ปั่น…พิทักษ์เสือปลา ที่ลานมหาราช ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยนายศรัณยู ชเนศร์ รองกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทโรงพยาบาลกล้วยน้ำไทและกล้วยน้ำไทมูลนิธิ นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี นายวราวุฒิ จิรประภานนท์ นายอำเภอสามร้อยยอด นายนำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ จากนั้นได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดและปล่อยตัวนักกีฬา ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย

นายศรัณยู ชเนศร์ กล่าวว่าด้วยโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท และกล้วยน้ำไทมูลนิธิ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเสือปลา ซึ่งเป็นสัตว์สงวนและใกล้สูญพันธุ์ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จึงได้จัดกิจกรรมปั่นจักรยานการกุศลดังกล่าว เพื่อระดมทุนสนับสนุนและส่งเสริมการอนุรักษ์เสือปลาร่วมกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงส่งเสริมการออกกำลังกายให้กับเยาวชนและประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมเพื่อสร้างความสามัคคีและมิตรสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวปากน้ำปราณ – สามร้อยยอด และนำรายได้ส่วนหนึ่งสนับสนุนกิจกรรมด้านการศึกษาของผู้ด้อยโอกาสให้มีอาชีพและสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยให้ทุนการศึกษาด้านวิชาชีพ โครงการนักเรียนฝึกพนักงานโรงพยาบาล โดยใช้เส้นทางธรรมชาติระยะทาง 60 กิโลเมตร จากลานมหาราช กลับตัวที่วัดบางปู ถ้ำพระยานคร สามร้อยยอด และวกกลับมาสิ้นสุดที่ลานมหาราช ปากน้ำปราณ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีนักปั่นจักรยานจากทั่วประเทศกว่า 400 คน เข้าร่วมกิจกรรม.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดงานมหาสงกรานต์ “สาด…สู้ศึกครึกครื้น” เล่นน้ำปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์

ประจวบฯ จัดงานมหาสงกรานต์ “สาด…สู้ศึกครึกครื้น” เล่นน้ำปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์

ช่วงเย็นวันที่ 22 มีนาคม 2568 นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอเมืองประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าว เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2568 “สาด…สู้ศึกครึกครื้น” เล่นน้ำปลอดภัย สงกรานต์ปลอดแอลกอฮอล์ ที่หน้าพิพิธภัณฑ์บ้านอาจารย์ไก่ ถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก อำเภอเมือง จ.ประจวบฯ มีนางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัด นายชาญวิทย์ อุณหสุทธิยานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด นายสุริยัน บอมขุนทด หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด น.ส.อุบลวรรณ คงสว่าง ผู้จัดการเครือข่ายองค์งดเหล้าภาคตะวันตก น.ส ธนพร บางบัวงาม ผู้ประสานงานเครือข่ายงค์งดเหล้าฯ นายเฉลิมพล อภัยรี (อาจารย์ไก่) ผู้แทนชุมชนคุณธรรมหัวบ้าน หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกเครือข่ายองค์กรงดเหล้าฯ และประชาชนนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานแถลงข่าว พร้อมรับชมการแสดงจากนักเรียน ในชื่อชุด “รื่นเริงสงกรานต์”

จังหวัดประจวบฯ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ จัดงานสงกรานต์ภายใต้ชื่อเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2568 “สาด…สู้ศึกครึกครื้น” เล่นน้ำปลอดภัย สงกรานต์ปลอดแอลกอฮอล์ ในวันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน 2568 กิจกรรมในช่วงเช้าประกอบด้วยพิธีทำบุญตักบาตร พิธีรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ ขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์ นิทรรศการนางสงกรานต์ และช่วงบ่ายจนถึงช่วงเย็น จะมีการจัดโซนนิ่งเพื่อการเล่นน้ำอย่างปลอดภัย โดยปิดถนนสู้ศึก ตั้งแต่โรงแรมประจวบบีช ถึงหน้ากองบิน 5 มีการเล่นอุโมงค์น้ำ การแสดงศิลปวัฒนธรรมและการแสดงดนตรี

นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอเมืองประจวบฯ กล่าวว่าปัจจุบันการจัดงานประเพณีสงกรานต์และการเล่นน้ำสงกรานต์ในแต่ละท้องถิ่น มีความเบี่ยงเบนไปจากแบบอย่างการจัดประเพณีสงกรานต์ที่สืบทอดมาแต่โบราณ โดยมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้เกิดความสูญเสียการขาดสติและนำไปสู่พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นเพื่อให้การจัดงานประเพณีสงกรานต์และการเล่นน้ำสงกรานต์มีเอกลักษณ์ที่งดงามตามวัฒนธรรมของท้องถิ่นจังหวัดประจวบฯ ได้จัดพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ บริเวณถนนสู้ศึกตั้งแต่สี่แยกหน้าห้างสมบูรณ์เก่าถึงหน้ากองบิน 5 โดยกำหนดให้เป็นเขตปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ ชุมชนในเขตเทศบาลช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การเล่นน้ำสงกรานต์อย่างถูกต้องตามขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย งดการดื่มการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ราชการหรือสถานที่จัดงาน รวมถึงขอความร่วมมือประชาชนแต่งกายด้วยผ้าไทย หรือผ้าพื้นเมืองในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เยี่ยมชมท่าเรือประจวบ – สหวิริยาสตีลอินดัสตรี หาแนวทางพัฒนาโลจิสติกส์

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เยี่ยมชมท่าเรือประจวบ – สหวิริยาสตีลอินดัสตรี หาแนวทางพัฒนาโลจิสติกส์

วันที่ 21 มีนาคม 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน ว่าที่ร้อยตรี สุวัฒนชัย เนื่องสมศรี นายด่านศุลกากรประจวบฯ และเจ้าหน้าที่จากศุลกากรประจวบฯ เดินทางมาเยี่ยมชมบริษัท ท่าเรือประจวบ โดยมีนายจิร โชตินุชิต กรรมการผู้จัดการบริษัทท่าเรือประจวบ จำกัด พร้อมด้วยคณะให้การต้อนรับ ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะ ได้รับชมวีดีทัศน์และรายงานนำเสนอข้อมูลดำเนินงานของบริษัทท่าเรือประจวบ พร้อมทั้งได้พูดคุยแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวและการขนส่งโลจิสติกส์ ซึ่งอยู่ในวาระ “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” ของผู้ว่าราชการจังหวัด

หลังจากนั้น คณะฯ ได้เดินทางไปบริเวณท่าเทียบเรือน้ำลึก เพื่อเยี่ยมชมสถานที่ และรับฟังกระบวนการตรวจปล่อยสินค้าทางเรือจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรจังหวัด จากนั้นได้เดินทางไปยังบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน เพื่อรับชมวีดีทัศน์ เรื่องเหล็กอุตสาหกรรมของชาติ และฟังบรรยายกระบวนการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อน SSI พร้อมทั้งเยี่ยมชมกระบวนการผลิตภายในโรงงานด้วย

บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือเอสเอสไอ เป็นผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยกำลังการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนสูงสุด 4 ล้านตันต่อปี โดยมุ่งเน้นการนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นชั้นคุณภาพพิเศษ เพื่อรองรับความต้องการใช้เหล็กที่เพิ่มขึ้นของภูมิภาค สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ พลังงาน การขนส่งและการก่อสร้าง นอกจากนี้ เอสเอสไอมีการร่วมลงทุนในโครงการต่อเนื่องที่สำคัญ ประกอบด้วย บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) (TCRSS) ซึ่ง เป็นผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดเย็นรายแรกและรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย บริษัท เหล็กแผ่นเคลือบไทย จำกัด (TCS) ผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีด้วยกรรมวิธีทางไฟฟ้ารายแรกและรายใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โรงงานทั้งหมดในประเทศไทยของกลุ่มเอสเอสไอ ตั้งอยู่บนชายฝั่งด้านตะวันตกของอ่าวไทย อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 400 กิโลเมตร และเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดในประเทศ สำหรับการดำเนินธุรกิจเหล็กแบบครบวงจร

ส่วนบริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด (PPC) ให้บริการท่าเรือพาณิชย์เอกชน ที่มีความลึกที่สุดในประเทศไทย รองรับการขนถ่ายวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์เหล็กได้ในปริมาณมาก.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวตระการตา ว่าวยักษ์นานาชาติ 11 ประเทศ อลังการเหนือหาดชะอำ

นักท่องเที่ยวตระการตา ว่าวยักษ์นานาชาติ 11 ประเทศ อลังการเหนือหาดชะอำ

วันที่ 21 มีนาคม 2568 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานเทศกาลว่าวนานาชาติ@ชะอำ (International Kite Festival 2025 @ Cha-Am) จ.เพชรบุรี ระหว่างวันที่ 21 – 23 มีนาคม 2568 พบกับการแสดงว่าวไทยและว่าวจากนานาประเทศ นำเสนอเสน่ห์ไทย หวังสร้างกระแสการท่องเที่ยวไทยให้คึกคักตลอดปี โดยมี ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. ประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ พ.ต.อ.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมในพิธี บริเวณชายหาดชะอำเหนือ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติต่างพาบุตรหลานเข้าชมว่าวยักษ์ลอยติดลมเหนือหาดชะอำด้วยอากาศเย็นสบายกันอย่างคึกคัก

ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่าจังหวัดเพชรบุรียินดีที่ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าร่วมเทศกาลว่าวนานาชาติ@ชะอำ โดยชายหาดชะอำ เป็นหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ มีศักยภาพพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามหลายแห่ง การจัดงานเทศกาลว่าวนานาชาติ@ชะอำ จะเป็นแรงส่งสำคัญที่จะช่วยดึงดูดและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มการใช้จ่ายทางการท่องเที่ยว สร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวจะได้รับประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว เนื่องจากตรงกับช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน ซึ่งผู้ปกครองจะได้พาบุตรหลานมาสัมผัสการเล่นว่าวอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลได้ประกาศให้ปี 2568 เป็นปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 ททท.จึงมุ่งสร้างแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยือนประเทศไทยให้คึกคักอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ด้วยกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ภายใต้โครงการ “Thailand Summer Festival 2025” ด้วยการยกระดับเทศกาลงานประเพณีไทยจาก Local to Global โดย ททท. จะมาสร้างบรรยากาศความสนุกสนานผ่านงานเทศกาลว่าวนานาชาติ @ชะอำ นำเสนอภายใต้แนวคิด “KITETOPIA -อาณาจักรแห่งว่าว” โลกแห่งว่าวที่ไร้ขีดจำกัดเป็นอาณาจักรในจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์และเสรีภาพ ซึ่งจัดเต็มด้วยไฮไลต์การจัดแสดงว่าวนานาชาติกว่า 10 ประเทศ จากทั่วทุกมุมโลก พร้อมนำเสนอเสน่ห์ไทยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส ทั้งนี้ ททท.หวังว่าการจัดงานนี้ จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและพัฒนาสินค้าด้านการท่องเที่ยวจากภูมิปัญญาไทย ตลอดจนกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เกิดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ตลอดจนสร้างเสน่ห์ให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องการมาเยือน

ภายในงาน พบกับการแสดงว่าวหลากหลายชนิดจากประเทศไทยและต่างประเทศ ตื่นตาตื่นใจกับโซนแสดงว่าวยักษ์นานาชาติ จาก 11 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ประเทศไทย สหรัฐอเมริกา โคลัมเบีย ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และจีน ชมความสวยงามอัตลักษณ์ของว่าวในเเต่ละภูมิภาคกับ โซนแสดงว่าวไทย 4 ภาค ภาคกลาง : โดยชมรมว่าวไทย จังหวัดสมุทรสงคราม ภาคใต้ : โดยชมรมว่าวประเพณี จังหวัดนราธิวาสและจังหวัดยะลา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : โดยชมรมว่าวอุบล และภาคเหนือ : โดยชมรมว่าวพระร่วง สุโขทัย พร้อมรับชมนิทรรศการว่าวไทยพื้นเมือง 4 ภาค ภาคกลาง : ว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า ภาคใต้ : ว่าวควาย ว่าวนกยูง ว่าวหางฉีก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ว่าวสองห้อง ว่าวดุ๊ยดุ่ย และภาคเหนือ : ว่าวพระร่วง ว่าวพระลือ

สนุกสนานไปกับกิจกรรมสาธิตการทำว่าวไทยและกิจกรรมเวิร์กชอปประดิษฐ์ว่าว ระบายสีว่าว พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองทำว่าวด้วยตัวเอง ตื่นเต้นไปกับกิจกรรม Ring Side Kite Tour นำชมการแสดงว่าวโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการบินว่าวแต่ละประเภท แบบ Exclusive เอาใจผู้ชื่นชอบกีฬาว่าวด้วยโซน Kite Public Playground โซนสำหรับให้นักท่องเที่ยวฝึกทักษะการเล่นว่าว เช็กอินถ่ายรูปกันที่แลนด์มาร์ก “กังหันลมยักษ์และความทรงจำแห่งสายลม” พร้อมชมวิวว่าวสุดอลังการจากมุมสูง ที่หอชมว่าว สายช๊อปปิ้ง พบกับการออกร้านค้าจำหน่ายว่าวและอุปกรณ์ว่าวกว่า 30 ร้านค้าและโซนจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ร้านอาหารท้องถิ่น เมนูที่หารับประทานได้แค่ที่เพชรบุรีเท่านั้น พร้อมอาหารฟิวชันอีกมากมาย และขบวนฟู้ดทรัก รวมกว่า 50 ร้าน นอกจากนี้ ททท. พร้อมเสิร์ฟความสนุกกับเสียงเพลงตลอด 3 วัน กับคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง โดยวันที่ 21 มีนาคม พบกับ Musketeers วันที่ 22 มีนาคม พบกับ Slapkiss และวันที่ 23 มีนาคม พบกับสิงโต นำโชค พร้อมเพลิดเพลินไปกับศิลปินท้องถิ่นได้ทุกวัน ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานเทศกาลว่าวนานาชาติชะอำ ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1672 Travel Buddy.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ธนาคารขับเคลื่อนโครงการธนาคารต้นไม้ ส่งเสริมให้ประชาชนปลูกต้นไม้ตามแนวทางพระราชดำริ

ธนาคารขับเคลื่อนโครงการธนาคารต้นไม้ ส่งเสริมให้ประชาชนปลูกต้นไม้ตามแนวทางพระราชดำริ

วันที่ 20 มีนาคม 2568 สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดโครงการยกระดับธนาคารต้นไม้เพื่อสนับสนุนสู่ Carbon Neutrality ปีบัญชี 2567 โดยกำหนดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่องความร่วมมือการจัดโครงการ Carbon Credit โครงการ T-VER ประเภทแผนงาน แผนงานย่อยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กับอำเภอบางสะพาน

นายจักรพันธ์ ม่วงแก้ว รักษาการผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ธนาคารขับเคลื่อนโครงการธนาคารต้นไม้ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนปลูกต้นไม้ตามแนวทางพระราชดำริ“ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ”และพระราชดำริ ในการสานต่อพระราชปณิธานดังกล่าวของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ มาเป็นหลักในการดำเนินงาน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนอย่างยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้ให้ตนเองและชุมชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มจาก“ปลูกต้นไม้ในใจคน”สร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน จนปัจจุบันมีธนาคารต้นไม้เข้าร่วมโครงการ 6,814 ชุมชน มีต้นไม้ขึ้นทะเบียนในโครงการ 12,530,477 ต้น มีสมาชิก 124,071 คน รวมมูลค่าต้นไม้ 43,682 ล้านบาท และในโอกาสที่รัฐบาลได้ประกาศต่อที่ประชุม World Leaders Summit ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change Conference of the Parties: UNFCCC COP) (COP26) ว่าไทยพร้อมยกระดับการแก้ไขปัญหาภูมิอากาศอย่างเต็มที่ทุกวิถีทาง เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality) ภายในปี ค.ศ.2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ได้ในปี ค.ศ.2065 ซึ่งธนาคารได้จัดทำแผนแม่บทเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 3 : ขับเคลื่อนภารกิจงานสีเขียวตลอดห่วงโซ่คุณค่า และตามกลยุทธ์ที่ 4 : ส่งเสริมการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ดังนั้น ในปีบัญชี 2567 ธนาคารจึงจัดทำ“โครงการยกระดับธนาคารต้นไม้ เพื่อสนับสนุนสู่ Carbon Neutrality”โดยมีวัตถุประสงค์สนับสนุนการดำเนินงานขององค์กร เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ส่งเสริมการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพและลดก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนองค์ความรู้และการพัฒนาโครงการ BAAC Carbon Credit ภายใต้มาตรฐาน T-VER ซึ่งการพัฒนาตามโครงการ ธนาคารส่งเสริมให้สมาชิกของธนาคารต้นไม้รวมกลุ่มกันขึ้นทะเบียนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ตามมาตรฐานประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) โดย ธ.ก.ส.เป็นผู้พัฒนาโครงการมีการตรวจรับรองคาร์บอนเครดิตจากผู้ประเมินภายนอก (Validation and verification Body : VVB) และผ่านการรับรองปริมาณคาร์บอนเครดิตจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) จนสามารถนำไปซื้อขายในตลาดซื้อขายคาร์บอนเดรดิตได้  โดยปี 2567 มีเป้าหมายธนาคารต้นไม้เข้าร่วมพัฒนาโครงการ T-VER จำนวน 76 แห่ง ขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER จำนวน 9 แผนงาน มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับการรับรองขึ้นทะเบียน T-VER จำนวน 4,500 ตันคาร์บอน ซึ่งชุมชนธนาคารต้นไม้ที่เข้าร่วมโครงการ ต้องมีพื้นที่ขั้นต่ำ 10 ไร่ (สามารถรวมแปลงได้หลายแปลง) โดยแต่ละแปลงมีพื้นที่สูงสุดไม่เกิน 30 ไร่ ในการพัฒนาโครงการ BAAC Carbon Credit เพื่อลดต้นทุนค่าตรวจประเมินโครงการ ให้รวมพื้นที่หลายแปลง หรือหลายกลุ่มธนาคารต้นไม้เข้าเป็นโครงการเดียวกัน ให้มีพื้นที่มากที่สุด โดยเฉลี่ยประมาณ 500 ไร่ หรือต้นไม้ประมาณ 50,000 ต้น แต่เมื่อรวมทุกแปลงแล้ว ต้องไม่เกิน 1,000 ไร่

ทั้งนี้ ธ.ก.ส.ฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันตก ได้รับเป้าหมายขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER จำนวน 1 แผนงาน โดยขับเคลื่อนชุมชนธนาคารต้นไม้บ้านถ้ำเสือ จ.เพชรบุรี  ปริมาณต้นไม้จำนวน 30,000 ต้น และโครงการย่อย 1 โครงการ ขับเคลื่อนชุมชนธนาคารต้นไม้บ้านทางสาย ชุมชนธนาคารต้นไม้บ้านม้าร้อง ชุมชนธนาคารต้นไม้บ้านละหาร จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวนต้นไม้ 25,000 ต้น ซึ่งจากการเก็บข้อมูลต้นไม้ชุมชนธนาคารต้นไม้ดังกล่าว ยังมีปริมาณต้นไม้ไม่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับอำเภอบางสะพาน โดยการนำชุมชนธนาคารต้นไม้ในเขตอำเภอบางสะพาน เข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) และเป็น Model ต้นแบบให้กับอำเภออื่นๆ ต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เกษตรกรสามร้อยยอดปลูกพืชผสมผสาน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เก็บละมุดพันธุ์กลมสาลี่ ได้ราคาดี

เกษตรกรสามร้อยยอดปลูกพืชผสมผสาน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เก็บละมุดพันธุ์กลมสาลี่ ได้ราคาดี

วันที่ 20 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 556 หมู่ 6 ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อพบกับ น.ส.เนียรนิภา อรุณเกษตรโชค อายุ 60 ปี เจ้าของบ้าน ก่อนนำไปชมสวนผลไม้แบบผสมผสาน ในเนื้อที่สองไร่กว่าๆ ซึ่งปลูกผลไม้ไว้หลากหลายชนิด อาทิ มะปราง, กล้วย, ขนุน, มังคุด, มะพร้าว, ละมุด เป็นต้น

นส.เนียรนิภา เล่าว่า ตนเริ่มจากการปลูกผลไม้ที่ตัวเองชอบกินก่อน หลังจากที่ไปงานเกษตร มักจะเข้าไปดูและซื้อกลับมาปลูกที่ไร่ จนตอนนี้มีหลายชนิด หลังจากปลูกได้ประมาณ 2 ปี เริ่มออกผลผลิตไล่เลี่ยกัน โดยเฉพาะมะปรางและละมุด จะออกดกมาก ปีนี้มะปรางให้ผลดก เนื่องจากหน้าหนาวที่ผ่านมา อากาศเย็นจัด ส่งผลให้ดินมีความชุ่มชื้น เช่นเดียวกับละมุด ที่ดกไม่แพ้กัน เพียงแต่ปีนี้น้ำน้อย บวกกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและแห้งแล้ง ส่งผลให้ลูกเล็กลง จากที่เคยลูกใหญ่ หนักประมาณ 8 ขีดถึง 1 กิโลกรัม ปีนี้ลูกเล็กลง สองลูกถึงจะหนัก 1 กิโล และที่สำคัญกรมชลประทานปล่อยน้ำมาให้ค่อนข้างจำกัด เนื่องจากต้องเน้นเรื่องของน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคก่อน

ละมุดที่ปลูกในไร่ตอนนี้ มี 3 พันธ์ุ ได้แก่ 1.พันธ์ุไทย 2.พันธ์ุกระสวยมาเลย์ 3.พันธ์ุกลมสาลี่ ซึ่งได้มาจากงานเกษตรที่จังหวัดนครปฐม นำมาปลูกได้ 2 ปี เริ่มติดดอก และประมาณ 4 – 5 เดือนก็จะเก็บได้ ในหนึ่งปีสามารถเก็บผลผลิตได้ 2 ครั้ง ทุกอย่างในไร่จะปลอดสารพิษทั้งหมด จะไม่ใช้วิธีบ่มเพื่อเร่งสุก ปล่อยให้สุกเองตามธรรมชาติ เรื่องการตลาด ตนจะนำผลผลิตไปขายเอง ที่ถนนคนเดิน ตลาดไร่ใหม่ในวันอาทิตย์เท่านั้น แต่ยังไม่ทันจะได้วางขายก็จะมีลูกค้าหรือคนที่เขารู้ มาซื้อกันไปจนหมด ส่วนเรื่องการจอง ไม่เปิดให้จอง เพราะต้องการนำไปขายเอง ราคากิโลกรัมละ 60 บาท ใครสนใจสามารถไปหาซื้อได้ ที่ถนนคนเดิน ตลาดไร่ใหม่ในช่วงเย็น

ด้าน น.ส.ลัดดา ศักดิ์ดาเดชฤทธิ์ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เทศบาลตำบลไร่ใหม่ กล่าวว่า เทศบาลไร่ใหม่ได้ทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวิถีชุมชน เพื่อรองรับผลผลิตของชุมชนที่อยู่ในเขตเทศบาลตำบลไร่ใหม่ โดยมีการสำรวจเป็นประจำทุกปี ว่าชุมชนใดบ้างที่มีของดี ช่วงนี้ที่ชุมชนไร่ใหม่สิบสองหุ้น มีของดีเป็นละมุดพันธุ์กลมสาลี่ ที่มีปลูกที่นี่ที่เดียว คุณสมบัติพิเศษ คือลูกใหญ่ แต่ปีนี้แล้งจัด ทำให้ลูกเล็กลงนิดหนึ่ง ซึ่งปัจจัยหลักในการทำการเกษตรคือน้ำ ส่วนเนื้อมีสีชัดเจนเมื่อทานแล้วจะรู้สึกละมุนลิ้น รสหวานพอดี

นอกจากนี้ เทศบาลได้ส่งเสริมการตลาด โดยนำผลลิตไปลงในเพจเทศบาล หรือเมื่อมีงานหรือกิจกรรมที่มีการจัดรูปขบวนต่างๆ ก็จะนำผลผลิตทางการเกษตรแต่ละชุมชนไปร่วมขบวน ท่านที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่งานประชาสัมพันธ์ หรืองานพัฒนาชุมชนเทศบาลตำบลไร่ใหม่ โทร 032 – 689268 ต่อ104.

ฐิติชญา แสงสว่าง…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบ ตชด.146 จับแรงงานต่างด้าวเตรียมส่งมาเลเซีย 20 คน

ประจวบ ตชด.146 จับแรงงานต่างด้าวเตรียมส่งมาเลเซีย 20 คน

วันที่ 20 มีนาคม 2568 พ.ต.ท.ณัฐพล พลอยท้วม ผบ.ร้อย ตชด.146 ด่านสิงขร เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจาก พ.ต.อ.อัคราวัส สีห์ธนบุญอุบล ผกก.ตชด.14 จัดกำลังพลสนธิกำลังร่วมกับตำรวจป่าไม้ ตำรวจสอบสวนกลาง เข้าปิดล้อมตรวจค้นโรงเลื่อยไม้และเพิงพักพิง บริเวณบ้านทุ่งเคล็ด หมู่ 6 ต.เกาะหลัก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.146) ตรวจพบกองทัพมดใช้รถจักรยานยนต์ทยอยขนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา อยู่บนถนนสาธารณะภายในหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามไปติดๆ แต่รถจักรยานยนต์ขนแรงงานต่างด้าวได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในพื้นที่สวนมะพร้าว ซึ่งมีรั้วลวดหนามกั้นอาณาเขตด้านหลังโรงเลื่อย แล้วทิ้งรถจักรยานยนต์วิ่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดรถจักรยานยนต์ไว้ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่พบรถกระบะและรถยนต์ กำลังนำแรงงานชาวเมียนมา เตรียมพาไปส่งต่อที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา สันนิษฐานว่ากองทัพมดรถจักรยานยนต์ ทยอยขนแรงงานชาวเมียนมาที่แอบกบดานอยู่ในพื้นที่มาร่วมสมทบ เตรียมขึ้นรถกระบะเพื่อเตรียมเดินทางไปประเทศมาเลเซียด้วยเช่นกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจป่าไม้เข้าตรวจสอบโรงเลื่อยดังกล่าว ว่ามีการทำสิ่งของผิดกฎหมายหรือไม่ มีการขออนุญาตประกอบกิจการหรือไม่ นอกจากนี้ได้ใช้สุนัขดมกลิ่น เพื่อหาสิ่งเสพติดและของผิดกฎหมายอื่นๆ ภายในรถ สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้เจ้าหน้าที่เริ่มปฏิบัติการตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 19 มีนาคมจนถึงค่ำ สามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้ทั้งหมด 20 คน เป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา 14 คน เด็กอายุต่ำกว่า 18 จำนวน 3 คน มีผู้ต้องหาคนไทยจำนวน 6 คน ที่ให้ที่พักพิงและให้การช่วยเหลือ

จากการสอบสวน ทราบว่าชาวเมียนมา ทั้ง 14 ราย เดินทางมาจากเมืองทวาย ประเทศเมียนมา ข้ามแดนมาทางจังหวัดกาญจนบุรีและราชบุรี จากนั้นเดินทางมาพักคอยที่สวนมะพร้าว ด้านหลังโรงเลื่อยไม้ในหมู่บ้านทุ่งเคล็ด ต.เกาะหลัก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อรอรถมารับไปส่งต่อที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนออกเดินทางต่อไปสู่ประเทศมาเลเซีย โดยเสียค่าจ้างนำพาให้นายหน้า รายละประมาณ 10,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลางเป็นรถยนต์ 1 คัน รถกระบะ 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน ส่ง สภ.เมืองประจวบฯ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

เครดิตภาพ: ตชด.146
เอกภพ วงษ์ประเสริฐ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดโครงการขอบคุณสื่อมวลชน เสริมภาพลักษณ์ – ขยายการรับรู้สู่สังคม

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดโครงการขอบคุณสื่อมวลชน เสริมภาพลักษณ์ – ขยายการรับรู้สู่สังคม

วันที่ 20 มีนาคม 2568 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์โดย รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดี มอบหมายให้ ผศ.นภาพร นาคทิม รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตวังไกลกังวล และ รศ.ดร.อาคีรา ราชเวียง รองอธิการบดี เป็นตัวแทนกล่าวต้อนรับสื่อมวลชน ในโครงการขอบคุณสื่อมวลชน มทร.รัตนโกสินทร์ ณ มทร.รัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล และราชมงคลชมคลื่น อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โครงการนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 20 มีนาคม 2568 โดยมีสื่อมวลชนจากหลากหลายแขนงเข้าร่วม ทั้งจากโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางในการเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย และสร้างความร่วมมือด้านการสื่อสารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยมีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทและการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย ตลอดจนกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้บริหาร มทร.รัตนโกสินทร์ และสื่อมวลชน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในเชิงรุก

นอกจากนี้ ยังมีการเยี่ยมชมสถานที่สำคัญของมหาวิทยาลัย พร้อมนำเสนอผลงานและนวัตกรรมที่โดดเด่นของ มทร.รัตนโกสินทร์ ซึ่งช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และทำให้มหาวิทยาลัยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของ มทร.รัตนโกสินทร์ ให้เป็นที่จดจำในสังคม พร้อมขยายเครือข่ายความร่วมมือกับสื่อมวลชน เพื่อให้การสื่อสารข้อมูลของมหาวิทยาลัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง.