Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อุทยานเขาสามร้อยยอด เตรียมทำพิธีสาปแช่งผู้ลักลอบตัด – ครอบครองหินพระธาตุ

อุทยานเขาสามร้อยยอด เตรียมทำพิธีสาปแช่งผู้ลักลอบตัด – ครอบครองหินพระธาตุ

วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่าเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดได้วางแผนจับกุมผู้ลักลอบเข้ามาตัดหินพระธาตุ บริเวณถ้ำมังกร หมู่ 5 บ้านเกาะไผ่ ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด โดยมีการเปิดบ่อเก่าและบ่อใหม่ รวมจำนวน 3 บ่อ พบว่ามีการตัดหินทิ้งไว้แล้วเพื่อรอการขนย้ายลงมา จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ประจวบฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. ดักซุ่มจนกระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 7 คน พร้อมของกลางเป็นหินพระธาตุสีแดงและสีน้ำตาล น้ำหนักก้อนละไม่ต่ำกว่า 20 – 30 กิโลกรัม จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด จัดทำบันทึกการจับกุมนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามร้อยยอด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

“พร้อมกันนี้ได้สั่งการกำชับให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เพิ่มความเข้มข้นในการออกตรวจลาดตระเวนเชิงคุณภาพในพื้นที่ หรือ SMART Patrol ตลอดจนการทำความเข้าใจกับผู้นำชุมชนและราษฎรในพื้นที่ ว่าการเข้ามาลักลอบตัดหินในเขตอุทยานแห่งชาติ เป็นการกระทำผิดกฎหมายพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ซึ่งปัจจุบันมีโทษหนัก และขอเตือนไปยังผู้รับซื้อหินจากผู้ลักลอบตัดหินในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ว่าหากมีหลักฐานสามารถเชื่อมโยงไปยังผู้รับซื้อหิน ถือว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด โดยได้รับรายงานจากผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ว่าจะมีการจัดพิธีกรรมเพื่อสาปแช่งผู้เข้ามาลักลอบตัดหินพระธาตุ ผู้รับซื้อหินพระธาตุ ตลอดจนผู้ครอบครองหินพระธาตุเหล่านี้ ดังนั้นผู้ที่มีส่วนร่วมในการกระทำผิดและผู้ครอบครองหินพระธาตุอาจโชคไม่ดีด้วย”

ทั้งนี้ “หินพระธาตุ” เป็นที่ต้องการของกลุ่มนายทุนผู้รับซื้อที่ต้องการนำไปแกะสลักเป็นพระพุทธรูปและเครื่องประดับเพื่อจำหน่าย ตามความเชื่อของคนบางกลุ่มว่าพระธาตุเหล่านี้เกิดจากพระอรหันต์มีความศักดิ์สิทธิ์ จึงเป็นที่ต้องการและมีราคาสูง.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

มาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน จัดเทศกาลทุเรียนป่าละอูจากสวนสู่ผู้บริโภคโดยตรง

มาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน จัดเทศกาลทุเรียนป่าละอูจากสวนสู่ผู้บริโภคโดยตรง

วันที่ 30 มิถุนายน 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงานเทศกาลทุเรียนป่าละอู ครั้งที่ 8 จัดโดยสำนักงานเกษตรอำเภอหัวหิน ร่วมกับศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม 2566 ที่บริเวณลานด้านหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจฯ มีนางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดหัวหิน นางไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ แขกผู้มีเกียรติ และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินเลือกซื้อเลือกชิมทุเรียนป่าละอูและผลไม้ตามฤดูกาลกันอย่างคึกคัก

นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน กล่าวว่าทุเรียนป่าละอูเป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทองพระราชทาน ซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) ทรงพระราชทานให้แก่ตำรวจตระเวนชายแดนนำไปปลูกที่ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน ครั้ง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงเรียนอานันท์ ที่บ้านป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2509 จนกลายเป็นผลไม้ที่นิยมปลูกกันในพื้นที่ เมื่อนำมาปลูกในพื้นที่ป่าละอูที่มีความพิเศษบนพื้นที่สูง สภาพอากาศและความอุดมสมบูรณ์ของดิน อีกทั้งเป็นการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ จึงทำให้ได้ผลผลิตทุเรียนมีคุณภาพ มีรสหวาน เนื้อหนา เหนียว เนียนละเอียด สีเหลืองอ่อน เนื้อแห้งมีความมันมากกว่าความหวาน เม็ดลีบเล็ก กลิ่นไม่รุนแรง ได้รับการยอมรับจากผู้โปรดปรานทุเรียนว่ามีความพิเศษเป็นเอกลักษณ์ จนได้รับเครื่องหมายสินค้า GI (Geographical Indication) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2557

ภายในงานมีเกษตรกรชาวสวนกว่า 10 สวน ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกทุเรียนป่าละอู, วิสาหกิจชุมชนรักษ์ทุเรียนป่าละอู (สวนศรีป่าละอู), วิสาหกิจชุมชนรักษ์ทุเรียนป่าละอู (สวนวาสนา), หนึ่ง ป่าละอู, สวนอลิศ ป่าละอู, ศร หมอนทอง, สวนลุงเบิ้ม, สวนป้าเทืองลุงพรม, สวนลุงลอย, บ้านไร่ฉวีวัน สมาชิกสหกรณ์การเกษตรห้วยสัตว์ใหญ่ จำกัด นำผลผลิตทุเรียนป่าละอูที่ผ่านการคัดสรรแล้ว มาออกบูธจำหน่ายสู่ผู้บริโภคโดยตรงได้เลือกซื้อภายในงาน ราคากิโลกรัมละ 250 – 270 บาท นอกจากนี้ยังมีทุเรียนพันธุ์อื่นๆ อาทิ หมอนทอง ชะนี พวงมณี ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียน ไอศกรีมทุเรียน ทุเรียนอัดเม็ด และผลไม้ตามฤดูกาลพื้นเมืองอื่นๆ อาทิ เงาะ มังคุด กล้วย ให้เลือกซื้ออีกมากมาย จึงขอเชิญผู้ที่สนใจเที่ยวชมงานเทศกาลทุเรียนป่าละอู ได้ จนถึงวันที่ 4 กรกฎาคมนี้.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อุทยานแห่งชาติหาดวนกร สำรวจปะการังฟอกขาวและเก็บกู้ซากเครื่องมือประมง

อุทยานแห่งชาติหาดวนกร สำรวจปะการังฟอกขาวและเก็บกู้ซากเครื่องมือประมง

วันที่ 29 มิถุนายน 2566 น.ส.เนตรนภา งามเนตร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดวนกร ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิทักษ์หาดวนกร ออกปฏิบัติงานดำน้ำลึก (Scuba Diving) เก็บกู้ซากเครื่องมือประมง อวน และขยะอื่นๆ ที่ลอยมาติดตามแนวปะการัง บริเวณเกาะจาน – เกาะท้ายทรีย์ อุทยานแห่งชาติหาดวนกร เพื่อรักษาแนวปะการังให้มีสภาพสมบูรณ์และสวยงาม เหมาะแก่การเป็นที่อยู่อาศัยและหากินของเหล่าสัตว์น้ำ ตลอดจนเพื่อป้องกันสัตว์ทะเลเข้าไปติดและเกี่ยวพันจนทำให้บาดเจ็บหรือตาย ทั้งยังคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่อาจเกิดอุบัติเหตุจากเศษซากเครื่องมือประมงอีกด้วย โดยในครั้งนี้สามารถเก็บกู้ซากเครื่องมือประมง อวน ขยะต่างๆ ขึ้นมาได้ทั้งสิ้นเกือบ 5 กิโลกรัม ซึ่งพบเพียงเล็กน้อยในพื้นที่

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ทำการดำน้ำสำรวจเพื่อติดตามสถานการณ์การฟอกขาวของปะการังชนิดต่างๆ บริเวณแนวขอบปะการัง (reef slope) เป็นระยะทาง 400 เมตร ความลึกสูงสุดที่ 10 เมตร ปรากฏว่ามีปะการังบางส่วนฟอกขาว และมีบางส่วนที่เริ่มตายจากการฟอกขาว แต่โดยรวมแล้วแนวปะการังไม่ได้รับความเสียหายจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นในช่วงหน้าร้อนในเดือนเมษายน – มิถุนายน ที่ผ่านมา รวมทั้งมีสถานการณ์ที่ดีขึ้นเนื่องจากเข้าช่วงมรสุม ปัจจุบันแนวปะการังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดี ปะการังชนิดเด่นที่พบตามแนวสำรวจ ได้แก่ ปะการังโขด ปะการังเขากวาง ปะการังดอกไม้ทะเล ปะการังลายดอกไม้ อีกทั้งยังพบกลุ่มปลาชนิดต่างๆ เป็นจำนวนมาก เช่น ปลากล้วย ปลากะรังท้องกำปั่น ปลาผีเสื้อนกกระจิบ ปลากระดี่ ปลานกแก้ว ปลาผีเสื้อเหลืองชุมพร ปลาสลิดหิน เป็นต้น สรุปได้ว่า แนวปะการังบริเวณเกาะจาน – เกาะท้ายทรีย์ ไม่ได้รับภัยคุกคามจากเครื่องมือทำประมง และไม่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์การฟอกขาวในรอบเดือนที่ผ่านมา.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ชาวบ้านนำหนามพุงดอ มาปรุงอาหาร ลองแล้วจะติดใจ

ชาวบ้านนำหนามพุงดอ มาปรุงอาหาร ลองแล้วจะติดใจ

วันที่ 29 มิถุนายน 2566 นายมนตรี บูรณนัช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านเขาราง ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “ปั่น ปลูก ชิม ครั้งที่ 1” เพื่อเป็นทดสอบเส้นทางการท่องเที่ยวชุมชนบ้านเขาราง โดยมีสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ ผู้ประกอบการภาคเอกชน และชาวบ้านชุมชนบ้านเขาราง ตลอดจนเด็กๆ นำจักรยานร่วมกันปั่นเพื่อการท่องเที่ยวในชุมชน 40 คัน ที่ศูนย์เรียนรู้ป่าครอบครัว บ้านเขาราง ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

กิจกรรมเริ่มต้นจากการปั่นจักรยานไปตามเส้นทางในหมู่บ้าน ด้วยบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ มีทุ่งนาสีเขียว อากาศสดชื่น ระยะทางไปกลับ 10 กิโลเมตร จากนั้นปั่นกลับไปที่ศูนย์เรียนรู้ป่าครอบครัว เพื่อร่วมกันปลูกต้นไม้ในพื้นที่ เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวอีกด้วย

ไฮไลท์ของกิจกรรมในวันนี้ ชาวบ้านได้ทำอาหารพื้นบ้านปรุงกันสดๆ โดยใช้หนามพุงดอเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งชาวบ้านช่วยกันเลือกเก็บเฉพาะยอดอ่อนหนามพุงดอ ที่ขึ้นตามหัวไร่ปลายนา ปลอดสารพิษ 100 เปอร์เซ็นต์ มีหลากหลายเมนู อาทิ หนามพุงดอต้มกะทิ แกงส้มหนามพุงดอกุ้งสด หนามพุงดอไข่ทอด หัวปลีทอดหนามพุงดอ ยอดอ่อนจมน้ำพริกกะปิ ตบท้ายด้วยขนมครกหน้าหนามพุงดอ เป็นต้น ส่วนภาชนะที่ใส่อาหาร ใช้ใบตองมาทำเป็นกระทง ทำให้ทุกคนได้รับประทานกันอย่างมีความสุข

สำหรับหนามพุงดอ เป็นไม้พุ่ม ตั้งตรงหรือแตกกิ่งจำนวนมาก มีหนามแหลมคมตามซอกใบ หนามมีพิษมาก หากถูกหนามตำ ต้องรีบบ่งออก ไม่เช่นนั้นจะถูกดูดลึกลงไปเรื่อยๆ ทำให้อักเสบมาก ลำต้นมีความสูงประมาณ 3 – 8 เมตร กิ่งอ่อนจะเป็นสีเทา หรือสีน้ำตาล และมีขนเป็นรูปดาว มีหนามเรียวบาง ยาวประมาณ 1 – 3 มิลลิเมตร ใบมีลักษณะเป็นรูปไข่ ตรงปลายใบแหลมจะเป็นติ่ง เส้นใบจะเป็นสีน้ำตาลหรือสีเหลือง ใบกว้างประมาณ 3 – 4.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 6 – 9 เซนติเมตร ส่วนก้านใบมีความยาวประมาณ 0.5 – 1.3 เซนติเมตร ดอกจะออกเป็นช่อตรงง่ามใบ ก้านดอกย่อยมีขนนุ่ม กลีบรองกลีบดอก จะมีขนเป็นรูปดาวกระจายทั่วไปทางด้านนอก ส่วนด้านในจะมีขนหนาแน่น กลีบดอกจะเป็นรูปสามเหลี่ยมแกมรูปไข่กลับ เป็นสีเขียว หรือสีขาว และด้านนอกจะเป็นขนสีน้ำตาลเกลี้ยง เกสรตัวผู้จะมีอยู่ประมาณ 36 – 46 อัน ส่วนก้านชูรังไข่จะโค้งเล็กน้อย มีขนเป็นสีเทาหนาแน่น และยอดเกสรตัวเมีย จะเป็นตุ่ม ผลลักษณะฉ่ำน้ำ ผลอ่อนสีเขียว เมื่อแก่ถึงสุก สีขาวขุ่นเกือบใส เป็นพวงเรียงลงมา หนึ่งช่อจะมี 7 – 8 ผล

สรรพคุณทางสมุนไพร รากมีรสเปรี้ยวจืดเย็นเล็กน้อย ดับพิษทั้งปวง แก้พิษฝีตานซาง กระทุ้งพิษไข้ แก้ร้อนใน ฝนกับสุราหรือน้ำปูนใส ทาแก้องค์กำเนิดบวม รักษาคางทูม แก้ผดผื่นคัน แก้การอักเสบของฝี ทำให้นอนหลับ

นักท่องเที่ยวที่สนใจจะมาท่องเที่ยวที่ศูนย์เรียนรู้ป่าครอบครัวบ้านเขาราง หากต้องการปั่นจักรยาน จะมีบริการให้นักท่องเที่ยวเช่าปั่นในราคาที่ไม่แพง และชุมชนยังมีอาหารเมนูท้องถิ่น ซึ่งหาทานได้ที่นี่เพียงแห่งเดียว คือ แกงส้มหนามพุงดอต้มกะทิหนามพุงดอ ไข่ทอดหนามพุงดอ ใบสดทานกับน้ำพริก หรือทำอาหารหวานก็อร่อยไม่แพ้กัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผู้ใหญ่บ้านเขาราง โทร. 081 – 9814529.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อีจันท้าผู้กล้า “พิชิตเกาะสิงโตชาเลนจ์” สมทบทุนสร้างโรงเรียนเด็กพิเศษหัวหิน

อีจันท้าผู้กล้า “พิชิตเกาะสิงโตชาเลนจ์” สมทบทุนสร้างโรงเรียนเด็กพิเศษหัวหิน

วันที่ 28 มิถุนายน 2566 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน ว่าที่ร้อยตรี กรกฎ โอภาส รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน น.ส.สมปรารถนา นาวงษ์ เจ้าของเพจอีจัน และนายสหชาติ ลิ้มเจริญภักดี ประธานมูลนิธิเพชรเกษม หัวหิน ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรมพิชิตเกาะสิงโตชาเลนจ์@หัวหิน เดิน ว่าย พายคายัค เพื่อนำรายได้ค่าสมัครทั้งหมดร่วมสมทบทุนสร้างโรงเรียนเด็กพิเศษหัวหิน เฟสสุดท้าย (ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หน่วยบริการหัวหิน) ในวันที่ 1 – 2 กรกฎาคมนี้ ที่บริเวณชายหาดเขาเต่า อ.หัวหิน โดยมีคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองหัวหิน คณะครู และนักเรียนจากศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หน่วยบริการหัวหิน แขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมรับฟังที่ห้องประชุม สำนักงานเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ

น.ส.สมปรารถนา นาวงษ์ เจ้าของเพจอีจัน กล่าวว่า กว่า 15 เดือน ที่เพจอีจันเริ่มก่อสร้างโรงเรียนเด็กพิเศษหัวหิน ตั้งแต่เดือน มีนาคม 2565 ได้เงินสมทบทุนในการสร้างโรงเรียนจากพี่ ป้า น้า อา สังคมอีจัน จากผู้ใหญ่ใจดีและจากเพื่อนๆ พันธมิตรทั่วสารทิศ ซึ่งในครั้งนี้ อีจันร่วมกับเทศบาลเมืองหัวหิน อำเภอหัวหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดงานพิชิตเกาะสิงโตชาเลนจ์ เดิน ว่าย พายคายัค เพื่อระดมทุนสร้างโรงเรียนเด็กพิเศษหัวหินเฟสสุดท้ายให้สำเร็จ โดยภายในงานมีกิจกรรม 3 รายการ ดังนี้ 1.ว่ายน้ำพิชิตเกาะสิงโต ค่าสมัคร 2,499 บาท จุดเริ่มต้นจากหาดเขาเต่า สู่เกาะสิงโต และกลับสู่หาดเขาเต่า รวมระยะทาง ไป – กลับ 5 กิโลเมตร 2.พายเรือคายัคพิชิตเกาะสิงโต ค่าสมัคร 1,499 บาท จุดเริ่มจากชายหาดโรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัสคาราเพซ – เขาตะเกียบ – เกาะสิงโต – เกาะสะเดา – หาดทรายน้อย และกลับสู่หาดโรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัสคาราเพช ระยะทาง 13 กิโลเมตร ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องนำเรือมาเอง โดยเรือที่อนุญาตเข้าร่วมกิจกรรม คือเรือคายัค, SUP Board (กระดานยืนพาย) หรือเรืออื่นๆ ที่ไม่มีเครื่องยนต์ 3.แต่งชุดไทย เดินขบวนแห่เทียนพรรษาริมหาด ค่าสมัคร 600 บาท โดยขบวนแห่พรรษาริมชายหาดรับบุญเข้าพรรษา เคล้าบรรยากาศแสนผ่อนคลาย เท้าย่ำหาดทรายขาวละเอียด

โดยเส้นทางแห่เทียนพรรษา เริ่มจากชายหาดโรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัสคาราเพช หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มุ่งหน้าไปยังวัดเขาเต่า ระยะทาง 1 กิโลเมตร มีต้นขบวนแห่เทียนพรรษา นำโดยทีมอีเต้ยอีจัน และน้องๆ เด็กพิเศษ ผู้สมัครจะได้รับเสื้อสิงโตชาเลนจ์, ส่วนลดที่พัก 1 คืน ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัสคาราเพช หัวหิน, อาหาร มื้อเช้า, กลางวัน สำหรับผู้สมัครที่ร่วมกิจกรรม ว่ายหรือพายเรือข้ามเกาะสิงโต จะได้เหรียญรางวัลสุดพิเศษ เป็นเหรียญที่ทำมาจากฝาขวดน้ำดื่มรีไซเคิล เพื่อให้ทุกคนได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกำจัดขยะที่ย่อยสลายยากให้มีคุณค่า ซึ่งรายได้ค่าสมัครทั้งหมด ร่วมสมทบทุนสร้างโรงเรียนเด็กพิเศษเฟสสุดท้ายให้สำเร็จ ปัจจุบันโรงเรียนเด็กพิเศษหัวหิน ทำการก่อสร้างแล้วเสร็จไปกว่า 90% โดยปลายทางของโรงเรียนเด็กพิเศษหัวหิน หลังสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะส่งมอบให้กับกระทรวงศึกษาธิการต่อไป ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถสมัครได้ที่ https:/race.thai.run/ejansatu หรือชาวหัวหินและพื้นที่ใกล้เคียงที่สนใจจะร่วมกิจกรรมครั้งนี้ สามารถมาเจอกันวันที่ 2 กรกฎาคม 2566 เวลา 07.30 น ที่หน้าหาดโรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัสคาราเพช หัวหิน จ.ประจวบฯ.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ เฮ ! “พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ” ติด 1 ใน 25 แหล่งท่องเที่ยวอันซีนของไทย

ประจวบฯ เฮ ! “พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ” ติด 1 ใน 25 แหล่งท่องเที่ยวอันซีนของไทย

วันที่ 27 มิถุนายน 2566 นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานประกาศผล 25 แหล่งท่องเที่ยว Unseen New Chapters : ปักหมุดมุมใหม่ เปิดไทยมุมต่างจาก 77 จังหวัดทั่วไทย ซึ่งได้เปิดโหวตผ่านทางเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/ unseennewchapters หรือ www.unseennewchapters.com ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม – 18 มิถุนายนที่ผ่านมา มีผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 25 จังหวัด เข้าร่วมงานและรับมอบของที่ระลึก ก่อนจะเปิดตัวมิวสิควีดีโอ “Unseen Music Vacation” เพลงแรงดึงดูดที่ cover ใหม่ โดยอิ๊งค์ – วรันธร เปานิล ที่จะสร้างแรงบันดาลใจการเดินทางท่องเที่ยวผ่านเสียงเพลง ณ โรงภาพยนตร์ลิโด้ 1 กรุงเทพฯ

นายยุทธศักดิ์ สุภสร เปิดผยว่า ททท.ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ร่วมค้นหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ มุมใหม่ของเมืองไทยที่แตกต่างกว่าที่เคย จากการเปิดโหวตคัดเลือกด้วยคะแนนโหวตทั้งหมดกว่า 547,710 คะแนน มีผู้เข้าร่วมโหวต จำนวน 325,967 คน (1 คนสามารถโหวต 5 ภาค/สัปดาห์) และมีผู้เข้าเยี่ยมเว็บไซต์สูงถึงกว่า 1,089,193 ครั้ง ซึ่ง 25 แหล่งท่องเที่ยว Unseen New Chapters นี้ จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเมืองไทยและเป็นหมุดหมายใหม่ของนักเดินทางท่องเที่ยว อันจะส่งผลช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ เพิ่มอัตราการเข้าพัก กระจายรายได้สู่ฐานราก และเพิ่มสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวท้องถิ่น รวมทั้งช่วยผลักดันเป้าหมายรายได้รวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากกว่า 880,000 แสนล้านบาท

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับคัดเลือกเป็น 25 แหล่งท่องเที่ยว Unseen New Chapters มีรายชื่อดังต่อไปนี้ ภาคเหนือ ได้แก่ มหัศจรรย์น้ำตกหมอกเมืองไทย น้ำตกตาดใหญ่ อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์, ความศิวิไลซ์…แห่งปากน้ำโพ “พาสาน” อ.เมือง จ.นครสวรรค์, นมัสการพระใหญ่…ลมหายใจแห่งไดบุตสึ วัดพระธาตุดอยพระฌาน อ.แม่ทะ จ.ลำปาง, ตระการตาแห่งสีสัน…มหัศจรรย์ทะเลโคม วัดพระธาตุหริภุญชัย อ.เมือง จ.ลำพูน และธรรม…ในถ้ำ พุทธสถานถ้ำเขตวัน อ.นาน้อย จ.น่าน

ภาคกลาง ได้แก่ ธรรมะแกลลอรี…คอมมูนิตี้กลางหุบเขา หอมนสิการ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี, ผจญภัยในถ้ำโบ้…สำรวจถ้ำแห่งขาอีบิด ถ้ำไบ้ บ้านศิรีวงค์ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี, ฝ่าอุโมงค์สามมิติ….พิชิตป่าล้อมเมือง อุโมงค์สามมิติ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี, อันซีนภูผาแรด…มุมลับสุดอาร์ตแห่งราชบุรี อ.เมือง จ.ราชบุรี และมหาเจดีย์แห่งรัชสมัย…ความภาคภูมิใจแห่งบางสะพาน วัดทางสาย อ.บางสะพาน จ ประจวบศีรีขันธ์

ภาคอีสาน ได้แก่ ท่องอาณาจักรสวนหินล้านปี มอหินขาว อ.เมือง จ.ชัยภูมิ, พิสูจน์ความฟิต…พิชิตทะเหมอก ณ วนอุทยานภูบ่อบิด อ.เมืองเลย จ.เลย, ชมวิวบนยอดผา ณ ผืนป่าบ้านพญากูปรี ผาพญากูปรี อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ, สัมผัสเสน่ห์เหนือกาลเวลา ณ ชุมชนบ้านปรางค์นคร อาณาจักรย่าโม อ.คง จ.นครราชสีมา และ มหาศรัทธา…มหาอุโบสถตะเคียนทอง วัดพุทธวนาราม (วัดป่าวังน้ำเย็น) อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม

ภาคตะวันออก ได้แก่ อันซีนเกาะแห่งรัก(ษ์)…ที่สีชัง เกาะสีชัง อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี, เส้นทางท่องวังพญานาค วัดมณีวงศ์ อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก, เก็บแสงสุดท้ายที่ปลายสะพานแก้ว…จุดชมพระอาทิตย์ตกเมืองแปดริ้ว วัดหงษ์ทอง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา, Unseen ถ้ำในถ้ำ…สำรวจความลึกลับแห่งหุบเขาพญานาค วัดถ้ำเขาประทุน อ.เขาชะเมา จ.ระยอง และผจญภัยเมืองบาดาล…พิสูจน์ตำนานพญานาคแห่งถ้ำน้ำเขาศิวะ ถ้ำน้ำเขาศิวะ อ.คลองหาด จ.สระแก้ว

ภาคใต้ ได้แก่ ท่องอุทยานธรรมลอยฟ้า…พลังศรัทธาแห่งเขานาในหลวง อุทยานธรรมเขานาในหลวง อ.พนม จ.สุราษฏร์ธานี, ย้อนเวลาหาความสงบสุข…เที่ยวเกาะหลงยุคแห่งอันดามัน หมู่เกาะกำ อ.กะเปอร์ จ.ระนอง, พลังศรัทธาใต้มหาสมุทร…รอยพระพุทธบาทแห่งอันดามัน รอยพระพุทธบาทในทะเล สำนักสงฆ์เกาะแก้วพิสดาร อ.เมือง จ.ภูเก็ต, มหัศจรรย์แห่งชั้นหิน…งานศิลป์ถิ่นเมืองคอน หินพับผ้า อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช และผจญภัยในตะรุเตา…ตามหาเงาราชาโจรสลัดเมืองไทย อ.เมืองสตูล จ.สตูล

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า สำหรับ 25 แหล่งท่องเที่ยว Unseen New Chapters ดังกล่าว ททท.จะนำมาต่อยอดทางการตลาด ในการสร้างแรงบันตาลในการเดินทางด้วยกลยุทธ์ “Music Marketing” โดยนำแหล่งท่องเที่ยว 25 แห่งมาร้อยเรียงเป็น “Unseen Music Vacation” ผ่านบทเพลงแรงดึงดูด cover โดยศิลปินชื่อดัง “อิ้งค์ – วรันธร เปานิล” ซึ่งได้เรียบเรียงทำนองใหม่ โดยโปรดิวเซอร์ชื่อดังของเมืองไทย “แทน ธารณ ลิปตพัลลภ” หรือ “แทน ลิปตา” รวมทั้งยังได้จัดทำ “Unseen New Chapters Live Session” 5 บทเพลง 5 ภาค จาก 5 ศิลปินชื่อดังของเมืองไทย ที่จะออกไปร้องเพลงดังของตัวเองเวอร์ชั่นอะคูสติก ได้แก่ เพลงเส้นบางๆ จากวงอินดิโก้ เพลงฮักเมา เมาชัก จากวง ETC เพลงเหงาเท่าอวกาศ จากวง Season เพลงจนกว่าเราจะได้พบกัน จากเอิ๊ต ภัทรวี และ เพลงเอาปากกามาวง จากเบล วริศรา รวมทั้งนักท่องเที่ยวยังสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ททท.สำนักงานประจวบฯ ขอขอบคุณนายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พี่น้องประชาชนชาวประจวบฯ ส่วนราชการ ภาคเอกชน และทุกคะแนนเสียงที่ร่วมโหวตให้พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ ได้ติด 1 ใน 25 แหล่งท่องเที่ยว Unseen New Chapters ของประเทศไทย ทั้งนี้พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ จะเป็นอีกจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาของจังหวัดประจวบฯ นำไปสู่การกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและภาคเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง กระจายรายได้ลงไปสู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม อีกทั้งพระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ เป็นแหล่งท่องเที่ยว Hidden Wow ของประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่แรกตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของผู้ว่าราชการจังหสัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจะช่วยสร้างความหนักแน่นยิ่งขึ้นในการสื่อสาร การโฆษณาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ปากน้ำปราณสืบสานประเพณี ส่งเคราะห์ทางทะเล ทำบุญให้บรรพบุรุษ

ปากน้ำปราณสืบสานประเพณี ส่งเคราะห์ทางทะเล ทำบุญให้บรรพบุรุษ

วันที่ 24 มิถุนายน 2566 นายพีรศักดิ์ จิวรรจนะโรดม นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำปราณ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการและพนักงานของเทศบาล ประชาชน นักเรียน ร่วมกิจกรรมประเพณีส่งเคราะห์ทางทะเล ทำบุญตักบาตรเลี้ยงพระ เป็นงานประเพณีเก่าแก่ของชาวอำเภอปราณบุรี ที่จัดขึ้นประจำทุกปี ที่ลานหน้าสำนักงานสมาคมประมงปราณบุรี ม.2 ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ทั้งนี้ตำบลปากน้ำปราณจัดประเพณีทำบุญส่งเคราะห์กันมาเป็นเวลายาวนาน ตามความเชื่อว่าเป็นการเซ่นไหว้ผีและเจ้ากรรมนายเวร เป็นการขอขมาแม่น้ำที่ใช้ในการเดินทาง ใช้เป็นการประกอบอาชีพและเป็นแหล่งอาหาร ทำให้ความเป็นอยู่และการทำมาหากินมีความเจริญรุ่งเรือง การจับปลาหรือสัตว์น้ำได้มากขึ้น และเป็นการสะเดาะเคราะห์เอาทุกข์โศกโรคภัยและสิ่งไม่ดีทั้งหลาย ปล่อยไปกับสายน้ำ เพื่อที่จะได้มีสิ่งที่ดีเข้ามาในชีวิต มีโชคลาภ

การจัดงานแต่ละปี ขึ้นอยู่กับความสะดวกของชาวบ้านในชุมชน โดยจัดงานไม่ได้ยึดติดกับวัน การจัดงานจะมีประชาชน นักท่องเที่ยว นำอาหารคาว อาหารหวาน ดอกไม้รูป เทียน ตุ๊กตาดินเหนียวนุ่งห่มด้วยเสื้อผ้าสีสันสวยงาม และเงินนำไปใส่ลงในเรือจำลองที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ซึ่งก่อนจะนำเรือไปลอยในทะเล ชาวบ้านจะมีการทำบุญตักบาตร พระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคล ขับไล่สิ่งอัปมงคล สิ่งเลวร้าย ก่อนเคลื่อนเรือออกไปจะมีการจุดประทัด แล้วจึงนำปล่อยเรือให้ล่องลอยไปในทะเล เพื่อนำเอาความทุกข์โศก เคราะห์ร้ายต่างๆ ออกไปกับทะเล

เรือที่สำหรับนำไปปล่อยในทะเล จะทำด้วยเป็นโครงไม้ไผ่และผ้าสีขาวมาทำเป็นเรือลำเล็ก สำหรับใส่สิ่งของต่างๆ เพื่อนำไปปล่อยในทะเล บางแห่งทำด้วยต้นกล้วยและกระดาษแก้วมาประกอบให้เหมือนเรือและตกแต่งให้สวยงาม มีตุ๊กตาดินเหนียว ซึ่งใช้เป็นตัวแทนผู้ที่มาทำบุญและบุคคลในครอบครัว เขียนชื่อตนเองหรือญาติมิตรลงกระดาษ ติดกับตัวตุ๊กตา รวมถึงข้าวสาร อาหารแห้ง พริก เกลือ เพื่อเป็นการอุทิศให้ผู้ที่เสียชีวิตในทะเลจากเหตุการณ์ต่างๆ ได้นำไปใช้ พร้อมอธิษฐานขอให้สิ่งชั่วร้ายต่างๆ พ้นไปและไปวางไว้ในเรือเพื่อเตรียมนำไปปล่อยลงทะเล

สำหรับความเชื่อของชาวบ้าน คือ 1.เป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ เป็นความกตัญญูกตเวที ซึ่งหลักพุทธศาสนาสอนว่าเมื่อตายไปแล้วให้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ 2.การขอขมาแม่น้ำ เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ คือ แม่น้ำลำคลอง เพื่อดูแลรักษาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ใช้ประโยชน์ ใช้เป็นแหล่งอาหารและแหล่งอาชีพ 3. ความเชื่อในโชคลาง ว่าเอาโรคภัยไข้เจ็บ ความทุกข์โศก สิ่งที่ไม่ดี ปล่อยไปกับสายน้ำ และการแก้บน เป็นความเชื่อทางโหราศาสตร์ ช่วยให้สภาพจิตใจดีขึ้น

นายพีรศักดิ์ จิวรรจนะโรดม นายกเทศบาลตำบลปากน้ำปราณ กล่าวว่า ประเพณีการส่งเรือเป็นกิจกรรมท้องถิ่นของตำบลปากน้ำปราณ เพื่อสืบสานประเพณี เทศบาลปากน้ำปราณได้ขึ้นทะเบียนเป็นประเพณีของชุมชนบ้านปากน้ำปราณ ต่อไปนี้จะอยู่คู่กับตำบลปากน้ำปราณ ไม่ใช่แค่คนปากน้ำปราณที่มาร่วมกิจกรรม คนปราณบุรี คนหัวหิน ก็มาทำบุญกันได้ ที่นี้จัดเป็นประจำทุกปีในวันที่ 22 – 23 มิถุนายนของทุกปี ประเพณีการส่งเรือเป็นประเพณีของคนทะเล ต.ปากน้ำปราณ วิถีชีวิตอยู่กับการประมง มีทั้งเด็กผู้หญิงแม่บ้านจะได้ทำบุญ สามีไปออกหาปลา ภรรยาก็จะมาทำบุญขอให้ส่วนบุญส่วนกุศล ส่งไปให้ปลา สัตว์มีชีวิตที่เราเคยจับ เหมือนเป็นการต่อบุญกันไปตามความเชื่อ นักเรียนโรงเรียนบ้านปากน้ำปราณก็มาร่วม โรงเรียนพิเศษก็มาร่วมกันที่นี่ทุกปี

ด้านนางกาญจนา อากาศเหลือง ผู้อำนวยการบ้านปากน้ำปราณ กล่าวว่า โรงเรียนได้นำนักเรียนชั้นอนุบาลจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มาเรียนรู้ประเพณีท้องถิ่น ซึ่งเป็นกิจกรรมการส่งเรือ สะเดาะเคราะห์สิ่งต่างๆ ลงไปในเรือ ซึ่งในอุปกรณ์นั้นจะมีตุ๊กตาดินเหนียว ข้าวสาร อาหารแห้ง เมื่อทำพิธีต่างๆ แล้วก็นำไปใส่ไว้กับเรือ หลังจากนั้นจะเอาเรือไปลอยในทะเล โรงเรียนได้นำนักเรียนมาเรียนรู้ประเพณีต่างทุกๆ ปี เพื่อให้นักเรียนได้รู้ว่าประเพณีบ้านเรามีอะไรบ้าง ทำอะไรกันบ้าง เด็กๆ จะได้สืบสานส่งต่อสู่รุ่นลูกรุ่นหลานกันต่อไป.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.ประจวบฯ ชวนเที่ยวงาน “TRAMS MOVE Hua Hin Station” พบศิลปินดังมากมาย

ททท.ประจวบฯ ชวนเที่ยวงาน “TRAMS MOVE Hua Hin Station” พบศิลปินดังมากมาย

วันที่ 23 มิถุนายน 2566 นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงานดนตรีและอาหาร “TRAMS MOVE Hua Hin Station” ระหว่างวันที่ 23 – 25 มิถุนายน 2566 ที่ลาน 25 ไร่ หลังศูนย์การค้าบลูพอร์ต อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายอุดมสุข นิ่มเซียน นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ นายธันย์ จัตุรงค์ ผู้จัดการโครงการ “TRAMS MOVE Hua Hin Station” บริษัท อีเว้นท์ไทย จำกัด นายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน แขกผู้มีเกียรติและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมงาน

นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรม “TRAMS MOVE Hua Hin Station” เพื่อกระตุ้นเศษฐกิจและดึงดูดนักท่องเที่ยวสู่ชุมชน โดยกิจกรรมครั้งนี้จะเป็นการสร้างให้เกิดการกระตุ้นการใช้จ่าย และดึงดูดนักท่องเที่ยวสู่ชุมชน รวมทั้งยังเป็นการสร้างความตระหนักในการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อีกทั้งในการจัดกิจกรรม “TRAMS MOVE Hua Hin Station” ยังได้รับการร่วมสนับสนุนจากเหล่าผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน ภายในงานพบกับการแสดงดนตรีจากศิลปินดัง MEAN, MUSKETEERS และ ZEAL กิจกรรม Show Song Along Do จากศิลปินวง แมวเศษเล็บ, Cassette, la’da, Hums folk band และวง SAY การออกบูธร้านอาหารต่างๆ และกิจกรรมอีกมากมาย จึงขอเชิญชวนประชาชนนักท่องเที่ยวเข้าชมงานดังกล่าวได้ฟรีจนถึงวันที่ 25 มิถุนายน ตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ลาน 25 ไร่ หลังศูนย์การค้าบลูพอร์ต อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เทศกาลดนตรีสุดคลาสสิค “Hua Hin Old Days Festival Vo.3” ตอบรับดีเกินคาด

เทศกาลดนตรีสุดคลาสสิค “Hua Hin Old Days Festival Vo.3” ตอบรับดีเกินคาด

วันที่ 16 มิถุนายน 2566 ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน ร่วมกับบริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และภาคเอกชน พาทุกท่านกลับมาพบกับกิจกรรมเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ในเมืองหัวหิน “Hua Hin Old Days Festival” ครั้งที่ 3 โดยครั้งนี้ได้พาทุกท่านไปพบกับความชิลล์ในสไตล์คันทรี และความสนุกในโซนต่างๆ ที่ขนขบวนมาให้ทุกท่านได้มาสนุกกันแบบสุดๆ ทั้งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ต่างชาติ คนหัวหินและจังหวัดใกล้เคียง โดยงานเทศกาลดนตรี “Hua Hin Old Days Festival“ ที่จัดขึ้นในทุกๆ ครั้ง ประสบความสำเร็จได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมงานเป็นอย่างมาก ปลุกความเป็นเมืองดนตรีของหัวหินให้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมไฮไลท์สุดพิเศษในการคัดสรรค์แนวเพลงที่หาฟังได้ยาก จนถึงแนวเพลงที่ฮิตติดกระแส มารวมกันอยู่ที่ลานเดอะสแควร์ หน้าห้างบลูพอร์ตหัวหิน

งานเทศกาลดนตรี “Hua Hin Old Days Festival“ ครั้งที่ 3 มาพร้อมกับธีม “SUMMER IN BLUES” จังหวะดนตรีสุดชิลล์ จนไปถึงจังหวะสปีด สุดคึกคักรับซัมเมอร์นี้ ให้บลูพอร์ตหัวหินเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนรักในดนตรีและเสียงเพลง และเป็น Music Entertainment Hub เพื่อให้คนหัวหิน และนักท่องเที่ยวได้มาผ่อนคลายและฟังดนตรี เสพผลงานศิลปะร่วมกัน โดยไฮไลท์ของงานนี้จะเป็นแนวดนตรี “Flock, Country และ Bluegrass“ ที่หาฟังได้ยาก ซึ่งแนวดนตรี Bluegrass นี้ มีรากเหง้ามาจากดนตรีแนว Country แต่จะเน้นไปที่เครื่องดนตรีอคูสติก เช่น กีตาร์ และแบนโจ แต่จะเล่นกันในจังหวะที่เร็วแบบสุดๆ สร้างจังหวะให้คนดูคึกคัก สนุกสนาน

งานครั้งนี้บลูพอร์ตหัวหิน ยังคงเอกลักษณ์ของงานเอาไว้อย่างเหนียวแน่น โดยมีพื้นที่จัดงานหลากหลายโซน อาทิ การจัดแสดงงานศิลปะ ในโซน ART VILLAGE กับงานศิลปะสุดเก๋จากหมู่บ้านศิลปินหัวหิน และร่วมกิจกรรม workshop กับเดอะ แกลเลอรี หัวหิน, CRAFT ZONE ร้านขายสินค้าแฮนด์เมด, ร้านเครื่องดนตรีเก่าสะสม, ร้านหุ่นเหล็ก, ร้านวาดภาพเหมือน, AIRBRUSH PAINT และสินค้าอื่นๆ ที่มาจัดจำหน่ายมากมายภายในงาน รวมทั้ง NEVER GETS OLD ZONE กับโซนร้านอาหารท้องถิ่น ที่รอบนี้ยกขบวนกันมาทั้งอาหารอีสานสุดแซ่บ อาหารเหนือ อาหารยุโรปต่างๆ มากมาย และร้านเครื่องดื่มสุดพิเศษที่มีมาเพิ่มแบบจัดเต็มทั้ง 3 วัน และอีกหนึ่งไฮไลท์สุดพิเศษ กับการนำเอา PHOTO BOOTH มาให้ทุกท่านได้ร่วมสนุก ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก พร้อมรับกลับบ้านกันแบบจุใจไปเลยทีเดียว เฉพาะที่งานนี้เท่านั้น บลูพอร์ตหัวหินจึงขอเชิญชวนทุกท่านมาพบกันกับเทศกาลดนตรีในครั้งนี้ พบกับศิลปินท้องถิ่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Mr.Noo Solo, Ped Bluesman, Sea The Gun’s Bro, Jum Soulman, Long Rider, Thorn Banjo Bluegrass Band, Blue Moutain ที่จะมาร่วมบรรเลงดนตรีให้ทุกๆท่านได้สนุกกันในงานนี้ ระหว่างวันที่ 16 – 18 มิถุนายนนี้ พร้อมร่วมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษที่จัดเตรียมไว้ภายในบลูพอร์ต หัวหิน มาฟังดนตรีแถมยังได้สิทธิพิเศษมากมายในการช้อปปิ้งครั้งต่อไปอีกด้วย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ศูนย์ฯ สิรินาถราชินี จัดกิจกรรมสายลับจับปู พร้อมลุ้นรางวัลมากมาย

ศูนย์ฯ สิรินาถราชินี จัดกิจกรรมสายลับจับปู พร้อมลุ้นรางวัลมากมาย

วันที่ 8 มิถุนายน 2566 นายคมสัน หงภัทรคีรี ผู้จัดการศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่าศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี เปิดประสบการณ์กับกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบใหม่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ พร้อมสอดแทรกองค์ความรู้เรื่องป่าชายเลนในเรื่องของสิ่งมีชีวิตผ่านกิจกรรม “สายลับจับปู” ที่จะพาทุกท่านไปรู้จักกับกลุ่มของปูแสม ซึ่งเป็นปูกลุ่มเด่นที่พบในพื้นที่ป่าชายเลน โดยเป็นกลุ่มปูที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยย่อยสลายอินทรีย์สารและหมุนเวียนสารอาหารในระบบนิเวศ อีกทั้งยังเป็นอาหารสำหรับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เช่น นก ลิง ปลา และ งู เป็นต้น โดยนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมกิจกรรม จะได้เรียนรู้วิธีการจับปูแสม ผ่านการใช้เบ็ดตกปู เป็นภูมิปัญญาของชุมชนในการจับปูแสมอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งสามารถจับปูแสมได้จำนวนมาก อีกทั้งยังได้เรียนรู้เรื่องการจัดจำแนกปูแสมชนิดเด่นในพื้นที่ศูนย์ฯ สิรินาถราชินี พร้อมลุ้นรับของรางวัลต่างๆ จากศูนย์ฯสิรินาถราชินี ซึ่งกิจกรรมนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 11 มิถุนายน 2566 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 15.00 น. ณ ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี หรือโทร 032 – 632255 หรือ 086 – 6077712

สำหรับศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการฟื้นฟูป่าชายเลน จากนากุ้งร้างแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองเก่า – คลองคอย ต.ปากน้ำปราณ เดิมเป็นพื้นที่สัมปทานนากุ้ง ในช่วงปี พ.ศ.2524 – 2539 ป่าผืนนี้ฟื้นชีวิตขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินอำเภอปราณบุรี เมื่อปี พ.ศ.2539 ศูนย์ฯ แห่งนี้ จัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือจากบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ที่เข้าร่วมโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 และดำเนินการปลูกป่าชายเลนเพื่อฟื้นฟูสภาพพื้นที่และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งพัฒนาเป็นศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลน โดยเปิดให้เที่ยวชมและเรียนรู้พื้นที่ระบบนิเวศ มีอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เส้นทางศึกษาธรรมชาติและวิถีชีวิตชุมชน รวมทั้งมีการเชื่อมต่อการท่องเที่ยวระหว่างวนอุทยานปราณบุรี แม่น้ำปราณบุรี และศูนย์ฯ แห่งนี้.