Categories
ข่าว ทั้งหมด

ทุเรียนทองคำแห่งบางสะพาน กิโลละ 1,000 บาท เปิดตำนานสวนมีตังค์ 48 ไร่ ผลผลิตหายาก คนต่อคิวเพียบ

ทุเรียนทองคำแห่งบางสะพาน กิโลละ 1,000 บาท เปิดตำนานสวนมีตังค์ 48 ไร่ ผลผลิตหายาก คนต่อคิวเพียบ

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน พร้อมด้วยนางสุภาวดี สมทรง กำนันตำบลกำเนิดนพคุณ สารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งหน่วยงานราชการและประชาชนจำนวนมาก เดินทางเข้าชมสวนและชิมทุเรียนพันธุ์ทองบางสะพาน ทุเรียนสายพันธุ์หายาก ที่กำลังถูกจับตามองในฐานะของดีประจำอำเภอ ที่สวนมีตังค์ บ้านเลขที่ 157/1 หมู่ 8 ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภายในสวนเต็มไปด้วยความคึกคัก เนื่องจากต้องการลิ้มรสทุเรียนทองบางสะพานสายพันธุ์พิเศษ ที่ได้รับการรับรองสายพันธุ์จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้ ภายในสวนยังมีทุเรียนสายพันธุ์อื่นๆ เช่น หมอนทอง ก้านยาว และชะนี ปลูกอยู่เป็นจำนวนมาก

ครอบครัวของนายธวัชชัย เทศรำลึก เจ้าของสวนมีตังค์ ย้ายจากจังหวัดเพชรบุรี มาตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่อำเภอบางสะพาน เมื่อปี พ.ศ.2518 เริ่มต้นจากการทำไร่ ปลูกขิงและปลูกผักเพื่อจำหน่าย ต่อมาในปี พ.ศ.2526 คุณพ่อของนายธวัชชัยได้นำพันธุ์ทุเรียนจากจังหวัดนนทบุรี มาปลูกในสวน ทั้งพันธุ์หมอนทองและพันธุ์ชะนี รวมกว่า 200 ต้น ซึ่งให้ผลผลิตอย่างอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งปลูกผลไม้อื่นเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นเงาะ ลองกอง มังคุด และไม้ผลอีกหลายชนิด

แต่เมื่อเวลาผ่านไป สภาพร่างกายของพ่อเริ่มไม่เอื้ออำนวยต่อการดูแลสวน ลูกหลานต่างแยกย้ายไปทำงาน ทำให้สวนถูกปล่อยให้เติบโตแบบธรรมชาติอยู่ระยะหนึ่ง จนกระทั่งปี พ.ศ.2558 นายธวัชชัยกลับมาพบว่าสภาพสวนได้รับผลกระทบอย่างหนัก ผลไม้หลายชนิดล้มตายจำนวนมาก แต่สิ่งที่ยังคงยืนหยัด คือทุเรียนบางต้นที่แข็งแรงผิดปกติ และในจำนวนนั้นมีทุเรียนต้นหนึ่งที่สะดุดตาเป็นพิเศษ“เนื้อสีเหลืองคล้ายทองคำ กลิ่นหอมเฉพาะตัว รสชาติอร่อยโดดเด่นกว่าพันธุ์ทั่วไป”

จากจุดนั้นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสายพันธุ์ จนสามารถขึ้นทะเบียนในปี พ.ศ.2561 ภายใต้ชื่อ “ทองบางสะพาน”นายธวัชชัย กล่าวว่า “ปีนี้ผลผลิตทองบางสะพาน มีไม่มาก เนื่องจากภัยแล้งและสภาพอากาศที่ร้อนจัด รวมถึงแมลงศัตรูพืช ส่งผลให้ผลทุเรียนร่วงและเสียหายจำนวนหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้ทองบางสะพานมีคุณค่า คือเป็นผลผลิตจากต้นแม่โดยตรง มีจำนวนจำกัด ผลผลิตออกเพียงปีละครั้งเท่านั้น” จุดเด่นของทุเรียนทองบางสะพาน คือ เนื้อสีเหลืองทองสวยงาม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อเนียนละเอียด รสชาติหวานมันกลมกล่อม

สำหรับราคาจำหน่ายปีนี้ ทางสวนเปิดขายแบบรายผลๆ ละ 2,500 บาท หรือเฉลี่ยประมาณกิโลกรัมละ 1,000 บาท โดยขณะนี้มีผู้สนใจติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และบางส่วนต้องต่อคิวรอซื้อ

นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน เปิดเผยภายหลังเข้าเยี่ยมชมว่า วันนี้เป็นโอกาสที่ดีมาก ที่ได้มาเยี่ยมชมสวนของคุณธวัชชัย หรือพี่หนู บนพื้นที่กว่า 48 ไร่ ซึ่งมีทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ แต่ที่โดดเด่น คือ ทองบางสะพาน ซึ่งมีต้นแม่อายุกว่า 40 – 50 ปี และยังได้ชิมทุเรียนสดจากต้น ถือเป็นประสบการณ์พิเศษจริงๆ “ทองบางสะพานถือเป็นหนึ่งในของดีประจำอำเภอบางสะพาน และสามารถเป็น Soft Power สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของพื้นที่ได้ในอนาคต”

ขณะที่ผู้ที่เข้าร่วมงานหลายคน ต่างยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า รสชาติของทุเรียนทองบางสะพานมีความโดดเด่นแตกต่างจากสายพันธุ์ทั่วไปอย่างชัดเจน จากสวนผลไม้ธรรมดาในอดีต วันนี้ “สวนมีตังค์” กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของนักชิมและนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสรสชาติทุเรียนหายากระดับพรีเมียม ซึ่งสามารถติดต่อสวนมีตังค์ได้ทางเฟซบุ๊ก : สวนมีตังค์ โทรศัพท์ : 083 – 2494287.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นายกเล็กหัวหิน ปลูกเฟื่องฟ้า 10,000 ต้น ถนนหัวนา – ทับใต้ สร้างเส้นทางดอกไม้ต้อนรับนักท่องเที่ยว

นายกเล็กหัวหิน ปลูกเฟื่องฟ้า 10,000 ต้น ถนนหัวนา – ทับใต้ สร้างเส้นทางดอกไม้ต้อนรับนักท่องเที่ยว

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ปลัดเทศบาล สท. และเจ้าหน้าที่ในสังกัดที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ปลูกต้นเฟื่องฟ้าหรือต้นดอกกระดาษ จำนวน 10,000 ต้น บริเวณเกาะกลางถนนหัวนา – ทับใต้ ซอยหัวหิน 112 เขตเทศบาลนครหัวหิน ตลอดแนวระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร เพื่อความสวยงาม เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างเอกลักษณ์ให้กับเส้นทางสายสำคัญของเมืองหัวหิน

นายนพพร กล่าวว่าการนำต้นเฟื่องฟ้ามามาปลูกเสริมบนเกาะกลางถนน เป็นการสานต่อแนวคิดด้านภูมิทัศน์เมืองที่เคยเริ่มต้นขึ้นในยุคของนายพื้น กระแสสินธุ์ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลหัวหิน ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มนำต้นเฟื่องฟ้ามาปลูกประดับในพื้นที่หัวหินเป็นครั้งแรก จึงมีแนวความคิดนำต้นเฟื่องฟ้ามาปลูกบนเกาะกลางถนนหัวนา – ทับใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่สามารถเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ทับใต้ และใช้เป็นเส้นทางเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯได้ โดยต้นเฟื่องฟ้าเมื่อเติบโตเต็มที่ จะออกดอกหลากสี ทั้งสีม่วง สีขาว และสีแดง สลับกับแนวต้นทองอุไร สีเหลืองที่ปลูกอยู่สองข้างทางอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งผู้ที่สัญจรผ่านเส้นทางนี้จะได้สัมผัสความสวยงามของดอกทองอุไรและเฟื่องฟ้า เสมือนเส้นทางดอกไม้ที่จะบานรับนักท่องเที่ยวตลอดแนวถนน ถือเป็นอีกหนึ่งจุดแลนด์มาร์กด้านภูมิทัศน์ของนครหัวหินในอนาคต

ทั้งนี้ หากโครงการปลูกต้นเฟื่องฟ้าประสบผลสำเร็จและได้รับการตอบรับที่ดี เทศบาลนครหัวหินยังมีแนวคิดนำต้นเฟื่องฟ้าไปปลูกเสริมบริเวณถนนเพชรเกษม ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมทางหลวง ปัจจุบันมีการปลูกพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดอยู่แล้ว เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับทัศนียภาพของนครหัวหิน รวมถึงขยายการปลูกต้นเฟื่องฟ้าไปยังชุมชนต่างๆ ภายในพื้นที่หัวหินเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างบรรยากาศเมืองท่องเที่ยวให้สวยงามมากยิ่งขึ้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

CIB ร่วมกับเทศบาลนครหัวหิน จัดกิจกรรมเสริมเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ผู้สูงวัย ปลอดภัยจากโจรออนไลน์

CIB ร่วมกับเทศบาลนครหัวหิน จัดกิจกรรมเสริมเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ผู้สูงวัย ปลอดภัยจากโจรออนไลน์

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเทศบาลนครหัวหิน จัดกิจกรรม “Cyber Smart”ที่โรงแรมฮิลตันหัวหิน รีสอร์ตแอนด์สปา จ.ประจวบฯ ในโครงการอบรมเตือนภัยอาชญากรรมออนไลน์เชิงรุกให้กับผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน โดยมี พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผบก.ปอท. (หัวหน้าทีมสื่อสารองค์กร CIB) น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน พร้อมด้วยทีมสื่อสารองค์กร CIB เตือนภัยออนไลน์ เป็นวิทยากรให้ความรู้กับผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วยผู้สูงอายุ ผู้นำชุมชน และ อสม.ในเขตเทศบาลนครหัวหิน จำนวน 250 คน

จากสถานการณ์ปัจจุบัน ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ได้สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจำนวนมาก ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 – 18 มกราคม 2569 มีคดีออนไลน์เกิดขึ้นมากถึง 341,539 เรื่อง เฉลี่ยแล้วมีคดีเกิดขึ้น 888 เรื่องต่อวัน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 26,100,641,367 บาท กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จึงได้จัดโครงการร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ (สสส.) เพื่อเตือนภัยอาชญากรรมออนไลน์ ข้อกฎหมาย วิธีการป้องกัน แผนประทุษกรรมของคนร้าย ที่กลุ่มผู้สูงวัยมักจะพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการหลอกให้รัก หรือ Romance Scam ก่อนชักชวนลงทุน, การโทรศัพท์อ้างเป็นญาติ หรือลูกหลาน ก่อนสร้างสถานการณ์หลอกให้โอนเงินให้ หรือแม้กระทั่งมุขเดิมๆ ที่โทรศัพท์มาลวงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจสอบเงินในบัญชี เป็นต้น

กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการบรรยายเตือนภัยอาชญากรรมให้กับผู้เข้ารับการอบรม โดยมุ่งเน้นให้ผู้สูงอายุ ตระหนักถึงภัยออนไลน์ พร้อมแนะนำวิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อและวิธีรับมือป้องกันคนร้ายในโลกออนไลน์ นอกจากนี้ยังมุ่งหวังให้ผู้เข้ารับอบรมนำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่ให้กับญาติพี่น้อง รวมถึงคนในชุมชนของตนเองให้รู้เท่าทันภัยอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้น เป็นความร่วมมือระหว่างตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และ สสส. ที่ร่วมกันทำงานเพื่อปกป้องพี่น้องประชาชนจากภัยอาชญากรรมทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กระทรวงแรงงานลงพื้นที่ประจวบฯ ดัน e-WorkPermit เต็มสูบ ยกระดับการจัดการแรงงานต่างด้าวสู่ยุคดิจิทัล

กระทรวงแรงงานลงพื้นที่ประจวบฯ ดัน e-WorkPermit เต็มสูบ ยกระดับการจัดการแรงงานต่างด้าวสู่ยุคดิจิทัล

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 น.ส.บุณยวีร์ ไขว้พันธุ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน พร้อมคณะ เดินทางมาปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน และหน่วยงานภาคีเครือข่ายความมั่นคง อาทิ ตรวจคนเข้าเมือง, ฝ่ายปกครอง, ตำรวจภูธรจังหวัด และ กอ.รมน. ที่ห้องประชุมสำนักงานประกันสังคมจังหวัดประจวบฯ เพื่อติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดการขับเคลื่อนระบบบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

หลังจากนั้น คณะผู้ตรวจราชการฯ ไปตรวจเยี่ยมศูนย์บริการใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว จังหวัดประจวบฯ ที่อาคารอเนกประสงค์ เฉี่ยวโอชา สาขา 3 ต.เกาะหลัก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อรับฟังการดำเนินงานและตรวจสอบความพร้อมในการให้บริการแก่ผู้ประกอบการและแรงงานต่างด้าว

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป้าหมายต้องการผลักดันระบบ e-WorkPermit ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานในรูปแบบดิจิทัล ช่วยให้การขึ้นทะเบียนและอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวเป็นไปด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการยกระดับมาตรฐานการจ้างงาน และเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

คึกคัก แข่งขันผิวมะพร้าวขาว ชิงเงินรางวัลกว่า 10,000 บาท ในงานประจำปีวัดอ่างทอง

คึกคัก แข่งขันผิวมะพร้าวขาว ชิงเงินรางวัลกว่า 10,000 บาท ในงานประจำปีวัดอ่างทอง

วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมการวัดอ่างทอง ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ ได้จัดงานประจำปีปิดทองหลวงปู่เขียว และหลวงปู่ท้วม หลวงพ่อสำรวม ขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 31 พฤษภาคม 2569 โดยไฮไลท์ของงานเป็นการแข่งขันผิวมะพร้าวขาว ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวสวนมะพร้าวอำเภอทับสะแก ที่ขึ้นชื่อว่ามีมะพร้าวที่มันที่สุดในประเทศไทย โดยคณะกรรมการรับสมัครชาวบ้านที่มีความชำนาญในการผิวมะพร้าวเป็นประจำตามล้งมะพร้าวต่างๆ มีผู้สนใจเข้าร่วมแข่งขันกว่า 70 คน กติกาการแข่งขัน คือ ต้องผิวมะพร้าวให้สะอาดที่สุด และมากที่สุด ภายใน 1 ชั่วโมง ใครได้มากสุดคือผู้ชนะ

ในรอบแรก จากผู้แข่งขันกว่า 70 คน คัดผู้ผ่านเข้ารอบ 2 เหลือ 20 คน จากนั้นมาแข่งชิงชนะเลิศ เมื่อคณะกรรมการแข่งขันเป่านกหวีด ผู้เข้าร่วมแข่งขันต่างก็ลงมืออย่างขะมักเขม้น เพื่อผิวมะพร้าวให้สะอาดให้ได้จำนวนมากที่สุด เมื่อครบ 1 ชั่วโมง จึงนำมะพร้าวขาวที่ผิวได้ไปชั่งน้ำหนัก โดยมีคณะกองเชียร์ให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขันกันเป็นจำนวนมาก

ผลการตัดสิน ปรากฏว่า ผู้ที่ชนะเลิศอันดับ 1 ผิวมะพร้าว ได้ 55.2 กิโลกรัม คว้าเงินรางวัล 5,000 บาท อันดับ 2 ได้น้ำหนัก 53.4 กิโลกร้ม รับเงินรางวัล 4,000 บาท อันดับที่ 3 ได้น้ำหนัก 48.8 กิโลกรัม รับเงินรางวัล 3,000 บาท อันดับที่ 4 และที่ 5 รับเงินรางวัล 2,000 บาท และรางวัลชมเชย 2 รางวัลๆ ละ 1,000 บาท ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับเงินรางวัล ทางล้งมะพร้าวของบริษัทนิลทองแท้ โคโค่นัท จำกัด ของคุณสายชล และคุณกาญจนา จ้อยร่อย จะจ่ายให้เป็นเงินค่าผิวมะพร้าวที่ผิวได้ กิโลกรัมละ 2 บาท สร้างความสนุกสนานภายในงาน ซึ่งในปีหน้าเจ้าอาวาสวัดอ่างทอง จะเพิ่มเงินรางวัลที่ 1 เป็น 10,000 บาท สำหรับงานจะมีไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 และมีมหรสพทุกคืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ตำรวจประจวบฯ ยึดยาบ้ากว่า 1 ล้านเม็ด มูลค่า 50 ล้านบาท ซ่อนในรถเก๋งแต่เกิดอุบัติเหตุเสียก่อน

ตำรวจประจวบฯ ยึดยาบ้ากว่า 1 ล้านเม็ด มูลค่า 50 ล้านบาท ซ่อนในรถเก๋งแต่เกิดอุบัติเหตุเสียก่อน

วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบฯ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศักดา จำปาทอง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองประจวบฯ พ.ต.ท.ภาวริศ ชาลือ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองประจวบฯ พ.ต.ท.วิโรจน์ ไทรโยควิจิตร สวป. และชุดสืบสวน ร่วมกันตรวจยึดของกลางยาเสพติดประเภทยาบ้า ประมาณ 1,060,000 เม็ด คิดเป็นมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ในรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีแดง ทะเบียน 5กฒ 3471 กรุงเทพฯ 1 คัน

โดยก่อนหน้านั้น เมื่อเวลาประมาณ 01.10 น.วันเดียวกัน ตำรวจรับแจ้งเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันบริเวณริมถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ เลยหน้าบริษัทไทยน้ำทิพย์ สาขาประจวบฯ ประมาณ 50 เมตร หมู่ 4 ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ จึงรุดไปตรวจสอบ พบรถเก๋งสีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กน 4744 ประจวบฯ ถูกรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีแดง ทะเบียน 5กฒ 3471 กรุงเทพฯ ชนท้ายได้รับความเสียหายจอดอยู่ จากการสอบถามนายเอ (นามสมมุติ) คนขับรถเก๋งสีบรอนซ์เงิน เล่าว่า รถของตนถูกรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีแดง ชนท้ายบริเวณหน้าโรงงานทิปโก้ แต่คนขับไม่ยอมจอดลงมาดูและเร่งเครื่องหลบหนี ตนจึงขับตามมาทันถึงที่เกิดเหตุ คนขับรถเก๋งโตโยต้า ยาริส เป็นชาย อายุประมาณ 30 ปี รูปร่างผอม สูงประมาณ 165 ซม. ลงมาพร้อมบอกตนว่าไม่ต้องแจ้งตำรวจและยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้ สักครู่ชายคนดังกล่าวเห็นท่าไม่ดี วิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าละเมาะข้างทางหายไปกับความมืด

จากการตรวจค้นภายในรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีแดง พบยาบ้าจำนวน 160 มัด รวม 1,060,000 เม็ดซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ 7 ถุง วางอยู่ท้ายรถเก๋งคันดังกล่าว จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมรายงานให้ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ ทราบ และสั่งกำชับให้ติดตามจับตัวคนร้ายรายนี้และพวกร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วนแล้ว.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

“วิว เยาวภา” ส่งเสริมมวยไทยท้องถิ่นหัวหิน จัดศึก Muay Thai Saturday Superfight สุดมันส์ ต่างชาติร่วมเชียร์คึกคัก

“วิว เยาวภา” ส่งเสริมมวยไทยท้องถิ่นหัวหิน จัดศึก Muay Thai Saturday Superfight สุดมันส์ ต่างชาติร่วมเชียร์คึกคัก

ช่วงค่ำวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา บรรยากาศที่เดอะเลเจนด์อารีน่า ชั้น 3 บลูพอร์ต หัวหิน สุดคึกคักกับการแข่งขัน Muay Thai Saturday Superfight เวทีมวยไทยประจำเมืองหัวหิน ที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมกีฬาไทย สร้างโอกาสให้นักมวยท้องถิ่น เด็ก เยาวชนและนักมวยต่างชาติ ได้ขึ้นชกบนเวทีจริง

งานครั้งนี้มีผู้ชมทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาร่วมชมอย่างใกล้ชิด บรรยากาศรอบเวทีเต็มไปด้วยเสียงเชียร์ ความสนุก และความประทับใจ โดยมีนักมวยชาวต่างชาติที่เข้ามาเรียนมวยไทย ได้มีโอกาสขึ้นชกจริงบนเวที ถือเป็นการเปิดประสบการณ์มวยไทยจากสนามจริงอย่างแท้จริง

การแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือด โดยเฉพาะคู่ที่ 4 นักมวยหนุ่มน้อยชาวแคนาดา มัจจุราชขาว ศ.เกรียงไกร ออกอาวุธเต็มพิกัด ก่อนเอาชนะคะแนน ธนูเหล็ก ศิษย์เพชรชาติชาย ไปอย่างสนุก เรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมรอบเวที ขณะที่คู่เอก คู่สุดท้ายของรายการ เป็นอีกหนึ่งคู่ที่แฟนมวยประทับใจ เมื่อ ธนพัฒน์ศักดิ์ ลูกพุ เดินหน้าออกอาวุธอย่างดุเดือด เอาชนะคะแนน เพชรฟ้าใส คิงออฟมวยไทย ไปแบบสุดมันส์ สร้างความสนุกสนานให้กับแฟนมวย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้สัมผัสบรรยากาศมวยไทยอย่างใกล้ชิด นำโดย “วิว” เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ และโปรโมเตอร์มวยไทย ที่ตั้งใจผลักดันให้หัวหินมีเวทีมวยไทยที่สนุก เข้าถึงง่าย และเป็นพื้นที่สร้างโอกาสให้นักกีฬารุ่นใหม่ รวมถึงนักมวยต่างชาติที่หลงใหลในมวยไทย

เยาวภา บุรพลชัย กล่าวว่า “ตั้งใจให้เวทีนี้เป็นพื้นที่สร้างโอกาสให้นักมวยไทย นักมวยท้องถิ่น เด็ก เยาวชน รวมถึงนักมวยต่างชาติที่รักมวยไทย ได้มีโอกาสขึ้นชกจริง เรียนรู้จริง และสัมผัสเสน่ห์ของมวยไทยอย่างใกล้ชิด ขอขอบคุณบลูพอร์ตหัวหิน ที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการส่งเสริมมวยไทยมาโดยตลอด ทำให้เราสามารถสร้างกิจกรรมดีๆ ให้กับเมืองหัวหิน และช่วยผลักดันมวยไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ”

รายการ Muay Thai Saturday Superfight จัดขึ้นเป็นประจำ ทุกสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ที่เดอะเลเจนด์ อารีน่า ชั้น 3 บลูพอร์ต หัวหิน เพื่อเป็นเวทีมวยไทยที่มีชีวิตชีวา ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และช่วยยกระดับภาพลักษณ์มวยไทยของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในระดับนานาชาติ.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

นักวิ่งสายอึดร่วม Hua Hin 100K Ultra Marathon ยกระดับหัวหินสู่ Sports Tourism

นักวิ่งสายอึดร่วม Hua Hin 100K Ultra Marathon ยกระดับหัวหินสู่ Sports Tourism

วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 นายอานัฐ ศราวัฒน์ นายก อบต.ทับใต้ นายอิษฎา เสาวรส ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ และนายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ พร้อมสมาชิก ร่วมกันปล่อยตัวนักวิ่ง ในงาน Hua Hin 100K Ultra marathon (หัวหิน 100 K อัลตร้ามาราธอน 2026) ที่อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ

ทั้งนี้เส้นทางที่ผ่านทั้งทิวทัศน์สถานที่ท่องเที่ยว ตัวเมืองหัวหิน และสถานที่สำคัญต่างๆ ของเมืองหัวหิน อาทิ สถานีรถไฟหัวหิน โดยการแข่งขันในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 4 ระยะทาง ได้แก่ 10 กิโลเมตร, 25 กิโลเมตร, 50 กิโลเมตร และระยะทางสูงสุด 100 กิโลเมตร

หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันแล้ว พลตรี นิพนธ์ บุญศิริ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายสิบทหารบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานมอบรางวัลแก่นักวิ่ง โดยมีนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน ร่วมมอบ

การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงการส่งเสริมสุขภาพและการกีฬา แต่ยังสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งให้กับเมืองหัวหิน และที่สำคัญเพื่อผลักดันเมืองหัวหินสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) ดึงดูดนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงผู้ติดตามจากทั่วประเทศได้เดินทางเข้ามาร่วมกิจกรรม ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยวและบริการของพื้นที่หัวหิน – ชะอำ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของเมืองหัวหินให้เป็นจุดหมายปลายทางของกิจกรรมระดับนานาชาติ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหินจัดเต้นมันส์ สนั่นราง โชว์สเต็ปแอโรบิคแน่นสถานีรถไฟ

หัวหินจัดเต้นมันส์ สนั่นราง โชว์สเต็ปแอโรบิคแน่นสถานีรถไฟ

ช่วงเย็นวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ภายใต้ชื่อกิจกรรม “Beat on Track เต้นมันส์ สนั่นราง”ที่บริเวณสถานีรถไฟหัวหินหลังเก่า จ.ประจวบฯ มี น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี น.ส.จิราวรรณ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานประจวบฯ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ พร้อมนักเต้นหญิงชายกว่า 500 คน เข้าร่วมเต้นแอโรบิคอย่างสนุกสนานจากครูสอนเต้นมืออาชีพ ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย

ทั้งนี้จากกระแสการเต้นแอโรบิกที่กำลังได้รับความนิยมทั่วประเทศ ทำให้ผู้คนหันมาออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิกมากขึ้น เทศบาลนครหัวหินจึงได้จัดกิจกรรม “เต้นมันส์ สนั่นราง” ขึ้น โดยรวบรวมเหล่าผู้นำเต้นและกลุ่มประชาชนที่รักการออกกำลังกายในเขตเทศบาลนครหัวหิน ไม่ว่าจะเป็นซุมบ้า แอโรบิก บาสโลป และไลน์แดนซ์ ร่วมสร้างสีสันบรรยากาศให้กับผู้รักสุขภาพเข้ามาร่วมออกกำลังกายไปด้วยกัน โดยเลือกแลนด์มาร์กที่สำคัญคือ สถานีรถไฟหัวหิน เป็นสถานที่จัดกิจกรรม สร้างความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

นายนพพร กล่าวว่า ปัจจุบันเทรนด์ Health & Wellness กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ จากกระแสไวรัลการเต้นแอโรบิคออกกำลังกายที่สวนลุมพินี เทศบาลจึงเห็นทิศทางของการพัฒนาหัวหินสู่เมืองสุขภาพดี ที่ทุกภาคส่วนมีบทบาทร่วมกันในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมือง เพราะนอกจากจะได้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้ว ขณะเดียวกันยังเป็นการสร้าง Community ที่ช่วยเชื่อมโยงผู้คนขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมแห่งสุขภาพอย่างยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานฯ แก่งกระจาน เปิดนิทรรศการ “ผีเสื้อบ้านกร่าง” รวบรวมภาพหาดูยากกว่า 10 ปี หนุนเรียนรู้ธรรมชาติ

อุทยานฯ แก่งกระจาน เปิดนิทรรศการ “ผีเสื้อบ้านกร่าง” รวบรวมภาพหาดูยากกว่า 10 ปี หนุนเรียนรู้ธรรมชาติ

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยนายสิงห์ อินทร์จักร์ และเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ กจ.4 (บ้านกร่าง) ร่วมกันต้อนรับคณะนักสำรวจผีเสื้อจากกลุ่ม “Future Forest” และกลุ่ม “Butterflies of Thailand” นำโดย “น้องคิน” ยูทูบเบอร์เยาวชนจากช่อง Future Forest ในโอกาสส่งมอบป้ายสื่อความหมายผีเสื้อ เพื่อจัดแสดงเป็นนิทรรศการถาวร ยกระดับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวสู่แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติเชิงอนุรักษ์สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

สำหรับป้ายสื่อความหมายดังกล่าว เป็นนิทรรศการภาพสี บนแผ่นโลหะขนาด 45 x 150 เซนติเมตร พร้อมขาตั้ง จำนวน 2 ชุด รวบรวมภาพถ่ายผีเสื้อหาดูยากรวม 102 ชนิด พร้อมข้อมูลชื่อภาษาไทย ชื่อสามัญ และชื่อวิทยาศาสตร์ โดยได้รับเกียรติจาก มร.ยูทากะ อินาโยชิ (Mr. Yutaka Inayoshi) นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านผีเสื้อชาวญี่ปุ่น เป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมด

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวสามารถสแกน QR Code เพื่อเข้าชมข้อมูลเพิ่มเติมผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
คณะผู้จัดทำเปิดเผยว่า ภาพถ่ายผีเสื้อทั้งหมดเป็นผลงานของสมาชิกกลุ่ม Butterflies of Thailand ที่ใช้เวลาลงพื้นที่และรวบรวมมายาวนานกว่า 10 ปี โดยมุ่งหวังว่านิทรรศการนี้จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เยาวชนเกิดความรัก ความหวงแหน และร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่สืบไป ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามองค์ความรู้และกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ช่องยูทูบ “Future Forest” หรือทางเว็บไซต์ https://wingscales.com/location/Kaeng-Krachan-National-Park

ปัจจุบัน หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ กจ.4 (บ้านกร่าง) ถือเป็นจุดสำคัญของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นอกจากจะเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าขนาดใหญ่ เช่น เสือดำ เสือดาว และนกป่าหายากแล้ว ยังขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของนักดูผีเสื้อ ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงกว่า 250 ชนิด นักท่องเที่ยวสามารถพบเห็นฝูงผีเสื้อนับหมื่นนับแสนตัวได้ตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะบริเวณลำธาร 1 ถึงลำธาร 3 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังจุดชมวิวเขาพะเนินทุ่ง ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางมาสัมผัสธรรมชาติและชมผีเสื้อ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน – Kaeng Krachan National Park.

ขอบคุณ : Butterflies of Thailand.