Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ วาง 9 มาตรการรับมือภัยแล้ง ยืนยันประชาชนมีน้ำเล่นสงกรานต์และมีน้ำใช้เพียงพอ ตลอดหน้าแล้ง

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ วาง 9 มาตรการรับมือภัยแล้ง ยืนยันประชาชนมีน้ำเล่นสงกรานต์และมีน้ำใช้เพียงพอ ตลอดหน้าแล้ง

วันที่ 1 เมษายน 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานสรุปผลการปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชน ในการเตรียมความพร้อมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2569 มีนายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าร่วมที่โรงแรมหาดทอง อ.เมืองประจวบฯ

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า จังหวัดประจวบฯ ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน มาร่วมกันแถลงข่าวถึงสถานการณ์น้ำและมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้งของจังหวัด เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง และมั่นใจว่าจังหวัดได้เตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ จากการติดตามสถานการณ์น้ำของจังหวัดประจวบฯ ในปัจจุบัน พบว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของจังหวัด อยู่ที่ 46 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 32 ยังถือว่าอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงปลายหน้าแล้งที่มีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น ทั้งในภาคครัวเรือนและภาคการเกษตร ทางจังหวัดจึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทั้งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด โครงการชลประทานจังหวัด การประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานเกษตรจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงหน่วยทหารในพื้นที่ เพื่อร่วมกันบริหารจัดการน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ ขอยืนยันว่า ประชาชนจะมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ และปีนี้มีน้ำเล่นสงกรานต์แน่นอน พร้อมขอความร่วมมือประชาชน ภาคธุรกิจ และทุกภาคส่วนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า เพราะน้ำเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว หากประชาชนในพื้นที่ใดประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่

สำหรับผลการดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2569 ของจังหวัดประจวบฯ มีหลายด้าน ได้แก่ 1. การบริหารจัดการน้ำต้นทุนจากอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยสำรวจความต้องการใช้น้ำ และน้ำที่มีอยู่ ทั้งน้ำสำหรับผลิตน้ำประปา น้ำผิวดิน น้ำบาดาล สำหรับประชาชนนอกเขตการประปา 2. การขุดลอกแหล่งน้ำและปรับปรุงแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยแหล่งน้ำในเขตการรถไฟฯ เช่น ที่ดำเนินการไปแล้วในพื้นที่ตำบลห้วยทราย ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ ต.บางสะพานน้อย อ.บางสะพานน้อย เป็นต้น การปรับปรุงแหล่งน้ำต้นน้ำ เช่น ห้วยน้ำโจน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำคลองบึง รวมถึงการดำเนินงานอื่นๆ เช่น การปรับปรุงฝายต้นน้ำ และร่องน้ำต่างๆ 3. การติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ โดยติดตั้งเครื่องสูบส่งน้ำระยะไกล ช่วยเหลือในพื้นที่ ที่มีความจำเป็นในการบริหารจัดการน้ำของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 4.การเตรียมรถบรรทุกน้ำ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ที่อยู่นอกเขตประปา เป็นการช่วยเหลือประชาชนโดยตรง มีการจัดรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายน้ำในพื้นที่ ที่ขาดแคลนอย่างทันท่วงที โดยมีการปฏิบัติการส่งน้ำให้ประชาชนนอกเขตประปาในพื้นที่ชุมชน โดยรถบรรทุกน้ำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และรถบรรทุกน้ำของส่วนราชการ เช่น ของกรม ปภ. หน่วยทหารกองบิน 5 กรมชลประทาน กรมทางหลวง เป็นต้น โดยน้ำที่นำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในการอุปโภค – บริโภค ได้รับการสนับสนุนจากการประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่ สนับสนุนน้ำโดยไม่มีค่าใช้จ่าย 5.การติดตั้งถังสำรองน้ำชุมชนในหมู่บ้านที่อยู่นอกเขตประปา โดยได้มีการมอบถังน้ำใหม่ให้ รวมไปถึงให้ชุมชนทำความสะอาด ซ่อมสร้างถังน้ำเก่าที่มีอยู่ และเติมน้ำโดย อปท. และส่วนราชการ ตามแผนของพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 6. เตรียมพร้อมกำลังพลให้สามารถตอบสนองได้ทันทีเมื่อมีการร้องขอ โดย อปท. อำเภอ และกองอำนวยการ ปภ.จังหวัด ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมสนับสนุนให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเพียงพอ 7. ดูแลภาคเกษตรกรรม ส่งเสริมเกษตรกรปรับแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ สนับสนุนพืชที่ใช้น้ำน้อยเพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้น้ำ และเผยแพร่ความรู้การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพในระดับแปลง 8. รณรงค์ให้ประหยัดน้ำทุกภาคส่วน โดยขอความร่วมมือประชาชนและภาคธุรกิจลดการใช้น้ำที่ไม่จำเป็น ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์ทุกรูปแบบ 9. จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยมี สำนักงาน ปภ.จังหวัด เป็นเลขานุการ และหน่วยงานกลางในการประสานงานการปฏิบัติ และร่วมกับทุกภาคส่วน.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด กระตุ้นท่องเที่ยว–เศรษฐกิจ

ประจวบฯ จัดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด กระตุ้นท่องเที่ยว–เศรษฐกิจ

วันที่ 31 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ประจำปี 2569 ที่ห้องประชุมบางนางรม ชั้น 2 (ศาลากลางจังหวัดหลังเก่า) มีนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ร้อยโท สิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชนร่วมประชุม โดยปีนี้กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 24 เมษายน – 4 พฤษภาคม รวม 11 วัน 11 คืน ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด และถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และเผยแพร่ประเพณีวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นอัตลักษณ์เด่นของทั้ง 8 อำเภอ ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย อีกทั้งนำรายได้จากการจัดงานไปใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของจังหวัด

การประชุมครั้งนี้ มีการนำเสนอรูปแบบการจัดงาน ผังการจัดกิจกรรม ร่างกำหนดการพิธีเปิด รวมถึงกิจกรรมที่จะจัดขึ้นตลอดระยะเวลา 11 วัน ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Art city ศิลปะร่วมสมัย ในส่วนของพิธีเปิดงานวันศุกร์ที่ 24 เมษายน รายละเอียดเบื้องต้นมีการแสดงแสง สี เสียงบนเวทีกลาง สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ที่สื่อถึงเรื่องราวที่เป็นอัตลักษณ์ของ จ.ประจวบฯ อาทิ การแสดงกิมมิค (Gimmick) พิธีเปิด การพลุเต้นระบำ บริเวณสะพานสราญวิถี การแสดงตำนานตาม่องล่าย เป็นต้น ส่วนกิจกรรมตลอดทั้ง 11 วันของการจัดงาน ยังคงมีกิจกรรมหลักที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวจากการจัดงานที่ผ่านมา กิจกรรมเทศกาลกินอาหารทะเล เมนูอาหาร สินค้าและผลิตภัณฑ์ประมง การประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว การประกวดวงดนตรีเยาวชน Sam Ao Next Gen Music Award 2026 การแข่งขันยุทธศิลป์มวยไทย การออกร้านกาชาดการกุศล รวมทั้งการออกร้านจำหน่ายสินค้าโอทอป สินค้าชุมชน คาราวานสินค้าอุปโภคบริโภค และการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียงในทุกค่ำคืนของการจัดงาน

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานตามแผนอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมในทุกมิติ เพื่อให้การจัดงานบรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ และขอเชิญชวนประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยวมาร่วมงานและสนับสนุนการซื้อสลากกาชาดการกุศล เพื่อนำรายได้ใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เปิดเป็นทางการแล้ว Museo Auto Classica รวมที่สุดแห่งยนตรกรรมคลาสสิกคุ้มค่าในทุกประสบการณ์

เปิดเป็นทางการแล้ว Museo Auto Classica รวมที่สุดแห่งยนตรกรรมคลาสสิกคุ้มค่าในทุกประสบการณ์

Museo Auto Classica Presented by Bangchak พื้นที่แห่งความทรงจำและความงามเหนือกาลเวลา ที่ชั้น 2 ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมเปิดประสบการณ์อย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบที่มากกว่าการชมรถยนต์ สู่ช่วงเวลาแห่งความประทับใจที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน Museo Auto Classica ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าพื้นที่จัดแสดง แต่เป็นการเยี่ยมชมที่ผสานความงดงามของยนตรกรรมคลาสสิก เข้ากับศิลปะและไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อสร้างความประทับใจในทุกช่วงเวลาของการเข้าชม เสมือนการย้อนเวลาสู่โลกแห่งยนตรกรรมคลาสสิก

ภายในจัดแสดงรถยนต์คลาสสิกและหาชมยากกว่า 40 คัน ครอบคลุมตั้งแต่ยุค 1950s ถึงปัจจุบัน นำโดย Mercedes-Benz SL Legacy ครบทั้ง 7 รุ่น ตั้งแต่ 190SL (1957) ถึง SL 55 AMG รุ่นล่าสุด พร้อม Mercedes-Benz High Performance Trilogy ได้แก่ SLR McLaren, SLS AMG ประตูปีกนกตํานาน Gullwing และ SL 65 AMG Black Series รวมถึงกลุ่ม Classic GT อย่าง Ferrari Dino 246 GT, Jaguar XJS V12 และ Aston Martin DB9 ตลอดจน Rolls-Royce Classic Collection พาย้อนสู่ยุค 60 ไปกับ Silver Shadow I and II, Phantom VI, Corniche IV, Park Ward Limousine, Silver Spur II และ Phantom Drophead, รถลิมูซีนระดับตำนาน อาทิ Cadillac Fleetwood 1957 รถยนต์คู่กายของราชาเพลงร็อกแอนด์โรล Elvis Presley และยนตรกรรมจากภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง James Bond : The World Is Not Enough กับพาหนะไฮเทคคู่ใจของสายลับ BMW Z8 ที่ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของ “Timeless Classics” ได้อย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงผลงานอมตะ ภาพเขียนจากศิลปินแห่งชาติและศิลปินอาวุโสที่มีชื่อเสียง สร้างบรรยากาศที่ผสานทั้งศิลปะและยนตรกรรมไว้อย่างกลมกลืน เปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่หลงใหลในรถยนต์ หรือผู้ที่มองหาสถานที่ท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ ก็สามารถเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพ ชื่นชมความงามและสัมผัสยนตรกรรมคลาสสิกที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน โดยผู้เข้าชมจะได้รับประสบการณ์ที่ถูกคัดสรรมาอย่างตั้งใจ ได้แก่ บัตรเข้าชมคอลเลกชันรถยนต์คลาสสิกและหาชมยาก พร้อมโซนจัดแสดงงานศิลปะ บริการถ่ายภาพที่ระลึกกับรถคันโปรดอย่างใกล้ชิด พร้อมรับภาพกลับบ้าน โปสเตอร์รถยนต์สุดพิเศษสำหรับนักสะสม คูปองแทนเงินสด 50 บาท แนวคิดนี้สะท้อนความตั้งใจของ Museo Auto Classica ในการเปลี่ยนทุกการมาเยือนให้กลายเป็นความทรงจำที่จับต้องได้ ผ่านการผสานศิลปะ ยนตรกรรม และประสบการณ์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมต่อยอดช่วงเวลาแห่งความประทับใจให้ผู้เข้าชมสามารถนำประสบการณ์และความทรงจำกลับไปเก็บไว้ได้อย่างมีคุณค่าในทุกครั้งของการมาเยือน

Museo Auto Classica Presented by Bangchak เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 20.00 น. ที่บลูพอร์ตหัวหิน ชั้น 2 อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 400 บาท และเด็กอายุ 3 – 12 ปี ราคา 300 บาท ร่วมออกเดินทางสู่โลกของ Timeless Classics และค้นพบช่วงเวลาพิเศษที่คุณจะอยากกลับมาสัมผัสอีกครั้ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและติดตามข่าวสารได้ที่เฟซบุ๊ก : Museo Auto Classica.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดกุยบุรีจัดงานประเพณีเดือนห้า นมัสการหลวงพ่อในกุฏิ ครบรอบ 155 ปี

วัดกุยบุรีจัดงานประเพณีเดือนห้า นมัสการหลวงพ่อในกุฏิ ครบรอบ 155 ปี

วันที่ 31 มีนาคม 2569 พันจ่าเอก พัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานประเพณีเดือนห้า นมัสการหลวงพ่อในกุฏิ ครบรอบ 155 ปี ที่วัดกุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ โดยได้รับเมตตาจากพระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง ประธานฝ่ายสงฆ์ พระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร พระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (มหานิกาย) เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี พร้อมด้วยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์เข้าร่วมในพิธี มีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าร่วมงาน โดยก่อนเปิดงานมีขบวนแห่อัญเชิญหลวงพ่อในกุฏิจากหน้าสถานีรถไฟกุยบุรี ไปยังวัดกุยบุรีอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนกราบนมัสการบูชา ซึ่งงานดังกล่าววัดกุยบุรีจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มากราบปิดทองรูปหล่อหลวงพ่อในกุฏิ ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 8 เมษายนนี้ เป็นเวลา 9 วัน 9 คืน

วัดกุยบุรี เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ก่อตั้งประมาณปี 2129 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี 2503 ถือเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์คู่เมืองกุยบุรี ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา หลวงพ่อในกุฏิ เป็นพระอริยสงฆ์ผู้ทรงคุณบารมีและอภิญญาสมาบัติ เดิมชื่อมาก หรือบุญมาก ท่านเกิดในราวปีมะเส็ง สมัยแผ่นดินพระเจ้าเอกทัศ กรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เป็นน้องคนสุดท้องของ 3 พี่น้อง คือ ท่านอินทร์ ท่านม่วง และท่านมาก ท่านมีพี่น้องสี่คน น้องคนสุดท้องเป็นผู้หญิง ท่านเป็นคนปักษ์ใต้โดยกำเนิด น่าจะอยู่จังหวัดชุมพร ตระกูลของหลวงพ่อเป็นตระกูลที่มีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอันมาก เมื่ออายุครบบวช ท่านและพี่ชายได้ออกบวชและครองสมณเพศตลอดชีวิต หลวงพ่อทั้งสามเชี่ยวชาญเรื่องเวชกรรม ไสยศาสตร์ และวิปัสสนากัมมัฏฐาน เมื่อบวชเป็นเวลาพอสมควรแล้ว จึงชวนกันออกธุดงค์ มีความแตกฉานในสรรพวิชาทั้งสามองค์ เมื่อได้อยู่จำพรรษาที่วัดเดิมกันมาตามสมควรแล้ว จึงได้ชักชวนกันเดินธุดงค์โดยหลวงพ่ออินทร์ เลือกมาจำพรรษาที่เมืองกำเนิดนพคุณ หรือเมืองบางสะพาน ปัจจุบันมีรูปเหมือนของท่านประดิษฐานอยู่ที่วัดเขาโบสถ์ อ.บางสะพาน หลวงพ่อม่วง น้องคนกลาง เลือกจำพรรษาที่ถ้ำแห่งหนึ่ง ระหว่างบ้านกรูดและทับสะแก ถ้ำแห่งนั้น คือถ้ำคีรีวงศ์ และกลายเป็นวัดถ้ำคีรีวงศ์ ในปัจจุบัน ส่วนหลวงพ่อมาก หรือหลวงพ่อในกุฏิ เลือกจำพรรษาที่วัดกุยบุรี วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง มีแม่น้ำกุยบุรีไหลผ่านทางด้านหลังวัดและตั้งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน ที่พระภิกษุจะต้องออกไปบิณฑบาตในเวลาเช้า นับเป็นสับปายะของผู้อยู่อาศัย ถึงจะไม่ไกลจากหมู่บ้าน แต่ก็ปราศจากเสียงอื้ออึงเข้ามารบกวน สมเป็นที่หลีกอยู่ของสมณะผู้ใคร่หาความสงบ หลวงพ่อในกุฏิเป็นผู้ที่ใฝ่ใจในด้านหาความสงบทางจิตยู่แล้ว จึงได้รับอาราธนาจากเจ้าเมืองและชาวกุยบุรี ปกครองวัดกุยบุรีตลอดมา

ปฏิปทาของหลวงพ่อในกุฏิ ท่านเป็นผู้เคร่งครัดในด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน และชำนิชำนาญคล่องแคล่วด้านไสยศาสตร์คาถานับว่าหลวงพ่อเป็นผู้มีอาคมขลัง พร้อมทั้งเป็นผู้มีเมตตาจิตอย่างสูง ทั้งเป็นผู้มีวาจาศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย คือเมื่อพูดคำใดแล้ว จะต้องเป็นอย่างนั้น เมื่อเป็นดังนี้ชาวเมืองกุยบุรี เมืองคลองวาฬ เมืองปราณ ตลอดจนถึงเมืองใกล้เคียง จึงได้ศรัทธาเลื่อมใสในบุญบารมีเป็นอันมาก เมื่อใดได้รับทุกข์ ก็จะต้องหาโอกาสมาบนบานศาลกล่าว ขอให้ช่วยปัดเป่าให้ผ่อนคลายหายจากทุกข์นั้นๆ ครั้นเมื่อได้รับความสำเร็จแล้วหรือสมความปรารถนาจากที่ตนได้บอกกล่าวกับหลวงพ่อไว้แล้ว ก็จะต้องนมัสการและปิดทองที่ตัวท่านเป็นจำนวนมาก แม้ในปัจจุบันรูปเหมือนหลวงพ่อในกุฏิ จะมีคนมาปิดทองท่านอยู่ตลอด.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ทับสะแกจัดงานสงกรานต์ นาหูกวางเฟสติวัล 2026 พร้อมอุโมงค์ไฟตระการตา

ทับสะแกจัดงานสงกรานต์ นาหูกวางเฟสติวัล 2026 พร้อมอุโมงค์ไฟตระการตา

วันที่ 30 มีนาคม 2569 นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานนาหูกวางเฟสติวัล 2026 ตอนมหัศจรรย์ ไลท์ติ้งแฟนตาซี มีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายอิษฎา เสาวรส ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงาน จ.ประจวบคีรีขันธ์, นายธรรมรัตน์ สิงห์ศรี ปลัด อบจ.ประจวบฯ, นายชัยนรินทร์ นิลธนาเกียรติ, นายวสุ โชคกิจการ, นายลือยศ ภู่ทอง สจ.เขตอำเภอทับสะแก, น.ส.ทิฆัมพร ยอดใหญ่ นายก อบต.นาหูกวาง พร้อมคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน

ภายใต้แนวคิดเนรมิตพื้นที่ชายหาดให้เป็นโลกแห่งแสงไฟยามค่ำคืน ผสมผสานศิลปะแสง สี เสียง กับอัตลักษณ์ท้องถิ่นและวัสดุรีไซเคิล สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 14 – 15 เมษายน 2569 ที่หาดแหลมกุ่ม หมู่ 7 ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศ “โลกใต้ท้องทะเลแห่งแสงสี” ผ่านการออกแบบพื้นที่ให้มีความโดดเด่น แปลกใหม่ และมีชีวิตชีวา พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ไฮไลท์สำคัญภายในงาน 1. อุโมงค์ไฟสุดตระการตา เปิดประสบการณ์แรกแห่งความประทับใจ ด้วยอุโมงค์ไฟที่จะพาคุณเข้าสู่โลกแห่งแสงสีสุดแฟนตาซี 2. จุดถ่ายภาพเรืองแสง ประติมากรรมแสงรูปสัตว์ทะเล ปะการัง และงานศิลปะ UV Glow สุดอลังการ จุดเช็คอินห้ามพลาด 3. นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และฉายภาพยนต์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร, พระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 4. ตลาดชุมชน รวมของดี ของเด่น อาหารทะเลสดใหม่ อาหารพื้นบ้าน และสินค้า OTOP จากชุมชน 5.เวทีการแสดง พิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่ พร้อมการแสดงดนตรี โชว์แสงไฟ และการแสดงสร้างสรรค์ในบรรยากาศริมทะเล เชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ได้ตามวันดังกล่าว.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ติดตามสถานการณ์ผลิตน้ำประปา สร้างความมั่นใจให้ประชาชนช่วงหน้าแล้ง

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ติดตามสถานการณ์ผลิตน้ำประปา สร้างความมั่นใจให้ประชาชนช่วงหน้าแล้ง

วันที่ 30 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ลงพื้นที่ดูการผลิตน้ำประปาของการประปาภูมิภาคจังหวัดประจวบฯ เพื่อติดตามการปรับแผนการผลิตน้ำประปาให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในช่วงฤดูแล้ง ที่สถานีจ่ายน้ำบ้านบ่อนอก หมู่ 8 บ้านทุ่งโก ต.บ่อนอก อ.เมืองประจวบฯ มีนายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายไพโรจน์ ภูภาณุสมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาคเขต 3 (วิชาการ) นายธนวัฒน์ เรืองเดช รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด นายสรวุฒิ ปาลวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4 ประจวบฯ ผู้จัดการ การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขาปราณบุรี ผู้จัดการ การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขาประจวบฯ เสนาธิการกองบิน 5 นายอำเภอเมืองประจวบฯ ประชาสัมพันธ์จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าจะได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง

ทั้งนี้ในส่วนของการประปาได้มีการติดตั้งโมบายแพลนท์ ดึงน้ำจากคลองกุยบุรีบางส่วน มาเติมในการผลิตน้ำประปา เพื่อทดแทนน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองบึง อ.เมืองประจวบฯ ที่มีปริมาณน้ำน้อย โดยไม่กระทบต่อพื้นที่ใช้น้ำจากคลองกุยบุรี สร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้ว่าน้ำที่จะใช้อุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้งนั้นมีเพียงพอ ด้วยการบริหารจัดการอย่างมีแบบแผน

สำหรับพื้นที่นอกเขตประปา หรือชุมชนที่ระบบประปาภูมิภาคยังเข้าไม่ถึง ได้มีการเตรียมแผนสนับสนุนอย่างเป็นระบบ โดยจัดส่งเครื่องจักรและอุปกรณ์ เช่น รถผลิตน้ำดื่มจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รถบรรทุกน้ำจากกองบิน 5 ชลประทานจังหวัด และแขวงทางหลวง/ทางหลวงชนบท เพื่อให้บริการน้ำอย่างเพียงพอ ขณะเดียวกันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังคงดำเนินการจัดส่งน้ำให้ประชาชนตามปกติ และการประปาส่วนภูมิภาคทุกสาขา ได้ร่วมสนับสนุนน้ำประปาผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัด เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างทั่วถึงในพื้นที่ ที่มีน้ำดิบไม่เพียงพอ ได้มีการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และในส่วนของน้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาลอยู่ระหว่างดำเนินการสนับสนุนในพื้นที่ที่มีความจำเป็น

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะทำงาน ได้ให้ความมั่นใจแก่ประชาชนว่ากระทรวงมหาดไทย และจังหวัดประจวบฯ มีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างเต็มที่ในการบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นระบบและทันท่วงที ลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด พร้อมยืนยันว่าจะดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้งนี้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ตำรวจประจวบฯ สกัดเส้นทางยาเสพติด ได้ยาบ้ากว่า 500,000 เม็ด เร่งล่าตัวแก๊งร่วมขบวนการ

ตำรวจประจวบฯ สกัดเส้นทางยาเสพติด ได้ยาบ้ากว่า 500,000 เม็ด เร่งล่าตัวแก๊งร่วมขบวนการ

วันที่ 30 มีนาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.ศิริชัย โชยดี รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ, พ.ต.อ.จอม สิงห์น้อย ผกก.สืบสวน ภ.จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.ชาญยุทธ ทวงสั้น ผกก.สภ.อ่าวน้อย, พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบฯ พ.ต.ท.สำราญ ขาวแก้ว รอง ผกก. สส.สภ.อ่าวน้อย, พ.ต.ท.ชุมพล บางจันทึก รอง ผกก.(ป).สภ.อ่าวน้อย พ.ต.ท.อำนวย ทรัพย์มา สวส. และชุดสืบสวน ร่วมกันตรวจยึดยาบ้าบรรจุในกระเป๋าเป้สนามแบบถือ สีเขียว 3 ใบ จำนวน 25 แพ็ค รวมทั้งสิ้น 250,000 เม็ด คิดเป็นมูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท ซุกซ่อนอยู่ใต้พุ่มไม้ ถนนคันคลองชลประทาน หมู่ 9 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบฯ

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ตำรวจสืบทราบว่าแก๊งยาเสพติด มีนายบัญชา และนายเกียรติศักดิ์ (สงวนนามสกุล) ลักลอบนำยาเสพติดผ่านเข้ามาในพื้นที่เพื่อนำลงยังภาคใต้ จึงนำกำลังไปดักซุ่มรอที่บริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ บ้านทุ่งโก อ.เมืองประจวบฯ ซึ่งเป็นเส้นทางที่นายบัญชาและนายเกียรติศักดิ์ใช้ในการขนยาเสพติดอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งพบรถปิกอัพต้องสงสัยวิ่งเข้ามา แต่คนร้ายไหวตัว เปลี่ยนเส้นทางหลบหนี ตำรวจจึงติดตามอย่างกระชั้นชิด แต่คนร้ายอาศัยความมืดและชำนาญเส้นทางหลบหนีไป ตำรวจจึงตามไปยังบ้านบิดานายบัญชาที่พักอยู่ด้วยกัน ที่หมู่ 9 ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ พบรถปิกอัพคันดังกล่าวจอดทิ้งอยู่ จึงปิดล้อมตรวจค้น พบยาบ้าจำนวน 300,000 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกทิ้งอยู่ที่บริเวณทุ่งเลี้ยงวัว ห่างจากรถปิกอัพประมาณ 40 เมตร จึงยึดเป็นหลักฐาน ส่วนคนร้ายทิ้งรถหลบหนีไปได้ จนกระทั่งต่อมาตำรวจพบยาบ้าอีกจำนวน 250,000 เม็ด ทิ้งอยู่ใต้พุ่มไม้ ถนนคันคลองชลประทาน หมู่ 9 ต.อ่าวน้อย ซึ่งคาดว่าเป็นของคนร้ายรายเดียวกัน โยนทิ้งระหว่างหลบหนี รวมยาบ้าที่ยึดได้ในครั้งนี้จำนวนทั้งสิ้นกว่า 5 แสนเม็ด ซึ่งตำรวจจะได้ติดตามจับคนร้ายแก๊งนี้อย่างเร่งด่วนแล้ว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มหาวิทยาลัยสวนดุสิตศูนย์หัวหิน เปิดอบรมนักบำบัดสปาทราย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแนวใหม่

มหาวิทยาลัยสวนดุสิตศูนย์หัวหิน เปิดอบรมนักบำบัดสปาทราย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแนวใหม่

วันที่ 29 มีนาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ มอบหมายให้ พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดประจวบฯ/นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการพัฒนาบุคลากรนักบำบัดสปาทราย เพื่อสร้างมูลค่าเศรษฐกิจการท่องเที่ยวสุขภาพในจังหวัดประจวบฯ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.พนารัตน์ ศรีแสง ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาหัวหิน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นางจารุรัตน์ พัฒน์ทอง รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด น.ส.นลิน มาคเชนทร์ ประชาสัมพันธ์จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ อาจารย์และบุคลากรมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษาหัวหิน คณะวิทยากร ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และผู้แทนจากวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ จำนวน 47 คน เข้าร่วมอบรมความรู้เรื่องการบริการสปาทราย พร้อมการฝึกปฏิบัติเตรียมทรายด้วยตัวเอง เพื่อสร้างมาตรฐานการให้บริการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยเน้นการฝึกทักษะการหมกทราย/แร่ควอตซ์ที่ถูกต้อง ปลอดภัยและมีมาตรฐาน เป็นการสร้างอาชีพให้ชุมชนและให้บริการบำบัดสุขภาพที่ปลอดภัยแก่ผู้มาเยือน

จากผลการศึกษาของคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำโดย รศ.ดร.พนารัตน์ ศรีแสง ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาหัวหิน ในหัวข้อ “แนวทางการพัฒนาจังหวัดประจวบฯสู่เมืองสร้างสรรค์สปาทราย” พบว่าจังหวัดประจวบฯ มีศักยภาพโดดเด่นด้านแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ด้วยชายฝั่งยาวกว่า 200 กิโลเมตร และภูมิปัญญาท้องถิ่น “สปาทราย/หมกทราย” ประกอบกับทีมวิจัยได้เดินทางไปศึกษาดูงานรูปแบบโมเดลการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในเมืองเบปปุ (Beppu) และอิบุซุกิ (Ibusuki) ประเทศญี่ปุ่น เพื่อถอดบทเรียนด้านการพัฒนาและการบริหารจัดการที่ประสบความสำเร็จในระดับสากล จึงได้นำแนวทางดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในจังหวัดประจวบฯ โดยมีการลงพื้นที่สำรวจและวิเคราะห์ศักยภาพทรายร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี พบว่าทรายจากชายหาดในจังหวัดประจวบฯ มีคุณสมบัติในการดึงดูดและซึมซับความร้อนและแร่ธาตุในท้องทะเลได้ดี ซึ่งประกอบด้วยแร่ธาตุสำคัญต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ในการปรับพลังงานในร่างกายและช่วยในการรักษา อาทิเช่น
– แร่ควอตซ์ (Quartz) เป็นแร่ที่พบได้มากที่สุด เป็นแร่ที่มีพลังงานการสั่นสะเทือนสูง สามารถสร้างประจุไฟฟ้าขนาดเล็ก มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นพลังชีวภาพของร่างการ กระตุ้นการหมุนเวียนโลหิต คลายกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดเมื่อย เมื่อกลบตัวในทรายจะได้รับแรงกดทั่วถึง เหมือนการทำ “Pressure Therapy”
– แร่เฟลด์สปาร์ (Fledspar) มีคุณสมบัติกักเก็บความร้อนได้ดีเมื่อรวมกับควอตซ์ สามารถส่งความร้อนไปยังเนื้อเยื่อได้ลึกมากขึ้น ช่วยในเรื่องการบำบัดระบบประสาท ผ่อนคลายร่างการและจิตใจ ลดความเครียด และฟื้นฟูโครงสร้างกล้ามเนื้อและผิวหนัง
– แร่ทัวร์มาลีน (Tourmaline) มีคุณสมบัติปลดปล่อยประจุลบ (Negative lons) ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด คอร์ติซอล (Cortisol) เพิ่มการหลั่งเซโรโตนิน (Serotonin) และเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) ทำให้รู้สึกสงบผ่อนคลายและหลับลึกขึ้น ช่วยขยายหลอดเลือดและกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต และขับเหงื่อและของเสียออกทางผิว
– แร่จากเปลือกหอยป่นในทราย เช่น แร่อะราโกไนต์ (Aragonite) หรือแคลไซต์ (Calcite) รวมถึงแร่ธาตุอื่นๆ ที่มาจากทะเล เช่น แคลเซียม, แมกนีเซียม, สตรอนเทียม, โพแทสเซียม, โซเดียม, ซิลิกา, ฟอสฟอรัส, ซัลเฟอร์และไอโอดีน

การจัดอบรมพัฒนาบุคลากรนักบำบัดสปาทรายฯ ในวันนี้เป็นครั้งที่ 2 วัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมของชุมชนในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ซึ่งปัจจุบันพื้นที่และบุคลากรมีความพร้อมในการเปิดต้นแบบศูนย์การเรียนรู้สปาทราย เพื่อเป็นกลไกการพัฒนาต่อยอดขยายผลสู่ทุกอำเภอของจังหวัด โดยเป้าหมายสูงสุดของการดำเนินงาน คือ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์เชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนา Wellness Destination จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่เชื่อมโยงนโยบายระดับชาติ ระดับจังหวัด และระดับชุมชน ผ่านมาตรฐานบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพในระดับสากล เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการยกระดับจังหวัดประจวบฯ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัด ช่วยขับเคลื่อนพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแนวใหม่ สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

นักวิ่งคึกคัก ‘Nakhon Hua Hin Run 2026’ ครั้งที่ 1 กระตุ้นการท่องเที่ยวหัวหิน

นักวิ่งคึกคัก ‘Nakhon Hua Hin Run 2026’ ครั้งที่ 1 กระตุ้นการท่องเที่ยวหัวหิน

วันที่ 29 มีนาคม 2569 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานกล่าวต้อนรับและปล่อยตัวนักวิ่งกว่า 1,200 คน รายการ ‘Nakhon Hua Hin Run 2026’ นครหัวหินรัน ครั้งที่ 1 ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ สส.ประจวบฯ เขต 2 พรรคกล้าธรรม พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล นายกสมาคมกีฬาหัวหิน นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหัวหิน น.ส.ไพลิน กองพันธ์ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล กล่าวว่า กิจกรรมวิ่งนครหัวหินรัน ครั้งที่ 1 จัดขึ้นโดยสมาคมกีฬาหัวหิน ร่วมกับเทศบาลนครหัวหิน โดยได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ส่งเสริมการออกกำลังกายให้ห่างไกลยาเสพติด กระตุ้นเศรษฐกิจพร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวรับเทศกาลสงกรานต์ โดยรายได้จากการจัดงาน สมาคมกีฬาหัวหินจะนำไปใช้เพื่อสนับสนุนชมรมกีฬาต่างๆ ภายในอำเภอหัวหินต่อไป แบ่งการแข่งขันออกเป็นฟันรัน 5 กิโลเมตร มินิมาราธอน 10.5 กิโลเมตร และ VIP 3 กิโลเมตร ซึ่งผู้ชนะเลิศอันดับ 1 – 5 ทุกรุ่นอายุในระยะ 5 และ 10 กิโลเมตร จะได้รับถ้วยรางวัล ใช้เส้นทางธรรมชาติรอบอ่างเก็บน้ำเขาเต่า อ.หัวหิน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักวิ่งทั้งชาวไทยและต่างชาติเป็นจำนวนมาก.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

“หมอโม” คว้ารางวัล Women Inspire Awards 2026 ตอกย้ำผู้นำด้านสุขภาพและแรงบันดาลใจสตรีไทย

“หมอโม” คว้ารางวัล Women Inspire Awards 2026 ตอกย้ำผู้นำด้านสุขภาพและแรงบันดาลใจสตรีไทย

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 แพทย์หญิงอรพิน กิตติพิทยา หรือ “หมอโม” ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ Aurapin Wellness Clinic (อรพิน เวลเนส คลินิก) สร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการสุขภาพและความงาม หลังได้รับรางวัล Hot Magazine Women Inspire Awards 2026 จากนิตยสาร Hot Magazine Luxury Living & Exclusive Lifestyle ภายในงานกาล่าดินเนอร์การกุศลเฉลิมฉลองครบรอบ 13 ปี โดยมี MR. ALAIN FORTIN อดีตอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศมาดากัสการ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อยกย่องสุภาพสตรีผู้ทรงคุณค่า ที่ไม่เพียงประสบความสำเร็จในสายอาชีพ แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพัฒนาสังคม งานการกุศล และการเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้อื่นในวงกว้าง

แพทย์หญิงอรพิน กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่านี้ ซึ่งไม่เพียงเป็นกำลังใจให้กับตนเอง แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของ Aurapin Wellness Clinic ในการยกระดับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยมุ่งเน้นการป้องกันโรค และการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล ด้วยการผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่เข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ภายใต้แนวคิด “Wellness in Harmony – สุขสมดุลจากภายใน ที่งดงามในแบบของคุณ”

“หมอโม” ยังตั้งเป้าว่าจะใช้โอกาสนี้เป็นแรงผลักดันในการสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพทั้งกายและใจ พร้อมส่งต่อแนวคิดการใช้ศักยภาพของตนเองเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับสังคมและประเทศ

ทั้งนี้ แพทย์หญิงอรพิน เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine) จากศิริราช และได้ต่อยอดองค์ความรู้ด้าน Wellness ในระดับสากล จนได้รับการรับรองจากหลายสถาบันชั้นนำ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และยกระดับหัวหินสู่การเป็นจุดหมายด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ นอกจากนี้ Aurapin Wellness Clinic ยังมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยภายในงานครั้งนี้ได้ร่วมสนับสนุน gift voucher สำหรับดูแลสุขภาพและความงาม มูลค่า 30,000 บาท เพื่อร่วมสมทบกิจกรรมการกุศล

สำหรับงานกาล่าดินเนอร์ดังกล่าว จัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ โรงแรมเดอะเกษตร หัวหิน โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรทั้งหมดจะนำไปสนับสนุนมูลนิธิ Rescue Paws เพื่อช่วยเหลือสัตว์ยากไร้ในพื้นที่หัวหินและปราณบุรีต่อไป.