Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

สทท. จับมือ สสว. ติวเข้ม SME สู่การท่องเที่ยววิถีใหม่ สร้างรายได้แบบยั่งยืน

สทท. จับมือ สสว. ติวเข้ม SME สู่การท่องเที่ยววิถีใหม่ สร้างรายได้แบบยั่งยืน

วันที่ 19 ตุลาคม 2566 นายอดุลชัย รักดำ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เป็นประธานเปิดโครงการ “SME Restart เตรียมพร้อม SME สู่การท่องเที่ยววิถีใหม่ เชื่อมโยงชุมชน สร้างรายได้แบบยั่งยืน” ที่โรงแรมหัวหินแกรนด์ โฮเทลแอนด์พลาซ่า จ.ประจวบฯ มีนางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ และสมาชิกสมาคม อาจารย์ยงยุทธ เจริญรัตน์ ที่ปรึกษาโครงการฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา อาจารย์กฤติเดช ทองเพิ่ม ผู้เชี่ยวชาญเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเมืองเก่าเพชรบุรี, ชุมชนท่องเที่ยวถ้ำรงค์ และผู้ประกอบการ SME กว่า 50 คน เข้าร่วมรับฟัง

นายอดุลชัย รักดำ กล่าวว่า ในวาระแรกสมัยที่เข้ามารับตำแหน่งประธาน สทท. ได้ร่วมกันทำโครงการ SME Restart ในปี 2564 ซึ่งจัดขึ้นที่ภูเก็ต พังงา และสุราษฎร์ธานี ช่วงนั้นประเทศไทยเริ่มมีการเปิด Sandbox เป็นประเทศแรกๆ ของโลก สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ สทท. ได้เข้าไปให้ความรู้เรื่อง New Normal เรื่องมาตรฐาน SHA และร่วมกันทำ Workshop กำหนดรูปแบบขั้นตอนการเปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย จนประเทศไทยได้รับการยอมรับในระดับโลก และได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวแบบ New Normal มากกว่า 4 แสนคนในปี 2562 สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นรายได้รวมมากกว่า 20,000 ล้านบาท ในปี 2566 นี้ สทท. ตั้งเป้าหมายว่าจะรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 30 ล้านคน และจะมากกว่า 40 ล้านคน ในปี 2567 เพื่อไม่ให้ภาคการท่องเที่ยวถูกมองว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เราได้ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวยุคใหม่ให้สมดุลใน 4 มิติ คือ 1.สมดุลผู้ประกอบการรายใหญ่ รายเล็ก SME ต้องอยู่รอด 2.สมดุลเมืองหลัก เมืองรอง ต้องมีการกระจายรายได้และเชื่อมโยงกัน 3.สมดุล Natural – Man made ต้องมีการเพิ่มสินค้าและบริการที่มนุษย์สร้างขึ้น 4.สมดุลแผนระยะสั้น ระยะยาว ต้องมีทั้งแบบ Quick Win และยั่งยืน มีทั้ง Hard Power และ Soft Power

“แต่เดิม การท่องเที่ยวของไทยขายเรื่องความสวยงามของธรรมชาติ เราต้องเพิ่มมิติของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกีฬา การเป็นเมืองเกษียณโลก เพิ่มมิติของการท่องเที่ยวสีเขียว BCG/SDG และเพิ่มเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยดิจิทัล ในยุคนี้คนท่องเที่ยวต้องเก่งขึ้น มีรายได้มากขึ้นจากการใช้ Marketing Tech ต่างๆ ทั้ง Youtube Tiktok Facebook Metaverse ไปจนถึงการใช้ Technology มาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เรื่องต่างๆ เหล่านี้คือหลักสูตร Tourism Transform ที่ สสว. และ สทท. ได้พัฒนาร่วมกันเพื่อยกระดับผู้ประกอบการท่องเที่ยว SME ให้มีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวยุคใหม่และผมมั่นใจว่าการจัดกิจกรรมครั้งแรกนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการขยายความสำเร็จไปทั่วประเทศ และเป็นจุดหมายที่สำคัญในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นที่หนึ่งของโลกด้านการท่องเที่ยว” นายอดุลชัย กล่าว.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

หัวหินติด TOP 100 แหล่งท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืนโลก 2023

หัวหินติด TOP 100 แหล่งท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืนโลก 2023

วันที่ 17 ตุลาคม 2566 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เปิดเผยว่าได้รับมอบรางวัล 2023 Green Destinations Top 100 Stories จาก น.ส.กนกวรรณ ศรีอรุณ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ หลังจากที่นายกเทศมนตรีมอบหมายให้เดินทางไปเข้าร่วมการประชุม Green Destinations 2023 ณ เมืองทาลลินน์ ประเทศเอสโตเนีย เมื่อวันที่ 9 – 10 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมี น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลฯร่วมแสดงความยินดีที่สำนักงานเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ

ทั้งนี้ที่มาของรางวัล Green Destinations Top 100 Stories เป็นการจัดอันดับโดยหน่วยงานระดับโลก Green Destinations Foundation ประเทศเนเธอร์แลนด์ ร่วมกับคณะผู้จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก ITB (Internation Tourism Borse) กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ที่ได้การยอมรับในระดับนานาชาติว่าแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับคัดเลือกนี้จะได้รับการประชาสัมพันธ์ไปยังเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงการเผยแพร่ข่าวสารไปยังนักท่องเที่ยว มีผลให้เกิดการรับรู้ทางการตลาดได้อย่างกว้างขวาง ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามาสู่ประเทศไทย สำหรับเกณฑ์การตัดสินจะแบ่งออกเป็น 6 หมวดหมู่ด้วยกัน ได้แก่ Good Practice Story, Business & Marketing, Culture & Tradition, Environment & Climate, Government Reset & Recovery, Nature & Scenery และ Thriving Communities และในปี 2023 ประเทศไทยได้รับรางวัลถึง 4 แห่ง ที่สามารถติด TOP 100 ได้แก่ 1.เมืองเก่า จังหวัดสุโขทัย 2.ในเวียง จังหวัดน่าน 3.คลองท่อม จังหวัดกระบี่ 4.หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อย่างไรก็ตาม การประกาศผลครั้งนี้จะช่วยให้แหล่งท่องเที่ยวของอำเภอหัวหิน กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งความยั่งยืน สำหรับนักท่องเที่ยวที่แสวงหาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

กลับมาตามคำเรียกร้อง “Hua Hin Old Days Festival” เทศกาลดนตรีสุดคลาสสิคที่ห้างบลูพอร์ต หัวหิน

กลับมาตามคำเรียกร้อง “Hua Hin Old Days Festival” เทศกาลดนตรีสุดคลาสสิคที่ห้างบลูพอร์ต หัวหิน

วันที่ 10 ตุลาคม 2566 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน ร่วมกับบริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และภาคเอกชน พาทุกท่านกลับมาพบกับบรรยากาศที่หลายๆ คนคิดถึงกับเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ในเมืองหัวหิน “Hua Hin Old Days Festival’’ โดยครั้งนี้จะพาทุกท่านไปพบกับความชิลล์ในสไตล์กลิ่นอายริมทะเลและความสนุกในโซนต่างๆ ที่ขนขบวนมาให้ทุกท่านได้มาสนุกกันแบบสุดๆ เช่นเดิม ทั้งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ต่างชาติ คนหัวหินและจังหวัดใกล้เคียง เทศกาลดนตรี “Hua Hin Old Days Festival“ ที่จัดขึ้นในทุกครั้งนั้นประสบความสำเร็จได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมงานจนเป็นกระแสที่พูดถึงกันอย่างมาก โดยเทศกาลดนตรีนี้ได้ปลุกความเป็นเมืองดนตรีของหัวหินให้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อตอกย้ำในความเป็น A Must Check In Destination ของเมืองหัวหิน ที่รวบรวมทั้งความคลาสสิค ดนตรี เสียงเพลง งานศิลปะ ธรรมชาติ ผู้คน และชายหาดที่สวยงาม เป็นเมืองยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเลือกเป็นจุดหมายปลายทางในการมาพักผ่อนตากอากาศกัน

สำหรับงานเทศกาลดนตรี “Hua Hin Old Days Festival“ ครั้งนี้ พิเศษกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา เพราะมีศิลปินรับเชิญชื่อดังที่จะมาช่วยสร้างบรรยากาศกลิ่นอายความชิลล์ริมทะเล กับวง SERIOUS BACON และศิลปินรับเชิญ บีน นภสร นักร้องสาวเสียงหวานที่มาร่วมสร้างสีสันในงานนี้ให้บลูพอร์ต หัวหิน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนรักในดนตรีและเสียงเพลง และเป็น Music Entertainment Hub เพื่อให้คนหัวหิน และนักท่องเที่ยวได้มาผ่อนคลายและฟังดนตรี เสพผลงานศิลปะร่วมกัน โดยบลูพอร์ตหัวหิน ยังคงเอกลักษณ์ของงานเอาไว้อย่างเหนียวแน่น ยังคงมีพื้นที่จัดงานหลากหลายโซน อาทิ การจัดแสดงงานศิลปะในโซน ART VILLAGE กับงานศิลปะสุดเก๋จากหมู่บ้านศิลปิน หัวหิน และร่วมกิจกรรม workshop กับเดอะแกลเลอรี หัวหิน, CRAFT ZONE ร้านขายสินค้าแฮนด์เมดและสินค้าอื่นๆ ที่มาจัดจำหน่ายมากมายภายในงาน NEVER GETS OLD ZONE กับโซนร้านอาหารท้องถิ่นที่รอบนี้ยกขบวนกันมาอย่างมากมาย และร้านเครื่องดื่มสุดพิเศษที่มีมาเพิ่มแบบจัดเต็มทั้ง 3 วันเฉพาะที่งานนี้เท่านั้น ระหว่างวันที่ 20 – 22 ตุลาคมนี้ จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสนุกกันกับเทศกาลดนตรีในครั้งนี้ ที่ลาน เดอะสแควร์ ด้านหน้าบลูพอร์ต หัวหิน พร้อมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษมากมายที่จัดเตรียมไว้ภายในงาน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บลูพอร์ต หัวหิน โทร.032 – 905111, เฟซบุ๊ก : Bluport Hua Hin Official หรือ Line: @Bluport.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อบต.ไชยราช ชวนดูเหยี่ยวอพยพใน “เทศกาลท่องเที่ยวดูเหยี่ยวเขาโพธิ์ @ไชยราช” ครั้งที่ 2

อบต.ไชยราช ชวนดูเหยี่ยวอพยพใน “เทศกาลท่องเที่ยวดูเหยี่ยวเขาโพธิ์ @ไชยราช” ครั้งที่ 2

วันที่ 6 ตุลาคม 2566 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดเทศกาลท่องเที่ยวดูเหยี่ยวเขาโพธิ์ @ไชยราช ครั้งที่ 2 มีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพานน้อย นายบัณฑิตย์ ชูบัวทอง นายก อบต.ไชยราช ร่วมแถลงข่าวท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจำนวนมาก พร้อมรับชมการแสดง “ระบำเหยี่ยว” จากนักเรียนโรงเรียนบ้านไชยราช

นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล กล่าวว่าจังหวัดประจวบฯ เป็นจังหวัดสุดท้ายของภาคกลางที่เชื่อมต่อไปยังภาคใต้ ถ้าพูดถึงการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ นับได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวครบทุกรูปแบบ ทุกอำเภอ แบบศิวิไลซ์ต้องยกให้อำเภอหัวหินที่มีชื่อเสียงระดับโลกไปแล้ว อำเภอปราณบุรีมีชายหาดปากน้ำปราณ และเส้นทาง Adventure ในการไปสัมผัสธรรมชาติที่น้ำตกแพรกตะคร้อ อำเภอสามร้อยยอด นอกจากบึงบัวและถ้ำพระยานครแล้ว ยังต้องไปชิมกาแฟและชมวิถีชีวิตหมู่บ้านกะหร่างที่บ้านป่าหมาก อำเภอกุยบุรี ขึ้นชื่อคือการไปดูช้างป่าและส่องกระทิง นับได้ว่าเป็นจุดชมสัตว์ป่าที่ดีที่สุดในประเทศไทย อำเภอเมือง มีด่านสิงขรเป็นประตูสู่ประเทศเมียนมา อำเภอทับสะแก ขึ้นชื่อเรื่องมะพร้าวที่มันที่สุด นับได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้แก่จังหวัดประจวบฯ เป็นอย่างมาก อำเภอบางสะพาน มีชื่อเสียงเรื่องทองนพคุณ ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาที่นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาด คือวัดทางสาย และสุดท้ายคืออำเภอบางสะพานน้อย เป็นอำเภอมีจุดชมปะการังที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และเป็นอำเภอเดียวของจังหวัดประจวบฯ ที่มีเกาะกลางขนาดใหญ่ที่สุด ที่เป็นจุดพักรถสำหรับผู้เดินทางไปสู่ภาคใต้ คือศูนย์บริการทางหลวงเขาโพธิ์แห่งนี้ ที่เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นได้ไกลถึงสองจังหวัด คือประจวบฯ และชุมพร และสถานที่แห่งนี้สามารถชมเหยี่ยวอพยพได้อีกด้วย นับว่าตำบลไชยราชแห่งนี้เป็นตำบลที่มีความสำคัญ ที่สามารถพัฒนาและส่งเสริมให้เป็นจุดเรียนรู้ ศึกษานกเหยี่ยวอพยพได้ในอนาคต ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คือศักยภาพของจังหวัดประจวบฯ

นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ กล่าวว่า พื้นที่บางสะพานน้อย ต้องการขายสินค้าการท่องเที่ยวธรรมชาติและเชิงนิเวศ โดยเฉพาะการขายสินค้าเส้นทางการท่องเที่ยว low carbon การท่องเที่ยวชุมชน และการท่องเที่ยวที่เอื้อต่อภาคการเกษตรและประมง ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว ซึ่งการจัดกิจกรรมดูนกเหยี่ยวเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงในเชิงนิเวศวิทยา ส่งมอบประสบการณ์ให้กับนักท่องเที่ยวที่จะช่วยสร้างความคึกคักมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวพื้นที่ตอนล่างของจังหวัดประจวบฯ โดยการท่องเที่ยวตอนบนของอำเภอบางสะพานน้อย ททท.สำนักงานประจวบฯ จะร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองท้องถิ่นเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยว unseen new chapters อำเภอบางสะพาน อำเภอทับสะแก ทางตอนล่างจะเชื่อมกับแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดชุมพร อาทิ เนินทรายงาม ผ่านการสื่อสาร การสร้างกระแสการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยว ทั้งนี้เพื่อตอบโจทย์การสร้างและกระจายรายได้จากการท่องเที่ยว การเดินทางท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย นำไปสู่เป้าหมายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของจังหวัดประจวบฯ และคาดว่าเทศกาลท่องเที่ยวดูเหยี่ยว @เขาโพธิ์ ตลอดสองเดือนนี้จะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ทั้งท่องเที่ยวชมเหยี่ยวและวิ่งเพื่อสุขภาพ ประมาณ 7,000 คน สร้างเม็ดเงินเข้าจังหวัดประจวบฯ ราว 30 ล้านบาท ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลและรายละเอียดได้ที่ อบต.ไชยราช Fanpage Facebook ที่นี่ไชยราช และ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ Fanpage Facebook TATPRACHUAP

ด้านนายบัณทิตย์ ชูบัวทอง กล่าวว่าตำบลไชยราช อ.บางสะพานน้อย เป็นเมืองเกษตรกรรมแห่งหนึ่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยสภาพพื้นที่ของตำบลไชยราช เป็นที่ราบเชิงเขา มีลำคลองเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ มีเทือกเขาตะนาวศรีทอดยาวตลอดแนวเขตทางทิศตะวันตก และมีภูเขาตั้งอยู่ในเขตพื้นที่หลายลูก เช่น เขาโพธิ์ เขาฝาชี เขาไชยราช เป็นต้น โดยเฉพาะเขาโพธิ์เป็นภูเขาขนาดปานกลาง ไม่สูงชันมากนัก ตั้งอยู่กลางตำบลไชยราช จึงทำให้ตำบลไชยราชมีจุดชมวิวแบบ 360 องศา สามารถมองเห็นเทือกเขาตะนาวศรีจนถึงทะเล อีกทั้งยังเป็นสถานที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปสมเด็จพระมิ่งมุนีศรีโพธิ์ทอง (หลวงพ่อโพธิ์ทอง) ซึ่งเป็นที่เคารพของประชาชนชาวตำบลไชยราชเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับลักษณะของภูมิประเทศที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรมลายูที่มีลักษณะคอคอด จึงทำให้นกล่าเหยื่อที่บินอพยพย้ายถิ่นจากทางตอนเหนือของประเทศไทย บินผ่านจังหวัดประจวบฯ ที่ตำบลไชยราช ลงไปทางภาคใต้ของประเทศไทยเพื่อไปอยู่อาศัยหากินตลอดฤดูหนาวเป็นอย่างนี้ประจำทุกๆ ปี ในแต่ละปีจะมีนกอพยพมากกว่า 1 แสนตัว จึงเป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่นักดูนก นิยมมาชมการอพยพของนกเหยี่ยวเป็นจำนวนมาก ประกอบกับตำบลไชยราชมีถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) เป็นเส้นทางคมนาคมสายหลักเพียงสายเดียวที่เชื่อมระหว่างภาคใต้ไปสู่ภาคอื่น ๆ ซึ่งผู้สัญจรทางถนนจะต้องผ่านเส้นทางสายหลักนี้ จึงส่งผลให้จุดชมวิวเขาโพธิ์มีความเหมาะสมที่จะพัฒนาและส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของตำบลและพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดประจวบฯ ต่อไป

“ปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวแบบ Wellness Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว หลังจากที่ประเทศไทยได้ผ่านพ้นวิกฤติโควิด – 19 อบต.ไชยราชจึงนำกระแสนี้มาเป็นหลักในการพัฒนาตำบล ด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จึงได้จัดจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เดิน – วิ่ง “เหยี่ยวเขาโพธิ์รัน@ไชยราช” ขึ้น ในวันที่ 22 ตุลาคม 2566 เพื่อพัฒนาและส่งเสริมตำบลไชยราชให้เป็นเมืองรองแห่งการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ ขณะนี้ อบต.ไชยราช ได้ปรับภูมิทัศน์ ทำลานสวนดอกไม้ ทำความสะอาดบริเวณลานด้านบนเขาโพธิ์ทั้งหมด เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวไว้ถ่ายภาพเหยี่ยวและเช็คอินในเทศกาลท่องเที่ยวดูเหยี่ยว@เขาโพธิ์ในครั้งนี้แล้ว.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เปิดตัวถนนวัฒนธรรมสู้ศึกคึกคัก สืบสานวัฒนธรรมไทย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว

เปิดตัวถนนวัฒนธรรมสู้ศึกคึกคัก สืบสานวัฒนธรรมไทย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว

วันที่ 1 ตุลาคม 2566 นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดตัว 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ สืบสานวัฒนธรรมไทย ที่ตลาดวัฒนธรรมสู้ศึกคึกคัก ชุมชนหัวบ้าน เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ มี น.ส.วราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวรายงาน พร้อมด้วย น.ส.ฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ นายชาญวิทย์ อุณหสุทธิยานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ เครือข่ายวัฒนธรรมทั้ง 8 อำเภอ ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ และประชาชนร่วมพิธี ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ ยามเย็นและการออกร้านจำหน่ายสินค้า อาหารของผู้ค้าจากชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ

สำหรับตลาดวัฒนธรรมสู้ศึกคึกคัก ได้รับการคัดเลือกจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรมให้เป็น 1 ใน 10 ตลาดบก สืบสานวัฒนธรรมไทย เนื่องจากมีอัตลักษณ์ของชุมชนที่โดดเด่น สามารถต่อยอดส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน โดยทุกเช้าวันอาทิตย์จะมีการจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรถนนวัฒนธรรมสู้ศึก ตั้งแต่เวลา 6.30 น. และช่วงเย็น เวลา 17.00 – 21.00 น. มีการจัดกิจกรรมตลาดวัฒนธรรม จัดแสดงสาธิตและจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม อาหารพื้นถิ่นจากผู้ค้าในชุมชนเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ

ทั้งนี้ ถนนสู้ศึก ชุมชนหัวบ้าน เขตเทศบาลเมืองประจวบฯ มีระยะทางประมาณ 800 เมตร จรดทางเข้ากองบิน 5 ได้รับการประกาศจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็นถนนสายวัฒนธรรม 1 ใน 11 แห่ง เป็นชุดแรกเมื่อปี 2560 มีประวัติศาสตร์ที่สำคัญสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ.2484 ซึ่งทหารญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกที่อ่าวมะนาว เพื่อเคลื่อนทัพต่อไปยังประเทศเมียนมา แต่ทหารอากาศ ตำรวจ และพลเรือนของไทยได้ร่วมกันต่อสู้เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ตลอดเส้นทางมีสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง (ศาลหลักเมืองเก่า) บ้านเรือนของวีรชน หอศิลป์บ้านคุณยาย พิพิธภัณฑ์บ้านอาจารย์ไก่ และบ้านเก่าเล่าเรื่องที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานควรค่าแก่การศึกษาเรียนรู้ นอกจากนี้ยังมีโรงแรม ร้านอาหาร และมีกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นอัตลักษณ์ของถนนสายวัฒนธรรม เช่น กิจกรรมตักบาตรเช้าวันอาทิตย์ การบรรเลงดนตรีไทยเดิมของคนในชุมชน กิจกรรมลีลาศของชมรมลีลาศประจวบฯ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดประจวบฯ.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ตลาดลงเล สามร้อยยอดเตรียมจัดคอนเสิร์ต ต้อนรับเทศกาลวันแห่งความรัก

ตลาดลงเล สามร้อยยอดเตรียมจัดคอนเสิร์ต ต้อนรับเทศกาลวันแห่งความรัก

วันที่ 30 กันยายน 2566 นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอสามร้อยยอด ร.ต.ต.ธิติ เนตรสว่าง นายก อบต.สามร้อยยอด นายสิทธิศักดิ์ น้อยผลเพชร กำนันตำบลสามร้อยยอด ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอสามร้อยยอด นายดำหริ กำปั่นวงษ์ ประธานตลาดลงเล และนายสุเมธ เจริญสุข ประธานชมรม CSR เพื่อการท่องเที่ยวตำบลสามร้อยยอด ร่วมกันแถลงข่าวเตรียมการจัดงานคอนเสิร์ตความสุขบนผืนทรายในชื่อตอน “ลงเล ที่รัก” ที่บริเวณตลาดลงเล หาดสามร้อยยอด ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายดำหริ กำปั่นวงษ์ ประธานตลาดลงเล กล่าวว่า ตลาดลงเลตอนนี้ได้รับการตอบรับจากลูกค้า นักท่องเที่ยวและชาวบ้านเป็นอย่างดี ซึ่งเรามีการอบรมพ่อค้าแม่ค้าโดยกระทรวงสาธารณสุข จนได้รับมาตรฐานของอาหารปลอดภัยและราคาเป็นกันเอง จะเน้นอาหารพื้นบ้าน อาหารทะเล และอาหารประจำถิ่น ตอนนี้มีประมาณ 100 กว่าร้าน สามารถรองรับนักท่องเที่ยว 2 – 3 พัน คนได้ บางสัปดาห์มีถึง 4 – 5 พันคน จนเต็มชายหาด รวมรายได้ไม่ต่ำกว่า 5 – 6 แสนบาท สูงสุดเคยแตะหลักล้านมาแล้ว ในภาพรวมถือว่าสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

นายสุเมธ กล่าวว่าคอนเสิร์ตที่จะจัดขึ้นในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นช่วงเทศกาลเดือนแห่งความรัก ใช้ชื่อคอนเสิร์ตว่า “ลงเล ที่รัก” ฉะนั้นบรรยากาศในงานเน้นสีชมพู และศิลปินที่จะมาในวันนั้นมี สิงโต นำโชค, แหลม สมพล, วี วิโอเลต และวงละมัย แต่ละวงเป็นแนวเพลงสนุกสนาน และที่กลมกลืนกับบรรยากาศเดือนแห่งความรัก ตั้งแต่เริ่มทำตลาดลงเล มีคอนเซ็ปต์ว่า “ความสุขบนผืนทราย” อยากให้นักท่องเที่ยวได้มาสามร้อยยอด มาสัมผัสผืนทรายอย่างแท้จริง นักท่องเที่ยวสามารถนั่งบนพื้นทรายได้ เอาเสื่อมาปูนั่ง ในวันที่ 9 จะมีการร่อนทราย ฉะนั้นพื้นทรายที่นี่จะขาวสะอาด ในวันคอนเสิร์ตสามารถถอดรองเท้าเดินบนพื้นทรายได้อย่างไม่ต้องกังวลว่าจะมีอะไรมาทิ่มแทงเท้า

ด้าน ร.ต.ต.ธิติ เนตรสว่าง นายก อบต.สามร้อยยอด กล่าวว่าพื้นที่สามร้อยยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยว สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้ชาวบ้านสามร้อยยอดมีรายได้ นำสินค้าเกษตร สินค้าแปรรูปมาจำหน่ายที่ตลาดลงเล รวมทั้งมีกิจกรรมตลอด ทำให้นักท่องเที่ยวมีแต่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเรื่องความปลอดภัย ได้รับความร่วมมือจากทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายปกครอง ที่พร้อมจะดูแลนักท่องเที่ยวทุกท่านที่มาเที่ยวสามร้อยยอด มาสัมผัสกับมนต์ทะเลทะเลสามร้อยยอด มาสัมผัสกับการนั่งริมทะเลแล้วไม่เหนียวตัว มีเกาะโครัม เกาะนมสาว ส่วนงานคอนเสิร์ตเริ่มจำหน่ายบัตรราคา 600 บาท ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 หลังจากนั้นบัตรราคา 1,000 บาท.

ภาพ/ข่าว : ฐิติชญา แสงสว่าง

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

หนึ่งปีมีครั้งเดียว ททท.ประจวบฯ ชวนดูเหยี่ยวเขาโพธิ์ @ไชยราช” ครั้งที่ 2

หนึ่งปีมีครั้งเดียว ททท.ประจวบฯ ชวนดูเหยี่ยวเขาโพธิ์ @ไชยราช” ครั้งที่ 2

วันที่ 29 กันยายน 2566 นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่าททท.สำนักงานประจวบฯ ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ อำเภอบางสะพานน้อย และ อบต.ไชยราช จัดเทศกาลท่องเที่ยวดูเหยี่ยวเขาโพธิ์ @ไชยราช ครั้งที่ 2 ขึ้น ที่บริเวณจุดชมวิวเขาโพธิ์ ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีเหยี่ยวมากกว่าหนึ่งแสนตัว บินอพยพย้ายถิ่นหนีสภาพอากาศหนาวเย็น ภาวะขาดแคลนอาหารและน้ำที่กลายเป็นน้ำแข็งเหนือถิ่นอาศัยในฤดูผสมพันธุ์ ที่บริเวณโดยรอบขั้วโลกเหนือและเขตอบอุ่น อาทิ ไซบีเรีย จีน มองโกเลีย เกาหลีและญี่ปุ่น โดยฝูงเหยี่ยวจะเดินทางระยะไกลหลายพันกิโลเมตร มุ่งหน้าสู่ทิศใต้ ผ่านประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งประเทศไทยเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเขตอบอุ่นและเส้นศูนย์สูตรทจึงเหมาะสมด้วยภูมิประเทศที่มีอ่าวไทยเป็นผืนน้ำขนาดใหญ่และเหยี่ยวอพยพ จะเดินทางในเวลากลางวัน อาศัยลมร้อนหนุนส่งให้บินสูงขึ้นเพื่อมุ่งหน้าลงใต้ จึงพบฝูงเหยี่ยวอพยพจำนวนมากตามแนวชายทะเลอ่าวไทย ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจและไม่ควรพลาด ทั้งนี้ฝูงเหยี่ยวอพยพจะบินออกหาอาหารในช่วงกลางวันและรวมฝูงกันกลางอากาศนับร้อยนับพันตัวบินลอยละล่องบนท้องฟ้ากระจายออกเป็นเสมือนสายน้ำซึ่งน่าสนใจและหาดูได้ยากมาก

“สำหรับการเดินทางเข้ามาสะดวกสบาย มีสถานที่จอดรถ รวมทั้งด้านบนเขาโพธิ์ มีลานกว้าง มีพระพุทธรูปสมเด็จพระมิ่งมุนีศรีโพธิ์ทอง (หลวงพ่อโพธิ์ทอง) ประดิษฐานอยู่ เป็นจุดชมวิวแบบ 360 องศา สามารถมองเห็นเหยี่ยวได้อย่างชัดเจนเหมือนกัน จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเข้าร่วมดูเหยี่ยวระหว่างเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ และคาดว่าตลอดสองเดือนนี้ จะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งท่องเที่ยวชมเหยี่ยว วิ่งเพื่อสุขภาพ ประมาณ 6,000 คน สร้างเม็ดเงินเข้าพื้นที่กว่า 25 ล้านบาท ทั้งนี้ อบต.ไชยราช ททท.สำนักงานประจวบฯ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฯ และอำเภอบางสะพานน้อย กำหนดแถลงข่าวกิจกรรมในครั้งนี้ในวันที่ 6 ตุลาคมนี้ที่จุดชมวิวเขาโพธิ์”

นายบัญฑิตย์ ชูบัวทอง นายก อบต.ไชยราช กล่าวว่า กิจกรรมดูเหยี่ยวที่เขาโพธิ์ เป็นการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดประจวบฯ เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่ไม่เหมือนใคร ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยเส้นทางที่จะขึ้นไปยังจุดชมเหยี่ยวมีความพร้อมและเดินทางสะดวกเป็นอย่างยิ่ง ขณะนี้ อบต.ไชยราช เริ่มดำเนินการปรับภูมิทัศน์ทำลานสวนดอกไม้ ทำความสะอาดบริเวณลานด้านบนเขาโพธิ์ทั้งหมด เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวไว้ถ่ายภาพเหยี่ยวและเช็คอิน รวมทั้งมีกิจกรรมวิ่ง “เหยี่ยวเขาโพธิ์รัน@ไชยราช ครั้งที่ 2” ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลและรายละเอียดได้ที่ อบต.ไชยราช Fanpage Facebook ที่นี่ไชยราช และ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ Fanpage Facebook TATPRACHUAP.

Categories
กีฬา ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

โครงการ “Amazing Sustainable Event Business Matching Day”

โครงการ “Amazing Sustainable Event Business Matching Day”

🎊 โอกาสสุดท้าย!! ก่อนปิดรับสมัครเข้าร่วมกิจกรรมการเจรจาธุรกิจ (Business Matching)

ภายใต้โครงการ “Amazing Sustainable Event Business Matching Day” 🎊

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับบริษัท มาสเตอร์ แพลน จำกัด จับมือพันธมิตร อาทิ Amari Watergate Hotel, GoGreen Booking, Muvmi, Find Folk, Air Asia Academy และ Greatter Good เป็นต้น ร่วมผลักดันการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบเพื่อความยั่งยืน จัดโครงการ “Amazing Sustainable Event: Business Matching Day” สู่โอกาสธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยงานจะจัดขึ้น ในวันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 9:00 – 18:00 น. ณ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ โดยผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับการจัดเต็ม 5 กิจกรรมไฮไลต์ ได้แก่

💚 กิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ Go Green Matching: One Perfect Match สู่โอกาสธุรกิจอย่างยั่งยืน”

💚 รูปแบบการจัดงานแบบ Sustainable Event โดยมีแนวคิดการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนที่เกิดขึ้นได้จริง

💚 พบกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวด้าน Low Carbon และ Sustainable Tourism กว่า 50 ราย

💚 พบ Seller จากรางวัล Thailand Tourism Awards (รางวัลกินรี) และ ผู้ประกอบการจาก Go Green Booking Platform ที่การันตีด้วยมาตรฐาน The Global Sustainable Tourism Criteria (GSTC)

💚 Talk Session: เวทีให้ความรู้พร้อมเสวนาแลกเปลี่ยนความคิด จากวิทยากร ผู้มีประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

โดยการจัดงานในครั้งนี้ มีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวที่มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงความสมดุลสู่ความยั่งยืน (Sustainability) ใน 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม  จึงเล็งเห็นว่า การต่อยอดธุรกิจให้กลุ่มผู้ประกอบกอบการ ชุมชน และผู้ให้บริการสินค้ากลุ่ม Low Carbon & Sustainability Management ผ่านการจัดกิจกรรมการจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) เพื่อหาโอกาสทางธุรกิจ และขยายช่องทางในการดำเนินการตามนโยบาย ในการจัดการคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) อย่างเป็นรูปธรรม ใส่ใจต่อการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Emergency) การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้เจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีการกระจายรายได้เอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการที่มีคุณภาพด้าน การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) จะช่วยส่งเสริมรูปแบบการท่องเที่ยวที่มีความหมาย และนำไปสู่ความยั่งยืนต่อไป

📍สมัครเข้าร่วมกิจกรรม ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ภายในวันที่ 29 กันยายน 2566

ได้ที่เว็บไซต์: www.amazingsustainableeventbusinessmatchingday.com
Facebook: https://www.facebook.com/AmazingSustainableEventBusinessMatchingDay

 

#TAT #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #AmazingThailand #AmazingSustainableEventBusinessMatchingDay #SustainableEvent #BusinessMatchingDay #GoGreenMatching #GoGreenBooking #BusinessMatching #Perfectmatch #SustainableTourism #การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน #Lowcarbon #คาร์บอน #การจัดงานอย่างยั่งยืน #MasterPlan

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวตื่นตา “ดูไพร ส่องนก อุทยานแห่งชาติหาดวนกร” ครั้งที่ 2

นักท่องเที่ยวตื่นตา “ดูไพร ส่องนก อุทยานแห่งชาติหาดวนกร” ครั้งที่ 2

วันที่ 24 กันยายน 2566 น.ส.เนตรนภา งามเนตร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดวนกร ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่าจากการที่อุทยานแห่งชาติหาดวนกรจัดกิจกรรม “Bird Walk @Hatwanakorn National Park ดูไพร ส่องนก อุทยานแห่งชาติหาดวนกร ครั้งที่ 1” เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าร่วม จึงได้จัดกิจกรรมครั้งที่ 2 ขึ้น ระหว่างวันที่ 23 – 24 กันยายนนี้ ซึ่งครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ นักท่องเที่ยวต่างชาติ มาในรูปแบบครอบครัว จำนวน 50 คน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้มีความรู้พื้นฐานในการดูนก ซึ่งนกถือว่าเป็นสัตว์ป่าที่สามารถพบได้ง่ายทั้งในพื้นที่เมืองเเละพื้นที่ป่า เเละมีความสำคัญในด้านระบบนิเวศอีกด้วย โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีนกนานาชนิดตลอดเส้นทาง ได้รู้จักอุทยานแห่งชาติหาดวนกรมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยอุทยานฯได้จัดเตรียมอุปกรณ์ประกอบด้วย กล้องส่องทางไกลแบบสองตา (Binocular) กล้องส่องทางไกลแบบตาเดียว (Telescope) คู่มือดูนกเมืองไทย (Bird Guide) ไว้บริการ

ในการสำรวจครั้งนี้ ึพบความหลากชนิดของนกในอุทยานแห่งชาติหาดวนกร จำนวน 13 ชนิด เช่น กระเเตแต้แว้ด (Vanellus indicus) เหยี่ยวแดง (Haliastur indus) กินปลีอกเหลือง (Nectarinia jugularis) เค้าโมง (Glaucidium cuculoides) เค้าจุด(Athene brama) จาบคาหัวสีส้ม (Merops leschenaulti) แซงแซวหางบ่วงใหญ่ (Dicrurus paradiseus) ตะขาบทุ่ง (Coracias benghalensis) บั้งรอกใหญ่ (Phaenicophaeus tristis) โพระดกธรรมดา (Psilopogon lineatus) แอ่นกินรัง (Collocalia germani) ขมิ้นท้ายทอยดำ (Oriolus chinensis) ยางควาย (Bubulcus coromandus) เป็นต้น สร้างความตื่นตาตื่นใจให้นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะเด็กๆ ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติหาดวนกรมีการสำรวจพบนกจำนวน 43 วงศ์ 76 สกุล 100 ชนิด และนกอพยพ 27 ชนิด โดยในทุกๆ เดือน อุทยานแห่งชาติหาดวนกรจะจัดกิจกรรม “Bird Walk @Hatwanakorn National Park” เดือนละ 1 ครั้ง ผู้ที่สนใจสามารถติดตามการจัดกิจกรรมดังกล่าวได้ในครั้งถัดไปทางเพจเฟสบุ๊ค “Hatwanakorn National Park”.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ชาวบ้านแน่นหาด แห่แทงเลขเด็ดเรือส่งเคราะห์ทางทะเล

ชาวบ้านแน่นหาด แห่แทงเลขเด็ดเรือส่งเคราะห์ทางทะเล

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 24 กันยายน 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดหัวหิน นางไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นางลิษา อึ้งเห่ง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน นายไพโรจน์ มากหมู่ ประธานชุมชนชาวประมงหัวหิน คณะผู้บริหารเทศบาลฯ หน่วยงาน นักท่องเที่ยวและประชาชนชาวหัวหินประมาณ 1 พันคน ร่วมทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์จำนวน 9 รูป และประกอบพิธีบวงสรวงในพิธีปล่อยเรือส่งเคราะห์ทางทะเลและงานบุญประจำปีศาลเจ้าแม่ทับทิม ข้างโรงแรมฮิลตันหัวหิน รีสอร์ท แอนด์สปา เขตเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมีพระครูพิสุทธิ์ภาวนาพิธาน (พระปลัดเอกดนัย โชติธัมโม) ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดหัวหิน ประธานฝ่ายสงฆ์ จากนั้นได้ร่วมกันจุดประทัดนับหมื่นดอกพร้อมใจกันลากเรือส่งเคราะห์สู่ท้องทะเลท่ามกลางอากาศแจ่มใส มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากเก็บภาพไว้ดูด้วยความสนใจ พร้อมกันนี้ประชาชนนักท่องเที่ยวต่างนำเลขเด็ดหางประทัดไปเสี่ยงดวงงวดนี้ตามๆ กัน

นายไพโรจน์ มากหมู่ ประธานชุมชนชาวประมงหัวหิน กล่าวว่าพิธีปล่อยเรือส่งเคราะห์ทางทะเลเป็นงานประเพณีเก่าแก่ของชาวหัวหินที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่บริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิมที่ประชาชนทั่วไปให้ความเคารพบูชา เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วและนำเถ้าอังคารมาลอยที่บริเวณชายทะเลหัวหิน แต่ไม่เคยได้กลับมาดูแลกราบไหว้ พร้อมทั้งทำบุญสะเดาะเคราะห์ ปล่อยตุ๊กตาปูนปั้นหุ่นหญิงชาย น้องจุก น้องแกละ ประมาณ 4,000 ตัวที่ทาสีสดให้ประชาชน แล้วแต่จิตศรัทธาบริจาคทำบุญเขียนชื่อตนเอง หรือญาติมิตรลงกระดาษติดกับตัวตุ๊กตา อธิษฐานขอให้สิ่งชั่วร้ายต่างๆ พ้นไปนำไปวางไว้ในวิมานเรือส่งเคราะห์ทางทะเล พร้อมใจกันลากเรือทั้งลำออกสู่ทะเลบริเวณหินโคร่งที่เป็นแหล่งปลาชุกชุม ก่อนปล่อยวิมานที่บรรจุตุ๊กตาปูนปั้นหุ่นหญิงชาย น้องจุก น้องแกละ ลงสู่ก้นทะเลกลายเป็นแหล่งปะการังหากินของสัตว์ทะเลต่อไป.