Categories
ข่าว ทั้งหมด

“สุวัจน์” ร่วมบวงสรวงขอโชคลาภ “พระคลังในพระคลังมหาสมบัติ”

 “สุวัจน์” ร่วมบวงสรวงขอโชคลาภ “พระคลังในพระคลังมหาสมบัติ”

วันที่ 30 กรกฎาคม 2567 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีบวงสรวงพระคลังในพระคลังมหาสมบัติ บริเวณลานเดอะสแควร์ หน้าศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นางไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนรีเมืองหัวหิน นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางลิษา อึ้งเห่ง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหารบริษัท หัวหินแอสเสท จำกัด นายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการบลูพอร์ต หัวหิน พร้อมด้วยบรรดาเหล่าสายมูที่เดินทางมาร่วมพิธีกันอย่างคับคั่ง มีการรำบวงสรวงถวายจากกลุ่มนักเรียนและศิษย์เก่าโรงเรียนวังไกลกังวล จากนั้นได้เริ่มพิธีบวงสรวงโดย นายฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้าโหรหลวง ทำหน้าที่พราหมณ์ประกอบพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้

สำหรับประวัติความเป็นมาของพระคลังในพระคลังมหาสมบัตินั้น สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) เพื่อเป็นตัวแทนของเทพเจ้าผู้รักษาคลังสมบัติของแผ่นดิน ปกปักรักษาพระราชทรัพย์มีค่าของแผ่นดินให้ดำรงคงอยู่ ตลอดจนเป็นที่เคารพนับถือยึดเหนี่ยวจิตใจให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานในพระคลังมหาสมบัติปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในคุณธรรมและความถูกต้อง โดยเทวรูปพระคลังในพระคลังมหาสมบัติ มีลักษณะเป็นประติมากรรมลอยตัวหล่อด้วยสำริดปิดทอง ขนาดความสูง 12 นิ้ว ในลักษณะท่ายืน ทรงเครื่องแบบจักรพรรดิราช โดยมีความเชื่อต่อๆ กันมาว่า พระคลังในพระคลังมหาสมบัติ คือเทพผู้ประทานความสำเร็จทางด้านเงินทอง ถ้าผู้ใดได้มากราบไหว้ขอพรจะพบความสำเร็จ มีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ ทรัพย์สินพอกพูน ร่ำรวย มั่งคั่งตลอดไป รวมถึงความเจริญก้าวหน้าในชีวิตและหน้าที่การงานด้วย

ส่วนพระคลังในพระคลังมหาสมบัติองค์จำลอง เป็นองค์เทวรูปเนื้อโลหะผสม ลงรักปิดทอง ขนาดความสูงประมาณ 90 เซนติเมตร จัดสร้างโดยกรมธนารักษ์ โดยเจ้าพระคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (เจ้าคุณธงชัย ธมฺมธโช) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพฯ เป็นผู้ทำพิธีอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่หน้าศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน เพื่อให้ประชาชนนักท่องเที่ยวได้กราบสักการะขอพร ขอโชคลาภ เมื่อมาเยือนหัวหิน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พ่อค้าขับกระบะวูบหลับชนต้นไม้ดับก่อนถึงตลาด

พ่อค้าขับกระบะวูบหลับชนต้นไม้ดับก่อนถึงตลาด

เมื่อเวลา 04.30 น. ของวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 พ.ต.ต.ประสงค์ จาตุรัตน์ พนักงานสอบสวน สภ.กุยบุรี รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถกระบะตกร่องกลางชนต้นไม้ มีผู้เสียชีวิต บนถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 279+500 บ้านจวนบน หมู่ 1 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยตำรวจทางหลวงกุยบุรีและกู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถกระบะอีซูซุตอนเดียว สีเขียว ทะเบียน บน 2984 ประจวบคีรีขันธ์ ด้านหน้าชนอัดติดกับต้นไม้ในร่องกลางจนพังยับ ภายในรถพบร่างชายคนหนึ่งเสียชีวิต ทราบชื่อต่อมาว่านายสมจิตต์ คุณล้าน อายุ 67 ปี ชาวบ้าน อ.เมือง จ.ประจวบฯ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่าง มางัดซากรถ เนื่องจากบริเวณขาท่อนล่างของผู้ตายถูกตัวรถอัดติดอยู่ ใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่ง จึงสามารถนำออกมาได้ และนำส่งโรงพยาบาลกุยบุรี เพื่อชันสูตรอีกครั้งหนึ่ง

จากการสอบถามญาติของผู้เสียชีวิตที่ตามมาดูในที่เกิดเหตุ ทราบว่านายสมจิตต์ เปิดร้านขายของชำอยู่ที่บ้านบ่อนอก จะขับรถมาจ่ายตลาดทุกเช้าที่ตลาดกุยบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุไม่ถึง 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า นายสมจิตต์อาจจะวูบหลับจนรถเสียหลักตกลงไปในร่องกลางชนกับต้นไม้จนเสียชีวิตดังกล่าว เนื่องจากบริเวณโดยรอบรถไม่พบร่องรอยการเฉี่ยวชนแต่อย่างใด ซึ่งพนักงานสอบสวน จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ศูนย์พัฒนาภาคพลเมืองสถาบันพระปกเกล้า จ.ประจวบฯ จัดเวทีสานเสวนา สร้างความเป็นพลเมือง

ศูนย์พัฒนาภาคพลเมืองสถาบันพระปกเกล้า จ.ประจวบฯ จัดเวทีสานเสวนา สร้างความเป็นพลเมือง

วันที่ 27 กรกฎาคม 2567 ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมืองสถาบันพระปกเกล้า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดเวทีเสวนา โดยมี น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายยูซบ โต๊ะวัง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบฯ พ.ต.อ.เอกราช หุ่นงาม ผู้ช่วย สว. นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายนันทปรีชา คำทอง ประธานเครือข่ายวิถีเกษตรธรรมชาติ อ.บางสะพานน้อย นายภัทรดนัย สมศรี กำนันตำบลแสงอรุณ นายทวีศักดิ์ จุลเนียม ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินอำเภอทับสะแก นายประวิทย์ รัตนพงษ์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านมาร้อง นายพลณวัฒน์ สุดดี เลขานุการนายก อบต.พงศ์ประศาสน์ นายวิฑูรย์ บัวโรย ประธานกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง พร้อมกลุ่มเครือข่ายต่างๆ ผู้บริหารสถานศึกษา องค์กรภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคีเครือข่ายองค์กรชุมชนในจังหวัดประจวบศีรขันธ์ เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานสร้างการมีส่วนร่วมของพลเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน มีเป้าหมายให้ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมกันในการกำหนดใช้หลักประชาธิปไดย ในการมีส่วนร่วมรับฟัง รับความคิดเห็น และเสนอแนะจากทุกระดับ และขับเคลื่อนให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบ มีโอกาสได้เสนอประเด็นปัญหา และเข้าถึงข้อมูลของภาครัฐ และนำเสนอข้อมูลทางกฎหมายสิทธิเสรีภาพของประชาชนสะท้อนสู่ระดับอำเภอ จังหวัดและรัฐบาล และมีการติดตามประเมินผลต่อเนื่อง

น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สว.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การเมืองไม่ใช่เรื่องของนักการเมืองอย่างเดียว อีกทั้งไม่ใช่เรื่องการแข่งขันเพื่อเลือก สส.หรือ สว. แต่การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน บางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือนักการเมืองเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของเราทุกคน ตั้งแต่เกิดจนกว่าเราจะจากไป เนื่องจากที่เราอยู่ทุกวันนี้จะต้องมีเรื่องกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ฉะนั้นจึงมีความสำคัญในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากระดับชุมชน ควรจะเริ่มจากพวกเราทุกคน โดยชุมชนเสนอแนะเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาตรงนั้นให้ได้

น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน ยังกล่าวอีกว่าในฐานะสมาชิกวุฒิสภา สามารถเชื่อมโยงปัญหา ไม่ว่าในเรื่องอะไรก็ตาม ถึงแม้ตนจะสมัครไปในกลุ่มอาชีพที่ 6 การทำสวน ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง แต่ความเป็นกำนันผู้ใหญ่บ้านสิบกว่าปีที่ผ่านมา รับทุกเรื่องอยู่แล้วเหมือน 20 กระทรวง อยู่ในนี้อยู่แล้ว สำหรับตนยินดีจะรับฟังทุกปัญหา ซึ่งเรามีหลายเครือข่าย หลายภาคส่วน เชื่อว่าเวทีนี้จะเป็นประโยชน์มากๆ ในอนาคต ที่จะนำไปสู่การช่วยเหลือแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของพวกเราทุกคน และหวังว่าศูนย์พัฒนาการเมืองในวันนี้ ยังคงตั้งอยู่ มีความเจริญและขยายออกไปในทุกๆ อำเภอ.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สภ.เมืองประจวบฯ สร้างวินัยจราจร ปลูกสำนึกเยาวชนขับขี่จักรยานยนต์ปลอดภัย

สภ.เมืองประจวบฯ สร้างวินัยจราจร ปลูกสำนึกเยาวชนขับขี่จักรยานยนต์ปลอดภัย

วันที่ 27 กรกฎาคม 2567 พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้เยาวชนขับขี่จักรยานยนต์ ปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ ประจำปี 2567 ร่วมกับ พ.ต.ท.ภาวริศ ชาลือ รอง ผกก.ป.ฯ, พ.ต.ท.อรุณ แป้นแก้ว สว.จร.ฯ, ร.ต.อ.สันติ ทองฉิม รอง สว.จร.ฯ, ร.ต.ท.สุนทร วาสประสงค์ รอง สว(ป.)ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อลดความสูญเสียทรัพยากรบุคคลสำคัญและเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนนโยบายแห่งรัฐ ว่าด้วยทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน โดยการส่งเสริมให้มีโครงการเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ในกลุ่มเยาวชน เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ขับขี่ปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ มีนายเธียรชัย แสงชาตรี ผู้อำนวยการโรงเรียน และคณะครู รร.ประจวบวิทยาลัย นำนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 200 คน เข้าร่วม

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบฯ เป็นวิทยากรให้ความรู้โครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวทางพระราชดำริ การสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ห้องประชุม โรงเรียนประจวบวิทยาลัย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อมทั้งได้มีการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน 3 ฝ่าย (MOU) โดยมีเจตจำนงส่งเสริมสนับสนุนการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และลดอัตราการเสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ เป้าหมายหลัก กรอบทิศทาง และตัวชี้วัดของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และการมุ่งเน้นวางรากฐาน และสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของรถจักรยานยนต์ในเชิงพื้นที่ ตามโครงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ เยาวชนขับขี่จักรยานยนต์ปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ เพื่อให้เยาวชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎจราจร และการใช้รถจักรยานยนต์ที่ถูกต้อง สามารถนำไปปฏิบัติขณะใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย รวมทั้งการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกวิธี รณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชน ให้ความสำคัญกับการทำใบขับขี่ตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวบ้านร้องปกครอง ให้ตรวจสอบงบปรับปรุงบ้านจากการเคหะแห่งชาติ ที่ อบต.ดำเนินการ

ชาวบ้านร้องปกครองให้ตรวจสอบงบปรับปรุงบ้านจากการเคหะแห่งชาติ ที่ อบต.ดำเนินการ

วันที่ 26 กรกฎาคม 2567 นายชัยวุฒิ คุณาธิมาพันธ์ ปลัดอำเภอกุยบุรี พร้อมด้วยนายมารุต ตั้งบูรพาจิตร์ กำนันตำบลกุยเหนือ นายณรงค์ สาหร่าย ผู้ใหญ่บ้านโพธิ์เรียง พร้อมสมาชิก อบต.และชาวบ้านโพธิ์เรียงจำนวนหนึ่ง เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 5/2 หมู่ 3 ต.กุยเหนือ อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ ของนายสุโข เขียวหวาน อายุ 71 ปี เนื่องจากได้รับการร้องเรียนมาว่าบ้านของนายสุโข ได้รับการช่วยเหลือซ่อมแซมปรับปรุงบ้านจากการเคหะแห่งชาติ ในโครงการ “บ้านสบายเพื่อยายตา” โดย อบต.กุยเหนือ เป็นผู้ดำเนินการ แต่เมื่องานเสร็จแล้วคุณภาพของงานไม่ตรงกับที่แจ้งไว้

ทั้งนี้บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว มุงหลังคากระเบื้อง ฝาบ้านทำจากกระเบื้องแผ่นเรียบ ห้องน้ำก่อจากอิฐบล็อก จากการตรวจสอบ พบว่าบ้านหลังนี้มีร่องรอยการเปลี่ยนกระเบื้องมุงหลังคาใหม่ทั้งหมด ฝาบ้านบางส่วนที่เปลี่ยนใส่กระเบื้องแผ่นเรียบให้ใหม่ ไม้เครื่องบนส่วนใหญ่ใช้ไม้เดิมของบ้าน มีเพียงด้านหน้าบ้านที่เป็นไม้ใหม่และมีการกั้นห้องเพิ่มเติมให้ โดยพื้นยังเป็นพื้นดินเหมือนเดิม มีการติดหน้าต่างเพิ่มให้ 4 บาน เพิ่มประตูหลังบ้าน 1 บาน

นายณรงค์ สาหร่าย ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่จาก อบต.ได้นำเอกสารมาให้เซ็นรับรองบ้านหลังดังกล่าว โดยนายณรงค์เห็นยอดเงินที่จ่ายไป เป็นเงิน 8 หมื่นเศษ จึงไม่ได้เซ็น เนื่องจากมีชาวบ้านหลายคนเข้ามาร้องเรียน อีกทั้งเคยเข้าไปดูที่บ้านแล้ว พบว่าอุปกรณ์หลายอย่างที่มาปรับปรุงให้ ไม่น่าจะสอดคล้องกับยอดเงินที่มาให้ตนเซ็น จึงได้แจ้งไปยังอำเภอกุยบุรี เพื่อมาร่วมตรวจสอบผลงานที่ใช้งบประมาณไป 8 หมื่นบาท โดยเฉพาะฝาห้องของนายสุโขกับภรรยา และของลูกสาวก็ไม่ได้ทำให้ สายไฟในบ้านห้อยระโยงระยางจนเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย

นางอัมพร ไชยอาลา อายุ 63 ปี ภรรยาของนายสุโข เล่าว่าตนอาศัยอยู่กับสามีที่พิการทางการได้ยิน พร้อมด้วยลูกสาวและหลาน 2 คน ทำงานเหลาทางมะพร้าวขาย ส่วนลูกสาวทำงานโรงงาน หลานยังเรียนอยู่ ฐานะยากจน ญาติๆ ให้พื้นที่มาปลูกอาศัยอยู่ ตนรู้สึกดีใจที่ภาครัฐเข้ามาช่วยปรับปรุงบ้านให้กับตน แต่สงสัยว่าในระหว่างที่ อบต.พาเจ้าหน้าที่มาช่วยปรับปรุงบ้านนั้น ได้รื้อเอากระเบื้องหลังคาของเก่าของตนออกไปเพื่อเปลี่ยนอันใหม่ เมื่อสอบถามกับเจ้าหน้าที่ถึงกระเบื้องเก่า ก็ทราบว่า ได้ขายให้กับคนข้างบ้านไปแล้วในราคา 1 พันบาท เพื่อมาเป็นค่าข้าวค่าน้ำให้กับเจ้าหน้าที่ ที่มาช่วยทำงาน นอกจากนี้ วัสดุบางอย่างที่ใช้ไม่หมด อย่างเช่นเสาปูน นำมา 2 ต้น ก็ใช้เพียงต้นเดียว ที่เหลือเอากลับไป ทรายใส่กระสอบไว้เหลือ 3 – 4 กระสอบ ก็เอากลับ

ด้านนายชัยวุฒิ คุณาธิมาพันธ์ ปลัดอำเภอกุยบุรี กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติได้จัดสรรเงินจากกำไรสุทธิประจำปี เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้กับผู้สูงอายุซึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อยและผู้ยากไร้ ผ่านการประชาคมจากหน่วยงานท้องถิ่น เป็นค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงบ้านตามสภาพความเป็นจริง โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลังจากนั้นมอบหมายผู้รับจ้าง หรือจิตอาสาในพื้นที่ ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านของผู้สูงอายุจนแล้วเสร็จ และการเคหะแห่งชาติจะจัดพิธีส่งมอบบ้านให้กับผู้สูงอายุฯ “บ้านสบายเพื่อยายตา” อย่างเป็นทางการ ซึ่งก็ไม่ได้กำหนดยอดวงเงินมาแต่อย่างใด ซึ่งนายชัยวุฒิ ได้ประสานงานไปยัง อบต.กุยเหนือ เพื่อขอข้อมูล แต่ยังไม่สามารถติดต่อคนที่รับผิดชอบโครงการนี้ได้ เนื่องจากติดภารกิจในพื้นที่ จึงได้นัดกับชาวบ้านผู้ร้องและกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงเจ้าหน้าที่ อบต.มาประชุมหาความจริงต่อไป.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สภาวัฒนธรรมหัวหิน จัดบรรพชาสามเณร 126 รูป เฉลิมพระเกียรติ ร.10 เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

สภาวัฒนธรรมหัวหิน จัดบรรพชาสามเณร 126 รูป เฉลิมพระเกียรติ ร.10 เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

วันที่ 27 กรกฎาคม 2567 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระครูโอภาสกาญจนธรรม เจ้าคณะตำบลหัวหิน เขต 2 เจ้าอาวาสวัดสะพานขี้เหล็ก ประธานฝ่ายสงฆ์ ในโครงการบรรพชาสามเณรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ที่ศาลาการเปรียญวัดสะพานขี้เหล็ก อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ นางลิษา อึ้งเห่ง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน ดร.วิรัตน์ มณีพฤกษ์ รองประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน ประธานโครงการฯ นางยุวนิตย์ ศรศิลป์ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม นายเจนวิท ผลิศักดิ์ สาธารณสุขอำเภอหัวหิน นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ คณะผู้บริหารเทศบาล คณะครู ผู้ปกครอง เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการบรรพชาสามเณรและพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมในพิธี โอกาสนี้เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการ ได้ประกอบพิธีขอขมาบิดามารดา ผู้หลักผู้ใหญ่ พร้อมทั้งได้มอบผ้าไตรและประกอบพิธีบรรพชาสามเณร

สำนักงานอัยการจังหวัดหัวหิน ร่วมกับสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน และวัดสะพานขี้เหล็ก จัดโครงการบรรพชาสามเณรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยเปิดรับสมัครเด็กและเยาวชนผู้มีความเลื่อมใสศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนาและมีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติบูชาเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 มีผู้บรรพชาสามเณรตามโครงการฯ จาก 8 โรงเรียน จำนวนทั้งสิ้น 126 รูป ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม 2567 รวม 10 วัน

นางลิษา อึ้งเห่ง กล่าวว่า การจัดโครงการในครั้งนี้ ทำให้เด็กและเยาวชน ผู้ปกครองและพุทธศาสนิกชน ได้มีส่วนร่วมบำเพ็ญกุศลเพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้มีโอกาสปฏิบัติตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา และสามารถนำมาปรับใช้และปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้เกิดการประพฤติดี ส่งผลดีแก่สังคมโดยส่วนรวม รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติด ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาด้านคุณธรรม จริยธรรม และมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น มีจิตสำนึกเคารพเทิดทูนสถาบันหลักของชาติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี รวมทั้งได้พัฒนาจิตใจ รักษาศีล ให้เกิดสติ สมาธิและปัญญา เกิดความรักความผูกพัน ความใกล้ชิดกับวัดและศาสนา และสามารถนำหลักธรรมตามพระพุทธศาสนามาปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ ตักบาตรปล่อยสัตว์น้ำ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

ประจวบฯ ตักบาตรปล่อยสัตว์น้ำ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ที่ลานอเนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย นางณัฐชาลัคนา สุขภาคกุล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ นายองครักษ์ ทองนิรมล นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทุกหมู่เหล่าและพสกนิกรชาวจังหวัดประจวบฯ ร่วมในพิธี โดยได้รับเมตตาจากพระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (มหานิกาย) เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 73 รูป เดินรับบิณฑบาต ในการนี้มีผู้นำศาสนาคริสต์และคณะศาสนาจารย์ ประกอบพิธีอธิษฐานภาวนา ขอพรและผู้นำศาสนาอิสลามและคณะ ประกอบพิธีดุอาอ์ ขอพรด้วย ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีการทางศาสนาแล้ว ประธานในพิธีพร้อมคณะได้เยี่ยมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจัดขึ้นที่บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคารศาลากลางจังหวัดประจวบฯ (หลังเก่า)

ต่อมา นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้นำข้าราชการทุกภาคส่วน ประชาชน ร่วมปล่อยพันธ์ุสัตว์น้ำ จำนวน 1,000,000 ตัว ที่บริเวณชายทะเลอ่าวประจวบฯ หน้า อบจ.ประจวบฯ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล อีกทั้งเป็นการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ และเพิ่มศักยภาพของแหล่งทำการประมงให้มีความอุดมสมบูรณ์ เพิ่มความหลากหลายของชนิดพันธุ์สัตว์น้ำในสระน้ำให้เป็นแหล่งน้ำที่เอื้อต่อการทำกินและเป็นแหล่งอาหารโปรตีนของชุมชน ตลอดจนทำให้เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจในภาพรวม ทั้งด้านอาชีพ การประมง ก่อให้เกิดรายได้ที่มั่นคงอีกด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สสปน. เร่งยกระดับท่องเที่ยวประจวบฯ – เพชรบุรี ผ่านการจัดงานไมซ์อย่างยั่งยืน

สสปน. เร่งยกระดับท่องเที่ยวประจวบฯ – เพชรบุรี ผ่านการจัดงานไมซ์อย่างยั่งยืน

วันที่ 26 กรกฎาคม 2567 นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการประชุม “สัมมนาเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวคุณภาพสูงผ่านการจัดงานไมซ์อย่างยั่งยืน ที่โรงแรมอมารี หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ภาคกลาง (TCEB ภาคกลาง) น.ส.พัชรศรี สมบัติทวีพูน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและไมซ์ในพื้นที่ประจวบฯ – เพชรบุรี เข้าร่วมสัมมนา

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) เร่งยกระดับการท่องเที่ยวคุณภาพสูง ถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านการสัมมนา “เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวคุณภาพสูงผ่านการจัดงานไมซ์อย่างยั่งยืน” โดยมีผู้ประกอบการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการไมซ์จากหัวหิน – ชะอำ และพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 60 แห่ง เข้าร่วม โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ เปิดเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญ นักธุรกิจ และนักวิชาการ ทั้งจากภาครัฐ และภาคธุรกิจเอกชน ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในประเด็นที่เกี่ยวข้อง มีการบรรยายหัวข้อ “การจัดงานไมซ์อย่างมืออาชีพ…จะทำอย่างไรให้ WOW”, “การจัดการความยั่งยืนจะสามารถยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไมซ์ไทยได้จริงหรือไม่”, “กุญแจแห่งความสำเร็จของการจัดการความยั่งยืนของธุรกิจในอุตสาหกรรมไมซ์” โดยวิทยากร นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี MD โรงแรมเดอะสุโกศล นายสุทธิชัย บัณฑิตวรภูมิ Executive Vice President บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด และ น.ส.จิตตินทร์ ฤทธิรัตน์ ที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ และอีกหนึ่งในไฮไลท์ของการประชุมสัมมนาครั้งนี้คือ การบรรยายพิเศษหัวข้อ “โอกาสใหม่ของไมซ์ ทำไมถึงต้องยั่งยืน” โดยนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

นายสินาทร โอ่เอี่ยม กล่าวว่า จ.ประจวบฯ เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูง ทั้งทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่มีอย่างหลากหลายในพื้นที่ อาทิ มรดกทางธรรมชาติ วัฒนธรรมและวิถีชีวิต ความได้เปรียบของทำเลที่ตั้งและเส้นทางการคมนาคมที่พรั่งพร้อมในการเดินทาง และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือน รวมถึงเป็นที่นิยมของนักเดินทางกลุ่มไมซ์ หรือนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงในการจัดประชุมสัมมนาและทำกิจกรรมไมซ์ต่างๆ ในพื้นที่ จังหวัดได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมในการยกระดับการพัฒนาการบริการเพื่อรองรับรับนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ซึ่งการขับเคลื่อนดังกล่าวจะสำเร็จและเกิดความยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อมีความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน เพื่อสานพลังร่วมกันและเติมเต็มซึ่งกันและกัน ซึ่งเราจะมองเห็นทั้งข้อได้เปรียบและข้อจำกัดในทุกมิติที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม

ด้าน ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี กล่าวว่า สสปน.เล็งเห็นศักยภาพของหัวหิน – ชะอำ โดยเห็นว่าพื้นที่นี้ได้รับความสนใจจากนักธุรกิจกลุ่มไมซ์ ทั้งในและต่างประเทศเข้ามาเยี่ยมเยือนตลอดทั้งปี การเร่งเพิ่มองค์ความรู้ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางด้านการจัดกิจกรรมไมซ์อย่างยั่งยืนแก่ผู้ประกอบการไมซ์ไทย และการสนับสนุนด้านการตลาดร่วมกันของผู้ประกอบการในจังหวัดประจวบฯ และพื้นที่ภาคกลางของประเทศ จะยิ่งทำให้พื้นที่โดดเด่นและยกระดับขึ้นสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูงในอนาคต อีกทั้งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติมาตรฐานเบื้องต้นด้านการจัดงานไมซ์อย่างยั่งยืนของ สสปน. มีการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการประชุมสัมมนาที่เกิดขึ้น เพื่อวัดกิจกรรมที่จัดขึ้นจริงและกระตุ้นการรับรู้ให้แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ สามารถนำแนวทางปฏิบัติมาตรฐานการจัดงานไมซ์อย่างยั่งยืนนี้ไปปฏิบัติได้จริงต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สว.ป้ายแดง ร่วมขับเคลื่อนเครือข่ายผู้แทนเกษตรกรประจวบฯ

สว.ป้ายแดง ร่วมขับเคลื่อนเครือข่ายผู้แทนเกษตรกรประจวบฯ

วันที่ 25 กรกฎาคม 2567 นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพานน้อย เป็นประธานเปิดการประชุมขับเคลื่อนเครือข่ายผู้แทนเกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ห้องประชุม อบต.ช้างแรก ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายโชติเงินแท่ง รองประธานสภาเกษตรกรกล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดการประชุมครั้งนี้ พร้อมด้วยสมาชิกสภาเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ทุกอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ เกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เครือข่ายผู้แทนเกษตรกรระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล ระดับอำเภอบางสะพานน้อย และมี น.ส.นิชาภา สุวรรณนาค สมาชิกวุฒิสภา จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายธีรวัฒน สุขจันทร์นายก อบต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย

กิจกรรมขับเคลื่อนเกษตรกรจังหวัดประจวบครีขันธ์ เป็นการสร้างเครือข่ายผู้แทนเกษตรกรระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล เป็นกลไกในการรับฟังความคิดเห็น สะท้อนปัญหา เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาการเกษตร โดยเชื่อมโยงกับสภาเกษตรกรจังหวัดและสภาเกษตรกรแห่งชาติ หรือการเชื่อมโยงจากล่างสู่บน โดยสภาเกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้สร้างเครือข่ายผู้แทนเกษตรกรระดับหมู่บ้านและระดับตำบล เมื่อปี พ.ศ. 2554 และได้หมดวาระลงเมื่อปี 2566 และปีนี้ สภาเกษตรกรจังหวัดดำเนินการสรรหาเครือข่าย ได้ทั้งสิ้น 438 คน โดยอำเภอบางสะพานน้อย มีเครือข่ายผู้แทนเกษตรกรระดับหมู่บ้าน 41 คน และผู้แทนเกษตรกรระดับตำบล 5 คน สภาเกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงจัดกิจกรรมเพื่อขับเคลื่อนเครือข่ายผู้แทนเกษตรกรจังหวัดประจวบศีรีชันธ์ ประจำปี 2567 ขึ้น

นายนันทปรีชา คำทอง ประธานคณะทำงานแก้ไขที่ดิน น้ำและองค์กรเกษตรกรรมอื่นๆ ในสภาเกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นโอกาสที่ดี ที่สมาชิกวุฒิสภาสายเลือดเกษตรกรของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงมารับฟังปัญหาเพื่อร่วมกันแก้ไขในครั้งนี้ ขอฝากท่านสมาชิกวุฒิสภา ว่าสิ่งที่เป็นปัญหาที่สำคัญที่สุด คือการขับเคลื่อนองค์กรในสภาเกษตรเอง ทั้งระดับชาติและระดับจังหวัด ขอฝากประเด็นที่ 1 คือปัญหาในพื้นที่ ช่วยดำเนินการผลักดัน ขับเคลื่อนการทำยุทธศาสตร์น้ำ ซึ่งภาคการเกษตร ปศุสัตว์ พืชไร่ พืชสวนหรือประมง มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีแหล่งน้ำที่เพียงพอ ปัจจุบันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องยุทธศาสตร์น้ำ แต่ก็ยังประสบปัญหาภัยแล้งทุกปี ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แต่เกิดทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จะจัดการบริหารอย่างไรเรื่องแหล่งน้ำ ให้เพียงพอต่อการประกอบอาชีพดังกล่าว ประเด็นที่ 2 อยากจะฝากเรื่องสิทธิในที่ดินทำกินของพี่น้องชาวเกษตรกร จะดำเนินการอย่างไร ประเด็นที่ 3 อยากให้ช่วยประสานสำนักงานการยางแห่งประเทศไทย ให้เพิ่มพื้นที่สาขาขึ้นในพื้นที่อำเภอบางสะพาน เพราะพี่น้องเกษตรกรได้เรียกร้องไปเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันมีสำนักงานการยางอยู่ที่อำเภอเมืองประจวบฯ เพียงแห่งเดียว ซึ่งระยะทางไกลเป็นร้อยกิโลเมตร จึงขอให้เพิ่มสำนักงานสาขาขึ้น เพื่อเกษตรกรจะไม่ต้องเดินทางไปไกล เพราะพื้นที่เกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในอำเภอบางสะพาน และอำเภอบางสะพานน้อย เป็นพื้นที่สวนยางพาราเป็นส่วนมาก ประมาณ 80% เพื่อพัฒนารายได้ เพิ่มศักยภาพเกษตรกรให้มีคุณภาพมากขึ้น และขอให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามาดูแลช่วยเหลือเกษตรกรอย่างจริงจัง

ด้าน น.ส.นิชาภา สุวรรณนาค สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่าวันนี้มาร่วมประชุมกับสภาเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่อำเภอบางสะพานน้อย เพื่อรับทราบปัญหาของเกษตรกร มีหลายประเด็นที่จะต้องหาทางแก้ไขช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดิน เรื่องแหล่งน้ำ เรื่องราคาพืชผลที่ไม่แน่นอน และผลผลิตที่ล้นตลาด ต้องแก้ปัญหาโดยใช้คนรุ่นใหม่เข้ามาปรับปรุงโครงสร้าง แก้ปัญหาเทคโนโลยี ปัญหาในเรื่องของการแปรรูป การเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น ปัญหาเหล่านี้จะแก้ไขได้ต้องมีการผสมผสานความคิดของคนรุ่นใหม่ และใช้ภูมิปัญญาของคนรุ่นเก่ามาผสมผสานกัน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์มากที่สุด ปัญหาหลักคือองค์ความรู้ที่จะลงไปถึงตัวเกษตรกรเอง ต้องมีการเข้าถึงแหล่งความรู้ แล้วนำไปพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพของตัวเกษตรกร และปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของแต่ละพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาให้มากขึ้น แล้วมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น หลังจากนี้ปัญหาต่างๆ ที่เกินจากเกษตรกรก็จะน้อยลงในที่สุด น.ส.นิชาภา สุวรรณนาค สมาชิกวุฒิสภา จ.ประจวบคีรีขันธ์ป้ายแดง กล่าว.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหิน คว้ารางวัลชนะเลิศระดับทอง (ดีเด่น) ทีมผู้ก่อการดีป้องกันการจมน้ำ ระดับประเทศ

เทศบาลหัวหิน คว้ารางวัลชนะเลิศระดับทอง (ดีเด่น) ทีมผู้ก่อการดีป้องกันการจมน้ำ ระดับประเทศ

วันที่ 25 กรกฎาคม 2567 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดเวทีสัมมนาสานพลังเครือข่ายป้องกันการจมน้ำประเทศไทย ในวันป้องกันการจมน้ำโลก พร้อมมอบรางวัลทีมผู้ก่อการดี ป้องกันการจมน้ำ (Merit Maker Plus) โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายกิตติกร โล่ห์สุนทร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายวิชัย ไชยมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค คุณมาร์ค แลนดรี ผู้แทนจากองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และผู้บริหารทุกภาคส่วนเข้าร่วม ที่เดอะพอร์ทอลบอลรูม อิมแพ็คเมืองทองธานี จ.นนทบุรี

โอกาสนี้ น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พร้อมทีมผู้ก่อการดีเทศบาลเมืองหัวหิน เข้ารับโล่รางวัลชนะเลิศระดับทอง (ดีเด่น) ทีมผู้ก่อการดี ป้องกันการจมน้ำ ระดับประเทศ ประจำปี 2566 จากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งที่ผ่านมาเทศบาลเมืองหัวหิน ได้ดำเนินการป้องการจมน้ำ ทีมผู้ก่อการดี เทศบาลเมืองหัวหิน ตั้งแต่ปี 2559 มาอย่างต่อเนื่อง และได้รับรางวัลทีมผู้ก่อการดี ป้องกันการจมน้ำ (Merit Maker) ระดับประเทศ ประเภทรางวัลชนะเลิศระดับทอง (ดีเด่น) ผลการดำเนินงานปี 2564 และรางวัลทีมผู้ก่อการดี ป้องกันการจมน้ำ (Merit Maker Plus) ระดับประเทศ ประเภทรางวัลชนะเลิศระดับทอง (ดีเด่น) จากผลการดำเนินงานปี 2566

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติและสมัชชาอนามัยโลก เห็นพ้องต้องกันว่า การจมน้ำเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะในเด็กอายุ 5 – 14 ปี จึงมีมติให้ประเทศสมาชิกทั่วโลกดำเนินงานป้องกันการจมน้ำโดยเร่งด่วน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ประเทศไทยได้ดำเนินงานเพื่อลดการเสียชีวิตจากการจมน้ำมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้กลยุทธ์ผู้ก่อการดี หรือเมอร์ริท เมคเกอร์ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของจิตอาสาในชุมชน ช่วยส่งเสริมความรู้ให้กับสมาชิกในชุมชน ตั้งแต่สอนว่ายน้ำ ไปจนถึงการทำ CPR โดยทีมผู้ก่อการดีกลายเป็นที่รู้จักทั่วโลก และถือเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยสามารถลดการเสียชีวิตของเด็กจากการจมน้ำ จากประมาณ 1,500 คน ในปี 2548 เหลือประมาณ 615 คน ในปีปัจจุบัน “แม้ว่าจำนวนจะลดลงกว่าร้อยละ 60 แต่ตัวเลขนี้ยังคงสูงมาก เมื่อเทียบกับค่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 290 คนต่อปี ที่กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ดังนั้นผมจึงมีความยินดีที่ได้มาพบปะทุกท่าน เพื่อขอบคุณที่ร่วมทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการจมน้ำ ตามสโลแกนวันป้องกันการจมน้ำโลก“จมน้ำง่ายกว่าที่คิด หนึ่งชีวิตไม่ควรสูญเสีย” โดยการมอบรางวัลการประเมินทีมผู้ก่อการดี ป้องกันการจมน้ำ จะเป็นขวัญกำลังใจให้กับทุกท่าน และขอบคุณที่ร่วมทำงานจิตอาสา เพื่อยกระดับการป้องกันการจมน้ำให้ได้ตามค่าเป้าหมาย เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนต่อไป” รมว.สาธารณสุข กล่าว.