Categories
ข่าว ทั้งหมด

บีเวล เมดิคอล หัวหิน ให้ความรู้สมาชิกพร้อมรับมือวัยหมดประจำเดือน

บีเวล เมดิคอล หัวหิน ให้ความรู้สมาชิกพร้อมรับมือวัยหมดประจำเดือน

วันที่ 9 กรกฎาคม 2567 บีเวล เมดิคอลเซ็นเตอร์ หัวหิน ร่วมกับโรงพยาบาลสมิติเวช กรุงเทพฯ จัดสัมมนาให้ความรู้เรื่อง “ความลึกลับของวัยหมดประจำเดือน” (The Mystery of Menopause) ที่เบลวิด้า เอสเตทหัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมีวิทยากร 3 ท่าน ได้แก่ รศ.ศาสตราจารย์ นพ.มานพ ธรรมคันโท ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านเพศสภาพ ศูนย์ไลฟ์บาลานซ์ โรงพยาบาลสมิติเวช บรรยายเรื่องสาเหตุ อาการ และการรักษาวัยหมดประจำเดือน รวมทั้งการเปลี่ยนฮอร์โมน, พญ.เปมิกา พิชญธนากร แพทย์ประจำครอบครัวบีเวล บรรยายถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจวัยหมดประจำเดือน, นายสตีฟ แรดลีย์ นักจิตบำบัด ที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิตที่บีเวล กล่าวถึงแง่มุมมองทางจิตวิทยาของวัยหมดประจำเดือน ให้กับสมาชิก ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ประมาณ 60 คน ได้รับฟัง

พญ.เปมิกา พิชญธนากร กล่าวว่า โรคที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน จะมีโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่จะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เวลาคนไข้มาหาหมอ แพทย์ส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่าสาเหตุ จริงๆ แล้วเกิดจากภาวะหมดประจำเดือนของผู้หญิง ก็จะมีการจ่ายยาปฏิชีวนะ (Antibiotic) จะรักษาไม่หายขาด แต่ถ้าแพทย์มีความตระหนักถึงภาวะหมดประจำเดือนของผู้หญิง การให้ฮอร์โมนเพียงแค่ Low – Dose จะช่วยให้ผู้หญิงเหล่านี้มีภาวะสุขภาพที่ดีขึ้น ปัจจุบันนี้ผู้หญิงยังมีความกลัวในเรื่องของการใช้ฮอร์โมน ยังมีความเข้าใจที่ผิดๆ ในเรื่องของการใช้ฮอร์โมน ว่าอาจก่อให้เกิดมะเร็ง ความคิดเหล่านี้ต้องเปลี่ยนไป เพราะผู้หญิงทุกคนที่มีรังไข่ จะต้องเข้าสู่ภาวะนี้ อย่างน้อยคือช่วงหนึ่งของชีวิต ถ้าเราไม่เตรียมตัว เตรียมพร้อมหรือให้ความรู้กับผู้หญิงช่วงวัยหมดประจำเดือน ในอนาคตข้างหน้าจะเกิดผลกระทบต่อภาวะสุขภาพโดยรวม อย่างเช่น ภาวะกระดูกพรุน เวลาผู้หญิงอายุมากเกิดสะดุดหกล้ม ถ้าสะโพกหักคือชีวิตอาจจะจบลงตรงนั้น ถ้าเราให้ความรู้กับผู้หญิงตอนนี้ในการเตรียมตัวที่จะเข้าสู่วัยทองภาวะหมดประจำเดือน ผู้หญิงเราก็จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานกุยบุรี นำ ‘SMART Mobile’ พัฒนาระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพให้เจ้าหน้าที่ใช้ป้องกันรักษาป่า

อุทยานกุยบุรี นำ ‘SMART Mobile’ พัฒนาระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพให้เจ้าหน้าที่ใช้ป้องกันรักษาป่า

วันที่ 7 กรกฎาคม 2567 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่า อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้นำนวัตกรรมระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol System) ใช้ระบบฐานข้อมูล ชื่อว่า ‘SMART’ (Spatial Monitoring And Reporting Tool) มาใช้ในการเก็บข้อมูล ซึ่งเป็นรูปแบบการคุ้มครองพื้นที่ป่าที่มีมาตรฐานในระดับสากล เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าได้มีข้อมูลและเทคโนโลยีดูแลรักษาทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ในการปกป้องดูแลและรักษาทรัพยากรสัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่มีค่าและใกล้สูญพันธุ์

ปัจจุบันอุทยานแห่งชาติกุยบุรีมีการนำเทคโนโลยีที่ใช้ในงานลาดตระเวนเชิงคุณภาพ มีชื่อว่า ”SMART Mobile“ เป็นเทคโนโลยีที่รวบรวมการเก็บข้อมูลของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ป่า จากเดิมที่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจะต้องใช้เครื่องหาพิกัดสัญญาณดาวเทียม GPS, แบบฟอร์มลาดตระเวน (Data sheet) และกล้องถ่ายภาพ ซึ่ง SMART Mobile เป็นการรวบรวมเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในงานลาดตระเวนเชิงคุณภาพ รวมมาเป็นการใช้โทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว ทำให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าสามารถเก็บข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ลดการทำงานของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน ซึ่งเดิมเมื่อลาดตระเวนเสร็จสิ้น จะต้องมาทำรายงานตามแบบฟอร์มลาดตระเวน ทำให้ต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก แตกต่างจากการใช้ SMART Mobile

“เมื่อเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเสร็จสิ้นภารกิจ สามารถส่งข้อมูลการลาดตระเวนให้กับศูนย์ควบคุมระบบลาดตระเวนของอุทยานฯ ได้ทันที ไม่มาว่าจะเป็นที่ไหน ทำให้ลดเวลาและภาระที่เจ้าหน้าที่อยู่ตามหน่วยพิทักษ์ต่างๆ และงบประมาณในการบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ และข้อดีของ SMART Mobile ยังมีฟังค์ชั่นมากมายที่ช่วยในงานลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นแผนที่ ที่สามารถดูที่ไหนก็ได้ สามารถถ่ายภาพวิดีโอได้ อีกทั้งยังช่วยทดแทนการใช้แผนที่และแบบฟอร์มบันทึกข้อมูลที่เป็นกระดาษ ลดการใช้กระดาษซึ่งตอบโจทย์อุทยานสีเขียวอีกทางด้วย พร้อมกันนี้อุทยานแห่งชาติกุยบุรีได้อบรมการใช้นวัตกรรมนี้ ให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เพื่อพัฒนาระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพของอุทยานแห่งชาติกุยบุรีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันและรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของประเทศชาติให้อยู่คู่กับคนไทยตลอดไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เปิดโครงการพาหมอไปหาประชาชน เฉลิมพระเกียรติฯ ที่บางสะพาน

เปิดโครงการพาหมอไปหาประชาชน เฉลิมพระเกียรติฯ ที่บางสะพาน

วันที่ 6 กรกฎาคม 2567 นายวัน อยู่บำรุง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดโครงการพาหมอไปหาประชาชนเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ที่หอประชุมโรงเรียนบางสะพานวิทยา อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ มี นพ.กิตติ กรรภิรมย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการ พร้อมด้วยนายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ผศ.ดร.ศศิธร จันทมฤก นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.ประจวบฯ เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นพ.วรา เศลวัตนกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และประชาชนร่วมพิธี โดยผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ประกอบพิธีถวายราชสักการะและกล่าวถวายราชสดุดีเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นได้มอบถุงยังชีพจากสำนักงานเหล่ากาชาดประจวบฯ ให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้ จำนวน 51 ชุด และตรวจเยี่ยมจุดให้บริการคลินิกเฉพาะทางที่มาออกหน่วยให้บริการหลากหลายสาขา 15 คลินิก ได้แก่ 1. คลินิกคัดกรองสายตาในเด็ก คลินิกคัดกรองโรคหัวใจ 2. คลินิกตรวจมวลกระดูก 3. คลินิกคัดกรองมะเร็งเต้านม 4. คลินิกตรวจสารเคมีการเกษตรในเลือด 5. คลินิกคัดกรองมะเร็งปากมดลูก 6. คลินิกเวชศาสตร์ครอบครัว 7. คลินิกการใช้ยาสมเหตุสมผล 8. คลินิกกระดูกและข้อ 9. คลินิกคัดกรองมะเร็งช่องปาก 10. คลินิกคัดกรองมะเร็งตับ 11. คลินิกผู้สูงอายุ 12. คลินิกคัดกรองภาวะซีดในเด็ก 13. คลินิกสุขภาพจิต 14. คลินิกกายบำบัดและการแพทย์ทางเลือก 15. คลินิกรักษ์ปอด

สำหรับการจัดกิจกรรมในวันนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานในเขตสุขภาพที่ 5 มีประชาชนกลุ่มเสี่ยง และประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เข้ารับบริการจำนวนกว่า 2,500 คน เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคก่อนส่งต่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์เฉพาะทางให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปพบแพทย์ในเมือง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รพ.ประจวบฯ เปิดศูนย์โรคหัวใจครบวงจร 24 ชั่วโมง

รพ.ประจวบฯ เปิดศูนย์โรคหัวใจครบวงจร 24 ชั่วโมง

วันที่ 5 กรกฎาคม 2567 นพ.กิตติ กรรภิรมย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 เป็นประธานเปิดศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ มี นพ.สุรัตน์ ส่งวิรุฬห์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ กล่าวรายงาน มี นพ.วรา เศลวัตนะกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ นพ.สุรวิทย์ ศักดานุภาพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ประธาน CFO เขตสุขภาพที่ 5 นพ.จิตตรัตน์ เตชวุฒิพร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวหิน ดร.นพ.กิติกร วิชัยเรืองธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รอยัล ฮาร์ท การแพทย์(ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ 5 ผู้อำนวยการและผู้แทนโรงพยาบาลในแต่ละอำเภอของจังหวัดประจวบฯ เข้าร่วม มีคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ รพ.ประจวบฯ ให้การต้อนรับ ณ ลานกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ชั้น 1 อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์

จากนั้น ประธานพร้อมผู้เข้าร่วมพิธีทั้งหมด ร่วมตัดริบบิ้นเปิดศูนย์โรคหัวใจ ที่บริเวณ ชั้น 1 อาคารผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน และรับชมวิดิทัศน์ “ศักยภาพการบริการของศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์” ก่อนเดินเยี่ยมชมการให้บริการของศูนย์โรคหัวใจ

นพ.กิตติ กรรภิรมย์ ผู้ตรวจราชการฯ เขตสุขภาพที่ 5 กล่าวว่า จากการรายงานจะเห็นได้ว่าโรคหัวใจเป็นอีกหนึ่งโรคที่มีความรุนแรง และสามารถทำให้เสียชีวิตได้ หากมีการจัดบริการดูแลทางด้านโรคหัวใจที่ดี มีประสิทธิภาพ จะส่งผลให้ลดอัตราการเสียชีวิตได้ นับเป็นสิ่งที่ดีที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ได้พัฒนาระบบบริการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจ ครบวงจร 24 ชั่วโมง โดยร่วมกับบริษัทภาคเอกชน ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลโรคหัวใจ ซึ่งเป็นการร่วมมือใช้ทรัพยากรร่วมกัน โดยจัดตั้งศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ให้บริการดูแลผู้ที่มีปัญหาโรคหัวใจได้อย่างครอบคลุม มีเครื่องมือที่ทันสมัยพร้อมบุคลากรเฉพาะทาง

นพ.กิตติ กล่าวต่อ ว่าที่สำคัญ ลดการส่งต่อเพื่อไปรักษากับโรงพยาบาลที่มีศักยภาพด้านการดูแลโรคหัวใจ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที รวดเร็ว ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชนในพื้นที่และใกล้เคียง ได้เข้าถึงบริการอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม ส่งผลให้ลดอัตราการเสียชีวิต มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการสร้างและพัฒนาระบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในโอกาสนี้ ขอขอบคุณนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทรอยัลฮาร์ทการแพทย์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้ความร่วมมือในการจัดศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลประจวบฯ ทำให้พี่น้องประชาชน ได้เข้าถึงบริการการดูแลรักษา การตรวจคัดกรองและค้นหาความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

ด้าน นพ.สุรัตน์ ส่งวิรุฬห์ ผู้อำนวยการ รพ.ประจวบฯ กล่าวว่า โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เป็นโรงพยาบาลทั่วไป ระดับ A plus ขนาด 278 เตียง มีแพทย์เฉพาะทางสาขาหลัก และสาขารอง ให้การดูแลผู้ป่วยครอบคลุมทุกแผนก ให้การดูแลผู้ป่วยทั้งในเขตอำเภอเมือง และอำเภอข้างเคียง มีผู้รับบริการผู้ป่วยนอก เฉลี่ย 1,457 รายต่อวัน และผู้ป่วยใน 261 รายต่อวัน ซึ่งโรคหัวใจ เป็นสาเหตุหลักในการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย และที่สำคัญโรคนี้สามารถรักษาและป้องกันได้ โดยพบว่าอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคหัวใจลดลงอย่างชัดเจน หลังจากมีการดูแลรักษาที่ถูกต้อง การตรวจคัดกรอง และค้นหาความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ

นพ.สุรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เดิมโรงพยาบาลประจวบฯ ยังไม่มีการให้บริการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจแบบครบวงจร 24 ชั่วโมง หากพบผู้ป่วยที่มีความผิดปกติ ที่ต้องได้รับการฉีดสี และขยายเส้นเลือดหัวใจตีบฉุกเฉิน ต้องส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลหัวหินและโรงพยาบาลราชบุรี ซึ่งมีระยะทางไกล ทำให้มีโอกาสเสียชีวิตระหว่างการเดินทาง เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคหัวใจ โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ และบริษัท รอยัลฮาร์ทการแพทย์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมมือจัดตั้งศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลประจวบศีรีขันธ์ เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านหัวใจ ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และอำเภอใกล้เคียง โดยเป็นการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ในการแก้ไขปัญหาสุขภาพ ได้รับการรักษาที่รวดเร็ว สะดวก ไม่ต้องเดินทางไกลเช่นเดิม มีสุขภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ผู้ป่วยและญาติมีความพึงพอใจต่อการรับบริการมากยิ่งขึ้น และเป็นการพัฒนายกระดับการให้บริการของโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์

ทั้งนี้ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ได้ดำเนินการรักษามาตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2567 ที่ผ่านมา รักษามาแล้วประมาณ 50 กว่าราย คนไข้มีทั้งในพื้นที่ อ.เมือง และอำเภอใกล้เคียง ทั้ง อ.ทับสะแก อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย ของจังหวัดประจวบฯ และพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงที่ยังไม่มีศูนย์โรคหัวใจ เช่น จ.ชุมพร โดยขณะนี้ยังให้บริการในคนไข้ใช้สิทธิเบิกได้จ่ายตรง ข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คนไข้สิทธิประกันสังคม ส่วนสิทธิบัตรทอง บัตรสุขภาพถ้วนหน้านั้นยังต้องรอ ซึ่งก็อีกไม่นาน อยู่ในขบวนการดำเนินการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช.

ดร.นพ.กิติกร วิชัยเรืองธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทรอยัลฮาร์ทฯ กล่าวว่า บริษัทก่อตั้งขึ้นเพื่อให้บริการผู้ป่วยโรคหัวใจในพื้นที่ต่างๆของประเทศไทย และพื้นที่ขาดแคลน สามารถเข้าถึงการรักษาโรคหัวใจ มีโอกาสได้รับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย เนื่องจากปัจจุบัน โรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง ขาดแคลนบุคลากรและเครื่องมือเฉพาะทาง ทำให้โรคหัวใจและหลอดเลือดยังคงเป็นสาเหตุของอัตราการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประเทศ ด้วยเหตุดังกล่าว บริษัทจึงได้พัฒนาและริเริ่มธุรกิจด้านการลงทุน และบริหารงานศูนย์โรคหัวใจร่วมกับโรงพยาบาล ทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้โรงพยาบาลในพื้นที่ขาดแคลนสามารถจัดตั้งศูนย์หัวใจได้ ทั้งนี้จากประสบการณ์การบริหารงานศูนย์หัวใจ นับ 10 ปีของทีมงาน ทำให้บริษัทได้รับความไว้วางใจ และได้รับการยอมรับในการจัดตั้งและบริหารศูนย์หัวใจร่วมกับ องค์กรสุขภาพต่างๆ มากมายในประเทศ อาทิ โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท โรงพยาบาลหัวหิน โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นต้น

สำหรับการจัดตั้งศูนย์หัวใจและหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เปิดบริการเมื่อเดือนมีนาคม 2567 ปัจจุบันเป็นศูนย์หัวใจครบวงจรด้านการสวนรักษาหัวใจ การจี้ไฟฟ้าหัวใจ และการผ่าตัดหัวใจ พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเครื่องมือที่ทันสมัย ประกอบด้วยห้องสวนหัวใจ หอผู้ป่วยหนักหัวใจ หอผู้ป่วยเฉพาะโรคหัวใจ ที่ทันสมัยพร้อมให้การบริการแก่ประชาชนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และใกล้เคียง ทางแผนกผู้ป่วยนอกศูนย์หัวใจและสมอง Royal heart ให้บริการผู้ป่วยทุกสิทธิ์การรักษา โดยให้บริการการตรวจสุขภาพหัวใจทั้งหมด 3 ชนิด ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย นั่นคือ 1.การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกายด้วยการเดินสายพาน (Exercise Stress Test : EST) 2.การตรวจหัวใจด้วยคลื่นสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram : ECHO) 3.การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เวลาให้บริการ จ. – ศ. 08.00 – 16.00 น. ส. – อา 07.00 – 15.00 น.

ในส่วนห้องปฏิบัติการสำหรับการตรวจสวนหัวใจและหลอดเลือด (Cardiac Catheterization Lab) หรือเรียกว่า Cath Lab เป็นห้องพิเศษที่มีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการประมวลภาพหลอดเลือดหัวใจหรือหลอดเลือดตามส่วนอื่นๆของร่างกาย โดยภาพจะปรากฏขึ้นที่จอและบันทึกเป็นเทปโทรทัศน์ระบบดิจิตอล สามารถปรับหมุนได้รอบทิศทางตรวจดูซ้ำได้อย่างละเอียด ทำให้แพทย์ได้ภาพจากทุกมุมตามต้องการได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน
ในส่วนห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ (Royal heart) ให้บริการ ประกอบด้วย 1.การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiogram) 2.การใส่บอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angioplasty) 3.การขยายหลอดเลือดและการใส่ขดลวดรักษาการตีบตันของหลอดเลือดหัวใจ (PCI & Stent) 4.การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Permanent Pacemaker Implantation) 5.การจี้ไฟฟ้าหัวใจ (Electro Physiologic Study and Radiofrequency Ablation)
นอกจากนี้ มีห้อง CCU (Coronary Care Unit, Cardiac Care Unit หรือ Critical Care Unit) เป็นห้องที่ใช้เพื่อทำการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดโดยเฉพาะ โดยผู้ป่วยทั้งหมดที่อยู่ภายในห้อง CCU จะมีความรุนแรงของอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบหัวใจและหลอดเลือดในระยะวิกฤต จากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว ได้รับบาดเจ็บที่หน้าอกอย่างรุนแรง

สำหรับศูนย์โรคหัวใจ 24 ชั่วโมง โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ สามารถติดต่อได้ที่โทร 032 – 523000 ถึง 4 แผนกผู้ป่วยนอกหัวใจ ต่อ 4122 ฃ, แผนกห้องตรวจสวนหัวใจ ต่อ 4123, แผนกหอผู้ป่วยใน (CCU ) ต่อ 4112, อาคารอุบัติเหตุฉุกเฉิน ชั้น 1 ศูนย์ประสานงานโรคหัวใจ 24 ชั่วโมง โทร.066 – 0051414.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

งานประกวด Miss Queer Eye Drag Queen Contest

งานประกวด Miss Queer Eye Drag Queen Contest

วันที่ 5 กรกฎาคม 2567 น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานเปิดการประกวด Miss Queer Eye Drag Queen Contest ที่โรงแรมอัมรา รีสอร์ท หัวหิน ซอยหัวหิน 94 จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางประนอม ชูภู่ ประธานชมรมหัวหินวูเม่นคลับ น.ส.ศนิศา ปลั่งศรีสกุล ศรีอาจ ผู้บริหารอัมรารีสอร์ท หัวหิน และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน

สำหรับการประกวด Miss Queer Eye Drag Queen Contest จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองหัวหินและสนับสนุนความเสมอภาคทางเพศ โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมประกวดสามารถเข้าร่วมการประกวดได้ทุกคน โดยไม่กำหนดอายุ และไม่กำหนดเพศ เพียงสวมใส่ชุดคาร์นิวัล หรือ Drag queen เข้าประกวด จำนวนกว่า 20 คน ชิงเงินรางวัล ชนะเลิศอันดับหนึ่ง 5,000 บาท รองชนะเลิศ 3,000 บาท รองชนะเลิศลำดับที่ 2 2,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล สายสะพาย มงกุฎ และรางวัลพิเศษอีกมากมาย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เจ้าหน้าที่อุทยานเสด็จในกรม รวบลุงบุกรุกป่าโดนหนัก 6 ข้อหา

เจ้าหน้าที่อุทยานเสด็จในกรม รวบลุงบุกรุกป่าโดนหนัก 6 ข้อหา

วันที่ 5 กรกฎาคม 2567 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่าได้รับรายงานจากนายกิตติศักดิ์ สมศรี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยาน เสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนบน) จ.ประจวบฯ ว่าขณะนำกำลังออกลาดตระเวนเพื่อปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ภายในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณป่าท่าใหญ่ ท้องที่บ้านบางเจริญ หมู่ 3 ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ พิกัดที่ 47 P 0526968 E 1223357 N ได้พบพื้นที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง มีการปลูกต้นทุเรียนและกาแฟเต็มพื้นที่ คิดเป็นพื้นที่บุกรุกจำนวน 0 – 2 – 92 ไร่ และพบชาย 1 คน อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง จึงเข้าควบคุมตัวทราบชื่อภายหลังว่านายเติม (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ชาวอำเภอบางสะพานน้อย และรับว่าเป็นเจ้าของแปลงที่ปลูกต้นทุเรียนและกาแฟดังกล่าว จึงถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเสียก่อน จึงแจ้งรวม 6 ข้อหา ดังนี้ 1.มีความผิดฐานก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือยึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงาน 2.ยึดถือครอบครองทำประโยชน์ ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 4. ฐาน ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือทำด้วยประการใดให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติเดิม โดยไม่ได้รับอนุญาต 5.ฐาน ทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตราย หรือเสื่อมสภาพซึ่งไม้ ดิน หิน กรวด ทราย หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น หรือกระทำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ หรือความหลากหลายทางชีวภาพ โดยไม่ได้รับอนุญาต 6.ฐาน ปลูกต้นไม้หรือพฤกษชาติอื่นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนังานสอบสวน สภ.บางสะพานน้อย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสผืนป่ามรดกโลกหน้าฝนซาฟารีเมืองไทย

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสผืนป่ามรดกโลกหน้าฝนซาฟารีเมืองไทย

วันที่ 5 กรกฎาคม 2567 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบฯ กล่าวเชิญชวนบรรดาสายแคมป์ห้ามพลาด กับลานกางเต็นท์แห่งใหม่สุดชิลที่อยากให้ลองมาซึมซับบรรยากาศ สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เพลิดเพลินใจให้คลายเหนื่อยล้า รับหน้าฝนกับทิวทัศน์ที่รายล้อมด้วยธรรมชาติที่มีเทือกเขาสลับซับซ้อนเป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างไทยและเมียนมา สัมผัสกับบรรยากาศของฝนพรำ จิบเครื่องดื่มผ่อนคลาย พร้อมตื่นมาชมบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยหมอกยามเช้า ซึ่งในช่วงฤดูฝนแบบนี้ นักท่องเที่ยวจะได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มกับช่วงเวลาที่หาไม่ได้ในฤดูกาลอื่นเลยทีเดียว เหมาะที่จะเดินทางมาพักผ่อนกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวในช่วงหน้าฝนนี้ เรียกว่าตื่นเช้าไปชมสัตว์ป่ากันต่อเลย ซึ่งพื้นที่นี้จะรายล้อมด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก มีเทือกเขาสลับซับซ้อน และยังเป็นแหล่งต้นน้ำที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนในจังหวัดประจวบฯ

และจากสภาพผืนป่าของอุทยานแห่งชาติกุยบุรีที่มีความอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้มีสัตว์นานาชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะช้างป่า ฝูงกระทิง วัวแดง และสามารถพบเห็นได้ง่าย จนได้รับการขนานนามว่า “กุยบุรี ซาฟารีเมืองไทย” พร้อมกันนี้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนหลายภาคส่วน โดยเฉพาะชาวบ้านหมู่บ้านรวมไทย ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาช้างป่าออกมากินพืชผลทางการเกษตร ได้ก่อตั้งชมรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สัตว์ป่ากุยบุรีขึ้น และจัดกิจกรรมชมสัตว์ป่าเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและชาวบ้านอีกด้วย สำหรับกิจกรรมชมสัตว์ป่านั้นจะเปิดระหว่างเวลา 14.00 – 18.00 น. ซึ่งการเข้าไปยังพื้นที่ชมสัตว์ป่าจะต้องเช่ารถของชมรมท่องเที่ยวฯ เข้าไปยังจุดชมสัตว์ป่าทั้ง 4 จุด จุดแรกชมสัตว์ป่าโป่งสลัดได จุดที่ 2 หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กร.1 (ป่ายาง) จุดที่ 3 ชมสัตว์ป่าพุยายสาย จุดที่ 4 บริเวณหน้าผาจุดชมสัตว์ป่า ซึ่งในช่วงฤดูฝนนี้มีการรวมฝูงหากินของเหล่าสัตว์ป่าในบริเวณจุดชมสัตว์ป่าอยู่บ่อยครั้ง ทำให้มีโอกาสได้เห็นสัตว์ป่าเป็นจำนวนมากอย่างใกล้ชิดในฤดูกาลนี้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เพจ https://www.facebook.com/kuiburinp.thailand.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากบ่อน้ำทิพย์ งานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากบ่อน้ำทิพย์ งานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งศักดิ์สิทธิ์ ที่บ่อน้ำทิพย์ วัดเขาถ้ำม้าร้อง ต.พงศ์ประศาสน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ เพื่อใช้งานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมี ผศ.ดร.ศศิธร จันทมฤก นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทุกหมู่เหล่าเข้าร่วมพิธี โดยมีการติดตั้งจอแอลอีดีถ่ายทอดสดบรรยากาศการประกอบพิธีให้ประชาชนที่ใส่เสื้อสีเหลืองจำนวนมากที่มาร่วมพิธีได้รับชม

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้เปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นเดินไปยังโต๊ะบวงสรวง จุดธูปเทียนบูชาเพื่อประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ พราหมณ์อ่านโองการบวงสรวงเพื่อบูชาเทพยดาเทพารักษ์ ผู้ดูแลรักษาสถานที่น้ำศักดิ์สิทธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่านคาถาพลีกรรมตักน้ำ จากนั้นเจ้าหน้าที่เชิญขันน้ำสาครและที่ตักน้ำไปยังบ่อน้ำทิพย์ โดยได้ตักน้ำจากบ่อน้ำทิพย์ใส่ขันสาคร ปริมาณร้อยละ 80 ของขันสาคร ตามฤกษ์เวลา 14.49 น. เจ้าหน้าที่ปิดฝาขันน้ำสาครห่อด้วยผ้าขาว ผู้ว่าราชการจังหวัดผูกริบบิ้นสีขาว จากนั้นจึงเชิญขันน้ำสาครและที่ตักน้ำไปยังรถ เคลื่อนขบวนนำไปเก็บรักษาไว้ที่ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ เพื่อเตรียมการประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์และพิธีเวียนเทียนสมโภชน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ในวันที่ 7 – 8 กรกฎาคมนี้ ที่พระอุโบสถวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง ต่อไป

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.ประจวบฯ ชวนนักท่องเที่ยวพิชิตเขาล้อมหมวก ช่วงวันหยุดยาว

ททท.ประจวบฯ ชวนนักท่องเที่ยวพิชิตเขาล้อมหมวก ช่วงวันหยุดยาว

วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ สาย Adventure ที่ชอบพิสูจน์ความท้าทายและความสามารถของตนเองในการปีนเขา เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวพิชิตเขาล้อมหมวก สูง 902 ฟุต (275 เมตร) ภายในกองบิน 5 อ.เมืองประจวบฯ กันเป็นจำนวนมาก ต่างพากันปีนป่ายโขดหินสูงชันเพื่อขึ้นไปชมวิวที่สวยงามของท้องทะเลเมืองประจวบฯ แบบ 360 องศา ทั้ง 3 อ่าว ได้แก่ อ่าวมะนาว อ่าวประจวบ และอ่าวน้อย ตลอดจนเกาะแก่งน้อยใหญ่ต่างๆ พร้อมกับเก็บภาพความสวยงามและความประทับใจไว้เป็นที่ระลึก

สำหรับในเดือนกรกฎาคมนี้ มีวันหยุดนักขัตฤกษ์ติดต่อกัน 3 วัน ได้แก่ วันที่ 20 – 22 กรกฎาคม เป็นวันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันหยุดชดเชยวันเข้าพรรษา วันที่ 27 – 29 กรกฎาคม เป็นวันวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 และวันหยุดชดเชย กองบิน 5 จึงเปิดกิจกรรมพิชิตเขาล้อมหมวกรอบพิเศษในช่วงวันหยุดยาวดังกล่าว โดยเปิดรับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย ที่สามารถปีนได้ มีค่าบริการขึ้นพิชิตยอดเขาคนละ 40 บาท เปิดให้ขึ้นเขาตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 09.00 น. หากมาหลังจากเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ของกองบินจะไม่อนุญาตให้ขึ้นเขา เพราะอากาศค่อนข้างร้อน ไม่มีร่มไม้ใหญ่ เกรงจะเป็นลมแดดได้ และภายในเวลา 12.00 น. นักท่องเที่ยวจะต้องลงจากยอดเขา เนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก

“ข้อแนะนำในการพิชิตยอดเขาล้อมหมวก พักผ่อนร่างกายให้เพียงพอก่อนเดินขึ้นเขา กายพร้อม ใจพร้อม เตรียมใส่ถุงมือและใช้รองเท้าผ้าใบเท่านั้น เนื่องจากกิจกรรมผจญภัยนี้เป็นการเดินขึ้นบันได 496 ขั้น ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ระหว่างทางจะพบกับฝูงค่างแว่นถิ่นใต้เป็นระยะ จากนั้นไต่เชือกช่วงกลางเขา ขึ้นไปถึงยอดเขาด้วยระดับความลาดชัน 45 – 90 องศา ใช้เวลาประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้น นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวให้เที่ยวอีกหลายแห่งและหลากหลายกิจกรรม อาทิ มาดูความน่ารักของน้องค่างแว่นถิ่นใต้ ซึ่งเป็นมาสคอตของจังหวัดประจวบฯ สักการะขอพรเจ้าพ่อเขาล้อมหมวกศักดิ์สิทธิ์มาก มานั่งเล่นดูทิวทัศน์ทะเลริมอ่าวมะนาว หรือจะลองพายซับบอร์ด เล่นบานาน่าโบ้ทก็ได้ จากนั้นจะไปทานอาหารทะเลสด อร่อย เดินเล่นถนนคนเดิน ถ่ายรูปเช็คอินที่สะพานสราญวิถี แล้วอัพรูปรัวๆ ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด จึงขอชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมพิชิตเขาล้อมหมวกได้ตามวันดังกล่าว สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร. 032 – 513885 ในวันและเวลาราชการ และที่เพจ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เจ้าหน้าที่อุทยานจับเจ้าอาวาส ครอบครองซากสัตว์ป่าสงวน และสัตว์คุ้มครองเพียบ

เจ้าหน้าที่อุทยานจับเจ้าอาวาส ครอบครองซากสัตว์ป่าสงวน และสัตว์คุ้มครองเพียบ

วันที่ 3 กรกฎาคม 2567 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่าได้รับรายงานจากนายธีระศักดิ์ พรายมี หัวหน้าชุดสายตรวจป้องกันและปราบปราม ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี พร้อมด้วยหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 1 หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 4 สายตรวจป้องกันและปราบปรามส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สบอ.3 พบ. สายที่ 2 และ สายที่ 3 ฐานปฏิบัติการป้องกันรักษาป่าที่ พบ.2 (หุบตะเคียนยักษ์) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปทส. ว่าได้ร่วมกันจับกุมเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์แห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลบึงนคร อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมยึดพร้อมของกลาง ได้แก่ ซากหัวเลียงผา 3 ซาก, เต่าเหลือง 11 ตัว, เต่าหวี 1 ตัว, เต่าหก 1 ตัว, ลิงกัง 1 ตัว นำตัวมาสอบสวน

โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนว่าที่สำนักสงฆ์ดังกล่าว มีการครอบครองซากสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำนวนมาก จึงนำกำลังเข้าตรวจค้น พบลิงกัง 1 ตัว ถูกผูกอยู่กับต้นไม้ และพบเต่าดังกล่าวถูกเลี้ยงรวมอยู่ในบ่อปูนจำนวน 13 ตัว นอกจากนี้ภายในกุฎิเจ้าอาวาส ยังพบซากหัวเลียงผา 3 หัว แขวนโชว์ติดไว้กับฝาผนังในห้อง ตรวจสอบแล้วไม่พบหลักฐานการครอบครองแต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าอาวาสให้การรับสารภาพว่าลิงกังตัวดังกล่าวมีญาติโยมนำมาถวายตั้งแต่ยังเล็กๆ ด้วยความสงสารจึงเลี้ยงไว้ ส่วนเต่าทั้งหมดมีชาวบ้านจับมาจากในป่าเอามาถวายให้หลายครั้ง จึงได้กั้นคอกเลี้ยงดูไว้ รวมถึงหัวเลียงผาทั้ง 3 หัว ก็มีชาวบ้านนำมาถวายให้เช่นกัน จึงนำมาติดโชว์ไว้ข้างฝาผนังในกุฎิ จนกระทั่งถูกจับกุม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหามีไว้ครอบครองซากสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ต้องโทษระวางจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ดำเนินคดี ส่วนของได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ต่อไป.