Categories
ข่าว ทั้งหมด

หนุ่มแว๊นมอเตอร์ไซค์จากกรุงเทพฯ ชนท้ายพ่วงจอดนอนดับคาที่

3 หนุ่มแว๊นมอเตอร์ไซค์จากกรุงเทพฯ ชนท้ายพ่วงจอดนอนดับคาที่

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2567 ร.ต.อ.เมธาสิทธิ์ ณ พัทลุง พนักงานสอบสวน สภ.กุยบุรี รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุบนถนนเพชรเกษม ฝั่งล่องใต้ ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 282 – 283 บ้านหนองตาเสือ หมู่ 5 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี กู้ชีพโรงพยาบาลกุยบุรีและตำรวจทางหลวงกุยบุรี

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถพ่วงเทรลเลอร์ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 70 – 6233 ประจวบคีรีขันธ์ จอดอยู่ไหล่ทาง ด้านท้ายที่ตัวพ่วง ฝั่งขวาพบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า N-MAX สีเทา ทะเบียน 4 ขฒ 8820 กรุงเทพมหานคร ชนอัดท้ายอยู่ ข้างรถมีข้าวของกระจัดกระจาย และพบร่างชายคนหนึ่ง ทราบชื่อว่า นายจักรี บุญประสม อายุ 32 ปี บ้านอยู่ซอยเทียนทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบไม่พบชีพจร ทีมกู้ชีพและกู้ภัยเร่งทำการช่วยเหลือเบื้องต้นแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ โดยข้างๆ ร่างผู้เสียชีวิต มีเพื่อนสองคนที่ขี่รถมาคนละคัน นั่งอยู่ด้วยอาการเศร้าโศก

เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินไปเคาะประตูเรียกนายธงชัย จันทร์ทอง อายุ 38 ปี โชเฟอร์รถพ่วง ที่นอนหลับอยู่หน้ารถ ไม่ทราบว่ามีรถมาชนท้ายจนเสียชีวิต จากการสอบถามเพื่อนของผู้เสียชีวิตทราบว่า พวกตนเดินทางมากรุงเทพมหานคร จะไปที่จังหวัดชุมพร โดยแวะพักรถครั้งสุดท้ายที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในอำเภอสามร้อยยอด ห่างจากจุดเกิดเหตุเกือบ 30 กิโลเมตร คาดว่า นายจักรี ขับขี่มาคันหน้า คงไม่เห็นว่ามีรถพ่วงจอดอยู่ไหล่ทาง เลยชนท้ายเข้าอย่างจังจนเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ป.ป.ช.ประจวบฯ ร่วมกับบ้านพักเด็กและครอบครัว จัดโครงการ “เด็กประจวบฯ ไม่ทนต่อการทุจริตคอรัปชั่น”

ป.ป.ช.ประจวบฯ ร่วมกับบ้านพักเด็กและครอบครัว จัดโครงการ “เด็กประจวบฯ ไม่ทนต่อการทุจริตคอรัปชั่น”

วันที่ 30 พฤษภาคม 2567 นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการ “เด็กประจวบฯ ไม่ทนต่อการทุจริตคอรัปชั่น” ที่สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดประจาบดีรีขับธ์ มี น.ส.จุฑารัตน์ เหลืองเพิ่มสกุล ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป ช.ประจำจังหวัดประจวบคีรีชันธ์ น.ส.วารุณี ดอกจันทร์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดประจวบศีรีขันธ์ ชมรมสตรองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครู นักเรียน ร่วมกิจกรรม

ด้วยสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดประจวบคีรีชันธ์ เป็นที่ปรึกษา จัดโครงการ “เด็กประจวบฯ ไม่ทนต่อการทุจริตคอรัปชั่น” เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต และโมเดล STRONG จิตพอเพียงต้านการทุจริต รวมถึงหัวข้อ “การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม” จากนั้นให้นักเรียนจับกลุ่มแสดงความคิดเห็นในด้านต่างๆ ที่ได้ความรู้จากกิจกรรมดังกล่าว.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

“บ่อชุบตัวพระสังข์” วนอุทยานเขานางพันธุรัต แลนด์มาร์คสุดผจญภัยที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

“บ่อชุบตัวพระสังข์” วนอุทยานเขานางพันธุรัต แลนด์มาร์คสุดผจญภัยที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ หัวหน้าวนอุทยานเขานางพันธุรัต อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี ที่ให้เน้นการดูแลรักษาทรัพยากรการท่องเที่ยวและส่งเสริมพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ซึ่งวนอุทยานเขานางพันธุรัต เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โดดเด่น โดยเฉพาะเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล 2.5 กิโลเมตร ที่ร้อยเรียงเรื่องราวมาจากวรรณคดีสังข์ทอง ซึ่งเส้นทางจะประกอบไปด้วยจุดแลนด์มาร์ค 4 จุด คือ ลานเกือกแก้ว บ่อชุบตัวพระสังข์ จุดชุมวิวคอกช้าง จุดชมวิวทุ่งเศรษฐี ที่ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมแล้วมาทดสอบกำลังขากันเลย

พื้นที่วนอุทยานเขานางพันธุรัต จ.เพชรบุรี เป็นเทือกเขาหินปูนที่มีความสวยงาม เอกลักษณ์โดดเด่น สามารถมองเห็นได้จากริมถนนใหญ่ ทอดยาวตามแนวเหนือ – ใต้ มองดูคล้ายนางพันธุรัตนอนอยู่ วนอุทยานได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร ผ่านจุดที่น่าสนใจมากมาย แต่ละจุดจะร้อยเรียงเรื่องราวมาจากวรรณคดีสังข์ทอง หนึ่งในเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะไกล ที่นักผจญภัยต่างประทับใจ เพลิดเพลินไปกับป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้งสองข้างทางที่มีความอุดมสมบูรณ์ของพรรณไม้และสัตว์ป่านานาชนิด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ลักษณะของเส้นทางมีทั้งทางเรียบ เนินเขาขึ้นลงสลับกันไป อาจมีบางช่วงที่ต้องปีนป่ายบ้าง

บ่อชุบตัวพระสังข์ ตั้งอยู่ในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะไกล ที่มีระยะทางไปกลับและกลับประมาณ 1 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง บริเวณนี้มีลักษณะคล้ายกับเป็นหลุมขนาดใหญ่ กว้างประมาณหนึ่งสนามฟุตบอล ลึกลงไปหลายสิบเมตร ด้านหน้าเป็นแนวผาหินล้อมรอบหลุม ส่วนด้านล่างทิวทัศน์ที่เขียวชะอุ่มไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด เช่น กระชิดมหาพรหม ไทร กร่าง เป็นต้น

ด้วยพื้นที่ ที่เป็นความหลากหลายทางชีวภาพของภูเขาหินปูนในวนอุทยานเขานางพันธุรัตแห่งนี้ ตามตำนานเล่าว่าพระสังข์แอบเข้าไปในเขตหวงห้ามและได้ไปพบกับบ่อทองและชุดเจ้าเงาะ หลังจากนางพันธุรัตออกไปหาอาหารกิน พระสังข์จึงย่องแอบไปยังบ่อชุบตัวและลงชุบตัวในบ่อทองจนร่างกายเป็นสีทอง แล้วกลับเอารูปเงาะเกือกแก้ว และไม้เท้าเพื่อหนีนางพันธุรัตไป

ทั้งนี้ข้อควรปฏิบัติในการใช้เส้นทางศึกษาธรรมชาติ การเตรียมความพร้อมร่างกาย อุปกรณ์สำหรับปกป้องร่างกายจากแดดและหนาม สัมภาระและน้ำดื่ม เนื่องจากเส้นทางมีระยะทางที่ค่อนข้างไกลและใช้เวลาในการเดินขึ้นลงเขา เพื่อความปลอดภัยในการชื่นชมศึกษาธรรมชาติ ติดต่อสอบถามข้อมูลที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก่อนทุกครั้ง หรือที่เพจวนอุทยานเขานางพันธุรัต และโครงการฯ เขานางพันธุรัต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พุทธอุทยานพระธาตุดอยทัพช้าง เตรียมจัดงานครบรอบ 9 ปี “หลวงพ่อสาย” เกจิดังหัวหิน

พุทธอุทยานพระธาตุดอยทัพช้าง เตรียมจัดงานครบรอบ 9 ปี “หลวงพ่อสาย” เกจิดังหัวหิน

วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 พระอาจารย์เศกสรรค์ อรุโณ หัวหน้าที่พักสงฆ์พุทธอุทยานพระธาตุดอยทัพช้าง ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่าพุทธอุทยานพระธาตุดอยทัพช้าง เตรียมจัดงานบำเพ็ญทักษิณานุปาทาน ครบรอบ 9 ปี เพื่ออุทิศถวายบูชาคุณ พระครูไพโรจน์วรการ หรือหลวงพ่อสาย มหาสุวณฺโณ อดีตเจ้าอาวาสพุทธอุทยานพระธาตุดอยทัพช้าง หลังมรณภาพลงด้วยโรคประจำตัวเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2558 และได้เก็บสรีรสังขารหลวงพ่อสายที่ไม่เน่าเปื่อยใส่ไว้ในโลงแก้วเพื่อให้ประชาชนได้กราบสักการะ หลังพิธีบำเพ็ญทักษิณาปาทานแล้ว พระสงฆ์และศิษยานุศิษย์จะนำสรีรสังขารหลวงพ่อสายออกจากโลงแก้ว เพื่อเปลี่ยนผ้าไตรจีวรและปิดทองสรีรสังขารด้วย โดยกำหนดจัดงานในวันที่ 18 มิถุนายน 2567 มีนายอำเภอหัวหิน เป็นประธาน พร้อมกันนี้พุทธอุทยานฯ ได้จัดสร้างหุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนพระครูไพโรจน์ วรการ ขนาดเท่าองค์จริง เพื่อประดิษฐานไว้ ณ วิหารหลวงพ่อสาย ซึ่งพุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์สามารถร่วมบุญได้ตามกำลังศรัทธา ชื่อบัญชี พุทธอุทยานพระธาตุดอยทัพช้าง เลขบัญชี ธนาคารออมสิน 020 39796334 7

ประวัติหลวงพ่อสาย (พระครูไพโรจน์วรการ) เกิดที่ ต.ตลาดจินดา อ.สามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2472 แรม 8 ค่ำ เดือน 4 ปีมะเส็ง โยมพ่อชื่อบู๊ ภู่วิเชียร พ่อเป็นลูกผู้พี่ของหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของหลวงพ่อสาย เมื่อปี พ.ศ.2480 หลวงพ่อสายมีอายุ 10 ขวบ พ่อได้พาไปฝากเป็นลูกศิษย์กับหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม โดยกินนอนอยู่ที่วัด 5 ปี พอเรียนจบ ป.4 ก็ออกจากวัดกลับไปอยู่บ้าน พออายุได้ 20 ปี ได้อุปสมบทเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2497 โดยมีหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้เรียนสมถวิปัสสนากัมมัฎฐาน กับพลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม หลังจากบวชแล้วได้ธุดงค์ไปอยู่ป่าช้า อยู่ถ้ำต่างๆ มากมาย ตอนเป็นหนุ่มได้เรียนวิชาเทาะล่อ จากหลวงพ่อดำ อาจารย์เล็ก และหลวงพ่อเงิน โดยพ่อของหลวงพ่อสายมีคาถาเสกปู่พุกได้ ถ้าเดินไปคนเดียวจะเห็นหลายคน เสกหุ่นปู่พุกใช้เฝ้าบ้านได้ ซึ่งประวัติหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอมนั้น ใครๆ ก็ทราบกิตติศัพท์ดีอยู่แล้ว ต่อมา พ.ศ.2550 ญาติโยมบ้านคอกช้างพัฒนา ได้นิมนต์หลวงพ่อสายมาอยู่ที่พุทธอุทยานพระธาตุดอยทับช้าง บ้านคอกช้าง ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ จนถึงปี 2558 หลวงพ่อสายได้มรณภาพลงด้วยโรคประจำตัวเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2558 สิริอายุ 86 ปี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พสกนิกรชาวหัวหินวางพวงมาลา ในหลวง ร.7 ครบรอบสวรรคต 83 ปี

พสกนิกรชาวหัวหินวางพวงมาลา ในหลวง ร.7 ครบรอบสวรรคต 83 ปี

วันที่ 30 พฤษภาคม 67 นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะ ถวายราชสดุดี และวางพวงมาลา เนื่องในวันรำลึกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์จักรี ครบรอบปีที่ 83 แห่งการเสด็จสวรรคต (30 พฤษภาคม 2484) หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 บนเขาหินเหล็กไฟ เขตเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน ส่วนราชการและภาคเอกชนต่างๆ อาทิ ศาลจังหวัดหัวหิน สำนักงานอัยการจังหวัดหัวหิน เทศบาลเมืองหัวหิน สำนักงานกิ่งกาชาดหัวหิน สภ.หัวหิน สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ สภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน โรงเรียนนายสิบทหารบก สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม โรงเรียนวังไกลกังวลในพระบรมราชูปถัมภ์ โรงพยาบาลหัวหิน ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะครูและนักเรียนในสังกัดเทศบาล ร่วมประกอบพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะอย่างพร้อมเพรียงกัน

ทั้งนี้เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ท่านผู้ทรงบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่ประเทศชาตินานัปการและทรงมีต่อพสกนิกรชาวหัวหิน ที่ทรงริเริ่มให้หัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวังไกลกังวลขึ้น ทรงดำริให้มีการก่อสร้างตลาดฉัตร์ไชย สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ด้วยพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรอันยาวไกล จึงทำให้หัวหินกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีบทบาทในประวัติศาสตร์จนเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และยังพระราชทานรัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศที่หัวหินด้วย และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระองค์ให้เป็นที่ประจักษ์แก่อนุชนรุ่นหลังอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สถาบันพระปกเกล้าจึงได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้มีวันสำคัญเกี่ยวกับพระองค์ว่าสมควรกำหนดให้วันคล้ายวันสวรรคตของพระองค์ คือวันที่ 30 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวัน “พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอดังกล่าว เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2545 โดยให้กำหนดวันที่ 30 พฤษภาคม ของทุกปีเป็น “วันพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” อันเป็นวันรัฐพิธี โดยไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ท่านอ้นเยี่ยมชมโรงงานผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อน SSI – ท่าเรือประจวบฯ

ท่านอ้นเยี่ยมชมโรงงานผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อน SSI – ท่าเรือประจวบฯ

วันที่ 29 พฤษภาคม 2567 ท่านชายวัชเรศร วิวัชรวงศ์ พร้อมคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมชมพื้นที่อุตสาหกรรมเหล็กในเขตอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประกอบด้วยโรงงานผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน ของบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือเอสเอสไอ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเยี่ยมชมกระบวนการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนอันทันสมัย พร้อมกันนี้ได้เดินทางไปเยี่ยมชมท่าเรือประจวบฯ ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด (PPC) ผู้ให้บริการท่าเรือพาณิชย์เอกชนที่มีความลึกที่สุดในประเทศไทย สามารถรองรับการขนถ่ายวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์เหล็กได้ในปริมาณมาก มีนายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเอสเอสไอ พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงานร่วมให้การต้อนรับ

นอกจากนี้ท่านชายวัชเรศร ได้เดินทางเยี่ยมชมธนาคารปูม้า ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มเรือประมงพื้นบ้านบางสะพาน ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน ที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเรือประมงพื้นบ้านบางสะพาน สนับสนุนและร่วมพัฒนาโดยภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและกลุ่มเหล็กสหวิริยา เพื่อส่งเสริมประมงท้องถิ่นให้มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และความยั่งยืนของท้องทะเล โดยดำเนินกิจกรรมหลากหลายรูปแบบประกอบด้วย 1) สร้างความสมบูรณ์ระบบนิเวศน์ชายฝั่ง เช่น ธนาคารปู – สัตว์น้ำ วางซั้งกอ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ การทำความสะอาดชายหาด 2) พัฒนาและเสริมสร้างความรู้กลุ่มประมงและเยาวชน และ 3) ต่อยอดการตลาดและโอกาสทางธุรกิจ ในโอกาสนี้ท่านชายวัชเรศรได้ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนได้แก่ ปูม้า 3 ล้านตัว แมงดาทะเล เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ท้องทะเลอีกด้วย.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ทั้งหมด สังคม

ยกระดับความปลอดภัยเรื่องการจราจร การขนส่งในพื้นที่

ข่าวสังคม

สุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน ประธานคณะกรรมการประชารัฐพัฒนาชุมชนขนส่งบางสะพาน (คปข.) ประชุมหารือแนวทางงานที่เกี่ยวข้อง นำไปสู่การยกระดับความปลอดภัยเรื่องการจราจร การขนส่งในพื้นที่ รวมถึงงานพัฒนาสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม มีทีมผู้นำและตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, สำนักงานขนส่งอำเภอบางสะพาน, หน่วยงานสาธารณสุข, ผู้แทนสถานศึกษา, นักธุรกิจ, ปราชญ์ชุมชน ฯลฯ รวมถึงทีมผู้บริหารกลุ่มธุรกิจเอสวีแอลกรุ๊ป (SVL Group) นำโดย อุดม สดใส กรรมการผู้จัดการ บจก.ไลน์ทรานสปอร์ต ชัชวาลย์ อิ่มบัญชร ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมภายนอก เข้าร่วมประชุม พร้อมนำเสนอแผนงานการขนส่ง งานการจราจร มาตรการความปลอดภัยบนท้องถนน งานพัฒนาชุมชน ที่ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำและชุมชน ขับเคลื่อนงานพัฒนาในพื้นที่อำเภอบางสะพาน ที่ห้องประชุมธราดล อาคารท่าเรือประจวบ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

องคมนตรี ติดตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่อ่างเก็บน้ำปราณบุรี

องคมนตรี ติดตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่อ่างเก็บน้ำปราณบุรี

วันที่ 29 พฤษภาคม 2567 พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี และประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง พร้อมด้วย พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี และรองประธานอนุกรรมการฯ ประชุมติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราขดำริในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ที่ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ มีนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายกานต์ โพธิดอกไม้ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปราณบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม โดยรายงานข้อมูลสถานการณ์น้ำของอ่างเก็บน้ำปราณบุรี ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 76 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุอ่าง 391 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 19 ของความจุอ่าง ซึ่งโครงการส่งน้ำฯ มีมาตรการในการรับมือสถานการณ์ภัยแล้งด้วยการจัดรอบเวรการใช้น้ำร่วมกับกลุ่มผู้ใช้น้ำ ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เรื่องสถานการณ์น้ำ เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อการใช้ในทุกภาคส่วน ร่วมบูรณาการกับจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรณรงค์การใช้น้ำอย่างประหยัด ขอความร่วมมือเกษตรกรงดการทำนาปรัง สนับสนุนการปลูกพืชใช้น้ำน้อย และให้การช่วยเหลือเครื่องสูบน้ำ /รถบรรทุกน้ำ /รถแบคโฮ บรรเทาผลกระทบประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ ส่วนในช่วงฤดูฝน มีมาตรการควบคุมปริมาณน้ำในอ่างให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม สอดคล้องกับการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พร้อมเฝ้าระวัง ตรวจตราอย่างใกล้ชิดในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก เช่น พื้นที่รับน้ำบริเวณบึงบัว อ.สามร้อยยอด หมู่บ้านเกาะมอญ ต.ไร่เก่า และหมู่บ้านเกาะไผ่ ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด

อ่างเก็บน้ำปราณบุรี เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 บ้านวังวนชลประทาน ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ เป็นเขื่อนดินเก็บกักน้ำ สันเขื่อนกว้าง 8 เมตร สูง 42 เมตร ยาว 1,500 เมตร สร้างปิดกั้นแม่น้ำปราณบุรี ความจุ 391 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นแหล่งน้ำต้นทุน เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ชลประทานในเขตโครงการฯ ประมาณ 235,750 ไร่ และสามารถผันน้ำลงแม่น้ำปราณบุรี เพื่อการอุปโภคบริโภคของราษฎรทั้งสองฝั่งแม่น้ำปราณบุรี ช่วยบรรเทาอุทกภัยในบริเวณพื้นที่ท้ายอ่าง นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งน้ำดิบเพื่อสนับสนุนการประปาในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นายอำเภอติดตามความคืบหน้าที่ดินสหกรณ์เนื้อที่ 160,000 ไร่ คืบหน้ากว่า 95%

นายอำเภอติดตามความคืบหน้าที่ดินสหกรณ์เนื้อที่ 160,000 ไร่ คืบหน้ากว่า 95%

วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 สหกรณ์นิคมบางสะพานมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยมีนายสุทิน ประเสริฐศักด์ นายอำเภอบางสะพาน นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพานน้อย นายพรเทพ สองสี ผู้อำนวยการนิคมสหกรณ์บางสะพาน นายธิรวัฒน์ สุดจันทร์ นายก อบต.ช้างแรก นายนันทปรีชา คำทอง ประธานคณะทำงานด้านที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยฯ สภาเกษตรกร จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายจำลอง ดีทองอ่อน ประธานสหกรณ์นิคมบางสะพานจำกัด คณะกรรมการสหกรณ์ คณะกรรมการกลุ่มย่อย 53 กลุ่ม ตัวแทนสมาชิกสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมชี้แจงความคืบหน้าการได้มาซึ่งสิทธิในดินของราษฎรเพื่อให้ได้สิทธิที่ชอบด้วยกฏหมาย ในเขตพื้นที่ป่าคลองกรูด -ไชยราช ป่าพุน้ำเค็ม เนื้อที่ประมาณ 160,000 ไร่ครอบคลุม 2 อำเภอ 10 ตำบล หลังจากที่มีปัญหาการถือครองมาประมาณ 30 – 40 ปี เป็นปัญหาที่ยืดยื้อมาตลอด จนถึงวันนี้การขับเคลื่อนงานดังกล่าว มีความคืบหน้าไปแล้วประมาณ 90 – 95 % เป็นการดำเนินการขั้นสุดท้ายด้านเอกสารข้อมูลประกอบบางส่วนของหน่วยงาน เพื่อจะออกสิทธิรับรองให้กับเกษตรกรรายย่อยที่ถือครองไม่เกินรายละ 50 ไร่ ต่อไป.

พี่สิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาล กม.5 เอาจริง สั่งชาวบ้านรื้อชายคาต่อเติมล้ำทางสาธารณะ

เทศบาล กม.5 เอาจริง สั่งชาวบ้านรื้อชายคาต่อเติมล้ำทางสาธารณะ

วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 ชาวบ้านในพื้นที่เทศบาลตำบล กม.5 หลายครัวเรือนโวยเทศบาล หลังจากเจ้าหน้าที่กองช่างเข้ารังวัดแนวเขตทางสาธารณประโยชน์ บริเวณหน้าตลาดนัดเทศบาลตำบล กม.5 อ.เมืองประจวบฯ เนื่องจากเทศบาลปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน จัดระเบียบชุมชนเขตพื้นที่เทศบาลตำบลฯ ขณะที่ชาวบ้านที่อาศัยใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าว ส่วนใหญ่ไม่ทราบเรื่อง เนื่องจากเทศบาลไม่ได้แจ้งให้ทราบ บางครัวเรือนเดือดร้อนไม่มีเงินสำรอง การรื้อถอนและหากรื้อหลังคาที่ต่อเติมออก เมื่อถึงฤดูน้ำฝนจะไหลเข้าในบ้าน เนื่องจากพื้นผิวถนนต่างระดับสูงกว่าพื้นบ้าน

ขณะที่ชาวบ้านบางรายประกอบกิจการร้านค้ามานานหลายปี กล่าวว่า เคยคุยเรื่องนี้และขออนุญาตกับหน่วยงานเทศบาลในสมัยนั้น เรื่องการต่อเติมรุกล้ำพื้นที่บริเวณด้านหน้าร้านค้าไปแล้ว หากเทศบาลจะใช้พื้นที่ทำประโยชน์ ชาวบ้านหรือผู้ประกอบการธุรกิจในชุมชนยินดีรื้อถอนออกให้ แต่หากยังไม่ใช้ประโยชน์ ควรให้ชาวบ้านได้อาศัยใช้พื้นที่บังฝน บังแดดประกอบกิจการธุรกิจครัวเรือนไปก่อน

ด้านนายสมเกียรติ โชคคีรีกร ฝ่ายนิติกรเทศบาลตำบล กม.5 เปิดเผยว่า ทางเทศบาลมีขั้นตอนในการดำเนินการขอความร่วมมือ แจ้งให้ชุมชนหรือผู้ประกอบการธุรกิจครัวเรือนในพื้นที่ดังกล่าว รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำพื้นที่สาธารณประโยชน์ที่เทศบาลกำกับดูแลไว้นานแล้ว แต่เนื่องจากขาดการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง โดยเทศบาลมิได้มีเจตนากลั่นแกล้ง หรือทำให้เสียหาย แต่เนื่องจากเทศบาลตำบล กม.5 มีแผนโครงการจัดระเบียบ ตามนโยบายการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการจัดระเบียบชุมชนไว้ ตั้งแต่คณะบริหารเข้ามาดำรงตำแหน่งนานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการจัดการขยะมูลฝอย ด้านการสาธารณสุข ด้านป้องกันอัคคีภัย และด้านการจัดการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเทศบาลได้รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนมาโดยตลอด ในเรื่องระบบรางระบายน้ำทิ้งในชุมชนประสบปัญหา เมื่อถึงหน้าฝน น้ำไหลเข้าบ้านเรือนชาวบ้านอยู่บ่อยครั้ง เทศบาลจึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขตามกรอบโครงการและเวลาที่ตั้งไว้นั้น แต่เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำของชุมชน เป็นอุปสรรคการจัดระเบียบโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน ทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายเกิดความไม่สะดวก และเทศบาลเข้าใจดีถึงวิถีการดำเนินชีวิตในชุมชน ที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้การพัฒนาชุมชนเดินหน้าต่อไปนั้น จึงอยากขอความร่วมมือผู้ประกอบการและชุมชน เนื่องจากเทศบาลตำบล กม.5 ต้องปฏิบัติตามกรอบ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารตามกฎหมายกำหนด เพื่อให้ชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน นายสมเกียรติกล่าว

นายเกียรติศักดิ์ นุชนงค์ นายกเทศมนตรีตำบล กม.5 กล่าวว่าในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานในชุมชนเทศบาลตำบล กม.5 นั้น คณะผู้บริหารได้จัดสรรงบประมาณอย่างเป็นระบบ เพื่อนำมาแก้ไขทุกปัญหาของชาวบ้านในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำประปาใช้อุปโภคบริโภคในครัวเรือน ที่กำลังประสบปัญหาในปัจจุบัน เรื่องไฟฟ้าส่องสว่างตามถนน รวมทั้งรางระบายน้ำในตลาดชุมชนและทางสาธารณะที่แล้วเสร็จ และบางส่วนกำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอยู่ในขั้นตอนออกแบบจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม เนื่องจากใช้งบประมาณมากกว่างบเทศบาลที่มีอยู่ และเรื่องของผู้ประกอบการธุรกิจครัวเรือนในชุมชน ที่มีการสร้างต่อเติมชายคารุกล้ำยื่นออกมาในเขตรับผิดชอบของเทศบาลนั้น ในส่วนนี้ให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายกฎหมายเทศบาลดำเนินการไปตามขั้นตอน เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ขัดข้องในการจัดการโครงสร้างพื้นฐานโดยรวม.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน