Categories
ข่าว ทั้งหมด

รวบทันควัน โจรขโมยถังแก๊ส ยอมรับก่อเหตุมาหลายครั้ง

รวบทันควัน โจรขโมยถังแก๊ส ยอมรับก่อเหตุมาหลายครั้ง

เมื่อเวลา 05.00 น. ของวันที่ 27 มกราคม 2567 ร.ต.ท.ธนเดช ไรไธสง รองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปราณบุรี ได้รับแจ้งจากนางแมว เจ้าของร้านขายอาหารอีสาน และสินค้าเบ็ดเตล็ด หมู่ 4 หมู่บ้านต้นไทร ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่าถังแก๊สที่ตั้งไว้หน้าร้านถูกคนขโมยไป จึงได้รายงาน พ.ต.อ.หงส์พรหม วิศิษฐ์ชนะชัย ผกก.สภ.ปราณบุรี พ.ต.ท.ธีระจิตร มากชุมโค รอง ผกก.สส.สภ.ปราณบุรี พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.ปราณบุรี ตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ามีชายอายุประมาณ 30 – 35 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ไม่ติดป้ายทะเบียน มาจอดบริเวณหน้าร้าน คนร้ายมาคนเดียว สวมผ้าปิดบังใบหน้ามิดชิด สวมเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ กางเกงขายาว ลงจากรถเดินตรงมาที่ถังแก๊สตั้งอยู่ จากนั้นใช้มือบิดวาล์วหัวแก๊สจนหลุด และอุ้มถังแก๊สไปที่รถแล้วรีบขับออกไป

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ปราณบุรี ได้แกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี พบว่าคนร้ายถอดผ้าคลุมหน้าออก จนสามารถเห็นใบหน้าได้อย่างชัดเจน จึงนำกำลังเข้าไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 56 หมู่ 7 บ้านโรงโม่หิน ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ พบชื่อนายชวลิต กำลังนอนอยู่ในห้อง จึงได้เรียกให้ลุกขึ้น พร้อมแจ้งข้อหาว่าลักทรัพย์ ตอนแรกนายชวลิตไม่ยอมรับ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่นำภาพกล้องวงจรปิดมาให้ดู นายชวลิตถึงกับหน้าถอดสี พร้อมยอมรับ เจ้าหน้าที่จึงให้นายชวลิตนำไปชี้ที่ซ่อนถังแก๊สไว้ในอ่างน้ำข้างบ้าน และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีแดงดำ ทะเบียน 1กท 2338 ประจวบฯ หลังจากก่อเหตุผู้ต้องหาจึงได้นำทะเบียนรถมาติดเพื่ออำพราง จึงอายัดรถไว้

จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณร้านค้าที่ก่อเหตุ บ้านต้นไทร ต.หนองตาแต้ม ห่างจากหมู่บ้านที่ผู้ต้องหา ประมาณ 3 กิโลเมตร สำหรับนายชวลิต มีประวัติยาเสพติด เคยก่อเหตุลักทรัพย์มาหลายครั้ง เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหาลักทรัพย์ของผู้อื่นโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นการจับกุมตามกฎหมายต่อไป.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ช่างสักลายทั่วประเทศประชันฝีมือ ในงาน “Hua Hin Tattoo Festival 2024”

ช่างสักลายทั่วประเทศประชันฝีมือ ในงาน “Hua Hin Tattoo Festival 2024”

วันที่ 27 มกราคม 2567 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานเปิดงาน “Hua Hin Tattoo Festival 2024” งานประกวดรอยสักที่ใหญ่ที่สุดในโซนภาคใต้ ระหว่างวันที่ 27 – 28 มกราคม 2567 ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ มี น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหินแอสเสท จำกัด นายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน คณะผู้บริหารเทศบาลฯ แขกผู้มีเกียรติ ช่างสักและผู้ที่ชื่นชอบในศิลปะรอยสักทั่วประเทศกว่า 500 คนเข้าร่วมงาน เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองหัวหินให้คึกคักมากยิ่งขึ้น โดยบรรยากาศภายในงาน นอกจากจะได้พบกับพริตตี้สาวสวยและเน็ตไอดอลชื่อดังแล้ว ยังพบกับช่างสักแนวหน้าของเมืองไทยและต่างประเทศ ที่มาประชันฝีมือกันในการประกวดเพื่อค้นหาสุดยอดลายสักมาโชว์ให้ผู้ที่สนใจได้ชมผลงานการสักอย่างใกล้ชิด การประกวดแข่งขันสักลายสวยงามชิงแชมป์ทั้ง 18 ประเภท โดยผู้ชนะแต่ละรายการจะได้รับเงินรางวัลและเหรียญถ้วยรางวัลพระพิฆเนศ หล่อโลหะชุบทองเงินนาค ประกอบฐานไม้สักทอง ที่ผ่านพิธีการปลุกเสกแล้ว นอกจากนี้ยังมีการสาธิตและบริการรับสักลายตามร่างกายโดยช่างมืออาชีพแนวหน้าของเมืองไทย พร้อมชมนิทรรศการประวัติความเป็นมาของการสัก ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน รวมถึงร้านค้าและบูธจำหน่ายอุปกรณ์การสัก, เครื่องสักและสีอีกด้วย

นายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กล่าวว่า “การจัดกิจกรรมในวันนี้จะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทย การจัดงาน“Hua Hin Tattoo Festival 2024 ในครั้งนี้เป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้มาชมเสน่ห์ศิลปะของงานสัก เป็นการสร้างสีสันและส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองหัวหินให้คึกคักมากยิ่งขึ้น”.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อรรถพลเร่งแก้ไขปัญหาลิงแสมสร้างความเดือดร้อนในเขตเทศบาลหัวหิน ตามนโยบายรัฐมนตรี

อรรถพลเร่งแก้ไขปัญหาลิงแสมสร้างความเดือดร้อนในเขตเทศบาลหัวหิน ตามนโยบายรัฐมนตรี

วันที่ 27 มกราคม 2567 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ทางวิชาการด้านการบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาลิงในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ร่วมกับนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน ที่สำนักงานเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายเผด็จ ลายทอง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน คณะผู้บริหารเทศบาล และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายอรรถพล เจริญชันษา กล่าวว่า จากนโยบายของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้เร่งแก้ไขปัญหาสัตว์ป่า โดยเฉพาะลิงแสมที่ออกมาสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน วันนี้ได้ลงนามความร่วมมือ หรือ MOU ระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติฯ กับเทศบาลเมืองหัวหิน จากความตระหนักถึงปัญหาลิงแสมในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ สร้างผลกระทบทั้งด้านการดำรงชีวิต ด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในเขตเทศบาลเมืองหัวหินเป็นอย่างมาก ซึ่งลิงแสมเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 อยู่ในความดูแลและรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงร่วมมือกันดำเนินการบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาลิงในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ด้วยการทำหมันอย่างเป็นระบบและตามหลักวิชาการ การสร้างกรงพักพิงลิงสำหรับเป็นที่ปรับพฤติกรรมลิง และนำลิงที่ได้รับการทำหมันแล้วไปไว้ที่กรงพักพิงลิง เพื่อเตรียมการเคลื่อนย้ายลิงไปในสถานที่ที่เหมาะสม หรือสามารถปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป รวมถึงขณะนี้กรมอุทยานฯ กำลังแก้ไขระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวเพื่อให้ท้องถิ่นเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 เพื่อกระจายอำนาจให้พนักงานท้องถิ่นสามารถแก้ไขปัญหาลิงร่วมกับกรมอุทยานฯ ได้ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงานยิ่งขึ้น

สำหรับในเขตอำเภอหัวหิน มีประชากรลิงแสมประมาณ 5,000 ตัว ซึ่งปีนี้ได้มีการสำรวจจำนวนประชากรลิงแสมอย่างเป็นทางการ บริเวณเขาตะเกียบและเขาหินเหล็กไฟ นอกจากนี้เทศบาลเมืองหัวหินได้ตั้งงบประมาณสนับสนุนกรมอุทยานฯ ในการทำหมันลิงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2562 และทำหมันลิงไปแล้ว 3,300 ตัว เพื่อลดจำนวนประชากรลิงในอนาคต หลังจากทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้แล้ว จะร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

กุยบุรีส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงอาหารตำบลเขาแดง “เที่ยวสร้างสรรค์ สืบสานอัตลักษณ์ ประมงยั่งยืน”

กุยบุรีส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงอาหารตำบลเขาแดง “เที่ยวสร้างสรรค์ สืบสานอัตลักษณ์ ประมงยั่งยืน”

วันที่ 26 มกราคม 2567 นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวตำบลเขาแดง “เที่ยวสร้างสรรค์ สืบสานอัตลักษณ์ ประมงยั่งยืน” ภายใต้โครงการสนับสนุนขับเคลื่อนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2566 – 2570) ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารจังหวัดประจวบฯ มีนายไพศาล ช่อผกา นายอำเภอกุยบุรี น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายบัญชา เสือเหลือง นายก อบต.เขาแดง หัวหน้าส่วนราชการ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวประจวบฯ สมาคมประมงพื้นบ้านทุ่งน้อย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนให้การต้อนรับ พร้อมเยี่ยมชมร้านค้าชุมชนในพื้นที่และใกล้เคียงกว่า 50 ร้านค้า และชมการแข่งขันกีฬาของเยาวชนในพื้นที่อีกด้วย

โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ อบต.เขาแดง บูรณาการร่วมกับอำเภอกุยบุรี สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานประจวบฯ สมาคมประมงบ้านทุ่งน้อยและชุมชนประมงพื้นบ้านทุ่งน้อย เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารของประจวบฯ ร่วมกันขับเคลื่อนและผลักดัน Soft Power ตามนโยบายของรัฐบาล ส่งเสริมการท่องเที่ยวประมงพื้นบ้านของชายหาดบ้านทุ่งน้อยและเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประชาชนในตำบลเขาแดงและนักท่องเที่ยว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 27 มกราคม 2567 ที่บริเวณชายหาดบ้านทุ่งน้อย อ.กุยบุรี มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย ได้แก่ การทำความสะอาดชายหาด กิจกรรมปล่อยพันธุ์ปูม้า – หอยแครง ลงสู่ท้องทะเล การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลชายหาด ฟุตบอลชายหาด และตะกร้อชายหาดของคนในชุมชน พร้อมจัดเทศกาลอาหารทะเล การจำหน่ายสินค้าของชาวบ้าน การแสดงของเด็กนักเรียนจากโรงเรียนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง และการแสดงดนตรีจากวง Where Shell ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

บลูพอร์ตจัดมหกรรมดนตรีแจ๊สจากศิลปินชื่อดังระดับโลก ชมฟรี

บลูพอร์ตจัดมหกรรมดนตรีแจ๊สจากศิลปินชื่อดังระดับโลก ชมฟรี

ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ จัดงาน “Bluport Jazz Concert Mr. Igor Butman” ศิลปินระดับโลกพร้อมมามอบความสุขและรอยยิ้มให้ทุกท่าน โดยวัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในเมืองหัวหิน และสร้างความแน่นเฟ้นในโอกาสครบรอบ 125 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างไทยและรัสเซีย โดยศิลปิน อิกอร์ บุตแมน (Mr. Igor Butman) เป็นศิลปินแห่งชาติรัสเซีย นักดนตรีแจ๊สที่มีชื่อเสียงระดับโลก ผู้ควบคุมวง Moscow Jazz orchestra และได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติจากประธานาธิบดีรัสเซียในปี ค.ศ 2021 ที่ครั้งนี้มาพร้อมกับวงดนตรี Igor Butman Quintet ซึ่งเป็นวงที่รวบรวมนักดนตรีแจ๊สรุ่นใหม่ มากความสามารถจากรัสเซียมาด้วย Igor Butman Quintet เคยได้รับเชิญไปแสดงคอนเสิร์ตในสหรัฐอเมริกา และประเทศต่างๆ ในยุโรปและเอเชีย รวมทั้งร่วมแสดงในเทศกาลดนตรีแจ๊สนานาชาติที่มีชื่อเสียงทั่วโลก และนักดนตรีแจ๊สมากความสามารถ Oleg Akkuratov นักเปียโนและนักร้องนำ ผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ Sarah Vaughan International Jazz Vocal Competition 2018, Evgeny Pobozhiy มือกีตาร์ ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศจาก Herbie Hancock International Institute of Jazz Guitar Competition 2019, Nikolay Zatolochnyy มือดับเบิลเบส และ Eduard Zizak มือกลอง

น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหินแอสเสท จำกัด กล่าวว่า“หัวหินเป็นเมืองมีชื่อเสียงในเรื่องของดนตรีแจ๊สมาอย่างยาวนาน และเคยมีการจัดกิจกรรมที่มีนักดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาเล่นมากมาย การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีงามระหว่างสองประเทศ รัสเซียและประเทศไทยแล้ว ยังเป็นการสร้างสีสันให้กับเมืองหัวหิน กระตุ้นการท่องเที่ยว และปลุกความเป็นเมืองดนตรีของหัวหินขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อให้คนหัวหิน และนักท่องเที่ยวได้มาผ่อนคลายและร่วมฟังดนตรี เสพงานศิลปะ ไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่รู้ว่า รัสเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีชื่อเสียงในเรื่องดนตรี มีนักดนตรีฝีมือระดับโลกมากมาย ถือเป็นโอกาสอันดีที่คนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่หัวหินจะได้รู้จักรัสเซียในมุมมองเรื่องดนตรีมากขึ้นผ่านดนตรีแจ๊ส”

ภายในงานยังมีไฮไลท์พิเศษกับโชว์วาดรูปศิลปะไทย – รัสเซีย โดยอาจารย์วรรณวิมล เกษางาม ผู้อำนวยการโรงเล่นศิลปะ หมู่บ้านศิลปิน หัวหิน ร่วมกับศิลปินชาวรัสเซีย มีการออกบูธจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มจากร้านดังมากมาย มาให้ชิม ช้อป และดื่มด่ำไปกับความกลมกล่อมของบรรยากาศดนตรีแจ๊สในยามค่ำคืน จึงขอเชิญชวนชาวหัวหิน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมเฉลิมฉลองและดื่มด่ำกับดนตรีในงาน “Bluport Jazz Concert Mr. Igor Butman” ศิลปินแจ๊สระดับโลกและศิลปินแห่งชาติชาวรัสเซีย ในวันอาทิตย์ที่ 28 มกราคมนี้ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานเดอะสแควร์ บลูพอร์ตหัวหิน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.032 – 905111 หรือเฟซบุ๊ก : BluportHuaHinOfficial, Line official : @bluport.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ศาลเยาวชนและครอบครัว จัดโครงการศาลเยาวชนภาค 7 ร่วมใจ ห่วงใยเยาวชน

ศาลเยาวชนและครอบครัว จัดโครงการศาลเยาวชนภาค 7 ร่วมใจ ห่วงใยเยาวชน

วันที่ 25 มกราคม 2567 นายประยุทธ แก้วภักดี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนายชาญณรงค์ พานิชนันทนกุล ประธานผู้พิพากษาสมทบพร้อมคณะผู้พิพากษาสมทบ และข้าราชการศาลยุติธรรม เข้าร่วมโครงการ “ศาลเยาวชนภาค 7 ร่วมใจ ห่วงใยเยาวชน” (ALL FOR ONE) ซึ่งในครั้งนี้ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นเจ้าภาพ โดยมีนายตุลยวัต พรหมพันธ์ใจ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 เป็นประธานเปิดโครงการ ณ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 2 จังหวัดราชบุรี

นายประยุทธ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ศาลเยาวชนและครอบครัวทั่วประเทศมีนโยบายมุ่งให้ความยุติธรรมแก่เด็กและเยาวชนที่กระทำผิด ได้มีโอกาสปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อจะกลับไปสู่ความอบอุ่นของครอบครัว เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ ศาลเยาวชนและครอบครัวในภาค 7 จึงได้หมุนเวียนกันจัดโครงการ “ศาลเยาวชนภาค 7 ร่วมใจ ห่วงใยเยาวชน ” (AIl For One) ขึ้นเป็นประจำทุกเดือน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551เป็นต้นมา เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางกระบวนทัศน์ใหม่ของศาลเยาวชนและครอบครัว อันจะก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคีของเด็กและเยาวชนในการอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ มุ่งเน้นการสงเคราะห์ แก้ไข บำบัดฟื้นฟู สร้างแรงจูงใจให้แก่เด็กและเยาวชนในการปรับ เปลี่ยนพฤติกรรมตนเองให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น รู้สำนึกในการกระทำความผิด กลับตนเป็นคนดีของบิดา มารดา ผู้ปกครอง สังคมและประเทศชาติ โดยประสานความร่วมมือกับศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 2 จังหวัดราชบุรี ซึ่งผลการดำเนินโครงการที่ผ่านมา เด็กและเยาวชนได้ร่วมกันแสดงออกซึ่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ประสานสามัคคี รู้จักการทำงานเป็นทีม สนุกกับการทำกิจกรรมและได้ผ่อนคลายทางอารมณ์ มุ่งเน้นสร้างขวัญกำลังใจ ภายใต้แนวคิด “ความสุขกับชีวิตที่คิดบวก” ให้เด็กและเยาวชนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน สร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี ร่วมมือร่วมใจกันทำกิจกรรมให้เป็นผลสัมฤทธิ์ ก่อให้เกิดความรักความสามัคคีในหมู่คณะ และการรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อเพิ่มความพร้อมที่จะกลับไปสู่ความรักความอบอุ่นของครอบครัวต่อไป.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

รมว.กลาโหม เปิดโครงการมวยไทยและศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวในค่ายทหาร ชู Soft Power ไทย

รมว.กลาโหม เปิดโครงการมวยไทยและศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวในค่ายทหาร ชู Soft Power ไทย

ช่วงค่ำวันที่ 26 มกราคม 2567 นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดโครงการมวยไทยและศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวในค่ายทหาร ที่สนามเวทีมวยชั่วคราว กองบัญชาการศูนย์การกำลังสำรอง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ มี น.ส.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ นายปัญญา หาญลำยวง คณะกรรมการติดตามการใช้จ่ายงบประมาณของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ นายศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พล.ต.นิรินธน์ ปุณโณทก ผู้บัญชาการศูนย์การกำลังสำรอง หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดประจวบฯ และประชาชนจำนวนมากร่วมกิจกรรม โดยมีการแสดงศิลปะการต่อสู้แม่ไม้มวยไทย การแสดงกระบี่กระบอง การฉายวิดีทัศน์ เทรนนิ่งคอร์ส โดยสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ การแสดงแฟชั่นโชว์มวยไทย ซอฟต์พาวเวอร์ และการแสดงรำไหว้ครูมวยไทย โดยร้อยโทสมบัติ บัญชาเมฆ หรือบัวขาว นักมวยชื่อดัง จากนั้นมีการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่น รุ่นเด็ก 1 คู่ รุ่นเยาวชน 1 คู่ การแข่งขันมวยไทยสมัครเล่น 1 คู่ และการแข่งขันมวยไทยอาชีพ 10 คู่ ท่ามกลางบรรยากาศผู้ชมที่มาร่วมงานที่ตะโกนส่งเสียงเชียร์กันอย่างคึกคักสนุกสนาน ขณะที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา มีการจัดอบรมมวยไทยให้แก่กำลังพล

นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า มวยไทยเป็นพลังหลักของยุทธศาสตร์การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาติ ในบทบาทของ Soft Power ที่โดดเด่นที่สุดในขบวนการศิลปะวัฒนธรรม โครงการนี้จึงมีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และเป็นแรงผลักดันในการดำเนินงานมาตรการของภาครัฐไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย นอกจากนี้โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี เทิดไท้องค์ราชัน สืบสาน รักษาและต่อยอดตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งโครงการดังกล่าวจัดขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างกองทัพบก โดยศูนย์การกำลังสำรองกับสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และสหพันธ์มวยไทยนานาชาติ ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรกำลังพลของกองทัพบกเข้าสู่กระบวนการผู้ฝึกสอนมวยไทย และสร้างนักกีฬามวยไทยเพื่อส่งกำลังพลที่ได้รับการรับรองความรู้ ความสามารถไปทำหน้าที่ฝึกสอนในต่างประเทศ รวมทั้งเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ ซึ่งโครงการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันมวยไทยเข้าสู่กีฬาทหาร ทั้งระดับภายในประเทศและระดับกีฬาทหารโลก หรือเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ที่กำหนดให้ชนิดกีฬาที่จะได้รับการบรรจุแข่งขันเข้าสู่โอลิมปิกเกมส์ ต้องผ่านการแข่งขัน CISM มาก่อนจึงเท่ากับว่ากองทัพไทยมีส่วนร่วมในการผลักดันมวยไทยเข้าสู่โอลิมปิกเกมส์ด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ ลงพื้นที่บ้านหนองบัว พิจารณาคัดเลือกผู้ใหญ่บ้านแหนบทองคำ 2567

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ ลงพื้นที่บ้านหนองบัว พิจารณาคัดเลือกผู้ใหญ่บ้านแหนบทองคำ 2567

วันที่ 26 มกราคม 2567 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานกรรมการ ประเมินพิจารณารางวัลผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม (แหนบทองคำ) ระดับจังหวัด ประจำปี 2567 เพื่อประเมินผลงานผู้ใหญ่บ้านแหนบทองคำ มีหัวหน้าส่วนราชการ นายก อบต.ปากน้ำปราณ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้านและชาวบ้านในพื้นที่ให้การต้อนรับ ที่ศาลาหมู่บ้านหนองบัว ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ วันนี้ได้พิจารณาผลการดำเนินงานตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยระเบียบการพิจารณารางวัลกำนัน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน พ.ศ. 2546 และระเบียบกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจัดให้มีการมอบรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ที่มีผลการปฏิบัติหน้าที่ดีเด่นในรอบปีงบประมาณเป็นประจำทุกปี ในปีนี้จังหวัดประจวบฯ มีอำเภอที่เสนอชื่อผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ เข้ารับการพิจารณาคัดเลือกเข้ารับรางวัล ประจำปี 2567 รวม 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปราณบุรี เมืองประจวบฯ สามร้อยยอด และบางสะพาน

ในส่วนของอำเภอปราณบุรี ได้เสนอชื่อนายเลิศพันธ์ แก้วพิมพ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 บ้านหนองบัว อ.ปราณบุรี โดยคณะกรรมการประเมินฯ ซึ่งมาจากหลายหน่วยงานได้ซักถามแนวทางการดำเนินการของนายเลิศพันธ์ แก้วพิมพ์ ในหลายๆ ด้าน เช่น แนวทางการพัฒนาหมู่บ้าน การแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ การแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ โดยนายเลิศพันธ์ ได้ตอบข้อซักถามพร้อมนำเสนอผลงานที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ทั้งในระดับหมู่บ้าน ระดับอำเภอ ระดับจังหวัดแก่คณะกรรมการ ซึ่งทางจังหวัดโดยสำนักงานปกครองจังหวัดประจวบฯ จะแจ้งผลการพิจารณาให้คณะกรรมการฯ ทราบต่อไป

สำหรับนายเลิศพันธ์ แก้วพิมพ์ อายุ 32 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ถือเป็นผู้ใหญ่บ้านที่อายุยังน้อย อายุงาน 1 ปี 2 เดือน แต่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ผลงานดีเด่น ชนะเลิศแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองระดับจังหวัด รองชนะเลิศอันดับ 1 แผ่นดินธรรมแผ่นดินทองระดับเขต มีตำแหน่งทางสังคมหลายตำแหน่ง เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านหนองบัว, ประธานโครงการ หมู่ 4 Trash Stop, คณะกรรมการศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชนตำบลปากน้ำปราณ, ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านหนองบัว, คณะกรรมการทีมปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตำบลปากน้ำปราณ, กรรมการศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี เป็นต้น แนวคิดด้านการปกครอง การพัฒนา แบบสมัยใหม่ คิดเป็นระบบ พร้อมนำวิถีชาวบ้านและเกษตรกรแบบดั้งเดิมเข้ามาผสมผสานในการทำงานให้สอดคล้องกับยุคสมัย แต่มีคนรักและให้การยอมรับสูงมาก จึงเป็นตัวเต็งคนหนึ่งที่อาจได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจนี้.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อบต.อ่างทอง ขุดลอกคลองกำจัดผักตบชวาและวัชพืช เตรียมรับมือฤดูแล้ง

อบต.อ่างทอง ขุดลอกคลองกำจัดผักตบชวาและวัชพืช เตรียมรับมือฤดูแล้ง

วันที่ 24 มกราคม 2567 นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในคลองอ่างทอง ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก มีนายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก นายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายก อบต.อ่างทอง นายวิโรจน์ ทองเกิด ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว กำนันตำบลเขาล้าน นายชลิต เพ็ชรดี กำนันตำบลอ่างทอง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น ทหารชุด ฉก.จงอางศึก ตชด 146 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต.จิตอาสาอำเภอทับสะแก และข้าราชการ พนักงาน อบต.อ่างทอง อบต.นาหูกวาง เข้าร่วมกิจกรรม

สำหรับปัญหาความเดือดร้อนจากภัยแล้ง รัฐบาลมีนโยบายให้ขุดลอกคลอง กำจัดผักตบชวาและวัชพืชและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งภาคเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ อบต.อ่างทอง ได้เข้าดำเนินการเพื่อขุดลอกคลองกำจัดผักตบชวาและวัชพืช ซึ่งจะทำให้คลองดังกล่าวสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งที่จะมาถึง ช่วยเหลือเกษตรกรที่เพาะปลูกข้าว ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ ให้มีน้ำในการทำการเกษตรได้ตลอดฤดูกาลจนถึงฤดูเก็บเกี่ยว ทั้งนี้ นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น ได้ลงพื้นที่ดำเนินการขุดลอกคลองอ่างทองด้วยตัวเองเป็นระยะทางเกือบ 1,000 เมตร โดยได้รับการสนับสนุนรถแบ็คโฮและเรือท้องแบบดันผักตบชวา จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์) พร้อมร่วมทำความสะอาดริมทางสาธารณะ นอกจากนี้ยังได้มอบถุงยังชีพจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ของศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก ให้กับผู้ยากไร้ผู้สูงอายุอีกจำนวน 10 ชุดด้วย.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อำเภอกุยบุรีร่วมกับชลประทานเร่งปล่อยน้ำช่วยเหลือชาวบ้านเตรียมรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง

อำเภอกุยบุรีร่วมกับชลประทานเร่งปล่อยน้ำช่วยเหลือชาวบ้านเตรียมรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง

วันที่ 26 มกราคม 2567 จากกรณีของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์หลายอำเภอ ประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำใช้ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมและเลี้ยงสัตว์ เมื่อปี พ.ศ.2566 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้สวนทุเรียน ขนุน สับปะรด และเกษตรกรที่ประกอบอาชีพปลูกพืชผักสวนครัวได้รับความเสียหายและขาดรายได้นั้น

ดังนั้น เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายไพศาล ช่อผกา นายอำเภอกุยบุรี พร้อมด้วยนายชัยชาญ มูลมาก ปลัดอาวุโสอำเภอกุยบุรี นายชัยวุฒิ คุณาธิมาพันธ์ ปลัดอำเภอฝ่ายปกครอง นายศักดิ์สิทธิ์ พวงเพชร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน พร้อมชุดจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจอำเภอกุยบุรี ร่วมกับชลประทานปราณบุรี และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่อำเภอกุยบุรี นำรถแบคโฮและเครื่องจักรกล ขุดลอกคลองชลประทาน กำจัดวัชพืชและสิ่งปฏิกูลต่างๆ ที่กีดขวางทางน้ำ เพื่อเปิดทางเดินน้ำให้สามารถไหลได้สะดวก พร้อมกับใช้เครื่องสูบน้ำ ดูดผันน้ำจากคลองชลประทานที่ส่งน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนปราณบุรี เข้าสู่พื้นที่ทำการเกษตรของชาวบ้าน และดูดผันน้ำจากคลองกุยบุรีที่ไหลมาจากเขื่อนยางชุม เข้าสู่คลองส่งน้ำลงพื้นที่ทำการเกษตร เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งที่ใกล้จะมาถึงในปี พ.ศ.2567 นี้ โดยมีชาวบ้านหลายครัวเรือน ออกมาช่วยกันกำจัดเศษสวะและวัชพืชที่ปิดปกคลุมทางไหลของน้ำ รวมไปถึงประตูระบายน้ำคลองไส้ไก่ เพื่อให้ไหลเข้าสู่พื้นที่กักเก็บน้ำของชาวบ้านได้สะดวก พร้อมกับนำท่อนาคและรถไถนาติดเครื่องสูบน้ำ มาดูดน้ำจากคลองชลประทานเข้าไปเก็บกักตุนยังสระน้ำในพื้นที่ทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ของตนเอง เพื่อเป็นการสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งชาวบ้านต่างดีใจที่เห็นน้ำในคลองชลประทานสายนี้ไหลอีกครั้ง หลังจากที่คลองสายนี้ไม่เคยมีน้ำไหลมานาน

นายไพศาล ช่อผกา นายอำเภอกุยบุรี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา สถานการณ์ภัยแล้งในอำเภอกุยบุรียังไม่ถึงกับขั้นวิกฤติ คลองกุยบุรีมีน้ำไหลอยู่ตลอด ไม่เคยแห้ง ส่วนน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนยางชุมและเขื่อนวังเต็น มีปริมาณน้ำน้อย ประมาณ 40% ของความจุอ่าง เนื่องจากปีที่ผ่านมามีปริมาณฝนตกลงมาน้อย ทำให้พื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน ที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพปลูกพืช เลี้ยงสัตว์และทำนา อาจได้รับน้ำไม่ทั่วถึง เนื่องจากระดับน้ำมีน้อยและมีวัชพืช เศษสวะปกคลุมกีดขวางทางไหลของน้ำ ทำให้น้ำที่ไหลไปตามคลองส่งน้ำ ไหลได้ช้าในพื้นที่ตำบลกุยเหนือ ตำบลดอนยายหนู และตำบลกุยบุรี รวม 3 ตำบล 17 หมู่บ้าน จึงร่วมกับชลประทานและผู้บริหารท้องถิ่นเข้าช่วยเหลือชาวบ้าน ในพื้นที่ ที่มีแนวโน้มคาดว่าจะได้รับผลกระทบ เพื่อป้องกันและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งที่ใกล้จะมาถึงตั้งแต่เนิ่นๆ นอกจากนี้ยังได้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือกับพี่น้องเกษตรกร ให้งดการทำนาและการปลูกพืชที่ใช้น้ำมาก แล้วหันไปปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยเป็นการชั่วคราวแทน เมื่อมีน้ำอุดมสมบูรณ์แล้วค่อยกลับมาทำนาใหม่อีกครั้ง เพื่อเป็นการบรรเทาแก้ปัญหาให้ชาวบ้านสามารถผ่านช่วงฤดูแล้งนี้ไปได้

นางสมร สัตย์ซื่อ อายุ 67 ปี ชาวบ้านหมู่ 7 บ้านกุยเหนือ – หนองเตาปูน เปิดเผยว่า ครอบครัวตนมีอาชีพทำนา ปีนี้ต้องหยุดทำนา เพราะไม่มีน้ำเพียงพอ ต้องหันไปประกอบอาชีพรับจ้างแทน และถ้าหากผ่านพ้นฤดูแล้งไปแล้ว หากมีน้ำเพียงพอก็จะสามารถทำนาปรังได้ แต่ถ้ามีน้ำน้อย ก็จะทำนาได้เพียงปีละ 1 ครั้ง ซึ่งในปีที่ผ่านมาทำนาได้เพียงครั้งเดียว เมื่อชลประทานปล่อยน้ำมาให้ชาวบ้านได้ใช้ จึงดีใจมาก และได้ช่วยกันสูบน้ำเข้าไปเก็บไว้ในสระน้ำของวัด เพราะวัดไม่มีน้ำประปาใช้ ลำบากมาก และในช่วงแล้งจัด ชาวบ้านก็ได้อาศัยใช้น้ำจากสระของวัด แต่เมื่อน้ำในสระของวัดเหลือน้อย น้ำจะมีกลิ่นเหม็นมาก ชาวบ้านกับวัดก็จะลำบากในช่วงฤดูแล้ง

นายสมพงษ์ ตุ้มทอง อายุ 47 ปี เล่าว่า ตนทำเกษตรกรรมปลูกพืชผสมผสาน วันนี้ได้ร่วมกับเพื่อนบ้านที่ปลูกผักขาย ช่วยกันสูบน้ำเข้าไปกักเก็บไว้ใช้ในไร่สวนของตน เนื่องจากที่ผ่านมาชลประทานไม่ได้ปล่อยน้ำมาให้ใช้หลายเดือนเกือบครึ่งปีแล้ว ชาวบ้านในหมู่บ้านละแวกนี้ ส่วนใหญ่จะอาศัยน้ำทำการเกษตรจากคลองชลประทาน พอชลประทานมีการปล่อยน้ำ ชาวบ้านจึงได้รีบมาเก็บกักตุนน้ำไว้ใช้ เพราะคาดว่าปีนี้จะแล้งจัด ขนาดต้นปียังแล้งขนาดนี้ และเมื่อฤดูแล้งมาถึงจะขนาดไหน ถ้าฤดูแล้งไม่มีน้ำใช้ พืชผลที่ลงทุนมาก็จะได้รับความเสียหาย และขาดทุน

นายอิ้น หนวดพราหมณ์ นายก อบต.กุยเหนือ กล่าวว่า วันนี้นำรถแบคโฮมาขุดลอกคลอง เพื่อเปิดทางระบายน้ำให้ไหลเข้าสู่พื้นที่ทำการเกษตรของชาวบ้านได้สะดวก เพื่อเข้าไปเก็บในพื้นที่เก็บกักตุนน้ำไว้ใช้ช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากทางชลประทานปล่อยน้ำมาให้ชาวบ้านในพื้นที่แห่งนี้ใช้ ที่ผ่านมาชลประทานไม่ได้ปล่อยน้ำมาให้ชาวบ้านแถวนี้ใช้ประมาณ 2 ปีแล้ว.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน