Categories
ข่าว ทั้งหมด

“พัชรวาท” ปลื้มนักท่องเที่ยวเข้าอุทยานเขาสามร้อยยอด ปี 66 นับแสนคน สร้างรายได้ 13.4 ล้านบาท

“พัชรวาท” ปลื้มนักท่องเที่ยวเข้าอุทยานเขาสามร้อยยอด ปี 66 นับแสนคน สร้างรายได้ 13.4 ล้านบาท

วันที่ 26 มกราคม 2567 พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วยนางภาวินี ณ สายบุรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ มีนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์สาขาที่ 3 สาขาเพชรบุรี นายเวสารัช โสภณดิเรกรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 7 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายนิทัศน์ จันทร์ทอง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ และร่วมประชุมเพื่อติดตามแผนการบริหารจัดการพื้นที่อุทยานฯ ที่ห้องประชุมอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ศูนย์ศึกษาธรรมชาติบึงบัว

หลังจาก พล.ต.อ.พัชรวาท ได้รับทราบรายงานความเป็นมาของอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย ประกาศจัดตั้งเมื่อปี พ.ศ.2509 มีเนื้อที่ประมาณ 98.08 ตารางกิโลเมตร หรือ 61,300 ไร่ อยู่ในเขตอำเภอสามร้อยยอดและอำเภอกุยบุรี ภายในเขตอุทยานฯ มีจุดท่องเที่ยวจำนวน 11 จุด มีพื้นที่ชุ่มน้ำทุ่งสามร้อยยอด พื้นที่กว่า 43,260 ไร่ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ เป็นลำดับที่ 2,238 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2551 ซึ่งการบริหารจัดการพื้นที่มีกฎระเบียบการเข้าใช้พื้นที่อย่างชัดเจน มีการบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาธรรมชาติที่สำคัญ โดยสถิตินักท่องเที่ยวปีงบประมาณ 2566 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวรวม 129,730 คน เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 75,167 คน นักท่องเที่ยวต่างชาติ 54,563 คน สร้างรายได้เข้าอุทยานฯ 13,474,635 บาท

ทั้งนี้ ระบบนิเวศของพื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด มีความหลากหลาย ประกอบด้วยบึงน้ำจืด ป่าชายเลน หาดโคลน และหาดทราย ลักษณะภูมิประเทศรอบเทือกเขา เป็นทุ่งที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ ซึ่งบริเวณพื้นที่ราบมีลักษณะเป็นพื้นที่ราบที่มีน้ำขังตลอดปี อยู่ทางด้านตะวันตกของอุทยานแห่งชาติ เรียกว่า “ทุ่งสามร้อยยอด” มีเนื้อที่ประมาณ 70 ตารางกิโลเมตร ในอดีตเคยเป็นทะเลหรืออ่าว ต่อมาถูกปิดกั้นด้วยตะกอนและสันทราย ทะเลถอยร่นออกไป ได้รับอิทธิพลน้ำจืดจากแผ่นดิน โดยน้ำฝนเป็นแหล่งน้ำหลักที่เข้าสู่ทุ่ง และน้ำส่วนหนึ่งไหลมาจากเทือกเขาสามร้อยยอด มีการสะสมของตะกอนที่ราบลุ่ม ค่อยๆ กลายเป็นทุ่งน้ำกร่อยและทุ่งน้ำจืดตามลำดับ “ทุ่งสามร้อยยอด” ถือเป็นระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศไทย เป็นที่ราบลุ่มที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีน้ำขังหรือท่วมอยู่ถาวร ทั้งส่วนที่เป็นน้ำจืดและน้ำกร่อย มีระดับน้ำลึกเฉลี่ย 3 เมตร บริเวณบึงน้ำจืดเป็นพื้นที่เปิดโล่ง มีพืชลอยน้ำ หรือพืชใต้น้ำกระจายอยู่หนาแน่นเป็นที่อยู่อาศัยและขยายพันธุ์ของสัตว์นานาชนิด

ส่วนบึงบัวทุ่งสามร้อยยอด เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด มีทั้งส่วนที่เป็นน้ำจืดและน้ำกร่อย มีความหลากหลายทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ต่างๆ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกหลายชนิด ทั้งนกประจำถิ่น และนกอพยพตามฤดูกาล เช่น นกกระสาแดง เป็ดแดง นกอัญชันอกเทา นกอัญชันคิ้วขาว นกอีโก้ง นักท่องเที่ยวสามารถเดินบนสะพานไม้ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ มองเห็นความหลากหลายของพันธุ์ไม้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หญ้า มอสน้ำ จอก บัวหลวง แขม อ้อ ต้นธูปฤาษี สาหร่ายฉัตร สาหร่ายพุงชะโด หากเป็นช่วงฤดูออกดอกของบัว จะมีบัวแดงขึ้นเต็มพื้นน้ำ มีทั้งบัวหลวง บัวเผื่อน บัวผัน บัวสาย รวมทั้งสามารถใช้บริการนั่งเรือนำเที่ยวชมวิวบึงบัวทุ่งสามร้อยยอดได้เพื่อถ่ายภาพความสวยงามของธรรมชาติ.

Categories
กีฬา ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

หัวหินจัดเดินวิ่ง รักษ์เล#2 ส่งเสริมการท่องเที่ยวและทำบุญร่วมกันในวันมาฆบูชา

หัวหินจัดเดินวิ่ง รักษ์เล#2 ส่งเสริมการท่องเที่ยวและทำบุญร่วมกันในวันมาฆบูชา

วันที่ 26 มกราคม 2567 นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม ประธานกลุ่มเราเพื่อนกัน หัวหิน เปิดเผยว่า กลุ่มเราเพื่อนกัน ร่วมกับ ศูนย์การค้าหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ เตรียมจัดกิจกรรมเดินวิ่ง “รักษ์เล#2 หัวหินถิ่นมีหอย” เป็นครั้งที่ 2 ในวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองหัวหิน กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงวันหยุดยาวในวันมาฆบูชา ในรูปแบบครอบครัวได้มีโอกาสทำกิจกรรม ทำบุญร่วมกัน อีกทั้งเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนหันมาสนใจต่อการออกกำลังกาย และส่งต่อโครงการนี้เพื่อสังคมในอนาคต สำหรับรายละเอียดการจัดงานในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ เริ่มเวลา 17.00 น. เป็นต้นไป จุดเริ่มและจุดเข้าเส้นชัย ที่หน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน นอกจากนี้ยังมีการถวายสังฆทานและรับพรจากเจ้าคณะอำเภอหัวหิน จุดปล่อยตัวจากศูนย์การค้าหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ ระยะที่ 1 สักการะศาลเจ้าแม่ทับทิม ที่ 1.4 กิโลเมตร ระยะที่ 2 ปล่อยหอย ที่ 3.3 กิโลเมตร ระยะที่ 3 ขี่ม้าหัวหิน (กลับตัว) ที่ 4.4 กิโลเมตร และจุดสิ้นสุดที่ห้างหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ ที่ 5.9 กิโลมเมตร ค่าสมัครคนละ 499 บาท จะได้รับเสื้อที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของหัวหิน เป็นที่ระลึก 1 ตัว พร้อมรับกางเกงเมืองหัวหิน ลายหอย สื่อเรื่องราวของเมืองหัวหิน บนกางเกงคล้ายรูปแบบของกางเกงช้าง โดยมีต้นแบบมาจากกางเกงแมวของโคราช เพื่อให้เป็น Soft Power และสัญลักณษ์ของเมืองหัวหินอีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ FB : https://www.facebook.com/Raklayrun2022 หรือที่เคาน์เตอร์ศูนย์การค้าหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 พร้อมแถลงข่าวในเวลา 15.00 น.เป็นต้นไป คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 500 คน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พีพีพีให้งบ อบต.ช้างแรก ปรับรถตู้เป็นรถรับส่งผู้ป่วยไม่ฉุกเฉิน บริการคนไข้กลุ่มเปราะบาง

พีพีพีให้งบ อบต.ช้างแรก ปรับรถตู้เป็นรถรับส่งผู้ป่วยไม่ฉุกเฉิน บริการคนไข้กลุ่มเปราะบาง

วันที่ 25 มกราคม 2567 นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพานน้อย นายธิรวัฒน์ สุดจันทร์ นายก อบต.ช้างแรก นายพนม ศรีซ้อน สจ.เขตบางสะพานน้อย พ.ต.อ.ธฤต เรืองเดชา ผกก.สภ.บางสะพานน้อย นายธนวัตน์ ชื่นชอบทรัพย์ กำนันตำบลช้างแรก นายชัยทัศน์ วันชัย กรรมการผู้จัดการบริษัท พีพีพี กรีนคอมเพล็กซ์ จำกัด(มหาชน) พร้อมผู้เกี่ยวข้อง และชาวบ้าน ประมาณ 150 คน ร่วมรับมอบอุปกรณ์ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาพรถตู้เพื่อเป็นรถช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง กรณีไม่ฉุกเฉินของ อบต.ช้างแรก ที่ศาลาประชุมหมู่บ้าน หมู่ 3 ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายธิรวัฒน์ สุดจันทร์ กล่าวว่าได้รับเงิน 250,000 บาท จากบริษัท พีพีพี กรีนคอมเพล็กซ์ จำกัด (มหาชน) ปรับปรุงรถตู้ 12 ที่นั่ง ที่ใช้บริการผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ เป็นรถตู้พร้อมอุปกรณ์การแพทย์บางส่วน เพื่อรับส่งผู้ป่วยที่ไม่ฉุกเฉิน หรือผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง เนื่องจาก อบต.ช้างแรก ได้ตั้งศูนย์กู้ชีพ แต่มีรถฉุกเฉินจำนวน 1 คัน เพื่อรับผู้ป่วยฉุกเฉิน ดังนั้น อบต.ช้างแรก จึงได้ปรับปรุงรถคันดังกล่าวเพื่อบริการผู้ป่วยประเภทติดเตียง ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการเดินทางมาพบแพทย์

นายชัยทัศน์ วันชัย กล่าวว่าในฐานะผู้บริหารสูงสุดของบริษัท พีพีพี กรีนคอมเพล็กซ์ จำกัด มองถึงการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปพบแพทย์ และการเดินทางไปสถานพยาบาลตามแพทย์นัดนั้น มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพของประชาชน บริษัทฯ ได้ทราบถึงความจำเป็นและวัตถุประสงค์ของ อบต.ช้างแรก ที่ต้องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาพตู้ส่วนกลางของ อบต.ช้างแรก และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ จึงได้สนับสนุนเงิน 250,000 บาท เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ป่วยในกรณีไม่ฉุกเฉิน อีกทั้งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในตำบลช้างแรก ให้เข้าถึงการบริการให้ทันท่วงทีต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

บลูพอร์ตหัวหิน ดึงแอนโทเนียเดินผ้าไทย ต้อนรับเทนนิสไทยแลนด์โอเพ่น

บลูพอร์ตหัวหิน ดึงแอนโทเนียเดินผ้าไทย ต้อนรับเทนนิสไทยแลนด์โอเพ่น

ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ จัดกิจกรรมต้อนรับนักเทนนิสไทยแลนด์ โอเพ่น 2024 พรีเซนเต็ด บายอีเอ ด้วยการเดินแบบผ้าไทย เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทย เป็นซอฟต์พาวเวอร์อย่างหนึ่งให้ชาวต่างชาติได้รู้จักวัฒนธรรมไทย สร้างความประทับใจ เผยแพร่วัฒนธรรมและเอกลักษณ์ความเป็นไทย ผ่านกิจกรรมการเดินแบบแฟชั่นโชว์ผ้าไทยให้กับนักกีฬาที่มาเยือน รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ และเป็นการผลักดันให้เมืองหัวหิน เป็นเมืองแห่งศิลปะวัฒนธรรม สร้างเสน่ห์ให้ไทยแลนด์โอเพ่น นักเทนนิสและผู้ติดตามได้ช่วยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว และส่งเสริมภาพลักษณ์ของเมืองหัวหิน ดึงความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ของผ้าไทยให้ประจักษ์สู่สายตาคนทั่วโลก

ในวันอาทิตย์ที่ 28 มกราคม 2567 นี้ จะมีกิจกรรมการเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้แม่ไม้มวยไทย ที่เดอะเลเจ้นท์อารีน่า ชั้น 3 บลูพอร์ตหัวหิน โดยวิว เยาวภา บุรพลชัยอดีตนักกีฬาเทควันโด ฮีโร่ เหรียญทองแดงโอลิมปิค และการแสดงนาฏศิลป์ โดย ทีมงานนาฏศิลป์ ลูกไม้, นิทรรศการแฟชั่นและผ้าไทยโบราณ โดยอาจารย์สงคราม งามยิ่ง ครูศิลปินจากสถาบันส่งเสริม ศิลปะหัตถกรรมไทย, การแสดงแฟชั่นโชว์ เดินแบบชุดผ้าไหมไทยจากพราวไทย โดยนักกีฬาเทนนิสระดับโลก จากการแข่งขันไทยแลนด์โอเพ่น 2024 และไฮไลท์สำคัญของงานนี้คือโชว์ศิลปะการพันผ้าไทย โดยอาจารย์โสภาส ณ ตะกั่วทุ่ง สุดยอดศิลปินนักพันผ้าแนวหน้าของเมืองไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องแต่งกายและแฟชั่นประยุกต์ นำเทคนิคเครื่องนุ่งห่มของไทยสมัยก่อน มาเป็นหลักในการสร้างงานจากคุณแอนโทเนีย โพซิ้ว รองชนะเลิศอันดับหนึ่งมิสยูนิเวอร์ส 2023 มาร่วมเดินแบบในครั้งนี้ด้วย

บลูพอร์ตหัวหิน จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมชมความสง่างามแบบไทยๆ พร้อมช้อปผลิตภัณฑ์ต่างๆ และเอกลักษณ์ความเป็นไทยผ่านนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ ที่บริเวณโอเชียนฮอลล์ ชั้น B บลูพอร์ตหัวหิน ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม – 11 กุมภาพันธ์ 2567 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่บลูพอร์ตหัวหิน โทร.032 – 905111, เฟซบุ๊ก : Bluport Hua Hin Official หรือ Line: @Bluport.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

แสตมฟอร์ด ร่วมกับ 3 พันธมิตร จัดกาล่าดินเนอร์การกุศลระดมทุนช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส

แสตมฟอร์ด ร่วมกับ 3 พันธมิตร จัดกาล่าดินเนอร์การกุศลระดมทุนช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส

ช่วงค่ำวันที่ 23 มกราคม 2567 ที่ลานกิจกรรมด้านหน้าศูนย์การค้าหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ จ.ประจวบฯ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ร่วมกับสโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด สโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน และศูนย์การค้าหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ จัดงานราตรีการกุศลนานาชาติ“ชาวหัวหินร่วมใจ สานสายใยเพื่อสังคม”มีนายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย มร.เซล ดิลอน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด, มร.ไบรอัน แอนเดอร์สัน นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน, นายณัฐพล พรรณจ้อย นายกสโมสรโรทาแรคท์ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด, นางเบญจมาส อ่วมสอาด ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักศึกษาและองค์กรสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด วิทยาเขตหัวหิน – ชะอำ, คณาจารย์ นักศึกษา และแขกผู้มีเกียรติผู้ให้การสนับสนุน ทั้งชาวไทยและต่างชาติในชุดสวยงามกว่า 200 คน ให้การต้อนรับ

ในงานมีประกวดการแต่งกายและความสามารถพิเศษของนักศึกษา ในธีมราตรีสวมหน้ากากแฟนตาซี Masquerade Party การแสดง Cosplay Cover Dance ลูกหลานชาวหัวหิน จาก Varda by Sinee การโชว์ตัว “น้องนิ้งค์” น.ส.พรศิริกุล พั่วทา นางสาวไทยประจวบคีรีขันธ์ 2567 พร้อมรองฯ และ “น้องปลายฟ้า” น.ส.ปลายฟ้า ทองดอนพุ่ม มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2024 พร้อมรองฯ ที่เพิ่งได้รับตำแหน่งมาเดินเปิดตัวเป็นครั้งแรกที่งานนี้

นายณัฐพล พรรณจ้อย กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานคือการระดมทุนเพื่อให้กับสโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด องค์การนักศึกษา รวมไปถึงชมรมต่างๆ ได้นำทุนดังกล่าวไปจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสาธารณชน เพื่อสังคม โรงเรียนที่ยากจนและเด็กด้อยโอกาส ดังที่ได้ทำมาเป็นประจำต่อเนื่องทุกๆ ปี โดยในปีนี้โครงการแรก คือจะไปซ่อมแซมอาคารเรียนที่โรงเรียน ตชด.บ้านป่าหมาก อ.สามร้อยยอด และร่วมสร้างฝายกันน้ำให้หมู่บ้านป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน ในวันที่ 2 – 3 กุมภาพันธ์นี้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

บลูพอร์ต จัดงานค้นหาสุดยอดลายสักจากช่างสักฝีมือระดับโลก

บลูพอร์ต จัดงานค้นหาสุดยอดลายสักจากช่างสักฝีมือระดับโลก

ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน ต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้ที่หลงใหลในศิลปะรอยสัก และกลุ่มช่างสักทั่วไทยและกลุ่มช่างสักนานาชาติ กับงาน“Hua Hin Tattoo Festival 2024”เพื่อคนคลั่งรอยสักอย่างแท้จริง ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 28 มกราคม 2567 ตั้งแต่เวลา 9.30 น.เป็นต้นไป ณ ลานอีเว้นท์พอร์ต ชั้น 1 ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน งานนี้จัดเต็มเน้นๆ เอาใจคนที่ชอบศิลปะงานสัก โดยรวบรวมกลุ่มช่างสักชั้นนำของประเทศไทย และช่างสักชื่อดังจากทั่วโลกกว่า 100 ชีวิต โดยแต่ละท่านการันตีฝีมืองานสักจากช่างสัก ทั้งไทยและนานาชาติ ไฮไลท์ของงานจะมีการแข่งขันสักลายสวยงามชิงแชมป์ต่างๆ ทั้ง 18 ประเภท เพื่อชิงชัยความเป็นหนึ่งแห่งศิลปะการสักลายบนเรือนร่าง ผู้ชนะแต่ละรายการจะได้รับเงินรางวัลและเหรียญถ้วยรางวัลพระพิฆเนศ หล่อโลหะชุบทองเงินนาคประกอบฐานไม้สักทอง ตัดสินโดยคณะกรรมการศิลปินช่างสักจากหลายประเทศ

“Hua Hin Tattoo Festival 2024”จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองหัวหินให้คึกคักมากยิ่งขึ้น โดยบรรยากาศภายในงาน นอกจากจะได้พบกับพริตตี้สาวสวยและเน็ตไอดอลชื่อดังแล้ว ยังสามารถมาร่วมชมความเท่ห์ของกลุ่มรถฮาร์เล่ย์และช่างสักแนวหน้าของเมืองไทยและช่างสักต่างชาติ ที่ขนฝีมือมาประชันกันกับการประกวดเพื่อค้นหาสุดยอดลายสัก มาโชว์ให้ผู้ที่สนใจได้ชมผลงานการสักอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีการสาธิตและบริการรับสักลายตามร่างกาย โดยช่างมืออาชีพ รวมถึงร้านค้าและบูธจำหน่ายอุปกรณ์การสัก, เครื่องสัก และสี พร้อมชมนิทรรศการประวัติความเป็นมาของการสัก รวมถึงวิวัฒนาการตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน อย่าลืมมาพบกับกิจกรรมดีๆ และมาชื่นชมศิลปะบนเรือนร่างจากลายสักกันได้ ในงาน“ Hua Hin Tattoo Festival 2024 ระหว่างวันที่ 27 – 28 มกราคม 2567 ตั้งแต่เวลา 9.30 น.เป็นต้นไป ณ ลานอีเว้นท์พอร์ต ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 032 – 905111 หรือเฟซบุ๊ก : BluportHuaHinOfficial, Line official : @bluport.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หลายฝ่ายประชุมแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำประปาสองอำเภอ

หลายฝ่ายประชุมแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำประปาสองอำเภอ

วันที่ 23 มกราคม 2567 นายนิมิตร วงษ์จินดา นายบางสะพานน้อย เป็นประธานประชุมแก้ไขปัญหาอ่างเก็บน้ำช้างแรก ที่ผลิตน้ำประปาจ่ายให้ชาวอำเภอบางสะพานน้อยและอำเภอบางสะพานได้ใช้กัน 2 อำเภอ มีนายธิติวัฒน สุดจันทร์ นายก อบต.ช้างแรก นายพนม ศรีซ่อน สจ. นายปราโมศย์ ตั้งซุยยัง สจ.เขตอำเภอบางสะพานน้อย นายทรง ซ้อนสุวรรณ ผู้อำนวยการประส่วนภูมิภาคเขต 3 ราชบุรี นายศราวุธ สากล ผู้ อำนวยการสำนักงานทรัพยยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 2 นายสุชาติ สุดเสนาะ ผู้จัดการประปาส่วนภูมิภาค สาขาบางสะพาน นายนันทปรีชา คำทอง สมาชิกสภาเกษตรกรเขต 2 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยองค์กรส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้านประชาชนกว่า 100 คน ร่วมประชุมหาทางแก้ไขอ่างเก็บน้ำช้างแรกเพื่อผลิตน้ำประปาให้ประชาชน ขาดแคลน

เมื่อปี 2566 เกิดภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วงหลายเดือน ทำให้อ่างเก็บน้ำช้างแรกแห้งและไม่สามารถผลิตน้ำประปาจ่ายให้ทั้งสองอำเภอได้ ทำให้ประชาชนเจ้าของพื้นที่อำเภอบางสะพานน้อยเดือดร้อน ทั้งที่อ่างเก็บน้ำช้างแรกไม่มีน้ำผลิตน้ำประปา จึงได้เรียกประชุมหลายหน่วยงานเพื่อหาทางแก้ไข ทั้งอ่างเก็บน้ำและน้ำประปาที่จ่ายให้อำเภอบางสะพานและอำเภอบางสะพานน้อยไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน

นายนันทปรีชา คำทอง กล่าวว่าชาวบ้านในตำบลช้างแรกใช้น้ำได้เพียงประมาณ 13 เปอร์เซ็นต์จากน้ำทั้งหมด แต่นำน้ำไปใช้ที่อำเภออื่น ทำให้คนในพื้นที่อำเภอบางสะพานน้อย โดยเฉพาะตำบลช้างแรก พื้นที่ของอ่างเก็บน้ำ เกิดขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง ในที่ประชุมครั้งนี้ได้ให้สำนักงานการประปาติดตั้งวาล์วเปิดปิดน้ำ ระหว่างอำเภอบางสะพาน กับอำเภอบางสะพานน้อย เมื่อปริมาณปริมาณน้ำในอ่างเหลือ 50% ให้ปิดวาล์วน้ำ งดจ่ายให้อำเภอบางสะพานทันที และให้การประปาส่วนภูมิภาคจัดหาแหล่งน้ำสำรอง และขุดลอกก้นอ่าง ให้มีการบรรจุน้ำให้มากขึ้น ร่วมกับท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไร เพราะว่าเวลาวิกฤติการณ์น้ำ เราไม่มีแหล่งน้ำสำรองให้ขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลข้างอ่างเก็บน้ำ ที่จะดำเนินการหาน้ำเข้ามาสู่อ่างเก็บน้ำช้างแรก และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือให้จัดตั้งคณะกรรมการอ่างเก็บน้ำจากทุกภาคส่วน ทั้งส่วนราชการ ส่วนของประชาชน ภาคเอกชน เพื่อการศึกษาและทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมในการจัดการบริหารน้ำร่วมกัน ทั้งการประปาส่วนภูมิภาคก็รับหลักการนี้ในการประชุมครั้งนี้ เมื่อตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาน้ำเสร็จเรียบร้อย ต้องประชุมกันอีกครั้ง นายนันทปรีชา คำทองผู้ประสานงานประชุมในครั้งนี้ กล่าว.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เชือดแล้ว 2 ปั๊มในประจวบฯ หลังจากขายน้ำมันไม่เต็มลิตร

เชือดแล้ว 2 ปั๊มในประจวบฯ หลังจากขายน้ำมันไม่เต็มลิตร

วันที่ 22 มกราคม 2567 สำนักงานพลังงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำโดยนายนพดล สรวงประดิษฐ์ พลังงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย น.ส.ลดาวรรณ จันทรัตน์ วิศวกรชำนาญการ ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดย น.ส.ศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายพรพิมล สุวรรณวิโก นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ นายตรัยคุณ โชประการ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ และสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดเขต 0 – 6 เพชรบุรี โดย น.ส.จันทร์ทิพย์ เนียมเพราะ หัวหน้าสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดเขต 0 – 6 เพชรบุรี/นายตรวจชั่งตวงวัด พร้อมด้วย น.ส.ดนยา อยู่สบาย น.ส.นรีรัตน์ หลำร่ำไป นายวัชรวิชย์ สดแช่ม ผู้ช่วยนายตรวจชั่งตวงวัด ร่วมกันออกตรวจสอบปั๊มน้ำมัน 10 ยี่ห้อดัง ทั้งจังหวัดประจวบฯ โดยสุ่มตรวจยี่ห้อละ 1 แห่ง ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่ามีการจำหน่ายน้ำมันให้กับประชาชนผู้บริโภคเต็มลิตรหรือไม่ หลังจากที่มีประชาชนร้องเรียนว่าปั๊มน้ำมันยี่ห้อดังขายน้ำมันไม่เต็มลิตร

นายนพดล สรวงประดิษฐ์ พลังงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มีข้อสั่งการให้สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ประสานงานกับกรมธุรกิจพลังงาน และสั่งการให้สำนักงานพลังงานจังหวัดทุกจังหวัด ตรวจสอบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงทุกแห่งในแต่ละจังหวัด จากกรณีการจ่ายน้ำมันของสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งจ่ายน้ำมันให้ประชาชนไม่เต็มอัตราวัดของมาตรวัดต่อหนึ่งลิตร โดยกำหนดให้จังหวัดที่มีสถานีบริการน้ำมันประเภท ก และ ข จำนวนไม่เกิน 300 แห่ง ให้เข้าตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันจังหวัดละ 10 แห่ง ในการตรวจสอบให้ตรวจสอบจำนวนหัวจ่ายน้ำมัน จำนวนตู้จ่ายน้ำมัน ว่ามีการแก้ไขหรือตัดแปลงตู้จ่ายน้ำมัน หรือหัวจ่ายน้ำมันจากที่เคยได้รับอนุญาตหรือไม่ และให้ตรวจสอบเปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อนของปริมาณน้ำมันร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์

ทั้งนี้ได้เข้าตรวจสอบทุกหัวจ่ายปั๊มน้ำมันทั้ง 8 อำเภอ ประกอบด้วย 1. ปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาหัวหิน 2. ปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขากุยบุรี 3. ปั๊มน้ำมันเชลล์ สาขาปราณบุรี 4. ปั๊มน้ำมันบางจาก สาขาสามร้อยยอด 5. ปั๊มน้ำมันบางจาก สาขาบางสะพาน 6. ปั๊มน้ำมันซัสโก สาขาอ่าวน้อยเมืองประจวบฯ 7. ปั๊มน้ำมัน PT สาขาบางสะพานน้อย 8. ปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ สาขาทับสะแก 9. ปั๊มน้ำมันเกาะหลักออยล์ สาขาเมืองประจวบฯ และ 10. ปั๊มน้ำมันไชยพรแก๊ส 58 สาขากุยบุรี

ผลการตรวจสอบ 10 ปั๊ม จำนวน 58 ตู้จ่าย รวม 292 หัวจ่าย พบจ่ายน้ำมันเต็มลิตร 67 หัวจ่าย จ่ายไม่เต็มลิตร แต่ไม่เกินกฎหมายกำหนด 38 หัวจ่าย จ่ายน้ำมันเกิน 5 ลิตร แต่ไม่เกินกฎหมายกำหนด 175 หัวจ่าย จ่ายน้ำมันต่ำกว่าค่าเผื่อเหลือเผื่อขาด 1 หัวจ่าย นอกจากนี้ไม่สามารถตรวจสอบหัวจ่ายได้ เนื่องจากไม่มีการจำหน่ายน้ำมันชนิดนั้น จึงติดบัตรห้ามใช้ 10 หัวจ่าย และได้สั่งปรับปั๊มน้ำมันที่ทำผิดเงื่อนไขจำนวน 2 ปั๊มๆ ละ 20,000 บาท รวม 2 หัวจ่าย พร้อมผูกบัตรห้ามใช้ จนกว่าจะแก้ไขเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งผลสรุปส่วนใหญ่เต็มลิตร

น.ส.จันทร์ทิพย์ เนียมเพราะ หัวหน้าสำนักงานสาขาชั่งตวงวัด เปิดเผยว่า โทษกรณีใช้มาตรวัดที่ไม่ถูกต้อง มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากผลตรวจสอบพบว่ามีการดัดแปลงมาตรวัด มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 280,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนหัวจ่ายที่จ่ายน้ำมันเกิน ได้สั่งการให้แก้ไขให้ถูกต้องแล้ว ส่วนกรณีหัวจ่ายที่ไม่เต็มลิตร แต่ไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ได้ขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการให้มีการปรับตั้งค่าใหม่ให้เต็มลิตร เนื่องจากไม่ผิดกฎหมาย จึงไม่สามารถบังคับได้ พร้อมทั้งเข้มงวดกวดขันบริษัทจำหน่ายน้ำมัน หรือปั๊มน้ำมันที่เป็นเครือข่าย หรือปั๊มแฟรนไชส์ ในเรื่องการเติมน้ำมันเต็มลิตร หากพบว่ารายใดไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด เพื่อเป็นการดูแลผู้บริโภคในการเติมน้ำมัน.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เสี่ยโรงอวน ซิ่งมอเตอร์ไซค์เสียหลักตกสะพานดับ

เสี่ยโรงอวน ซิ่งมอเตอร์ไซค์เสียหลักตกสะพานดับ

เมื่อเวลา 06.30 น. ของวันที่ 22 มกราคม 2567 พ.ต.ท.จรัญ สุขสวัสดิ์ สารวัตรสอบสวน สภ.คลองวาฬ พร้อมด้วย ด.ต.สุเมธ พรหมสังคหะ ผบ.หมู่ ป.สภ.คลองวาฬ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจตู้ยามบริการประชาชนบ้านหนองหิน ร่วมกันไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ หลังจากเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถานได้รับแจ้งจากพนักงานเก็บขยะ อบต.คลองวาฬ ว่าพบรถจักรยานยนต์เสียหลัก ตกสะพานปูนข้ามห้วย และมีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนสายรอง ทางลอดอุโมงค์รถไฟ หมู่ 2 บ้านหนองหิน ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากสถานีรถไฟบ้านหนองหิน ประมาณ 200 เมตร

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบเรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีเทา ทะเบียนประจวบคีรีขันธ์ ตกอยู่บริเวณร่องน้ำ ในห้วยข้างทางโดยตัวรถพาดอยู่กับขอบสะพานปูน หน้ารถแตก ไฟหน้ารถหลุดออก บนพื้นถนนมีร่องรอยของรถเสียหลักล้ม แล้วไถลครูดไปกับพื้นถนน ระยะทางประมาณ 50 เมตร ใกล้กันพบผู้ขับขี่เสียชีวิตคาที่อยู่ในร่องห้วย มีเลือดอาบเต็มใบหน้า ขากรรไกรและคอหัก ทราบชื่อต่อมา คือนายบุญเลิศ จิตรบำรุงสกุล อายุประมาณ 65 ปี ตรวจสอบในร่างกายพบเงินสด 6,240 บาท บุหรี่ 1 ซอง และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นให้หน่วยกู้ภัยนำศพส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์อีกครั้ง

จากการสอบถามพนักงานเก็บขยะของ อบต.คลองวาฬ ผู้พบศพ เล่าว่า ขณะตนนำรถเก็บขยะของ อบต.ออกเก็บขยะตามจุดต่างๆ เมื่อขับรถผ่านบริเวณนี้ เห็นแสงไฟท้ายรถจักรยานยนต์ติดอยู่ในร่องห้วยข้างทาง จึงเกิดความสงสัยและเข้ามาดู ก็พบว่ามีรถเกิดอุบัติเหตุ มีผู้ได้รับบาดเจ็บนอนแน่นิ่งอยู่ข้างทาง จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจให้มาตรวจสอบ และบริเวณจุดนี้มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แต่ไม่เคยมีผู้เสียชีวิต

จากการสอบถามญาติผู้เสียชีวิต เล่าว่า ผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าของโรงงานอวน อยู่ใกล้กับสี่แยกไฟแดงบ้านหนองหิน ทุกๆ เช้าผู้เสียชีวิตจะขี่รถจักรยานยนต์ไปกินข้าวต้มเลือดหมูในตัวเมืองเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ ทุกวัน และมักจะเป็นคนที่ชอบขี่รถเร็ว คาดว่าน่าจะเสียหลักแฉลบล้ม เนื่องจากจุดเกิดเหตุมีดินทรายเต็มถนน หลังจากที่การรถไฟสร้างสะพานเกือกม้าข้ามทางรถไฟและทางลอดใต้อุโมงค์รถไฟเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ได้ปิดกั้นถนนห้ามไม่ให้ใช้สะพานข้ามคลองบริเวณจุดนี้แต่อย่างใด.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ ลงพื้นที่พิจารณาคัดเลือก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดีเด่น เพื่อรับรางวัลแหนบทองคำ

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ ลงพื้นที่พิจารณาคัดเลือก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดีเด่น เพื่อรับรางวัลแหนบทองคำ

วันที่ 22 มกราคม 2567 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานกรรมการ การประเมินพิจารณารางวัลผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม (แหนบทองคำ) ระดับจังหวัด ประจำปี 2567 ที่หมู่ 5 บ้านวังมะเดื่อ ต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบฯ เพื่อประเมินผลงานผู้ใหญ่บ้านแหนบทองคำ โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้านและประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ โดยวันนี้ได้พิจารณาผลการดำเนินงานของนายเกรียงไกร แก้วแก่นจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบฯ และนายมารุต ตั้งบูรพาจิตต์ กำนันตำบลกุยบุรีเหนือ ที่โรงเรียนบ้านปากเหมือง หมู่ 5 ต.กุยเหนือ อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ

ทั้งนี้จังหวัดประจวบฯ ได้ดำเนินการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยระเบียบการพิจารณารางวัลกำนัน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนันและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน พ.ศ. 2546 และระเบียบกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจัดให้มีการมอบรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ที่มีผลการปฏิบัติหน้าที่ดีเด่นในรอบปีงบประมาณเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้จังหวัดประจวบฯ มีอำเภอที่เสนอชื่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ เข้ารับการพิจารณาคัดเลือกเข้ารับรางวัล ประจำปี 2567 รวม 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองประจวบฯ กุยบุรี สามร้อยยอด และบางสะพาน ในวันนี้ คณะกรรมการประเมินฯ ซึ่งมาจากหลายหน่วยงาน ได้ซักถามแนวทางการดำเนินการของนายเกรียงไกร แก้วแก่นจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ห้วยทราย ในหลายด้าน เช่น แนวทางการพัฒนาในหมู่บ้าน การแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ การแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจในช่วงแพร่ระบาดโควิด – 19 การป้องกันการลักลอบเข้าพื้นที่จากประเทศเพื่อนบ้าน โดยนายเกรียงไกร แก้วแก่นจันทร์ ได้ตอบข้อซักถามพร้อมนำเสนอผลงานที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ทั้งในระดับหมู่บ้าน ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด แก่คณะกรรมการได้เป็นอย่างดี ซึ่งทางจังหวัดโดยสำนักงานปกครองจังหวัดประจวบฯ จะแจ้งผลการพิจารณาให้คณะกรรมการฯ ทราบต่อไป

สำหรับนายเกรียงไกร เเก้วแก่นจันทร์ มีผลงานและถูกแต่งตั้งทางสังคมหลายตำแหน่ง เป็นผู้ใหญ่บ้านที่มีแนวคิดด้านการปกครอง การพัฒนา แบบสมัยใหม่คิดเป็นระบบ พร้อมนำวิถีชาวบ้านและเกษตรกรแบบดั้งเดิมเข้ามาผสมผสานในการทำงานให้สอดคล้องกับยุคสมัย ถือเป็นผู้ใหญ่บ้านที่มีคนรักและให้การยอมรับสูงมาก จึงเป็นตัวเต็งคนหนึ่งที่อาจได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจนี้.