Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวบ้านยกเศียรพระเก่าใต้ต้นโพธิ์หน้าศาลากลาง ไปไว้ในวิหารหลวงพ่อเปี่ยมวัดเกาะหลัก

ชาวบ้านยกเศียรพระเก่าใต้ต้นโพธิ์หน้าศาลากลาง ไปไว้ในวิหารหลวงพ่อเปี่ยมวัดเกาะหลัก

กรณีที่มีชาวประมงพื้นบ้าน ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ นอนหวา หลังลากอวนติดเศียรพระเก่ากลางอ่าวประจวบฯ จากนั้นได้นำเศียรพระไปวางไว้ที่บริเวณโคนต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ ในสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ใกล้เขาช่องกระจก หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ตรวจสอบเบื้องต้น เป็นเศียรพระที่หล่อด้วยปูนขัดมัน พบเฉพาะส่วนที่เป็นศีรษะ สภาพเศียรด้านบนมีรอยบิ่นแตก ส่วนบริเวณใบหน้าและศีรษะโดยรอบยังมีสภาพสมบูรณ์ มีหอยเพรียงขนาดเล็กเกาะอยู่บริเวณโดยรอบ คาดว่ามีอายุมากกว่า 60 ปี

ต่อมาวันที่ 28 สิงหาคม นางขอ ศรีชัย อายุ 60 ปี หรือยายจ๋า แม่ค้าขายอาหารลิงบริเวณเขาช่องกระจก กล่าวว่าเศียรพระดังกล่าว มีชาวประมงพื้นบ้านที่พบนำมาวางไว้ที่บริเวณโคนต้นโพธิ์ หลังจากลากอวนหาปลาที่กลางอ่าวประจวบฯ ใกล้เขาช่องกระจก โดยอวนได้ลากติดเศียรของพระพุทธรูป มีน้ำหนักกว่า 40 กิโลกรัม จากนั้นได้นำไปไว้บริเวณสันเขื่อนกันคลื่น และกลับบ้าน ทำให้ชาวประมงคนดังกล่าวนอนไม่หลับ ฝันผวาทุกคืน จึงแนะนำให้นำเศียรพระที่พบไปไว้บริเวณโคนต้นโพธิ์และทำการกราบไหว้ขอขมา

นางขอ กล่าวว่า หลังจากมีการนำเศียรไปวางไว้ แต่ยังไม่มีหน่วยงานไปตรวจสอบ ตนขายอาหารลิงบริเวณใกล้เคียง เกรงว่าเศียรพระจะสูญหาย ส่วนตัวต้องการให้มีผู้สนใจ นำเศียรพระซึ่งเป็นของมีคุณค่าจากโคนต้นไม้ ไปเก็บไว้สถานที่เหมาะสม เนื่องจากบริเวณนี้เป็นที่อยู่อาศัยของลิงแสม และช่วงกลางคืนมักมีกลุ่มวัยรุ่น มาใช้พื้นที่หน้าถ้ำเขาช่องกระจกเป็นที่มั่วสุมอีกด้วย

นายสมรรถภณ เจริญศิลป์ หรือท็อป พระเครื่อง ประธานกลุ่มประจวบต้องดี กล่าวว่าได้ร่วมกับจ่าอากาศเอกเสกสรรค์ จันทร แกนนำเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่นประจวบฯ นำเศียรพระจากโคนต้นโพธิ์หน้าเขาช่องกระจก ไปไว้ที่โคนต้นโพธิ์ หน้าวิหารหลวงพ่อเปี่ยม วัดเกาะหลัก พระอารามหลวง จากนั้นพระในวัดแนะนำให้นำไปไว้ที่สำนักงานวัดเกาะหลัก ล่าสุดพระครูวิสุทธิรรมโสภิต หรืออาจารย์ไก่ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเกาะหลัก ได้แจ้งให้พระนำเศียรพระพุทธไปตั้งเก็บไว้ที่โต๊ะหมู่หน้าพระประธานในวิหารหลวงพ่อเปี่ยม เกจิอาจารย์ชื่อดังของเมืองประจวบฯ เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้ ก่อนที่จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องทางศาสนาต่อไป

นายสมรรถภณ กล่าวอีกว่า เมื่อทราบว่ายังไม่มีหน่วยงานใดสนใจ ทั้งที่ห่างจากศาลากลางจังหวัดไม่ถึง 100 เมตร และอยู่ในสวนเฉลิมพระเกียรติฯ จึงไปตรวจสอบเป็นเศียรพระเก่า ในฐานะตนเป็นชาวพุทธ เห็นว่าไม่ควรให้เศียรพระวางไว้ใต้ต้นไม้ที่มีเศษขยะจากการให้อาหารลิง ในช่วงกลางคืนอาจมีกลุ่มบุคคลที่เข้าไปในสถานที่ดังกล่าวไปยืนปัสสาวะรดเศียรพระโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งจุดที่วางเศียรใกล้กับถ้ำในเขาช่องกระจก มีรูปปั้นของพระนอนภายในถ้ำ ในอดีตมีพระจำวัด ส่วนประชาชนสามารถเข้าไปกราบสักการะได้ จากการดูแลของวัดธรรมิการามวรวิหาร แต่ปัจจุบันปล่อยถ้ำร้างไม่มีการพัฒนาให้มีความเหมาะสมเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เปิดถนนวัฒนธรรม 100 ปี ชุมชนหอนาฬิกาบางสะพานใหญ่ พร้อมชมมวยตับจาก

เปิดถนนวัฒนธรรม 100 ปี ชุมชนหอนาฬิกาบางสะพานใหญ่ พร้อมชมมวยตับจาก

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 27 สิงหาคม 2566 ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงานถนนสายวัฒนธรรมชุมชน 100 ปี หอนาฬิกา อ.บางสะพานใหญ่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัด พร้อมด้วยนายชาญวิทย์ อุณหสุทธิยานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ ร่วมเปิด เป็นการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวถนนสายวัฒนธรรม 100 ปี ที่ชุมชนหอนาฬิกา มีนายเลิศยศ แย้มพราย นายอำเภอบางสะพาน นายวิเชียร (กำนันโต้ง) เกตุงาม ประธานวัฒนธรรมอำเภอ กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ พร้อมด้วยนางสุรางค์ แซ่ตั้ง นายกเทศมนตรีตำบลกำเนิดนพคุณ กำนันสมหมาย ปานทอง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน คณะกรรมการวัฒนธรรมอำเภอบางสะพานร่วมพิธีเปิด

ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ กล่าวว่า ต้องการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวถนนสายวัฒนธรรมชุมชน 100 ปี ชุมชนหอนาฬิกา ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ของอำเภอบางสะพาน ที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ในการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยให้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์สามารถนำทุนทางวัฒนธรรมมาใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายวิเชียร เกตุงาม ประธานสภาวัฒนธรรมบางสะพาน กล่าวว่า การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวถนนสายวัฒนธรรม 100 ปี ชุมชนหอนาฬิกา จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทุกวันเสาร์ที่ 2 และวันเสาร์ที่ 4 ของทุกเดือน เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของอำเภอบางสะพาน ส่งเสริมให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนจากการท่องเที่ยว ส่งเสริม และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของชาวบางสะพาน บนถนนทองกำเนิด ชุมชนหอนาฬิกา ถนนคนเดิน ซึ่งมีสินค้าอาหารพื้นถิ่น ร้านค้าของกิน ผลิตผลพืชผัก ผลไม้ทางการเกษตรที่ปลอดสารพิษ ของใช้ เสื้อผ้า หลากหลาย มีการแสดงจากชุมชนและ นักเรียน โดยเฉพาะชุดรำวงมหาดไทย ที่ประกวดระดับประเทศได้ที่ 1 และชุดระบำร่อนทอง มีการออกบูทโชว์ศิลปะวัฒนธรรมโบราณ หาดูได้ยากจากชุมชน โดยเฉพาะไฮไลท์ของงานคือมวยตับจาก ที่ปิดตาชก นำโดยชมรมอนุรักษ์มวยไทยบางสะพาน โดยอาจารย์โยธิน อิสรภาพ นักมวยชื่อดังในอดีตเป็นผู้จัดชกมวยตับจากครั้งนี้.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวประมงพบเศียรพระกลางทะเลประจวบฯ หลังลากอวนได้แต่ไม่กล้าเอาขึ้นจากน้ำ นอนผวาหลายคืน

ชาวประมงพบเศียรพระกลางทะเลประจวบฯ หลังลากอวนได้แต่ไม่กล้าเอาขึ้นจากน้ำ นอนผวาหลายคืน

วันที่ 27 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บริเวณต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับแจ้งว่ามีชาวประมงพื้นบ้านนำเศียรพระเก่าแก่มาวางไว้บริเวณโคนต้น และทำพิธีขอขมา เมื่อไปถึงชาวประมงคนดังกล่าวไม่สะดวกที่จะออกสื่อ และเดินทางกลับไปแล้ว

จากการตรวจสอบพบเศียรพระที่หล่อสร้างขึ้นด้วยปูนขัดมัน มีเฉพาะส่วนที่เป็นศีรษะเท่านั้น โดยสภาพของเศียรพระที่พบด้านบนบริเวณศีรษะมีรอยบิ่นแตก ส่วนบริเวณใบหน้าและศีรษะโดยรอบบริเวณจุดอื่นๆ ยังมีสภาพสมบูรณ์ มีหอยเพรียงขนาดเล็กเกาะอยู่บริเวณโดยรอบ คาดว่ามีอายุมากกว่า 60 – 100 ปี ซึ่งถูกชาวประมงพื้นบ้านที่พบ นำมาวางไว้ที่บริเวณโคนต้นโพธิ์ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีชาวบ้านส่วนหนึ่งมาถ่ายภาพกราบไหว้ขอโชคลาภ และจดป้ายทะเบียนรถซาเล้งของชาวประมงนำไปเสี่ยงโชค

ยายจ๋า แม่ค้าขายอาหารลิงบริเวณเขาช่องกระจก เล่าว่า คนที่นำเศียรพระมาวางไว้ที่บริเวณโคนต้นโพธิ์ เป็นหนุ่มชาวประมง อาศัยอยู่ที่คลองวาฬ ได้มาปรึกษากับตนว่าเมื่อ 2 – 3 วันที่ผ่านมา ได้ลากอวนหาปลาที่บริเวณกลางอ่าวประจวบฯ ช่วงโค้งเขาช่องกระจก และอวนได้ลากติดเศียรของพระพุทธรูป ซึ่งมีน้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัมติดขึ้นมา และได้นำมาวางไว้บริเวณขอบเขื่อนกันคลื่นในทะเล แต่ไม่กล้าเอาขึ้นมาบนบก่อนกลับบ้าน แต่หลังจากนั้นชาวประมงคนดังกล่าวนอนไม่หลับ ฝันผวาทุกคืน จึงได้มาปรึกษากับตน จึงได้แนะนำไปว่าให้เอาเศียรของพระท่านที่พบขึ้นมาจากน้ำไว้บนบก บริเวณโคนต้นโพธิ์และขอขมา ขอพร ขอโชคลาภ จะเป็นสิริมงคลกว่าเอาท่านไว้ในทะเล และหลังจากชาวประมงคนดังกล่าวได้เอาเศียรพระ มาไว้บริเวณโคนต้นโพธิ์แล้ว จึงรีบกลับบ้านไปด้วยความกลัวจะถูกกล่าวหาว่าไปขโมยเศียรพระมา

นายนพดล คูหาทอง อายุ 57 ปี พ่อค้าขายขนมหวานแยกสถานีตำรวจเมืองประจวบฯ เปิดเผยว่า ตนอาศัยอยู่ที่เมืองประจวบฯ แห่งนี้ตั้งแต่เกิดและในสมัยเด็กๆ เมื่อประมาณ 50 ปีก่อน บริเวณอ่าวประจวบฯ และบริเวณโค้งเขาช่องกระจก ยังไม่มีเขื่อนกันคลื่น เป็นเพียงหาดทรายและบริเวณที่พื้นด้านล่างของเขาช่องกระจกฝั่งทะเล จะมีถ้ำ มีรูปปั้นของพระ และพระนอนอยู่ภายในถ้ำ สามารถเข้าไปกราบสักการะได้ ในสมัยก่อนนั้นยังมีพระจำพรรษาอยู่ภายในถ้ำ และต่อมาถูกน้ำทะเลซัดทรายเข้ามาทับถมภายในถ้ำจนตื้นเขินเกือบปิดสนิท ปัจจุบันไม่สามารถเข้าไปในถ้ำได้ ส่วนสาเหตุเศียรพระไปอยู่ในทะเลได้อย่างไร ตนก็ไม่ทราบ และสันนิษฐานว่าเศียรพระที่พบอาจเป็นเศียรพระที่เคยอยู่บริเวณเขาช่องกระจกแห่งนี้ก็เป็นได้.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลประจวบฯ จัดโครงการวิ่งชมแสงแรก ทะเลสวยที่อ่าวประจวบคีรีขันธ์

เทศบาลประจวบฯ จัดโครงการวิ่งชมแสงแรก ทะเลสวยที่อ่าวประจวบคีรีขันธ์

เมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 27 สิงหาคม 2566 นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการวิ่งชมแสงแรก ทะเลสวยที่อ่าวประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งกองส่งเสริมการท่องเที่ยวเทศบาลเมืองประจวบฯ ได้ร่วมกับห้างหุ้นส่วนจำกัด เจเคสปอร์ต อีเว้นท์แอนด์คอมมูนิเคชั่น จัดขึ้นที่บริเวณสวนสาธารณะ หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ริมชายหาดทะเลอ่าวประจวบฯ มีประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมวิ่งชมแสงแรกครั้งนี้จำนวนมาก ทั้งในระยะทาง 5 กิโลเมตร และระยะทาง 10 กิโลเมตร

ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางกีฬา และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความสวยงามของอ่าวประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นสถานที่เหมาะสมกับการวิ่งออกกำลังกาย รวมทั้งประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ และสถานที่ท่องเที่ยวเชื่อมโยงในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการที่พัก โรงแรม ร้านอาหาร และร้านขายของฝากสินค้าชุมชน เป็นต้น

กิจกรรมดังกล่าวนี้ หลังจากหักค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งแล้ว จะมอบให้เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์เพื่อสนับสนุนการจัดหาม้านั่งให้กับนักท่องเที่ยว ณ บริเวณจุดพักชมวิวอ่าวประจวบฯ และกิจกรรมอื่นๆ ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว และอีกส่วนหนึ่งได้มอบเงินสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันให้กับนักเรียนโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองบัว เป็นต้น

นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า กิจกรรมวิ่งชมแสงแรก ทะเลสวยที่อ่าวประจวบคีรีขันธ์ในวันนี้ เป็นนโยบายที่ผมให้ความสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และประชาสัมพันธ์อ่าวประจวบฯ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ของเมืองประจวบฯ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการต่างๆ ในเขตเทศบาล รวมทั้งส่งเสริมและรณรงค์การออกกำลังกายสร้างเสริมสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงในยามเช้า.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ลิเดีย – แมทธิว ส่งท้ายแคมเปญ “Elegance of Thai Women” อิ่มอร่อยกับมื้ออาหารสุดพิเศษที่ห้างบลูพอร์ต หัวหิน

ลิเดีย – แมทธิว ส่งท้ายแคมเปญ “Elegance of Thai Women” อิ่มอร่อยกับมื้ออาหารสุดพิเศษที่ห้างบลูพอร์ต หัวหิน

วันที่ 27 สิงหาคม 2566 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน พร้อมเป็นสถานที่แห่งการเฉลิมฉลองความสุขของผู้คนในทุกเทศกาลมอบประสบการณ์ความสุขและความประทับใจในทุกช่วงเวลา ผ่านพื้นที่ภายในบลูพอร์ตหัวหิน โดยเดือนสิงหาคมนี้ บลูพอร์ตหัวหิน ได้จัดแคมเปญภายใต้ชื่อ “Elegance of Thai Women” เพื่อดึงความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ของหญิงไทยให้ประจักษ์สู่สายตาคนทั่วโลก ผ่านนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งเดือน สำหรับกิจกรรมส่งท้ายปิดแคมเปญ “Eleagance of Thai Women” เป็นกิจกรรมจาก You Hunt We Cook โดยเชฟมากฝีมือจากกูรเม่ต์ ที่ได้มารังสรรค์เมนูสุดพิเศษให้คู่แม่ – ลูก ทั้ง 5 คู่ มีช่วงเวลาอันแสนพิเศษ ร่วมกับครอบครัวคนดัง คุณลิเดียและคุณแมทธิว

น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหินแอสเสท จำกัด กล่าวว่า “แคมเปญ Elegance of Thai Women” ที่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับเทศกาลวันแม่และเดือนของผู้หญิง ทุกๆ กิจกรรมที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับที่ดีจากทุกท่านเป็นอย่างมาก และในกิจกรรมส่งท้ายแคมเปญนี้ ตั้งใจที่จะจัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า Top Spender ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุด 5 ท่านแรก ให้มาร่วมรับประทานอาหารกับเมนูสุดพิเศษ โดยเชฟจาก You Hunt We Cook และยังเป็นการสนับสนุนให้ครอบครัว คู่แม่ลูก ได้ทำกิจกรรม และมีช่วงเวลาอันแสนพิเศษร่วมกัน ส่งท้ายแคมเปญด้วยความประทับใจในเทศกาลวันแม่ปีนี้อีกด้วย เรียกได้ว่านอกจากจะอิ่มอร่อยกับอาหารหลากหลายชนิดที่ทางเชฟได้เตรียมมาให้แล้ว ยังเต็มอิ่มกับกิจกรรมที่ช่วยสร้างช่วงเวลาดีๆ ร่วมกับครอบครัว ส่งท้ายเทศกาลวันแม่และเดือนของผู้หญิงในปีนี้อีกด้วย.

ข่าวแนะนำ
Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดแข่งขันทักษะวิชาการด้านหุ่นยนต์ ชิงถ้วยพระราชทาน กรมสมเด็จพระเทพฯ

ประจวบฯ จัดแข่งขันทักษะวิชาการด้านหุ่นยนต์ ชิงถ้วยพระราชทาน กรมสมเด็จพระเทพฯ

วันที่ 27 สิงหาคม 2566 ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการแข่งขันทักษะวิชาการด้านหุ่นยนต์ โครงการนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ และอากาศยานไร้คนขับ (Rakwittaya Robotics Game 2023 : Theme Ocean Protection) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีนายทรงศักดิ์ โต๊ะทอง ศึกษาธิการจังหวัดประจวบฯ น.ส.ณภัชชา สุวรรณศรี รองผู้อำนวยการโรงเรียนรักษ์วิทยา นายอมรเทพ อ่วมมีเพียร ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน คณะกรรมการ คณะครูนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ประมาณ 500 คนร่วมแข่งขันที่ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

โรงเรียนรักษ์วิทยา อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ ร่วมกับชมรมครูหุ่นยนต์ไทย ชมรมวิทยาการหุ่นยนต์แห่งประเทศไทย และบริษัท เอ็มรีพับบลิค อีเว้นท์ จำกัด (ในนามผู้แทนลิขสิทธิ์ส่วนงานประเทศไทยการแข่งขันหุ่นยนต์ในระดับนานาชาติ) จัดการแข่งขันทักษะวิชาการด้านหุ่นยนต์ โครงการนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์และอากาศยานไร้คนขับ ประจำปี 2566 ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนและเยาวชนในระดับปฐมวัย ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้และเพิ่มประสบการณ์ด้านหุ่นยนต์ โครงการนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์และอากาศยานไร้คนขับ พร้อมแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 4 ถ้วยรางวัล ระหว่างวันที่ 25 – 27 สิงหาคมนี้ มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 260 คน 188 ทีม มาจากโรงเรียนทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย

โดยแบ่งการเข่งขันออกเป็น 12 รายการ ชิงถ้วยพระราชทาน 4 รายการ ได้แก่ 1.หุ่นยนต์บังคับมือรักษ์ชายหาด แบบขาเดินควบคุมด้วยรีโมทแบบสาย (ระดับประถมศึกษา) 2.หุ่นยนต์บังคับมือรักษ์ชายหาด เคลื่อนที่ด้วยล้อควบคุมรีโมทแบบสาย (ระดับมัธยมศึกษา) 3.หุ่นยนต์อัตโนมัติรักษ์ชายหาด Robot Gathering (ระดับมัธยมศึกษา) 4.โครงงานหุ่นยนต์ รักษ์ – ดิน น้ำ ลม ไฟ (ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา) / แข่งขันชิงถ้วยเกียรติยศ 8 รายการ ได้แก่ 1.หุ่นยนต์ม้าวิ่งเร็วปั่นพลังงานไฟฟ้าด้วยมือ (ระดับปฐมวัย – ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2) 2.หุ่นยนต์บังคับมือเตะจุดโทษ รีโมทแบบสาย (ระดับชั้นประถมศึกษา – ระดับชั้นมัธยมศึกษา) 3.หุ่นยนต์บังคับมือสู้แบบขา 2 ตัว ควบคุมด้วยรีโมทแบบสาย (ระดับมัธยมศึกษา) 4.หุ่นยนต์ Sumo 500 g. Remote Control (ระดับชั้นประถมศึกษา) 5.หุ่นยนต์ Sumo 1,000 g. Remote Control (ระดับชั้นมัธยมศึกษา) 6.หุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติ Line following Robot (ระดับชั้นประถมศึกษา – ระดับชั้นมัธยมศึกษา) 7.หุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติทำภารกิจ Mission Challenge (ระดับชั้นมัธยมศึกษา) และ 8.อากาศยานไร้คนขับ FPV Racing Simulator (ระดับชั้นมัธยมศึกษา) นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัด Work Shop อบรมเชิงปฏิบัติการสร้างหุ่นยนต์หกขาบังคับมือ ให้กับนักเรียนและเยาวชนที่มีความสนใจโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยโรงเรียนรักษ์วิทยา ชมรมครูหุ่นยนต์ไทย ชมรมวิทยาการหุ่นยนต์แห่งประเทศไทย และบริษัท เอ็มรีพับบลิค อีเว้นท์ จำกัด จัดทีมงานและวิทยากรในการอบรมในครั้งนี้

สำหรับผลการแข่งขันชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ชนะเลิศประเภทหุ่นยนต์บังคับมือรักษ์ชายหาด แบบขาเดินควบคุมด้วยรีโมทแบบสาย (ระดับประถมศึกษา) ได้แก่ ทีมแปดริ้วโรโบช็อป จากชมรมแปดริ้วโรโบช็อป / ชนะเลิศประเภทหุ่นยนต์บังคับมือรักษ์ชายหาดเคลื่อนที่ด้วยล้อควบคุมรีโมทแบบสาย (ระดับมัธยมศึกษา) ได้แก่ ทีม WMS5 จากโรงเรียนเวียงมอกวิทยา จ.ลำปาง / ชนะเลิศประภทหุ่นยนต์อัตโนมัติรักษ์ชายหาด Robot Gathering (ระดับมัธยมศึกษา) ได้แก่ ทีม CKB จากโรงเรียนทิวไผ่งาม กรุงเทพฯ / ชนะเลิศโครงงานหุ่นยนต์ รักษ์ – ดิน น้ำ ลม ไฟ (ระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา) ได้แก่ ทีม PDS ROBOT – 2 จากโรงเรียนสาธิตพหลโยธินรามินทรภักดี จ.ราชบุรี โดยผู้ชนะเลิศทั้งหมดเข้ารับรางวัลถ้วยรางวัลพระราชทาน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองอธิบดี เปิดโครงการภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างแฟชั่นอย่างยั่งยืน

รองอธิบดี เปิดโครงการภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างแฟชั่นอย่างยั่งยืน

วันที่ 27 สิงหาคม 2566 นายชูชีพ พงษ์ไชย รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างแฟชั่นอย่างยั่งยืน ที่ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน จ.ประจวบฯ มีว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ, นายดำรงค์ มากระจัน พัฒนาการจังหวัด, นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน, นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดหัวหิน, นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ, นายอมรเทพ อ่วมมีเพียร ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับเข้าร่วมงาน พร้อมชมนิทรรศการผ้าไทยและการเดินแบบผ้าไทยผ้าพื้นถิ่น จากนายแบบนางแบบกิตติมศักดิ์ จำนวน 30 คน ท่ามกลางความสนใจของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ กล่าวว่า จังหวัดประจวบฯ จัดทำโครงการภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างแฟชั่นอย่างยั่งยืน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการส่งเสริมการใช้ผ้าไทย ผ้าพื้นถิ่น รณรงค์ส่งเสริมอัตลักษณ์ความเป็นไทย และการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย พระองค์ท่านทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการอนุรักษ์พื้นฟูผ้าทอชนิดต่างๆ ทั้งผ้าฝ้ายและผ้าไหม เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้มีรายได้อย่างยั่งยืน และเพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ส่งเสริมการใช้และสวมใส่ผ้าไทย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG Model ของรัฐบาล และกระแสแฟชั่นที่ยั่งยืน สนับสนุนให้ประชาชนใช้แฟชั่นที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง โดยทำเสื้อผ้าที่มีความทนทานและอายุการใช้งานนานขึ้น หรือกระบวนการผลิตใช้สารเคมีในการย้อมน้อยลง เน้นการใช้สีจากธรรมชาติที่มีในท้องถิ่น เพื่อสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมแฟชั่น หนึ่งในนั้น คือการซ่อมแซมและการนำเสื้อผ้ากลับมาใช้ใหม่ เป็นสิ่งที่เรียกว่าเศรษฐกิจหมุนเวียน

จังหวัดประจวบฯ มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการใช้สีจากธรรมชาติแก่กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการด้านผ้า โดยบูรณาการร่วมกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อพ.สธ.) ในการใช้พืชประจำจังหวัดและพืชประจำถิ่นที่สามารถให้สีได้ แต่จังหวัดมีข้อจำกัดในการผลิตผ้า คือมีกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการด้านผ้าน้อย กลุ่มที่มีศักยภาพในการทอผ้า มีเพียงแค่กลุ่มเดียว คือกลุ่มสตรีทอผ้าบ้านเขาเต่า ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 “มาตรการ ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย” จังหวัดได้ร่วมกันวางแผนทบทวนว่าหากจะรณรงค์ให้ประชาชนสวมใส่ผ้าจังหวัด ต้องมีกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการงานผ้าที่มีสินค้าพร้อมจำหน่าย จึงเป็นที่มาของการสนับสนุนงบประมาณให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ไปจัดฝึกอบรมโครงการเพิ่มทักษะการทำผ้ามัดย้อมและการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อม และโครงการพัฒนาศักยภาพการแปรรูปผ้า เพื่อพัฒนาสู่ ผ้าไทยใส่ได้ทุกวัย ใส่ได้ทุกวัน ซึ่งทั้งสองโครงการที่จัดฝึกอบรมนั้นได้ประสบผลสำเร็จที่นำมาจัดแสดงในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นชุดที่แสดงแบบในโซนนิทรรศการที่เป็นผลงานจากโครงการพัฒนาศักยภาพการแปรรูปผ้าเพื่อพัฒนาสู่ “ผ้าไทยใส่ได้ทุกวัย ใส่ได้ทุกวัน” กลุ่มผ้ามัดย้อมที่ย้อมสีธรรมชาติจากต้นไม้ประจำจังหวัด คือ ต้นเกด การย้อมสีจากเปลือกต้นโกงกาง ต้นสนทะเล สีจากเปลือกมะพร้าว หรือแม้แต่สีจากดินในท้องถิ่น เช่น ดินจากผาฝั่งแดง อ.บางสะพานน้อย หรือดินสีทองจากดินคลองร่อนทอง อ.บางสะพาน เป็นต้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พุทธศาสนิกชนนับพันคนทำบุญครบรอบ 19 ปี การประดิษฐานหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ วัดห้วยมงคล

พุทธศาสนิกชนนับพันคนทำบุญครบรอบ 19 ปี การประดิษฐานหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ วัดห้วยมงคล

วันที่ 27 สิงหาคม 2566 พระพิศาลสิทธิคุณ หรือท่านเจ้าคุณไพโรจน์ ปภัสสโร เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ได้จัดพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์จำนวน 500 รูป มีพระครูวิจิตรธรรมวิภัช เจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดบุษยะบรรพต นำคณะสงฆ์จากวัดต่างๆ ในเขตเพชรบุรี – ประจวบฯ และพระสงฆ์จากประเทศศรีลังกาออกรับบิณฑบาตที่บริวณลานหน้าหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเนื่องในโอกาสครบรอบ 19 ปี การประดิษฐานหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ พระนามาภิไธยย่อ สก โดยมีนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดหัวหิน และพุทธศาสนิกชนนับพันคนร่วมในพิธี พร้อมกันนี้ในช่วงบ่ายมีพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อนำรายได้ไปบูรณะศาสนสถานภายในวัดห้วยมงคลต่อไป

สำหรับวัดห้วยมงคล แต่เดิมใช้ชื่อว่าวัดห้วยคต ต่อมาในปี 2495 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินมาตั้งโครงการพระราชดำริแห่งแรกขึ้น และทรงได้พระราชทานนามใหม่จาก “ห้วยคต” เป็น “ห้วยมงคล” ต่อมา พล.อ.วิเศษ คงอุทัยกุล รองสมุหราชองครักษ์มีดำริที่จะสร้างหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งหล่อด้วยโลหะผสม หน้าตักกว้าง 9.9 เมตร สูง 11.5 เมตร บนฐานสูง 3 ชั้น เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมทั้งกราบบังคมทูลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร เททองหล่อองค์หลวงพ่อทวด เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2547 และพระราชทานพระราชานุญาตให้คณะกรรมการจัดสร้างอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อ สก ขึ้นประดิษฐานที่หน้าองค์รูปหล่อองค์หลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ตั้งแต่นั้นมา ปัจจุบันวัดห้วยมงคลเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ในแต่ละวันจะมีประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางมากราบสักการะหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่กันเป็นจำนวนมาก.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รถเก๋งเสียหลักเสยท้ายหกล้อพังยับ แต่คนขับรอดปาฏิหาริย์

รถเก๋งเสียหลักเสยท้ายหกล้อพังยับ แต่คนขับรอดปาฏิหาริย์

เมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. ของวันที่ 25 สิงหาคม 2566 ร.ต.อ.หญิง รัตนาภรณ์ ทองจีน รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายใน เหตุเกิดบริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ หลักกิโลเมตรที่ 311 + 900 ใกล้แยกไฟแดง ถนนเกาะหลัก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย ด.ต.จักรพงษ์ อินทนพ ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองประจวบฯ เจ้าหน้าที่สายตรวจ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบฯ พร้อมอุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง และลุงนึกประจวบรถยก รุดไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน ซันนี่ สีเทา ทะเบียน ภอ – 8699 กรุงเทพฯ ชนอัดติดอยู่กับท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ คลุมผ้าใบ ยี่ห้อฮีโน่ 500 สีน้ำเงิน ทะเบียน 83 – 0820 เพชรบูรณ์ สภาพท้ายรถหกล้อด้านขวาพังเสียหาย บังโคลนล้อหัก ส่วนรถเก๋งพังยับเสียหายเกือบทั้งคัน ฝากระโปรงรถด้านหน้าและหลังคาเก๋งฉีกขาด มีชิ้นส่วนรถและกระจกแตกกระจัดกระจายเกลื่อนถนน ผู้ขับขี่ติดคาอยู่ภายในรถไม่สามารถออกมาได้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง งัดประตูรถ นำผู้ขับขี่อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณขาและใบหน้าเล็กน้อย ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์

เบื้องต้นจากการสอบถามนายพัฒนวัฒน์ อายุ 37 ปี ผู้ขับขี่รถบรรทุกหกล้อ เล่าว่าได้ขับรถบรรทุกเฟอร์นิเจอร์มาจากกรุงเทพฯ กำลังมุ่งหน้าไปส่งที่อำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ขณะที่จอดรถติดไฟแดงอยู่ จู่ๆ ก็มีรถเก๋งพุ่งเข้ามาชนท้ายรถของตนเสียงดังสนั่น จึงได้จอดรถลงมาถามคนขับว่าเป็นอะไรหรือไม่ คนขับรถเก๋งตอบมาว่าวูบหลับไป ตนจึงโทรเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน และจะสอบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้นอีกครั้งต่อไป.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ทรูอารีน่า จับมือมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์หัวหิน ยกระดับบุคลากรสู่มาตรฐานสากล

ทรูอารีน่า จับมือมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์หัวหิน ยกระดับบุคลากรสู่มาตรฐานสากล

วันที่ 26 สิงหาคม 2566 ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ผู้แทนภาครัฐ, ดร.พรชณิตย์ แก้วเนตร รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศและลูกค้าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษาหัวหิน, รศ.พัชรี สวนแก้ว รองอธิการฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษาหัวหิน และ มร.พอล ชาร์ คิงส์ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ทรูอารีน่า หัวหินสปอร์ตคลับ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อพัฒนาหลักสูตรอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการสาขาธุรกิจการบิน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เพื่อเป็นการขับเคลื่อนเมืองหัวหินสู่ความเป็น World Class Wellness Destination The Initiative Campaign SDU Fit to Fly โดยในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับการผลิตบัณฑิตสาขาธุรกิจการบิน หลักสูตรอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ให้ได้มาตรฐานด้านการบริการ มีบุคลิกภาพที่ดี ทั้งภายนอกและภายในความสมบูรณ์ทางด้านร่างกายและจิตใจ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมเป็นสักขีพยาน ที่ ยิมเนเชียม 100 พลัส ทรู อารีน่า หัวหิน สปอร์ตคลับ จ.ประจวบฯ

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษาหัวหิน ได้เล็งเห็นว่า ทรูอารีน่า หัวหินสปอร์ตคลับ ซึ่งเป็นสปอร์ตคลับชั้นนำ มีความพร้อมด้านการออกกำลังกายแบบครบวงจร ประกอบด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพ มีอุปกรณ์และเทคโนโลยีด้านฟิตเนสที่ทันสมัย มีคลาสการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยม มี 100 พลัสฮอลล์ อาคารยิมเนเซียมขนาด 36 x 22 เมตร สามารถปรับเป็นได้ทั้งสนามบาสเกตบอล วอลเลย์บอล แบดมินตันและฟุตซอล สามารถประยุกต์ใช้เป็นสถานที่จัดงานอีเว้นท์รองรับกีฬาในร่มหลากหลายประเภท มีสนามเทนนิส 11 คอร์ทมาตรฐาน สนามเทนนิสขนาด 40, 20 เมตร จุผู้ชมได้ถึง 5,088 คน เหมาะสำหรับจัดการแข่งขันทัวร์นาเมนท์ระดับโลก เช่น WTA และ ATP เป็นสนามเทนนิสแบบลดระดับ (Sunken court design) เพียงแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากสนาม Australian Open’s Rod Laver Arena เก้าอี้กรรมการตัดสินถูกออกแบบในรูปแบบเดียวกัน พร้อมป้ายสกอร์บอร์ดที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนและที่นั่งผู้ชมที่ใกล้ชิดกับสนาม เพื่อให้สามารถชมการแข่งขันได้อย่างเต็มอรรถรส ระบบไฟสนามที่ให้ความสว่างถึง 1,800 ลักซ์ รับประกันได้ว่าผู้ชมจะสามารถชมการแข่งขันอย่างชัดเจนได้ในทุกช่วงเวลา ภายในสนามยังมีศูนย์ถ่ายทอดสดระบบความละเอียดสูงและศูนย์สื่อมวลชน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สนามฟุตบอลในระดับเอเชียรองรับกีฬากลางแจ้ง ซึ่งจะทำให้การพัฒนาบุคลิกภาพของบัณฑิต อาจารย์ และนักศึกษามีการพัฒนาที่สูงขึ้น

การร่วมมือบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการพัฒนาหลักสูตรอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และบริการสาขาธุรกิจการบินของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตด้วยแล้ว ยังเป็นการยกระดับเมืองท่องเที่ยวเมืองหัวหิน ซึ่งนับว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวในระดับต้นๆของประเทศไทย การผลิตบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้ยกระดับเมืองหัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมาตรฐานการบริการเพิ่มขึ้นอีกด้วย.