Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

หัวหินส่งมอบตราสัญลักษณ์“2023 Green Destinations Top 100 Stories”ให้ ททท.ช่วยประชาสัมพันธ์

หัวหินส่งมอบตราสัญลักษณ์“2023 Green Destinations Top 100 Stories”ให้ ททท.ช่วยประชาสัมพันธ์

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน จ.ประจวบฯ เทศบาลเมืองหัวหิน ร่วมกับ สมาคมธุกิจท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ ได้จัดพิธีส่งมอบตราสัญลักษณ์และประกาศนียบัตร“หัวหินแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แห่งของโลก (2023 Green Destinations Top 100 Stories) ให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยมีนายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้แทนผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นผู้รับมอบ มี ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ น.ส.สุรัชสานุ์ ทองมี ผู้อำนวยการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคกลาง สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. หรือ TCEB นายชูวิทย์ มิตรชอบ รองผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. และนายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมการเสวนาในหัวข้อต่างๆ พร้อมด้วยนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ

ทั้งนี้เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เมืองหัวหินใปยังเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวโลก รวมถึงการเผยแพร่ข่าวสารไปยังนักท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศให้เกิดการรับรู้อย่างกว้างขวางและดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาสู่ประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจ ถึงหลักการพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนในมิติด้านการท่องเที่ยวที่ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับเมืองหัวหินให้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับสากล (world Class Preferred Destination) และการประกาศเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป

นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การได้รับรางวัลหัวหินแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แห่งของโลก (2023 Green Destinations Top 100 Stories) ของเทศบาลเมืองหัวหิน จะเป็นก้าวย่างสำคัญที่มีความหมายในการขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวหัวหินอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการสื่อสารภาพลักษณ์การเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างมีความสุข ตามนโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ และ ททท. ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณหน่วยงานปกครองท้องถิ่นเทศบาลเมืองหัวหิน ภาคชุมชน และภาคีเครือข่ายภาคประชาชนที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนเมืองหัวหินไปสู่หมุดหมายแห่งความยั่งยืนจนเป็นที่ยอมรับของประชาชน ซึ่ง ททท.สำนักงานประจวบฯ จะใช้โอกาสสำคัญนี้เป็นอีกกลไกหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ในด้านการตลาดและการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ต่อไป

สำหรับ รางวัล Green Destinations Top 100 Stories เป็นการจัดอันดับโดยหน่วยงานระดับโลก Green Destinations Foundation ประเทศเนเธอร์แลนด์ ร่วมกับคณะผู้จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก ITB (Internation Tourism Borse) กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ที่ให้การยอมรับในระดับนานาชาติว่าแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับคัดเลือกนี้จะได้รับการประชาสัมพันธ์ไปยังเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงการเผยแพร่ข่าวสารไปยังนักท่องเที่ยว มีผลให้เกิดการรับรู้ทางการตลาดได้อย่างกว้างขวาง ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามาสู่ประเทศไทย สำหรับเกณฑ์การตัดสินจะแบ่งออกเป็น 6 หมวดหมู่ด้วยกัน ได้แก่ Good Practice Story, Business & Marketing, Culture & Tradition, Environment & Climate, Government Reset & Recovery, Nature & Scenery และ Thriving Communities และในปี 2023 ประเทศไทยได้รับรางวัลถึง 4 แห่ง ที่สามารถติด TOP 100 ได้แก่ 1.เมืองเก่า จังหวัดสุโขทัย 2.ในเวียง จังหวัดน่าน 3.คลองท่อม จังหวัดกระบี่ 4.หัวหิน จังหวัดประจวบฯ ซึ่งการประกาศผลครั้งนี้จะช่วยให้แหล่งท่องเที่ยวของอำเภอหัวหิน กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งความยั่งยืนสำหรับนักท่องเที่ยวที่แสวงหาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พบซากแพะหลายตัว ถูกทิ้งข้างถนน

พบซากแพะหลายตัว ถูกทิ้งข้างถนน

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานจากชาวบ้านที่เดินหาของเก่า ว่าพบซากแพะหลายตัว ถูกโยนทิ้งในร่องน้ำริมถนน สายบายพาส ปราณบุรี – ชะอำ หลักกิโลเมตรที่ 43 – 600 ฝั่งขาขึ้นกรุงเทพฯ บริเวณจุดกลับรถและเป็นที่จอดพักรถ ต.วังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงประสานเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอปราณบุรี ให้มาตรวจสอบ

จากการตรวจสอบบริเวณร่องน้ำริมถนน ลึกลงไปประมาณ 3 เมตร พบซากแพะถูกโยนกองรวมกัน 5 ตัว อยู่ในพงหญ้าทั้งหมดเป็นตัวผู้ อายุ 2 – 3 ปี ตรวจสอบตามตัวไม่พบบาดแผลแต่อย่างใด สภาพท้องเริ่มขึ้นอืด คาดว่าน่าจะตายมาประมาณ 5 – 6 ชั่วโมง ตรวจสอบรอบๆ พบร่องรอยหญ้าข้างทางเป็นร่องรอยลากลงไปและมีเศษฟางตกอยู่

น.ส.เขมิกา ฐาปนกุลพงษ์ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอปราณบุรี กล่าวว่าหลังจากได้รับแจ้งได้เดินทางมาตรวจสอบ พบว่าแพะที่ตาย น่าจะเกิดจากการเคลื่อนย้ายและมีการตาย แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้เพราะว่าแพะไม่มีเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ หรือเบอร์ที่หูสัตว์ คาดว่าน่าจะตายตั้งแต่เมื่อคืน ส่วนสาเหตุที่ตาย น่าจะเกิดจากเบียดทับกันมา เพราะบรรทุกมาจำนวนมาก เกิดการตายในระหว่างการเคลื่อนย้าย และที่ไม่เอาซากแพะตายไปด้วย เพราะว่าเวลาผ่านด่านแล้วถูกตรวจพบว่ามีแพะตาย จะต้องชี้แจงว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ทำให้ไม่อยากเสียเวลา หลังจากนี้จะนำซากแพะทั้งหมดไปฝังกลบ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคต่อไป.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวบางสะพานน้อย ยื่นหนังสือขอขบวนรถด่วนพิเศษ ให้จอดสถานี

ชาวบางสะพานน้อย ยื่นหนังสือขอขบวนรถด่วนพิเศษ ให้จอดสถานี

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 นายเสน่ห์ หินศรี ข้าราชการบำนาญและตัวแทนภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่สถานีรถไฟบางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมชาวบ้านประมาณ 150 คน เพื่อขอให้ขบวนรถด่วนพิเศษ ดีเซลราง สายกรุงเทพอภิวัฒน์ – สุราษฎร์ธานี และสายสุราษฎร์ธานี – สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ จอดรับส่งผู้โดยสารที่สถานีรถไฟบางสะพานน้อย มีนายประมวล พงษ์ถาวราเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 3 เดินทางมารับหนังสือ โดยมีนายสุทิน ประเสิฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพานน้อย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกว่า 15 นาย เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อย

นายเสน่ห์ หินศรี กล่าวว่า ปัจจุบันอำเภอบางสะพานน้อยมีประชากรรวมทั้งสิ้น 41,771 คน ที่ผ่านมาประชากรส่วนใหญ่ใช้และผูกพันกับการเดินทางโดยสารรถไฟ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะมีความปลอดภัย ประหยัด และปัจจุบันภาพรวมมูลค่าทางเศรษฐกิจภาคเกษตรกรรม 2,500 ล้านบาทต่อปี และมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวมากกว่า 120,000 คนต่อปี เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมากมาย เช่นเกาะทะลุ เกาะสิงห์ เกาะสังข์ อันเป็นพื้นที่ดูปะการังที่มีความสมบูรณ์สุด มีชายหาดที่สะอาดและสวยงามยาว 45 กิโลเมตร เทศกาลดูนกเหยี่ยว เป็นต้น

“เมื่อรัฐบาลมีนโยบายและดำเนินการโครงการรถไฟรางคู่ ซึ่งชาวอำเภอบางสะพานน้อยรู้สึกดีใจ ว่าจะสามารถใช้โอกาสนี้ในการร่วมพัฒนาเมือง วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ ตลอดจนที่สำคัญคือการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ โดยเดินทางด้วยรถไฟ มาเป็นปัจจัยหลักของการพัฒนา” นายเสน่ห์กล่าว

นายอารวุฒิ ว่องไวรุด ชาวบ้านบางสะพานน้อย กล่าวว่า ที่ผ่านมา การใช้บริการรถไฟโดยเฉพาะสองขบวนดังกล่าวนั้น คนบางสะพานน้อยที่ใช้บริการ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มครั้งละประมาณ 300 บาท เพราะต้องไปลงรถไฟที่สถานีบางสะพานใหญ่ จากนั้นต้องให้ญาติ หรือต้องจ้างรถยนต์ไปรับที่สถานีรถไฟบางสะพานใหญ่ หากการรถไฟให้ขบวนรถไฟที่เป็นรถด่วนพิเศษ จอดที่สถานีบางสะพานน้อย น่าจะสร้างความสะดวกและลดรายจ่ายให้กับชาวอำเภอบางสะพานน้อยได้

นายประมวล พงษ์ถาวราเดช กล่าวว่า หลังรับหนังสือจากชาวบ้านแล้ว จะนำหนังสือไปยื่นต่อผู้ว่าการรถไฟ เพื่อพิจารณาตามที่ชาวบ้านร้องขอ ซึ่งตนมีความกังวลใจว่าหากขบวนรถไฟทั้งสองขบวนนี้จอดแล้วไม่มีผู้ใช้บริการ ก็จะเสียโอกาส

นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพานน้อย กล่าวว่าขอเป็นกำลังใจให้ชาวบางสะพานน้อยที่มายื่นหนังสือดังกล่าว แต่จะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือของคนบางสะพานน้อยด้วยเช่นกัน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

สภาวัฒนธรรมหัวหิน ร่วมกับห้างมาร์เก็ตวิลเลจ จัดประกวดหนูน้อยวัฒนธรรมชิงเงินรางวัลมากมาย

สภาวัฒนธรรมหัวหิน ร่วมกับห้างมาร์เก็ตวิลเลจ จัดประกวดหนูน้อยวัฒนธรรมชิงเงินรางวัลมากมาย

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานแถลงข่าวงานประกวดหนูน้อยวัฒนธรรม ประจำปี 2566 ที่ชั้น 3 ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมมีการลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน โดยนางลิษา อึ้งเห่ง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน กับศูนย์การค้าหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ โดยนายอมรเทพ อ่วมมีเพียร ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมปลูกฝังให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มีจิตสำนึกรักชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ มีนางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม อุปนายกสมาคมธุรกิการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน

การประกวดหนูน้อยวัฒนธรรมประจำปี 2566 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ที่ชั้น 3 ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน โซนด้านหน้าเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ เริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ด้วยการแต่งกายชุดไทยสมัยสุโขทัย อยุธยาหรือรัตนโกสินทร์ หรือชุดที่แสดงถึงการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมไทย รอบแรกเป็นการประกวดในชุดไทยสมัยต่างๆ หรือชุดที่แสดงถึงการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมไทย รอบสอง การแสดงความสามารถพิเศษที่แสดงออกถึงศิลปะวัฒนธรรมไทยและความเป็นไทยของหนูน้อย ผู้ชนะเลิศหนูน้อยวัฒนธรรม จะได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล สายสะพาย และมงกุฎ, รองอันดับ 1 รับเงินรางวัล 4,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล สายสะพาย รองอันดับ 2 รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล สายสะพาย, รางวัลชมเชย อีก 2 รางวัล รับเงินรางวัลละ 1,000 บาท, รางวัลการแสดงศิลปะวัฒนธรรมยอดเยี่ยม รับเงินรางวัล 2,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและสายสะพาย, รางวัลหนูน้อยวัฒนธรรมขวัญใจมวลชน รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและสายสะพาย เปิดรับสมัครแล้วจนถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 ที่บริเวณประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน หรือสอบถามที่โทร 032 – 618865 หรือ 063 – 9698959.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.เพชรบุรี เชิญชมการแสดง 100 ปี มัทนะพาธา ระดมทุนบูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

ททท.เพชรบุรี เชิญชมการแสดง 100 ปี มัทนะพาธา ระดมทุนบูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 น.ส.เอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรี ขอเชิญชวนแต่งกายตามพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ 6 เข้าชมการแสดงการอ่านบทพระราชนิพนธ์มัทนะพาธา หรือตำนานแห่งดอกกุหลาบ ประกอบการแสดงและดนตรี ในวันเสาร์ที่ 25 และวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน เวลา 17.00 น. ณ สวนมัทนะพาธา พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยรายได้ทั้งหมดเพื่อการอนุรักษ์และบูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน รวมทั้งช่วยอุดหนุนอาหารและเครื่องดื่มจากชุมชน จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวผู้สนใจมาร่วมสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างมีความหมาย “เที่ยวด้วย…ช่วยได้” ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการระดมทุนอนุรักษ์และบูรณะโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเพชรบุรี โดยมีพันธมิตรโรงแรมให้ส่วนลดห้องพักราคาพิเศษ อาทิ โรงแรมสปริงฟิลด์แอทซี รีสอร์ทแอนด์สปา โรงแรมเชอราตัน หัวหิน และโรงแรมเทวาศรม หัวหิน ช่วยจัดรถรับส่งไปชมการแสดงด้วย

น.ส.เกล้ามาศ ยิบอินซอย ผู้อำนวยการสำนักงานมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดีฯ แจ้งว่า การแสดงการอ่านบทพระราชนิพนธ์มัทนะพาธา หรือตำนานแห่งดอกกุหลาบประกอบการแสดงและดนตรี เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี บทพระราชนิพนธ์ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 25 – 26 พฤศจิกายน ศกนี้ เป็นการเลือกบทพระราชนิพนธ์เฉพาะบางตอนมาเรียบเรียง กำกับการแสดงโดยครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน ศิลปินแห่งชาติ และกำกับดนตรีโดยอานันท์ นาคคง ศิลปินศิลปาธร นักแสดงนำได้แก่ สุกัญญา สมไพบูลย์ (มัทนา) และอัษฎาวุธ เหลืองสุนทร (สุเทษณ์ / ชัยเสน) ศันสนีย์ ศีตะปันย์ (จัณฑี) เปิดจำหน่ายบัตรที่นั่งชมการแสดงตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป รายละเอียดบัตรเข้าชม 1.บัตรที่นั่งสำหรับบุคคลทั่วไป ราคา 1,690 บาท (มีจำนวนจำกัด 100 ที่นั่งต่อวัน) 2.บัตรที่นั่งสำหรับสมาชิกบูรโณปถัมภ์ ไม่เสียค่าใช้จ่าย และบัตรที่นั่งสำหรับผู้ติดตาม 1 ท่านที่มาชมการแสดงพร้อมกับสมาชิก ราคา 690 บาท (มีจำนวนจำกัด 300 ที่นั่งต่อวัน และขอความกรุณาแจ้งสำรองที่นั่งล่วงหน้า ช่องทางซื้อบัตร : https://forms.gle/FCL37hmbwN6PhLmw9

น.ส.เกล้ามาศ กล่าวเพิ่มเติมว่า พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน จะกลับมาเปิดเป็นปกติตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2567 แต่ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการบูรณะ ทั้งในส่วนของระบบนิเวศตามธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม เพื่อการพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ จึงขอเชิญผู้สนใจร่วมรักษาและสืบทอดมรดกของชาติ ด้วยการสมัครเป็นสมาชิกบูรโณปถัมภ์เพื่อร่วมระดมทุนในการอนุรักษ์และบูรณะพระราชนิเวศน์ฯ อีกช่องทางหนี่ง โดยมีเป้าหมายการเปลี่ยนกระเบื้องมุงหลังคาจำนวนกว่าแสนแผ่นซึ่งมีน้ำหนักเกินไปแผ่นละ 1 กิโลกรัม และส่งผลกระทบต่อฐานรากของตัวอาคารในปัจจุบัน ค่าสมัครสมาชิกตลอดชีพจำนวน 6,910 บาท สามารถบริจาคได้เต็มจำนวนหรือแบ่งจ่าย 10 เดือนได้ผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-donation) และเปิดรับสมัครเพียง 109,600 รายเท่านั้น ช่องทางสมัครสมาชิกบูรโณปถัมภ์ : https://forms.gle/gQL9CwgBESvfRiBn9 สำหรับบุคคลทั่วไปสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์และบูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวันได้ โดยบริจาคเงินผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-donation) ได้อีกช่องทางหนึ่งด้วย ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก เพจพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และ ททท.สำนักงานเพชรบุรี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

“ธรรมนัส”ลงด่านสิงขร สั่งคุมเข้มสินค้าเกษตรผิดกฎหมายห้ามเข้าไทย

“ธรรมนัส”ลงด่านสิงขร สั่งคุมเข้มสินค้าเกษตรผิดกฎหมายห้ามเข้าไทย

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมติดตามการพัฒนาจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร และรับฟังปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่ห้องประชุมอาคารพรมแดนด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีผู้บริหารกรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ สภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าจังหวัด กลุ่มเกษตรกร ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นร่วมประชุม โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับฟังรายงานความก้าวหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบริเวณจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 3 โดยอาคารพรมแดนด่านสิงขรดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการส่งมอบให้กับหน่วยงานรับผิดชอบดูแล ส่วนสถานะของด่านสิงขรขณะนี้ยังไม่อนุญาตให้มีการเดินทางเข้าออกของบุคคล และยานพาหนะทุกประเภท แต่ผ่อนปรนให้เฉพาะการขนถ่ายสินค้าข้ามแดนได้เท่านั้นที่บริเวณจุดโนแมนแลนด์

โดยข้อมูลในปีงบประมาณ 2566 พบว่ามีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้าผ่านด่านสิงขร กว่า 2,400 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าสินค้าประมงจากจังหวัดมะริด สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา กว่า 2,200 ล้านบาท ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำข้อสั่งการของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ให้เข้มงวดตรวจสอบป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายเข้ามาในไทย โดยเฉพาะสินค้าปศุสัตว์และสินค้าประมง พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการการนำเข้าสินค้าประมงให้เหมาะสมตามฤดูกาล เพื่อไม่ให้กระทบต่อผลผลิตของเกษตรกรไทย โดยฤดูกาลใดที่มีสินค้าประมงในประเทศมาก ต้องมีมาตรการควบคุมปริมาณสินค้านำเข้า

โอกาสนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เช่น ปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ปัญหาโรคเหี่ยวสับปะรด ความต้องการแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร รวมทั้งข้อเสนอของสภาอุตสาหกรรมจังหวัด และอุตสาหกรรมจังหวัด เช่น การขอให้เร่งพัฒนาวิจัยสายพันธุ์มะพร้าวและสับปะรดเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้มากขึ้น มีความต้านทานโรคและแมลงศัตรูพืช การสำรวจพื้นที่เหมาะสมเพื่อจัดตั้งสถานีทดลองวิจัยพันธุ์พืช การพัฒนาลานขนถ่ายสินค้าประมงที่ด่านสิงขรให้มีมาตรฐาน มีระบบบำบัดน้ำเสีย ไม่ให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาสร้างตลาดประมงที่ด่านสิงขร การผลักดันด่านสิงขรให้เป็นจุดผ่านแดนถาวร ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับปัญหาความเดือดร้อนและข้อเสนอต่างๆ ไปดำเนินการและประสานกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

คุมประพฤติประจวบฯ จัดกิจกรรมเพื่อกลับไปใช้ชีวิตที่ดีกว่า

คุมประพฤติประจวบฯ จัดกิจกรรมเพื่อกลับไปใช้ชีวิตที่ดีกว่า

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบหมายให้นายปิยชาติ ไฮ้คง พนักงานคุมความประพฤติชำนาญการ กรมยุทธศาสตร์และผู้อำนวยการ พร้อมด้วย ร.ต.ต.สานิต เมฆเจริญ นายชนิด ยอดแก้ว อาสาความประพฤติและคณะอาสาสมัครคุมประพฤติ (อ.ส.ค.) อำเภอเมืองฯ เจ้าหน้าที่สำนักงาน และผู้ถูกคุมประพฤติ จัดค่ายอบรม ตามโครงการโปรแกรมพื้นฐาน โปรแกรมใจพร้อม ภายใต้แผนงานป้องกันปราบปรามและบำบัดผู้ติดยาเสพติด ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ที่ศูนย์คุมความประพฤติภาคประชาชน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 14 – 15 พฤศจิกายน 2566

นายปิยชาติ ไฮ้คง กล่าวว่าวันนี้ให้ผู้ที่ถูกคุมความประพฤติมารายงานตัว และผู้เข้ารับการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติด เข้ารับการบำบัดในรูปแบบค่ายกิจกรรม โปรแกรมพื้นฐาน โปรแกรมใจพร้อม มีผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม รวม 41 คน พร้อมเจ้าหน้าที่คุมความประพฤติพร้อมวิทยากร และอาสาสมัครคุมความประพฤติ สำหรับผู้ที่เข้าค่ายในครั้งนี้เป็นผู้ที่ได้เข้ารับการฟื้นฟูแบบไม่ต้องควบคุมตัว โดยทั้งหมดเป็นผู้ต้องโทษในคดียาเสพติด ซึ่งต้องได้รับการบำบัดเพื่อกลับไปใช้ชีวิตปกติที่ดีกว่า หลังการถูกปล่อยตัวจากการคุมความประพฤติต่อไป นายปิยชาติกล่าว.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รัฐมนตรีเกษตรฯ วางพานพุ่มถวายราชสักการะ เนื่องใน “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง”

รัฐมนตรีเกษตรฯ วางพานพุ่มถวายราชสักการะ เนื่องใน “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง”

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2566 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงคิดค้นวิจัยพัฒนาก่อกำเนิดโครงการพระราชดำริฝนหลวง ที่ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าที่ร้อยตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมพิธี ภายในงานมีการจัดแสดงงานวิจัยโครงการฝนหลวง ได้แก่ โครงการวิจัยและพัฒนาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการพ่นสารจากพื้นสู่ก้อนเมฆ หรือ Ground Based Generator Technology เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวงสำหรับพื้นที่เขตเงาฝนบริเวณภาคเหนือของประเทศ และโครงการวิจัยและพัฒนาจรวดดัดแปรสภาพอากาศ ที่ใช้เพื่อสนับสนุนการทำฝนหลวงในพื้นที่ ที่เครื่องบินทำฝนหลวงเข้าถึงลำบาก นอกจากนี้ประธานในพิธีได้มอบรางวัลแก่อาสาสมัครฝนหลวงดีเด่นระดับภูมิภาค ประจำปี 2566 จำนวน 7 รางวัล จากนั้นได้เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการภายในหอเฉลิมพระเกียรติพระบิดาแห่งฝนหลวง ซึ่งจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของฝนหลวง ขั้นตอนการทำฝนหลวง รวมทั้งห้องทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

วันพระบิดาแห่งฝนหลวง มีจุดเริ่มต้นจากการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมเยีอนราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2498 ทรงพบว่าราษฎรเดือดร้อน พืชผลเสียหายจากทั้งฝนแล้งและน้ำท่วม จึงเกิดแนวคิดว่าจะทำอย่างไรให้เมฆที่ลอยอยู่เต็มท้องฟ้านั้น กลายเป็นเม็ดฝนตกลงมาในพื้นที่ได้ ถือเป็นต้นกำเนิดของแนวพระราชดำริ “โครงการพระราชดำริฝนหลวง” และได้พัฒนาด้านการปฏิบัติการให้มีความแม่นยำมากขึ้น รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสการปฏิบัติการฝนหลวง ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2545 กำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันพระบิดาแห่งฝนหลวง เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะทรงเป็นพระบิดาแห่งฝนหลวง เพื่อจารึกไว้เป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย และเป็นวันสำคัญของปวงชนชาวไทย จะได้ร่วมกันแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน โดยในปีนี้ครบรอบปีที่ 68 แห่งการก่อกำเนิดโครงการพระราชดำริฝนหลวง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำทีมช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่บางสะพานน้อย

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำทีมช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่บางสะพานน้อย

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2566 ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประจวบฯ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพานน้อย นายกเทศบาลตำบลบางสะพานน้อย วิศวกรก่อสร้างทางรถไฟรางคู่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บริเวณตลาดบางสะพานน้อยและสถานีรถไฟบางสะพานน้อย ภายหลังเกิดฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอบางสะพานน้อย ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำป่าจากเทือกเขาตะนาวศรีไหลลงอ่างเก็บน้ำช้างแรกและล้นสปิลเวย์ ไหลบ่าเข้าท่วมสวนปาล์ม สวนยางพารา ตลาดบางสะพานน้อย ระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร และไหลบ่าลงทะเล ผ่านหมู่ 2 และ หมู่ 10 ของตำบลบางสะพานน้อย ทำให้เกิดน้ำท่วมขังบ้านเรือน ประชาชนสัญจรไปมาด้วยความลำบาก เบื้องต้น รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเปิดพื้นที่เส้นทางน้ำบริเวณทางรถไฟ เพื่อให้น้ำระบายลงคลองได้สะดวกยิ่งขึ้น ล่าสุดสถานการณ์น้ำได้คลี่คลายลดลงแล้ว เหลือท่วมผิวจราจรในชุมชนประมาณ 20 เซนติเมตร

ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ กล่าวว่าได้รับรายงานจากนายเดชา เรืองอ่อน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ ถึงสถานการณ์ฝนตกน้ำล้นอ่างเก็บน้ำช้างแรก ตั้งแต่เวลา 15.00 น.ของวันที่ 12 พฤศจิกายน และตกหนักเวลาตี 4 ของวันที่ 13 พฤศจิกายน ปริมาณน้ำฝนรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา วัดได้ 140 มม. ในพื้นที่ อ.บางสะพานน้อย ทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำช้างแรก ซึ่งบรรจุน้ำได้ 1.2 ล้านลูกบาศก์เมตร ล้น ส่งผลให้น้ำไหลบ่าเข้าตลาดบางสะพานน้อย ในเขตเทศบาลฯ และน้ำไหลบ่าเพื่อลงทะเล ผ่านหมู่ 2 และหมู่ 10 ของตำบลบางสะพานน้อย ขณะนี้ยังคงมีฝนตกเล็กน้อย พร้อมกันนี้ อำเภอบางสะพานน้อยและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แจ้งให้ชาวบ้านรับทราบข้อมูลเป็นระยะๆ และยกของที่อาจเสียหายขึ้นเหนือน้ำแล้ว ส่วนพื้นที่น้ำท่วมบริเวณบ้านเรือนประชาชน ประมาณ 150 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรและสัตว์เลี้ยงที่ได้รับผลกระทบ อยู่ระหว่างการสำรวจ สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้รับการดูแลให้ความช่วยเหลือโดยฝ่ายปกครอง ตำรวจ หน่วยทหารพราน อส. และ ปภ.ประจวบฯ อย่างต่อเนื่อง คาดว่าหากฝนไม่ตกซ้ำ น้ำจะระบายลงทะเลหมด ก็จะกลับคืนสู่ภาวะปกติ

ขณะที่ นาวาอากาศเอก พงศ์ชนินทร์ นุชประเสริฐ ผู้บังคับการกองบิน 5 พร้อมด้วยรองผู้บังคับการกองบิน 5 เสนาธิการกองบิน 5 นำเจ้าหน้าที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบิน 5 สำรวจพื้นที่อำเภอบางสะพาน เพื่อประเมินความเสี่ยง และเตรียมรับมืออุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม ในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบิน 5 หากเกิดเหตุการณ์ พร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

บลูพอร์ตหัวหิน มอบความสุขในเทศกาลลอยกระทงกับงาน “Touch of Thainess Loi Kratong Festival”

บลูพอร์ตหัวหิน มอบความสุขในเทศกาลลอยกระทงกับงาน “Touch of Thainess Loi Kratong Festival”

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2566 น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหินแอสเสท จำกัด เปิดเผยว่าศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยพันธมิตร เตรียมจัดงานเทศกาลลอยกระทงสุดยิ่งใหญ่ “Touch of Thainess Loi Kratong Festival” ระหว่างวันที่ 22 – 27 พฤศจิกายนนี้ ที่โซนกิจกรรมริมน้ำ ชั้น G และลานกิจกรรมพราวไทย ชั้น B บลูพอร์ต หัวหิน สนุกสนานไปกับการชม ชิมและช้อปสินค้าไทยในพราวไทย ซึมซับวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมต่างๆ ที่ตกแต่งบรรยากาศโดยรอบด้วยความงามแบบไทยๆ พร้อมเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมลอยกระทงแบบรักษ์สิ่งแวดล้อมใช้วัสดุจากธรรมชาติ ได้ภายในบ่อน้ำที่บลูพอร์ต หัวหิน ปีนี้ บลูพอร์ตหัวหินมุ่งเน้นการใช้ประเพณีไทย เป็น Soft Power ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย เนื่องจากลอยกระทงเป็นอีกหนึ่งประเพณีไทยที่ได้รับการยอมรับจากสากล เป็นที่รู้จักดีในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

ภายในงานพบกับนิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมาของประเพณีลอยกระทง การแต่งกายชุดไทยและการรื่นเริงต่างๆ ในเทศกาลลอยกระทง, การแสดงการละเล่นแบบไทย รำวง รำกลองยาว บรรเลงดนตรีไทยร่วมสมัย วันที่ 25 – 27 พฤศจิกายนนี้ที่ลานกิจกรรมพราวไทย ชั้น B กิจกรรมการสาธิตการนุ่งห่มอย่างไทยในรูปแบบต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์อยุธยาและเครื่องแต่งกาย บริการเช่าชุดไทยพร้อมถ่ายเช็คอินในบรรยากาศแบบไทยๆ พิเศษสุด !!! เฉพาะลูกค้าบลูพอร์ตหัวหิน ช้อปครบ 3,000 บาท รับสิทธิ์เช่าชุดฟรี 3 ชั่วโมง สาธิตการทำกระทงพร้อมเรียนรู้วิธีการทำกระทงจากวัสดุธรรมชาติ พิเศษ !!! ลูกค้าบลูพอร์ตหัวหิน ช้อปครบ 3,000 บาท ที่พราวไทย รับสิทธิ์ทำกระทงฟรีทันที พร้อมด้วยวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ที่เตรียมไว้ให้

น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กล่าวอีกว่า “ประเพณีลอยกระทงเป็นประเพณีเก่าแก่ ที่บลูพอร์ตได้ให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ และจัดกิจกรรมให้ลูกค้าของบลูพอร์ตได้มีส่วนร่วมเสมอมา ปีนี้บลูพอร์ตมุ่งเน้นกิจกรรมที่คำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อร่วมอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีของไทย สร้างปรากฏการณ์ความงามอย่างยั่งยืน โดยเลือกสรรและรณรงค์ในการใช้กระทงใบตอง ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติให้ทุกคนได้ร่วมสืบสานประเพณี รักษาธรรมชาติอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน โดยมีการสาธิตการประดิษฐ์กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติและกระทงที่ย่อยสลายได้อีกด้วย จึงขอเชิญทุกท่านร่วมสร้างปรากฏการณ์ความงามในประเพณีลอยกระทง กับงาน “Touch of Thainess Loi Krathong Festival” สัมผัสความเป็นไทยไปกับเทศกาลลอยกระทง ตั้งแต่วันที่ 22 – 27 พฤศจิกายนนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บลูพอร์ตหัวหิน โทร.032 – 905111, เฟซบุ๊ก : Bluport Hua Hin Official หรือ Line : @Bluport.