Categories
ข่าว ทั้งหมด

เปิดอบรมสัมมนาภาคีเครือข่ายควบคุมโรคเข้มแข็ง ร่วมใจป้องกันภัย

เปิดอบรมสัมมนาภาคีเครือข่ายควบคุมโรคเข้มแข็ง ร่วมใจป้องกันภัย

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการอบรมสัมมนาภาคีเครือข่ายควบคุมโรคเข้มแข็ง ร่วมใจป้องกันภัยโรคติดต่อ และภัยสุขภาพแบบยั่งยืนเทศบาลนครหัวหิน ที่ห้องประชุมนเรศดำริห์ เทศบาลนครหัวหิน มีนายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล นายฐานทัต ไชยขาว ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม คณะผู้จัดการอบรม ภาคีเครือข่ายป้องกันและควบคุมโรคติดต่อเทศบาลนครหัวหิน จำนวน 100 คน เข้าร่วม

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า การระบาดของโรคติดต่อชุมชน มีโอกาสเกิดโรคระบาดซ้ำๆ ซึ่งอาจมีปัจจัยของภัยสุขภาพอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ได้แก่ ขยะ มูลสัตว์ น้ำโสโครก ที่ทำให้เกิดโรคกับประชาชนในชุมชนได้ เช่น ถังขยะไม่มีการเก็บที่มิดชิด เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน สุนัขหรือแมว กัดกินอาหารและขยะตามถังเก็บขยะที่ตั้งอยู่หน้าบ้าน น้ำขังในบ้านเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ดังนั้นหากปัญหาดังกล่าวข้างต้นได้รับการแก้ไข เร่งสร้างความตระหนักในการป้องกันโรค และสนับสนุนการมีส่วนร่วม ในการกำจัดโรคในชุมชนอย่างเหมาะสม จะทำให้อัตราป่วยด้วยโรคติดต่อและผลกระทบด้านสุขภาพต่อประชาชนในชุมชนลดลง ประชาชนในชุมชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขด้วยสุขภาวะที่ดี ดังนั้นการสร้างภาคีเครือข่ายการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ มีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง

งานป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ กองสาธารณสุขเทศบาลนครหัวหิน จึงทำโครงการอบรมสัมมนาภาคีเครือข่ายควบคุมโรคเข้มแข็งร่วมใจป้องกันภัยโรคติดต่อและภัยสุขภาพแบบยั่งยืนเทศบาลนครหัวหิน เพื่อส่งเสริมภาคีเครือข่ายแกนนำสุขภาพ ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพทักษะส่วนบุคคลและชุมชนให้เกิดความพร้อม ในการเฝ้าระวังและการสอบสวนโรค พร้อมทั้งเข้ามามีส่วนร่วมในการควบคุมโรคติดต่อที่สำคัญอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ

โดยการอบรมสัมมนานี้มีกิจกรรมประกอบด้วย การสานสัมพันธ์เครือข่ายเข้มแข็ง การอภิปรายความรู้เรื่องโรคติดต่อและภัยสุขภาพ รวมถึงการแบ่งกลุ่มจำลองสถานการณ์การควบคุมโรคติดต่อต่างๆ โดยจัดอบรมสัมมนา ในวันที่ 16 – 17 มีนาคม 2569 ณ ภูผาผึ้งรีสอร์ท อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี โดยผู้เข้าร่วมการอบรมสัมมนาครั้งนี้ประกอบด้วย ภาคีเครือข่ายป้องกันและควบคุมโรคติดต่อเทศบาลนครหัวหิน จำนวน 100 คน และได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดสมุทรสงคราม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สมาคมกีฬาหัวหิน แถลงข่าวงานวิ่ง Nakhon Hua Hin Run 2026

สมาคมกีฬาหัวหิน แถลงข่าวงานวิ่ง Nakhon Hua Hin Run 2026

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล นายกสมาคมกีฬาหัวหิน นพ.เทอดศักดิ์ เจษฎาทิพย์ นายกสมาคมกีฬาเทนนิสหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายอมร พัฒน์ทอง เลขานุการสมาคมกีฬาหัวหิน ร่วมกันแถลงข่าว การจัด Nakhon Hua Hin Run 2026 ที่ห้องนเรศดำริห์ สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรี นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี คณะกรรมการสมาคมกีฬาหัวหิน สมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครองโรงเรียนหัวหินวิทยาคม ชมรมลีลาศสกาชาดเฉลิมพระเกียรติ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนหัวหิน เข้าร่วม

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมการออกกำลังกายให้ห่างไกลยาเสพติด พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจรายได้ในอำเภอหัวหิน ซึ่งรายได้ทั้งหมด สมาคมกีฬาหัวหินจะนำไปใช้เพื่อสนับสนุนชมรมกีฬาต่างๆ ภายในอำเภอหัวหินต่อไป โดยกำหนดจัดงานวันที่ 29 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 04.30 น. เป็นต้นไป ณ อ่างเก็บน้ำเขาเต่า มีประเภทการแข่งขันดังนี้ ฟันรัน 5 กิโลเมตร, มินิมาราธอน 10.5 กิโลเมตร และ VIP 3 กิโลเมตร โดยจะปิดรับสมัครในวันที่ 20 มีนาคมนี้ คาดว่าจะมีนักวิ่งเข้าร่วมงาน 1,500 คน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก : Nakhon Hua Hin Run 2026.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหินต้อนรับนักท่องเที่ยวขบวน Royal Blossom เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวหัวหิน – ราชบุรี

หัวหินต้อนรับนักท่องเที่ยวขบวน Royal Blossom เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวหัวหิน – ราชบุรี

วันที่ 12 มีนาคม 2569 นายอิษฎา เสาวรส ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบฯ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล นายกสมาคมกีฬาหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และคณะให้การต้อนรับ น.ส.จุไรรัตน์ ชัยทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานราชบุรี ในโอกาสนำนักท่องเที่ยวจำนวน 192 คน เดินทางมากับขบวนรถไฟหรู Royal Blossom เส้นทางเที่ยวสองเมือง หัวหิน – ราชบุรี ในบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่น

น.ส.จุไรรัตน์ ชัยทวีทรัพย์ กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานราชบุรี ร่วมกับสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) และบริษัท สโมสรนักเดินทาง จำกัด จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองหลัก – เมืองน่าเที่ยว ในเส้นทางท่องเที่ยวรถไฟหรู Royal Blossom เส้นทางเที่ยวสองเมือง หัวหิน – ราชบุรี เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงในพื้นที่จังหวัดเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว ผ่านการนั่งรถไฟหรู ชมบรรยากาศริมทาง พร้อมชิมอาหารอร่อย อาหารขึ้นชื่อของจังหวัดประจวบฯ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งอาหารปลอดภัย ด้วยมีวัตถุดิบที่มีคุณภาพและอาหารสำเร็จรูปที่มีรสชาติอร่อย พร้อมทั้งได้ท่องเที่ยวตามเส้นทาง ไม่ว่าจะชมสถานีรถไฟหัวหินเก่า อาคารสถาปัตยกรรมวิคตอเรียนที่เป็นเอกลักษณ์ เพลิดเพลินกับกิจกรรมท้องถิ่น งานฝีมือประดิษฐ์ตุ๊กตาเปลือกหอย การทำพัดใบตาล งานฝีมือที่ขึ้นชื่อของเมืองหัวหิน รวมถึงได้กราบสักการะขอพร “หลวงปู่นาค” วัดหัวหิน ที่ชาวหัวหินเคารพนับถือ

ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานราชบุรี เชื่อมั่นว่า นักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในเส้นทางท่องเที่ยวรถไฟหรู Royal Blossom เที่ยวสองเมือง หัวหิน – ราชบุรี ในครั้งนี้ จะมีความประทับใจและส่งต่อความสุขผ่านการเล่าเรื่องราวในมุมมองของตัวเอง ตามแคมเปญ #สุขทันทีที่เที่ยวไทย และกลับมาท่องเที่ยวซ้ำอีกในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ และจังหวัดราชบุรี ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จัดเลี้ยงอาหารและมอบเงินให้โรงเรียนธรรมิกวิทยา จ.เพชรบุรี

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จัดเลี้ยงอาหารและมอบเงินให้โรงเรียนธรรมิกวิทยา จ.เพชรบุรี

วันที่ 12 มีนาคม 2569 นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ กล่าวว่าหลังจากสมาคมฯ ได้จัดแรลลี่การกุศลขึ้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา จึงนำรายได้ส่วนหนึ่งมาจัดกิจกรรมร่วมกับคณะกรรมการสมาคมฯ เดินทางไปเลี้ยงอาหารมูลค่า 3,000 บาท พร้อมมอบนมกล่อง ขนม ให้แก่นักเรียนผู้พิการทางสายตา ที่โรงเรียนธรรมิกวิทยา (สอนคนตาบอด) ต.สระพัง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี นอกจากนี้ยังมอบเงินสดอีก 12,500 บาท ไว้เป็นค่าใช้จ่ายให้กับโรงเรียนด้วย โดยมี นางชุติมา พิทักษ์วัฒนานนท์ ผู้จัดการโรงเรียนธรรมิกวิทยา เป็นผู้รับมอบ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ โดยน้องๆ นักเรียนได้ร่วมร้องเพลงและกล่าวคำขอบคุณให้กับผู้ใหญ่ใจดีที่มาร่วมแบ่งปันความสุข สนับสนุนงบประมาณทางการศึกษาให้กับโรงเรียน

สำหรับโรงเรียนธรรมิกวิทยา มีชื่อเดิมว่าโรงเรียนการศึกษาวิทยาศาสตร์คนตาบอด ต่อมาสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระเมตตาพระราชทานชื่อโรงเรียนให้ใหม่ว่า “โรงเรียนธรรมิกวิทยา” และทรงเขียนความหมายให้ว่า “โรงเรียนธรรมิกวิทยา หมายความว่า โรงเรียนที่มีซึ่งวิชาความรู้และการประพฤติในความดี” โรงเรียนได้จัดตั้งขึ้นเพื่อสนองพระราชปรารภของพระองค์ท่าน ที่ทรงอยากเห็นคนตาบอดเรียนวิทยาศาสตร์เหมือนคนตาบอดในต่างประเทศ โรงเรียนธรรมิกวิทยา เป็นโรงเรียนในเครือมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นโรงเรียนเอกชนการกุศล นักเรียนอยู่ประจำมีนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาล – มัธยมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น รัฐบาลอุดหนุนเป็นรายหัวประมาณ 20% ของค่าใช้จ่าย ทั้งหมด อีก 80% ได้รับการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย ที่ให้โอกาสลูกหลานตาบอดได้รับการศึกษา เป็นพื้นฐานให้เขาช่วยตัวเอง ช่วยสังคม ช่วยบ้านเมืองได้ ไม่เป็นภาระของใคร เป็นการให้ชีวิตใหม่ ให้ชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มูลนิธิช้างหัสดินทร์ เลี้ยงเค้กผลไม้ยักษ์ให้ช้าง เนื่องในวันช้างไทย

มูลนิธิช้างหัสดินทร์ เลี้ยงเค้กผลไม้ยักษ์ให้ช้าง เนื่องในวันช้างไทย

วันที่ 12 มีนาคม 2569 นายวาณิช เห็นวงศ์ประเสริฐ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิช้างหัสดินทร์ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิจิตอาสาคนรักช้างชาวต่างประเทศ ประชาชนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเป็นจำนวนมาก ร่วมจัดงานเลี้ยงเค้กผลไม้ยักษ์เนื่องในวันช้างไทย ที่มูลนิธิช้างหัสดินทร์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ประกอบด้วยผลไม้นานาชนิดที่ช้างชื่นชอบ เช่น กล้วย สับปะรด แครอท ข้าวโพด ส้ม แตงกวา แตงโม น้ำหนักร่วม 5 ตันให้กับช้างรวม 4 เชือก ซึ่งมีอายุมากทำงานไม่ไหว ที่มูลนิธิช้างหัสดินทร์ได้ไถ่ตัวมาจากเจ้าของช้างเพื่อนำมาเลี้ยงดู ท่ามกลางนักท่องเที่ยวปรบมือร่วมกันป้อนผลไม้ใส่งวงช้างกินด้วยความเอร็ดอร่อยและถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2541 ประกาศให้วันที่ 13 มีนาคมของทุกปีเป็นวันช้างไทย ตามที่คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติเสนอเพื่อให้คนไทยและเยาวชนรุ่นหลัง ได้ร่วมกันรำลึกและตระหนักถึงความสำคัญของช้างซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติไทยและพร้อมใจกันอนุรักษ์ช้างให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป

นายวาณิช กล่าวว่า มูลนิธิช้างหัสดินทร์ ได้จัดเลี้ยงเค้กผลไม้ให้กับช้างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 17 แล้ว ในประเทศไทยมีการดูแลสัตว์อื่นมากมาย คนไทยเอ็นดูสัตว์หลายชนิด จนบางครั้งอาจลืมช้างที่เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของเราที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานและถือว่าเป็นสัตว์ที่เชิดหน้าชูตาให้กับเมืองไทยเป็นอย่างมาก เพราะช้างไทยเป็นที่พูดถึงของคนรักช้างทั่วโลก และทางมูลนิธิช้างหัสดินทร์ยังคงเดินหน้าอนุรักษ์ช้างไทยกันต่อไปให้ถึงที่สุด.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหินเตรียมความพร้อมจัดงานสืบสานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2569

เทศบาลหัวหินเตรียมความพร้อมจัดงานสืบสานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2569

วันที่ 11 มีนาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานสืบสานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2569 ที่ห้องนเรศดำริห์ สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มี น.ส.บุษบา โชคสุชาติ นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน น.ส.หนึ่งฤทัย สุขจันทร์ รองปลัดเทศบาลนครหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า สงกรานต์ปีนี้จะจัดที่สวนสาธารณะโผน กิ่งเพชร และบริเวณถนนรอบข้าง จัดเป็นพื้นที่สำหรับกลุ่มวัยรุ่น มีการแสดงดนตรีจากโรงเรียนต่างๆ ในเขตเทศบาล เพื่อให้เยาวชนได้แสดงออกอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีดีเจเปิดแผ่น และสร้างสีสันด้วยวงดนตรีอาชีพที่จะมาร่วมสร้างบรรยากาศสนุกสนาน ถึงแม้จะไม่ได้เป็นวงระดับประเทศ แต่เชื่อว่าบรรยากาศการเล่นน้ำที่นี่จะเป็นความทรงจำที่ดีสำหรับทุกคน อีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญคือ ขบวนแห่ในวันที่ 13 เมษายน จะมีทั้งหมด 7 ขบวน รวมถึงขบวนพระพุทธสิหิงค์และหลวงพ่อนาค เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมสรงน้ำและรับประพรมน้ำมนต์จากพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวหัวหิน การเล่นน้ำสงกรานต์จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 13 เมษายน ตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน ณ สวนสาธารณะโผน กิ่งเพชร ซึ่งผมมั่นใจว่าจะสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนอย่างแน่นอน

ส่วนเรื่องของน้ำที่จะใช้ในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ยืนยันว่ามีเพียงพออย่างแน่นอน ต้องขอขอบคุณทั้งสามรัฐบาลที่ผ่านมา ทำให้เมืองหัวหินมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ไม่ขาดแคลน และสามารถเที่ยวสงกรานต์กันได้อย่างชุ่มฉ่ำแน่นอน ปีนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเฉลิมฉลองความเป็นนคร ในการจัดงานครั้งที่ 2 ซึ่งครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนเป็นอย่างดี เราได้ร่วมกันถอดบทเรียนและแก้ปัญหาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในปีที่แล้ว ทุกฝ่ายเตรียมทำการบ้านมาอย่างดี ผมเชื่อว่าจะเป็นงานที่ประสบความสำเร็จมากอีกงานหนึ่ง

“นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของประเพณีพื้นบ้านที่จะนำเสนอให้เป็น Unseen สำหรับคนนอกพื้นที่ ว่าเรามีการละเล่นพื้นบ้านอะไรบ้าง ซึ่งตอนนี้ยังไม่ขอบอกรายละเอียด อยากให้มาชมด้วยตัวเอง โดยศูนย์การเรียนรู้บ้านหินเหล็กไฟจะมาร่วมแสดงให้ได้ชมกัน นอกจากนี้ยังมีอุโมงค์น้ำที่จะยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เพราะมีการขยายพื้นที่บริเวณสวนโผน กิ่งเพชร ด้วย รวมกับพื้นที่ลานกิจกรรมและปิดถนนหน้าเทศบาล จะทำให้มีพื้นที่จัดงานไม่ต่ำกว่า 1,500 ตารางเมตร และยังมีปาร์ตี้โฟมที่ใหญ่ขึ้น รวมถึงสวนสนุกและสไลเดอร์เพื่อให้เด็กๆ ได้เล่นกัน ถือว่าเป็นการเที่ยวสงกรานต์สำหรับครอบครัวอย่างแท้จริงครับ” นายนพพร กล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

คุมประพฤติประจวบฯ นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมขับเคลื่อนเฝ้าระวังป้องกันกระทำผิดซ้ำ

คุมประพฤติประจวบฯ นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมขับเคลื่อนเฝ้าระวังป้องกันกระทำผิดซ้ำ

วันที่ 10 มีนาคม 2569 นางพรโพยม นาคน้อย รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนกลไกการเฝ้าระวังเชิงบูรณาการในระดับพื้นที่ จ.ประจวบฯ เพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง ปี 2569 และร่วมพิธีเปิดโครงการขับเคลื่อนกลไกการเฝ้าระวังฯ ที่ห้องประชุมเรือนจำจังหวัดประจวบฯ โดยมี ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นประธานเปิดโครงการ ณ ห้องประชุมกรมคุมประพฤติ ชั้น 4 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบ Onsite และ Online พร้อมเชื่อมต่อไปยังสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ

ในส่วนพื้นที่สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ ได้ประสานความร่วมมือหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการในระดับพื้นที่ในแต่ละอำเภอเข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ประกอบด้วย นางเรณู พิมพ์สอ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ รองหัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคไม่ติดต่อ สุขภาพจิตและยาเสพติด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นายพันเลิศ เปี่ยมพงศานต์ นักทัณฑวิทยาชำนาญการ หัวหน้าฝ่ายบริหารเรือนจำจังหวัด นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดฯ/อดีตประธานอาสาสมัครคุมประพฤติ จ.ประจวบฯ นายชัยชาญ มูลมาก ป้องกันจังหวัด นายอุดร ผะโรประการณ์ ปลัดอำเภอเมืองฯ พ.ต.ท.ฤทธิชัย อมรพิพัฒนานนท์ รอง ผกก.สภ.คลองวาฬ พ.ต.ท.เสน่ห์ สำเนียงสูง รอง ผกก.ป.สภ.กุยบุรี นายปิยชาติ ไฮ้คง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์การคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติประจวบฯ น.ส.กุลวดี ไชยภักดี เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน น.ส.วัลภา ฤกษ์ศิลปวิทยา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุข อ.เมืองฯ น.ส.ทรรศนีย์ ปรีด์เปรม พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุข อ.กุยบุรี น.ส.ธิดารัตน์ เพ็งคล้าย นักสังคมสงเคราะห์ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด นายฤทธิชัย วงษ์เณร เจ้าหน้าที่ปกครองชำนาญงาน ที่ทำการปกครอง อ.ทับสะแก นายจิระพงษ์ ศิริสม นักวิชาการแรงงานปฏิบัติการ สำนักงานแรงงานจังหวัดฯ นางสิริยา เสือไพรงาม นักสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุข อ.บางสะพานน้อย ร.ต.อ.สิทธิพงศ์ สืบสาย รอง สวป.สภ.บางสะพาน

ทั้งนี้การจัดโครงการดังกล่าว เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานเฝ้าระวังและดูแลผู้กระทำผิด และสร้างกลไกความร่วมมือ การเฝ้าระวังในระดับพื้นที่ของภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน เช่น ตำรวจ ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข ศูนย์ยุติธรรมชุมชน เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำและเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับสังคม

ในโอกาสนี้ นางนุสรา วงษ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ ได้บรรยายหัวข้อหลักกฎหมายตามพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการกำกับดูแลผู้พ้นโทษอย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการกองอำนวยการเฝ้าระวังความปลอดภัยของสังคม กรมคุมประพฤติ ได้บรรยายเรื่องแนวปฏิบัติในการคุมขังฉุกเฉินของฝ่ายปกครองและตำรวจ พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางการเฝ้าระวังและติดตามผู้พ้นโทษในพื้นที่ การประสานความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม รวมถึงการนำเสนอกรณีศึกษาและแนวทางจัดการเหตุการณ์ฉุกเฉิน

นอกจากนี้ในส่วนคณะทำงานขับเคลื่อนกลไกเฝ้าระวังของจังหวัดประจวบฯ ได้ระดมความคิดเห็นในการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ และแนวทางปฏิบัติตาม พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 โดย พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ได้กำหนดมาตรการทางกฎหมายเพื่อป้องกันสังคมและผู้เสียหายจากการกระทำความผิดที่อาจเกิดขึ้นซ้ำอีก สำหรับความผิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา 4 กลุ่ม ดังต่อไปนี้

1. ความผิดเกี่ยวกับเพศ ได้แก่ มาตรา 276 ข่มขืนกระทำชำเรา มาตรา 2777 กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี มาตรา 278 กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี มาตรา 279 กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี มาตรา 283 ทวิ พาบุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ไปเพื่ออนาจาร มาตรา 2444 พาผู้อื่นไปเพื่ออนาจาร
2. ความผิดต่อชีวิต ได้แก่ มาตรา 288 ฆ่าผู้อื่น มาตรา 289 ฆ่าผู้อื่นโดยมีเหตุฉกรรจ์ มาตรา 290 ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย
3. ความผิดต่อร่างกาย ได้แก่ มาตรา 297 ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส มาตรา 298 ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสและมีเหตุฉกรรจ์ ตามมาตรา 289
4. ความผิดต่อเสรีภาพ ได้แก่ มาตรา 313 เรียกค่าไถ่

ทั้งนี้ คณะทำงานจังหวัดประจวบฯ ได้กำหนดแนวทางในการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ ดังนี้ แนวทางการประสานความร่วมมือในการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในระดับพื้นที่แต่ละชุมชน/ท้องถิ่น แนวทางการประสานความร่วมมืออย่างรวดเร็วในกรณีการคุมขังฉุกเฉิน แนวทางในการบูรณาการในการควบคุมดูแลแก้ไขผู้ถูกเฝ้าระวังที่มีอาการทางจิต และแนวทางปฏิบัติการในพื้นที่ร่วมกับชุดปฏิบัติการของสำนักงานคุมประพฤติ

ซึ่งกรมคุมประพฤติคาดหวังว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างกลไกความร่วมมือของหน่วยงานในพื้นที่ให้เข้มแข็ง สามารถเฝ้าระวัง ติดตามและป้องกันการกระทำผิดซ้ำได้อย่างเป็นระบบ อันจะนำไปสู่การยกระดับความปลอดภัยของสังคมอย่างยั่งยืน.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ เพชรบุรีชวนชิมปูคุณภาพ สด อร่อยจากทะเล ในงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 11

ผู้ว่าฯ เพชรบุรีชวนชิมปูคุณภาพ สด อร่อยจากทะเล ในงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 11

วันที่ 10 มีนาคม 2569 ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 14 – 21 มีนาคม 2569 ณ บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยนายนุกูล พรสมบูรณ์สิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก ร่วมแถลงข่าว มีนายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ พ.ต.อ.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ชมรมเชฟชะอำ/หัวหิน ตำรวจท่องเที่ยว แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนร่วมรับฟัง

ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าวถึงหาดชะอำ ว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 – 3 ชั่วโมง มีหาดทรายนุ่ม สีน้ำตาลอ่อนราวเปลือกไข่ สะอาด ลมพัดเย็น คลื่นไม่แรงนัก ได้พักผ่อนเดินเล่นสัมผัสน้ำทะเลได้ชิลๆ เพราะมีความเงียบสงบมาก โดยเฉพาะในวันธรรมดา จันทร์ – พฤหัสบดี พอเริ่มศุกร์ – เสาร์ – อาทิตย์ นักท่องเที่ยวจะหนาแน่นแต่ไม่แออัดจนเกินไป ผู้คนสามารถจอดรถริมทะเลวิ่งลงเล่นน้ำทะเลกันได้เลย จนกล่าวกันว่า “หาดชะอำ – ทะเลบ้านฉัน” เสน่ห์อย่างหนึ่งที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส เพราะต้องตื่นเช้ากันจริงๆ นั่นคือ ดูพระอาทิตย์ขึ้นหน้าหาด และทำบุญตักบาตรพระภิกษุที่เดินบิณฑบาตยามเช้า รับแสงอรุณสีทองสวยงาม อีกทั้งยังเป็นเมืองชายทะเลที่มีกลุ่มอาชีพชาวประมงพื้นบ้านออกเรือไปหาปู โดยเฉพาะกลุ่มชุมชนบ้านคลองเทียนและสะพานหิน จะใช้คลองสะพานหินเป็นที่จอดเรือหลบคลื่น ประกอบกับในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมของทุกปี เป็นช่วงที่ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับปูม้าในทะเลได้มาก อีกทั้งเทศบาลเมืองชะอำได้ส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์ปูม้า ด้วยการมอบพันธุ์ปูม้าให้กับชาวประมงและสนับสนุนการจัดตั้งธนาคารปูม้าของชุมชน เพื่อเป็นการแพร่พันธุ์ปูม้าในท้องทะเลชะอำให้มากขึ้น รวมไปถึงเป็นการส่งเสริมอาชีพชาวประมงพื้นบ้านที่ออกเรือไปหาปูให้คงอยู่ตลอดไป

“ขึ้นชื่อว่า “ปูม้าชะอำ” จะมีความสดและอร่อยมาก เพราะมาจากทะเลชะอำ ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องเนื้อปูที่แน่นและหวานอร่อย ที่สำคัญชาวประมงที่สะพานปูชักในพื้นที่ท่าเรือประมง จะใช้วิธีการเก็บรักษาความสดของปู ด้วยการนำปูใส่ถุงตาข่าย ผูกเชือกห้อยกับราวสะพานเหล็ก เมื่อมีลูกค้ามาซื้อก็จะไปที่สะพานเรียกกันว่า “สะพานปูชัก” โดยจุดเด่นของสะพานปูชัก คือการดึงหรือสาวเชือกที่ผูกปูไว้กับตาข่ายและชักปูขึ้นมาเพื่อขายและนำไปประกอบอาหารสู่เมนูสร้างสรรค์ในร้านอาหารและโรงแรมระดับ 3 – 5 ดาว พร้อมให้ทุกท่านได้มาลิ้มลอง จึงเป็นที่มาของชื่อ “ปูชัก” นั่นเอง และด้วยชื่อ “ปูชัก” ที่ตั้งตามลักษณะการขายปูของชาวประมงพื้นบ้านนี้ มีความโดดเด่นเด่นเป็นเอกลักษณ์ของชะอำและงานนี้” ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าว

นายนุกูล พรสมบูรณ์สิริ กล่าวว่า เทศบาลเมืองชะอำ ร่วมกับ ททท.สำนักงานเพชรบุรี และ บริษัท สิงห์คอร์เปอเรชั่น จำกัด กำหนดจัดงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 14 – 21 มีนาคม บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี ภายในงานมีกิจกรรมที่สนใจมากมาย อาทิ การออกร้านจำหน่ายอาหารทะเล เน้นเมนูปูม้าสดๆ ของชาวประมงพื้นบ้านชะอำ และอาหารที่รังสรรค์เป็นพิเศษจากเชฟโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังในอำเภอชะอำ ในราคาเหมาะสม กว่า 60 ร้านค้า การจำลองวิถีชีวิตการชักปูของชาวประมง การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นบนถนนคนเดินชายหาดชะอำ และการแสดงของศิลปินนักร้องที่ได้รับความนิยมบนเวทีทุกค่ำคืน นอกจากนี้ ยังจัดให้มีกิจกรรม CSR “ปล่อยพันธุ์ลูกปูม้า คืนสู่ทะเล” ทุกวัน ภายในงาน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 19.30 น. ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หนึ่งปีมีครั้งเดียว

นางดวงใจ กล่าวว่า “ททท. สำนักงานเพชรบุรี ได้จัดทำแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยวในวันธรรมดา “Go Green เพชรบุรี Weekday Special” เพื่อสร้างการรับรู้สินค้าและบริการท่องเที่ยวทางเลือก ในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยววันธรรมดา หรือช่วง Off Season และเพื่อตอกย้ำแคมเปญการท่องเที่ยวที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ให้เกิดการรับรู้และสร้างกระแส ตลอดจนกระตุ้นให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนใจทำกิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเลือกเดินทางมาท่องเที่ยววันธรรมดาในจังหวัดเพชรบุรีเพิ่มมากขึ้น โดยร่วมกับ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและพันธมิตร สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวแก่งกระจาน ร่วมจัดกิจกรรมโปรโมชั่นพิเศษ ส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยววันธรรมดา “เที่ยวพักวันธรรมดา @ เพชรบุรี” ภายใต้แคมเปญ “Go Green เพชรบุรี Weekday Special” Season 2 โดยสถานประกอบการที่พักที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นโรงแรม/ที่พัก ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ CF Hotel หรือ Star Hotel เป็นโครงการส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการโรงแรม/ที่พัก ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” โดย ททท.สำนักงานเพชรบุรี ร่วมกับ บริษัท TripNiceDay จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว Online มอบสิทธิพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวเป็นของขวัญสุด Exclusive เพียงมาท่องเที่ยวและพักผ่อน ณ โรงแรม ที่พัก ที่เข้าร่วมโครงการฯ ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี รับทันทีคูปองเงินสด มูลค่า 200 บาท/ห้อง เพื่อใช้เป็นส่วนลดร้านอาหาร คาเฟ่ ของฝาก และกิจกรรมท่องเที่ยวสาย Green เริ่มแล้วตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 มิถุนายน 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะเต็ม จำกัดจำนวนเพียง 2,000 สิทธิ์เท่านั้น สามารถกดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : ททท.สำนักงานเพชรบุรี หรือที่โทร. 032 – 471005 – 6 หรือที่ https://is.gd/WgntcB.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ปราณบุรี เตรียมจัด ‘Songkran Pran Beach Festival 2026 & Bikini Run’ ปาร์ตี้ริมหาดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

ปราณบุรี เตรียมจัด ‘Songkran Pran Beach Festival 2026 & Bikini Run’ ปาร์ตี้ริมหาดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

วันที่ 10 มีนาคม 2569 นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงาน ‘Songkran Pran Beach Festival 2026 & Bikini Run’ ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ มี น.ส.นลิน มาคเชนทร์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบฯ นางปัณรสี สู่ศิริรัตน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด นายพีรศักดิ์ จิวรรจนะโรดม นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำปราณ บุคลากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคณะผู้จัดงาน เข้าร่วมการประชุม เพื่อรับฟังความคืบหน้าในการจัดงาน การจัดการจราจรและรักษาความปลอดภัย ซึ่งในที่ประชุมได้เน้นเรื่องการควบคุมเหตุทะเลาะวิวาทและการตรวจสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด รวมถึงการจัดบุคลากรให้เพียงพอต่อการอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจร ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมวิ่ง Fun run 5 กิโลเมตร สนุกกับ Beach Party + EDM + HipHop จากศิลปินและดีเจชื่อดัง อาทิ LAZYLOXY & SAMBLACK, โดม ปกรณ์ ลัม (DJ Set), เด็บบี้ บาซู (90s Queen), DJ Roxy June / พีท ทองเจือ (Lazy Prince) 3 สาว Seven Star และทัพดีเจอีกเพียบ ! ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลที่สวยงาม ในวันที่ 11 เมษายนนี้ ที่ลาน 24 ไร่ ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี

‘Fantastic Roadway’ ร่วมกับเทศบาลตำบลปากน้ำปราณ จัดงาน ‘Songkran Pran Beach Festival 2026 & Bikini Run’ ขึ้นเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้แก่ชุมชน โดยจัดกิจกรรมด้านความบันเทิงมอบประสบการณ์แก่ผู้ชื่นชอบดนตรีและการออกกำลังกาย ผสมผสานกับไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว ควบคู่กับการใส่ใจดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และเพื่อเป็นแรงบันดาลใจผลักดันให้อำเภอปราณบุรี เป็นพื้นที่หมุดหมายของการท่องเทียวในครั้งต่อไป โดยรายได้ส่วนหนึ่งนำไปสมทบทุนมอบให้แก่อำเภอปราณบุรี เพื่อจัดหาอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์มอบให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและต่างชาติในครั้งนี้กว่า 5,000 คน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ยุติธรรมประจวบฯ ติวเข้มศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชน ระงับข้อพิพาททั้งทางแพ่งและอาญา

ยุติธรรมประจวบฯ ติวเข้มศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชน ระงับข้อพิพาททั้งทางแพ่งและอาญา

วันที่ 9 มีนาคม 2569 นายปิยชาติ ไฮ้คง หัวหน้ากลุ่มอำนวยความยุติธรรมและนิติการ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดประจวบฯ ได้รับมอบหมายจากนางพรโพยม นาคน้อย รักษาการยุติธรรมจังหวัด เป็นประธานเปิดโครงการจัดฝึกอบรมการพัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพของคณะทำงาน ตามภารกิจของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ปี 2569 ที่ห้องประชุมเกาะหลัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัด โดยมี น.ส.ศิริวรรณ รัตนสิทธิ์ชัชวาล เจ้าหน้าที่คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สำนักงานยุติธรรมจังหวัด กล่าวรายงาน และมีประธานและคณะทำงานบริหารประจำศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนสถานีตำรวจภูธร ทั้ง 15 สภ.ในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ ประกอบด้วย สภ.หัวหิน, สภ.หนองพลับ, สภ.ปราณบุรี, สภ.อ่าวน้อย, สภ.คลองวาฬ, สภ.สามร้อยยอด, สภ.สามกระทาย, สภ.บ้านยางชุม, สภ.ปากน้ำปราณ, สภ.เมืองฯ, สภ.ทับสะแก, สภ.ห้วยยาง, สภ.บางสะพาน, สภ.บางสะพานน้อย และ สภ.ธงชัย ประธานและคณะทำงานบริหารประจำศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน อบต. จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ อบต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี, อบต.ธงชัย อ.บางสะพาน, อบต.ชัยเกษม อ.บางสะพาน, อบต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย, อบต.สามกระทาย อ.กุยบุรี และ อบต.เขาล้าน อ.ทับสะแก เข้าร่วม

นายปิยชาติ ไฮ้คง กล่าวว่า สำนักงานยุติธรรมจังหวัดประจวบฯ คาดหวังว่าทุกท่านที่ผ่านการฝึกอบรมในครั้งนี้ จะได้ช่วยสนับสนุน ส่งเสริม พัฒนาและขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์โกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนในแต่ละพื้นที่ ในบทบาทภารกิจการระงับข้อพิพาททางแพ่งที่มีทุนทรัพย์ไม่มากนัก และข้อพิพาททางอาญาบางประเภทได้ ด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท อันเกิดจากความสมัครใจของคู่กรณี และให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม โดยสะดวกรวดเร็วและไม่เสียค่าใช้จ่ายสูงเกินสมควร เกิดความเท่าเทียมกันและเสมอภาคทุกชนชั้นในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญูและนโยบายรัฐบาล โดยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามกฎหมายนี้

ด้าน น.ส.ศิริวรรณ รัตนสิทธิ์ชัชวาล กล่าวว่า กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนรวมตัวกันไม่น้อยกว่า 5 คน จัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ตามระเบียบกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน พ.ศ.2562 โดยกำหนดให้คณะทำงานศูนย์ฯ มีบทบาทหน้าที่ดังนี้คือ 1.ประสานจัดกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท 2.จัดทำแผนการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณ 3.ส่งเสริมการรับรู้เกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท 4. ประสานการดำเนินงานไกล่เกลี่ยระหว่างพื้นที่ 5.รายงานผลการดำเนินงานต่อ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดประจวบฯ และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริม พัฒนาและสนับสนุนให้มีการขับเคลื่อนการระงับข้อพิพาททางเลือกด้วยการไกล่เกลี่ยของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน สำนักงานยุติธรรรมจังหวัดจึงได้จัดฝึกอบรมการพัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพของคณะทำงานตามภารกิจของศูนย์โกล่เกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนขึ้น กลุ่มเป้าหมายคือประธานและคณะทำงานบริหารศูนย์ฯ หรือคณะทำงานที่ได้รับมอบหมาย ที่ผ่านการตรวจประเมินตามเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อตั้งศูนย์ใกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ให้เข้ารับการฝึกอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมในการทำงานด้วย ซึ่งหลักสูตรในการฝึกอบรมประกอบไปด้วย 1. การรับคำร้องขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาท 2. การออกหนังสือบันทึกข้อตกลงการระงับข้อพิพาท 3.การเบิกจ่ายค่าตอบแทนผู้ไกล่เกลี่ย ตามระเบียบกระทรวงยุติธรรม 4.การยืนคำขอเบิกค่าจัดกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท 5.การเตรียมความพร้อมเพื่อประเมินประจำปีของของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน