Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน ตรวจสอบโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก พร้อมระบบระบายน้ำ ซอยหัวหิน 102

เทศบาลนครหัวหิน ตรวจสอบโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก พร้อมระบบระบายน้ำ ซอยหัวหิน 102

วันที่ 3 เมษายน 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน พร้อมด้วยนายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล นายธัชชนันท์ จันทกูล วิศวกรโยธาชำนาญการ นายณัฐกฤตย์ โชคสิริคุณปกรณ์ นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ นายรัฐกิจ รัฐกิจวิจารณ์ ณ นคร ผู้ช่วย นายช่างเขียนแบบ เลขานุการนายกฯ สมาชิกสภาเทศบาล ผู้อำนวยการสำนักช่าง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก พร้อมระบบระบายน้ำ ที่ซอยหัวหิน 102 (บริเวณตรงข้ามร้านหมอเอกซีฟู้ด) อ.หัวหิน เพื่อติดตามความคืบหน้าและตรวจสอบมาตรฐานการก่อสร้าง เพื่อให้โครงการเป็นไปตามแบบแปลน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่ ช่วยเพิ่มความสะดวก ปลอดภัยในการสัญจร และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน

นายนพพร กล่าวว่า จากตรวจสอบเป็นที่น่าพอใจ ความเรียบร้อยของงานดี วันนี้มาเจาะพื้นคอนกรีตดูความหนาของคอนกรีต บางจุดได้ 20.5 เซนติเมตร บางจุดได้ 16 เซนติเมตร ทั้งหมดต้องผ่านเกณฑ์ 15 เซนติเมตรทุกจุด ถ้าต่ำกว่า 15 เซนติเมตร ก็ต้องทุบทิ้ง ตามนโยบายที่ให้ไปแล้ว ถือว่าทำถนนได้สวยงาม งบประมาณโครงการนี้ประมาณ 4 ล้าน 5 แสนเศษครับ

“ในส่วนโครงการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น สภาวะปัญหาน้ำมันแพงแค่ไหน ก็หยุดไม่ได้ เรื่องน้ำมันแพงต้องคิดราคาตามข้อเท็จจริง ณ ราคาปัจจุบัน ซึ่งต้องทำตามกฎตามระเบียบหมด ตอนนี้ปรับราคาขึ้นมาตามสภาพของน้ำมันแพง คาดว่าจากนี้ไปน่าจะไม่เกิน 3 – 4 เดือน ต้องทำซอยหัวหิน 102 เส้นเมน ตั้งแต่ทางรถไฟฝั่งตะวันตก ถึงแยกเศรษฐวิทย์ ให้เสร็จทั้งหมดครับ” นายนพพร กล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปราณบุรีเตรียมจัดงานมหาสงกรานต์ล่องนที แห่พระวารีเข้าเมือง เสริมมงคลชีวิตรับปีใหม่ไทย

ปราณบุรีเตรียมจัดงานมหาสงกรานต์ล่องนที แห่พระวารีเข้าเมือง เสริมมงคลชีวิตรับปีใหม่ไทย

วันที่ 2 เมษายน 2569 นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี, นางอุบลวรรณ คงสว่าง ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), นายสถาพร ก้อนเมฆ นายก อบต.ปราณบุรี, นายธเนศพล วงศ์สวาท ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านนาห้วย, นายบุญมี สำมณี ประธานสภาวัฒธรรมอำเภอปราณบุรี, พ.ต.อ.หงส์พรหม วิศิษฐ์ชนะชัย ผกก.สภ.ปราณบุรี และพระครูปลัดวชิรานันท์ วชิราวุโธ เจ้าคณะตำบลปราณบุรี เจ้าอาวาสวัดนาห้วย ร่วมแถลงข่าวการจัดงานประเพณี “มหาสงกรานต์ล่องนที แห่พระวารีเข้าเมือง” สงกรานต์วิถีไทย สนุก ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากสวมเสื้อลายดอกสีสันสดใสร่วมรับฟังที่บริเวณท่าน้ำวัดนาห้วย อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ

นายราม กล่าวว่า อำเภอปราณบุรี ร่วมกับวัดนาห้วย และหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดงานประเพณี “มหาสงกรานต์ล่องนที แห่พระวารีเข้าเมือง” ขึ้นในวันที่ 14 เมษายนนี้ เพื่อเป็นการจรรโลงและรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของชุมชนท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจอำเภอปราณบุรี สนับสนุนการสร้าง Soft Power ของประเทศ โดยการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ศิลปะ วัฒนธรรม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน และเป็นปีแรกที่จัดให้มีขบวนแห่พระวารีเข้าเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันปีใหม่ไทย เป็นการนิมนต์พระภิกษุสงฆ์จาก 9 วัดในพื้นที่ พร้อมพระพุธรูป ล่องเรือในแม่น้ำปราณบุรี ตั้งขบวนจากท่าน้ำเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (สะพานดำ) มายังท่าน้ำวัดนาห้วย ระยะทาง 3.7 กิโลเมตร จากนั้นร่วมกันแห่ไปยังวัดนาห้วย เวียนรอบอุโบสถ 1 รอบ และเคลื่อนขบวนไปยังศาลาหมู่บ้าน ทำพิธีแห่นางสงกรานต์เข้าเมือง เสร็จแล้วกลับมาทำกิจกรรมร่วมกันอีกครั้งที่บริเวณท่าน้ำวัดนาห้วย อาทิ การละเล่นไทยๆ การสรงน้ำพระ พิธีรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ การเล่นน้ำสงกรานต์แบบวิถีไทย ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์ และปิดท้ายด้วยรำวง ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพิ่มเติมอีกทางหนึ่ง จึงขอเชิญชวนประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมงานมหาสงกรานต์ล่องนที แห่พระวารีเข้าเมือง ได้ตามวันดังกล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหินลุยโปรเจกต์“หนอนแมลงวันทหารดำ”เปลี่ยนขยะอาหารเป็นประโยชน์

หัวหินลุยโปรเจกต์“หนอนแมลงวันทหารดำ”เปลี่ยนขยะอาหารเป็นประโยชน์

วันที่ 2 เมษายน 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเลี้ยงหนอนแมลงวันทหารดำ (Black Soldier Fly : BSF) เพื่อยกระดับการจัดการขยะอินทรีย์และขับเคลื่อนหัวหินสู่เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน โดยมีนายพิทยา คณะมะ ปศุสัตว์อำเภอหัวหิน นายขุนพล งามคง เกษตรอำเภอหัวหิน น.ส.ณัฐธวรรณ มิตรดี เลขานุการนายกเทศมนตรี จ่าเอกลิขิต หนูนิน รองปลัดเทศบาล ตัวแทนจากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิกากาศและสิ่งแวดล้อม, สถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (GGGI) และบริษัท PXP Sustainability ตัวแทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ โรงเรียนในสังกัดเทศบาล ผู้ประกอบการร้านอาหาร ภาคธุรกิจโรงแรม ห้างสรรพสินค้าและหน่วยงานเอกชน ผู้ประกอบการร้านอาหาร เข้าร่วม

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า งานส่งเสริมคัดแยกและลดปริมาณมูลฝอย กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม จัดการประชุมครั้งนี้ เพื่อนำเสนอผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเลี้ยงหนอนแมลงวันทหารดำ (BSF) ในเขตเทศบาลนครหัวหิน และรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่เขตเทศบาลนครหัวหิน โดยได้รับความร่วมมือทางด้านวิชาการจากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมบริษัทที่ปรึกษา และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องมาให้คำปรึกษาและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์และคัดเลือกเทคโนโลยีและระบบการเลี้ยงหนอนแมลงวันทหารดำ (BSF) ซึ่งจะมาช่วยย่อยเศษอาหาร เพื่อลดปริมาณขยะอินทรีย์ในชุมชน และสถานประกอบการต่างๆ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกของเทศบาลนครหัวหินให้ได้ร้อยละ 5 ภายในปี 2573 ตามแผนปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้เทศบาลนครหัวหินของเราเป็นเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนได้อย่างต่อเนื่องต่อไป

โครงการนี้เน้นการใช้เทคโนโลยีหนอนแมลงวันทหารดำ (BSF) ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการย่อยสลายเศษอาหารและขยะอินทรีย์ โดยผลลัพธ์ที่ได้สามารถนำไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์และปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดี ช่วยลดปริมาณขยะที่จะเข้าสู่ระบบฝังกลบได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ผลสรุปจากการรับฟังความคิดเห็นจะถูกนำไปพัฒนาเป็นแผนแม่บท เพื่อเริ่มดำเนินการโครงการเลี้ยงหนอนแมลงวันทหารดำในเขตเทศบาลนครหัวหินอย่างเต็มรูปแบบต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน จัดกิจกรรมกีฬาสัมพันธ์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

เทศบาลนครหัวหิน จัดกิจกรรมกีฬาสัมพันธ์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

วันที่ 2 เมษายน 2569 น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและผู้เตรียมเข้าสู่วัยสูงอายุครั้งที่ 7 กิจกรรมกีฬาสัมพันธ์ ที่โรงแรมหัวหินแกรนด์ โฮเทลแอนด์พลาซ่า จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน คณะผู้บริหาร ประธานสภาเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม เข้าร่วมกิจกรรม

น.ส.ไพลิน กล่าวว่า โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและผู้เตรียมเข้าสู่วัยสูงอายุ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จัดขึ้นโดยกองสวัสดิการสังคม เทศบาลนครหัวหิน ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมทั้งหมด 7 ครั้ง และกิจกรรมศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้การขับเคลื่อนกิจกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุ 1 ครั้ง เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุและผู้เตรียมเข้าสู่วัยสูงอายุได้มีการพัฒนาศักยภาพตนเอง ทั้งด้านการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจ รวมถึงได้รับการเสริมสร้างทักษะทางสังคมที่จำเป็น นำไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต และสามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมไประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ตลอดจนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างกัน ทั้งในกลุ่มผู้สูงอายุภายในเขตเทศบาลนครหัวหิน และกับผู้สูงอายุจังหวัดอื่น มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้สูงอายุและผู้เตรียมเข้าสู่วัยสูงอายุในเขตเทศบาลนครหัวหิน รวมทั้งสิ้น 150 คน

กิจกรรมครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของโครงการแล้ว โดยมีกิจกรรมกีฬาสัมพันธ์ อาทิ การละเล่นผีพุ่งไต้ โดยนักเรียนโรงเรียนผู้สูงอายุ (วิ’ลัย วัยหวาน รุ่นที่ 8) และกิจกรรมเดินขบวนพาเหรด ซึ่งรูปขบวนเป็นการสร้างสรรค์จากผู้สูงอายุเอง จากนั้นมีการแข่งขันกีฬาเพื่อสร้างความสามัคคีระหว่างกลุ่มผู้สูงอายุด้วยกัน และระหว่างผู้สูงอายุกับเจ้าหน้าที่จากกองสวัสดิการสังคม ซึ่งหลังจากนี้จะมีพิธีมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้สำเร็จหลักสูตรต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สทนช. ระดมความคิดเห็นจัดทำแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี – ประจวบฯ

สทนช. ระดมความคิดเห็นจัดทำแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี – ประจวบฯ

วันที่ 2 เมษายน 2569 นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดประชุมโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บท การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ.2566 – 2580) จัดโดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) มีนายธันยา จรูญสมาธิศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำเพชรบุรี – ประจวบฯ สทนช.2, คณะกรรมการลุ่มน้ำเพชรบุรี – ประจวบฯ, ผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำส่วนราชการและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมประชุม

นายธันยา จรูญสมาธิศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำเพชรบุรี – ประจวบฯ สทนช.2 กล่าวว่า การประชุมในวันนี้เป็นการปฐมนิเทศโครงการ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการและรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียจากทุกภาคส่วน ต่อขอบเขตและแนวทางการศึกษาของโครงการ ซึ่งดำเนินการตามกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ Strategic Environmental Assessment หรือ SEA ที่มีการคำนึงถึงมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับทรัพยากรน้ำ มากำหนดทิศทางการพัฒนาและการบริหารทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำ ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย นำไปสู่การกำหนดค่าเป้าหมาย ตัวชี้วัด กลยุทธ์ และแผนงานที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาความต้องการและทิศทางการพัฒนาเชิงพื้นที่ของลุ่มน้ำ เพื่อให้หน่วยงานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนปฏิบัติการลุ่มน้ำในเขตลุ่มน้ำต่อไป

อย่างไรก็ตาม แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำฉบับนี้ยังมีข้อจำกัดที่ต้องดำเนินการปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์ เช่น บางแผนงานยังไม่มีค่าเป้าหมาย รวมถึงบางลุ่มน้ำยังไม่ได้นำกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ Strategic Environmental Assessment: หรือ SEA มาใช้ในการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำ เป็นต้น ดังนั้นคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติจึงเห็นควรให้คณะกรรมการลุ่มน้ำดำเนินการปรับปรุงแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น ดังนั้น สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จึงได้ดำเนินโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี – ประจวบฯ ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ.2566 – 2580) และได้ว่าจ้างให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งประกอบด้วยบริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟเทคโนโลยี จำกัด และบริษัท เซ้าท์อีสท์เอเชียเทคโนโลยี จำกัด ให้เป็นผู้ศึกษาจัดทำแผนแม่บทในครั้งนี้.

มานพ ฟูเฟื่อง…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ นำร่องจังหวัดต้นแบบนำเทคโนโลยี AI Transformer Low Carbon Platform มาใช้ในศูนย์ราชการ

ประจวบฯ นำร่องจังหวัดต้นแบบนำเทคโนโลยี AI Transformer Low Carbon Platform มาใช้ในศูนย์ราชการ

วันที่ 2 เมษายน 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เปิดเผยภายหลังร่วมในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOA) และรับมอบหม้อแปลงไฟฟ้าจากบริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด โดยมีนายประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์ กรรมการบริหารบริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ที่ห้องพิธีการ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ พร้อมเปิดตัวโครงการต้นแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน “อาคาร AI อนุรักษ์พลังงาน และพลังงานสุทธิด้วย AI Transformer Low Carbon” ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการนำเทคโนโลยี AI Transformer Low Carbon Platform มาใช้ในศูนย์ราชการจังหวัด เพื่อยกระดับการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและทันสมัย โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการ ขับเคลื่อนจังหวัดประจวบฯ สู่การเป็นจังหวัดต้นแบบด้านการอนุรักษ์พลังงานและการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า ลดความสูญเสีย และสร้างมาตรฐานใหม่ในการจัดการพลังงาน สนับสนุนนโยบาย Carbon Neutrality ของประเทศ โดยตั้งเป้าหมายร่วมกันในการลดการปล่อยคาร์บอน 10 ล้านตัน เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างศักยภาพภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว ผ่านการสัมมนา “ร่วมแรงร่วมใจ ประจวบฯ ต้องไปต่อ” เพื่อให้ผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ท ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และโรงงานอุตสาหกรรม มีความพร้อมในการปรับตัวสู่การอนุรักษ์พลังงานและเข้าถึงการสนับสนุนจากภาครัฐ

นายสิทธิชัย กล่าวอีกว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ส่งผลกระทบต่อเราทุกคน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในฐานะเมืองท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่สำคัญ จึงมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับสู่การเป็น Smart City ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้เป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานระดับประเทศ การนำเทคโนโลยี AI Transformer Low Carbon Platform มาใช้ในศูนย์ราชการ ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานสุทธิ (Era Net Zero) ที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป็นต้นแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณบริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ร่วมกันผลักดันให้โครงการนี้เกิดขึ้น โดยเชื่อมั่นว่าโครงการต้นแบบดังกล่าวจะเป็นแรงบันดาลใจให้จังหวัดอื่นๆ และทั่วประเทศร่วมกันเดินหน้าสู่เป้าหมายการลดคาร์บอน และสร้างความยั่งยืนให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลเมืองประจวบฯ จัดประกวดมาสคอต – ภาพถ่ายสมาร์ทโฟน ชิงเงินรางวัลกว่า 1 หมื่นบาท

เทศบาลเมืองประจวบฯ จัดประกวดมาสคอต – ภาพถ่ายสมาร์ทโฟน ชิงเงินรางวัลกว่า 1 หมื่นบาท

วันที่ 1 เมษายน 2569 เทศบาลเมืองประจวบฯ โดยนายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เปิดตัวโครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ผ่านการจัด“2 กิจกรรมการประกวด” เพื่อยกระดับภาพลักษณ์เมืองและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในยุคดิจิทัล ประกอบด้วย 1. การประกวดออกแบบมาสคอตประจำเทศบาลเมืองประจวบฯ มุ่งสร้างสัญลักษณ์ตัวแทนเมืองที่สะท้อนอัตลักษณ์ วิถีชีวิต ธรรมชาติและเสน่ห์ของเมืองประจวบฯ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์และต่อยอดสู่กิจกรรมและผลิตภัณฑ์ในอนาคต 2. การประกวดภาพถ่ายผ่านสมาร์ทโฟน ภายใต้หัวข้อ“ประจวบคีรีขันธ์ เมืองฮีลใจ” เปิดโอกาสให้ประชาชนถ่ายทอดมุมมองความสุข ความสงบและเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยว ผ่านเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางท่องเที่ยว

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีจุดเด่นสำคัญ คือ การเปิดกว้างให้ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องมือสนับสนุนกระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบมาสคอต หรือการปรับแต่งภาพถ่าย โดยกำหนดแนวทางการใช้งานอย่างเหมาะสม เช่น การใช้ AI เพื่อช่วยพัฒนาแนวคิดหรือเพิ่มคุณภาพของผลงาน ต้องไม่เป็นการสร้างผลงานโดยอัตโนมัติทั้งหมดโดยขาดการมีส่วนร่วมของผู้ส่งประกวด สำหรับภาพถ่าย ต้องไม่บิดเบือนข้อเท็จจริงของสถานที่หรืออัตลักษณ์ของพื้นที่ แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงการปรับตัวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการส่งเสริม “Digital Creativity” ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ของพื้นที่อย่างสมดุล

คุณสมบัติผู้สมัครและเงื่อนไขการส่งงาน ผู้เข้าประกวด : นักเรียน นักศึกษา นักออกแบบ และประชาชนทั่วไป (ไม่จำกัดอายุ) จำนวนผลงาน : ส่งได้คนละไม่เกิน 3 ผลงาน (แต่จะได้รับรางวัลสูงสุดเพียงรางวัลเดียว) อุปกรณ์ : ต้องถ่ายด้วยสมาร์ทโฟนเท่านั้น ไม่จำกัดรุ่นและยี่ห้อ ต้องเป็นภาพที่ถ่ายในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองประจวบฯ ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 30 เมษายน 2569

รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 2,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร รางวัลชมเชย เงินรางวัล 1,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร \ ประกาศผลวันที่ 6 พฤษภาคม และจัดพิธีมอบรางวัลในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่กองการท่องเที่ยวและกีฬา เทศบาลเมืองประจวบฯ โทรศัพท์ 032 – 604143 เทศบาลเมืองประจวบฯ คาดหวังว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการรับรู้ด้านการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และผลักดันเมืองประจวบคีรีขันธ์สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สุวัจน์เปิดงานหัวหินมอเตอร์โชว์ 2026 พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษภายในงาน

สุวัจน์เปิดงานหัวหินมอเตอร์โชว์ 2026 พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษภายในงาน

วันที่ 1 เมษายน 2569 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานหัวหินมอเตอร์โชว์ 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 6 เมษายน ที่หัวหินคอนเวนชั่นเซนเตอร์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน นายอิษฎา เสาวรส ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายศุรอัฐ ณรงค์ฤทธิ์ ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 นายสมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากให้การต้อนรับและร่วมชมรถยนต์หรูจากค่ายต่างๆ ที่นำมาจัดแสดงด้วยความสนใจ

งานหัวหินมอเตอร์โชว์ 2026 จัดขึ้นเพื่อเปิดช่องทางการขาย ที่ช่วยให้ดีลเลอร์สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อจริงในบรรยากาศที่เอื้อต่อการตัดสินใจ ส่งเสริมธุรกิจยานยนต์ในพื้นที่เพื่อสร้างความเติบโตทางธุรกิจ เป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค เนื่องจากผู้จัดงานเลือกช่วงเวลาการจัดงานให้ตรงกับงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ 2026 ซึ่งผู้ที่สนใจจะได้รับข้อเสนอเดียวกันกับงานดังกล่าว โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงกรุงเทพฯ อีกด้วย ไฮไลต์ในงานคือการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถยนต์รุ่นใหม่ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า – น้ำมัน จากค่ายรถยักษ์ใหญ่ 12 แบรนด์ดัง พร้อมโปรโมชั่นแรง นอกจากนี้ยังมีบูธของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มาให้ความรู้เรื่องการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ปลอดภัยและประหยัด การติดตั้งเครื่องอัดประจุไฟฟ้าที่บ้าน การใช้แอปพลิเคชันค้นหาสถานีชาร์จ (EGAT EV) และการจัดการแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ใช้งานได้ยาวนาน ปลอดภัยจากการใช้งานและลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นาตาลีลุยงานทันที หลังเข้ารับตำแหน่งนายกเทศบาลตำบลทับสะแก

นาตาลีลุยงานทันที หลังเข้ารับตำแหน่งนายกเทศบาลตำบลทับสะแก

วันที่ 31 มีนาคม 2569 น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค นายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนายสุทิน ตั้งเขาทอง รองนายกเทศบาล คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำอุปโภค พร้อมสำรวจหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยมีผู้ประสบปัญหาน้ำอุปโภค 2 หมู่บ้านในเขตเทศบาล ได้แก่หมู่ 6 และหมู่ 7 โดยนำรถน้ำออกให้บริการชาวบ้าน ท่ามกลางอากาศร้อนจัด

สำหรับ น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค เป็นนายกหญิงคนแรกของเทศบาลตำบลทับสะแก ได้แถลงนโยบายต่อสภาเทศบาลตำบลทับสะแก เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ วาง 9 มาตรการรับมือภัยแล้ง ยืนยันประชาชนมีน้ำเล่นสงกรานต์และมีน้ำใช้เพียงพอ ตลอดหน้าแล้ง

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ วาง 9 มาตรการรับมือภัยแล้ง ยืนยันประชาชนมีน้ำเล่นสงกรานต์และมีน้ำใช้เพียงพอ ตลอดหน้าแล้ง

วันที่ 1 เมษายน 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานสรุปผลการปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชน ในการเตรียมความพร้อมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2569 มีนายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าร่วมที่โรงแรมหาดทอง อ.เมืองประจวบฯ

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า จังหวัดประจวบฯ ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน มาร่วมกันแถลงข่าวถึงสถานการณ์น้ำและมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้งของจังหวัด เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง และมั่นใจว่าจังหวัดได้เตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ จากการติดตามสถานการณ์น้ำของจังหวัดประจวบฯ ในปัจจุบัน พบว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของจังหวัด อยู่ที่ 46 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 32 ยังถือว่าอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงปลายหน้าแล้งที่มีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น ทั้งในภาคครัวเรือนและภาคการเกษตร ทางจังหวัดจึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทั้งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด โครงการชลประทานจังหวัด การประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานเกษตรจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงหน่วยทหารในพื้นที่ เพื่อร่วมกันบริหารจัดการน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ ขอยืนยันว่า ประชาชนจะมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ และปีนี้มีน้ำเล่นสงกรานต์แน่นอน พร้อมขอความร่วมมือประชาชน ภาคธุรกิจ และทุกภาคส่วนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า เพราะน้ำเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว หากประชาชนในพื้นที่ใดประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่

สำหรับผลการดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2569 ของจังหวัดประจวบฯ มีหลายด้าน ได้แก่ 1. การบริหารจัดการน้ำต้นทุนจากอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยสำรวจความต้องการใช้น้ำ และน้ำที่มีอยู่ ทั้งน้ำสำหรับผลิตน้ำประปา น้ำผิวดิน น้ำบาดาล สำหรับประชาชนนอกเขตการประปา 2. การขุดลอกแหล่งน้ำและปรับปรุงแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยแหล่งน้ำในเขตการรถไฟฯ เช่น ที่ดำเนินการไปแล้วในพื้นที่ตำบลห้วยทราย ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ ต.บางสะพานน้อย อ.บางสะพานน้อย เป็นต้น การปรับปรุงแหล่งน้ำต้นน้ำ เช่น ห้วยน้ำโจน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำคลองบึง รวมถึงการดำเนินงานอื่นๆ เช่น การปรับปรุงฝายต้นน้ำ และร่องน้ำต่างๆ 3. การติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ โดยติดตั้งเครื่องสูบส่งน้ำระยะไกล ช่วยเหลือในพื้นที่ ที่มีความจำเป็นในการบริหารจัดการน้ำของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 4.การเตรียมรถบรรทุกน้ำ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ที่อยู่นอกเขตประปา เป็นการช่วยเหลือประชาชนโดยตรง มีการจัดรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายน้ำในพื้นที่ ที่ขาดแคลนอย่างทันท่วงที โดยมีการปฏิบัติการส่งน้ำให้ประชาชนนอกเขตประปาในพื้นที่ชุมชน โดยรถบรรทุกน้ำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และรถบรรทุกน้ำของส่วนราชการ เช่น ของกรม ปภ. หน่วยทหารกองบิน 5 กรมชลประทาน กรมทางหลวง เป็นต้น โดยน้ำที่นำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในการอุปโภค – บริโภค ได้รับการสนับสนุนจากการประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่ สนับสนุนน้ำโดยไม่มีค่าใช้จ่าย 5.การติดตั้งถังสำรองน้ำชุมชนในหมู่บ้านที่อยู่นอกเขตประปา โดยได้มีการมอบถังน้ำใหม่ให้ รวมไปถึงให้ชุมชนทำความสะอาด ซ่อมสร้างถังน้ำเก่าที่มีอยู่ และเติมน้ำโดย อปท. และส่วนราชการ ตามแผนของพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 6. เตรียมพร้อมกำลังพลให้สามารถตอบสนองได้ทันทีเมื่อมีการร้องขอ โดย อปท. อำเภอ และกองอำนวยการ ปภ.จังหวัด ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมสนับสนุนให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเพียงพอ 7. ดูแลภาคเกษตรกรรม ส่งเสริมเกษตรกรปรับแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ สนับสนุนพืชที่ใช้น้ำน้อยเพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้น้ำ และเผยแพร่ความรู้การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพในระดับแปลง 8. รณรงค์ให้ประหยัดน้ำทุกภาคส่วน โดยขอความร่วมมือประชาชนและภาคธุรกิจลดการใช้น้ำที่ไม่จำเป็น ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์ทุกรูปแบบ 9. จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยมี สำนักงาน ปภ.จังหวัด เป็นเลขานุการ และหน่วยงานกลางในการประสานงานการปฏิบัติ และร่วมกับทุกภาคส่วน.