Categories
ข่าว ทั้งหมด

กลุ่มพัฒนาแม่รำพึงเข้มแข็ง เปิดตัวผู้สมัครชิงชัยนายก อบต.แม่รำพึง

กลุ่มพัฒนาแม่รำพึงเข้มแข็ง เปิดตัวผู้สมัครชิงชัยนายก อบต.แม่รำพึง

วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ที่ศูนย์ประสานงานกลุ่มพัฒนาแม่รำพึงเข้มแข็ง เยื้องทางเข้าบริษัทสหวิริยาสตีลอินดัสทรี หมู่ 4 บ้านท่าขาม ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายพีระ ร่วมพุ่ม อดีตรองนายก อบต.แม่รำพึง, น.ส.กันต์ฤทัย วงษ์โท อดีตเลขานุการนายก อบต.แม่รำพึง, นายณัฐพล เรือนจันทร์ และสมาชิกกลุ่ม ร่วมเปิดศูนย์ประสานงานกลุ่มพัฒนาแม่รำพึงเข้มแข็ง พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครลงชิงชัยนายก อบต.แม่รำพึง ที่กำลังจะหมดวาระลงในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยมีนายชัยยะ เจียมจรัสรังษี หรือเฮียฮวด อดีตนายก อบต.แม่รำพึง พร้อมประชาชนในพื้นที่เข้ามอบดอกกุหลาบร่วมแสดงความยินดี

นายพีระ ร่วมพุ่ม เปิดเผยว่า ตนและนายณัฐพล เรือนจันทร์ อดีตเลขาฯ นายก อบต.แม่รำพึง ได้ยื่นลาออกจากทีมผู้บริหารชุดปัจจุบันเมื่อช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อออกมาตั้งกลุ่มพัฒนาแม่รำพึงเข้มแข็ง และตนจะขออาสาลงสมัครเป็นนายก อบต. ในสมัยหน้า ที่คาดว่าจะมีการเลือกตั้งกันช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 เนื่องจากทีมบริหารและสมาชิก อบต.ชุดปัจจุบัน จะหมดวาระลงในเดือนพฤศจิกายนนี้

ในวันนี้ไม่ใช่แค่การเปิดศูนย์ประสานงานกลุ่มฯ ของพวกเราเท่านั้น แต่ตนเชื่อว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงการเมืองท้องถิ่นของแม่รำพึง โดยที่พี่น้องชาวแม่รำพึงทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ กลุ่มของพวกเรามีความตั้งใจจริงที่จะพัฒนาแม่รำพึง ที่เป็นบ้านของเราให้ดีกว่าเดิม ตนเชื่อว่าการเมืองที่ดีจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อทุกคนลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของด้วยกัน ตนจึงขอโอกาสเข้าไปทำหน้าที่ในครั้งนี้ ขอฝากเนื้อฝากตัว ฝากใจ และฝากอนาคตที่เราจะสร้างร่วมกันด้วย นายพีระกล่าว.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รวบผู้ต้องหาตามหมายศาลคลั่ง ถือระเบิดหวังปิดชีพตัวเอง แต่ระเบิดด้าน

รวบผู้ต้องหาตามหมายศาลคลั่ง ถือระเบิดหวังปิดชีพตัวเอง แต่ระเบิดด้าน

พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก.สภ.อ่าวน้อย พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันจับกุมตัวนายอาทิตย์ หรือเทค อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 1 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามหมายจับ 2 คดี ได้แก่ 1. หมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.25/2568 ลงวันที่ 23 มกราคม 2568 ในข้อหา“พยายามฆ่า และมีวัตถุระเบิดซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครอง”2. หมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.15/2568 ลงวันที่ 15 มกราคม 2568 ในข้อหา“สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน/ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต”

ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น.ของวันที่ 30 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปยังเพิงพักไม่มีเลขที่ ด้านหลังบ้านเลขที่ 24/2 หมู่ 10 ต.บ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งสืบทราบว่านายอาทิตย์ มาพักอาศัยอยู่ เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหานั่งอยู่หน้าที่พัก จึงส่งสัญญาณเรียกให้เข้ามาพบ แต่นายอาทิตย์มีอาการคลุ้มคลั่ง พูดจาเอะอะโวยวาย พร้อมกับในมือได้ถือวัตถุคล้ายระเบิดและขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่ได้พยายามต่อรองเจรจา ระหว่างนั้นนายอาทิตย์ทำท่าว่าจะใช้ระเบิดทำการระเบิดตัวเอง เพื่อฆ่าตัวตายจนวัตถุดังกล่าวระเบิดขึ้น โชคดีที่ระเบิดไม่ทำงาน ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ผู้ต้องหาจึงยินยอมมอบตัวแต่โดยดี.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ…..รายงาน
เครดิตภาพ : ตำรวจภูธรประจวบฯ

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ด ผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ พัฒนาสมรรถนะผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว

มหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ด ผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ พัฒนาสมรรถนะผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว

วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ดร.อภิเทพ แซ่โค้ว รักษาการอธิการบดี เป็นประธานเปิดการปฐมนิเทศผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรการพัฒนาสมรรถนะผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รุ่นที่ 2 ที่อาคารหอประชุม มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด วิทยาเขตเพชรบุรี มี ดร.ยุนหลิน หยาง ผู้บริหาร ผศ.ดร.บำเพ็ญ ไมตรีโสภณ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์และสังคมศึกษา/หัวหน้าโครงการฯ ดร.นิติธร จันทเดช คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยี นางเบญจมาส อ่วมสอาด ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร อาจารย์วรพงศ์ แสงผัด หัวหน้าหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต อาจาย์นที แก้วคำอ้าย ผู้จัดการฝ่ายอาคารสถานที่ น.ส.ศิริวรรณ เครือเล็ก เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี นายสายัณต์ สิทธิโชคธรรม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเพชรบุรี นายสมพงษ์สิริ ภัทรสิริถาวร ผู้บริหารมาลัยฟาร์ม หน่วยงานจากองค์กรร่วมผลิต และผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 36 คน

ดร.อภิเทพ แซ่โค้ว กล่าวว่า ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษามีนโยบายให้สถานศึกษาดำเนินโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่และกำลังคนที่มีสมรรถนะเพื่อตอบโจทย์ภาคการผลิต ตามนโยบายการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการผลิตกำลังคนระดับอุดมศึกษาให้ตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมหรืองานประเภทใหม่ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและไม่คาดคิดในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนไม่แน่นอน โดยการเพิ่มศักยภาพกำลังคนให้ตอบโจทย์ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด วิทยาเขตเพชรบุรี ภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้จัดหลักสูตรประกาศนียบัตร ด้านการพัฒนาสมรรถนะผู้ประกอบการด้านการเกษตรในยุคดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยกระทรวงการอุดมศึกษาฯ สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งรุ่นนี้จัดเป็นรุ่นที่ 2 มีผู้สมัครเข้ารับการอบรม จำนวน 36 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและการท่องเที่ยวเชิงเกษตร จึงนับว่าผู้เข้ารับการอบรมทุกท่านเป็นผู้มีศักยภาพที่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การเข้ารับการอบรมในครั้งนี้จะช่วยเติมเต็มให้ผู้เรียนได้เรียนรู้องค์ความรู้ใหม่ๆ ได้เรียนรู้เรื่อง Social listening tools, data – driven marketing, การเขียนแผนธุรกิจ โมเดลธุรกิจ และการผลิตสื่อที่ช่วยยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์ รวมถึงได้สร้างเครือข่ายระหว่างกันที่สร้างความเข้มแข็งให้กับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของประเทศไทย

นอกเหนือจากการได้รับการพัฒนาศักยภาพแล้ว ผู้เข้ารับการอบรมจะได้สร้างเครือข่ายระหว่างกัน ที่ช่วยเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรในจังหวัดเพชรบุรีประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดใกล้เคียง อันจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็ง และยกระดับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับกิจกรรมในวันนี้นอกจากจะเป็นการปฐมนิเทศผู้เข้ารับการอบรมแล้ว ยังเป็นการลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานภายนอกอีก 4 หน่วยงาน โดยลงนามกับนายนิกร นิ่มสาย ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 35 เพชรบุรี และลงนามความร่วมมือในการจัดกิจกรรมโครงการยุวชนอาสาของมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดกับชุมชนในจังหวัดเพชรบุรีอีกสามหน่วยงาน ได้แก่ นายยุทธนา เมืองเล็ก นายก อบต.หนองโสน นางใจแก้ว ศิลปศร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองโสน และนายธนไชย อ่ำจั่น ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรสวนชมพู่เพชรสายรุ้งตำบลบ้านกุ่มและแปรรูปพืชผลไม้ จังหวัดเพชรบุรี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วุฒิสภารับฟังปัญหาประชาชนภาคกลางตอนล่างที่ประจวบฯ เพื่อนำไปแก้ไข

วุฒิสภารับฟังปัญหาประชาชนภาคกลางตอนล่างที่ประจวบฯ เพื่อนำไปแก้ไข

วันที่ 30 เมษายน 2568 สมาชิกวุฒิสภา โดยคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนกลุ่มภาคกลาง (ตอนล่าง) นำโดยพลตำรวจโท ยุทธนา ไทยภักดี ประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะสมาชิกวุฒิสภา จัดโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ที่ห้องประชุมพระเทพสิทธิวิมลเมตตา โรงเรียนประจวบวิทยาลัย อ.เมือง จ.ประจวบฯ โดยมีนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการของจังหวัดประจวบฯ ให้การต้อนรับ และมีประชาชนในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ จำนวนกว่า 200 คน เข้าร่วมกิจกรรม โดยสมาชิกวุฒิสภา ได้ชี้แจงสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทและอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภา รวมทั้งผลงานสำคัญของวุฒิสภา พร้อมร่วมพูดคุยและรับฟังปัญหาจากประชาชนซึ่งเป็นตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ ใน 5 กลุ่มย่อย ได้แก่ ด้านเกษตรกรรม ด้านการท่องเที่ยว ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม ด้านสังคมและความมั่นคง และด้านโลจิสติกส์ ซึ่งแต่ละกลุ่มได้สะท้อนประเด็นปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอแนะอย่างหลากหลาย เช่น การระบาดของแมลงศัตรูมะพร้าว ปัญหาเอกสารสิทธิ์ที่ดินในเขตนิคมสหกรณ์บางสะพาน ปัญหาสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำ ปัญหาการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ปัญหาการไม่มีไฟฟ้าใช้ของประชาชนในพื้นที่ ต.บึงนคร อ.หัวหิน ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ราชพัสดุเขตความปลอดภัยทางทหาร ปัญหาช้างป่ากัดกินผลผลิตของเกษตรกร การขอให้สร้างสถานีรถโดยสารจังหวัดประจวบฯ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ซึ่งวุฒิสภาได้รับฟังเพื่อที่จะนำเอาปัญหา ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็น และหนังสือข้อร้องเรียนจากประชาชนกลับไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภา

พลตำรวจโท ยุทธนา ไทยภักดี ประธานกรรมการฯ กล่าวว่า โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเสนอแนวทางการพัฒนาในระดับพื้นที่ ตลอดจนการรับฟังความคิดเห็นของชุมชนโดยตรง เพื่อส่งต่อไปยังระดับนโยบายอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่เสริมสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นในกระบวนการประชาธิปไตยเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าอย่างมั่นคง บนรากฐานของความร่วมมือ ความโปร่งใส และความยั่งยืนภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ร่วมสีข้าวเปลือกจากแปลงนาสาธิต โดยเครื่องสีข้าวพระราชทาน

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ร่วมสีข้าวเปลือกจากแปลงนาสาธิต โดยเครื่องสีข้าวพระราชทาน

วันที่ 29 เมษายน 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการสีข้าวแปลงนาสาธิต โรงสีข้าวพระราชทานอ่าวน้อย ที่สหกรณ์การเกษตรโรงสีข้าวพระราชทานอ่าวน้อย จำกัด ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ โดยมี นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายประยูร พะมะ สหกรณ์จังหวัด น.ส.กศิธิชา ดวงพัตรา ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองประจวบฯ นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอเมืองประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการสหกรณ์การเกษตรโรงสีข้าวพระราชทานอ่าวน้อย จำกัด และเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ตำบลอ่าวน้อยเข้าร่วมกิจกรรม

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า โรงสีข้าวพระราชทานตำบลอ่าวน้อยนี้ เกิดจากน้ำพระทัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานให้แก่ชาวบ้านตำบลอ่าวน้อยเมื่อปี 2524 เพื่อเป็นต้นแบบในการช่วยเหลือชาวนาให้สามารถผลิตและจำหน่ายข้าวได้ในราคาที่เป็นธรรม และยังเป็นศูนย์การเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตร ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน สอดคล้องกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านที่ผูกพันกับการทำนามาช้านาน แม้จะผ่านมาแล้วกว่า 40 ปี แต่เครื่องสีข้าวพระราชทานก็ยังคงทำงานอยู่จนถึงทุกวันนี้

สำหรับการสีข้าวเปลือกโดยเครื่องสีข้าวพระราชทานจากแปลงนาสาธิตครั้งนี้ จากเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2567 พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและหว่านปุ๋ย จากนั้นได้ดำเนินการเกี่ยวข้าวในแปลงสาธิต จำนวน 2 ไร่ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568 โดยนายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเก็บเกี่ยวได้ทั้งสิ้น 653.39 กิโลกรัม และเพื่อการสาธิตการดำเนินการสีข้าวในวันนี้ มีการซื้อเพิ่มจากแปลงนาข้างเคียง จำนวน 500 กิโลกรัม รวมปริมาณการสีข้าวเปลือกครั้งนี้ จำนวน 1,153.39 กิโลกรัม

ประวัติความเป็นมาของสหกรณ์การเกษตรโรงสีข้าวพระราชทานอ่าวน้อย จำกัด เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2524 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินมาที่นิคมสร้างตนเองจังหวัดประจวบฯ พระราชทานเครื่องยนต์และอุปกรณ์สำหรับสีข้าว กำลังการผลิตขนาด 16 เกวียน เครื่องยนต์ขนาด 3 สูบ 45 แรงม้า ราคา 750,000 บาท และทรงเปิดเดินเครื่องยนต์โรงสี และในวันเดียวกันนั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปลูกต้นมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้ จำนวน 2 ต้น ที่ด้านหน้าโรงสีข้าว ปัจจุบันเติบโตเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ และทุกๆ ปีจะนำผลมะม่วงส่งถวายเข้าวังไกลกังวล นอกจากนี้ทางอำเภอและจังหวัดยังได้ขยายพันธุ์จากกิ่งของต้นมะม่วงทรงปลูก นำไปปลูกในสถานที่สำคัญหลายแห่งอีกด้วย ต่อมาปี 2548 กลุ่มเกษตรกรทำไร่อ่าวน้อยได้จัดตั้งสหกรณ์การเกษตรโรงสีข้าวพระราชทานอ่าวน้อย จำกัด และได้ผลิตข้าวสารบรรจุถุง ประกอบด้วยข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าวขาว ในชื่อ “ข้าวมงคล” จำหน่ายให้แก่คนทั่วไป.

Categories
กีฬา ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

จัดยุทธศิลป์มวยไทย ประชันลีลาแม่ไม้มวยไทย ในงานท่องเที่ยวประจวบฯ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว

จัดยุทธศิลป์มวยไทย ประชันลีลาแม่ไม้มวยไทย ในงานท่องเที่ยวประจวบฯ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว

ช่วงค่ำวันที่ 28 เมษายน 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานมอบถ้วยรางวัล ใบประกาศนียบัตรและทุนการศึกษา ให้กับทีมชนะเลิศที่เข้าร่วมการแข่งขันยุทธศิลป์มวยไทย ในงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด ประจำปี พ.ศ.2568 จัดโดยสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเผยแพร่มวยไทยให้เข้าถึงง่าย ไม่จำเป็นต้องเป็นมวยไทย ส่งเสริมยุวชน เยาวชน ให้หันมาออกกำลังกายด้วยท่าแม่ไม้ – ลูกไม้มวยไทยเพื่อสุขภาพ ทั้งยังจะอนุรักษ์สืบสานมวยไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย มวยไทยยุทธศิลป์ เป็นกีฬาที่เล่นและแสดงได้ทั้งหญิงและชาย โดยไม่เจ็บตัว ทั้งยังจะสร้างเสริมให้เด็กๆ มีความผูกพันและรักมวยไทย ต่อยอดวิชามวยไทยติดตัวไปตลอดชีวิตอีกด้วย โดยมีคณะกรรมการผู้ตัดสินการแข่งขันยุทธศิลป์มวยไทย ได้แก่ 1. อาจารย์ ดร.วรยุทธ์ ทิพย์เที่ยงแท้ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมวยไทย 2. อาจารย์ประสิทธิ์ชัย ผาสุก อาจารย์ประจำสาขาวิชามวยไทยศึกษาและพลศึกษา และ 3. อาจารย์ปรวัฒน์ แขกสินทร ผู้ตัดสินมวยไทยอาชีพ ท่ามกลางประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมชมและเชียร์การแข่งขันกันอย่างคับคั่ง

ผลการตัดสิน รุ่นประถมศึกษา – ชนะเลิศ ได้แก่ ทีมวัดเขาวัง ได้รับทุนการศึกษา 5,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล ใบประกาศนียบัตรและคูปองเงินสด จากศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน และเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมมวยโบราณหลานย่าแสง A ได้รับทุนการศึกษา 3,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตร และคูปองเงินสด จากศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน และเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีมมวยโบราณหลานย่าแสง B ได้รับทุนการศึกษา 2,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตร และคูปองเงินสด จากศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน และเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์

รุ่นมัธยมศึกษา ชนะเลิศ ได้แก่ ทีมบางแพปฐมพิทยา ได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล ใบประกาศนียบัตรและคูปองเงินสด จากศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน และเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมศรศิลป์ ได้รับทุนการศึกษา 5,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตรและคูปองเงินสด จากศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน และเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Muaythai P.S.C. ได้รับทุนการศึกษา 3,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตรและคูปองเงินสด จากศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน และเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ ท่ามกลางความดีใจของผู้เข้าแข่งขัน ผู้ฝึกสอนและผู้ปกครอง ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวพาบุตรหลานเซลฟี่โลกใต้ท้องทะเลและป่าชายเลน ในงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว

นักท่องเที่ยวพาบุตรหลานเซลฟี่โลกใต้ท้องทะเลและป่าชายเลน ในงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว

วันที่ 28 เมษายน 2568 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ เปิดเผยว่า จากนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้หน่วยงานในสังกัดช่วยกันอนุรักษ์ดูแลรักษาป่าและสภาพแวดล้อมต่างๆ ให้คงอยู่สืบไป

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ จึงได้ร่วมจัดนิทรรศการภายใต้แนวคิด “ประจวบต้องไปต่อ Next Move Prachuap” ของนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ในงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ประจำปี 2568 โดยนำเสนอข้อมูลในเรื่องการส่งเสริมและอนุรักษ์การท่องเที่ยวทางทะเล “ว๊าววว ! ทะเลประจวบ” เพื่อแสดงให้ทั่วโลกเห็นว่าทะเลของจังหวัดประจวบฯ มีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์เพียงใด โดยจัดมุมสวยๆ ให้ผู้เข้าเยี่ยมชมได้ถ่ายรูปมากมาย ทั้งความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน โลกใต้ท้องทะเล และมุมถ่ายรูปสุดชิลล์ “เขาจูบกัน” ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในขณะนี้ ที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวพาบุตรหลานถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาถ่ายรูปเช็คอินกันได้ทุกวันจนถึงวันที่ 4 พฤษภาคมนี้

สำหรับงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด ครั้งที่ 15 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2568 ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด และถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ มีการประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว การประกวดสินค้าเกษตร กิจกรรมเดินแบบผ้าไทย ใครใส่ก็สวย โดยนายแบบและนางแบบกิตติมศักดิ์กิจกรรม Night Run เดิน – วิ่ง ชมเมืองสามอ่าว การออกร้านกาชาด โดยจำหน่ายสลากกาชาดการกุศลในราคาใบละ 100 บาท ลุ้นรถยนต์ 3 คัน และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย โดยจะมีการหมุนวงล้อออกรางวัลใหญ่ พร้อมรางวัลอื่นๆ ในวันสุดท้ายของการจัดงาน นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าโอทอป ของดีประจวบฯ สินค้าชุมชน คาราวานสินค้าอุปโภคบริโภค บูธจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ชมการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียงในทุกค่ำคืน จึงขอเชิญชวนประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมเที่ยวงานดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มอบตัวแล้วเก๋งปืนโหด หลังซัลโวกระสุน 11 มม. ใส่คนขับรถบรรทุกพ่วงสาหัส

มอบตัวแล้วเก๋งปืนโหด หลังซัลโวกระสุน 11 มม. ใส่คนขับรถบรรทุกพ่วงสาหัส

วันที่ 27 เมษายน 2568 ความคืบหน้ากรณีคนขับรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียนประจวบคีรีขันธ์ ใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงใส่คนขับรถบรรทุกพ่วง เข้าที่บริเวณชายโครง 1 นัด จนต้องหามตัวส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา บริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ หลักกิโลเมตรที่ 315 + 600 หมู่ 8 บ้านนาทอง ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์

คืบหน้าล่าสุด เวลา 18.00 น. คนขับรถเก๋งคันดังกล่าวได้ประสานตำรวจขอเข้ามอบตัว พร้อมรถเก๋งคันที่ก่อเหตุ ทะเบียน กข 5526 ประจวบฯ เพื่อสู้คดีที่โรงพัก สภ.คลองวาฬ ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คลองวาฬ และชุดสืบสวนภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันแกะรอยจากภาพกล้องวงจรปิดตามเส้นทางและตรวจลายนิ้วมือแฝงจากปลอกกระสุนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จนทราบตัวผู้ก่อเหตุและประสานตำรวจท้องที่ช่วยกดดันอย่างหนัก ทราบชื่อต่อมาคือนายชูฤทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี มีอาชีพเป็นครูสอนวิชาพลศึกษา ที่โรงเรียนสอนศาสนาแห่งหนึ่งในอำเภอทับสะแก จ.ประจวบฯ เบื้องต้น พ.ต.ท.พนม หงส์ทอง สารวัตรหัวหน้างานสอบสวน สภ.คลองวาฬ เจ้าของคดีได้แจ้ง 3 ข้อหาหนัก 1. พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 2. ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่รับอนุญาต และ 3. พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งคดีนี้ผู้ต้องหาได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวด้วยตนเอง ไม่มีพฤติกรรมในการหลบหนี จึงมีสิทธิ์ที่จะสามารถใช้สิทธิ์ในการประกันตัวชั้นตำรวจได้

ก่อนหน้าผู้ต้องหาเข้ามาอบตัว เวลาประมาณ 17.00 น. พ.ต.ท.พนม หงษ์ทอง สารวัตรสอบสวน สภ.คลองวาฬ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พบปลอกกระสุนปืนเพิ่มเติมในจุดบริเวณที่เกิดเหตุอีก 1 ปลอก จึงเก็บเป็นหลักฐานรวมปลอกกระสุน 11 มม.ทั้งหมด 6 ปลอก หัวกระสุนปืนตะกั่ว 1 เม็ด

ทั้งนี้ กล้องวงจรปิดที่แผงขายพวงมาลัยริมทาง ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ยังสามารถบันทึกเสียงปืนขณะเกิดเหตุได้จำนวน 7 นัด ตั้งแต่เวลา 02.54 น. เป็นต้นไป และภาพจากกล้องวงจรปิดของบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะรถบรรทุกพ่วงจอดเรียงแถวบริเวณริมทาง และมีคนขับเดินลงจากรถไปทางท้ายรถ ซึ่งคาดว่าเป็นจุดที่รถเก๋งจอดอยู่เอาไว้ได้

ด้าน พ.ต.ท.พนม หงษ์ทอง สารวัตรสอบสวน สภ.คลองวาฬ เจ้าของคดี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน และฝ่ายสอบสวน ทั้งในส่วนของ สภ.คลองวาฬ และภูธรจังหวัด ได้ร่วมกันเก็บหลักฐานและแกะรอยจากวัตถุพยานต่างๆ เพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุ ระหว่างนั้นมีข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านสื่อมวลชนต่างๆ ผู้ก่อเหตุเห็นข่าวจึงได้ประสานขอเข้ามอบตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนงที่ช่วยนำเสนอข่าว ทำให้การทำงานของตำรวจสามารถได้ตัวผู้ก่อเหตุได้ง่ายขึ้นใช้เวลาไม่ถึง 1 วัน หลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประมวลเร่ง 4 กระทรวง ทำงานบูรณาการ หลังราคายางและปาล์มร่วงหนัก

ประมวลเร่ง 4 กระทรวง ทำงานบูรณาการ หลังราคายางและปาล์มร่วงหนัก

วันที่ 27 เมษายน 2568 นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.ประจวบฯ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ตนได้รับแจ้งปัญหาความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน เนื่องจากขณะนี้ราคาปาล์มน้ำมันลดต่ำลงมาก เหลือเพียง 4 บาทเศษ ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก นอกจากราคาลดต่ำแล้ว ยังพบปัญหาโรงงานบางแห่งปฏิเสธการรับซื้อผลผลิต ทำให้ไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ตามกำหนดเวลา และในเดือนพฤษภาคมนี้จะมีผลผลิตออกมาเพิ่มขึ้นอีก

นอกจากนี้ปัญหาราคายางพาราก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาตั้งแต่สหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นภาษีในยุคของประธานาธิบดีทรัมป์ ส่งผลให้ราคายางพาราลดลงมากถึงกิโลกรัมละกว่า 10 บาท อีกด้วย

นายประมวลเน้นย้ำว่ารัฐบาลมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 กระทรวง ต้องทำงานเชิงรุก ใช้มาตรการตรวจสอบปริมาณน้ำมันปาล์มแบบเรียลไทม์ ผ่านกรมการค้าภายใน เพื่อควบคุมสต๊อกสินค้าและป้องกันการลักลอบนำเข้า เพื่อฟื้นฟูราคาผลผลิตการเกษตรและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน เพราะแต่ละกระทรวงมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหา เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม ดูแลเรื่องโรงงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต กระทรวงพาณิชย์ควบคุมราคาสินค้าเกษตร กระทรวงพลังงานกำหนดนโยบายไบโอดีเซล ซึ่งปัจจุบันปรับลดจาก B10 เหลือ B5 ส่งผลให้การใช้น้ำมันปาล์มดิบลดลงหลายหมื่นตันต่อเดือน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูแลคุณภาพของผลผลิตปาล์มทะลาย

“รัฐบาลต้องเร่งให้ทั้ง 4 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง บูรณาการเพื่อหามาตรการแก้ไขความเดือดร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันและสวนยางอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติรุนแรง ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล ก็สามารถทำเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดีได้” สส.ประมวลกล่าว.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

“น้องอาอีฟ”คว้าหนูน้อยยุวทูตแฟชั่นผ้าไทยใส่ให้สนุก ในงานท่องเที่ยวมหัศจรรย์เมืองสามอ่าว

“น้องอาอีฟ”คว้าหนูน้อยยุวทูตแฟชั่นผ้าไทยใส่ให้สนุก ในงานท่องเที่ยวมหัศจรรย์เมืองสามอ่าว

วันที่ 27 เมษายน 2568 น.ส.กุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ เปิดเผยว่า สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบฯ จัดการประกวดหนูน้อยยุวทูตแฟชั่นผ้าไทยใส่ให้สนุก ประจวบคีรีขันธ์ 2568 ณ เวทีโซนนิทรรศการประจวบฯ Next move ในงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด ประจำปี 2568 ช่วงค่ำวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมผ้าไทยใส่ให้สนุก ทุกเพศทุกวัย ตามแนวพระราชดำริ“ผ้าไทยใส่ให้สนุก”ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มาต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น องค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสร้างรายได้สู่ชุมชน และส่งเสริมผ้าไทยให้ทันสมัยสู่สากล โดยมีผู้ปกครองสนใจส่งบุตรหลานเข้าร่วมการประกวดทั้งหมด 14 คน ตัดสินโดยคณะกรรมผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหมด 5 ท่าน ประกอบด้วย 1. นางรัชนีกร ปิ่นแก้ว แรงงานจังหวัดประจวบฯ 2. น.ส.กนกกร เอี่ยมเพชร์ คลังจังหวัดประจวบฯ 3. น.ส.สวรินทร์ ดีนาน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดร้านอาหารอิ่มอกอิ่มใจและปราณบุรีคาบาน่ารีสอร์ท 4. น.ส.พัชรานีย์ บัวพา ตัวแทนแม่มุ้ยกินแซ่บ 5.คุณปรางสุรางค์ จิรวิวัฒน์เสรี Marketing Executive โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน

ผลการตัดสินตำแหน่งหนูน้อยยุวทูตแฟชั่นผ้าไทยใส่ให้สนุก ประจวบคีรีขันธ์ 2568 ชนะเลิศ“น้องอาอีฟ”ดญ.กัญญ์วรา ปานเพ็ชร์ นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย ควบ“หนูน้อยแต่งกายงาม”รับเงินรางวัล 8,000 บาท จากนายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ รองชนะเลิศอันดับ 1 ดญ.นลินญา พรหมแสง รับเงินรางวัล 5,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 ดญ.โสรดา เรืองศาสตร์ รับเงินรางวัล 3,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 3 ดญ.ไอริน อภิชาตทรัพย์มณี ได้รับเงินรางวัล 2,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 4 ดญ.พัฒน์ณิชา พานิชวัฒนา รับเงินรางวัล 2,000 บาท และหนูน้อยขวัญใจมหาชน (คะแนนดอกไม้) ได้แก่ ดญ.อมลรดา ทับงาม รับเงินรางวัล 2,000 บาท ท่ามกลางความดีใจของผู้ปกครองที่ได้รับรางวัล.