Categories
ข่าว ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวแห่ชิมทุเรียนป่าละอู ในงาน “FRUIT & FRESH FAIR 2023” ที่ห้างบลูพอร์ต

นักท่องเที่ยวแห่ชิมทุเรียนป่าละอู ในงาน “FRUIT & FRESH FAIR 2023” ที่ห้างบลูพอร์ต

วันที่ 14 กรกฎาคม 2566 น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานเปิดงาน “FRUIT & FRESH FAIR 2023” ที่ลานอีเว้นท์พอร์ต ชั้น G ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการบลูพอร์ตหัวหิน, นายชาติชาย ศรีษะนอก เกษตรจังหวัดประจวบฯ, นางสุภิณยา บัวทอง เกษตรอำเภอหัวหิน, น.ส.ธิติญา จิตมั่น ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 3 สำนักงานสหกรณ์จังหวัดประจวบฯ และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ ท่ามกลางนักท่องเที่ยวเข้าร่วมชมงานและเลือกซื้อเลือกทานผลไม้จากร้านค้านับสิบร้าน ทั้งในอำเภอหัวหินและจังหวัดใกล้เคียงที่มาร่วมออกบูทภายในงาน โดยเฉพาะทุเรียนป่าละอูกันอย่างคึกคัก

น.ส.ไพลิน กองพันธ์ กล่าวว่างานเทศกาลผลไม้ FRUIT & FRESH FAIR 2023 ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจที่จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว ส่งเสริมผลผลิตของเกษตรกรและกระจายรายได้สู่ชุมชน ในฐานะตัวแทนภาครัฐ รู้สึกมีความยินดีและดีใจที่บลูพอร์ตหัวหิน ซึ่งเป็นหน่วยงานเอกชนที่มีศักยภาพในพื้นที่ของจังหวัดประจวบฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตร จัดกิจกรรมที่จะช่วยเกษตรกรในการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผลผลิตที่มีคุณภาพ สร้างจุดแข็งและประชาสัมพันธ์ผลไม้ท้องถิ่นในบ้านเราและจังหวัดใกล้เคียงให้มีศักยภาพในการพัฒนา และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อไปในอนาคต

นายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กล่าวว่าบลูพอร์ตหัวหิน ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและสนับสนุนผลผลิตของเกษตรไทยอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด งานนี้จัดขึ้นเพื่อต้องการเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรแบบยั่งยืน โดยจะเป็นหนึ่งในสถานที่ ที่พร้อมสำหรับการรองรับการจัดจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรตามฤดูกาลตลอดทั้งปี และพร้อมที่จะจับมือกับเกษตรอำเภอจากอำเภอต่างๆ เพื่อหาช่องทางวิธีการหารายได้ให้ได้มากขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่หารายได้เพียงแค่การวางจำหน่ายที่บลูพอร์ตหัวหินเท่านั้น ยังเป็นการกระจายรายได้สุ่ชุมชน และเปิดเวทีเพื่อให้เกษตรกรไทยได้พัฒนาสร้างชื่อเสียงให้ผลไม้ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล โดยเฉพาะผลไม้สดจากท้องถิ่นต่างๆ ของไทยที่คัดสรรมาเพื่องานนี้ รวมไปถึงทุเรียนหมอนทอง พันธุ์ป่าละอู ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ และมีพื้นที่เพาะปลูกอยู่ใน ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน เท่านั้น

นอกจากนี้ภายในงานมีกิจกรรมไฮไลต์ที่น่าสนใจมากมาย อาทิเช่น การแข่งขันปอกผลไม้ และลีลาอันสนุกสนานของผู้เข้าแข่งขันในกิจกรรมการแข่งขันกินผลไม้สด ชิงเงินรางวัลมูลค่ากว่า 10,000 บาท สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าบลูพอร์ตหัวหิน และ PORT CLUB ช้อปครบ 500 บาท รับฟรีถังหูลู่จากผลไม้สด มูลค่า 50 บาทอีกด้วย จึงขอเชิญชวนคนรักผลไม้และทุกท่านมาร่วมอุดหนุนเกษตรกรไทย และสนุกกับกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย พร้อมพบกับขบวนผลไม้สด ส่งตรงจากสวนได้ในงาน FRUIT & FRESH FAIR 2023 เทศกาลผลไม้ของดีประจำท้องถิ่น ระหว่างวันที่ 14 – 16 กรกฎาคมนี้ ที่ลานอีเว้นท์พอร์ต ชั้น G บลูพอร์ต หัวหิน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สอจร.ประจวบฯ จัดโครงการหนูน้อยปลอดภัย ด้วยวินัยจราจร

สอจร.ประจวบฯ จัดโครงการหนูน้อยปลอดภัย ด้วยวินัยจราจร

วันที่ 13 กรกฎาคม 2566 นายสุพจน์ เสริมทรัพย์ หัวหน้าหมวดทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับคณะทำงาน สอจร.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดบรรยายให้ความรู้สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบ ข้อกฎหมาย กฎจราจร และบทลงโทษ การใช้รถใช้ถนนอย่างถูกต้อง มีวินัยด้านจราจร ให้กับเยาวชนนักเรียนภายในโรงเรียนบ้านหนองกก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้โครงการหนูน้อยปลอดภัย ด้วยวินัยจราจร ประจำปี พ.ศ.2566

หลังจากบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับกฎจราจรและการใช้รถใช้ถนนอย่างถูกต้องแล้วมีกิจกรรมสันทนาการ การมีส่วนร่วม ตอบคำถาม รับของรางวัล โดยมีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 พร้อมคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ความสนใจเข้าร่วมจำนวน 80 คน

นายสุพจน์ เสริมทรัพย์ หัวหน้าหมวดทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะนักวิชาการ สอจร.ภาคกลาง กล่าวว่า คณะทำงานของ สอจร.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมให้ความรู้สร้างความเข้าใจปลูกจิตสำนึกความปลอดภัย เสริมสร้างทางด้านวินัยจราจรให้กับเยาวชนนักเรียน และคุณครู รวมถึงบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้มีความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุกับเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาให้น้อยลง ซึ่งได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจาก พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ และสารวัตรจราจร นำเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร และตำรวจชุดจิตอาสา เข้าร่วมจัดกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย.

ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหินเพิ่มพื้นที่สีเขียว ป่าครอบครัว” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

หัวหินเพิ่มพื้นที่สีเขียว ป่าครอบครัว” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

วันที่ 14 กรกฎาคม 2566 ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ภายใต้โครงการส่งเสริมการยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ศูนย์เรียนรู้ป่าและครอบครัว หมู่ 7 บ้านหนองเหียง ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ, นายก อบต.หินเหล็กไฟ, ประธานเครือข่าย ทสม.ประจวบฯ, อำเภอหัวหิน, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ประมาณ 80 คน เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีจุดประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ศูนย์เรียนรู้ป่าครอบครัวในการใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศ เพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชนบริเวณป้ายป่าครอบครัวบ้านหนองเหียง จากนั้นเดินทางไปยังธนาคารขยะรีไซเคิล เยี่ยมชมพื้นที่แสดงและจำหน่ายสินค้าและบริการจากเครือข่ายป่าชุมชน เครือข่ายป่าครอบครัว เครือข่าย ทสม. หรือเครือข่ายที่เกี่ยวข้องที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมนี้เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน ด้วยแนวคิดการปลูกป่านอกป่า หรือการยกป่ามาไว้ในบ้านที่เรียกว่า “ป่าครอบครัว” ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางสังคมเพื่อชีวิตและความหลากหลายทางชีวภาพเป็นเรื่องใหม่ที่อยู่บนฐานคิดที่ว่า ครอบครัวเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของสังคม และมีบทบาทสำคัญที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ขอให้ทุกท่านที่เข้าร่วมกิจกรรมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิด “ป่าครอบครัว” เกิดแรงบันดาลใจกลับไปสร้างป่าครอบครัวของตนเอง ตามคำกล่าวที่ว่า “ป่าครอบครัวสร้างได้ ถ้าใจปรารถนา” พร้อมเชิญชวนทุกท่านร่วมสร้างป่าครอบครัว และร่วมลงทะเบียนบันทึกการปลูกต้นไม้ ในโครงการรวมใจไทย ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน ผ่านเวปไซต์ plant.forest.go.th เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปลูกต้นไม้ จำนวน 4,810,173 ต้น ตามนโยบายการเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ร้อยละ 40 ของพื้นที่จังหวัดต่อไป โดยขอรับกล้าไม้ได้จากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

เครือข่ายประมงบางสะพาน จัดงานประมงไทยชวนวิ่งครั้งที่ 2

เครือข่ายประมงบางสะพาน จัดงานประมงไทยชวนวิ่งครั้งที่ 2

วันที่ 13 กรกฎาคม 2566 นายนันทชัย สุขเกื้อ นายกสมาคมชาวประมงบางสะพาน ประธานเครือข่ายชาวประมงบางสะพาน, นายถาวร โรจนะรัตน์ ประมงอำเภอบางสะพาน, ตัวแทนกลุ่มเหล็กสหวิริยา, ท่าเรือประจวบฯ และเครือข่ายประมงบางสะพานร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “ประมงไทยชวนวิ่ง#2 : ลูกชาวเล ชวนวิ่ง กิน เที่ยว และประมงไทยฟิชชิ่งบางสะพาน ครั้งที่ 1” ที่จะจัดขี้นระหว่างวันที่ 1 – 3 กันยายน 2566 ณ หาดดอนสำราญ ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายนันทชัย เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ ทีมงานตั้งใจที่จะให้ทุกท่านสัมผัสกับบรรยากาศในงานวิ่งแบบวิถีประมงมากขึ้น จึงกำหนดให้วิ่งช่วงเย็นของวันเสาร์ที่ 2 กันยายน 2566 ปล่อยตัว 17.00 น. ซึ่งทั้งเสื้อ เหรียญและถ้วยรางวัล พี่มะเดี่ยวศรี หลานยายปริก ศิลปินชาวบางสะพาน ลูกหลานชาวประมง ได้ออกแบบภาพวาดและงานปั้นพิเศษเฉพาะงานนี้ ซึ่งผู้ที่สมัครวิ่งทุกท่านสามารถมาร่วมกิจกรรมตั้งแต่วันศุกร์ที่ 1 กันยายน 2566 มาถ่ายรูป ฟังเพลง ทานอาหารและเครื่องดื่มในบรรยากาศริมทะเล ส่วนกิจกรรมริมชายหาดและในวันแข่งขันวิ่งวันเสาร์ที่ 2 กันยายน 2566 จะปล่อยตัวนักวิ่งในเวลา 17.00 น. หลังจากเข้าเส้นชัย มอบเหรียญ มอบถ้วยเรียบร้อย มีกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำที่ได้รับการอนุเคราะห์พันธ์ุสัตว์น้ำจากประมงอำเภอบางสะพาน ต่อด้วยคอนเสิร์ตของ “เบน ชลาทิศ” และวงดนตรีมากความสามารถ คณะดนตรี “พ่อไก่แจ้” พร้อมชิมอาหารจากบูธจำหน่ายอาหาร ในบรรยากาศชิวๆ ริมทะเล

นอกจากนี้ เช้าวันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน 2566 มีกิจกรรมสำหรับนักวิ่ง เช่น ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ สร้างบ้านปลา (ทิ้งซั้งกอ) และที่พิเศษสุด มีการจัดการแข่งขันตกปลา ภายใต้ชื่อ “ประมงไทยฟิชชิ่งบางสะพาน ครั้งที่ 1” และกิจกรรมชายหาดอื่นๆ รวมไปถึงจุดจำหน่ายของที่ระลึก ของฝากจากพี่ๆ ชาวประมง ปิดท้ายความสนุกในช่วงค่ำคืนของวันที่ 3 กันยายน ด้วยรำวงย้อนยุค 2 เวที นางรำคณะรุ่งนภา เมืองเพชร, นางรำคณะเพชรโสภา (ดาวรวมใจ) กองเชียร์ร่วง แสนรัก ชูดวง เพชรบุรี 99 และเหมือนเดิม กิจกรรมครั้งนี้ ทีมงานออกแบบและร่วมกันจัดงานเกิดขึ้นจากเครือข่ายชาวประมงบางสะพานร่วมแรงร่วมใจกันจัดขึ้นกันเอง โดยเน้นวัสดุที่มีในชุมชน และสามารถนำมาหมุนเวียนใช้ต่อได้ ตามแนวคิด BCG Model ที่จัดงานให้เกิดขยะน้อยที่สุด เท่าที่จะทำได้ ซึ่งงานอาจจะดูไม่เด่น ไม่เก๋ แต่จะเป็นงานที่เท่ที่สุดแน่นอน จึงอยากเชิญชวนนักวิ่งและนักตกปลา ตลอดจนนักท่องเที่ยวมาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งกับพวกเรา ซึ่งรายละเอียดและการสมัครสามารถติดตามได้ในเพจประมงไทยชวนวิ่ง แล้วพบกัน 1 – 3 กันยายนนี้ ที่หาดดอนสำราญ นายนันทชัย กล่าว.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวบ้านไร่เครา เดือดร้อนขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค น้ำประปาไม่พอใช้

ชาวบ้านไร่เครา เดือดร้อนขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค น้ำประปาไม่พอใช้

วันที่ 13 กรกฎาคม 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่หมู่บ้านไร่เครา หมู่ 6 ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และมีความเดือดร้อนอย่างหนัก ขาดแคลนน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค เนื่องจากปริมาณน้ำมีน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการกับประชากรที่อาศัยในพื้นซึ่งมีจำนวนมาก และเพิ่มขึ้นตามลำดับ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าอ่างเก็บน้ำเขาคันหอก ซึ่งเป็นสถานที่กักเก็บแหล่งน้ำดิบตามธรรมชาติ เป็นโครงการชลประทานขนาดเล็ก สร้างขึ้นโดยกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งรัฐบาลได้สร้างขึ้นให้ราษฎรในพื้นที่ เพื่อใช้ประโยชน์และดูแลรักษาร่วมกัน เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ.2543 ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำแห่งนี้มีอายุ 23 ปี ซึ่งขณะนี้น้ำดิบใช้ผลิตน้ำประปาเหลือปริมาณน้อยเพียงติดก้นอ่าง และฝายกักเก็บชะลอน้ำบริเวณด้านล่างของอ่างถล่มพังเสียหาย ทำให้ไม่สามารถกักเก็บชะลอน้ำได้ ปัจจุบันมีสภาพแห้งขอด ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ขาดแคลนน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอ โดยต้องสลับแบ่งน้ำกันใช้เพื่อประทัง 1 – 2 วันต่อครั้ง

น.ส.อภิอรอินท์ หวั่นวะดี ชาวบ้านในหมู่บ้านไร่เครา และเป็นผู้ใช้น้ำประปาจากแหล่งน้ำเขาคันหอก เล่าว่าชาวบ้านในหมู่บ้านมีจำนวนมากกว่า 500 หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอ แหล่งผลิตน้ำประปาที่แจกจ่ายให้กับชาวบ้าน ทั้งที่อาศัยอยู่ส่วนบนและส่วนล่าง ต้องหาภาชนะกักตุนน้ำไว้ใช้ เนื่องจากการประปาหมู่บ้านสลับแบ่งการจ่ายน้ำให้ชาวบ้านใช้เป็นโซน 1 – 2 วัน จึงจะปล่อยน้ำให้ชาวบ้านใช้ 1 ครั้ง ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ต้องอยู่กับสภาวะแบบนี้มานานหลายปีแล้ว เนื่องจากอ่างเก็บน้ำเขาคันหอก เป็นแหล่งเก็บน้ำดิบมีการรั่วไหล ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ในปริมาณมากเหมือนแต่ก่อน และในปัจจุบันแหล่งเก็บน้ำขนาดเล็กหรือฝายชะลอน้ำด้านล่างก็พังถล่ม ทำให้น้ำไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างจนหมด คนและสัตว์เลี้ยงแทบไม่มีน้ำใช้ แต่โชคยังดีที่ชาวบ้านในพื้นที่ไม่ได้ประกอบอาชีพทำการเกษตร มิฉะนั้นอาจทำให้ขาดแคลนน้ำหนักมากกว่านี้ จึงอยากขอให้หน่วยงานภาครัฐและส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือการจ่ายน้ำให้ชาวบ้านได้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ โดยแก้ไขแหล่งกักเก็บน้ำไม่ให้รั่วไหล และซ่อมแซมจุดที่พังทลายให้ดีเหมือนเดิม เพราะบริเวณจุดนี้เป็นแหล่งน้ำที่สะอาดที่สุด.

ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ศูนย์หลักประกันสุขภาพประจวบฯ ติวเข้มเครือข่ายสร้างความเข้าใจสิทธิในระบบบัตรทอง

ศูนย์หลักประกันสุขภาพประจวบฯ ติวเข้มเครือข่ายสร้างความเข้าใจสิทธิในระบบบัตรทอง

วันที่ 12 กรกฎาคม 2566 น.ส.ธนพร บางบัวงาม ผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน จ.ประจวบฯ จัดอบรมสร้างการรับรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. โดยมีนายเกตุ พราหมณี นายกสมาคมคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดประจวบฯ กล่าวต้อนรับ มี น.ส.ใจทิพย์ สอนดี นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 5 ราชบุรี เป็นวิทยากร และมีคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น (กปท.) ในพื้นที่เขตเทศบาล และ อบต. ทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดประจวบฯ ตลอดจนแกนนำภาคีเครือข่ายประชาชนทั้ง 9 ด้าน เข้าร่วมที่ห้องประชุม วิชัย-นิดา ธรรมาเจริญราช วัดเกาะหลัก พระอารามหลวง อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

น.ส.ธนพร บางบัวงาม ผู้ประสานงานจังหวัดประจวบฯ กล่าวว่าตามที่ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนจังหวัดประจวบฯ/หน่วยรับเรื่องร้องเรียนอื่นที่เป็นอิสระตามมาตรา 50(5) ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 และขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยรับเรื่องร้องเรียนอื่นที่เป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเรียน ตามมาตรา 50(5) แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 มาตั้งแต่ปี 2554 เพื่อดำเนินกิจกรรม ได้แก่ 1.ด้านการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ 2.ด้านการรับเรื่องร้องเรียน 3.ด้านการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนให้มีส่วนร่วมและเป็นเครือข่ายในการคุ้มครองสิทธิ เพื่อการพัฒนาคุณภาพบริการสาธารณสุขในพื้นที่ 4.ด้านการรับฟังความคิดเห็นทั่วไปจากผู้ให้บริการและผู้รับบริการ และ 5.ด้านการรายงาน วิเคราะห์ข้อมูล

ทั้งนี้ ศูนย์ประสานงานฯ ได้สร้างความตื่นตัวให้กับประชาชนต่อการมีส่วนร่วมในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เกิดการทำงานเชิงรุกในพื้นที่ ทำให้ประชาชนเข้าใจ รับรู้การเข้าถึงสิทธิเมื่อเจ็บป่วยและต้องเข้ารับบริการยังหน่วยบริการ รวมไปถึงคุ้มครองกรณีไม่ได้รับความสะดวกที่เป็นปัญหาอุปสรรค จึงนับเป็นเครื่องมือที่มีคุณภาพมาตรฐาน ติดตามและพัฒนาระบบ ที่สำคัญยังก่อให้เกิดความเชื่อมโยงภาคีด้านสุขภาพในพื้นที่ต่อการมีส่วนร่วมพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่มีศูนย์ประสานงานเป็นกลไกสำคัญ

นอกจากนี้ ศูนย์ประสานงานฯ มีแผนการจัดกิจกรรมให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ภายใต้โครงการสร้างการรับรู้สิทธิระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และรับเรื่องร้องเรียนคุ้มครองสิทธิประชาชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปี 2566 กำหนดจัดกิจกรรมให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้แก่ แกนนำชุมชน แกนนำเครือข่ายประชาชนทั้ง 9 ด้าน และคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น โดยในการอบรม จะมีการศึกษาโครงการคณะกรรมการกองทุนฯ มีการทำแบบทดสอบ ก่อนและหลังเข้ารับการอบรม และร่วมแลกเปลี่ยนสถานการณ์ปัญหาที่พบจากการใช้บริการ และข้อเสนอแนะในการพัฒนา อีกทั้งร่วมพิจารณาในการทำโครงการคณะกรรมการกองทุนฯในแต่ละพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ด้าน น.ส.ใจทิพย์ สอนดี นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ กล่าวถึงการดำเนินงานและการขับเคลื่อนงานกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กปท.) โดยการจัดตั้งกองทุนฯ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการรักษาพยาบาลระดับปฐมภูมิเชิงรุกที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต โดยคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต. – เทศบาล) เป็นผู้ดำเนินงานและบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ โดยให้มีกองทุนหลักประกันสุขภาพ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการ สถานบริการ หน่วยงานสาธารณสุข หน่วยงานอื่น องค์กรหรือกลุ่มประชาชน เพื่อให้บุคคลสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมตามความพร้อม ความเหมาะสม และความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น

ทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะได้รับการสนับสนุนให้ดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพ ต้องมีคุณสมบัติ ได้แก่ มีความประสงค์เข้าร่วมดำเนินงานและบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ และมีความพร้อมในการอุดหนุนเงินหรืองบประมาณ นอกจากนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตกลงสมทบเงินเข้ากองทุนหลักประกันสุขภาพ ในอัตราร้อยละของเงินที่ได้รับจัดสรรจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ดังนี้ 1. สมทบเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 กรณีรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่รวมเงินอุดหนุน ต่ำกว่า 6 ล้านบาท 2. สมทบเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 กรณีรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่รวมเงินอุดหนุน ตั้งแต่ 6 ถึง 20 ล้านบาท 3. สมทบเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 กรณีรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่รวมเงินอุดหนุน สูงกว่า 20 ล้านบาท.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชมรม CSR เพื่อการท่องเที่ยวสามร้อยยอดส่งมอบหมึกกินขวดตัวที่ 7 ให้โรงเรียนบ้านพุน้อย

ชมรม CSR เพื่อการท่องเที่ยวสามร้อยยอดส่งมอบหมึกกินขวดตัวที่ 7 ให้โรงเรียนบ้านพุน้อย

วันที่ 13 กรกฎาคม 2566 ชมรม CSR เพื่อการท่องเที่ยวตำบลสามร้อยยอด ร่วมกับผู้นำท้องถิ่นและภาคีเครือข่าย ต่อยอดโครงการหมึกกินขวด โดยส่งมอบหมึกกินขวดตัวที่ 7 ให้กับโรงเรียนบ้านพุน้อย หมู่ 4 ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ. ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมปลูกฝังการคัดแยกขยะให้กับน้องๆ เพื่อให้เด็กนักเรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน และปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นจิตอาสาให้กับน้องๆ ตั้งแต่ยังเด็ก และเกิดการซึมซับการมีส่วนร่วมสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนร่วมกัน

โครงการหมึกกินขวด น้องรักษ์ทะเล เกิดจากความร่วมมือกันของคนในชุมชนตำบลสามร้อยยอด โดยชมรม CSR เพื่อการท่องเที่ยวตำบลสามร้อยยอด อบต.สามร้อยยอด ผู้นำท้องถิ่น รวมไปถึงกลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่หาดสามร้อยยอด จัดทำขึ้นเพื่อให้ประชาชน เด็กเยาวชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลสามร้อยยอด ได้มีส่วนร่วมในการดูแลอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยการคัดแยกขวดพลาสติก แล้วนำไปจำหน่ายให้กับพ่อค้ารับซื้อขวดในพื้นที่ ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายขวดพลาสติกจะถูกนำไปสะสมไว้เพื่อจัดซื้อกล้อง CCTV สำหรับติดตั้งบนถนนเรียบชายหาดตลอดแนว เพื่อความปลอดภัยและการป้องกันการเกิดเหตุอันไม่พึงประสงค์กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยหมึกกินขวดถูกนำไปวางตามสถานที่ต่างๆ ดังนี้ 1. ตลาดลงเล 2. ชายหาดบ้านใหม่ หมู่ 1 ตัวที่ 3. ชายหาดบ้านใหม่ หมู่ 9 ตัวที่ 4. ลานกิจกรรมบ้านพุใหญ่ หมู่ 3 ตัวที่ 5. ชายหาดบ้านหัวตาลแถว 6. ลานกางเต้นท์ หมู่ 5 และล่าสุดตัวที่ 7 ที่โรงเรียนบ้านพุน้อย

สำหรับ หาดสามร้อยยอด เป็นชายหาดที่มีความสวยงามและร่มรื่น มีความยาวประมาณ 7 กิโลเมตร และมีทิวสนขึ้นเรียงรายตามแนวหาด เป็นจุดเล่นน้ำที่ได้รับความนิยม เนื่องจากน้ำทะเลใสตื้นและมีแนวหาดที่กว้างใหญ่ มีบรรยากาศท้องทะเลที่สวย งามและมองเห็นเกาะน้อยใหญ่ต่างๆ ที่อยู่ไม่ไกล เช่น เกาะนมสาว เกาะโครำ เกาะระวิง และเกาะระวาง และยังมีกิจกรรมทางน้ำมากมายไว้รองรับนักท่องเที่ยว รวมถึงมีทางสำหรับปั่นจักรยานไว้รองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย.

ภาพ/ข่าว : ฐิติชญา แสงสว่าง

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

หัวหินจัดแข่งขันมวยไทยในท้องถิ่น จากรากหญ้าสู่สากล ชู Soft Power ของไทย

หัวหินจัดแข่งขันมวยไทยในท้องถิ่น จากรากหญ้าสู่สากล ชู Soft Power ของไทย

วันที่ 13 กรกฎาคม 2566 นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ นายกสมาคมพัฒนากีฬาหัวหิน และเป็นที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่าจากที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จัดการแข่งขันมวยไทยในท้องถิ่นจากรากหญ้าสู่สากล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 เพื่อส่งเสริม สนับสนุน อนุรักษ์ เผยแพร่ และพัฒนากีฬามวยไทยให้เป็นกีฬาประจำชาติ เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ ทัศนคติที่ดีให้ประชาชนคนไทยทุกคน พร้อมทั้งส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศ ยกระดับมวยไทยสู่ Soft Power ให้เติบโตอีกครั้งเป็นปีที่ 2 ทั้งนี้รูปแบบการแข่งขัน จะแบ่งเป็นรอบคัดเลือกระดับภาค ซึ่งดำเนินการร่วมกับผู้จัดรายการแข่งขันมวยไทยในช่วงเดือนมีนาคม – มิถุนายน 2566 พร้อมทั้งคัดเลือกนักกีฬาจำนวน 2 คนต่อรุ่น เข้าสู่การแข่งขันแบบแพ้คัดออก ในรอบชิงชนะเลิศระดับภาค ช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ ประกอบด้วยรอบชิงแชมป์ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Region 2 × 3) วันที่ 16 กรกฎาคม ที่เชียงราย, รอบชิงแชมป์ภาคกลางและภาคใต้ (Region 1 × 4) วันที่ 23 กรกฎาคม ที่ประจวบคีรีขันธ์, รอบรองชนะเลิศประเทศไทย และรอบชิงชนะเลิศประเทศไทย จะจัดในช่วงเดือนกันยายน 2566 เพื่อคว้าเงินรางวัลกว่า 2 แสนบาท พร้อมรถมอเตอร์ไซค์ รอยัลเอ็นฟิลด์

ทั้งนี้ในส่วนของจังหวัดประจวบฯ ได้กำหนดจัดสถานที่การแข่งขันที่ลานเอนกประสงค์ ด้านหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ อ.หัวหิน ในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ และได้ลงพื้นที่ร่วมกับ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน, กกท.ประจวบฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจดูความพร้อมในการจัดการแข่งขัน ซึ่งสามารถรับคนดูได้ประมาณ 500 ที่นั่ง แข่งขันทั้งหมด 6 คู่ เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ เทศบาลเมืองหัวหินยังได้จัดนิทรรศการเชิดชูเกียรติโผน กิ่งเพชร ตำนานนักชกผู้ยิ่งใหญ่ อดีตแชมป์โลกของสภามวยโลก (WBC) ชาวหัวหินที่ไม่มีวันลืมเลือน ไว้บริเวณสถานที่จัดการแข่งขันด้วย ซึ่งประชาชนนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ฟรี หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันได้ทางแฟนเพจ “มวยไทยรากหญ้า” และ “มวยไทยรากหญ้า สู่วิถีถิ่นไทย”.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กลุ่มแม่บ้านประมง อบรมทำสบู่สมุนไพรในท้องถิ่น เป็นรายได้เสริม

กลุ่มแม่บ้านประมง อบรมทำสบู่สมุนไพรในท้องถิ่น เป็นรายได้เสริม

วันที่ 13 กรกฎาคม 2566 นางสุมารี ธรรมชาติ ประธานกลุ่มแม่บ้านบุตรหลานชาวประมง ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดการอบรมการทำสบู่จากสมุนไพร มีสมาชิกเป็นผู้สูงอายุในพื้นที่มาร่วมกิจกรรมที่บริเวณศาลาท่าน้ำ สถานที่ฝึกสร้างอาชีพ โดยมีศูนย์การส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอปราณบุรี กศน.เทศบาลตำบลปากน้ำปราณสนับสนุนงบประมาณ จัดกิจกรรมพัฒนาอาชีพระยะสั้น เป็นหลักสูตรการทำสบู่สมุนไพรจากป่าชายเลน

นางสุมาลี ธรรมชาติ เปิดเผยว่า กลุ่มแม่บ้านบุตรหลานชาวประมง เกิดจากการรวมกลุ่มแม่บ้านชาวประมงปากน้ำปราณในพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิต มีการแปรรูปอาหารทะเลเพื่อไว้ใช้เป็นอาหารในครัวเรือน และจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ แต่จากนโยบายและข้อกฎหมายการประมงในปัจจุบัน ไม่สามามารถออกเรือเพื่อจับสัตว์ทะเลมาแปรรูปได้ตลอดทั้งปี กลุ่มแม่บ้านบุตรหลานชาวประมงปากน้ำปราณจึงได้เล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิก ให้มีรายได้เสริมหลังจากว่างเว้นจากการแปรรูปอาหารทะเล ที่เป็นอาชีพหลักของคนในชุมชน เพื่อให้มีความรู้ มีทักษะ สามารถต่อยอดเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ชุมชนและสังคม เพื่อให้กลุ่มแม่บ้านมีแนวทางในการพัฒนาอาชีพ
ของตนเอง โดยใช้วัสดุ อุปกรณ์ที่หาได้ในพื้นที่ เพื่อให้มีรายได้เสริมเลี้ยงตนเองและครอบครัว

สบู่ที่ผลิต มี 3 ชนิด มีส่วนผสมมาจากสมุนไพรในท้องถิ่น เช่น เบญจมาศน้ำเค็ม, ขลู่, สำมะงา ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในเรื่องของแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย อาการคันและโรคผิวหนัง กลิ่นหอมช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย แถมยังอ่อนโยน จำหน่ายราคาก้อนละ 35 บาท ซื้อ 3 ก้อน 100 บาท สินค้ามีวางจำหน่ายที่ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี หรือทาง Facebook : sirinartcenter, Line ID : Mangrove.PD หรือโทร. 062 – 1359386, 032 – 632255

นางรัศมีแข โพธิ์สว่าง สมาชิกกลุ่ม กล่าวว่า วันนี้มาร่วมกลุ่มชุมชนลูกหลานชาวประมง พร้อมกับโรงเรียน กศน.ด้วย สบู่ที่พวกเราทำนี้มีสรรพคุณรักษาผดผื่นคันและพวกฝี หนอง หรือแผลติดเชื้อก็ใช้ได้ มารวมกลุ่มทำกันเป็นรายได้เสริม เราจะรู้ส่วนผสมทั้งหมด เอาไปแล้วรู้สึกว่าดี จึงรวมกลุ่มกันทำต่อเนื่อง พอถึงเวลาว่างแล้ว พวกเราก็จะนัดกันมาทำกันตรงนี้

นายศุภกิจ เหลืองทอง ครู กศน.ตำบลปากน้ำปราณ กล่าวว่าโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนกิจกรรมพัฒนาอาชีพระยะสั้นของ กศน.เทศบาลปากน้ำปราณ เป็นหลักสูตรการทำสบู่สมุนไพรจากใบเบญจมาศน้ำเค็ม หรือใบเบญจมาศทะเล กิจกรรมนี้เป็นการส่งเสริมด้านอาชีพให้กับกลุ่มที่สนใจของตำบลปากน้ำปราณ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มที่อยากมีอาชีพหลัก กลุ่มที่อยากมีอาชีพเสริม หรือกลุ่มผู้ว่างงาน ก็สามารถที่จะเข้าร่วมกับ กศน.เทศบาลปากน้ำปราณได้

การทำสบู่ใบเบญจมาศทะเล เป็นการนำวัตถุดิบในพื้นที่ ซึ่งอยู่ติดกับป่าชายเลนและทะเล ที่มีทั้งน้ำเค็มและน้ำกร่อย มีพืชนานาชนิดที่ขึ้นอยู่ในพื้นที่ สมัยนี้คนสนใจเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติมากขึ้น จึงมาทำแบบสบู่อย่างง่ายๆ ใช้เบสมาผสมกับสมุนไพรที่เราเลือกมา ซึ่งจะมีฤทธิ์ทางยาที่สำคัญ ที่ช่วยรักษาโรคทางผิวหนัง ผดผื่นคัน อาการผื่นแดง หรือเป็นรอยช้ำที่ผิวหนัง สามารถใช้สบู่สมุนไพรใบเบญจมาศทะเลได้.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหินนำเยาวชนอบรมค่ายพุทธบุตร ให้เป็นคนดีของสังคม

เทศบาลหัวหินนำเยาวชนอบรมค่ายพุทธบุตร ให้เป็นคนดีของสังคม

วันที่ 12 กรกฎาคม 2566 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการอบรมคุณธรรมและจริยธรรม (ค่ายพุทธบุตร) ประจำปี 2566 โดยมี พระครูวิจิตรธรรมวิภัช เจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดบุษยะบรรพต ประธานฝ่ายสงฆ์ นางลิษา อึ้งเห่ง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน น.ส.สุธิกานต์ แย้มนิล ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอหัวหิน (สศกร.) หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลเมืองหัวหิน ทั้ง 7 แห่ง คณะผู้บริหารเทศบาลฯ และหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมในพิธี พร้อมด้วยคณะครูและนักเรียนโรงเรียนในสังกัดเทศบาล ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รวม 364 คนเข้ารับการอบรม ระหว่างวันที่ 12 – 14 กรกฎาคมนี้ ที่วัดบุษยะบรรพต (เขาต้นงิ้ว) อ.หัวหิน

นายนพพร กล่าวว่าการจัดกิจกรรมนี้เพื่อให้นักเรียนได้ใช้หลักธรรมเป็นพื้นฐานในการให้ความรู้พัฒนาจิตใจให้มีคุณธรรมจริยธรรม มีความรับผิดชอบ รู้จักพึ่งพาตนเอง และให้นักเรียนสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้ในสภาวะปัจจุบัน โดยได้รับความอนุเคราะห์สถานที่ พระวิทยากร และสิ่งจำเป็นต่างๆ จากท่านพระครูวิจิตรธรรมวิภัช เจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดบุษยะบรรพต พร้อมกันนี้ได้มีการลงนามทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินงานโครงการวัด ประชา รัฐสร้างสุข ระหว่างวัดบุษยะบรรพต เทศบาลเมืองหัวหิน โรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านหัวหิน โรงเรียนเทศบาลเขาพิทักษ์ สภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน และชุมชนสวนลิง โดยมีขอบเขตของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ทางกายภาพของวัดให้สะอาด ร่มรื่น สวยงาม พัฒนาวัดให้เป็นพื้นที่ทางสังคมและการเรียนรู้ด้วยวิถีวัฒนธรรมเชิงพุทธร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และชุมชนโดยใช้หลักการ 5 ส ภายใต้โครงการวัด ประชารัฐ สร้างสุข พัฒนา 9 พื้นที่ ภายในวัดสู่การเป็นวัดสร้างสุข และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นที่เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนในการพัฒนาพื้นที่ และช่วยสงเคราะห์พุทธศาสนิกชนที่ได้รับความเดือดร้อนให้ดำรงชีพในสังคมได้อย่างปกติสุขต่อไป.