Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหินเตรียมจัดประกวดนางงามรักษ์โลก 2024 ชิงรางวัลกว่า 1 ล้านบาท

หัวหินเตรียมจัดประกวดนางงามรักษ์โลก 2024 ชิงรางวัลกว่า 1 ล้านบาท

วันที่ 27 มีนาคม 2567 นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน น.ส.จิราวรรณ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ และ ดร.ปุณิกา เพ็ญสุวรรณ ผู้อำนวยการกองประกวด Miss Landscapes of the world Thailand 2024 และตำแหน่ง MD ประเทศไทย นายธงดนัย แตงอวบ National Director ผู้บริหาร และเจ้าของโครงการเวที Landscapes Thailand ร่วมแถลงข่าวเตรียมจัดการประกวด นางงามรักษ์โลก MISS LANDSCAPES OF THE WORLD 2024 มีสาวงาม Miss Landscapes of the world Thailand 2023 และสาวงามผู้เข้าประกวดตัวแทนจังหวัดต่างๆ ร่วมในการแถลงข่าว พร้อมชมการเดินแบบของเด็ก ๆ จากวาร์ดาบายสินี ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน รีสอร์ทมอลล์ จ.ประจวบฯ

ดร.ปุณิกา เพ็ญสุวรรณ กล่าวว่าการจัดประกวดนางงามรักษ์โลก ก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 เพื่อให้เป็นเวทีที่มุ่งเน้นให้ผู้เข้าประกวดรักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม และเป็นเวทีสะท้อนสร้างจิตสำนึก ความรับผิดชอบให้สังคมและสิ่งแวดล้อมอยู่ยั่งยืน รวมทั้งเพื่อให้ผู้เข้าประกวดได้มีส่วนช่วยประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว สินค้าเด่นของจังหวัดผู้เข้าประกวดเอง ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดยเฟ้นหาสาวงามตัวแทนทั้ง 77 จังหวัด เข้าประกวด MISS LANDSCAPES OF THE WORLD 2024 ซึ่งขณะนี้มีสาวงามสมัครเข้าประกวดแล้วกว่า 30 จังหวัด และบางจังหวัดได้มีการแต่งตั้งแล้ว หลังจากได้สาวงามครบทุกจังหวัดแล้ว จะขึ้นเวทีเข้าประกวด MISS LANDSCAPES OF THE WORLD 2024 ชิงมงกุฎเพชรมูลค่า 200,000 บาท พร้อมของรางวัลรวมกว่า 1 ล้านบาท และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ในเดือนสิงหาคมปีนี้ โดยผู้เข้าประกวดทั้งหมดจะเก็บตัวเพื่อร่วมทำกิจกรรมกัน ระหว่างวันที่ 2 – 4 กรกฎาคม 2567 ที่โรงแรมรอยัลพาวิลเลียน หัวหิน ที่ให้การสนับสนุนห้องพักของผู้เข้าประกวดในครั้งนี้ สำหรับสาวงามที่สนใจติดตามรายละเอียดและสมัครได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : Miss Landscapes of the World.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เอสวีแอลกรุ๊ป สร้างความมั่นใจสถานประกอบการสีขาว 100%

เอสวีแอลกรุ๊ป สร้างความมั่นใจสถานประกอบการสีขาว 100%

วันที่ 27 มีนาคม 2567 บริษัท ไลน์ทรานสปอร์ต จำกัด ธุรกิจขนส่งทางบกในเครือเอสวีแอลกรุ๊ป จัดโครงการสุ่มตรวจสารเสพติดในพนักงาน ครั้งที่ 1/2567 ด้วยชุดทดสอบสารเสพติดเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะ ตามแผนการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ มยส. ซึ่งเป็นโครงการที่ทำมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี (1 ปี ตรวจ 4 ครั้ง) โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายในพื้นที่ ทีมปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอบางสะพาน พร้อมด้วย ชุด อส. กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอบางสะพาน ที่ 7 ร่วมกับคณะกรรมการฯ มยส. ของบริษัทฯ มีพนักงานขับรถขนส่งทางบก ส่วนขนส่งรถสายสั้น – สายยาว ส่วนงานซ่อมบำรุง ส่วนงานเครื่องจักรกลหนัก และทีมบริหารหัวหน้าส่วนหน้างานต่างๆ จากสำนักงานอำเภอบางสะพานให้ความร่วมมือเข้าตรวจอย่างดียิ่ง สร้างความมั่นใจสถานประกอบการสีขาว 100%

สรุปผล คือไม่พบสารเสพติดในพนักงาน 100 % ย้ำมาตรฐานสถานประกอบการไร้สารเสพติด ยืนยันถึงนโยบายคุณภาพ “ขนส่งปลอดภัย ใส่ใจชุมชน” ลูกค้าวางใจในบริการดีที่สุด ทั้งนี้ได้นำส่งข้อมูลไปยังสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์แล้ว.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อุทยานน้ำตกห้วยยาง เจอภัยแล้ง ประกาศปิดชั่วคราว

อุทยานน้ำตกห้วยยาง เจอภัยแล้ง ประกาศปิดชั่วคราว

วันที่ 26 มีนาคม 2567 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากนายรักพงษ์ บุญย่อย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ ว่าได้ออกประกาศอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง เรื่องปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยางเนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้ง ด้วยอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดประจวบฯ ที่ให้บริการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติ โดยได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่สถานการณ์ปัญหาภัยแล้งในปัจจุบัน ส่งผลให้ปริมาณน้ำตกในอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยางมีปริมาณน้อย ไม่เพียงพอต่อการประกอบกิจกรรมต่างๆ ของนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาใช้บริการและพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวได้

อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง พิจารณาแล้ว เพื่อเป็นการรักษาระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดโอกาสให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัว และเพื่อเป็นการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสภาพอากาศและความสามารถในการรองรับได้ของทรัพยากร จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 25 และมาตรา 35 (4) แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยางเนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้ง บริเวณน้ำตกห้วยยาง น้ำตกเขาล้านและน้ำตกขาอ่อน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง ยังคงปฏิบัติงานตามภารกิจกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สามารถติดต่อราชการได้ตามปกติ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 084 – 7012795 และ 098 – 3126808 จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ดูน้ำในเขื่อนปราณบุรี พร้อมสั่งทุกฝ่ายเตรียมรับมือภัยแล้ง

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ดูน้ำในเขื่อนปราณบุรี พร้อมสั่งทุกฝ่ายเตรียมรับมือภัยแล้ง

วันที่ 25 มีนาคม 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยฝงนายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด ว่าที่พันตรีอภิญญา ศักดินันท์ นายอำเภอปราณบุรี พลตรีนิรินธน์ ปุณโณทก ผู้บัญชาการศูนย์การกำลังสำรอง นายธนวัฒน์ เรืองเดช รักษาการหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าชลประทานจังหวัด ผู้อำนวยการเขื่อนปราณบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ที่เขื่อนปราณบุรี อ.ปราณบุรี เพื่อประเมินระดับน้ำในเขื่อนและหาแนวทางในการรับมือกับปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของประชาชน ทั้งนี้พบว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนปราณบุรีมีน้ำน้อย เหลือแค่ 29.70 % ของความจุอ่าง ซึ่งอาจส่งผลให้ประชาชนมีความเดือดร้อนด้านการอุปโภค บริโภค ตลอดถึงด้านการเกษตร

ทั้งนี้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) แล้ว 2 อำเภอ คือ อ.ปราณบุรี และ อ.ทับสะแก รวม 11 ตำบล 79 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ จำนวน 6,884 ครัวเรือน 16,616 คน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้สั่งให้นายอำเภอทั้ง 8 อำเภอ รวบรวมข้อมูลปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ แล้วรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ ในการประชุมประจำเดือนวันที่ 28 มีนาคมนี้ และให้ทุกอำเภอดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถมีน้ำใช้เพื่อการอุปโภค บริโภค ได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ ปภ.ประจวบฯ มีการวางแผนนำรถบรรทุกน้ำออกแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทุกพื้นที่รับทราบสถานการณ์น้ำ เพื่อร่วมกันประหยัดน้ำ ใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะเกษตรกร ขอให้วางแผนการใช้น้ำให้ดีเพื่อป้องกันผลผลิตได้รับความเสียหาย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

การแข่งขันตกปลา “ประมงไทยฟิชชิ่งบางสะพาน ครั้งที่ 2”

การแข่งขันตกปลา “ประมงไทยฟิชชิ่งบางสะพาน ครั้งที่ 2”

ช่วงเย็นวันที่ 23 มีนาคม 2567 นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว การแข่งขันการตกปลา “ประมงไทยฟิชชิ่งบางสะพาน ครั้งที่ 2” ที่ลานขึ้นลงเรืออ่าวเทียน ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเลือกซื้อสินค้าทะเลในชุมชนพื้นที่ มีนายนุกูล วัฒนากร ปลัดอาวุโสอำเภอบางสะพาน นายประสิทธิ์ ภู่งาม นายก อบต.แม่รำพึง นายบุญลือ ปานทอง สจ.เขตอำเภอบางสะพาน น.ส.นฤมล สุภาพงษ์ ผู้จัดการอาวุโสชุมชนสัมพันธ์ สำนักการพัฒนาที่ยั่งยืนและสื่อสาร กลุ่มบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด(มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหาร อบต.แม่รำพึง เข้าร่วมงาน

นายนันทชัย สุขเกื้อ นายกสมาคมประมงบางสะพาน กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวการแข่งขันตกปลา “ประมงไทยฟิชชิ่งบางสะพาน ครั้งที่ 2” โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับสำนักงานประมงอำเภอบางสะพาน สมาคมชาวประมงบางสะพาน เครือข่ายชาวประมงบางสะพาน วิสาหกิจชุมชนประมงและการท่องเที่ยวบางสะพาน กลุ่มเรือตกปลาบางสะพาน อบต.แม่รำพึง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบฯ และบริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด กลุ่มเหล็กสหวิริยา เอสวีแอลกรุ๊ป จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว การแข่งขัน “ประมงไทยฟิชชิ่งบางสะพาน ครั้งที่ 2” ระหว่างวันที่ 23 – 24 มีนาคม 2567

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันขับเคลื่อนและผลักดัน Soft Power ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อส่งเสริมอาชีพให้แก่ชุมชนให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและการจ้างงานในพื้นที่ โดยโครงการนี้เป็นโครงการที่เป็นแบบอย่างของใช้การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การสร้างชุมชนเข้มแข็ง ส่งเสริมอาชีพให้แก่ชุมชน ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ให้องค์กรทุกภาคส่วนมีการทำงานร่วมกัน และส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนักตกปลาเข้าลงทะเบียนร่วมการแข่งขันเกือบ 200 คน.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กกต.ประจวบฯ เปิดอบรมสร้างความรู้การสรรหา สว.ชุดใหม่ 200 คน

กกต.ประจวบฯ เปิดอบรมสร้างความรู้การสรรหา สว.ชุดใหม่ 200 คน

วันที่ 25 มีนาคม 2567 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ตามโครงการศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย ที่โรงแรมประจวบแกรนด์ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ มีกรรมการศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยตำบล จากทั้ง 8 อำเภอ และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เยาวชนจากสถานศึกษาต่างๆ รวมจำนวน 276 คน เข้าร่วม มีนายศักดิ์ชัย เลิศกิตติวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดฯ และวิทยากรจากสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดฯ บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการได้มาซึ่ง สว.ชุดใหม่ จำนวน 200 คน ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งครั้งนี้จะใช้วิธีการเลือกกันเองของกลุ่มอาชีพและกลุ่มต่างๆ 20 กลุ่ม โดยมีคณะกรรมการดูแลการเลือก สว. ระดับอำเภอ ระดับจังหวัดและระดับประเทศ พร้อมกันนี้ ได้มีการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ สว. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร สว. รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อรองรับกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศกำหนดวันเวลารับสมัครเลือก สว.ออกมาแล้ว ภายหลังจากที่ สว.ชุดปัจจุบันจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 ซึ่งกรรมการศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยตำบล และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จะนำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่ต่อให้กับประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบต่อไป

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2560 กำหนดให้มี สว.ทั้งหมด 200 คน ดำรงตำแหน่งได้คราวละ 5 ปี และ สว.ทุกคนดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว ไม่สามารถลงสมัครได้อีก ซึ่งการเลือก สว.ชุดใหม่นี้ จะมาจากการเลือกกันเอง ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัดและระดับประเทศของบุคคล ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะหรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทำงาน หรือเคยทำงานด้านต่างๆ ที่หลากหลายของสังคมจาก 20 กลุ่มตามที่กฎหมายกำหนด ประกอบด้วย 1.กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง ได้แก่ผู้เคยเป็นข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 2.กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ผู้เป็นหรือเคยเป็นผู้พิพากษา อัยการ ตำรวจ ผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 3.กลุ่มการศึกษา ได้แก่ผู้เป็นหรือเคยเป็นครู อาจารย์ นักวิจัย ผู้บริหารสถานศึกษา บุคลากรทางการศึกษา หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 4.กลุ่มสาธารณสุข ได้แก่ผู้เป็นหรือเคยเป็นแพทย์ทุกประเภท เทคนิคการแพทย์ สาธารณสุข พยาบาล เภสัชกร หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 5.กลุ่มอาชีพทำนา ปลูกพืชล้มลุก หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 6.กลุ่มอาชีพทำสวน ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 7.กลุ่มพนักงานหรือลูกจ้างของบุคคล ซึ่งไม่ใช่ราชการหรือหน่วยงานรัฐ ผู้ใช้แรงงาน หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 8.กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านสิ่งแวดล้อม ผังเมือง อสังหาริมทรัพย์ สาธารณูปโภค ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 9.กลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อยตามกฎหมาย หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 10.กลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการตามกลุ่มที่ 9
11.กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจหรืออาชีพด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ มัคคุเทศก์ ผู้ประกอบกิจการหรือพนักงานโรงแรม หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 12.กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 13.กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร การพัฒนานวัตรกรรม หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 14.กลุ่มสตรี 15.กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการหรือทุพพลภาพ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 16.กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 17.กลุ่มประชาสังคม กลุ่มองค์กรสาธารณประโยชน์ หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 18.กลุ่มสื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 19.กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 20.กลุ่มอื่นๆ เช่น กลุ่มชาติพันธุ์

สำหรับคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือก สว. – มีสัญชาติไทยโดยการเกิด อายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี ในวันสมัครรับเลือก – มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่า 10 ปี (ยกเว้น กลุ่ม 14, 15) – เป็นผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 1. เกิดในอำเภอที่สมัคร 2. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในอำเภอที่สมัครติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือก 3. ทำงานในอำเภอที่สมัครติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือก 4. เคยทำงาน หรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านที่อยู่ในอำเภอที่สมัครรับเลือก เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี 5. เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในอำเภอที่สมัครติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปีการศึกษา 6. ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561

อำนาจหน้าที่ของ สว.ได้แก่ การพิจารณาและกลั่นกรองกฎหมาย พิจารณาและกลั่นกรองพระราชบัญญัติ อนุมัติพระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ตั้งกระทู้ถาม เปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภาหรือที่ประชุมรัฐสภา การตั้งกรรมาธิการ การให้คำแนะนำหรือความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เช่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นต้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ คนใหม่ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองก่อนเข้าทำงาน ท่ามกลางต้อนรับอย่างอบอุ่น

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ คนใหม่ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองก่อนเข้าทำงาน ท่ามกลางต้อนรับอย่างอบอุ่น

วันที่ 25 มีนาคม 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์คนใหม่ พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศศิธร จันทมฤก ภริยา เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดประจวบฯ เพื่อความเป็นสิริมงคลในโอกาสที่เดินทางมารับตำแหน่ง โดยเข้าสักการะองค์หลักเมืองจตุโชค ที่ศาลหลักเมืองประจวบฯ สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่า สักการะพระพุทธนวราชบพิตร ที่สำนักงานคลังจังหวัด และไหว้พระพุทธรูป ที่ห้องปฏิบัติงาน ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ มีนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล, นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ, นายองครักษ์ ทองนิรมล, นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานในศาลากลางจังหวัด มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี และทักทายประชาชนที่มาร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมกล่าวว่าจะปฏิบัติหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนอย่างเต็มความสามารถ ทั้งนี้นายสมคิด จันทมฤก ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ กระทรวงมหาดไทย ประเภทผู้บริหารระดับสูง 10 ราย เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา นับเป็นผู้ว่าราชการคนที่ 55 ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

สำหรับประวัตินายสมคิด จันทมฤก เกิดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2508 ปัจจุบันอายุ 59 ปี เป็นสิงห์ดำรุ่น 37 จบปริญญาตรีรัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และรัฐศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังจบรัฐศาสตร์จุฬาฯ สมัครเข้าทำงานกับภาคเอกชน 5 ปี ก่อนที่จะสอบเข้าเป็นนักเรียนปลัดอำเภอเมื่อปี 2535 เริ่มต้นเส้นทางชีวิตราชการเป็นปลัดอำเภอชาติตระการ จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง, ปลัดอำเภอเมืองสมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม, หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบบริหาร กรมการปกครอง, หัวหน้ากลุ่มงานวางแผนอัตรากำลังและพัฒนาระบบงาน กองการเจ้าหน้าที่ กรมการปกครอง, นายอำเภอสระโบสถ์ จ.ลพบุรี, ผู้อำนวยการส่วนการข่าว สำนักกิจการความมั่นคงภายใน กรมการปกครอง, ผู้อำนวยการกองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง, ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ กรมการปกครอง, ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี เมื่อ 1 ตุลาคม 2560 ก่อนที่หนึ่งปีต่อมาจะดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นพ่อเมืองอยู่แค่ปีเดียว 1 ตุลาคม 2562 ย้ายเข้ากระทรวงในตำแหน่งรองปลัดกระทรวง 1 ตุลาคม 2564 ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน 1 ตุลาคม 2565 ตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ล่าสุดตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วนอุทยานเขานางพันธุรัต คว้ารางวัลคนดีศรีจังหวัด สาขาผู้ส่งเสริมการท่องเที่ยวดีเด่น

วนอุทยานเขานางพันธุรัต คว้ารางวัลคนดีศรีจังหวัด สาขาผู้ส่งเสริมการท่องเที่ยวดีเด่น

วันที่ 24 มีนาคม 2567 นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ หัวหน้าวนอุทยานเขานางพันธุรัต อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี ที่ให้เน้นการดูแลรักษาทรัพยากรการท่องเที่ยวและส่งเสริม พัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ซึ่งวนอุทยานเขานางพันธุรัตเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โดดเด่น มีกิจกรรมที่เป็นอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่ใกล้เมือง ห่างจากหาดชะอำแค่เพียง 10 กิโลเมตร โดยวนอุทยานเขานางพันธุรัต ได้ปรับปรุงและพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ทำให้เริ่มเป็นที่รู้จักของผู้คนมากขึ้น จนได้รับรางวัลคนดีศรีจังหวัด สาขาผู้ส่งเสริมการท่องเที่ยวดีเด่น จากชมรมสายใยไทย แทนคุณแผ่นดิน ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพฯ สำหรับการมอบรางวัลนี้ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติแก่บุคคลและองค์กรที่สร้างสรรค์สังคมไทย โดยยึดมั่นในหลักคุณธรรมจริยธรรม ที่เข้าถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก นำนโยบายต่างๆ มาใช้ปฏิบัติหน้าที่จนประสบความสำเร็จในองค์กร ซึ่งจะเป็นแบบอย่างและกำลังใจในการพัฒนาบ้านเมืองเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติต่อไป

วนอุทยานเขานางพันธุรัต ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่นของเขาหินปูน ความหลากหลายของระบบนิเวศ มีกิจกรรมที่เป็นการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากร สามารถเข้าถึงกิจกรรมได้ทุกเพศทุกวัย อาทิ การปั่น – ยิงเมล็ดพันธุ์แห่งความดี การศึกษาซากฟอสซิลสัตว์ดึกดำบรรพ์โบราณ การเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ การวิ่ง การปั่นจักรยาน การท่องเที่ยวเชิงนิเวศโดยรอบชุมชน เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์สมัยทวารวดี และในวันที่ 26 พฤษภาคม 2567 นี้ จะมีการจัดงานวิ่งพันธุรัต ยักษ์ก็มีหัวใจ ครั้งที่ 3 เป็นการวิ่งสัมผัสธรรมชาติและชมบรรยากาศรอบๆ ชุมชนบ้านโคกเศรษฐีและชุมชนบ้านนายาง สำหรับผู้สนใจกิจกรรมต่างๆ ติดต่อได้ที่โทร. 098 – 6860989 หรือเพจวนอุทยานเขานางพันธุรัตและโครงการฯเขานางพันธุรัต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

โรงเรียนทับสะแกวิทยา จัดงานคืนสู่เหย้า 52 ปี มีคอนเสิร์ตคาราบาวก่อนเตรียมยุบวง

โรงเรียนทับสะแกวิทยา จัดงานคืนสู่เหย้า 52 ปี มีคอนเสิร์ตคาราบาวก่อนเตรียมยุบวง

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2567 นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงานคืนสู่เหย้า ศิษย์เก่าราชพฤกษ์ 52 ปี โรงเรียนทับสะแกวิทยา ที่สนามฟุตบอลโรงเรียนทับสะแกวิทยา อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายสุภัทร โพธิ์เงินงาม นายกสมาคมศิษย์เก่าครูและผู้ปกครองโรงเรียนทับสะแกวิทยา น.ส.ชลิกา หูทิพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนทับสะแกวิทยา และคณะกรรมการสมาคม แขกผู้มีเกียรติ ร่วมงาน

งานนี้ สมาคมศิษย์เก่าครูและผู้ปกครองโรงเรียนทับสะแกวิทยา จัดแสงสีเสียงเต็มระบบ มีวัตถุประสงค์หารายได้เพื่อซ่อมแซมรั้วโรงเรียนและพัฒนาการศึกษา ภายในงานมีวงคาราบาวเต็มวงมาแสดง ซึ่งก่อนแสดง น้าแอ๊ด ยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ด คาราบาว ได้มอบกีต้าร์ที่มีลายเซ็นสมาชิกของวงครบทุกคน ให้กับคุณสวัสดิ์ สุขศรี ศิษย์เก่าราชพฤกษ์ ที่ประมูลไปเป็นเงิน 53,000 บาท เพื่อนำเงินดังกล่าวไปช่วยเด็กนักเรียนที่ยากไร้ด้วย

ทั้งนี้น้าแอ๊ด ยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ด คาราบาว ได้ประกาศระหว่างแสดงที่งาน Bom Sincharoen Fanmeet No.4 ว่า “คาราบาว” จะเลิกวงที่มีมายาวนานกว่า 40 ปี ในปี 2567 นี้ หลังการแสดงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายในเดือนเมษายน 2567 เนื่องจากสมาชิกอายุมากขึ้นและมีอาการป่วย ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2567 “ดุก คาราบาว” หรือนายลือชัย งามสม มือคีย์บอร์ด ทรัมเป็ต, แอคคอร์เดียน, ประสานเสียงของวงคาราบาว ได้เสียชีวิตอย่างสงบ ในวัย 70 ปี ทำให้คอนเสิร์ตคาราบาวที่โรงเรียนทับสะแกวิทยาครั้งนี้เป็นการเดินสายแสดงคอนเสิร์ตช่วงสุดท้ายก่อนจะยุบวง ปิดตำนานวงคาราบาว จึงมีศิษย์เก่าทับสะแกวิทยา และใกล้เคียง เดินทางมาชมคอนเสิร์ตอย่างคับคั่ง จนเต็มพื้นที่จัดงาน.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

นักปั่นร่วมปั่น…พิทักษ์ปู ชมความงามของทะเลอ่าวไทย จ.ประจวบฯ

นักปั่นร่วมปั่น…พิทักษ์ปู ชมความงามของทะเลอ่าวไทย จ.ประจวบฯ

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 24 มีนาคม 2567 ที่ลานมหาราช ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานปล่อยตัวนักกีฬาโครงการปั่นจักรยานการกุศล‘Bike for Crab 2024’ปั่น…พิทักษ์ปู มีว่าที่พันตรีอภิญญา ศักดินันท์ นายอำเภอปราณบุรี พลตรีนิรินธน์ ปุณโณทก ผู้บัญชาการศูนย์การกำลังสำรอง นายดำรงค์ มากระจัน พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายศุรอัฐ ณรงค์ฤทธิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดประจวบฯ น.ส.จิราวรรณ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายนำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ นายสมศักดิ์ กรีธาธร หัวหน้าวนอุทยานปราณบุรี นายศรัณยู ชเนศร์ รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทในเครือโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท และนักกีฬาจักรยานกว่า 300 คน ร่วมปั่นผ่านจุดเช็คอินของจังหวัด สัมผัสกับความงดงามของทะเลอ่าวไทย ระยะทางไปกลับ 60 กิโลเมตร เริ่มจากลานมหาราช – ถ้ำพระยานคร สามร้อยยอด สิ้นสุดยังลานมหาราช ปากน้ำปราณ ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย โดยก่อนปล่อยตัวนักกีฬาได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปูม้า – ปูลาย 800 ตัว ลงสู่ท้องทะเลปราณบุรีด้วย

นายศรัณยู ชเนศร์ ประธานโครงการปั่นฯ กล่าวว่า โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท และกล้วยน้ำไทมูลนิธิ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปูม้า ซึ่งเป็นทรัพยากรสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ผู้คนนิยมบริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ความต้องการบริโภคปูม้ามีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงได้จัดโครงการปั่นจักรยานการกุศล ครั้งที่ 6 ขึ้น ภายใต้ชื่อ‘Bike for Crab 2024’ปั่น…พิทักษ์ปู เพื่อนำรายได้สนับสนุนโครงการธนาคารปูในชุมชน ทำให้เกิดการขยายพันธ์ุประชากรปูม้าเพิ่มมากขึ้น สร้างจิตสำนึกให้ตระหนักถึงความสำคัญของปูม้า สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับชาวประมง อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปหันมาใส่ใจและดูแลสุขภาพมากขึ้นด้วยการออกกำลังกาย และกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้เดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดประจวบฯ มากยิ่งขึ้น เป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการที่พัก รีสอร์ทต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ของจังหวัดประจวบฯ ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้น.