Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหินทำบุญเนื่องในวัน อปพร. ครบรอบ 45 ปี

เทศบาลหัวหินทำบุญเนื่องในวัน อปพร. ครบรอบ 45 ปี

วันที่ 23 มีนาคม 2567 ที่ศูนย์ อปพร.เทศบาลเมืองหัวหิน สวนหลวงราชินี 19 ไร่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ น.ส.บุษบา โชคสุชาติ นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พร้อมด้วยนายอุดม ดวงแข ประธานสภาเทศบาล นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล นายปรีชา อยู่ฟุก ประธาน อปพร.เทศบาลเมืองหัวหิน และเจ้าหน้าที่ศูนย์ อปพร.เทศบาลเมืองหัวหิน ร่วมพิธีทำบุญเลี้ยงเพลพระสงฆ์ 9 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในวันสถาปนาอาสาสมัครป้องกันและบรรเทาภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) แห่งชาติ (22 มีนาคมของทุกปี) เพื่อเป็นการเชิดชูความสำคัญของ อปพร. ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครือข่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสนับสนุน ช่วยเหลือ เป็นผู้เสียสละบำเพ็ญสาธารณประโยชน์แก่ส่วนรวมเป็นอย่างดีเสมอมา

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2522 ได้มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ.2522 เป็นครั้งแรก และกำหนดให้มีอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) จึงกำหนดให้ในวันที่ 22 มีนาคม ของทุกปี เป็นวัน อปพร. ซึ่งภารกิจ อปพร.สืบเนื่องมา 45 ปีแล้ว เพื่อยกย่องเชิดชูคุณงามความดีของสมาชิก อปพร. ที่มีจิตอาสาในการช่วยเหลือสังคม ผู้ประสบภัยจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุทางถนนและอุบัติภัย รวมถึงการรักษาความสงบและความมั่นคงภายในเขตพื้นที่ด้วยความเสียสละ ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ภายใต้อุดมการณ์ “เมตตา กล้าหาญ” โดยมิได้หวังผลประโยชน์หรือสิ่งตอบแทนใดๆ จนเป็นที่ประจักษ์แก่สังคม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นายก อบต. สุดทนโพสต์เตือนลูกบ้านอย่าเข้าป่ากรมหลวงฯ เนื่องจากหมดคนไปประกันตัวให้แล้ว

นายก อบต. สุดทนโพสต์เตือนลูกบ้านอย่าเข้าป่ากรมหลวงฯ เนื่องจากหมดคนไปประกันตัวให้แล้ว

วันที่ 23 มีนาคม 2567 นายธิรวัฒน สุดจันทร์ นายก อบต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่าขณะนี้ตนสุดทนกับลูกบ้านที่มีพฤติกรรมตัดไม้ทำลายป่าและบุกรุกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนบน) จ.ประจวบฯ จนต้องโพสต์เตือนสติลูกบ้านว่า“เรียนพี่น้องชาวช้างแรก ใครมีที่ดินติดแนวเขตรักษาพันธุ์ หรือใกล้แนวเขต ช่วงนี้ให้งดเข้าทำพื้นที่ก่อนนะครับ เนื่องจากมีการกวดขันและจับกุมทุกวันเลย ตอนนี้หมดคนประกันแล้วครับ”นายธิรวัฒน กล่าวต่อว่าจากการที่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยาน เสด็จในกรม กรมหลวงชุมพรฯ เข้มงวดกวดขันการบุกรุกทำลายป่าในพื้นที่ ประกอบกับมีระบบดาวเทียมติดตามและรายงานจุดความร้อน หรือ Hot Spot ชาวบ้านที่เข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าไม่มีทางหลบหนีการกวดขันของเจ้าหน้าที่พ้น ตนจึงได้โพสต์ลงสื่อโซเชียล ในไลน์กลุ่มต่างๆ ที่มีลูกบ้านอยู่ เพื่อเตือนสติว่าหากโดนจับกุมดำเนินคดีจะไม่คุ้มกันเลย ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ อบต.ช้างแรกทุกคนไปเป็นผู้ประกันตัวให้กับลูกบ้านหมดแล้ว จึงขอวิงวอนให้หยุดการกระทำที่เป็นการสุ่มเสี่ยงในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์ฯ เป็นอันขาด

นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี กล่าวว่าตามนโยบายของพลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่ให้เข้มงวดกวดขันการเข้าไปกระทำความผิดในการตัดไม้และล่าสัตว์ป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ และติดตามเฝ้าระวังการเกิดไฟป่าอย่างจริงจัง จนทำให้พื้นที่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนบน) จ.ประจวบฯ ภายใต้การนำของนายกิตติศักดิ์ สมศรี นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าเขตฯ มีการจับกุมและดำนินคดีแก่บุคคลที่เข้าไปกระทำความผิดในพื้นที่ โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด 42 คดี ผู้ต้องหา 17 ราย และในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 จนถึงปัจจุบัน ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดไปแล้วทั้งสิ้น 16 คดี ผู้ต้องหา 16 ราย รวมการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทั้งสิ้น 58 คดี ผู้ต้องหา 33 ราย

ด้านนายกิตติศักดิ์ สมศรี นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนบน) จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ตนและเจ้าหน้าที่เพียง 23 นาย ต้องดูแลพื้นที่กว่า 185,000 ไร่ ครอบคลุม 11 หมู่บ้าน 4 ตำบล 2 อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ตามนโยบายของผู้บริหาร จึงทำให้ตนและเจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างเข้มงวดในการกวดขันเฝ้าระวังการเข้าไปบุกรุกทำลายป่า ซึ่งมีทั้งกลุ่มนายทุนและชาวบ้านในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่เดินลาดตระเวนป่าทุกวัน ประกอบกับการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วย จึงส่งผลให้มีการจับกุมดำเนินคดีมากขึ้น ซึ่งตั้งแต่ตนมาดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์ป่าแห่งนี้ ได้จับกุมผู้กระทำความผิดไปแล้วทั้งสิ้น 162 คดี ผู้ต้องหา 137 ราย

ส่วนโพสต์ของนายก อบต. ช้างแรก ต้องขอขอบคุณที่ผู้นำในชุมชนเข้าใจและช่วยกันปรามลูกบ้าน หรือกลุ่มนายทุนที่หากคิดเข้ามาในพื้นที่ก็ต้องถูกจับกุมดำเนินคดี

สำหรับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนบน) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีแหล่งท่องเที่ยวเป็นที่รู้จักของคนในชุมชน คือน้ำตกไทรคู่ อีกทั้งมีสัตว์ป่าสำคัญๆ ได้แก่ เสือดาว นกเงือกหัวหงอก และยังมีสัตว์ป่าสงวนในพื้นที่อย่างเช่น เก้งหม้อ สมเสร็จ แมวลายหินอ่อน จึงอยากขอความร่วมมือชุมชนในพื้นที่ช่วยกันหวงแหนและรักษาไว้ให้คงความอุดมสมบูรณ์ต่อไป.

Categories
ทั้งหมด สังคม

นำคณะสื่อมวลชนดูงานด้านการประชาสัมพันธ์และการบริการวิชาการ

ข่าวสังคม

รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ มอบหมายให้ รศ.ดร.อาคีรา ราชเวียง รองอธิการบดี กล่าวต้อนรับและขอบคุณคณะสื่อมวลชน ที่ให้การสนับสนุนข่าวสารของมหาวิทยาลัยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เป็นการประชาสัมพันธ์เชิงรุกและประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยให้เป็นที่รู้จักแก่นักศึกษาและบุคคลทั่วไป ให้เข้าใจถึงบทบาทต่างๆ อย่างทั่วถึง สร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นที่ดีต่อมหาวิทยาลัย ก่อนที่จะนำคณะสื่อมวลชนดูงานด้านการประชาสัมพันธ์และการบริการวิชาการ ที่ มทร.รัตนโกสินทร์ วิทยาลัยเพาะช่าง โดยมี ผศ.สุรัฐ บุญทรง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเพาะช่าง ให้การต้อนรับเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2567.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เอสวีแอลกรุ๊ป จัดโครงการคัดแยกขยะจากต้นทาง มอบรายได้ให้ชุมชน

เอสวีแอลกรุ๊ป จัดโครงการคัดแยกขยะจากต้นทาง มอบรายได้ให้ชุมชน

บริษัท ไลน์ทรานสปอร์ต จำกัด ในกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ของเอสวีแอลกรุ๊ป (SVL Group) ส่งเสริมให้พนักงานคัดแยกขยะในองค์กร และร่วมกันส่งมอบขยะรีไซเคิล อาทิ ขวดพลาสติก ขวดแก้ว อลูมิเนียม ขยะพลาสติก ฯลฯ ที่พนักงานได้คัดแยกประเภทแล้ว นำมาบริจาคในโครงการ “ขยะสร้างสุข” ที่เอสวีแอลกรุ๊ปรณรงค์และตั้งใจลดปริมาณขยะ สร้างความตระหนักให้พนักงาน สนใจและช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมจากภายในสู่ภายนอกองค์กร โดยขยะดังกล่าวจะส่งต่อให้กับชุมชน หมู่ 4 บ้านละหาน และหมู่ 2 บ้านนาผักขวง ซึ่งผู้นำชุมชน ทั้งสองหมู่จะรวบรวมขยะและนำไปขาย เพื่อนำรายได้สมทบกองทุนส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียงและผู้ด้อยโอกาส รวมถึงช่วยเหลือชุมชนในพื้นที่ ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเปิดรับบริจาคขยะจากพนักงานและนำไปมอบให้ชุมชนต่อเนื่องทุกเดือน และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ที่ผ่านมา เอสวีแอลกรุ๊ปได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมกิจกรรมดีๆ ของชุมชน และรณรงค์การคัดแยกขยะจากต้นทางมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมดูแลชุมชน มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีไปด้วยกัน.

ฟิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ชมรมจักรยานสายบุญประจวบฯ ปั่นระดมทุนร่วมสร้างโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยพระพิทักษ์สหโรคา แห่งแรกของไทย

ชมรมจักรยานสายบุญประจวบฯ ปั่นระดมทุนร่วมสร้างโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยพระพิทักษ์สหโรคา แห่งแรกของไทย

วันที่ 22 มีนาคม 2567 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานแถลงข่าวโครงการปั่นแบ่งปันน้ำใจ ของชมรมจักรยานสายบุญประจวบฯ สมทบทุนสร้างโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยพระพิทักษ์สหโรคา อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี เส้นทางหัวหิน – ชะอำ – เพชรบุรี – อัมพวา – ราชบุรี – โพธาราม – นครปฐม – กำแพงแสน – อู่ทอง – สุพรรณบุรี – วัดตรีวิสุทธิธรรม อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี รวมระยะทาง 360 กิโลเมตร ในระหว่างวันที่ 6 – 12 เมษายน 2567 มีว่าที่ร้อยตรี ธนสาร แกมไทย ประธานชมรมจักรยานสายบุญประจวบฯ พ.ต.ท.คมสันต์ วันเปลี่ยนสี ที่ปรึกษาชมรมจักรยานสายบุญประจวบฯ พร้อมคณะ หน่วยงานต่างๆ และสื่อมวลชน เข้าร่วมรับฟังที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ

โรงพยาบาลแพทย์แผนไทยพระพิทักษ์สหโรคา เป็นโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยเอกชนแห่งแรกของไทย เพื่อรักษาพระอาพาธและผู้ป่วยผู้ยากไร้ฟรี ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากคลินิกการแพทย์แผนไทยพิทักษ์ศาสนวงศ์ จากดำริของพระครูพิทักษ์ศาสนวงศ์ หรือ “หลวงพ่อไก่” เจ้าอาวาสวัดตรีวิสุทธิธรรม เพื่อช่วยบำบัดรักษาผู้ป่วย โดยใช้หลักธรรมะบำบัดแบบองค์รวม ประกอบด้วยการรักษาร่างกายด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย และการรักษาจิตใจด้วยธรรมโอสถ รักษาคน เพื่อรักษาธรรม ทำให้ผู้ป่วยแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ สามารถกลับไปเป็นกำลังสำคัญให้กับครอบครัวและสังคมไทย สำหรับโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยพระพิทักษ์สหโรคา เป็นโรงพยาบาลขนาดกลาง ที่คาดว่าจะใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 300 ล้านบาท เป็นอาคาร 6 เหลี่ยม 6 ชั้น จำนวนเตียงประมาณ 60 เตียง มีระบบการรักษาที่เป็นมาตรฐาน มีประสิทธิภาพ รองรับการรักษา การพักค้างคืนของผู้ป่วย และเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางการแพทย์แผนไทยในอนาคต ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศต่อไป

ว่าที่ร้อยตรี ธนสาร แกมไทย กล่าวว่า “ตนทราบว่ามูลนิธิพระพิทักษ์สหโรคา กำลังจะสร้างโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยพระพิทักษ์สหโรคา เป็นแห่งแรกของประเทศไทย “รักษาคน เพื่อรักษาธรรม” จึงได้ปรึกษากับมูลนิธิพระพิทักษ์สหโรคา เกี่ยวกับการระดมทุนจัดโครงการปั่นแบ่งปันน้ำใจสร้างโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยพระพิทักษ์สหโรคาขึ้น เพื่อประชาสัมพันธ์บอกบุญและรับบริจาค ซึ่งรายได้ทั้งหมดในครั้งนี้ไม่มีการหักค่าใช้จ่าย จะนำส่งมอบให้กับมูลนิธิพระพิทักษ์สหโรคาใช้ในการสร้างโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยพระพิทักษ์สหโรคาต่อไป คาดว่าจะมีนักปั่นจากชมรมนักปั่นจักรยานหลายจังหวัดเข้าร่วมสมทบกว่า 200 คน ผู้ที่สนใจสามารถร่วมปั่น หรือร่วมบริจาคทุนทรัพย์ได้ตามเส้นทางจักรยานที่ติดพุ่ม หรือร่วมทำบุญที่ธนาคารกรุงไทย เลขบัญชี 739 – 040950 – 9 ชื่อบัญชี : มูลนิธิพระพิทักษ์สหโรคา (ไม่สามารถลดหย่อนภาษีได้)”.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เร่งแก้ปัญหาขุดทองบางสะพาน หลังนักขุดทองถูกดินถล่มทับเสียชีวิต

เร่งแก้ปัญหาขุดทองบางสะพาน หลังนักขุดทองถูกดินถล่มทับเสียชีวิต

วันที่ 21 มีนาคม 2567 หลังเกิดเหตุชาวบ้านขุดทองบางสะพาน แล้วเกิดดินทรุดทับร่างจนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่บ้านวังน้ำเขียว หมู่ 7 ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ล่าสุดนายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาการขุดหาสินแร่ทองคำในพื้นที่ตำบลร่อนทอง เพื่อป้องกันการเสียชีวิตจากการขุดทองบางสะพาน โดยระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น น.ส.กมลพร ศรีนวล นักวิชาการอุตสาหกรรมชำนาญการสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, นางชิตกานภ์ บัวรินทร์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาบางสะพาน, นายพงษ์ศักดิ์ทองจันทร์ นายช่างตำรวจชำนาญงานปฏิรูปที่ดิน (สปก.), นายณรงค์ เลียบวัน หน่วยป่าไม้ที่ ปข.2 บางสะพาน วังยาว, ร.ต.ท.ทนงศักดิ์ ทองแก้ว ตำรวจ ปทส., พตต.อรรถพล ชุมคง สารวัตรสอบสวน สภ.บางสะพาน, นายนิกร โพธิ์น้อย นายก อบต.ร่อนทอง พร้อมด้วยกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ร่วมบูรณาการหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ในที่ประชุม มีข้อสรุปว่าปัจจุบันพบทองคำบางสะพาน ในตำบลร่อนทอง 4 หมู่บ้าน ได้แก่หมู่ 5 หมู่ 6 หมู่ 7 และหมู่ 11 แนวทางแก้ไขโดยให้ประชาชนในพื้นที่ไปขออนุญาต นำสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ว่าเป็นผู้ที่มีรายได้น้อย พร้อมรูปถ่ายขนาด 3 x 4 นิ้ว โฉนด หรือ นส.3 ตรวจสอบหลักฐานพิจารณาทำประโยชน์ในที่ดินที่ตนถือครอง เป็นที่ดินประเภทไหน เพื่อเป็นหลักฐานแนบตามท้ายประกาศ ให้คณะกรรมการแก้ไขปัญหา ร่วมกับ อบต.ร่อนทอง เข้าตรวจสอบพื้นที่ พิจารณาอนุญาตได้ ส่วนกรณี สปก.4 – 01 ซึ่งระบุไว้ว่าเพื่อเกษตรกรรมเท่านั้น หรือในเขตป่าสงวนป่าไม้ จะไม่สามารถอนุญาตได้ มีค่าใบอนุญาตคนละ 50 บาท ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านไม่ได้ทำ

สำหรับการป้องกันอุบัติเหตุ จะต้องกำหนดความลึก แต่ปัญหาบางพื้นที่ลึกตื้นไม่เท่ากันตามแต่ละสภาพพื้นที่ ที่อากาศสามารถถ่ายเทได้ เพื่อความปลอดภัย สำหรับการขุดหาในคลองสาธารณะ โดยใช้เสียม จอบ ขุดเอาดินมาใส่กระป๋อง นำไปใส่เลียงร่อนในน้ำตามภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ต้องขออนุญาต เพราะส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ว่างจากงาน มาขุดหาทองเพื่อเป็นรายได้เสริมเท่านั้น

การร่อนทองบางสะพาน เป็นวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่อดีตสืบเนื่องกันมาหลายชั่วอายุคน เป็นวิถีชีวิตภูมิปัญญาชาวบ้าน และเป็นความภูมิใจที่ชาวร่อนทองทุกคนอนุรักษ์ไว้ โดยอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการร่อนทอง คือ “เลียง” ซึ่งทำมาจากไม้ใยด้าย มีลักษณะเหมือนกระทะ ใช้สำหรับการร่อนหาทองตามแหล่งน้ำธรรมชาติ เชื่อกันว่าทองบางสะพานมีพุทธคุณในตัว สามารถป้องกันทูตผีปีศาจได้ จึงมีมูลค่าแพงกว่าทองคำทั่วไปเท่าตัว.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

นักวิ่งนับพันคนเริงร่า พากัน “วิ่งกันดุ๊” สนาม 4 รอบอ่างเก็บน้ำเขาเต่า หัวหิน

นักวิ่งนับพันคนเริงร่า พากัน “วิ่งกันดุ๊” สนาม 4 รอบอ่างเก็บน้ำเขาเต่า หัวหิน

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 20 มีนาคม 2567 นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมวิ่งประจวบคีรีขันธ์ Run Khan Do “วิ่งกันดุ๊” สนามที่ 4 ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำเขาเต่า อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่บ้านเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด นายดำรงค์ มากระจัน พัฒนาการจังหวัด นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายเจนวิท ผลิศักดิ์ สาธารณสุขอำเภอหัวหิน นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารเทศบาลเมืองหัวหินพร้อมด้วยนักวิ่งกว่า 2,000 คน เข้าร่วมวิ่งรอบอ่างเก็บน้ำเขาเต่าจำนวน 2 รอบ ระยะทาง 4.8 กิโลเมตร ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย

นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ กล่าวว่าการจัดกิจกรรม Run Khan Do “วิ่งกันดุ๊” อำเภอหัวหินในครั้งนี้ เป็นการจัดขึ้นสนามที่ 4 ของกิจกรรม ก่อนที่จะมีการส่งมอบต่อไปยังอำเภออื่น ๆ รวม 8 อำเภอ และระดับจังหวัด ในระยะเวลาเกือบ 4 เดือน คาดว่าจะทำให้กระแสของการสร้างสุขภาพ การสร้างการมีส่วนร่วม การสร้างเครือข่ายเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง จังหวัดประจวบฯ ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนของอำเภอหัวหิน ที่ได้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบและสวยงาม ขอบคุณผู้รักสุขภาพที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่าน ที่มาร่วมกิจกรรมและหากมีโอกาส ขอเรียนเชิญไปยัง Track ต่างๆ ในอำเภออื่นๆ และระดับจังหวัดเพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างกัน

ทั้งนี้ กิจกรรม RUN KHAN DO “วิ่งกันดุ๊” เป็นกิจกรรมที่จังหวัดประจวบฯ ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัด และส่วนราชการต่างๆ จัดขึ้น มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือสร้างสุขภาพด้านการออกกำลังกายส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวของแต่ละอำเภอในพื้นที่ของจังหวัด ส่งเสริมการสร้างทีมและเครือข่ายการทำงานในระดับพื้นที่ทั่วภาคราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำบลและหมู่บ้าน ในการร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมในระดับอำเภอ และเป็นการสร้างกิจกรรมด้านกีฬาและการท่องเที่ยวในงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์ เมืองสามอ่าว และงานกาชาดประจำปี 2567 โดยกำหนดจัดขึ้นในระดับอำเภอ จำนวน 8 ครั้ง และจังหวัด 1 ครั้ง ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 พฤษภาคม 2567 สำหรับอำเภอหัวหิน เป็นสนามที่ 4 เส้นทางรอบอ่างเก็บน้ำเขาเต่าอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก หลังจากจบการวิ่งแล้วได้มีพิธีมอบธงกิจกรรมวิ่งประจวบคีรีขันธ์ Run Khan Do “วิ่งกันดุ๊” สนามที่ 5 ให้กับอำเภอกุยบุรี เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมครั้งต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ฝนตกแป๊บเดียว เกิดอุบัติเหตุติดๆ กัน หวิดเกิดโศกนาฏกรรมหมู่

ฝนตกแป๊บเดียว เกิดอุบัติเหตุติดๆ กัน หวิดเกิดโศกนาฏกรรมหมู่

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 20 มีนาคม 2567 ศูนย์วิทยุกู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถกระบะตกข้างทางพลิกคว่ำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บบนถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 288+700 จึงนำรถพยาบาลออกตรวจสอบร่วมกับตำรวจสายตรวจจราจร สภ.กุยบุรี

แต่ระหว่างทางไปตรวจสอบ พบอุบัติเหตุห่างจากสี่แยกไฟแดงกุยบุรี เพียง 100 เมตร โดยรถกระบะฟอร์ด 4 ประตูสีเทา ทะเบียน กน 2761 ประจวบคีรีขันธ์ เสียหลักหมุนฟาดกับรถกระบะของ สภ.กุยบุรี ทะเบียนตราโล่ 18375 ที่จอดอยู่ริมถนน และด้วยแรงของรถ ยังไปกระแทกกับรถหกล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 81 – 3419 ประจวบคีรีขันธ์ บรรทุกถังก๊าสหุงต้มที่จอดอยู่ไหล่ทางเช่นเดียวกัน ทำให้รถกระคันที่เสียหลักหมุนไปชนนั้น ด้านหน้าพังยับ รถกระบะของ สภ.กุยบุรี ด้านขวาบุบหลายแห่ง ส่วนบริเวณท้ายรถบรรทุกหกล้อ ถูกชนจนกันชนบิดงอ ตรวจสอบแล้วไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเดินทางไปจุดที่รับแจ้งเหตุในตอนแรก ซึ่งห่างจากจุดแรกเพียง 100 เมตรเท่านั้น พบรถกระบะโตโยต้า รีโว่ 4 ประตู สีเทา ทะเบียน กท 803 ชุมพร พลิกตะแคงอยู่ มีร่องรอยการลื่นจากบนถนน ไถลเข้ามาชนเสากันสาดหน้าบ้าน และต้นไม้บริเวณหน้าบ้าน จนรถพลิกตะแคง ภายในรถมีผู้โดยสาร 5 ราย ซึ่งบาดเจ็บถลอกกันเล็กน้อยเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าอำเภอกุยบุรีไม่มีฝนตกมาเป็นเวลานาน และช่วงบ่ายวันนี้ฝนเพิ่งตก ทำให้พื้นถนนเกิดคราบสีขาวไหลนองเต็มพื้น อีกทั้งจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กับสี่แยกไฟแดง เมื่อรถได้สัญญาณไฟเขียว ต่างก็ขับออกกันด้วยความเร็ว บวกกับคราบสีขาวบนถนน ทำให้เกิดความลื่นมากจนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหิน รับรางวัลเมืองคาร์บอนต่ำและรู้สู้ภัยพิบัติระดับประเทศ

เทศบาลหัวหิน รับรางวัลเมืองคาร์บอนต่ำและรู้สู้ภัยพิบัติระดับประเทศ

วันที่ 20 มีนาคม 2567 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ได้จัดพิธีมอบรางวัลเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับประเทศ ปี 2566 เชิดชูเกียรติ 35 เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับประเทศ แลกเปลี่ยนแนวคิด โชว์ผลงานโดดเด่นและนวัตกรรมการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ยกระดับศักยภาพท้องถิ่นให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ มีนายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี เป็นประธานในพิธี ที่ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ เทศบาลเมืองหัวหินได้รับรางวัลระดับเมืองคาร์บอนต่ำและรู้สู้ภัยพิบัติ (Challenge Low Carbon and Resilient City) ประเภทเมืองที่มีประชากรตั้งแต่ 20,000 คนขึ้นไป การประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน กระบวนทัศน์ใหม่ ปี 2566 และเข้ารับรางวัลจากนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทั้งในส่วนกลางและระดับพื้นที่ ดำเนินงานเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมอย่างบูรณาการและสมดุลในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานของหลักการมีส่วนร่วม ให้เกิดความยั่งยืนตามบริบทของพื้นที่ โดยพัฒนาเกณฑ์ชี้วัดเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน 4 องค์ประกอบ 34 ตัวชี้วัด ได้แก่ เมืองอยู่ดี คนมีสุข สิ่งแวดล้อมยั่งยืน และเมืองแห่งการเรียนรู้และการบริหารจัดการที่ดี อีกทั้งยังต่อยอดการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน กระบวนทัศน์ใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ ประกอบด้วย 4 มิติ ได้แก่เมืองธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมเมือง พร้อมรับภัยพิบัติ เมืองขจัดมลพิษ และเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำหนดความเข้มข้นของการจัดการ สิ่งแวดล้อมเมืองเป็น 3 ระดับ ได้แก่ Green City, Eco City และ Resilient City เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาเมือง และเป็นเครื่องมือให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการกำหนดทิศทางและนโยบายการบริหารจัดการเมืองให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานสากล สร้างสภาพแวดล้อมเมืองให้น่าอยู่ ปลอดภัย การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองการจัดการขยะ น้ำ และคุณภาพอากาศที่ดี ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในเมือง และพร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน กระบวนทัศน์ใหม่ ทั้ง 3 ระดับ จำนวน 29 แห่ง ซึ่งเทศบาลเมืองหัวหินเป็นหนึ่งในเมืองที่ได้รับรางวัลระดับ 3 เมืองคาร์บอนต่ำและรู้สู้ภัยพิบัติ ประเภทเมืองที่มีจำนวนประชากรตั้งแต่ 20,000 คนขึ้นไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รพ.ประจวบฯ จัดโครงการเด็กไทยสายตาดี ปี 2567

รพ.ประจวบฯ จัดโครงการเด็กไทยสายตาดี ปี 2567

วันที่ 19 มีนาคม 2567 นพ.ศุภชัย ศุภพฤกษ์สกุล จักษุแพทย์โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ได้ตรวจสายตาให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 และเด็กอายุ 6 – 12 ปี ในโครงการเด็กไทยสายตาดี ปี 2567 มีผู้ปกครองนำบุตรหลานเข้ารับการตรวจที่คลินิกตา ชั้น 3 อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลประจวบฯ ซึ่งหากจักษุแพทย์พบเด็กมีสายตาผิดปกติ จะได้รับการประกอบแว่นสายตาต่อไป โดยขณะนี้ โรงพยาบาลประจวบฯ ได้ให้บริการแก่เด็กในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองประจวบฯ, อ.ทับสะแก, อ.บางสะพาน และอำเภอบางสะพานน้อย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ทั้งนี้ผู้ปกครองที่สนใจ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่คุณสนทยา ศรีทอง โทร. 081 – 0097258 เวลา 14.30 – 16.30 น. ทุกวันราชการ

ปัจจุบันเด็กและเยาวชนมีสายตาผิดปกติ จะมีทั้งสั้น ยาว และเอียง สาเหตุเกิดได้ทั้งจากการใช้สายตามากๆ การจ้องคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือกรรมพันธุ์ จะทำให้สายตาสั้นเร็วกว่าปกติ ซึ่งมีทั้งสั้นเทียมหรือสั้นชั่วคราว และสั้นถาวร โดยอัตราการเกิดปัญหาสายตาสั้นขณะนี้เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว จากที่เคยพบร้อยละ 8 ของจำนวนประชากรที่สายตาสั้น เป็นร้อยละ 30 ซึ่งจะทำให้เด็กมีปัญหาในการเรียน เด็กจะมองตัวหนังสือบนกระดานไม่ชัด ทำให้จดข้อมูลและเรียนไม่ทันเพื่อน และเกิดปัญหาเด็กเบื่อหน่ายการเรียน ไม่อยากเรียนต่อไป นอกจากนี้จะทำให้เด็กเกิดอาการปวดตา ปวดศีรษะโดยไม่รู้สาเหตุ ซึ่งเกิดเนื่องจากการเพ่งสายตา ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โรงพยาบาลประจวบฯ จึงได้ดำเนินการโครงการเด็กไทยสายตาดี ปี 2567 เพื่อให้เด็กและเยาวชนที่มีปัญหาด้านสายตา ได้รับการตรวจวัดและตัดแว่นให้เหมาะสม ลดปัญหาและอุปสรรคที่มาจากดวงตาในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเรียน พร้อมทั้งอบรมให้เด็กและเยาวชนได้รับความรู้ในการดูแลดวงตาได้อย่างถูกวิธี ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนต่อไป.