Categories
ข่าว ทั้งหมด

ธารน้ำใจช่วยครอบครัว“น้องข้าวหอม” ที่ไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง

ธารน้ำใจช่วยครอบครัว“น้องข้าวหอม” ที่ไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายเดชา เรืองอ่อน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ นางสุพัตรา ไพฑูรย์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ เหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่ให้กำลังใจและให้ความช่วยเหลือครอบครัว นางพรนภัส ชูจิตร อายุ 50 ปี ที่บ้านหมู่ 3 ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ หลังจากเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เกิดเพลิงไหม้บ้านของนางพรนภัส จนวอดหมดทั้งหลัง ทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหาย โดยขณะเกิดเหตุ นางพรนภัส และนายสิทธิศักดิ์ แก้วเจริญ อายุ 50 ปี สามีไปส่งลูกสาว เด็กหญิงกมลวรรณ เทียนนาค หรือน้องข้าวหอม อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านคั่นกระได หมู่ 3 ต.อ่าวน้อย ไปโรงเรียนและทำธุระในตลาดตัวเมือง เมื่อกลับมาก็พบว่าบ้านถูกไฟเผาไหม้วอดหมดแล้ว ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่ามาจากจากไฟฟ้าลัดวงจร

พร้อมกันนี้ ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ได้กล่าวให้กำลังใจผู้ที่ประสบอัคคีภัย และขอบคุณหน่วยงานในพื้นที่ ที่ให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้ที่ประสบภัยในครั้งนี้ จากนั้นได้ร่วมกันมอบเงินช่วยเหลือ พร้อมด้วยถุงยังชีพเครื่องอุปโภค บริโภคให้กับครอบครัวผู้ประสบภัยเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจสู้ชีวิตต่อไป.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เกษตรจังหวัดเร่งแจกแตนเบียน ให้เกษตรกรปราบแมลงศัตรูมะพร้าว

เกษตรจังหวัดเร่งแจกแตนเบียน ให้เกษตรกรปราบแมลงศัตรูมะพร้าว

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายชาติชาย ศรีษะนอก เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายประดิษฐ์ วิสิฐกุล เกษตรและสหกรณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายกิตติพร เจริญสุข ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันกำจัดแมลงศัตรูมะพร้าว ที่ศาลาเอนกประสงค์บ้านตะแบกโพรง หมู่ 8 ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายสมเจตน์ เจริญทรง นายอำเภอทับสะแก นายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายก อบต.อ่างทอง และนายชลิต เพชรดี กำนันตำบลอ่างทอง สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอทับสะแก ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำหมู่บ้าน และเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว ร่วมกิจกรรมรณรงค์ดังกล่าว

กิจกรรมกำจัดแมลงศัตรูมะพร้าว มีดังนี้ 1. แจกแตนเบียนหนอนบราคอน จำนวน 50,000 ตัว แก่เกษตรกร เพื่อนำไปปล่อยในสวนมะพร้าวที่มีการระบาด รวม 125 ไร่ 2. สาธิตการตัดทางใบเผาทำลาย และปล่อยแตนเบียน ในต้นมะพร้าวสูงน้อยกว่า 12 เมตร 3. สาธิตการเจาะต้นและฉีดสารอีมาเมกตินเบนโซเอต 1.92 %EC เข้าลำต้น ในต้นมะพร้าวสูงมากกว่า 12 เมตร

สำหรับงบประมาณ ในการ จัดซื้อแตนเบียนหนอนบราคอน ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ควักทุนส่วนตัวซื้อแตนเบียน 1 แสนตัว แจกให้ชาวสวนนำไปปล่อย เพื่อปราบแมลงศัตรูมะพร้าว และประสานงานจัดหาเพิ่มเติมให้เพียงพอ พร้อมเร่งรัดหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เร่งจัดสรรงบประมาณเพื่อปราบแมลงในพื้นที่ระบาดศัตรูมะพร้าวในสวน กว่า 7 พันไร่โดยด่วน.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

แฝดชายหญิงหายออกจากบ้านนานหลายชั่วโมง สุดท้ายกลายเป็นศพในสระน้ำเพื่อนบ้าน

แฝดชายหญิงหายออกจากบ้านนานหลายชั่วโมง สุดท้ายกลายเป็นศพในสระน้ำเพื่อนบ้าน

ช่วงเย็นวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 นายธนิต กฤษตานุสาร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ รับแจ้งว่ามีเด็กฝาแฝดวัย 3 ขวบหายออกจากบ้านไปทั้งคู่ จึงประสานกำนันพร้อมชาวบ้านช่วยกันออกค้นหา และได้แจ้งให้นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอสามร้อยยอด ทราบพร้อมด้วยปลัดอำเภอ นำกำลังอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.สามร้อยยอด มีนายกเทศมนตรีตำบลไร่ใหม่ นายสนธยา สังข์เครือ สมาชิกสภาจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลไร่เก่าและชาวบ้านกว่า 200 คน กระจายกำลังค้นหาพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นไร่สับปะรด ไร่ขนุน ไร่มะพร้าวและรอบๆ บ้านเด็กที่หาย อีกทั้งมีสระน้ำของชาวบ้านหลายสระ พ่อของเด็กถึงกับเป็นลมชัก จนต้องช่วยกันรีบปฐมพยาบาลจนอาการดีขึ้น

จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. ระหว่างที่เดินค้นหารอบๆ สระน้ำที่ห่างจากบ้านของเด็กแฝด ประมาณ 700 เมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัยสังเกตในน้ำ มีลักษณะเหมือนถุงปุ๋ยลอยอยู่ในน้ำแต่เป็นสีส้ม เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ พบว่าเป็นร่างเด็กที่หายไป จึงนำร่างเด็กสภาพนอนคว่ำขึ้นมา เป็นเด็กหญิงชื่อน้องติ๊ก ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบบาดแผลและร่องรอยการถูกทำร้าย ส่วนพี่ชายชื่อตั๊ก ยังไม่พบตัว เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจึงค้นหารอบๆ อีกครั้ง โดยสระน้ำที่พบร่างเด็กหญิง กว้างประมาณ 2 ไร่ ลึกประมาณ 4 – 5 เมตร เจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างเมธีธรรมสถาน และมูลนิธิสว่างหัวหิน ได้จัดชุดค้นหาใต้น้ำลงไปค้นหาในสระน้ำ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ก็พบร่างแฝดพี่ชายนอนคว่ำหน้าอยู่ในน้ำลึกประมาณ 3 เมตร ห่างจากฝั่งประมาณ 2 เมตร รวมเวลาการค้นหาจนพบร่างฝาแฝดนาน 7 ชั่วโมง จากนั้นแพทย์จากโรงพยาบาลสามร้อยยอด และเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบร่างของเด็กน้อย และนำร่างไปผ่าพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง.

ภาพ/ข่าว : ฐิติชญา แสงสว่าง

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เกษตรกรโอดรัฐจ่อเก็บภาษีไม้ยืนต้น ควรช่วยราคาผลผลิตการเกษตรที่ตกต่ำ

เกษตรกรโอดรัฐจ่อเก็บภาษีไม้ยืนต้น ควรช่วยราคาผลผลิตการเกษตรที่ตกต่ำ

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 จากกรณีที่ภาครัฐ โดยกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมไปถึงภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่าในอัตราภาษีที่แตกต่างกัน ทำให้นายทุนที่มีที่ดินรกร้างว่างเปล่า หันมาปลูกพืชการเกษตรเพื่อหวังลดภาษี โดยไม่ได้มีการดูแลและไม่หวังผลทางเศรษฐกิจ ซึ่งแตกต่างจากเกษตรกรรายย่อย ที่ปลูกพืชแบบผสมผสาน ทั้งพืชล้มลุกและไม้ยืนต้น เพื่อหวังผลทางเศรษฐกิจเป็นอาชีพ ทำให้ต่อมาภาครัฐได้กำหนดอัตราจำนวนการปลูกพืชต่อไร่ เพื่อป้องกันกลุ่มนายทุนปลูกพืชผลที่หวังเลี่ยงภาษี อีกทั้งยังมีแนวนโยบายในการจัดเก็บภาษีไม้ยืนต้น ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลกระทบกับเกษตรกรตัวจริง ผู้ประกอบอาชีพปลูกพืชไม้ยืนต้นโดยตรง อาทิ มะพร้าว ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ทุเรียน และไม้ยืนต้นอื่นๆ

นางวันเพ็ญ มหาสอน อายุ 54 ปี เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่ตำบลเขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ตนประกอบอาชีพปลูกพืชทำการเกษตรหลายอย่าง ไม่ว่าจะปลูกทุเรียน ปาล์มน้ำมัน สับปะรด และว่านหางจระเข้ โดยปลูกทุเรียนไว้ 170 ต้น ปาล์ม 500 กว่าต้น ซึ่งที่ผ่านมาตนเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมไปถึงภาษีที่ดินทำการเกษตรกับ อบต.ทุกปี และยังไม่ทราบข่าวเกี่ยวกับภาครัฐจะมีนโยบายเกี่ยวกับการเก็บภาษีไม้ยืนต้นเพิ่มเติม เนื่องจากพื้นที่ตำบลเขาจ้าวเป็นพื้นที่ทำการเกษตร อยู่ห่างไกลความเจริญ ไม่มีไฟฟ้า และสัญญาณโทรศัพท์ที่ไม่เสถียร ทำให้ไม่ค่อยได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร ซึ่งหากภาครัฐจะมีการจัดเก็บภาษีไม้ยืนต้นจริง ตนไม่เห็นด้วย เนื่องจากปัจจุบันเสียภาษีที่ดินทำการเกษตร และสิ่งปลูกสร้างอยู่แล้ว ซึ่งถ้าหากต้องเสียภาษีไม้ยืนต้นอีกคงไม่ไหว แค่นี้ก็แย่อยู่แล้ว เพราะทุกวันนี้ราคาผลผลิตทางการเกษตรมีแต่ตกต่ำ ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ต้นทุนการผลิตมีแต่สูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย ยา สารเคมี และน้ำมัน อยากให้ภาครัฐหันมาดูแลเกษตรกรบ้าง ช่วยทำให้ราคาผลผลิตทางการเกษตรสูงขึ้นกว่าเดิม ปรับให้สมดุลกับต้นทุนการผลิต

จากการที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นของเกษตรกรเกี่ยวกับนโยบายที่ภาครัฐจะมีการเก็บภาษีไม้ยืนต้นนั้น พบว่าเกษตรกรหลายรายส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยทราบเรื่องนี้ อาจเป็นเพราะภาครัฐขาดการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง รวมไปถึงพื้นที่ ที่เกษตรกรอาศัยอยู่ในบางพื้นที่ ยังขาดช่องทางการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร สัญญาณโทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ตยังเข้าไม่ทั่วถึง ไม่ครอบคลุมในทุกพื้นที่ ที่เกษตรกรอาศัยอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ภาครัฐต้องมีการทำประชาพิจารณ์สอบถามความคิดเห็นจากประชาชน ก่อนออกประกาศใช้กฎหมายนี้ โดยการมอบอำนาจให้ท้องถิ่นเก็บสำรวจรวบรวมข้อมูลตามสภาพความเป็นจริง เพราะอยู่ในพื้นที่จัดเก็บและจัดเก็บในอัตราที่แตกต่างกัน ระหว่างที่ดินที่เป็นที่รกร้างของนายทุนที่ทำการเกษตรแบบหวังลดภาษี ไม่สามารถแจ้งเป็นการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรได้ ควรมีการจัดทำรายได้เพื่อป้องกันการทำการเกษตรแบบแอบแฝง และที่ดินของเกษตรกรที่รับสืบทอดมรดกเพื่อทำการเกษตรแบบพออยู่พอกิน และทำการเกษตรจริงๆ.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กสทช.เตือนหากใช้วิทยุเครื่องแดง ไม่ขออนุญาตเสี่ยงคุก 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท

กสทช.เตือนหากใช้วิทยุเครื่องแดง ไม่ขออนุญาตเสี่ยงคุก 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 นายวสันต์ เริงสมุทร ผู้อำนวยการสำนักงาน กสทช.เขต 45 จ.ชุมพร เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช.ภาค 4 ร่วมกับสำนักงาน กสทช.เขต 45 จังหวัดชุมพร จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการฝึกซ้อมการใช้เครื่องวิทยุคมนาคม โดยใช้คลื่นความถี่ในการติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยงานของรัฐ เอกชน และประชาชน กรณีเกิดเหตุภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน ที่โรงแรมหาดทอง อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ แต่ที่ผ่านมามีประชาชนนำเครื่องวิทยุสื่อสารเครื่องสีแดง หรือ เครื่องย่านความถี่ 245.000 เมกะเฮิรตซ์ (ย่านประชาชน) นำไปใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งในภาคผู้ประกอบการห้างร้าน ธุรกิจต่างๆ โรงแรม ที่พัก รวมไปถึงภาคอุตสาหกรรมและประชาชนทั่วไป โดยที่ผู้ครอบครองเครื่อง หากไม่ได้ขออนุญาตให้ถูกต้อง และซื้อเครื่องวิทยุที่เสียภาษีอย่างถูกต้องมาใช้ ก็จะมีความผิด

จึงขอประชาสัมพันธ์ให้กลับไปตรวจสอบในหน่วยงานองค์กรของท่าน ว่ามีการขอใบอนุญาตใช้แล้วหรือไม่ และซื้อเครื่องที่ถูกกฎหมายมาใช้หรือไม่ โดยดูหมายเลขเครื่องและหมายเลข NBTC ID.(ทะเบียน) ที่มีตราครุฑ ส่วนการขอใบอนุญาตใช้ 1 เครื่องต่อ 1 ใบ มีค่าธรรมเนียม 535 บาท ส่วนแบบฟอร์มคำขอ สามารถหาโหลดได้ในอินเตอร์เน็ต หรือแบบฟอร์ม คท.2 โดยหลักฐานประกอบการขออนุญาต ได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน แล้วไปยื่นขอใบอนุญาตที่สำนักงาน กสทช.สาขาใดก็ได้ เพราะออกใบอนุญาตให้ผ่านระบบออนไลน์

หากผู้ประกอบการห้างร้าน และผู้ที่จะใช้งานโดยที่เครื่องของท่านไม่ได้เสียภาษี ไม่ได้มีทะเบียนตราครุฑ จะมีความผิด ตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยเจ้าพนักงานตำรวจสามารถจับกุมได้ ขอให้ตรวจสอบในองค์กรของท่านอีกครั้งหนึ่ง หากไม่มั่นใจสามารถโทรศัพท์ติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงาน กสทช.ทั่วประเทศ พร้อมให้บริการข้อมูลข่าวสาร หรือที่ call center 1200 ได้เช่นกัน.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง เจ้าของไม่อยู่ กลับมาอีกทีวอดเหลือแต่เสา วอนหน่วยงานช่วยเหลือ

ไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง เจ้าของไม่อยู่ กลับมาอีกทีวอดเหลือแต่เสา วอนหน่วยงานช่วยเหลือ

เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 ร.ต.อ.หญิง ศุภลักษณ์ หวานวาจา รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบฯ รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดเหตุไฟไหม้บ้านเรือนประชาชนที่บ้านเลขที่ 121/5 หมู่ 3 บ้านคั่นกระได ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากโรงเรียนบ้านคั่นกระได ประมาณ 200 เมตร หลังได้รับแจ้งจึงเดินทางพร้อมด้วย ด.ต.จักรพงษ์ อินทนพ ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองประจวบฯ ตำรวจชุดตรวจพิสูจน์หลักฐาน ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบนายนคร ศรีสุทธานันท์ รองนายก อบต.อ่าวน้อย พร้อมด้วยนายเมธา ศักดิ์เกิด ปลัด อบต.อ่าวน้อย นายจรรยา พูลสวัสดิ์ เลขานายก อบต.อ่าวน้อย นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายบรรเทาสาธารณภัย พร้อมรถน้ำดับเพลิง อบต.อ่าวน้อย ร่วมกับรถดับเพลิงของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ระดมฉีดน้ำดับไฟที่กำลังลุกไหม้บ้านเรือนของชาวบ้านนานกว่า 20 นาที จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยมีเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดประจวบฯ เจ้าหน้าที่โยธาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปลัดอำเภอ พร้อมเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองประจวบฯ (อส.) ร่วมอำนวยความสะดวก

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูงห่างจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร พื้นและผนังบ้านเป็นไม้ เสาปูน หลังคามุงกระเบื้อง ถูกเพลิงเผาไหม้จนวอดเสียหายทั้งหลัง เหลือแต่เศษซากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรทัศน์ พัดลม ตู้เย็น ที่นอนหมอนมุ้ง เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์เครื่องครัว เครื่องตัดหญ้า รถจักรยาน 2 คัน รวมไปถึงชุดนักเรียนหนังสือ และอุปกรณ์การเรียนอื่นของลูก ถูกไฟเผาไหม้จนเกลี้ยง เหลือเพียงแต่ชุดเสื้อผ้า และชุดที่คนในบ้านสวมใส่ติดตัวคนละ 1 ชุด และสุนัขที่เลี้ยงไว้อีก 1 ตัวเท่านั้น ส่วนสาเหตุเบื้องต้น สันนิษฐานว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ประเมินค่าความเสียหายกว่า 200,000 บาท

นางพรนภัส ชูจิตต์ อายุ 50 ปี เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุ ตนและสามีเข้าไปทำธุระในตลาดตัวเมือง หลังจากไปส่งลูกที่โรงเรียนใกล้บ้าน ไปได้เพียงไม่นาน พี่สาวซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กันโทรศัพท์บอกตนว่าบ้านเกิดไฟไหม้ จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ 191 ให้ช่วยประสานเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยกันดับเพลิง แต่เมื่อตนกลับมาถึงบ้าน ก็พบว่าบ้านถูกเผาไหม้จนสิ่งของวอดวายจนหมดแล้ว เหลือเพียงชุดนักเรียนที่ลูกสวมใส่ไปโรงเรียน 1 ชุด และเสื้อผ้าที่ตนและสามีสวมใส่คนละ 1 ชุดเท่านั้น ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ ตนสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร จึงอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ โดยตนมีอาชีพทำมะพร้าวขาวส่งขายอยู่ที่บ้าน และเก็บก้านมะพร้าวมาเหลา เพื่อส่งขายไปทำไม้กวาดเป็นรายได้เท่านั้น

ด้านนายเมธา ศักดิ์เกิด ปลัด อบต.อ่าวน้อย กล่าวว่า อบต.จะเข้ามาดูแลช่วยเหลือเยียวยาในเบื้องต้น ตามหลักเกณฑ์ระเบียบของกฎหมาย โดยจะมีเงินช่วยเหลือเยียวยาบรรเทาผลกระทบ ประมาณกว่า 40,000 บาท รวมไปถึงถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภคในเบื้องต้นและประสานงานหน่วยงานอื่นเพื่อเยียวยาต่อไป.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวประมงเรือเล็ก ช่วยกันกู้เรือที่ล่มในทะเลสามร้อยยอด หลังเจอคลื่นลมแรง

ชาวประมงเรือเล็ก ช่วยกันกู้เรือที่ล่มในทะเลสามร้อยยอด หลังเจอคลื่นลมแรง

เวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 19 พฤศจิกายน 2566 พี่น้องชาวประมงในพื้นที่บ้านบางปู หมู่ 8 ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ช่วยกันลากเรือประมงเข้าฝั่ง หลังจากเมื่อกลางดึกวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีเหตุเรือประมงล่มในทะเลสามร้อยยอด บนเรือมีเจ้าของเรือกับลูกเรืออีกหนึ่งคน โดยทั้งสองคนสามารถออกจากเรือมาได้อย่างปลอดภัย จึงได้ช่วยกันลากเรือกลับเข้าฝั่ง โดยกลุ่มชมรม CSR เพื่อการท่องเที่ยวตำบลสามร้อยยอด ได้นำรถติดไฟส่องสว่างมาช่วยเพิ่มแสงสว่างเพื่อให้ทีมกู้เรือได้มีความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น

นายนาวี อินพันทัง เล่าว่าตนและลูกเรือได้ออกเรือไปหาปลาและกำลังจะกลับเข้าฝั่ง เหลือระยะทางอีกเพียงแค่ 800 เมตร ก็จะถึงฝั่งแล้ว แต่ช่วงนี้เป็นหน้าหนาว มีคลื่นลมแรง ทำให้เรือโคลงก่อนจะล่ม โชคดีที่อยู่ห่างฝั่งไม่ไกล ทำให้ตนและลูกเรือสามารถกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย ส่วนเรือที่ล่มนั้น ส่วนท้ายของเรือจมอยู่ในน้ำ และมีทรายเข้าไปอยู่ใต้ท้องเรือ จึงต้องช่วยกันสูบทรายออกจากท้องเรือก่อน แล้วใช้เชือกผูกทุ่นทั้งสองฝั่งของเรือไว้ โดยใช้ถัง 200 ลิตรและแกลลอนเป็นทุ่น รอจังหวะน้ำขึ้นทุ่น จึงจะประคองเรือให้ลอยลำตั้งตรง จากนั้นใช้เรือประมงช่วยกันลากกลับเข้าฝั่ง.

ภาพ : สุเมธ เจริญสุข ประธานชมรม csr เพื่อการท่องเที่ยวตำบลสามร้อยยอด
ข่าว : ฐิติชญา แสงสว่าง

Categories
ข่าว ทั้งหมด

บลูพอร์ตหัวหิน จัดประกวดพระเครื่องระดับประเทศส่งท้ายปี

บลูพอร์ตหัวหิน จัดประกวดพระเครื่องระดับประเทศส่งท้ายปี

วันที่ 20 พฤษภาคม 2566 ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ ร่วมกับบริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กำหนดจัดมหกรรมประกวดพระบูชาพระเครื่อง และเหรียญพระคณาจารย์ทั่วประเทศขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม 2566 ที่ชั้น 3 บลูพอร์ตหัวหิน โดยมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานที่ปรึกษา นายนพพร บุญลาโภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ประธานจัดงาน และนายสัญญา วิจิตรจินดา (ญา หัวหิน) ประธานกรรมการบริหารสมาคมผู้นิยมพระเครื่อง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประธานดำเนินงาน โดยงานนี้ถือเป็นมหกรรมการประกวดพระใหญ่ล่าสุดส่งท้ายปี และเป็นงานแรกที่บลูพอร์ตหัวหิน ได้ร่วมกับบริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จัดขึ้น เพื่อเป็นแนวทางที่จะจัดตลาดพระติดแอร์ ที่แรกและที่เดียวในบลูพอร์ตหัวหิน

โดยรางวัลชนะเลิศในแต่ละรุ่น จะได้รับเหรียญรูปเหมือนพระครูปลัดสุขวัฒน์ หรือพระอาจารย์ต้อม ปภัสสโร วัดท่าสะแบง จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งภาคอีสานที่มีลูกศิษย์ศรัทธามากมาย โดยมวลสารสำคัญในการจัดสร้างเหรียญ ถือว่าเป็นมวลสารมงคลอันศักดิ์สิทธิ์จากเกจิอาจารย์รุ่นเก่าทั่วประเทศ ที่นำมาเป็นมวลสารในการจัดสร้างเหรียญรางวัลในครั้งนี้ และผ่านพิธีพุทธาภิเษกจากพระเกจิชื่อดังเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมคณะผู้จัดงานมหกรรมการประกวดอนุรักษ์พระบูชา พระเครื่องและเหรียญพระคณาจารย์ ร่วมงานเพื่อนำมาเป็นรางวัลเฉพาะงานนี้เท่านั้น

สำหรับการประกวด ผู้ชนะเลิศคะแนนรวมยอดเยี่ยม รับเหรียญรางวัลเกียรติยศจากนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ พร้อมเงินรางวัล 50,000 บาท รางวัลชนะเลิศคะแนนรวมพระยอดนิยม รับเหรียญรางวัลเกียรติยศจากนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ พร้อมเงินรางวัล 50,000 บาท รางวัลชนะเลิศคะแนนรวมพระทั่วไป รับเหรียญรางวัลเกียรติยศ จากนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ พร้อมเงินรางวัล 50,000 บาท นอกจากนี้ รางวัลชนะเลิศแต่ละรายการ รางวัลที่ 1จะได้รับเหรียญพระครูปลัดสุขวัฒน์ (พระอาจารย์ต้อม) รุ่น นะ รวย ๙ เฮง เนื้อทองแดงอะไหล่ทอง จำนวน 1 เหรียญ รางวัลที่ 2 จะได้รับเหรียญพระครูปลัดสุขวัฒน์ (พระอาจารย์ต้อม) รุ่น นะ รวย ๙ เฮง เนื้อทองระฆัง จำนวน 1 เหรียญ รางวัลที่ 3 จะได้รับเหรียญพระครูปลัดสุขวัฒน์ (พระอาจารย์ต้อม) รุ่น นะ รวย ๙ เฮง เนื้อชนวนตั้งธาตุ จำนวน 1 เหรียญ และรางวัลที่ 4 จะได้รับเหรียญพระครูปลัดสุขวัฒน์ (พระอาจารย์ต้อม) รุ่น นะ รวย ๙ เฮง เนื้อทองแดงผิวไฟ จำนวน 1 เหรียญ โดยคณะกรรมการจะเริ่มเปิดให้ส่งพระในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป

นายสัญญา วิจิตรจินดา (ญา หัวหิน) กล่าวว่า การจัดมหกรรมประกวดพระบูชาพระเครื่อง และเหรียญพระคณาจารย์ฯ ที่บลูพอร์ตหัวหินครั้งนี้ เป็นงานใหญ่สำคัญที่นักสะสมพระเครื่องทั่วประเทศให้ความสนใจกันมาก อีกทั้งมีผู้ใหญ่หลายๆ ท่านและเซียนพระในวงการชื่อดังระดับประเทศให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นนายพยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย นายพิศาล เตชะวิภาค (ต้อย เมืองนนท์) รองนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย และเซียนพระอีกหลายๆ ท่านที่มาร่วมการประกวดในครั้งนี้ สำหรับสถานที่จัดงานมีความสะดวกสบาย เป็นห้องแอร์ ที่นักสะสมสามารถพาครอบครัวมาพักผ่อน ช้อปปิ้ง นอกเหนือจากการมาร่วมงานประกวดพระได้อีกด้วย จึงขอเชิญนักสะสมพระเครื่อง พระบูชา และผู้ที่สนใจไปร่วมงานได้ในวันประกวดพระเครื่อง วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 9.00 น.เป็นต้นไป บริเวณชั้น 3 บลูพอร์ตหัวหิน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บลูพอร์ตหัวหิน โทร.032 – 905111 , เฟซบุ๊ก : Bluport Hua Hin Official หรือ Line : @Bluport.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

“เรือเจ้าแม่ประดู่ทอง” คว้าถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่อ่างเก็บน้ำเขาเต่า

“เรือเจ้าแม่ประดู่ทอง” คว้าถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่อ่างเก็บน้ำเขาเต่า

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2566 นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พร้อมด้วยนายอมร พัฒน์ทอง สมาชิกสภาเทศบาล นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีปิดงานประเพณีแข่งเรือยาว “ศึกเรือยาวชิงจ้าวสายน้ำ ปีที่ 16” ชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2566 ที่โครงการอ่างเก็บน้ำเขาเต่า อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่บ้านเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายอนุพงษ์ ไชยฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) น.ส.อุบลวรรณ คงสว่าง ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก ผู้แทน สสส. นายโยธิน สิทธิบดีกุล ผู้อำนวยการสำนักโทรทัศน์และวิทยุ Thai PBS และประชาชจำนวนมากร่วมในพิธีมอบรางวัล

เทศบาลเมืองหัวหิน จัดแข่งขันเรือยาวประเพณี ประจำปี พ.ศ.2566 ระหว่างวันที่ 18 – 19 พฤศจิกายน ณ อ่างเก็บน้ำเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ร่วมกับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในรายการ “ศึกเรือยาวชิงจ้าวสายน้ำ ปีที่ 16” จำนวน 4 ประเภท ได้แก่ ประเภทเรือยาว 55 ฝีพาย (เรือมิตรภาพ ไทย – สปป.ลาว) ชนะเลิศได้แก่เรือเจ้าแม่ประดู่ทอง กองต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งทะเลอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ / ประเภทเรือยาว 40 ฝีพาย (เรือยาวโลหะ) ชนะเลิศได้แก่ เรือเจ้าปู่เหล็กไหล ได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี / ประเภทเรือยาว 32 ฝีพาย (เรือยาวโขนชิงธง) ชนะเลิศได้แก่ เรือสีหนุมาน และประเภทเรือยาว 30 ฝีพาย (เรือยาวหัวพญานาค) ชนะเลิศได้แก่ เรือเทพจุฬารัตน์ ทั้งสองประเภทได้รับถ้วยพระราชทานกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

จากนั้นนายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน ได้มอบถ้วยรางวัลผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้แก่ผู้ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ของทุกรายการแข่งขัน และมอบถ้วยรางวัลนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน ให้แก่ผู้ที่ได้รับรางวัล รองชนะเลิศอันดับ 2 และ 3 ของทุกรายการแข่งขัน ทั้งนี้เทศบาลเมืองหัวหินได้บรรจุการแข่งขันเรือยาวให้เป็นประเพณี ซึ่งจะมีการจัดการแข่งขันในทุกปี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พุทธศาสนิกชนร่วมทอดกฐินสามัคคีวัดสามร้อยยอด ได้เงินล้านกว่า

พุทธศาสนิกชนร่วมทอดกฐินสามัคคีวัดสามร้อยยอด ได้เงินล้านกว่า

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2566 ที่วัดสามร้อยยอด ต.ไร่เก่า อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีงานทอดกฐินสามัคคี โดยพระครูปัญญาชยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดสามร้อยยอด เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนางวรรณา (เจ๊แอ๊ด) คงคาเขต นายสมหมาย (เฮียทุย) ส้มหวาน พร้อมครอบครัว เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ภายในงานมีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวสามร้อยยอดและพื้นที่ใกล้เคียง จำนวนมากมาร่วมงาน โดยภายในงานมีการออกโรงทานกว่า 200 ซุ้ม ที่นำอาหารคาว หวาน ขนม เครื่องดื่ม มาแจกให้ผู้ที่มาร่วมงานได้รับประทานกันฟรีตลอดงาน

นายอำไพ พูลน้อย กรรมการวัดสามร้อยยอด กล่าวว่าปีนี้มีชาวบ้านมาร่วมงานเป็นจำนวนมากกว่าพันคน ทำให้ของจากซุ้มต่างๆ หมดอย่างรวดเร็ว บางซุ้มต้องไปเอาของมาแจกเพิ่มอีกด้วย แต่ทุกคนต่างรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจที่ได้ร่วมทำบุญ ทำทานในครั้งนี้ด้วย

นอกจากนี้ นายสิทธิชัย ลาภก่อเกียรติ กำนันตำบลไร่เก่าได้นำผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยฯ สารวัตร แพทย์ประจำตำบลและ ชรบ. ของตำบลไร่เก่าช่วยงาน ทั้งด้านการจราจร และอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนด้วย

สำหรับยอดกฐินสามัคคีในครั้งนี้มียอดรวมทั้งสิ้น 1,771,844 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนเจ็ดหมื่นหนึ่งพันแปดร้อยสี่สิบสี่บาท) ซึ่งทางวัดจะนำปัจจัยไปทะนุบำรุง ส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และพัฒนาวัดต่อไป.

ภาพ/ข่าว : ฐิติชญา แสงสว่าง