Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัฒนธรรมประจวบฯ เฟ้นหา 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น

วัฒนธรรมประจวบฯ เฟ้นหา 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น

วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 นางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับสภาวัฒนธรรมจังหวัด กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรม “1 จังหวัด 1 เมนูเชิดชูอาหารถิ่น” จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ขึ้นที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ของอาหารไทย อาหารท้องถิ่นที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตคนไทย รวมถึงรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศ การเสนอสาระความรู้เกี่ยวกับอาหารไทย และอาหารท้องถิ่น ต่อยอดสมุนไพรไทย สรรพคุณทางเลือก และส่งต่อเป็นภูมิปัญญาที่มีการสืบทอดรุ่นสู่รุ่น อีกทั้งเป็นการส่งเสริมศักยภาพของเครือข่ายวัฒนธรรม ในการบริหารจัดการ งานวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

ทั้งนี้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดประกวดเมนูอาหารเพื่อคัดเลือกเมนูอาหารประจำจังหวัด ตามหลักเกณฑ์ที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรมกำหนด โดยมีวัฒนธรรมอำเภอทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำเมนูอาหารไทย อาหารท้องถิ่น อาหารพื้นบ้าน มีอาหารคาว อาหารหวาน อาหารว่าง หลากหลายเมนู นำมาประกอบอาหาร เพื่อเข้าร่วมรับการพิจารณาคัดเลือกเป็นเมนูประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้วย โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมจะดำเนินการพิจารณาคัดเลือก ” 1 จังหวัด 1 เมนูเชิดชูอาหารถิ่น” และประกาศผลการคัดเลือกเพื่อมอบโล่รางวัล พร้อมเกียรติบัตรจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปภ.ประจวบฯ เตรียมแผนรับมือภัยพิบัติผ่านแอปพลิเคชันแจ้งเตือนสาธารณภัย

ปภ.ประจวบฯ เตรียมแผนรับมือภัยพิบัติผ่านแอปพลิเคชันแจ้งเตือนสาธารณภัย

วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดงานเสวนาจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ที่ห้องประชุมเกาะหลัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยการประยุกต์และนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของภัยพิบัติในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้วยการนำแอปพลิเคชันแจ้งเตือนสาธารณภัยมาประยุกต์ใช้ในการแจ้งเตือนภัยและติดตามสถานการณ์ ภายใต้ชื่องานลดความเสี่ยงเดิม ป้องกันความเสี่ยงใหม่ สู่สังคมเท่าทันภัยด้วยแผน ปภ.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 โดยมีนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานในการเสวนา มีนายเดชา เรืองอ่อน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายปรีดา สุขใจ นายอำเภอปราณบุรี นายสุทธิพร เที่ยงธรรม ปลัดเทศบาลเมืองประจวบฯ ผู้แทนสำนักงาน อบจ. ผู้แทนทหาร ตำรวจ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเสวนา

ตามที่กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ โดยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2565 อนุมัติแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564 – 2570 โดยมอบหมายให้กระทรวง กรม และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ปฏิบัติการตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564 – 2570 เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างเป็นระบบ มีเอกภาพ และประสิทธิภาพ บรรลุผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติ ดังนั้น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงได้จัดงานโครงการลดความเสี่ยงเดิม ป้องกันความเสี่ยงใหม่ สู่สังคมเท่าทันภัยด้วยแผน ปภ.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ขึ้น เพื่อเป็นการสื่อสาร สร้างองค์ความรู้ พร้อมทั้งความเข้าใจเกี่ยวกับแผนฯ ให้กับหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เป็นหุ้นส่วนร่วมกันปฏิบัติอย่างเป็นระบบ และมีมาตรฐานเดียวกัน มุ่งเน้นการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยตามหลักสากล และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตั้งแต่ก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย

นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวชื่นชมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทุกท่าน ที่ได้นำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564 – 2570 มาเป็นแนวทางหลักในการจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ด้วยการประยุกต์และนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของภัยพิบัติในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำให้การจัดการภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เกิดเป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับการขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ขอให้ทุกท่าน ทุกหน่วยงาน ช่วยกันคิดหาทางปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปประธรรม โดยในระดับพื้นที่ให้มีการจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมนำไปปฏิบัติ รวมทั้งกำหนดให้มีการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้การจัดการเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในส่วนการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ทรัพยากรต่างๆ ระบบสื่อสาร และการประสานงานให้เกิดการบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อรับมือกับสาธารณภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานสามร้อยยอดทำพิธีขมาพ่อปู่เขาสามร้อยยอด และเปิดสะพานเส้นทางศึกษาธรรมชาติบึงบัว

อุทยานสามร้อยยอดทำพิธีขมาพ่อปู่เขาสามร้อยยอด และเปิดสะพานเส้นทางศึกษาธรรมชาติบึงบัว

วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานบวงสรวงขอขมาพ่อปู่เขาสามร้อยยอด ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ สย.3 (โรงเจ) อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบฯ โดยมีนายนิทัศน์ จันทร์ทอง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอสามร้อยยอด นายประเวศ ศรีสุนทรไท ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี นายประธาน สังวรณ์ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ นายพงศธร พร้อมขุนทด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานต่างๆในสังกัด สบอ.3 สาขาเพชรบุรี นายก อบต.ไร่ใหม่ นายก อบต.สามร้อยยอด ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดร่วมในพิธี

ทั้งนี้จากเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีผู้ลักลอบเข้ามาตัดหินพระธาตุ บริเวณถ้ำมังกร หมู่ 5 บ้านเกาะไผ่ ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 คน พร้อมของกลางเป็นหินพระธาตุสีแดงและสีน้ำตาล น้ำหนักก้อนละไม่ต่ำกว่า 20 – 30 กิโลกรัม เพื่อนำไปขายให้กับกลุ่มนายทุนผู้รับซื้อที่ต้องการนำไปแกะสลักเป็นพระพุทธรูปและเครื่องประดับเพื่อจำหน่าย ตามความเชื่อของคนบางกลุ่มว่าหินพระธาตุเหล่านี้มีความศักดิ์สิทธิ์ จึงเป็นที่ต้องการและมีราคาสูง อุทยานฯ จึงได้ประกอบพิธีบวงสรวงขอขมาพ่อปู่เขาสามร้อยยอด จากที่มีคนหลบหลู่แอบลักลอบตัดหินพระธาตุในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

ต่อมานายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารต่างๆ ได้ร่วมกันทำพิธีเปิดสะพานเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติบึงบัว อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาใช้ศึกษาความหลากหลายทางธรรมชาติในพื้นที่ชุ่มน้ำเขาสามร้อยยอด เป็นเส้นทางเดินบนสะพานไม้ทางเดินยกระดับเพื่อชมธรรมชาติบึงบัว โดยระหว่างเส้นทางจะมีป้ายสื่อความหมายของพืชน้ำในทุ่งสามร้อยยอด เช่น ธูปฤาษี มอสน้ำ สาหร่ายฉัตร จอก บัวสาย บัวหลวง บัวเผื่อน เป็นต้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ พื้นที่ทับสะแก

ประจวบฯ จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ พื้นที่ทับสะแก

วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2566 ที่ อบต.เขาล้าน อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายสมเจตร์ เจริญทรง นายอำเภอทับสะแก นายชาติชาย ศรีษะนอก เกษตรจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และเกษตรกรร่วมกิจกรรม มีการออกให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่จำนวน 13 คลินิก ได้แก่ คลินิกพืช คลินิกดิน คลินิกประมง คลินิกปศุสัตว์ คลินิกสหกรณ์ คลินิกตรวจบัญชีสหกรณ์ คลินิกชลประทาน คลินิกข้าว คลินิกปฏิรูปที่ดิน คลินิกการยาง คลินิกพืชอาหารสัตว์ คลินิกหม่อนไหม คลินิก อสค. และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บริการเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น การวิเคราะห์ดิน การวินิจฉัยโรคพืช โรคสัตว์

ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่นในการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ การพัฒนางานด้านต่างๆ ทรงทุ่มเทพระวรกาย พระวิริยะอุตสาหะเพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในทุกด้านอย่างต่อเนื่อง เช่น ด้านการเกษตร การศึกษา การบริหารจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น เหนือสิ่งอื่นใด นั่นคือความทุ่มเทพระราชหฤทัยในการทรงงานเพื่อประชาชน พระองค์ทรงเสียสละเพื่อประชาชนโดยเสมอมา และด้วยพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงตระหนักและเล็งเห็นในคุณค่า แนวพระราชดำริเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน พระองค์ทรงยึดมั่นที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริต่างๆ เพื่อเป็นแสงสว่างนำทางตามรอยพระราชปณิธานไปสู่ความผาสุก แก่ประชาชนและประเทศชาติ

สำหรับโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมกับถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรไปในคราวเดียวกัน เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง เพราะเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจรในทุกๆ ด้าน ที่ได้นำบุคลากร อุปกรณ์ เครื่องมือ และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาให้บริการเกษตรกรถึงในพื้นที่ ช่วยแก้ไขปัญหาและพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกร.

ข่าวแนะนำ

ชิงเก้าอี้ สส.เขต 3 ประจวบฯ ดุเดือด “กำนันสวาป – มนัญญา” ส่ง “เดียร์-พงษ์พันธ์” สวมเสื้อภูมิใจไทย ยื่นสมัครได้เบอร์ 7 หวังล้มแชมป์เก่า“ประมวล-กล้าธรรม” ส่วนม้ามืด “ซี-นิติ” ปชป. มีเบียดลุ้น

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ศูนย์ฝนหลวงภาคใต้ โปรยเมล็ดพันธุ์พืชสร้างความชุ่มชื้นและเพิ่มผืนป่าแก่งกระจาน

ศูนย์ฝนหลวงภาคใต้ โปรยเมล็ดพันธุ์พืชสร้างความชุ่มชื้นและเพิ่มผืนป่าแก่งกระจาน

วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 นายสินชัย พึ่งตำบล ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ เป็นประธานเปิดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืช สร้างผืนป่า สร้างความชื้น เพิ่มโอกาสการทำฝน ประจำปี 2566 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยมีนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อาสาสมัครฝนหลวงจังหวัดเพชรบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมที่ศูนย์ฝนหลวงหัวหินภายในท่าอากาศหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ

ด้วยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืช สร้างผืนป่า สร้างความชื้น เพิ่มโอกาสการทำฝน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงมีพระราชประสงค์และพระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษาและต่อยอดเกี่ยวกับ “ศาสตร์ตำราฝนหลวงพระราชทาน” ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจไว้อย่างมากมาย และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่เกื้อหนุนกัน โดยทรงเน้นเรื่องป่าและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไว้ให้ลูกหลานไทย ทรงมีความห่วงใยและทรงช่วยเหลือฟื้นฟูธรรมชาติ ดั่งพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันก็จะสร้างป่า” ส่งผลให้พสกนิกรชาวไทยและประชาชนในประเทศได้รับการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 71 พรรษา 28 กรกฎาคม 2566 นี้ จึงถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาคราชการ ภาคเอกชน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ร่วมกันสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติฟื้นฟูป่าต้นน้ำ เพื่อประโยชน์ต่อพื้นที่ชุมชน ควบคู่ไปกับการปฏิบัติการฝนหลวงในแต่ละวัน

ทั้งนี้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ ได้ประสานกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ในการกำหนดพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นพื้นที่ดำเนินการ ใช้เมล็ดพันธุ์พืช 4 ชนิด ได้แก่ เมล็ดมะค่าโมง จำนวน 100 กิโลกรัม เมล็ดกระพี้จั่น จำนวน 1 กิโลกรัม เมล็ดแดง จำนวน 1 กิโลกรัม และเมล็ดพะยูง จำนวน 2 กิโลกรัม เริ่มโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ ในเดือนกรกฎาคม – กันยายน 2566 โดยใช้เครื่องบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร หลังเสร็จจากบินปฏิบัติการฝนหลวง หรือเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ หลังจากเสร็จภารกิจบินสำรวจพื้นที่ จากนั้นจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลผลการปฏิบัติการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชในแต่ละวัน แล้วจัดทำระบบฐานข้อมูล เพื่อวางแผนดำเนินการในช่วงระยะเวลาต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เริ่มแล้วงานผลไม้และของดีตะนาวศรีคีรีขันธ์กระตุ้นเศรษฐกิจประจวบฯ

เริ่มแล้ว งานผลไม้และของดีตะนาวศรีคีรีขันธ์ กระตุ้นเศรษฐกิจประจวบฯ

ช่วงค่ำวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงานผลไม้และของดีตะนาวศรีคีรีขันธ์ ที่เวทีกลางบริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ และบริเวณชายทะเลอ่าวประจวบฯ โดยมีนายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายดำรงค์ มากระจัน พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ให้การต้อนรับ ท่ามกลางประชาชนนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมชมงานและเดินซื้อสินค้าทางเกษตรและผลไม้จากบูธร้านค้าต่างๆ ภายในงาน

นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล กล่าวว่าการจัดงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือด้วยดีจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ส่งเสริมผลิตภัณฑ์สินค้าของจังหวัดประจวบฯ ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์สินค้าของสถาบันเกษตรกร ผู้ผลิตขบวนการสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มผู้ผลิตและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และเกษตรกรในจังหวัดประจวบฯ ซึ่งเป็นการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าของเกษตรให้กระจายสู่ผู้ซื้อและผู้บริโภคอย่างทั่วถึง เป็นการสร้างโอกาสอย่างแท้จริงให้กับเกษตรกรผู้ผลิตและประชาชนผุ้บริโภค และเป็นการจัดหาสินค้าราคาประหยัดมาจำหน่ายและให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่
ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายผลไม้และสินค้าเกษตรจำนวน 54 ร้านค้า เป็นผลผลิตจากทั้ง 8 อำเภอที่สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันนำมาจำหน่ายตลอดทั้ง 9 วันของการจัดงาน อาทิ สับปะรดสยามโกลด์ มะพร้าว ทุเรียน อินทผลัม ขนุน มังคุด กล้วย เงาะ รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้และพืชผักปลอดสารพิษต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมสันทนาการบนเวทีกลางในทุกค่ำคืน เพื่อสร้างสีสันภายในงาน การแข่งขันกินผลไม้ 5 ชนิด การเล่นเกมแจกรางวัล สาธิตสินค้าผลไม้อัตลักษณ์ประจวบฯ เสวนาของดีเมืองประจวบคีรีขันธ์ การสาธิตประกอบอาหารพื้นถิ่น การประกวดธิดาปศุสัตว์จำแลง พร้อมการจัดแสดงนิทรรศการด้านการเกษตรเพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเกษตรอัจฉริยะให้แก่เกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้ได้กับการเพาะปลูกพืชทุกชนิด จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจร่วมงานดังกล่าวได้ ระหว่างวันที่ 19 – 27 กรกฎาคม รวม 9 วัน ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ…รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พิธีบวงสรวงองค์จตุโชคประจำศาลหลักเมืองประจวบฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล

พิธีบวงสรวงองค์จตุโชคประจำศาลหลักเมืองประจวบฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล

วันที่ 19 กรกฎาคม 2566 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์จตุโชค ประจำศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์ และเทวาอารักษ์ ทั้ง 4 ทิศ เพื่อความเป็นสิริมงคล ที่บริเวณศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์ และเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดงานเทศกาลผลไม้และของดีตะนาวศรีคีรีขันธ์ ประจำปี 2566 ซึ่งสำนักงานสหกรณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จัดขึ้น มีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ร่วมประกอบพิธี โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 27 กรกฎาคม 2566 ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และบริเวณชายทะเลอ่าวประจวบคีรีขันธ์

ภายในงานมีผลไม้และของดีต่างๆ ที่ขึ้นชื่อของแต่ละอำเภอ รวม 8 อำเภอ มาวางจำหน่ายส่งตรงถึงผู้บริโภค มีคาราวานสินค้ามากมาย และกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ตั้งแต่เวลา 17.00 – 21.00 น. ให้ประชาชนและผู้ที่เข้าร่วมงานได้ร่วมสนุก เช่น การแข่งขันกินผลไม้ เล่นเกมแจกรางวัล การแสดงสาธิตอาหาร สาธิตสินค้าผลไม้อัตลักษณ์ประจวบฯ เสวนาของดีเมืองประจวบคีรีขันธ์ อีกทั้งยังมีการจัดการประกวดธิดาปศุสัตว์จำแลง ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 รวมไปถึงการจัดแสดงโชว์นวัตกรรมทางด้านการเกษตรให้ผู้ที่สนใจได้มาชมศึกษาเรียนรู้ เพื่อนำไปขยายต่อยอดต่อไปในอนาคตอีกด้วย.

ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหน้าผู้ตรวจสำนักนายกฯ ร่วมกับคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด เข้าสอดส่องโครงการก่อสร้างในประจวบฯ

หัวหน้าผู้ตรวจสำนักนายกฯ ร่วมกับคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด เข้าสอดส่องโครงการก่อสร้างในประจวบฯ

วันที่ 18 กรกฎาคม 2566 นายพีระ ทองโพธิ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมประชุมกับนายนิพนธ์ สุวรรณนาวา รองประธานฯ และคณะกรรมการธรรมาภิบาล เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นหน่วยงานสนับสนุนและกำหนดแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะธรรมาภิบาลจังหวัด ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงปฏิบัติงานร่วมกันในการป้องกันแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบในส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ ระหว่างสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันปราบการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ป.ป.ท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยในการประชุมในวันนี้ได้มีหน่วยงานดังกล่าวเข้าร่วมประชุมกับ ก.ธ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ด้วย

โดยที่ประชุมได้มีการหยิบยกสนามกีฬาอำเภอทับสะแก ของกรมพลศึกษา ขึ้นมาติดตามความคืบหน้าในการแก้ปัญหา การทิ้งร้างโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ เนื่องจากชำรุดและไม่ได้รับการซ่อมแซม ซี่งสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ประสานกับกรมพลศึกษาแล้ว ทราบว่าได้ตั้งงบประมาณเพื่อที่จะดำเนินการซ่อมแซมสนามกีฬาที่ชำรุดเพื่อให้ใช้งานได้ ก่อนที่จะถ่ายโอนให้กับท้องถิ่น คือ อบต.แสงอรุณ แต่เนื่องจากงบประมาณที่ตั้งไว้ไม่มีผู้เข้าร่วมประมูล จึงตกไป อย่างไรก็ดีกรมพลศึกษาจะได้มีการตรวจสอบสิ่งที่ชำรุดเสียหายใหม่อีกครั้ง เพื่อตั้งงบประมาณดำเนินงานแก้ไขปัญหาต่อไป

ในช่วงบ่าย คณะ ก.ธ.จ.จังหวัดประจวบฯ ได้เดินทางสอดส่องโครงการงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจประจำปีงบประมาณ 2566 ที่ได้จัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นถนนคอนกรีตในเขตตำบลเกาะหลัก ดำเนินงานโดย อบจ.ประจวบฯ 1 สาย โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตในพื้นที่ อบต.เกาะหลัก 1 สาย โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนวังมะเดื่อ ที่มีการติดตั้งเสาไฟอเนกประสงค์ ในพื้นที่ กม.5 อำเภอเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ งบประมาณ 4,271,400 บาท โดยเทศบาลตำบล กม.5 มีการติดตั้งเสาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 48 ต้นๆ ละ 67,800 บาท ซึ่งการออกพื้นที่สอดส่องโครงการต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดในโครงการของรัฐที่ได้ดำเนินงาน.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เดินหน้า “ป่าครอบครัว” บ้านทุ่งพุฒิ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ประจวบฯ เดินหน้า “ป่าครอบครัว” บ้านทุ่งพุฒิ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

วันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ภายใต้โครงการส่งเสริมการยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กิจกรรมย่อยป่าครอบครัว สืบสานปณิธานพ่อ สานต่อเศรษฐกิจพอเพียง ที่ศูนย์เรียนรู้ป่าครอบครัวด้านการเพาะพันธุ์กล้าไม้จากป่าชุมชน บ้านทุ่งพุฒิ หมู่ 11 ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายนิทัศน์ จันทร์ทอง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด นายสมเจตร์ เจริญทรง นายอำเภอทับสะแก ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เครือข่าย ทสม. แขกผู้มีเกียรติและประชาชน ร่วมกิจกรรม มีการประกอบพิธีทางสงฆ์ บวชป่า ปลูกต้นไม้ จากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้เยี่ยมชมพื้นที่แสดงและจำหน่ายสินค้าและบริการจากเครือข่ายป่าครอบครัวบ้านทุ่งพุฒิ บ้านโคกตาหอม บ้านหนองเหียง บ้านเขารางและบ้านม้าร้อง พร้อมเดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติพันธุ์ไม้และพืชสมุนไพร และชมดอกพุดป่า โดยปัจจุบันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ป่าครอบครัว จำนวน 18 เครือข่าย ครบทั้ง 8 อำเภอ เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในวันนี้ เป็นการคืนธรรมชาติสู่ธรรม ในการนำคำสอนทางพระพุทธศาสนาไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับแนวคิดการปลูกป่านอกป่า หรือการยกป่ามาไว้ในวัด หรือบ้าน หรือที่เรียกว่า “ป่าครอบครัว” ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางสังคมเพื่อชีวิตและความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นเรื่องใหม่ที่อยู่บนฐานคิดที่ว่าครอบครัวเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของสังคม และมีบทบาทสำคัญที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงต่อเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ย่อมสามารถเสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็งและเกิดการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในท้องถิ่นของตนให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงขอเชิญชวนทุกคนร่วมเป็นเครือข่ายป่าครอบครัว ด้วยการปลูกต้นไม้หลากหลายชนิดในที่ดินที่ครอบครัวครอบครองอยู่ เช่น ที่ว่างในบ้าน ตามหัวไร่ปลายนา หรือปลูกแซมในสวนในแปลงปลูกพืชเศรษฐกิจ ซึ่งอาจเป็นพื้นที่ป่าดั้งเดิมที่อนุรักษ์ไว้ให้เป็นป่าธรรมชาติ หรือเป็นพื้นที่ ที่ครอบครัวปลูกขึ้นใหม่ เพื่อเป็นแหล่งอาหารและป่าที่ยั่งยืน ตามนโยบายการเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ร้อยละ 40 ของพื้นที่จังหวัดต่อไป ซึ่งสามารถขอรับกล้าไม้ได้จากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ให้บริการด้านสุขภาพแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำ

ประจวบฯ จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ให้บริการด้านสุขภาพแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำ

วันที่ 18 กรกฎาคม 2566 ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมออกปฏิบัติงานหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งที่ 28 ถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 18 กรกฎาคม ที่เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อ.เมืองประจวบฯ มี นพ.วรา เศลวัตนะกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นายมิตรารุณห์ พรหมอินทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัด อาสาสมัคร พอ.สว. หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการร่วมในพิธี มีทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ มาให้บริการตรวจสุขภาพผู้ต้องขัง เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดี โดยคัดกรองผู้ต้องขังเข้ารับการตรวจรักษาโรคทั่วไป 30 ราย ตรวจสุขภาพช่องปาก 50 ราย และให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต 10 ราย ซึ่งปัจจุบันเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีผู้ต้องขัง 1,843 ราย แบ่งเป็นผู้ต้องขังชาย 1,639 ราย ผู้ต้องขังหญิง 204 ราย ส่วนใหญ่มีความเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและโรคทั่วไป

มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ พอ.สว. เป็นกิจการแพทย์ที่ตั้งขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ได้ทรงพบเห็นความยากลำบากของราษฎรในด้านการสาธารณสุข ในระหว่างที่เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมตำรวจตระเวนชายแดนตามจังหวัดชายแดน เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จสวรรคต สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงรับเป็นองค์ประธานมูลนิธิ พอ.สว. เพื่อสืบต่อพระราชภารกิจของพระชนนี ในปัจจุบัน หลังจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์สิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงดำรงตำแหน่งเป็นประธานกิตติมศักดิ์ มูลนิธิ พอ.สว. เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการบำบัดทุกบำรุงสุขแก่ราษฎรด้านการแพทย์และสาธารณสุขสืบต่อไป โดยจังหวัดประจวบฯ ได้รับพระราชทานเป็นจังหวัด พอ.สว. ลำดับที่ 15 ของประเทศ ตั้งแต่ปี 2512 จนถึงปัจจุบัน ที่ผ่านมาได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่และรถทันตกรรมเคลื่อนที่ออกให้บริการประชาชนในถิ่นทุรกันดารอย่างต่อเนื่อง.