Categories
ข่าว ทั้งหมด

ห้างมาร์เก็ตหัวหิน เอาใจคอทุเรียน จัดเทศกาลทุเรียนป่าละอู

ห้างมาร์เก็ตหัวหิน เอาใจคอทุเรียน จัดเทศกาลทุเรียนป่าละอู

วันที่ 27 มิถุนายน 2566 นายอมรเทพ อ่วมมีเพียร ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน ร่วมกับเกษตรอำเภอหัวหิน จัดงานเทศกาลทุเรียนป่าละอู ครั้งที่ 8 ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม 2566 ที่บริเวณลานด้านหน้าศูนย์การค้า เพื่อส่งเสริมกลุ่มเกษตรชาวสวนทุเรียนป่าละอู และเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและสร้างรายได้จากผลผลิตที่มีคุณภาพ นอกจากนี้แล้วยังเป็นช่องทางในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอหัวหิน อีกทางหนึ่งด้วย ภายในงานมีเกษตรกรชาวสวนจำนวน 10 สวน ได้แก่ 1.วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกทุเรียนป่าละอู 2.วิสาหกิจชุมชนรักษ์ทุเรียนป่าละอู (สวนศรีป่าละอู) 3.วิสาหกิจชุมชนรักษ์ทุเรียนป่าละอู (สวนวาสนา) 4.หนึ่ง ป่าละอู 5.สวนอลิศ ป่าละอู 6.สหกรณ์การเกษตรห้วยสัตว์ใหญ่จำกัด 7.สวนลุงเบิ้ม สมาชิกสหกรณ์การเกษตรห้วยสัตว์ใหญ่จำกัด 8.สวนป้าเทืองลุงพรม สมาชิกสหกรณ์การเกษตรห้วยสัตว์ใหญ่ จำกัด 9.สวนลุงลอย สมาชิกสหกรณ์การเกษตรห้วยสัตว์ใหญ่ จำกัด 10.บ้านไร่ฉวีวัน สมาชิกสหกรณ์การเกษตรห้วยสัตว์ใหญ่ จำกัด นำผลผลิตทุเรียนป่าละอูที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วมาออกบูธจำหน่ายสู่ผู้บริโภคโดยตรงได้เลือกซื้อภายในงานราคาเดียวกันทุกร้านกิโลกรัมละ 270 บาท นอกจากนี้ภายในงานยังมีทุเรียนพันธุ์อื่นๆ อาทิ หมอนทอง ชะนี พวงมณี และผลไม้ตามฤดูกาลพื้นเมืองอื่นๆ ตามฤดูกาลอีกมากมาย อาทิ เงาะ มังคุด กล้วย ให้เลือกซื้ออีกด้วย

ทุเรียนป่าละอูเป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทองพระราชทาน ซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) ทรงพระราชทานให้แก่ตำรวจตระเวนชายแดนนำไปปลูกที่ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน ครั้งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงเรียนอานันท์ที่บ้านป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2509 จนกลายเป็นผลไม้ที่นิยมปลูกกันในพื้นที่ เมื่อนำมาปลูกในพื้นที่ป่าละอูที่มีความพิเศษบนพื้นที่สูง สภาพอากาศและความอุดมสมบูรณ์ของดิน อีกทั้งเป็นการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์จึงทำให้ได้ผลผลิตทุเรียนมีคุณภาพ มีรสหวาน เนื้อหนา เหนียว เนียนละเอียด สีเหลืองอ่อน เนื้อแห้งมีความมันมากกว่าความหวาน เม็ดลีบเล็ก กลิ่นไม่รุนแรง ได้รับการยอมรับจากผู้โปรดปรานทุเรียนว่ามีความพิเศษเป็นเอกลักษณ์ จนได้รับเครื่องหมายสินค้า GI (Geographical Indication) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2557 แสดงถึงแหล่งเพาะปลูกที่เจาะจงแค่ที่ใดที่หนึ่ง เป็นสินค้าเด่นของชุมชนซึ่งได้ร่วมกันรักษาคุณภาพมาตรฐานชื่อเสียงและอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นนี้เอาไว้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กองทุนแม่ของแผ่นดินประจวบฯ ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดงานวันต่อต้านยาเสพติดโลก

กองทุนแม่ของแผ่นดินประจวบฯ ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดงานวันต่อต้านยาเสพติดโลก

วันที่ 26 มิถุนายน 2566 นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, สถานศึกษาในเครือข่ายฯ, สำนักงาน ปปส.ภาค 7, พัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบฯ, กลุ่มเหล็กสหวิริยาฯ, ภาคีเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตลอดจนภาครัฐและเอกชน ร่วมกันจัดโครงการ 26 มิถุนายน เสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งเกราะป้องกันและต่อต้านปัญหายาเสพติด โดยมี นายเลิศยศ แย้มพราย นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ที่บ้านทางสาย หมู่ 9 ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายวัชรินทร์ เปิดเผยว่า ตามมติที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2530 ได้กำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก ซึ่งประเทศไทยได้ร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมเพื่อต่อต้านยาเสพติด โดยดำเนินงานกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าปัญหายาเสพติดในอดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นปัญหาที่ทำให้ทุกคนต้องให้ความสนใจ และตระหนักเห็นว่าเป็นปัญหาวิกฤติ ที่ต้องได้รับการป้องกันแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งพิษภัยของยาเสพติด ที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างยิ่งในทุกพื้นที่ ซึ่งในวันนี้เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดประจวบฯ จึงได้จัดโครงการเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งเกราะป้องกันและต่อต้านปัญหายาเสพติดขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการจัดเสวนาประสาเด็กและเยาวชน เพื่อปลุกกระแสการป้องกันและต่อต้านปัญหายาเสพติด โดยมุ่งเน้นการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของยาเสพติด ให้ก้บประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กและเยาวชน เพื่อเสริมสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็ง เป็นเกราะป้องกันและต่อต้านปัญหายาเสพติดต่อไป นายวัชรินทร์ กล่าว

ด้านนายปิยะชาติ ไฮ้คง เจ้าหน้าที่ชำนาญการ สำนักงานคุมความประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ กล่าวว่าในปี 2565 โดยประมวลกฎหมาย กฎหมายฟื้นฟูสุขภาพผู้กระทำผิด เข้ากระบวนการคุมความประพฤติ ตามกฎหมายอาญา มาตรา 16 และกฎหมายมาตรา 66 ดำเนินคดี ผู้ที่เสพและครอบครองตามศาลสั่งให้เข้าขบวนการคุมความประพฤติ แต่ศาลสั่งให้ รอลงอาญา มีโทษจำคุก สั่งให้ รอลงโทษเข้ากระบวนการคุมความประพฤติตามกฎหมาย เมื่อปี 2565 มีผู้ที่เข้ามาสำนักงานคุมความประพฤติ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 500 กว่าคน แต่ปี 2566 มีมากถึง 1,500 คน มีผู้ใช้ยาเสพติดรายใหม่ที่เข้ากระบวนการของสำนักคุมความประพฤติมากขึ้น นอกเหนือจากนี้ นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมความประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มารับตำแหน่งใหม่ ได้ให้ความสำคัญ เกี่ยวกับเรื่องแนวทางการปฏิบัติ คือการดูแล สำนักงานกรมความประพฤติ แนวนโยบายที่มีโครงการเกี่ยวกับปัญหาผู้เสพ โครงการ ค่าย สายสัมพันธ์น้องพี่ต้านภัยยาเสพติด ได้เรียนเชิญหัวหน้าศาลมาเป็นประธานเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติดูแลแก้ไขปัญหาผู้เสพติดยาเสพติดที่เข้ามาดูแลของสำนักงานคุมความประพฤติ โดยมีมาตรการออกมา โครงการบำบัดรักษาผู้ที่ติดยาเสพติด เป็นที่มาของกรมความประพฤติที่มีโครงการปัญหาต่างๆแก้ไขปัญหาโครงการค่ายสายสัมพันธ์ต้านยาเสพติดรุ่นที่ 1 ถึงรุ่นที่ 3 รุ่นละ 40 คน ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งโครงการบูรณาการร่วม มือต่างๆ ที่สำนักงานคุมประพฤติด้วยมีส่วนในการดำเนินการ นายปิยะชาติกล่าว.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดพิธีฉลอง 96 พรรษา สมเด็จพระสังฆราช

ประจวบฯ จัดพิธีฉลอง 96 พรรษา สมเด็จพระสังฆราช

วันที่ 26 มิถุนายน 2566 นายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนางฐิตยาภา เจริญเหรียญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศล เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 8 รอบ 96 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่พระอุโบสถวัดธรรมิการามวิหาร อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธี โดยมี พระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

นายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประธานในพิธี ได้จุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยธูปเทียนแพ หน้าพระรูปสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จากนั้นพระสงฆ์ให้ศีลและเจริญพระพุทธมนต์

เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 96 พรรษาในวันคล้ายวันประสูติ 26 มิถุนายนนี้ นับเป็นวันมหามงคลอย่างยิ่งสำหรับพุทธศาสนิกชนชาวไทย เมื่อวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อัมพโร) องค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เวียนมาบรรจบอีกครั้ง

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระนามเดิมว่า “อัมพร ประสัตถพงศ์” ฉายา อมฺพโร ได้รับโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ลำดับที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ราชมงคลร่วมกับศิลปากรจัดงานศิลปะ ศิลปินบนถิ่นไทย 4 – 5 ส.ค.นี้

ราชมงคลร่วมกับศิลปากรจัดงานศิลปะ ศิลปินบนถิ่นไทย 4 – 5 ส.ค.นี้

วันที่ 26 มิถุนายน 2566 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์นภาพร นาคทิม รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตวังไกลกังวล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์, อาจารย์พงศ์ภูมิ ศรชมแก้ว หัวหน้าสำนักงานผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาเขตวังไกลกังวล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์, ผู้ช่วยศาสตรา จารย์ ดร.ภูธฤทธิ์ วิทยาพัฒนา นุรักษ์ รักษาศิริ อาจารย์ประจำ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขต สารสนเทศ เพชรบุรี ร่วมกันแถลงข่าวโครงการอัตลักษณาภาษาศิลป์ กับศิลปะ ศิลปินบนถิ่นไทย ครั้งที่ 17 การประกวดผลงานแกะสลักหยวกกล้วย (แทงหยวก) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้แนวคิดสืบสานงานอนุรักษ์ น้อมสำนึก รักษ์ทรัพยากรไทย ที่ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนางลิษา อึ้งเห่ง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน, นางทิพวรรณ สุทัศน์ ประธานศูนย์การเรียนรู้นาฏศิลป์เมืองหัวหิน – ปราณบุรี, นางนฤชล ผลงาม อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ, นายอมรเทพ อ่วมมีเพียร ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นภาพร นาคทิม กล่าวว่า โครงการอัตลักษณาภาษาศิลป์ กับศิลปะศิลปินบนถิ่นไทย เป็นโครงการที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล ได้จัดงานร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี ซึ่งในงบประมาณประจำปี 2566 วิทยาเขตวังไกลกังวลรับเป็นเจ้าภาพโครงการฯ เนื่องจากโครงการนี้สนับสนุนการเรียนด้านศิลปกรรม มหาวิทยาลัยเล็งเห็นคุณค่าทางวัฒนธรรมท้องถิ่นที่กำลังจะสูญหาย จึงจัดโครงการดังกล่าว เพื่อเป็นการอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสานศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นให้ดำรงอยู่ รักษาศิลปะวัฒนธรรม ภูมิปัญญาอันเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ถูกกลืนไปกับกระแสโลกาภิวัตน์ โดยปราศจากดุลยภาพทางปัญญาและความรู้ที่จะอนุรักษ์สิ่งที่บรรพบุรุษได้สร้างไว้

“โครงการอัตลักษณาภาษาศิลป์ กับศิลปะ ศิลปินบนถิ่นไทย ครั้งที่ 17” จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์คือ 1.เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำความรู้ที่ได้เรียน มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการสร้างผลงานต่างๆ 2.เพื่อให้นักศึกษาเล็งเห็นความสำคัญของภูมิปัญญาไทยและสืบสานต่อไป 3.เพื่อการสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของชุมชน 4.เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนานักศึกษาทางด้านคุณภาพทางวิชาการ คุณธรรม จริยธรรม ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมการประกวดการแต่งกายพื้นเมืองเทพบุตรและเทพธิดาชนเผ่าไทย, กิจกรรมการประกวดผลงานการแกะสลักหยวกกล้วย (แทงหยวก) ภายใต้กรอบสืบสานงานอนุรักษ์ น้อมสำนึก รักษ์ทรัพยากรไทย, กิจกรรมการพิจารณาหน่วยงาน ผู้ทรงคุณวุฒิ บุคลากรทางการศึกษา นักเรียนและนักศึกษาดีเด่น ด้านการส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมของชาติ (บุคคลต้นแบบความดี) งานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 5 สิงหาคม 2566 ที่ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน.

Categories
กีฬา ทั้งหมด

ประจวบฯ มอบเกียรติบัตร ให้นักกีฬาผู้สูงอายุที่ได้รางวัล “พิษณุโลกเกมส์”

ประจวบฯ มอบเกียรติบัตร ให้นักกีฬาผู้สูงอายุที่ได้รางวัล “พิษณุโลกเกมส์”

วันที่ 26 มิถุนายน 2566 นายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานมอบเกียรติบัตร ให้นักกีฬาผู้สูงอายุตัวแทนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ได้รับรางวัลในการแข่งขันกีฬาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 15 ประจำปี 2566 “พิษณุโลกเกมส์” มีนางแสงจันทร์ แก้วประทุมรัสมี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และสื่อมวลชนเข้าร่วมแสดงความยินดีที่ห้องประชุมหว้ากอ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ตามที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบหมายให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คัดเลือกนักกีฬาผู้สูงอายุ เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 15 “พิษณุโลกเกมส์” ระหว่างวันที่ 23 – 26 พฤษภาคม 2566 ที่ จังหวัดพิษณุโลก มีผู้เข้าร่วมการแข่งขัน 3 ชนิด ได้แก่ กรีฑา เปตอง(ชาย) และร้องเพลงคาราโอเกะ

ผลการแข่งขันประเภทเปตองชาย นายอนุสรณ์ มังคสิงห์ และ นายขจร เพชรเหมือง เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ส่วนการแข่งขันร้องเพลงคาราโอเกะ ประเภทลูกทุ่ง (หญิง) มีนางพรทิพย์ อรุณรักษ์เงิน, ลูกทุ่ง (ชาย) นายวิเชียร หอมกลิ่นเนียม, ลูกกรุง (หญิง) นางบุญส่ง เส็งเอี่ยม, ลูกกรุง (ชาย) นายเดชาธร พูลศิริ เข้าร่วมแข่งขัน

ผลการแข่งขัน นางพรทิพย์ อรุณรักษ์เงิน ชมรมกีฬานันทนาการตำบลเขาน้อย อ.ปราณบุรี ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทบุคคลหญิง เพลงลูกทุ่ง ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก นายจำเริญ รัตนะ อดีตผู้จัดรายการลูกทุ่งเสียงทอง ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สี และคุณเกษกนก จันทร์บริบูรณ์ ที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ซึ่งมาเป็นกรรมการคัดเลือกและผู้ให้คำแนะนำในการร้องเพลงประกวดในครั้งนี้

ในการนี้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงได้จัดพิธีมอบเหรียญรางวัลและประกาศเกียรติบัตร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ อีกทั้งเพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักกีฬาของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รมต.ฝังทำลายเนื้อกระบือเถื่อนกว่า 110 ตัน

รมต.ฝังทำลายเนื้อกระบือเถื่อนกว่า 110 ตัน

วันที่ 26 มิถุนายน 2566 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการฝังทำลายเนื้อกระบือของกลาง ที่ลักลอบนำเข้า ณ ศูนย์กักกันสัตว์เพชรบุรี ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้กรมปศุสัตว์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติงานบังคับใช้กฎหมายในการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ลักลอบนำเข้าเนื้อกระบือและโคอย่างเคร่งครัด เพื่อปกป้องเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือและโคเนื้อ เนื่องจากการลักลอบนำเข้าเนื้อกระบือและโค จะทำลายกลไกราคาภายในประเทศ ทั้งยังอาจเป็นพาหะของโรคระบาดสัตว์ ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อระบบการเลี้ยงกระบือและโคเนื้อของประเทศไทยอย่างมหาศาล นอกจากนี้ยังเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคเนื่องจากเนื้อกระบือและเนื้อโคที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่ผ่านการตรวจสอบอาจมีเชื้อโรคและสารตกค้างที่ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

สำหรับการฝังทำลายเนื้อกระบือของกลางในวันนี้ มีจำนวนมากถึง 110,079 กิโลกรัม มูลค่ารวม 14,529,665 บาท พร้อมย้ำว่า ได้กำชับกรมปศุสัตว์ให้เข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์และสัตว์มีชีวิตอย่างต่อเนื่อง

“การจับเนื้อเถื่อน เป็นนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งการดำเนินการนี้ เกิดจากความร่วมมือทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงาน ในการปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกต้อง ทั้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ตำรวจ กรมศุลกากร การทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นบ่อนทำลายประเทศ ทั้งเนื้อไก่ ขาไก่ เนื้อสุกร เนื้อโค เนื้อกระบือ ที่มีการลักลอบนำเข้ามา เป็นบ่อนทำลายเสถียรภาพด้านราคา มาตรฐาน คุณภาพ สุขภาพร่างกาย ความเจ็บป่วยของผู้บริโภค หากตรวจพบให้จับอย่างเดียว แล้วดำเนินคดีถึงที่สุด ไม่ต้องมาเคลียร์ จะไม่ยอมให้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด โดยให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อไป และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ฝากถึงผู้บริโภค ต้องเลือกบริโภคเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพและขอให้เกษตรกรมั่นใจได้ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะปกป้องอาชีพของเกษตรกรและคุ้มครองสุขภาพของผู้บริโภคอย่างเต็มที่”

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวว่า ในการฝังทำลายเนื้อกระบือ 110,079 กิโลกรัมในวันนี้ ต้องใช้รถบรรทุกสิบล้อดัมพ์ 11 คัน รถกระบะคอก 4 คัน เพื่อขนส่งเนื้อกระบือลักลอบ มาฝังทำลาย โดยใช้รถแบคโฮขุดหลุมและฝังกลบ 2 คัน รวมทั้งพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ซึ่งวิธีการฝังทำลายเนื้อกระบือของกลางลักลอบนำเข้า เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (World Organization for Animal Health หรือ WOAH) เป็นวิธีที่เหมาะสมในการทำลายซากและของเสียจากสัตว์ปริมาณมาก ที่สามารถทำได้ง่าย ประหยัดค่าใช้จ่าย มีประสิทธิภาพในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค และไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ในปี พ.ศ.2565 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน กรมปศุสัตว์ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และกรมศุลกากร ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกรณีการลักลอบนำเข้าซากกระบือและซากโค (เนื้อ เครื่องใน และชิ้นส่วน) จำนวนทั้งสิ้น 88 ครั้ง น้ำหนักรวม 354,147 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 53.2 ล้านบาท

สำหรับการดำเนินการกับซากกระบือและซากโคของกลางแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนที่หนึ่งได้ทำลายไปแล้วจำนวน 244,068 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 38.7 ล้านบาท ส่วนที่สองได้รวบรวมเพื่อทำลายในวันนี้ 110,079 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 14.5 ล้านบาท โดยแหล่งผลิตของเนื้อกระบือของกลาง ส่วนใหญ่มาจากประเทศอินเดีย.

บรรณรต….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดโลก

ประจวบฯ จัดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดโลก

วันที่ 26 มิถุนายน 2566 นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก (26 มิถุนายน) ประจำปี 2566 ที่ห้องประชุมเกาะหลัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน นักเรียน นักศึกษา ลูกเสือต้านยาเสพติด พลังมวลชน และประชาชน รวมทั้งสิ้นจำนวน 300 คน เข้าร่วมกิจกรรมโดยได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดียิ่ง

นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ ได้อ่านสารเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก (26 มิถุนายน) และกล่าวนำคำปฏิญาณตนประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านยาเสพติดพร้อมกับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ตามมติประชุมสมัชชาสหประชาชาติ เมื่อเดือนธันวาคม 2530 ได้กำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก ซึ่งประเทศไทยได้ยึดถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องทุกปี สำหรับปี 2566 สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กำหนดให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ภายใต้กรอบแนวความคิด “รวมพลังไทย หยุดภัยยาเสพติด” ทั้งนี้ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงได้บูรณาการการจัดกิจกรรมร่วมกับหน่วยงาน/องค์กรภาคีที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีจุดมุ่งหมายในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร รวมถึงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนให้มีความเข้าใจและตระหนักถึงการให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติด.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล สมเด็จพระสังฆราช พระชนมายุ 96 พรรษา

ประจวบฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล สมเด็จพระสังฆราช พระชนมายุ 96 พรรษา

วันที่ 26 มิถุนายน 2566 นายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนางฐิตยาภา เจริญเหรียญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นำรองผู้ว่าราชการจังหวัด ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการและพสกนิกรชาวจังหวัดประจวบฯ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง พระสงฆ์ 97 รูป ถวายพระกุศลงานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 8 รอบ 96 พรรษา ที่บริเวณหน้าศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบฯ โดยมีพระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ฝ่ายธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

พระประวัติสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 มงคลพระชันษา 96 ปี พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ทรงสถาปนาสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยพระนามเต็มของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่จารึกในพระสุพรรณบัฏ คือ “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สุขุมธรรมวิธานธำรง สกลมหาสงฆปริณายก ตรีปิฎกธราจารย อัมพราภิธานสังฆวิสุต ปาพจนุตตมสาสนโสภณ กิตตินิรมลคุรุฐานียบัณฑิต วชิราลงกรณนริศรปสันนาภิสิตประกาศ วิสารทนาถธรรมทูตาภิวุฒ ทศมินทรสมมุติปฐมสกลคณาธิเบศร ปวิธเนตโยภาสวาสนวงศวิวัฒ พุทธบริษัทคารวสถาน วิบูลสีลสมาจารวัตรวิปัสสนสุนทร ชินวรมหามุนีวงศานุศิษฏ บวรธรรมบพิตร สมเด็จพระสังฆราช”

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก “สมเด็จพระผู้มีญาณสืบมาแต่วงศ์พระอริยเจ้า ทรงเป็นผู้มีธรรมวิธีอันละเอียดอ่อน ทรงเป็นผู้นำพระสงฆ์หมู่ใหญ่ทั้งปวง ทรงเป็นอาจารย์ผู้ทรงไว้ซึ่งพระปริยัติธรรม คือ พระไตรปิฎก ปรากฏพระนามฉายาในทางสงฆ์ ว่า อมฺพโร ทรงงดงามในพระศาสนาด้วยทรงพระปรีชากว้างขวางในพระอุดมปาพจน์ คือพระธรรมวินัย ทรงดำรงพระเกียรติโดยปราศจากมลทิน และทรงเป็นครู สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ บทรงสถาปนาด้วยเหตุที่ทรงพระราชศรัทธาเลื่อมใส ทรงเป็นที่พึ่งผู้แกล้วกล้าและมีพระปรีชาฉลาดเฉลียว ทรงเป็นผู้ยังความเจริญแก่กิจการพระธรรมทูต ทรงเป็นใหญ่ในสงฆ์ทั้งปวง (คือทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราช) พระองค์แรกที่ได้รับพระราชทานสถาปนาในรัชกาลที่ 10 ทรงยังแสงสว่างแห่งแบบอย่างอันดีงามให้บังเกิด โดยเจริญรอยตามสมเด็จพระอุปัชฌาย์ คือ สมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถร) ทรงเป็นที่ตั้งแห่งความเคารพของพุทธบริษัท ทรงงดงามในพระวิปัสสนาธุระ ทรงพระศีลาจารวัตรอันไพบูลย์ ทรงเป็นอนุศิษย์ผู้สืบวงศ์สมณะมาแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงเป็นเจ้าผู้เจริญในทางธรรม ทรงเป็นราชาแห่งหมู่สงฆ์”.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยสูงอายุวัดตาลเจ็ดยอด วางศิลาฤกษ์อาคารฟอกไต

มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยสูงอายุวัดตาลเจ็ดยอด วางศิลาฤกษ์อาคารฟอกไต

วันที่ 26 มิถุนายน 2566 พระเทพสิทธิวิมล (ละเอียด สุงทันโต) เจ้าคณะภาค 15 และเจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอสามร้อยยอด เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยพระราชสุทธิโมลี เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ธ) พระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี พระมหาจำนง จรณธัมโม เจ้าอาวาสวัดตาลเจ็ดยอด และคณะสงฆ์ 48 รูป จาก 48 วัดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีนายสมศักดิ์ สมสุขเจริญ ประธานมูลนิธิเพื่อผู้ป่วยสูงอายุ วัดตาลเจ็ดยอด นายกำพล เต็งประเสริฐ นายกเทศมนตรีตำบลไร่เก่า นพ.สมเกียรติ ตั้งใจรักการดี ที่ปรึกษามูลนิธิเพื่อผู้ป่วยสูงอายุวัดตาลเจ็ดยอด นายมนตรี ปาน้อยนนท์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดประจวบฯ และชาวสามร้อยยอดและพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก ทำให้มียอดบริจาคทะลุ 1.5 ล้านบาท

ปัจจุบันสถานการณ์โรคไตเรื้อรังของคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และอาจทำให้ผู้ป่วยต้องได้รับการดูแลไปตลอดชีวิต จากข้อมูลด้านการแพทย์และสาธารณสุข พบว่า 1 ใน 25 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง จะกลายเป็นผู้ป่วยโรคไตรายใหม่ ตั้งแต่ระยะที่ 3 ถึงระยะที่ 5 และเมื่อผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมีภาวะไตวายระยะที่ 5 จำเป็นต้องได้รับการล้างไต เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ จากข้อมูลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังของอำเภอสามร้อยยอด พบว่ามีผู้ป่วยที่ต้องได้รับการล้างไตประมาณ 60 คน และยังมีผู้ป่วยที่กำลังจะเข้าสู่ภาวะไตวายระยะที่ 5 อีกเกือบ 100 คน ซึ่งศูนย์ล้างไตในจังหวัดประจวบฯ รวมถึงศูนย์ล้างไตของโรงพยาบาลสามร้อยยอด ยังไม่เพียงพอต่อการให้บริการ ทำให้ผู้ป่วยต้องเดินทางไปล้างไตที่อื่น นอกจากจะเสียเวลาในการเดินทาง เสียรายได้ ยังต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก เป็นความลำบากของผู้ป่วย และญาติ แต่ถ้ามีศูนย์ล้างไตใกล้ๆ บ้าน จะช่วยบรรเทาความลำบากของผู้ป่วยได้ ด้วยเหตุนี้มูลนิธิฯ จึงได้ร่วมกับวัดตาลเจ็ดยอด จัดตั้งโครงการอาคารฟอกไตขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการล้างไตใกล้บ้าน ได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ และยังช่วยลดภาระของทั้งผู้ป่วยและญาติ ในวันวางศิลาฤกษ์นี้ มีบริษัท ห้างร้าน กลุ่มองค์กรและชาวบ้านนำซุ้มอาหารมาให้บริการผู้ที่มาร่วมงานด้วย

สำหรับท่านที่จะร่วมบริจาค สามารถบริจาคผ่านบัญชี มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยสูงอายุวัดตาลเจ็ดยอด (สร้างอาคารฟอกไต) ธนาคารออมสิน สาขาสามร้อยยอด บัญชี 020-4-16707-998 หรือบริจาคได้ที่โรงพยาบาลผู้สูงอายุวัดตาลเจ็ดยอด หรือโทรสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 086 – 545 – 1297.

ภาพ/ข่าว : ฐิติชญา แสงสว่าง

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ปากน้ำปราณสืบสานประเพณี ส่งเคราะห์ทางทะเล ทำบุญให้บรรพบุรุษ

ปากน้ำปราณสืบสานประเพณี ส่งเคราะห์ทางทะเล ทำบุญให้บรรพบุรุษ

วันที่ 24 มิถุนายน 2566 นายพีรศักดิ์ จิวรรจนะโรดม นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำปราณ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการและพนักงานของเทศบาล ประชาชน นักเรียน ร่วมกิจกรรมประเพณีส่งเคราะห์ทางทะเล ทำบุญตักบาตรเลี้ยงพระ เป็นงานประเพณีเก่าแก่ของชาวอำเภอปราณบุรี ที่จัดขึ้นประจำทุกปี ที่ลานหน้าสำนักงานสมาคมประมงปราณบุรี ม.2 ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ทั้งนี้ตำบลปากน้ำปราณจัดประเพณีทำบุญส่งเคราะห์กันมาเป็นเวลายาวนาน ตามความเชื่อว่าเป็นการเซ่นไหว้ผีและเจ้ากรรมนายเวร เป็นการขอขมาแม่น้ำที่ใช้ในการเดินทาง ใช้เป็นการประกอบอาชีพและเป็นแหล่งอาหาร ทำให้ความเป็นอยู่และการทำมาหากินมีความเจริญรุ่งเรือง การจับปลาหรือสัตว์น้ำได้มากขึ้น และเป็นการสะเดาะเคราะห์เอาทุกข์โศกโรคภัยและสิ่งไม่ดีทั้งหลาย ปล่อยไปกับสายน้ำ เพื่อที่จะได้มีสิ่งที่ดีเข้ามาในชีวิต มีโชคลาภ

การจัดงานแต่ละปี ขึ้นอยู่กับความสะดวกของชาวบ้านในชุมชน โดยจัดงานไม่ได้ยึดติดกับวัน การจัดงานจะมีประชาชน นักท่องเที่ยว นำอาหารคาว อาหารหวาน ดอกไม้รูป เทียน ตุ๊กตาดินเหนียวนุ่งห่มด้วยเสื้อผ้าสีสันสวยงาม และเงินนำไปใส่ลงในเรือจำลองที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ซึ่งก่อนจะนำเรือไปลอยในทะเล ชาวบ้านจะมีการทำบุญตักบาตร พระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคล ขับไล่สิ่งอัปมงคล สิ่งเลวร้าย ก่อนเคลื่อนเรือออกไปจะมีการจุดประทัด แล้วจึงนำปล่อยเรือให้ล่องลอยไปในทะเล เพื่อนำเอาความทุกข์โศก เคราะห์ร้ายต่างๆ ออกไปกับทะเล

เรือที่สำหรับนำไปปล่อยในทะเล จะทำด้วยเป็นโครงไม้ไผ่และผ้าสีขาวมาทำเป็นเรือลำเล็ก สำหรับใส่สิ่งของต่างๆ เพื่อนำไปปล่อยในทะเล บางแห่งทำด้วยต้นกล้วยและกระดาษแก้วมาประกอบให้เหมือนเรือและตกแต่งให้สวยงาม มีตุ๊กตาดินเหนียว ซึ่งใช้เป็นตัวแทนผู้ที่มาทำบุญและบุคคลในครอบครัว เขียนชื่อตนเองหรือญาติมิตรลงกระดาษ ติดกับตัวตุ๊กตา รวมถึงข้าวสาร อาหารแห้ง พริก เกลือ เพื่อเป็นการอุทิศให้ผู้ที่เสียชีวิตในทะเลจากเหตุการณ์ต่างๆ ได้นำไปใช้ พร้อมอธิษฐานขอให้สิ่งชั่วร้ายต่างๆ พ้นไปและไปวางไว้ในเรือเพื่อเตรียมนำไปปล่อยลงทะเล

สำหรับความเชื่อของชาวบ้าน คือ 1.เป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ เป็นความกตัญญูกตเวที ซึ่งหลักพุทธศาสนาสอนว่าเมื่อตายไปแล้วให้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ 2.การขอขมาแม่น้ำ เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ คือ แม่น้ำลำคลอง เพื่อดูแลรักษาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ใช้ประโยชน์ ใช้เป็นแหล่งอาหารและแหล่งอาชีพ 3. ความเชื่อในโชคลาง ว่าเอาโรคภัยไข้เจ็บ ความทุกข์โศก สิ่งที่ไม่ดี ปล่อยไปกับสายน้ำ และการแก้บน เป็นความเชื่อทางโหราศาสตร์ ช่วยให้สภาพจิตใจดีขึ้น

นายพีรศักดิ์ จิวรรจนะโรดม นายกเทศบาลตำบลปากน้ำปราณ กล่าวว่า ประเพณีการส่งเรือเป็นกิจกรรมท้องถิ่นของตำบลปากน้ำปราณ เพื่อสืบสานประเพณี เทศบาลปากน้ำปราณได้ขึ้นทะเบียนเป็นประเพณีของชุมชนบ้านปากน้ำปราณ ต่อไปนี้จะอยู่คู่กับตำบลปากน้ำปราณ ไม่ใช่แค่คนปากน้ำปราณที่มาร่วมกิจกรรม คนปราณบุรี คนหัวหิน ก็มาทำบุญกันได้ ที่นี้จัดเป็นประจำทุกปีในวันที่ 22 – 23 มิถุนายนของทุกปี ประเพณีการส่งเรือเป็นประเพณีของคนทะเล ต.ปากน้ำปราณ วิถีชีวิตอยู่กับการประมง มีทั้งเด็กผู้หญิงแม่บ้านจะได้ทำบุญ สามีไปออกหาปลา ภรรยาก็จะมาทำบุญขอให้ส่วนบุญส่วนกุศล ส่งไปให้ปลา สัตว์มีชีวิตที่เราเคยจับ เหมือนเป็นการต่อบุญกันไปตามความเชื่อ นักเรียนโรงเรียนบ้านปากน้ำปราณก็มาร่วม โรงเรียนพิเศษก็มาร่วมกันที่นี่ทุกปี

ด้านนางกาญจนา อากาศเหลือง ผู้อำนวยการบ้านปากน้ำปราณ กล่าวว่า โรงเรียนได้นำนักเรียนชั้นอนุบาลจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มาเรียนรู้ประเพณีท้องถิ่น ซึ่งเป็นกิจกรรมการส่งเรือ สะเดาะเคราะห์สิ่งต่างๆ ลงไปในเรือ ซึ่งในอุปกรณ์นั้นจะมีตุ๊กตาดินเหนียว ข้าวสาร อาหารแห้ง เมื่อทำพิธีต่างๆ แล้วก็นำไปใส่ไว้กับเรือ หลังจากนั้นจะเอาเรือไปลอยในทะเล โรงเรียนได้นำนักเรียนมาเรียนรู้ประเพณีต่างทุกๆ ปี เพื่อให้นักเรียนได้รู้ว่าประเพณีบ้านเรามีอะไรบ้าง ทำอะไรกันบ้าง เด็กๆ จะได้สืบสานส่งต่อสู่รุ่นลูกรุ่นหลานกันต่อไป.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน