Categories
ข่าว ทั้งหมด

ตำรวจประจวบฯ รวบแก๊งโจ๋ดวลปืนกลางถนน ทำรถยนต์ชาวบ้านถูกลูกหลงเสียหาย 2 คัน

ตำรวจประจวบฯ รวบแก๊งโจ๋ดวลปืนกลางถนน ทำรถยนต์ชาวบ้านถูกลูกหลงเสียหาย 2 คัน

วันที่ 5 เมษายน 2568 ร.ต.อ.หญิง ศุภลักษณ์ หวานวาจา รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ตำรวจชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจพิสูจน์หลักฐาน ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ บริเวณหน้าร้านส้มตำสะเดาหวาน ถนนประจวบศิริ เขตเทศบาลเมืองประจวบฯ หลังกลุ่มวัยรุ่นหลายสิบคน ก่อเหตุทะเลาะวิวาทแล้วใช้อาวุธปืนไล่ควบยิงกันบนถนน จนเป็นเหตุทำให้รถยนต์ของชาวบ้านที่จอดอยู่ริมถนนได้รับความเสียหาย จำนวน 2 คัน ส่วนชาวบ้านที่มานั่งรับประทานอาหารมื้อเที่ยงภายในร้านส้มตำสะเดาหวาน รวมถึงเจ้าของร้านและพนักงานต้องวิ่งหนีหลบกระสุนกันจ้าละหวั่น

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ถูกกระสุนปืนไม่ทราบชนิดเจาะเข้าที่บริเวณกระจกหน้ารถจนแตกร้าว จำนวน 1 จุด และกระจกด้านประตูหลังรถจำนวน 2 จุด ส่วนอีกคันเป็นรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ถูกกระสุนปืนเจาะเข้าที่บริเวณกระจกหน้ารถได้รับความเสียหาย จำนวน 1 จุด นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุ ยังพบรถจักรยานยนต์ของกลุ่มวัยรุ่นที่จอดทิ้งไว้ ก่อนวิ่งหลบหนีกันไปคนละทิศละทางอีก 2 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นและเก็บวัตถุพยานหลักฐาน พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ไปไว้ที่โรงพัก และเชิญเจ้าของรถรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายทั้งสองคัน ไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่โรงพัก สภ.เมืองประจวบฯ

จากการสอบถามเจ้าของรถยนต์กระบะที่ถูกลูกปืนและเป็นลูกค้าที่มานั่งรับประทานอาหารที่ร้านส้มตำแห่งนี้ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนกับสามีกำลังมานั่งกินส้มตำอยู่ภายในร้าน ระหว่างนั้นมีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหลายคน วิ่งไล่ควบกันมาบนถนน และได้ยินเสียงคล้ายประทัดดังขึ้น ตนก็ไม่ได้คิดอะไร แต่รู้สึกตกใจและไม่คิดว่ารถของตนจะถูกลูกปืน เมื่อกำลังจะขับรถกลับบ้าน ก็พบว่ากระจกหน้ารถแตกได้รับความเสียหาย

ด้านเจ้าของร้านและพนักงานร้านส้มตำสะเดาหวาน เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังทำอาหารและขายของให้กับลูกค้า มีลูกค้าอยู่เต็มร้าน ระหว่างนั้นมีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหลายสิบคน วิ่งไล่ควบกันจากร้านขายน้ำกระท่อม กัญชา ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องกับร้านของตน และชักอาวุธปืนขึ้นมายิงจำนวนหลายนัด ตนตกใจแล้วบอกเพื่อนพนักงานในร้านและลูกค้าให้หมอบลงและวิ่งหลบไปอยู่ด้านหลังร้าน รอจนเสียงปืนสงบ ก็พบว่ามีรถยนต์ของลูกค้าได้รับความเสียหาย 2 คัน โชคดีที่พนักงานในร้านและลูกค้าไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ตนเปิดร้านมากว่า 20 ปีไม่เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้

ต่อมาวันที่ 6 เมษายน พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับ พ.ต.อ.ครรชิต โขวัฒนชัย ผกก.สืบสวนภูธรจังหวัด พ.ต.ท.ศักดิ์ดา จำปาทอง รอง ผกก.สืบสวนภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันสอบปากคำกลุ่มวัยรุ่นที่ร่วมกันก่อเหตุ แล้วยกพวกใช้อาวุธปืนดวลกันบนถนนประจวบศิริ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดฝ่ายสืบสวนภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับชุดสืบสวนภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ แกะรอยติดตามจับกุมตัวกลุ่มวัยรุ่น ที่ถูกอ้างว่าเป็นฝั่งที่เริ่มต้นเปิดฉากก่อเหตุก่อนมาได้เกือบทั้งหมด ยังคงเหลืออีก 1 ราย ชื่อนายโค้ก ผู้ที่ถูกอ้างว่าเป็นคนก่อเหตุใช้อาวุธปืนเปิดฉากยิงฝั่งเจ้าของร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมก่อนเป็นคนแรก ขณะนี้ยังหลบหนีอยู่ และขณะเดียวกันด้านเจ้าของร้านจำหน่ายน้ำกระท่อม ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีบิดาเป็นผู้ประสานนำเข้ามอบตัว

เจ้าของร้านจำหน่ายน้ำกระท่อม ให้การว่า เริ่มต้นของเหตุการณ์นี้ โดยนายโค้กเคยเป็นลูกจ้างของตน ที่จ้างให้ช่วยขายของภายในร้าน และมีการติดเงินกับตนไว้ หลังจากนั้นตนจึงให้ออกจากงาน แล้วเกิดความไม่พอใจและมีปัญหากันในเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่อง จนมีการด่าทอท้าทายกันผ่านทางเฟซบุ๊ก ต่อมานายโค้กคู่กรณีตนได้มาท้าทายอยู่ที่หน้าร้านตน ก็นึกว่าท้าต่อยกันตัวต่อตัว แต่เมื่อน้องชายของตนวิ่งออกไปหน้าร้าน ก็ถูกนายโค้กชักปืนยิงใส่หลายนัด จนน้องชายต้องวิ่งหลบหนีกระสุนปืน ตนจึงคว้าปืนออกมายิงสวนกลับและวิ่งตามออกไปยิงต่ออีก ขณะนั้นด้วยความโมโห พวกตนก็ไม่ได้คิดว่าชาวบ้านจะถูกลูกหลงหรือไม่ ต้องขอโทษชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนรวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกคนด้วย ส่วนน้องชายเจ้าของร้าน เล่าว่า ระหว่างที่นายโค้กมาท้าทายอยู่ที่หน้าร้าน จึงได้วิ่งออกไปหาเพื่อจะไปต่อย แต่กลับถูกนายโค้กชักปืนยิงสวนใส่ คาดว่าน่าจะหมดแม็ก จึงวิ่งหลบหนีกระสุนปืนปลิวผ่านเฉียดหัวไป เนื่องจากแอบอยู่ที่ข้างรถ โดยส่วนตัวตนคิดว่าที่แคล้วคลาดไม่โดนกระสุนปืนเลยสักนัด เชื่อว่าเป็นเพราะบารมีหลวงพ่อพาน วัดโป่งกะสัง และหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดที่ห้อยคอไว้

พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากมีการเผยแพร่ข่าวออกไป ผู้บังคับบัญชาได้กำชับให้ตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เร่งรัดติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว โดยได้บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรจังหวัด ร่วมกับชุดสืบสวนภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ ติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว ซึ่งขณะนี้ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาที่หลบหนีไปแล้ว 3 ราย คาดว่าจะได้ตัวเร็วๆ นี้ทั้งหมด และมีบางส่วนที่ติดต่อขอเข้ามอบตัวบ้างแล้ว จากการสอบสวนทราบว่า มีการนัดแนะท้าทายกันผ่านทางเฟซบุ๊ก ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย เบื้องต้นแจ้งข้อหากับผู้ก่อเหตุไปแล้ว 3 ข้อหา 1.พยายามฆ่า 2.มีและพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ยิงปืนในที่สาธารณะ โดยในส่วนของการพกพาอาวุธปืน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามตั้งด่านตรวจค้น กดดันและป้องปรามการพกพาอาวุธปืนตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาเป็นประจำอยู่แล้ว และตำรวจจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในส่วนประเด็นที่อ้างว่าวัยรุ่นไม่กลัวตำรวจ คงมีส่วนน้อย ซึ่งทางตำรวจมีมาตรการปราบปรามอยู่แล้ว บางครั้งอาจจะได้รับผลกระทบกับพี่น้องประชาชนผู้สุจริตชน ทำให้ไม่ได้รับความสะดวกบ้างต้องขออภัยด้วย.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จับมือสวนน้ำแบล็คเมาเท่น สอนเด็กเอาตัวรอดจากการจมน้ำ

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ จับมือสวนน้ำแบล็คเมาเท่น สอนเด็กเอาตัวรอดจากการจมน้ำ

วันที่ 7 เมษายน 2568 นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการ “ว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำสนุก” ที่สวนน้ำแบล็คเมาเท่น หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายสนิท ศรีสันต์ ผู้จัดการทั่วไป สวนน้ำแบล็คเมาเท่น หัวหิน แขกผู้มีเกียรติ ผู้ปกครองและเยาวชนเข้าร่วมโครงการกว่า 100 คน ซึ่งโครงการดังกล่าวจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ให้ความสำคัญกับเด็กในการเสริมสร้างทักษะการว่ายน้ำเพื่อความปลอดภัยทางน้ำ ลดอัตราการเสียชีวิต เพิ่มโอกาสให้เด็กๆ ได้ใช้เวลาว่างในช่วงปิดเทอมให้เกิดประโยชน์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 11 เมษายน 2568 โดยมีวิทยากรจากโรงเรียนวังไกลกังวล ซึ่งมีใบประกาศจากสมาคมว่ายน้ำเเห่งประเทศไทย เป็นครูผู้ฝึกสอน

นายประสูตร หอมบรรเทิง กล่าวว่า จากข้อมูลกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธาธารณสุข พบว่าในปี 2567 มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิตในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม ซึ่งตรงกับช่วงปิดเทอมถึง 173 คน หรือเฉลี่ยเกือบ 2 คนต่อวัน เฉพาะเดือนมีนาคมมีการจมน้ำมากที่สุด 70 คน รองลงมาคือเดือนเมษายน 58 คน และเดือนพฤษภาคม 45 คน จังหวัดที่มีการเสียชีวิตสูงที่สุด คือ นครราชสีมา 13 คน ปัตตานี 9 คน ศรีสะเกษและอุดรธานี จังหวัดละ 8 คน ด้วยเหตุนี้การสร้างทักษะการว่ายน้ำและการเอาตัวรอดในน้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการนี้ คือเด็กๆ ที่เข้าร่วมโครงการ สามารถว่ายน้ำและเอาตัวรอดในน้ำได้ ลดอัตราการจมน้ำของเด็กในจังหวัดประจวบฯ และพื้นที่ใกล้เคียง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเด็กๆ ทุกคนจะได้รับความรู้ ทักษะและความสนุกสนาน พร้อมนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ

นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม กล่าวว่า สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ร่วมกับสวนน้ำแบล็คเมาน์เทน หัวหิน จัดโครงการ “ว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำสนุก” โดยได้การสนับสนุนสวนน้ำแบล็คเมาน์เทน หัวหิน ด้านสถานที่จัดโครงการ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยลดอุบัติเหตุการจมน้ำเสียชีวิต โดยเป็นหลักสูตรแผนการสอนว่ายน้ำ เพื่อให้เรียนรู้การว่ายน้ำ สามารถเอาชีวิตรอด และทักษะในการช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่นในขณะที่ประสบเหตุ ซึ่งถือเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตในระดับการป้องกันเชิงปฏิบัติและสามารถนำใช้ได้จริง

นายสนิท ศรีสันต์ กล่าวว่า การจมน้ำเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเสียชีวิตในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 904 คนต่อปี เป็นข้อมูลที่น่าตกใจ เด็กไทยจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 2 คน ช่วงสงกรานต์ 3 วัน มีเด็กจมน้ำถึง 105 ราย เฉลี่ยวันละ 3.5 ราย ซึ่งสูงกว่าช่วงเวลาปกติเกือบ 2 เท่า โครงการดังกล่าวจะสอนทักษะให้เด็กเอาตัวรอดทางน้ำ เช่น การลอยตัว การตะโกนขอความช่วยเหลือ และการช่วยเหลือตนเองในน้ำ “ว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำได้” เมื่อว่ายน้ำได้ก็จะทำให้ทุกคนปลอดภัยจากภัยทางน้ำ รวมถึงให้ความรู้พื้นฐานในการช่วยเหลือผู้จมน้ำ การปฐมพยาบาลให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นได้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

“หัวหิน”เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลลดต่ำสุด ชาวบ้านแห่เก็บหอยตามโขดหินเสริมรายได้

“หัวหิน”เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลลดต่ำสุด ชาวบ้านแห่เก็บหอยตามโขดหินเสริมรายได้

วันที่ 6 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดทั้งวันที่บริเวณชายหาดหัวหิน ตั้งแต่หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม ไปจนถึงหน้าโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์บีช รีสอร์ทแอนด์วิลลา หัวหิน ในเขตเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ มีชาวบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่จำนวนมาก ต่างลงงมและนำอุปกรณ์เหล็กแซะ พร้อมตะกร้า ถุงพลาสติก เก็บหอยแมลงภู่จำนวนมากที่เกาะติดตามซอกโขดหินใหญ่น้อย ที่เรียงรายนับพันก้อน โผล่ขึ้นตลอดแนวจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ น้ำทะเลลดต่ำกว่าปกติ ซึ่งนานๆ จะเกิดครั้งและมีเฉพาะบริเวณดังกล่าว โดยชาวบ้านที่ได้หอยแมลงภู่ส่วนใหญ่นำไปบริโภค และที่เหลือนำไปขายเสริมรายได้

ทั้งนี้จากช่วงมรสุมพัดผ่าน ทำให้เกิดฝนตกในเขตอำเภอหัวหิน และเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติน้ำทะเลลดลงมากกว่าปกติ จนเห็นโขดหินใหญ่น้อยนับพันก้อน โผล่เห็นชัดตลอดแนว จนนักท่องเที่ยวที่เคยมาเที่ยว แต่ไม่เคยพบเห็นต่างพากันไปถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกตามๆ กันด้วยความแปลกใจ เนื่องจากปรากฏการณ์น้ำทะเลลดมาก นานๆ จะเกิดสักครั้งและมีเฉพาะบริเวณดังกล่าว จนกลายเป็นเสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวจะต้องถ่ายรูปเก็บไว้ดู หากมาเที่ยวที่ชายหาดหัวหิน ขณะที่นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งนอนอาบแดดอย่างมีความสุข และขี่ม้าชายหาดท่ามกลางอากาศแจ่มใส สำหรับปรากฏการณ์น้ำทะเลลดต่ำสุด คาดว่าจะเกิดต่อเนื่องอีกไม่กี่วันก็จะกลับคืนสู่ภาวะปกติ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดห้วยทรายใต้ จัดพิธีบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน เฉลิมพระเกียรติกรมสมเด็จพระเทพฯ

วัดห้วยทรายใต้ จัดพิธีบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน เฉลิมพระเกียรติกรมสมเด็จพระเทพฯ

วันที่ 5 เมษายน 2568 พระมหาอุทัย อุทโย เลขานุการรองเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี เจ้าอาวาสวัดห้วยทรายใต้ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายกองตรี วสวัติ์ จรูญจิตไพรัช บริษัทชมวิวซีฟู๊ดจำกัด พร้อมครอบครัว ประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2568 ที่วัดห้วยทรายใต้ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดห้วยทรายใต้ นายวรพจน์ ลิมาคม ประธาน กต.ตร.สภ.หัวหิน นายประกอบ ชำนาญกิจ ผู้บริหารหมู่บ้านช้างหัวหิน นางศณิสา ศรีอาจ กรรมการสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ คณะ กต.ตร.สภ.หัวหิน แขกผู้มีเกียรติ ผู้ปกครองเข้าร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน วัดห้วยทรายใต้ได้จัดต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาหลายปี ครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 32 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 20 เมษายน 2568 รวม 20 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 23 คน ได้แสดงความจงรักภักดี ความกตัญญูกตเวทีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และได้รับความรู้ในเรื่องหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ นำไปพัฒนาตนเองให้เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรม สามารถนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนบิดามารดา ผู้ปกครอง พุทธศาสนิกชน ได้มีโอกาสร่วมบำเพ็ญกุศล เกิดความรักความผูกพัน ความใกล้ชิดกับวัดและศาสนา สร้างความรัก ความสามัคคี ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย และรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีไทยอันดีงามสืบไป.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

“สุวัจน์”เปิดศึกวานา นาวา วอเตอร์จังเกิ้ล – โตโยต้า วอร์เตอร์เจ็ตชิงแชมป์ประเทศไทย

“สุวัจน์”เปิดศึกวานา นาวา วอเตอร์จังเกิ้ล – โตโยต้า วอร์เตอร์เจ็ตชิงแชมป์ประเทศไทย

วันที่ 5 เมษายน 2568 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการแข่งขันวอเตอร์เจ็ตชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ“วานา นาวา วอเตอร์จังเกิ้ล – โตโยต้า วอร์เตอร์เจ็ต โปรทัวร์ ไทยแลนด์ 2025″ ที่ชายทะเลอ่าวประจวบฯ อ.เมืองประจวบฯ มีนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา นายกสมาคมเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ พร้อมด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากร่วมชมการแข่งขัน ถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา กระตุ้นเศรษฐกิจและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาจังหวัด “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ”

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า ขอขอบคุณสมาคมเจ็ตสกีแห่งประเทศไทยฯ ที่เลือกจังหวัดประจวบฯ เป็นสถานที่จัดการแข่งขัน ซึ่งประจวบฯ ถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว มีเสน่ห์ ใครมาแล้วก็อยากมาอีก ซึ่งจังหวัดได้ประกาศให้เป็นเมืองกีฬา หรือสปอร์ตซิตี้ พร้อมรับการจัดการแข่งขันหรือฝึกซ้อมกีฬาทุกประเภท สำหรับการแข่งขันรายการนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 6 เมษายน 2568 มีนักกีฬาเจ็ตสกีรวมกว่า 150 คน จาก 43 ทีมทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน แบ่งเป็น 27 รุ่น ซึ่งจะมีการชิงถ้วยเกียรติยศและเงินรางวัล สำหรับผู้ชนะอันดับ 1 – 3 ส่วนอีก 5 รุ่นจับเวลา ถือเป็นการแข่งขันรายการใหม่ที่จะส่งเสริมและสร้างเส้นทางให้เยาวชนไทยและนักเจ็ตสกีรุ่นใหม่ ได้มีเวทีแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในระดับอุดมศึกษา หรือนักเจ็ตสกีรุ่นมหาวิทยาลัย ที่เป็นเป้าหมายสำคัญ มีนักกีฬาทั้งชายและหญิงให้ความสนใจสมัครในรุ่นนี้ รวมทั้งสิ้น 14 คนจาก 8 สถาบัน ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยบูรพา, สถาบันพระบรมราชชนก, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร, มหาวิทยาลัยศิลปากร, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยหอการค้า พร้อมการแข่งขันรุ่นเยาวชนจับเวลา อายุ 8 – 13 ปี ค้นหาเยาวชนสายเลือดใหม่ประดับวงการเจ็ตสกีไทย

สำหรับศึกวอเตอร์เจ็ตชิงแชมป์ประเทศไทย“วานา นาวา วอเตอร์จังเกิ้ล – โตโยต้า วอร์เตอร์เจ็ต โปรทัวร์ ไทยแลนด์ 2025″ เป็นสนามเปิดฤดูกาล ร่วมสนับสนุนโดยสวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์จังเกิ้ล หัวหิน, TOYOTA MOTOR THAILAND, การกีฬาแห่งประเทศไทย, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, Amazing Thailand, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยฯ, YAMAHA, Siam watercraft, ANDAMANDA PHUKET, ฮอลิเดย์อินน์ รีสอร์ท วานา นาวา หัวหิน, บลูพอร์ตหัวหิน รีสอร์ทมอลล์, MCOT HD 9, Freedom Racing, WGP#1 Waterjet World Grand Prix, สมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย, จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, องค์การบริหารส่วนจังหวัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์, สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบฯ.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

กลับมาอีกครั้ง“งานมหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด ครั้งที่ 15”ชู Soft Power ส่งเสริมท่องเที่ยว

กลับมาอีกครั้ง“งานมหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด ครั้งที่ 15”ชู Soft Power ส่งเสริมท่องเที่ยว

วันที่ 5 เมษายน 2568 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เปิดเผยภายหลังประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด ประจำปี 2568 ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่โรงแรมหาดทอง อ.เมืองประจวบฯ โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2568 ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด และถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และหารายได้สนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของสำนักงานเหล่าชาดจังหวัด ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 15 แล้ว สำหรับการจัดงานในปีนี้ จะมีการจัดโซนแสดงนิทรรศการของส่วนราชการ 20 กระทรวง ภายใต้แนวคิด “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้รับทราบถึงแนวทางและเป้าหมายการพัฒนาของจังหวัดใน 10 ประเด็น ส่วนในวันเปิดงาน 25 เมษายน จะมีการจัดขบวนแห่ประเพณีวัฒนธรรมของทั้ง 8 อำเภอ เคลื่อนออกจากกองบิน 5 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ไปตามถนนสละชีพ เข้าสู่บริเวณสถานที่จัดงานสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 พร้อมด้วยชุดการแสดงประกอบขบวน และหยุดทำการแสดงที่บริเวณหน้าศาลหลักเมืองประจวบฯ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการและประชาชนนักท่องเที่ยวได้รับชม ขณะที่ในพิธีเปิดงานบนเวทีกลาง จะมีการแสดงแสง สี เสียง ชุด “ผีพุ่งไต้” ซึ่งเป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวหัวหิน พร้อมการจุดพลุสวยงามตระการตา

นอกจากนี้ ในแต่ละค่ำคืนของการจัดงาน ทั้ง 8 อำเภอจะมีการจัดชุดการแสดงมินิไลท์ แอนด์ซาวน์ บนเวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 คืนละ 1 ชุดการแสดง เพื่อเผยแพร่อัตลักษณ์วิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมของแต่ละอำเภอให้ผู้ร่วมงานได้รับชม เริ่มจากวันที่ 26 เมษายน ชุดการแสดงของอำเภอปราณบุรี วันที่ 27 เมษายน ชุดการแสดงของอำเภอบางสะพานน้อย วันที่ 28 เมษายน ชุดการแสดงของอำเภอสามร้อยยอด วันที่ 29 เมษายน ชุดการแสดงของอำเภอบางสะพาน วันที่ 30 เมษายน ชุดการแสดงของอำเภอหัวหิน วันที่ 1 พฤษภาคม ชุดการแสดงของอำเภอทับสะแก วันที่ 2 พฤษภาคม ชุดการแสดงของอำเภอกุยบุรี วันที่ 3 พฤษภาคม ชุดการแสดงของอำเภอเมืองประจวบฯ

ส่วนกิจกรรมตลอดทั้ง 10 วันของการจัดงาน จะมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น การประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว, การประกวดสินค้าเกษตร, การแข่งขันกีฬามวยไทย ตะกร้อลอดบ่วง, การเดินแบบผ้าไทย ใครใส่ก็สวย โดยนายแบบและนางแบบกิตติมศักดิ์, กิจกรรม Night Run เดิน – วิ่ง ชมเมืองสามอ่าว, การออกร้านกาชาด รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าโอทอป สินค้าชุมชน คาราวานสินค้าอุปโภคบริโภคและการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียงในทุกค่ำคืน โดยวันสุดท้ายของการจัดงานจะมีการหมุนวงล้อออกรางวัลสลากกาชาดการกุศล ลุ้นรางวัลใหญ่รถยนต์ 3 คัน พร้อมของรางวัลอื่นๆ มากมาย ซึ่งจังหวัดจะมีการจัดงานวันรวมน้ำใจให้กาชาดในวันที่ 9 เมษายนนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 12.00 น. ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เพื่อรวบรวมสิ่งของบริจาคจากหน่วยงาน องค์กรทุกภาคส่วนใช้เป็นของรางวัลสำหรับการออกร้านกาชาดต่อไป จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมงานดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดงาน “สงกรานต์เที่ยงวัน สุขสันต์ถึงเที่ยงคืน” ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ประจวบฯ จัดงาน “สงกรานต์เที่ยงวัน สุขสันต์ถึงเที่ยงคืน” ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

วันที่ 4 เมษายน 2568 เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบฯ สภาวัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบฯ หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก องค์การบริหารส่วนประจวบฯ ร่วมงานแถลงข่าว ภายใต้ชื่องาน“สงกรานต์เที่ยงวัน สุขสันต์ถึงเที่ยงคืน” ประจำปี 2568 ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน 68 นี้ เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ส่งเสริมและสนับสนุนให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมทำบุญตักบาตรและสนุกสนานรื่นเริงตามประเพณีท้องถิ่น อันจะก่อให้เกิดความรักความสามัคคีในหมู่คณะ เพื่อกระตุ้นให้เด็ก เยาวชนและประชาชนได้เห็นคุณค่าและภาคภูมิใจในขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของท้องถิ่น เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนสนุกสนานรื่นเริงอย่างมีสติ ปราศจากเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ

กิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถวายจังหันแด่พระภิกษุ – สามเณร ที่วัดธรรมิการามวรวิหาร เวลา 06.30 น. พุทธศาสนิกชนทำบุญตักบาตรพร้อมกัน บริเวณสะพานสราญวิถี เวลา 08.30 น. ขบวนแห่ประกาศสงกรานต์ไปตามถนนภายในเขตเทศบาล เวลา 11.00 น. พิธีสรงน้ำพระพุทธ รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ บริเวณหน้ากองการท่องเที่ยวและกีฬา เวลา 12.00 – 14.00 น. ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมเล่นน้ำสงกรานต์“อุโมงค์น้ำพุ”ภาคกลางวัน บริเวณหน้าสะพานสราญวิถี ถนนเลียบชายทะเล เวลา 17.00 – 23.00 น. ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมเล่นน้ำสงกรานต์ “อุโมงค์น้ำพุ”ภาคกลางคืน พร้อมชมการแสดงดนตรีบนเวที หน้าสะพานสราญวิถี ถนนเลียบชายทะเล จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่มงานสงกรานต์ได้ตามวันดังกล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รับสมัคร สท. และนายกเทศมนตรีนครหัวหิน วันสุดท้ายไร้ผู้สมัครเพิ่ม

รับสมัคร สท. และนายกเทศมนตรีนครหัวหิน วันสุดท้ายไร้ผู้สมัครเพิ่ม

วันที่ 4 เมษายน 2568 นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน และเป็นผู้อำนวยการ การเลือกตั้งประจำเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่าตามที่เทศบาลเมืองหัวหินได้หมดวาระลง และมีการประกาศเปลี่ยนสถานะจากเทศบาลเมืองหัวหินเป็นเทศบาลนครหัวหิน พร้อมเปิดรับสมัครสมาชิกสภาเทศบาล (สท.) และนายกเทศมนตรีนครหัวหิน ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 4 เมษายน 2568 ที่ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน โดยในวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเปิดรับสมัคร สท. และ นายกเทศมนตรีฯ บรรยากาศเงียบเหงา ตั้งแต่ช่วงเช้าจนหมดเวลารับสมัคร ไม่มีผู้สมัครรายอื่นเพิ่ม สรุปทั้ง 5 วัน มีผู้สมัครนายกเทศมนตรีฯ จำนวน 3 คน มีผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลทั้ง 4 เขต รวม 87 คน เขตที่ 1 มีผู้สมัคร 21 คน เขตที่ 2 จำนวน 21 คน เขตที่ 3 จำนวน 21 คน และเขตที่ 4 จำนวน 24 คน

นายจีรวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับวันเลือกตั้ง ที่ กกต.กำหนดคือวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม ขณะนี้เทศบาลได้เตรียมการตามขั้นตอนในการเลือกตั้งแล้ว จะมีการดำเนินการแจ้งข่าวสารต่างๆ ให้ประชาชนได้ทราบอีกครั้ง สิ่งแรกคือกำหนดสถานที่เลือกตั้งออกเป็น 60 หน่วย เขตละ 15 หน่วย เราพยายามให้หน่วยเลือกตั้งอยู่ในเขตโรงเรียน เขตสถานที่ราชการ ซึ่งประชาชนเข้าไปแล้วจะได้ไม่สับสน จะมีป้ายจัดแสดงหน่วยเลือกตั้งไว้อย่างชัดเจน เพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชน ส่วนขั้นตอนการตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เทศบาลฯ กำลังให้งานทะเบียนประมวลผลข้อมูลให้อยู่ ว่าแต่ละหน่วยประกอบด้วยใครบ้าง ถ้าเรียบร้อยแล้วจะแจ้งให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลว่ามีชื่อตกสำรวจหรือไม่ หรือชื่อคนในบ้านเรามีใครเข้ามาแปลกปลอมหรือไม่ สามารถถอดถอนรายชื่อได้ โดยให้มาตรวจสอบที่เทศบาลนครหัวหิน สำนักงานทะเบียนท้องถิ่น ขั้นตอนต่อไปจะติดรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไว้ตามหน่วยเลือกตั้งที่กำหนดไว้ ท่านสามารถไปตรวจสอบดูและแจ้งเทศบาล เพื่อขอเพิ่มชื่อ หรือถอนชื่อได้ตามสิทธิ์ของท่าน ขอเชิญชวนทุกท่านออกมาใช้สิทธิ์ ใช้พลังกันให้มากที่สุด ให้สมกับการที่เปลี่ยนแปลงสถานะจากเทศบาลเมืองหัวหิน เป็นเทศบาลนครหัวหิน ในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 17.00 น.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.ชูเสน่ห์มีสุขทุกโมเมนต์ ชวนเก็บกระเป๋าเที่ยวภาคกลาง‘Everyday Special Moment’

ททท.ชูเสน่ห์มีสุขทุกโมเมนต์ ชวนเก็บกระเป๋าเที่ยวภาคกลาง‘Everyday Special Moment’

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าผลักดันการท่องเที่ยวในประเทศ ร่วมกับพันธมิตรอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมสื่อประชาสัมพันธ์ ส่งมอบประสบการณ์ฮีลกายฮีลใจในวันธรรมดา แบบ Amazing Grand Moment ภายใต้คอนเซปต์“Chic and Chill Relax Your Day สบายๆ สไตล์ภาคกลาง”ผ่านแคมเปญพิเศษและดีลส่วนลดกับ 50 ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในภูมิภาคภาคกลางและพื้นที่เชื่อมโยง

วันที่ 3 เมษายน 68 น.ส.วรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดตัวโครงการ“Everyday Special Moment เที่ยวกลางมีสุข ทุกโมเมนต์”อย่างเป็นทางการ โดยมุ่งหวังว่าจะเป็นโครงการสร้างสรรค์ที่จะช่วยกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ภูมิภาคภาคกลาง ทั้งเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว โดยใช้ City Marketing นำเสนอจุดขาย พลิกมุมมองการท่องเที่ยวในวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดาอีกต่อไป โดยนักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับช่วงเวลาอันล้ำค่าที่หลีกหนีความวุ่นวาย เติมเต็มพลังให้กับร่างกาย ชาร์จความสุขให้กับจิตใจสู่การพักผ่อนอย่างแท้จริง รวมถึงบอกเล่าเรื่องราว“เสน่ห์ไทย”ของแต่ละพื้นที่ ที่จะช่วยส่งเสริมและสร้างความแตกต่างอย่างโดดเด่น ผ่านกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย Gen Z/ Millennials และกลุ่มครอบครัว

โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ผนึกกำลังร่วมกับภาคีพันธมิตร อาทิ บริษัท แม็กซ์โซลูชันเซอร์วิส จำกัด, บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด, บริษัท ครีเอทีฟ มาก จำกัด, บริษัท ปันโปรโมชัน จำกัด และแพลตฟอร์มพาทัวร์ – Patois เสิร์ฟประสบการณ์และเสน่ห์ของการท่องเที่ยวในวันธรรมดา ได้แก่ กิจกรรม“เที่ยวภาคกลาง สุขทุกโมเมนต์ กับ Max Me”ที่ได้ร่วมมือกับแอปพลิเคชัน Max Me และร้านกาแฟพันธุ์ไทย ชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางเที่ยวภาคกลาง 17 จังหวัด แวะพักและซื้อสินค้าที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทย เมื่อชำระเงินด้วยแอปพลิเคชัน Max Me ตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไปตลอดเดือนเมษายนนี้ รับสิทธิ์ลุ้นเป็นผู้โชคดี ร่วมทริปนั่งรับบัสกินมิชลิน ชมกรุงกับ Thai Bus Food Tour จำนวนกว่า 24 รางวัลๆ ละ 2 ที่นั่ง รวมมูลค่ากว่า 90,000 บาท (ติดตามเงื่อนไขและรายละเอียดกิจกรรมผ่านเพจ PT Station และเพจ PunThai Coffee) เริ่มวันที่ 1 เมษายนนี้ เป็นต้นไป

กิจกรรม“กดปุ๊บลดปั๊บ รับโปรดี”ร่วมกับพาทัวร์ -Patois Lifestyle Platform ภายใต้บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) นำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวและกิจกรรมราคาสุดพิเศษ จากผู้ประกอบการในภาคกลางทั้ง 17 จังหวัด กว่า 50 ราย ในราคาสุดพิเศษ พร้อมรับดีลส่วนลดมากกว่า 500 สิทธิ์ และยังมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม สำหรับสมาชิกบัตร Max Card Plus และ Max Card Plus EV รับส่วนลดเพิ่ม 8% สูงสุด 500 บาทต่เดือน หรือ 1,500 บาท ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ รวมมูลค่ามากกว่า 130,000 บาท เริ่มวันที่ 4 เมษายน 2568 เป็นต้นไป

อีกกิจกรรม คือ Challenge‘Every Moment is Mine ประสบการณ์ใหม่ในภาคกลาง ร่วมกับบริษัท ปันโปรโมชัน จำกัด ให้นักท่องเที่ยวบอกเล่าเรื่องราวความประทับใจในการเดินทางท่องเที่ยวในภาคกลาง ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของตนเอง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการออกเดินทางท่องเที่ยวในภาคกลาง โดยมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลมากกว่า 10 รางวัล มูลค่ามากกว่า 350,000 บาท เริ่มวันที่ 17 เมษายน 2568 เป็นต้นไป ทั้งนี้จึงอยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้ลองมาสัมผัสโมเมนต์อันแสนสงบของวันธรรมดา ที่จะเปิดโลกใบใหม่แห่งการท่องเที่ยวของคุณ พร้อมค้นพบเสน่ห์และความมหัศจรรย์ที่จะยิ่งทำให้คุณหลงรักภาคกลางมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโครงการและโปรโมชั่นแคมเปญพิเศษได้ที่ช่องทางต่างๆ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่เพจ PT Station, เพจ PunThai Coffee, เพจปันโปร และเพจในเครือบริษัทฯ (เพจแถวบ้าน), เพจและแพลตฟอร์ม พาทัวร์- Patois, เพจ Everyday Special Moment เที่ยวกลางมีสุข ทุกโมเมนต์.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

CPAC มุ่งขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำด้วย EV Mixer Truck ประเดิมแห่งแรกที่ทับสะแก

CPAC มุ่งขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำด้วย EV Mixer Truck ประเดิมแห่งแรกที่ทับสะแก

CPAC เร่งเครื่องสู่ความยั่งยืนไปพร้อมคู่ธุรกิจ โรงงานซีแพคแฟรนไชส์ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ของบริษัท ว.บัญชา คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นเจ้าแรกที่ใช้รถโม่พลังงานไฟฟ้า“CPAC EV Mixer Truck”ออกจัดส่งคอนกรีตตามแนวทาง Green Logistics เพิ่มประสิทธิภาพขนส่ง ประหยัดต้นทุนเชื้อเพลิง และสามารถบริหารต้นทุนได้ดีกว่ารถโม่เครื่องยนต์สันดาป เดินหน้าสู่การรักษ์โลกอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ The 1st Mover Low Carbon Concrete Business ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

นายถิรวัฒน์ พูนกาญจนะโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด หรือ CPAC เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 72 ปี ในการดำเนินงานของ CPAC นั้น มุ่งหวังให้ลูกค้าได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพสูงสุด หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ CPAC สามารถเติบโตและยืนหยัดในตลาดได้ คือ เครือข่ายโรงงานแฟรนไชส์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและสร้างความแข็งแกร่ง ด้วยการกระจายการผลิตที่มีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว เรามุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมคอนกรีตคาร์บอนต่ำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และอีกหนึ่งก้าวสำคัญคือการเปลี่ยนมาใช้รถโม่ไฟฟ้าในการจัดส่งคอนกรีตด้วยพลังงานสะอาด ซึ่งมีแผนขยายการใช้รถโม่พลังงานไฟฟ้า CPAC EV Mixer Truck ในหัวเมืองใหญ่

ล่าสุด โรงงานซีแพคแฟรนไชส์ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยบริษัท ว.บัญชา คอนสตรัคชั่น จำกัด ได้นำร่องใช้รถโม่พลังงานไฟฟ้า CPAC EV Mixer Truck เป็นรายแรก ในการจัดส่งคอนกรีตให้ลูกค้า ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนเพื่ออนาคต ด้วยการบริหารการลดต้นทุนเชื้อเพลิง และตระหนักถึงการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในฐานะของ CPAC มีความรู้สึกยินดีที่คู่ธุรกิจแฟรนไชส์มองเป้าหมายเดียวกัน คือการเดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ด้วยการใส่ใจต่อสินค้า และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการขนส่ง และการเลือกใช้รถโม่พลังงานไฟฟ้าที่มีระบบการขับเคลื่อนที่เงียบ ช่วยลดมลพิษ ไม่ได้มีข้อดีแค่ผู้ประกอบการและโลกเท่านั้น แต่ยังทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้นด้วย ซึ่งการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ลงได้ 149,580 KgCO2e เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 15,750 ต้น (คำนวณการใช้รถโม่พลังงานไฟฟ้าจากโรงงานซีแพคแฟรนไชส์ทับสะแก 3 คัน/ปี)

นายยุทธนา แสงบรรจง ผู้บริหารโรงงานซีแพคแฟรนไชส์ทับสะแก บริษัท ว.บัญชา คอนสตรัคชั่น จำกัด กล่าวว่าบริษัทฯ ตัดสินใจเริ่มใช้ CPAC EV Mixer Truck จำนวน 1 คันก่อน เมื่อเห็นถึงความคุ้มค่าในการบริหารต้นทุน จึงขยายจำนวนเพิ่มเป็น 3 คัน หากเปรียบเทียบกับการใช้รถโม่เครื่องยนต์สันดาป ต้องเติมน้ำมัน 30,000 บาท/เดือน/คัน ขณะที่รถโม่พลังงานไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายเป็นค่าไฟอยู่ที่ 8,000 – 9,000 บาท/เดือน/คัน (คำนวณจากค่าไฟหน่วยละ 3 บาท) ใช้ระยะเวลาคืนทุนเพียง 2 ปี รวมถึงประสิทธิภาพของรถที่เงียบ ไม่มีเสียงรบกวน คายคอนกรีตและหนีหล่มได้ดีกว่าเครื่องยนต์สันดาป และยังคงรักษาคุณภาพคอนกรีตส่งให้ลูกค้าได้ดีเหมือนเดิม พร้อมมองว่าเมื่อเราเป็นผู้จัดส่งคอนกรีตคาร์บอนต่ำ CPAC อยู่แล้ว การนำรถโม่พลังงานไฟฟ้ามาใช้ร่วมด้วย นับเป็นก้าวสำคัญสู่ Green Logistics เพราะรถโม่พลังงานไฟฟ้าคืออนาคตของพวกเรา”

“การเลือกใช้คอนกรีตคาร์บอนต่ำจาก CPAC ควบคู่กับรถโม่พลังงานไฟฟ้า CPAC EV Mixer Truck ถือเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาด เพราะเรามีต้นทุนการจัดส่งคอนกรีตที่ถูกลง ทำให้สามารถปรับลดราคาการขนส่งลงได้ นับว่าตอบโจทย์กับเราอย่างครอบคลุมทุกมิติ ทั้งประหยัดค่าใช้จ่าย ลดมลพิษทางอากาศ เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพ และการเลือกเปลี่ยนมาใช้รถโม่พลังงานไฟฟ้าในครั้งนี้ เป็นการปูทางไปสู่การขนส่งสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยพลังงานสะอาด เดินหน้าร่วม Go Green ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสร้างความยั่งยืนเคียงคู่ไปกับเป้าหมายของ CPAC ให้สำเร็จ”นายยุทธนา กล่าว.

#CPAC #ซีแพค #CPACEVMixerTruck #EVFleet
#CPACFranchise #Greenlogistics
#ประจวบคีรีขันธ์ #รถโม่พลังงานไฟฟ้า.