Categories
ข่าว ทั้งหมด

นายอำเภอหัวหินออกหน่วย “อำเภอยิ้ม” ช่วยเหลือชาวบ้านตำบลหินเหล็กไฟ

นายอำเภอหัวหินออกหน่วย “อำเภอยิ้ม” ช่วยเหลือชาวบ้านตำบลหินเหล็กไฟ

วันที่ 29 กันยายน 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการ “อำเภอยิ้ม…เคลื่อนที่” ประจำปี 2566 “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ที่โรงเรียนบ้านหนองคร้า หมู่ 5 ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน มีนางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดหัวหิน คณะกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารโรงเรียนบ้านหนองคร้า หน่วยงานภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรม มีส่วนราชการต่างๆ ออกให้บริการประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและจำหน่ายสินค้าจากชุมชน พร้อมกันนี้ นายอำเภอหัวหินได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนและความต้องของประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนได้ตรงกับความต้องการ โดยมีประชาชนในพื้นที่ตำบลหินเหล็กไฟและพื้นที่ใกล้เคียงเดินทางมารับบริการเป็นจำนวนมาก ต่างมีความพึงพอใจในการให้บริการที่ดี สะดวก และรวดเร็ว

โอกาสนี้ นายอำเภอหัวหิน พร้อมด้วยนายกกิ่งกาชาดหัวหิน ได้มอบถุงยังชีพและสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค ช่วยเหลือแก่ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส คนชรา ผู้พิการ จำนวน 80 ชุด รวม 16 หมู่บ้าน พร้อมลงพื้นที่เยี่ยมครัวเรือนยากจนและผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ตำบลหินเหล็กไฟ และมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคบรรเทาความเดือดร้อนให้ด้วย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

หนึ่งปีมีครั้งเดียว ททท.ประจวบฯ ชวนดูเหยี่ยวเขาโพธิ์ @ไชยราช” ครั้งที่ 2

หนึ่งปีมีครั้งเดียว ททท.ประจวบฯ ชวนดูเหยี่ยวเขาโพธิ์ @ไชยราช” ครั้งที่ 2

วันที่ 29 กันยายน 2566 นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่าททท.สำนักงานประจวบฯ ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ อำเภอบางสะพานน้อย และ อบต.ไชยราช จัดเทศกาลท่องเที่ยวดูเหยี่ยวเขาโพธิ์ @ไชยราช ครั้งที่ 2 ขึ้น ที่บริเวณจุดชมวิวเขาโพธิ์ ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีเหยี่ยวมากกว่าหนึ่งแสนตัว บินอพยพย้ายถิ่นหนีสภาพอากาศหนาวเย็น ภาวะขาดแคลนอาหารและน้ำที่กลายเป็นน้ำแข็งเหนือถิ่นอาศัยในฤดูผสมพันธุ์ ที่บริเวณโดยรอบขั้วโลกเหนือและเขตอบอุ่น อาทิ ไซบีเรีย จีน มองโกเลีย เกาหลีและญี่ปุ่น โดยฝูงเหยี่ยวจะเดินทางระยะไกลหลายพันกิโลเมตร มุ่งหน้าสู่ทิศใต้ ผ่านประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งประเทศไทยเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเขตอบอุ่นและเส้นศูนย์สูตรทจึงเหมาะสมด้วยภูมิประเทศที่มีอ่าวไทยเป็นผืนน้ำขนาดใหญ่และเหยี่ยวอพยพ จะเดินทางในเวลากลางวัน อาศัยลมร้อนหนุนส่งให้บินสูงขึ้นเพื่อมุ่งหน้าลงใต้ จึงพบฝูงเหยี่ยวอพยพจำนวนมากตามแนวชายทะเลอ่าวไทย ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจและไม่ควรพลาด ทั้งนี้ฝูงเหยี่ยวอพยพจะบินออกหาอาหารในช่วงกลางวันและรวมฝูงกันกลางอากาศนับร้อยนับพันตัวบินลอยละล่องบนท้องฟ้ากระจายออกเป็นเสมือนสายน้ำซึ่งน่าสนใจและหาดูได้ยากมาก

“สำหรับการเดินทางเข้ามาสะดวกสบาย มีสถานที่จอดรถ รวมทั้งด้านบนเขาโพธิ์ มีลานกว้าง มีพระพุทธรูปสมเด็จพระมิ่งมุนีศรีโพธิ์ทอง (หลวงพ่อโพธิ์ทอง) ประดิษฐานอยู่ เป็นจุดชมวิวแบบ 360 องศา สามารถมองเห็นเหยี่ยวได้อย่างชัดเจนเหมือนกัน จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเข้าร่วมดูเหยี่ยวระหว่างเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ และคาดว่าตลอดสองเดือนนี้ จะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งท่องเที่ยวชมเหยี่ยว วิ่งเพื่อสุขภาพ ประมาณ 6,000 คน สร้างเม็ดเงินเข้าพื้นที่กว่า 25 ล้านบาท ทั้งนี้ อบต.ไชยราช ททท.สำนักงานประจวบฯ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฯ และอำเภอบางสะพานน้อย กำหนดแถลงข่าวกิจกรรมในครั้งนี้ในวันที่ 6 ตุลาคมนี้ที่จุดชมวิวเขาโพธิ์”

นายบัญฑิตย์ ชูบัวทอง นายก อบต.ไชยราช กล่าวว่า กิจกรรมดูเหยี่ยวที่เขาโพธิ์ เป็นการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดประจวบฯ เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่ไม่เหมือนใคร ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยเส้นทางที่จะขึ้นไปยังจุดชมเหยี่ยวมีความพร้อมและเดินทางสะดวกเป็นอย่างยิ่ง ขณะนี้ อบต.ไชยราช เริ่มดำเนินการปรับภูมิทัศน์ทำลานสวนดอกไม้ ทำความสะอาดบริเวณลานด้านบนเขาโพธิ์ทั้งหมด เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวไว้ถ่ายภาพเหยี่ยวและเช็คอิน รวมทั้งมีกิจกรรมวิ่ง “เหยี่ยวเขาโพธิ์รัน@ไชยราช ครั้งที่ 2” ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลและรายละเอียดได้ที่ อบต.ไชยราช Fanpage Facebook ที่นี่ไชยราช และ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ Fanpage Facebook TATPRACHUAP.

Categories
กีฬา ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

โครงการ “Amazing Sustainable Event Business Matching Day”

โครงการ “Amazing Sustainable Event Business Matching Day”

🎊 โอกาสสุดท้าย!! ก่อนปิดรับสมัครเข้าร่วมกิจกรรมการเจรจาธุรกิจ (Business Matching)

ภายใต้โครงการ “Amazing Sustainable Event Business Matching Day” 🎊

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับบริษัท มาสเตอร์ แพลน จำกัด จับมือพันธมิตร อาทิ Amari Watergate Hotel, GoGreen Booking, Muvmi, Find Folk, Air Asia Academy และ Greatter Good เป็นต้น ร่วมผลักดันการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบเพื่อความยั่งยืน จัดโครงการ “Amazing Sustainable Event: Business Matching Day” สู่โอกาสธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยงานจะจัดขึ้น ในวันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 9:00 – 18:00 น. ณ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ โดยผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับการจัดเต็ม 5 กิจกรรมไฮไลต์ ได้แก่

💚 กิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ Go Green Matching: One Perfect Match สู่โอกาสธุรกิจอย่างยั่งยืน”

💚 รูปแบบการจัดงานแบบ Sustainable Event โดยมีแนวคิดการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนที่เกิดขึ้นได้จริง

💚 พบกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวด้าน Low Carbon และ Sustainable Tourism กว่า 50 ราย

💚 พบ Seller จากรางวัล Thailand Tourism Awards (รางวัลกินรี) และ ผู้ประกอบการจาก Go Green Booking Platform ที่การันตีด้วยมาตรฐาน The Global Sustainable Tourism Criteria (GSTC)

💚 Talk Session: เวทีให้ความรู้พร้อมเสวนาแลกเปลี่ยนความคิด จากวิทยากร ผู้มีประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

โดยการจัดงานในครั้งนี้ มีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวที่มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงความสมดุลสู่ความยั่งยืน (Sustainability) ใน 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม  จึงเล็งเห็นว่า การต่อยอดธุรกิจให้กลุ่มผู้ประกอบกอบการ ชุมชน และผู้ให้บริการสินค้ากลุ่ม Low Carbon & Sustainability Management ผ่านการจัดกิจกรรมการจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) เพื่อหาโอกาสทางธุรกิจ และขยายช่องทางในการดำเนินการตามนโยบาย ในการจัดการคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) อย่างเป็นรูปธรรม ใส่ใจต่อการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Emergency) การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้เจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีการกระจายรายได้เอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการที่มีคุณภาพด้าน การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) จะช่วยส่งเสริมรูปแบบการท่องเที่ยวที่มีความหมาย และนำไปสู่ความยั่งยืนต่อไป

📍สมัครเข้าร่วมกิจกรรม ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ภายในวันที่ 29 กันยายน 2566

ได้ที่เว็บไซต์: www.amazingsustainableeventbusinessmatchingday.com
Facebook: https://www.facebook.com/AmazingSustainableEventBusinessMatchingDay

 

#TAT #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #AmazingThailand #AmazingSustainableEventBusinessMatchingDay #SustainableEvent #BusinessMatchingDay #GoGreenMatching #GoGreenBooking #BusinessMatching #Perfectmatch #SustainableTourism #การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน #Lowcarbon #คาร์บอน #การจัดงานอย่างยั่งยืน #MasterPlan

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ ฝึกทักษะว่ายน้ำให้เยาวชนป้องกันเด็กจมน้ำเสียชีวิต

ประจวบฯ ฝึกทักษะว่ายน้ำให้เยาวชนป้องกันเด็กจมน้ำเสียชีวิต

วันที่ 26 กันยายน 2566 น.ส.แสงจันทร์ แก้วปทุมรัสมี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรมฝึกทักษะการว่ายน้ำ เพื่อป้องกันการจมน้ำในเด็กเยาวชนนักเรียนในเขตพื้นที่อำเภอเมืองประจวบฯ ที่สระว่ายน้ำสามอ่าวสเตเดี้ยม สนามกีฬากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้โครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้ ประจำปี พ.ศ.2566 ซึ่งกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้สนับสนุนงบประมาณ เพื่อป้องกันและลดสถิติการจมน้ำในเด็กและเยาวชน โดยมีคณะครูจากโรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม (ปิยะแหวนรังสรรค์) โรงเรียนเทศบาลบ้านหนองบัว โรงเรียนเทศบาลบ้านค่าย และโรงเรียนต่างๆ ในเขตอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ให้ความสนใจนำเยาวชนนักเรียนมาเข้าร่วมฝึกทักษะการว่ายน้ำจำนวน 240 คน โดยทีมวิทยากรครูฝึกสอนทักษะการว่ายน้ำจากครูพลศึกษา และอดีตทหารเรือสัตหีบ มาเป็นครูผู้ฝึกสอน

การฝึกสอนมีตั้งแต่ทักษะพื้นฐานการว่ายน้ำในท่าต่างๆ และการลอยตัวเพื่อเอาชีวิตรอด รวมไปถึงฝึกทักษะการช่วยเหลือปฐมพยาบาลช่วยชีวิตเบื้องต้น เมื่อประสบผู้ที่จมน้ำแล้วหมดสติ การตะโกน โยน ยื่น ร้องขอความช่วยเหลือ รวมไปถึงโทรแจ้งประสานขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานกู้ชีพกู้ภัยและโรงพยาบาล โดยทีมวิทยากรจากเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน เป็นครูผู้ฝึกสอนการปฐมพยาบาลช่วยชีวิตคนจมน้ำ

น.ส.แสงจันทร์ แก้วปทุมรัสมี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า โครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้ เป็นโครงการที่กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สนับสนุนงบประมาณให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มาจัดกิจกรรมฝึกทักษะการว่ายน้ำเพื่อป้องกันการจมน้ำเสียชีวิตให้กับเด็กเยาวชนในพื้นที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากสถิติการจมน้ำของเด็กในพื้นที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ มีสถิติสูงกว่าอำเภออื่นๆ เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยว และมีพื้นที่เป็นแหล่งน้ำทำการเกษตรจำนวนมาก โดยร่วมกับเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ และสถานศึกษา จัดโครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้ ระหว่างวันที่ 8 สิงหาคม ถึงวันที่ 27 กันยายน 2566 เพื่อให้เด็กเยาวชนมีทักษะ มีความสามารถในการช่วยเหลือตนเอง และผู้อื่นให้เอาตัวรอดจากอุบัติเหตุการจมน้ำเสียชีวิตได้ ซึ่งผลจากการฝึกทักษะในครั้งนี้ ปรากฏว่า จากเด็กที่กลัวน้ำ ไม่กล้าลงน้ำ ว่ายน้ำไม่เป็น สามารถมีทักษะการว่ายน้ำ การลอยตัว ช่วยเหลือตนเอง และผู้อื่นด้วยการตะโกนโยนยื่นได้ตามหลักสูตร 16 ชั่วโมง.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปกครองประจวบฯ จับหนุ่มเมียนมาลักลอบขนบุหรี่เถื่อน

ปกครองประจวบฯ จับหนุ่มเมียนมาลักลอบขนบุหรี่เถื่อน

วันที่ 25 กันยายน 2566 นายอุดร ผะโรประการณ์ ปลัดอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ นำกำลังเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองวาฬ สนธิกำลังกันจับกุมตัวนายโจ ไข่ ชาวเมียนมา อายุ 26 ปี หลังจากได้รับแจ้งจากทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ว่ามีชายชาวเมียนมา ลักลอบขนบุรี่หนีภาษีเข้าเมืองผ่านทางช่องทางธรรมชาติแนวเทือกเขาตะนาวศรี มาพักไว้ในพื้นที่หมู่บ้านพุน้ำหยด ที่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 6 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ใกล้กับแนวเทือกเขาตะนาวศรี เขตติดต่อชายแดนไทย – เมียนมา เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.ของวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบ พบเป็นบุหรี่ยาสูบพม่า ยี่ห้อแอทแลนต้า(ATLANTA) ขนาดบรรจุ 20 มวน จำนวน 900 ซอง รวมน้ำหนักปริมาณสุทธิ 18,000 กรัม จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย มีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และมีไว้ครอบครองซึ่งสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษี(บุหรี่) ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 โดยนายโจให้การยอมรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองวาฬ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

“อารีน่าหัวหิน” จัดเทนนิสไอทีเอฟ 4 แมตช์ใหญ่ ชิงเงินรวม 2.3 ล้านบาท

“อารีน่าหัวหิน” จัดเทนนิสไอทีเอฟ 4 แมตช์ใหญ่ ชิงเงินรวม 2.3 ล้านบาท

สหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ) มอบความไว้ใจให้ อารีน่าหัวหิน, บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท แคล-คอมพ์ ออโตเมชั่น แอนด์อินดัสเทรียล 4.0 เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด, บี.กริม, บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด, บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีอาร์ซี สปอร์ต จำกัด และกลุ่มบริษัทพราว เตรียมจัดศึกเทนนิสชายและหญิงนานาชาติ เก็บคะแนนสะสมอันดับโลก พร้อมชิงเงินรางวัลรวม 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณรวมทั้งสิ้นกว่า 2.3 ล้านบาท ในชื่อรายการ Cal-Comp & CCAU Industry 4.0 Open ITF World Tennis Tour 2023 (แคล-คอมพ์ แอนด์ ซีซีเอยู อินดัสตรี 4.0 โอเพ่น ไอทีเอฟ เวิลด์เทนนิสทัวร์ 2023) แข่งขันระหว่างวันที่ 8 ตุลาคม – 19 พฤศจิกายนนี้ ที่อารีน่าหัวหิน

น.ส.พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทพราว กล่าวว่า “อารีน่า หัวหิน สนามเทนนิสมาตรฐานระดับโลกที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ITF) มีความพร้อมในการจัดแมทช์การแข่งขันระดับสากลมาโดยตลอด ล่าสุด ทาง อารีน่า หัวหิน ผนึกกำลังพันธมิตรทางธุรกิจ จัดการแข่งขัน Cal-Comp & CCAU Industry 4.0 Open ITF World Tennis Tour 2023 (แคล-คอมพ์ แอนด์ ซีซีเอยู อินดัสตรี 4.0 โอเพ่น ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2023) การแข่งขันเทนนิสในรายการนี้จะช่วยยกระดับการกีฬาของประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล เปิดโอกาสให้นักเทนนิสของไทยได้มีส่วนร่วมในการแข่งขันกับนักเทนนิสจากชาติต่างๆ เพื่อพัฒนาฝีมือและเพิ่มทักษะในการเล่นอาชีพมุ่งสู่แมทช์ระดับโลกและสร้างความสำเร็จบนเส้นทางสายอาชีพในอนาคต รวมถึงการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของเมืองหัวหิน ผ่านกิจกรรมกีฬาและนักกีฬาระดับโลกที่เดินทางมาร่วมการแข่งขัน ถือเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน และนักท่องเที่ยวที่มีต่อประเทศไทย ก่อให้เกิดผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติเป็นอย่างยิ่ง”

การแข่งขันเทนนิส “Cal-Comp & CCAU Industry 4.0 Open ITF World Tennis Tour 2023” จัดการแข่งขัน 4 รายการ โดย 3 รายการแรก มอบเงินรางวัลรายการละ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ และรายการสุดท้ายมอบเงินรางวัล 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ รวม 4 รายการ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นมูลค่าเงินรางวัลรวมทั้งสิ้นกว่า 2.3 ล้านบาท ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมการแข่งขันศึกเทนนิสอาชีพชาย – หญิงระดับนานาชาติ Cal-Comp & CCAU Industry 4.0 Open ITF World Tennis Tour 2023 ได้ระหว่างวันที่ 9 ตุลาคม – 19 พฤศจิกายน 2566 ที่อารีน่า หัวหิน เข้าชมฟรี !! ตลอดรายการแข่งขัน.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

วิ่งอ่างพวงทุ่งขาม CROSS COUNTRY ครั้งที่ 2 เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว

วิ่งอ่างพวงทุ่งขาม CROSS COUNTRY ครั้งที่ 2 เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว

หลังประสบความสำเร็จในการจัดการแข่งขันวิ่งครอสคันทรี อ่างพวงทุ่มขาม ครั้งแรกไปแล้ว น.ส.เฌอมาลย์ อุทัยวรรณวงศ์ ประธานชมรมคนรักอ่างเก็บน้ำ บ้านทุ่งขามอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่จัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนดูแลป่า ดูแลอ่างเก็บน้ำทุ่งขาม เปิดเผยว่าได้เตรียมจัดการแข่งขันวิ่ง CROSS COUNTRY ครั้งที่ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม 2566 เวลา 04.30 น.– 10.30 น. ที่อ่างเก็บน้ำทุ่งขามอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ไร่ใหม่พัฒนา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยเปิดให้ลงทะเบียน ได้แล้วที่ https://forms.gle/su1EGRQAdgGuFLTq9

ส่วนประเภทการวิ่ง มีดังนี้ วิ่งฮาล์ฟ มาราธอน ระยะทาง 21 กิโลเมตร ปล่อยตัวเวลา 05.00 น.
Overall แบ่งตามกลุ่มอายุ
– เพศชาย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี / 20 – 29 ปี / 30 – 39 ปี / 40 – 49 ปี / 50 – 59 ปี / 60 ปีขึ้นไป
– เพศหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี / 20 – 29 ปี / 30 – 39 ปี / 40 – 49 ปี / 50 – 59 ปี / 60 ปีขึ้นไป

วิ่งมินิมาราธอน ระยะทาง 10 กิโลเมตร ปล่อยตัวเวลา 05.45 น.
แบ่งตามกลุ่มอายุ
– เพศชาย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี / 20 – 29 ปี / 30 – 39 ปี / 40 – 49 ปี / 50 – 59 ปี / 60 ปีขึ้นไป
– เพศหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี / 20 – 29 ปี / 30 – 39 ปี / 40 – 49 ปี / 50 – 59 ปี / 60 ปีขึ้นไป

ประเภทฟันรัน ระยะทาง 3 กิโลเมตร ปล่อยตัวเวลา 06.15 น. บุคคลทั่วไปไม่จำกัดอายุ
ประเภทวีไอพี วิ่งได้ทุกระยะทาง บุคคลทั่วไปไม่จำกัดอายุ
ประเภทวิ่งเสมือนจริง (Virtual run) บุคคลทั่วไปไม่จำกัดอายุ

ผู้ที่เข้าเส้นชัยประเภทฮาล์ฟมาราธอน อันดับที่ 1 ในรุ่น OVERALL ทั้งชายและหญิง จะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ จากพลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ส่วนอันดับ 2 ถึง 5 และประเภทมินิมาราธอน อันดับ 1 ถึง 5 จะได้รับถ้วยรางวัล
ส่วนนักวิ่ง/เดิน ที่เข้าเส้นชัยทุกคน จะได้รับเสื้อวิ่งและเหรียญรางวัล
ประเภทฟันรัน ไม่มีการแข่งขัน

ผู้สนใจสมัครและชำระเงินระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม ถึง 15 พฤศจิกายน 2566 จะเริ่มจัดส่งเสื้อวันที่ 1 – 15 พฤศจิกายน 2566
หากผู้สมัครลงทะเบียนหลังวันที่ 15 พฤศจิกายน จะได้รับเสื้อที่หน้างาน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page : อ่างเก็บน้ำบ้านทุ่งขาม Cross Country #thungkhamcrosscountry
#crosssountry #phetburi #marathon #ทุ่งขามครอสคันทรี2023 #อ่างเก็บน้ำทุ่งขาม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รถห้องเย็นวูบ เสยท้ายรถพ่วงลากไกล 50 เมตร คนขับเจ็บสาหัส

รถห้องเย็นวูบเสยท้ายรถพ่วงลากไกล 50 เมตร คนขับเจ็บสาหัส

เมื่อเวลาประมาณ 6.30 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2566 ร.ต.อ.หญิง รัตนาภรณ์ ทองจีน รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งอุบัติเหตุรถบรรทุกชนกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดคาอยู่ภายในรถ 2 ราย เหตุเกิดบริเวณถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ หลักกิโลเมตรที่ 309 + 600 ติดกับคลองประจวบคีรีขันธ์ เขตเทศบาลเมืองประจวบฯ ห่างจากสี่แยกไฟแดงเมืองประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 200 เมตร หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรรุดไปตรวจสอบ และอำนวยความสะดวก พร้อมประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน นำอุปกรณ์เครื่องมือตัดถ่างไปช่วย

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุกขนาดใหญ่ 2 คันชนกัน และลากไถลยาวกว่า 50 เมตร มีเศษชิ้นส่วนของรถกระจัดกระจายและมีน้ำมันเครื่องยนต์ไหลนองเต็มพื้นถนนในเลนซ้าย จากการตรวจสอบเป็นรถบรรทุก 12 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีแดง ห้องเย็นบรรทุกปลา ทะเบียน 70 – 9387 เพชรบุรี สภาพรถด้านหน้าพังเสียหายยับเยิน หลังจากเสียหลักเฉี่ยวชนรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ที่อยู่ด้านหน้า ทำให้ผู้ขับขี่เป็นชายอายุประมาณ 40 – 45 ปี ได้รับบาดเจ็บขาหักทั้งสองข้าง บริเวณหน้าอกและศีรษะ ถูกกระแทกอย่างแรงจนมีเลือดไหลออกจากทางปาก เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องออกซิเจนช่วยหายใจ พร้อมใช้เครื่องมือตัดถ่าง งัดซากรถ เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ส่วนผู้โดยสารที่นั่งซ้ายมาด้วยเป็นหญิงอีก 1 ราย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลประจวบฯ เช่นเดียวกัน

ใกล้กันพบรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้อฟูโซ่ (FOSO) สีขาว ทะเบียน 70 – 4178 ตรัง บรรทุกไม้อัดมาเต็มคันรถ ถูกชนบริเวณด้านท้ายรถ ทำให้ป้ายทะเบียนและบังโคลนล้อขวาได้รับความเสียหาย ผู้โดยสารที่นั่งซ้ายมาด้วยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลประจวบฯ

จากการสอบถามนายบุรพล อายุ 31 ปี คนขับรถพ่วง 22 ล้อ บรรทุกไม้อัด เล่าว่าตนขับรถบรรทุกไม้อัดมาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี กำลังมุ่งหน้าไปส่งที่จังหวัดชลบุรี เมื่อใกล้ถึงสี่แยกไฟแดงเมืองประจวบฯ จู่ๆ มีรถบรรทุกปลาห้องเย็น พุ่งเข้ามาชนท้ายอย่างแรง ทำให้ภรรยากับลูกที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ส่วนสาเหตุเบื้องต้นน่าจะเกิดจากอาการหลับใน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมดำเนินการประสานให้บริษัทประกันเข้ามาดำเนินการเกี่ยวกับความเสียหายต่อไป.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รวบอดีตลูกเขยหัวโจก อ้างตำรวจภาค 7 คดีอุ้มเรียกเงินค่าไถ่

รวบอดีตลูกเขยหัวโจก อ้างตำรวจภาค 7 คดีอุ้มเรียกเงินค่าไถ่

จากกรณีที่นางพัชรี วัย 48 ปี ถูกแก๊งคนร้ายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 7 อุ้มตัวขึ้นรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่ข้างบ้านภายในหมู่บ้านดอนเหียง แล้วไปต่อรองเรียกเงินค่าไถ่จำนวน 3 แสนบาท เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ตามที่มีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้

ล่าสุดเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ 24 กันยายน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนของ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้ขยายผลติดตามไทม์ไลน์จากภาพกล้องวงจรปิด ไปจนถึงบ้านของผู้ต้องหา พบรถต้องสงสัยจอดอยู่ ยึดรถต้องสงสัยพร้อมจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ นำมาสอบสวนที่โรงพัก เนื่องจากมีความเชื่อมโยงแน่ชัดแล้วว่าเป็นหัวโจกในขบวนการ 4 คน ที่ก่อเหตุอุ้มตัวนางพัชรีไปเรียกเงินค่าไถ่ 3 แสนบาท ซึ่งผู้ที่ถูกจับกุมตัวมา 1 รายในครั้งนี้ มีชื่อเล่นว่า ต้น เป็นหัวโจกในกระบวนการอุ้มเรียกเงิน ส่วนที่เหลืออีก 3 คน อยู่ระหว่างการตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี เบื้องต้นยังไม่แน่ชัดว่ามีตำรวจร่วมอยู่ในกระบวนการด้วยหรือไม่ ส่วนความแน่ชัดของรถต้องสงสัย อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานดำเนินการตรวจสอบลายนิ้วมือ และ DNA เพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากรถคันดังกล่าวที่ยึดมา มีการแปรสภาพโดยเปลี่ยนฝากระโปรงหน้า มีการลอกสติ๊กเกอร์ตราโลโก้ตำรวจที่กระจกด้านหลังออกไป ซึ่งตำรวจมั่นใจว่าเป็นรถคันเดียวกันที่ก่อเหตุ

สำหรับประวัติของนายต้นผู้ต้องหารายนี้ เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จับกุมดำเนินคดีเกี่ยวกับอาวุธปืนมาแล้วหลายครั้ง และเคยเป็นอดีตแฟนเก่าของ น.ส.พรพิมล ซึ่งเป็นลูกสาวของนางพัชรีที่ถูกเรียกค่าไถ่ ก่อนเลิกรากันไป แต่กลับมาก่อเหตุลักพาตัวอดีตแม่ยายไปเรียกเงินค่าไถ่ เนื่องจากอดีตแม่ยายไม่เคยพบเห็นนายต้นมาก่อน เพราะอยู่กันคนละพื้นที่.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สโมสรโรทาแรคท์แสตมฟอร์ด จัดโครงการ “รักษ์น้ำ รักษ์ปลา รักสิ่งแวดล้อม”

สโมสรโรทาแรคท์แสตมฟอร์ด จัดโครงการ “รักษ์น้ำ รักษ์ปลา รักสิ่งแวดล้อม”

วันที่ 25 กันยายน 2566 สโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด วิทยาเขตหัวหิน – ชะอำ จัดโครงการ “รักษ์น้ำ รักษ์ปลา รักสิ่งแวดล้อม” ปล่อยปลา สัตว์ทะเลคืนสู่ทะเล ที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มีนายณัฐพล พรรณจ้อย นายกสโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ศาสตราจารย์ ดร.เฮลมุท เชพเพิร์ส นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน นางเบญจมาส อ่วมสอาด ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด นักศึกษาโรทาแรค์เทอร์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อาจารย์ที่ปรึกษาและนักศึกษาโรทาแรค์เทอร์ สโมสรโรทาแรค์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล มวลมิตรโรแทเรียน เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 80 คน โดยเริ่มจากการรับชมวีดีทัศน์ความเป็นมาของอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร เรียนรู้โครงการในพระราชดำริ โครงการจัดสร้างปลูกป่าโกงกางแห่งแรกในประเทศไทย ความสำคัญของการรักษาพันธุ์สัตว์น้ำ รักษาระบบนิเวศน์ การอนุรักษ์พลังงาน การจัดการขยะ เป็นต้น

จากนั้นคณะได้เยี่ยมชมภายในศูนย์ดูวิธีการจัดการขยะ การคัดแยกขยะ และโครงการต่างๆ ก่อนเดินทางสู่บริเวณชายหาดในเขตอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร และร่วมกันปล่อยสัตว์น้ำ อาทิ ลูกปลากระพง และหอยตลับ กลับคืนสู่ท้องทะเล

นายณัฐพล พรรณจ้อย นายกสโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด กล่าวว่าโครงการนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนัก สร้างจิตสำนึกให้กับประชาชน รวมถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ในการรักษาสิ่งแวดล้อม มาร่วมคืนชีวิตสัตว์น้ำสู่ทะเล เพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ รักษาระบบนิเวศน์

ศ.ดร.เฮลมุท เชพเพิร์ส นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมาก เป็นที่น่าภูมิใจที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ เช่นนักศึกษาโรทาแรคท์จากมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ มาร่วมกันทำกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์หลายๆ กิจกรรมที่สโมสรโรทาแรคท์ได้ทำเพื่อสังคมเสมอมา นับเป็นตัวอย่างที่ดีให้เยาวชนคนอื่นได้เป็นแบบอย่างต่อไป หากมีสิ่งใดที่สโมสรโรตารีรอยัลหัวหินจะสามารถสนับสนุนได้ในกิจกรรมโครงการต่างๆ ในอนาคต เรายินดีเสมอ.