Categories
ข่าว ทั้งหมด

นายกเล็กหัวหิน ทำบุญเทศบาลครบรอบปีที่ 86

นายกเล็กหัวหิน ทำบุญเทศบาลครบรอบปีที่ 86

วันที่ 2 ตุลาคม 2566 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ นำคณะผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเทศบาล ตลอดจนพนักงานจ้าง ร่วมประกอบพิธีไหว้พระพรหม และทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาเทศบาลเมืองหัวหิน ปีที่ 86 โดยมีพระครูวิจิตรธรรมวิภัช เจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดบุษยะบรรพต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ที่บริเวณอาคาร 1 ลานจอดรถชั้น 1B สำนักงานเทศบาลเมืองหัวหิน เพื่อความเป็นสิริมงคลและอุทิศส่วนกุศลให้กับอดีตนายกเทศมนตรี สมาชิกสภาเทศบาล พนักงาน ลูกจ้างที่ล่วงลับไปแล้ว จากนั้น นายกเทศมนตรีได้มอบนโยบายการพัฒนาเทศบาล 7 ด้าน ได้แก่ 1.นโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐาน 2.นโยบายด้านเศรษฐกิจ 3.นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม 4.นโยบายการพัฒนาสุขภาวะแบบองค์รวม 5.นโยบายด้านการศึกษาและวัฒนธรรม 6.นโยบายการพัฒนาด้านการเมืองและการบริหาร 7.นโยบายด้านการพัฒนาชุมชนและสวัสดิการ 8.นโยบายการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (SMART CITY) เพื่อการขับเคลื่อนสู่เทศบาลนครหัวหินต่อไป

พร้อมกันนี้ได้มีการจัดนิทรรศการที่ได้รับรางวัลด้านเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และเมืองสุขภาพดี และร่วมกัน Big Cleaning Day ภายในสำนักงาน (5 ส) และรอบสำนักงาน

ในอดีต หัวหินเป็นพื้นที่ขึ้นตรงกับแขวงปราณบุรี จังหวัดปราณบุรี (หลังจากได้ย้ายศาลากลางจังหวัดไปที่ตำบลเกาะหลัก จึงได้เปลี่ยนเป็นจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) บางช่วงสมัยแขวงเมืองปราณบุรีถูกยุบรวมกับเมืองเพชรบุรี หัวหินจึงถูกอยู่ในความดูแลของจังหวัดเพชรบุรี ภายหลังจึงได้มีการยกฐานะหัวหินขึ้นเป็นกิ่งอำเภอหัวหิน ขึ้นตรงกับอำเภอปราณบุรี และเป็นอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ เมื่อ พ.ศ.2492 เทศบาลตำบลหัวหินจึงอยู่ในเขตพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ต่อมา พ.ศ.2480 ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลตำบลหัวหิน ดูแลพื้นที่ตำบลหัวหินและตำบลหนองแก กิ่ง อ.หัวหิน อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ เป็นเทศบาลตำบลหัวหิน มีพื้นที่รับผิดชอบ 72 ตารางกิโลเมตร ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลตำบลหัวหิน พ.ศ.2538 โดยขยายเขตเพิ่มเติมจากเดิม 72 ตารางกิโลเมตร เป็น 86.36 ตารางกิโลเมตรมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งขยายพื้นที่ลงไปในทะเล 500 เมตรด้วย ระยะแรกการจัดตั้งเทศบาลตำบลหัวหินมีราษฎรประมาณ 4,000 คน มีบ้านเรือนประมาณ 500 หลัง มีรายได้ประมาณ 30,000-40,000 บาท และเมื่อพ.ศ.2492 กิ่งอำเภอหัวหินยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอหัวหิน และต่อมาเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2547 ได้มีการประกาศกระทรวงมหาดไทยเปลี่ยนแปลงฐานะจากเทศบาลตำบลหัวหิน เป็นเทศบาลเมืองหัวหิน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มติเอกฉันท์เลือก ‘นันทสิทธิ์ นิตย์เมธา’ นั่ง นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์คนใหม่

มติเอกฉันท์เลือก ‘นันทสิทธิ์ นิตย์เมธา’ นั่ง นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์คนใหม่

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2566 สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ได้จัดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565-2566 ณ โรงแรม เดอะ รอยัล ริเวอร์ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 38 คน จาก 38 องค์กรเพื่อรายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ในรอบปีที่ผ่านมา (ตุลาคม 2565-กันยายน 2566) โดยมีรายละเอียดโครงการประกอบด้วย

1. โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการผู้ผลิตข่าวดิจิทัลรุ่นเยาว์ รุ่นที่ 6 ประจำปี 2565
2. งานประกาศผล “รางวัลข่าวดิจิทัลยอดเยี่ยม ประจำปี 2565” (Digital News Excellene Awards 2022)
3. โครงการ หยุดข้อมูลลวง…Stop Fake, Spread Facts “ร่วมปลุกสังคม รู้เท่าทันข้อมูลลวง”
4. กิจกรรม SONP Outing และกิจกรรมระดมสมอง Gallery Walk with SONP วันที่26-29 กุมภาพันธ์ 2566 ณ โรงแรม ณ ทรีธารา
5. โครงการ Regional Seminar 2023
6. การจัดประชุม “ทิศทางการพัฒนาสื่อออนไลน์ของลาว” ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติลาว นครเวียงจันทน์ สปป.ลาว
7. “โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการผู้ผลิตข่าวดิจิทัลรุ่นเยาว์” หรือ “Young Digital News Providers” รุ่นที่ 7 ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 22-24 กันยายน 2566 ณ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี
8. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) จัดกิจกรรมเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับสื่อมวลชน ร่วมกับผู้ทรงวุฒิด้านกฎหมาย PDPA และกิจการสื่อ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ มีมติเอกฉันท์เลือก นันทสิทธิ์ นิตย์เมธา Senior Manager ฝ่ายนิวมีเดีย สถานีโทรทัศน์โมโน 29 นั่งนายกสมาคมฯ คนใหม่ พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคม ฯ ชุดใหม่ รวม 20 คน จากผู้แทนองค์กรสมาชิก.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เปิดตัวถนนวัฒนธรรมสู้ศึกคึกคัก สืบสานวัฒนธรรมไทย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว

เปิดตัวถนนวัฒนธรรมสู้ศึกคึกคัก สืบสานวัฒนธรรมไทย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว

วันที่ 1 ตุลาคม 2566 นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดตัว 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ สืบสานวัฒนธรรมไทย ที่ตลาดวัฒนธรรมสู้ศึกคึกคัก ชุมชนหัวบ้าน เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ มี น.ส.วราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวรายงาน พร้อมด้วย น.ส.ฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ นายชาญวิทย์ อุณหสุทธิยานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ เครือข่ายวัฒนธรรมทั้ง 8 อำเภอ ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ และประชาชนร่วมพิธี ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ ยามเย็นและการออกร้านจำหน่ายสินค้า อาหารของผู้ค้าจากชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ

สำหรับตลาดวัฒนธรรมสู้ศึกคึกคัก ได้รับการคัดเลือกจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรมให้เป็น 1 ใน 10 ตลาดบก สืบสานวัฒนธรรมไทย เนื่องจากมีอัตลักษณ์ของชุมชนที่โดดเด่น สามารถต่อยอดส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน โดยทุกเช้าวันอาทิตย์จะมีการจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรถนนวัฒนธรรมสู้ศึก ตั้งแต่เวลา 6.30 น. และช่วงเย็น เวลา 17.00 – 21.00 น. มีการจัดกิจกรรมตลาดวัฒนธรรม จัดแสดงสาธิตและจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม อาหารพื้นถิ่นจากผู้ค้าในชุมชนเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ

ทั้งนี้ ถนนสู้ศึก ชุมชนหัวบ้าน เขตเทศบาลเมืองประจวบฯ มีระยะทางประมาณ 800 เมตร จรดทางเข้ากองบิน 5 ได้รับการประกาศจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็นถนนสายวัฒนธรรม 1 ใน 11 แห่ง เป็นชุดแรกเมื่อปี 2560 มีประวัติศาสตร์ที่สำคัญสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ.2484 ซึ่งทหารญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกที่อ่าวมะนาว เพื่อเคลื่อนทัพต่อไปยังประเทศเมียนมา แต่ทหารอากาศ ตำรวจ และพลเรือนของไทยได้ร่วมกันต่อสู้เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ตลอดเส้นทางมีสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง (ศาลหลักเมืองเก่า) บ้านเรือนของวีรชน หอศิลป์บ้านคุณยาย พิพิธภัณฑ์บ้านอาจารย์ไก่ และบ้านเก่าเล่าเรื่องที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานควรค่าแก่การศึกษาเรียนรู้ นอกจากนี้ยังมีโรงแรม ร้านอาหาร และมีกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นอัตลักษณ์ของถนนสายวัฒนธรรม เช่น กิจกรรมตักบาตรเช้าวันอาทิตย์ การบรรเลงดนตรีไทยเดิมของคนในชุมชน กิจกรรมลีลาศของชมรมลีลาศประจวบฯ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดประจวบฯ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดอ่าวน้อย ชวนร่วมสวดมนต์สร้างบุญบารมีทุกวันเสาร์ พาให้ชีวีมีสุข

วัดอ่าวน้อย ชวนร่วมสวดมนต์สร้างบุญบารมีทุกวันเสาร์ พาให้ชีวีมีสุข

เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันเสาร์ที่ 30 กันยายน 2566 ที่วัดอ่าวน้อย หรือวัดเขาถ้ำวิปัสสนา ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ พระมหาประชัน เจ้าอาวาสวัดอ่าวน้อย จัดกิจกรรมร่วมกันสวดมนต์ สร้างบุญทานบารมีให้กับตัวเอง ครอบครัว หมู่บ้าน และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปัดเป่าทุกข์โศกโรคภัย พาให้ชีวิตพบแต่ความเจริญรุ่งเรืองและมีความสุข โดยจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง 18.00 น.โดยประมาณ ซึ่งในวันนี้มีพุทธศาสนิกชนกลุ่มเพ็ญพุทธประจวบคีรีขันธ์ ให้ความสนใจเข้าร่วมสวดมนต์ปฏิบัติธรรมเจริญสมาธิภาวนาเกือบ 200 คน มีพระอาจารย์หลวงพ่อราเชนทร์ เจ้าอาวาสวัดทุ่งประดู่ อ.ทับสะแก หลวงพ่อก้อน จากสำนักสงฆ์เขาตาม่องล่าย พระอาจารย์หน่อง จากวัดคั่นกระได เข้าร่วมนำสวดมนต์นั่งสมาธิเจริญจิตภาวนา

นายอนุภาพ พูลสวัสดิ์ ประธานกลุ่มเพ็ญพุทธประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า กิจกรรมสวดมนต์สร้างบุญบารมีให้กับตัวเองในวันนี้เจ้าอาวาสวัดอ่าวน้อย หรือวัดเขาถ้ำวิปัสสนา จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันเสาร์ สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถติดตามได้ที่เพจเฟซบุ๊กวัดอ่าวน้อย หรือเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป โดยขอให้ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมใส่ชุดนุ่งขาว ห่มขาว หรือถ้าไม่มีชุดขาว สามารถนุ่งกางเกงสีดำ หรือสีที่ไม่ฉูดฉาด และสวมใส่เสื้อสีขาวเข้าร่วมสวดมนต์ได้เช่นกัน โดยทางวัดมีหนังสือสวดมนต์ไว้คอยบริการ นอกจากนี้ยังมีผู้ใจบุญมาร่วมเปิดโรงทานเลี้ยงอาหารให้กับผู้ที่มาเข้าร่วมสวดมนต์ปฏิบัติธรรมอีกด้วย โดยญาติธรรมท่านใดที่สนใจจะร่วมถวายสิ่งของสังฆทาน หรือจะร่วมทำบุญบริจาคโรงทานเลี้ยงอาหาร สามารถมาติดต่อกับทางวัด หรือที่เจ้าอาวาส ตั้งแต่ช่วงเช้าถึง 18.00 น. ที่โบสถ์ไม้สัก ซึ่งทุกๆ วันเสาร์จะมีการสวดมนต์บทพระธรรมจักร พระมหาจักรพรรดิ พระคาถาเงินล้าน พระคาถาหลวงปู่พระอุปคุต หลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ คาถาขอฝน เป็นต้น รวมถึงการนั่งสมาธิเจริญจิตภาวนา แผ่เมตตาให้กับสรรพสัตว์ทั้งหลาย เจ้ากรรมนายเวร และสัมภเวสีต่างๆ เพื่อเป็นการสั่งสมบุญพาให้ชีวิตตนเองและครอบครัวพบแต่ความสุขกาย สบายใจ ฐานะการเงินคล่องตัว.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เฟ้นหาสาวงามเข้าชิงชัยมิสแกรนด์ 2024 พร้อมของรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท

ประจวบฯ เฟ้นหาสาวงามเข้าชิงชัยมิสแกรนด์ 2024 พร้อมของรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท

วันที่ 1 ตุลาคม 2566 นายภาติยะ นิ่มน้อย ผู้ถือลิขสิทธิ์มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ปี 2024 จัดงานเปิดตัวผู้สนับสนุนหลัก มิสแกรนด์ประจวบฯ 2024 อย่างเป็นทางการ และเปิดรับสมัครสาวงามผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์ประจวบฯ 2024 ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนร่วมงาน ที่ SLK CLINIC สาขาหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมชมการแสดงจากศิลปินเกิร์ลกรุ๊ป จาก Varda by sinee นำโดยคุณสุธาสินี พรมเลี่ยม กรรมการผู้จัดการ วาร์ดาบายสินี ชมการเดินโชว์ของเหล่ามิสแกรนด์ “น้องอีฟ” น.ส.บุญสิตา เกิดก้าน รองชนะเลิศอันดับ 1 มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2023 และ “น้องเบนซ์” น.ส.สุภาพร ยมรักษ์ มิสแกรนด์สมุทรปราการ 2023 และน้องๆ แกรนด์ไอดอล ประจวบคีรีขันธ์ 2023

นายภาติยะ นิ่มน้อย กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เพื่อแนะนำผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ในการประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2024 คือ ด.ร.มนัสพันธน์ จัตุพันธ์ (คุณกวาง) ผู้บริหารคลินิคศัลยกรรมเสริมความงาม SLK CLINIC สาขาหัวหิน พร้อมมอบ gift voucher สำหรับผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์ประจวบฯ 2024 ทุกท่าน ส่วนสถานที่การจัดประกวด กำหนดจัดขึ้นที่บลูพอร์ตช่วงเดือนมกราคมปีหน้า ขณะนี้เปิดรับสมัครสาวงามผู้เข้าประกวดที่มีอายุตั้งแต่ 17 – 29 ปี ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ที่ SLK คลินิก หัวหิน และสาขาเมืองประจวบฯ หรือสมัครทางช่องทางอื่น เช่นเพจ missgrandprachuapkhirikhan และช่องทางเฟซบุ๊ก สามารถทักผ่านกล่องข้อความได้เลย ในปีนี้ผู้เข้าประกวดจะมีจำนวนสูงสุด 24 คน จากทั้งหมด 8 อำเภอ แต่ละอำเภอส่งตัวแทนได้ 3 คน เพื่อสู้ศึกบนเวทีมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ต่อไป

สำหรับผู้ชนะในการประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2024 ปีนี้ จะได้รับมงกุฎเพชรมูลค่า 200,000 บาท ถ้วยโทรฟี่และสายสะพายพร้อมเงินรางวัล และ gift voucher รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 2 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีรางวัลสำหรับพี่เลี้ยงนางงาม ระหว่างนี้ใครสนใจที่จะประกวดในรูปแบบอำเภอ สามารถติดตามรายละเอียดการสมัครได้ตามช่องทางของเพจมิสแกรนด์ประจวบฯ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้สมัครทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด เข้ามาประกวดได้ แต่มีหลักเกณฑ์ว่าต้องสามารถปฏิบัติงานได้ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ วางพวงมาลาน้อมรำลึกรัชกาลที่ 4 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต

ประจวบฯ วางพวงมาลาน้อมรำลึกรัชกาลที่ 4 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต

วันที่ 1 ตุลาคม 2566 ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทุกหมู่เหล่า ร่วมประกอบพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต วันที่ 1 ตุลาคม 2566 ภายในอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ อ.เมืองประจวบฯ โดยว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ประธานในพิธีได้กล่าวอาเศียรวาทราชสดุดีน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรไทยและประเทศชาติ และเทิดพระเกียรติพระปรีชาสามารถของพระองค์ในฐานะที่ทรงเป็นพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย

ต่อมาว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ได้นำส่วนราชการและประชาชนจิตอาสาพระราชทานจากทุกภาคส่วน ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ และบริเวณชายทะเล โดยร่วมกันปลูกต้นไม้ เก็บกวาดขยะโดยรอบให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงาม ทำให้บริเวณโดยรอบมีภูมิทัศน์ที่สวยงามมากขึ้น

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชสมภพเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2347 เสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2394 ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญ ได้แก่ ทรงแก้ไขธรรมเนียมข้าราชการเข้าเฝ้า ให้สวมเสื้อเช่นประเทศตะวันตก ทรงทำสัญญาทางพระราชไมตรีและการต่างประเทศกับชาติตะวันตก หรือสนธิสัญญาเบาว์ริง ทรงนำสยามรอดพ้นจากการตกเป็นอาณานิคมของตะวันตก ทรงสนพระทัยเรียนรู้ภาษาตะวันตกและวิชาการของตะวันตก เช่น วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ จนทรงสามารถทำนายการเกิดสุริยุปราคาที่ตำบลหว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้อย่างแม่นยำและได้รับการถวายพระราชสมัญญานาม พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย พระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2411 โดยรัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 1 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันรัฐพิธีที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ตลาดลงเล สามร้อยยอดเตรียมจัดคอนเสิร์ต ต้อนรับเทศกาลวันแห่งความรัก

ตลาดลงเล สามร้อยยอดเตรียมจัดคอนเสิร์ต ต้อนรับเทศกาลวันแห่งความรัก

วันที่ 30 กันยายน 2566 นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอสามร้อยยอด ร.ต.ต.ธิติ เนตรสว่าง นายก อบต.สามร้อยยอด นายสิทธิศักดิ์ น้อยผลเพชร กำนันตำบลสามร้อยยอด ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอสามร้อยยอด นายดำหริ กำปั่นวงษ์ ประธานตลาดลงเล และนายสุเมธ เจริญสุข ประธานชมรม CSR เพื่อการท่องเที่ยวตำบลสามร้อยยอด ร่วมกันแถลงข่าวเตรียมการจัดงานคอนเสิร์ตความสุขบนผืนทรายในชื่อตอน “ลงเล ที่รัก” ที่บริเวณตลาดลงเล หาดสามร้อยยอด ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายดำหริ กำปั่นวงษ์ ประธานตลาดลงเล กล่าวว่า ตลาดลงเลตอนนี้ได้รับการตอบรับจากลูกค้า นักท่องเที่ยวและชาวบ้านเป็นอย่างดี ซึ่งเรามีการอบรมพ่อค้าแม่ค้าโดยกระทรวงสาธารณสุข จนได้รับมาตรฐานของอาหารปลอดภัยและราคาเป็นกันเอง จะเน้นอาหารพื้นบ้าน อาหารทะเล และอาหารประจำถิ่น ตอนนี้มีประมาณ 100 กว่าร้าน สามารถรองรับนักท่องเที่ยว 2 – 3 พัน คนได้ บางสัปดาห์มีถึง 4 – 5 พันคน จนเต็มชายหาด รวมรายได้ไม่ต่ำกว่า 5 – 6 แสนบาท สูงสุดเคยแตะหลักล้านมาแล้ว ในภาพรวมถือว่าสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

นายสุเมธ กล่าวว่าคอนเสิร์ตที่จะจัดขึ้นในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นช่วงเทศกาลเดือนแห่งความรัก ใช้ชื่อคอนเสิร์ตว่า “ลงเล ที่รัก” ฉะนั้นบรรยากาศในงานเน้นสีชมพู และศิลปินที่จะมาในวันนั้นมี สิงโต นำโชค, แหลม สมพล, วี วิโอเลต และวงละมัย แต่ละวงเป็นแนวเพลงสนุกสนาน และที่กลมกลืนกับบรรยากาศเดือนแห่งความรัก ตั้งแต่เริ่มทำตลาดลงเล มีคอนเซ็ปต์ว่า “ความสุขบนผืนทราย” อยากให้นักท่องเที่ยวได้มาสามร้อยยอด มาสัมผัสผืนทรายอย่างแท้จริง นักท่องเที่ยวสามารถนั่งบนพื้นทรายได้ เอาเสื่อมาปูนั่ง ในวันที่ 9 จะมีการร่อนทราย ฉะนั้นพื้นทรายที่นี่จะขาวสะอาด ในวันคอนเสิร์ตสามารถถอดรองเท้าเดินบนพื้นทรายได้อย่างไม่ต้องกังวลว่าจะมีอะไรมาทิ่มแทงเท้า

ด้าน ร.ต.ต.ธิติ เนตรสว่าง นายก อบต.สามร้อยยอด กล่าวว่าพื้นที่สามร้อยยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยว สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้ชาวบ้านสามร้อยยอดมีรายได้ นำสินค้าเกษตร สินค้าแปรรูปมาจำหน่ายที่ตลาดลงเล รวมทั้งมีกิจกรรมตลอด ทำให้นักท่องเที่ยวมีแต่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเรื่องความปลอดภัย ได้รับความร่วมมือจากทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายปกครอง ที่พร้อมจะดูแลนักท่องเที่ยวทุกท่านที่มาเที่ยวสามร้อยยอด มาสัมผัสกับมนต์ทะเลทะเลสามร้อยยอด มาสัมผัสกับการนั่งริมทะเลแล้วไม่เหนียวตัว มีเกาะโครัม เกาะนมสาว ส่วนงานคอนเสิร์ตเริ่มจำหน่ายบัตรราคา 600 บาท ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 หลังจากนั้นบัตรราคา 1,000 บาท.

ภาพ/ข่าว : ฐิติชญา แสงสว่าง

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เศร้า ! รอง สว.จร.ชะอำ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตก่อนลูกสาวเข้ารับปริญญาแค่ 6 วัน

เศร้า ! รอง สว.จร.ชะอำ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตก่อนลูกสาวเข้ารับปริญญาแค่ 6 วัน

วันที่ 30 กันยายน 2566 พ.ต.ท.ธวัชชัย ขุนเอม รอง ผกก.สอบสวน สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนป้ายบอกทางเกาะกลางถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ ปากทางเข้าวัดบางไทรย้อย อ.ชะอำ มีตำรวจเสียชีวิต 1 ราย จึงรายงานให้ พล.ต.ต.ปิติ นฤขัติพิชัย ผบก.ภ.จ.เพชรบุรี ทราบ จากนั้นพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมเกียรติ โฉมฉาย ผกก.สภ.ชะอำ แพทย์ รพ.ชะอำ ชุดสืบสวน และมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถานรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบศพ ร.ต.ท.รังสรรค์ เย็นสบาย อายุ 56 ปี รอง สว.จร.สภ.ชะอำ นอนเสียชีวิตในชุดเครื่องแบบตำรวจจราจรอยู่บริเวณเกาะกลางถนน ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สีขาวดำ ทะเบียนตราโล่ 81478 ล้มคว่ำอยู่กลางถนน และพบป้ายบอกทางมีรอยเฉี่ยวชนล้มอยู่กับพื้น จึงทำการบันทึกตรวจสอบที่เกิดเหตุไว้ พร้อมทั้งตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดตรงจุดเกิดเหตุ รวมถึงพยานที่พบเห็นเหตุการณ์เพื่อดำเนินการต่อไป ก่อนให้เจ้าหน้าที่นำศพส่งยังโรงพยาบาลชะอำ ให้แพทย์ตรวจอีกครั้ง ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวผู้เสียชีวิตและเพื่อนตำรวจที่ร่วมงาน

จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ร.ต.ท.รังสรรค์ ได้มาปฏิบัติหน้าที่ปล่อยแถวที่ตู้บริการประชาชนสี่แยกชะอำ จากนั้น ร.ต.ท.รังสรรค์ ได้ขี่รถจักรยานยนต์แยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ประจำตู้ยามห้วยตะแปด ถนนสายบายพาสชะอำ – ปราณบุรี โดยรายงานสภาพการจราจรบริเวณแยกห้วยตะแปด ลงในไลน์กลุ่มงานจราจร สภ.ชะอำ เป็นระยะ กระทั่งต่อมาพบว่า ร.ต.ท.รังสรรค์ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ปิติ นฤขัติพิชัย ผบก.ภ.จ.เพชรบุรี ได้เดินทางมาแสดงความเสียใจและให้กำลังใจญาติผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งรับปากจะดูแลสิทธิประโยชน์ให้กับครอบครัวผู้ตายอย่างเต็มที่ ซึ่งทราบว่าบุตรสาว ร.ต.ท.รังสรรค์ ตั้งใจพาพ่อเดินทางไปรับปริญญาอีก 6 วันข้างหน้า แต่มาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตก่อน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เหล่าสาวกอนิเมะร่วมงาน “HUAHIN YUME COSPLAY ครั้งที่ 2” ที่หัวหินคับคั่ง

เหล่าสาวกอนิเมะ ร่วมงาน “HUAHIN YUME COSPLAY ครั้งที่ 2” ที่หัวหินคับคั่ง

วันที่ 30 กันยายน 2566 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดงาน “HUAHIN YUME COSPLAY ครั้งที่ 2” ที่บริเวณลานกิจกรรมหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน โดยมีว่าที่ ร.ต.กรกฎ โอภาส รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม ประธานกลุ่มเราเพื่อนกัน นายสรรภพ อึ้งรัศมี สท.หัวหิน นายนิพนธ์ วรรณศรีเพ็ชร ประธานการจัดงาน นายธีรยุทธ สุขลาภ ผู้ช่วยผู้จัดการศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจหัวหิน และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ พร้อมทั้งบรรดาเหล่าสาวกอนิเมะในชุดคอสเพลย์จากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศกว่า 600 คน เข้าร่วมกิจกรรม มีการแสดงจากโครงการ TO BE NUMBER ONE และการแสดงจากโรงเรียนรัสเชีย บัลเล่ต์หัวหิน การแข่งขัน FREE STAGE กิจกรรม RANDOM DANCE การออกร้านสินค้าเกี่ยวกับ COSPLAY และการ์ตูนอนิเมะ การออกบูธขายสินค้าเชกิของเหล่าเลเยอร์ การแสดงรถอนิเมะจากกลุ่ม Itasha Club Thailand การรวมตัวของเหล่าเลเยอร์ในอำเภอหัวหินและจากทั่วประเทศไทย

นายนิพนธ์ วรรณศรีเพ็ชร กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ COSPLAY หรือการแต่งกายเลียนแบบตัวละครในเกม หรือการ์ตูน กำลังมีกระแสโด่งดังในยุคปัจจุบัน ส่งผลให้เด็กๆ และเยาวชนไทยให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ทีมงานจึงมีแนวคิดที่จะส่งเสริมให้กิจกรรม COSPLAY เกิดขึ้นในบ้านของเรา โดยใช้ชื่อ “HUAHIN YUME COSPLAY” มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างชื่อเสียงให้แก่อำเภอหัวหิน ส่งเสริมให้มีเวทีการแสดงออกของเยาวชนที่มีความสนใจในกิจกรรม COSPLAY และส่งเสริมให้เกิดความรัก ความเข้าใจระหว่างเด็กกับผู้ปกครอง ก่อให้เกิดกิจกรรมในครอบครัว โดยมีเยาวชนและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ไก่ย่างเจ้หนูเจ้าเก่าสูตรโบราณ ขายมานานกว่า 35 ปี

ไก่ย่างเจ้หนูเจ้าเก่าสูตรโบราณ ขายมานานกว่า 35 ปี

วันที่ 29 กันยายน 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ริมฟุตบาท ถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ หมู่ 2 ต.เขาน้อย อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตรงข้ามโรงงานสับปะรด TPC เลยสำนักงานไปรษณีย์ไทย สาขาปราณบุรี ประมาณ 200 เมตร เพื่อพบ น.ส.วิไล (เจ้หนู) เติมธนะศักดิ์ เจ้าของร้านกำลังขะมักเขม้นกับลูกชาย ช่วยกันย่างไก่บนเตาที่ใช้ถ่านเป็นเชื้อเพลิง

เจ้หนูเปิดเผยว่า ได้สูตรการทำไก่ย่างมาจากนายจ้างอิสลาม ที่ตนเคยไปเป็นลูกจ้าง เมื่ออายุประมาณ 13 ปี ตั้งแต่ช่วยนายจ้างทำไก่ หมักไก่ ทำน้ำจิ้มที่บ้านทุกวัน ก่อนจะออกไปขายไก่ย่างที่หน้าตลาด จนเกิดความชำนาญ ต่อมานายจ้างได้เสียชีวิต ตนจึงออกมารับช่วง ทำไก่ขายเองจนถึงปัจจุบัน แต่ก่อนที่จะเป็นไก่ย่างสูตรโบราณ นายจ้างเคยเล่าว่าตอนเป็นวัยรุ่น ไปเกณฑ์ทหารจับได้ใบแดง ต้องเป็นทหารเรือประจำอยู่ที่จังหวัดปัตตานี วันไหนว่างก็จะเดินเที่ยวตามตลาด เห็นอาหารพื้นบ้านหลากหลายชนิดน่ากิน แต่ที่นายจ้างบอกว่าสนใจมาก คือไก่ย่างกอและ คิดว่าหลังจากปลดประจำการ น่าจะทำเป็นอาชีพได้ แต่ติดตรงที่ไก่ย่างกอและ จะมีเครื่องเทศรสจัด ไม่เหมาะกับคนภาคกลางกิน หลังจากกลับมาอยู่บ้าน ได้ลองทำไก่ย่างขาย แต่ปรับสูตรใหม่ ทดลองจนได้รสชาติอร่อย เหมาะกับคนภาคกลาง จึงทำขายตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

สำหรับการทำไก่ย่าง มี 3 ขั้นตอน 1. การหมักไก่ 2.ทำน้ำชุบ 3.น้ำจิ้มสด วัตถุดิบที่นำมาหมักไก่ มีกระเทียมไทย พริกไทย เกลือ ผงปรุงรส นมสด 2.การทำน้ำชุบไก่ มีส่วนประกอบ น้ำกะทิสด พริกไทย กระเทียม เกลือ รากผักชี หรือเตยหอม 3. น้ำจิ้มสด มีส่วนผสพริกเกษตรสีแดง กระเทียมดองพร้อมน้ำกระเทียม น้ำตาล เกลือ ผักชี น้ำส้มสายชู

ขั้นตอนการหมักไก่ นำไก่สดขนาด 1.5 – 1.7 กิโลกรัม มาล้างทำความสะอาด แล้วนำมาคลุกเคล้ากับเครื่องหมักที่เตรียมไว้และหมักทิ้งไว้ 3 – 4 ชั่วโมง เพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าในเนื้อไก่

จากนั้นมาทำน้ำชุบ วิธีทำ นำเกลือ พริกไทยเม็ด กระเทียมไทย รากผักชี ผงกะหรี่ เกลือเล็กน้อย มาปั่นรวมกันจนละเอียด จากนั้นนำน้ำกะทิสด 1 กิโลกรัม มาเทใส่ลงในหม้อ นำส่วนผสมทั้งหมดใส่หม้อแล้วตั้งไฟต้มให้สุก พอน้ำเดือดได้สักพัก ก็นำมาพักไว้ จากนั้นมาทำน้ำจิ้มสด โดยนำพริก กระเทียม มาปั่นรวมกันให้ละเอียด ใส่น้ำตาลทราย เกลือ น้ำส้มสายชู น้ำต้มสุก ลงไป ชิมได้ 3 รส เป็นอันใช้ได้

วิธีการย่างไก่ น้ำไก่ที่หมักไว้มาย่างไฟ ทาด้วยน้ำชุบ ครั้งแรกย่างให้ไก่สุกทั้งสองข้างเพียงเล็กน้อย แล้วน้ำขึ้นมาพักไว้ เมื่อมีลูกค้าสั่งก็นำไก่ที่ย่างไว้มาสับให้เป็นชิ้น แล้วน้ำไปย่างไฟ และทาน้ำชุบอีกครั้ง เมื่อไก่ที่ด้านถูกไฟสุก ก็กลับไก่อีกด้านลงไปย่างและทาน้ำชุบอีกครั้ง รอจนไก่สุก ซึ่งไก่ย่างที่ย่างด้วยถ่านไม้ จะมีสีเหลืองเข้ม น่ารับประทานและกลิ่นหอมเครื่องเทศโชยขึ้นมา ส่วนไก่ย่างจะแล้วแต่ลูกค้าว่าต้องการไก่ย่างแบบแห้ง หรือแบบห่าม

เจ้หนูจะขายไก่ย่างสูตรโบราณกว่า 35 ปี ขายตัวละ 140 บาท ครึ่งตัว 70 บาท ชิ้นส่วนปีกไก่ เครื่องใน ขายไม้ละ 15 บาท วันหนึ่งจะขายเพียง 30 – 35 ตัวเท่านั้น ขายตั้งแต่เวลา 14.00 น. – 19.00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด สำหรับลูกค้าที่ต้องการสั่งไปใช้ในงานเลี้ยงสังสรรค์ ทำบุญงานพิธีต่างๆ สามารถสอบถามได้ หรือต้องการให้ไปย่างในงาน สั่งตั้งแต่ 50 ตัวขึ้นไป เจ้หนูไปย่างให้ฟรี แต่ต้องหารถมารับส่งด้วย สอบถามเพิ่มเติมในเฟซบุ๊ก เจ้หนูไก่ย่าง หรือโทร. 062 – 4938272.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน