Categories
ข่าว ทั้งหมด

ตร.ภูธรภาค 7 ตรวจประเมินโครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดของ สภ.ห้วยยาง

ตร.ภูธรภาค 7 ตรวจประเมินโครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดของ สภ.ห้วยยาง

วันที่ 17 สิงหาคม 2569 พ.ต.อ.สุภาพ วัยนิพิฐพงษ์, พ.ต.อ.จรรยวรรธน์ วิเศษชูชาติกุล รอง ผบก.สส.ภ.7, พ.ต.อ.ภูวดิท คงเพ็ชร ผกก. (สอบสวน) บก.สส.ภ.7 พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจประเมินผลการปฎิบัติงาน โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี พ.ศ.2569 ที่ศาลาประชาคมบ้านน้ำตก หมู่ 11 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ มี พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.ศิริชัย ไชยดี รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง, พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยาง, พ.ต.ท.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง, พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ รัศมี สว.อก.สภ.ห้วยยาง ชป.ตำบลยั่งยืน สภ.ห้วยยาง พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย และผู้นำชุมชน ประกอบด้วย นายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายก อบต.ห้วยยาง น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง รักษาราชการแทนนายอำเภอทับสะแก นางรัตนากร ศรวัฒนา พัฒนาชุมชนอำเภอทับสะแก นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง น.ส.อุษณีย์ ทอดสนิท กำนันตำบลห้วยยาง นางพัชชา แดงฉ่ำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 นาย สมศักดิ์ ถ้ำลอย ส.อบต.ห้วยยาง นางแววมณี จีนอ่ำ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน ผู้แทน สกร.อำเภอทับสะแก ผู้แทน ฉก.จงอางศึก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน .อสม. คณะกรรมการคุ้ม หมู่ 3, หมู่ 11 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก ร่วมให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ สภ.ห้วยยาง ได้ดำเนินงานโครงการตำบลยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ 2569 ที่บ้านทุ่งยาว หมู่ 3 และบ้านน้ำตกสายหนึ่ง หมู่ 11 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ ได้รับการตรวจประเมิน จากตำรวจภูธร จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นลำดับที่ 1 และเป็นปีที่ 4 ที่ดำเนินโครงการนี้แล้วดีเด่นเป็นลำดับที่ 1 ของจังหวัด ซึ่งการรับตรวจจากคณะตรวจประเมินของตำรวจภูธรภาค 7 ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ร่วมกันสร้างความรัก ความอบอุ่นให้กับชุมชนของตน ส่งเสริมการศึกษาให้ผู้บำบัดได้เรียนต่อ ส่งเสริมอาชีพให้มีรายได้และมีเงินเหลือใช้เพิ่มมากขึ้น.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปิดฉากตระการตา งานใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์ พร้อมลีลาศสุดเหวี่ยงในบรรยากาศย้อนยุค

ปิดฉากตระการตา งานใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์ พร้อมลีลาศสุดเหวี่ยงในบรรยากาศย้อนยุค

ช่วงค่ำวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานปิดงานท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์จังหวัดประจวบฯ ที่เวทีกลาง งานใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์ สถานีรถไฟหัวหินหลังเก่า จ.ประจวบฯ มี ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ นายวิโรจน์ ชูแก้ว นายอำเภอบางสะพานน้อย แขกผู้มีเกียรติ และนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมงาน พร้อมชมการแสดงจากนักเรียนโรงเรียนบางสะพานน้อยวิทยาคม จากนั้นเป็นการเปิดฟลอร์ลีลาศจากบรรดาเท้าไฟ กว่า 100 คน อย่างสวยงามตระการตา

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า การจัดงานใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์ เป็นการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ชื่อเสียงของจังหวัดประจวบฯ แหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรมการท่องเที่ยวทั้ง 8 อำเภอให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ตลอดระยะเวลาการจัดงาน ตั้งแต่วันที่ 10 – 18 สิงหาคม 2569 รวม 9 วัน 9 คืน มีนักนักท่องเที่ยวเข้าชมงานนับหมื่นคน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนจากการเดินทางเข้ามาจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวนับสิบล้านบาท รวมถึงประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มาร่วมย้อนรอยประวัติศาสตร์ของเมืองหัวหิน โดยเฉพาะสถานีรถไฟหัวหินที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี ได้มาสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านการแสดงของนักเรียนทั้ง 8 อำเภอ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและคาดว่าจะมีการจัดงานอีกครั้งในปีต่อไป พร้อมกันนี้ตนก็ขออำลาชีวิตราชการ โดยจะเกษียณในเดือนกันยายนนี้ด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน ซ้อมแผน หนี ซ่อน สู้ !! รับมือเหตุกราดยิง เสริมความปลอดภัยในโรงเรียน

เทศบาลนครหัวหิน ซ้อมแผน หนี ซ่อน สู้ !! รับมือเหตุกราดยิง เสริมความปลอดภัยในโรงเรียน

วันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดการอบรมและซ้อมแผนเผชิญเหตุในสถานศึกษาสังกัดเทศบาลนครหัวหิน ที่โรงเรียนเทศบาลเขาพิทักษ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มี น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรี พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาล พ.ต.ท.วรท กรุงกาญจนา รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูและนักเรียนเข้าร่วมรับฟังการบรรยายการให้ความรู้จากคณะวิทยากร สภ.หัวหิน ในเรื่องแผนการป้องกันเหตุกราดยิง และวิธีป้องกันเอาตัวรอดตามหลักยุทธวิธี หนี ซ่อน สู้ และร่วมกันซักซ้อมแผนเผชิญเหตุดังกล่าว เพื่อให้บุคลากรของโรงเรียน อาทิ ครู อาจารย์ และนักเรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ หากเกิดสถานการณ์ขึ้น เพื่อที่จะสามารถที่จะเอาตัวรอดได้ และเกิดความปลอดภัยในชีวิต โดยการให้ความรู้และกิจกรรมซักซ้อมแผนเผชิญเหตุในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ข่าวเหตุบุคคลคลุ้มคลั่ง ใช้อาวุธก่อเหตุในสถานศึกษาที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ พบว่าแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เทศบาลนครหัวหิน โดยกองการศึกษา ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยให้แก่เด็ก นักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัด จึงจำเป็นต้องจัดการฝึกซ้อมแผน “หนี ซ่อน สู้” เพื่อสร้างความตระหนักรู้ เสริมทักษะการตั้งสติ และการปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้องเมื่อเกิดเหตุจริง โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ คณะครูและนักเรียน เพื่อบูรณาการการทำงานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ และสามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้ การซักซ้อมดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อทบทวนแผนเผชิญเหตุ ประเมินจุดอ่อนจุดแข็งของระบบรักษาความปลอดภัย และยกระดับมาตรการป้องกันเชิงรุก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองและชุมชนโดยรอบว่า ทางสถานศึกษามีความพร้อมในการบริหารจัดการภาวะวิกฤติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเทศบาลนครหัวหินจะมีการให้ความรู้ให้ครบทั้ง 7 โรงเรียน และ 2 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัด.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อบจ.ประจวบฯ จับมือเทศบาลประจวบฯ จัดงานปลุกถนนสายวัฒนธรรมสู่แหล่งท่องเที่ยวระดับประเทศ

อบจ.ประจวบฯ จับมือเทศบาลประจวบฯ จัดงานปลุกถนนสายวัฒนธรรมสู่แหล่งท่องเที่ยวระดับประเทศ

วันที่ 17 สิงหาคม 2569 องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับเทศบาลเมืองประจวบฯ จัดแถลงข่าวโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่ ART CAFE GRANDMA’S HOUSE ถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก ชุมชนหัวบ้าน เทศบาลเมืองประจวบฯ อ.เมืองฯ จ.ประจวบฯ ภายใต้แนวคิด “ย้อนวันวาน มนต์เสน่ห์สู้ศึก” ระหว่างวันที่ 3 – 7 กันยายนนี้ ตั้งแต่เวลา 17.00 – 22.00 น. มีพันจ่าเอก พัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าวพร้อมด้วยนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน แขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน เพื่อสร้างการรับรู้และต่อยอดอัตลักษณ์ของชุมชนหัวบ้าน ให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงประสบการณ์ที่สำคัญของประจวบฯ พร้อมกันนี้ ได้มีพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) ด้านการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว ระหว่าง อบจ.ประจวบฯ และเทศบาลเมืองประจวบฯ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการงบประมาณและกำลังคน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู รวมถึงประชาสัมพันธ์ถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึกให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ กล่าวว่างาน “ย้อนวันวาน มนต์เสน่ห์สู้ศึก” จะช่วยปลุกเสน่ห์ชุมชนหัวบ้าน สู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองประจวบฯ นำเรื่องราวบ้านเก่า วิถีชีวิต ศิลปะวัฒนธรรม และความทรงจำของถนนสู้ศึก มาสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวแต่งกายย้อนยุค ร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งวันวาน “เราไม่ได้ต้องการเพียงจัดงาน แต่ต้องการทำให้ถนนสู้ศึกมีชีวิต” มีกิจกรรมให้กระจายไปตลอดแนวถนน เพื่อกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานเดินเที่ยวและสัมผัสพื้นที่จริงของชุมชน กิจกรรมสำคัญประกอบด้วยการประกวดแต่งกายย้อนยุค ชวนประชาชนร่วมแต่งกายในบรรยากาศสไตล์ละครย้อนยุค เช่น “วนิดา” และ “สุภาพบุรุษจุฑาเทพ” เพื่อสร้างสีสันให้ถนนทั้งสายกลายเป็นฉากแห่งวันวาน กิจกรรม “ผู้เฒ่าเล่าเมือง” เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นเก่าได้ถ่ายทอดเรื่องราวความทรงจำ และวิถีชีวิตของชุมชน เพื่อเชื่อมโยงอดีตกับคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยว

นายกมล แก้วเทศ กล่าวว่า อีกหนึ่งไฮไลต์ในงาน คือ Flash Mob ลีลาศย้อนยุค ที่เทศบาลฯ เชิญชวนนักลีลาศและประชาชนมาร่วมลีลาศพร้อมกันบนถนนสู้ศึก เปลี่ยนพื้นที่ถนนให้กลายเป็นฟลอร์ลีลาศกลางเมือง และร่วมกันสร้าง “ภาพประวัติศาสตร์แห่งถนนสู้ศึก” ไปด้วยกัน นอกจากนี้ ยังมีตลาดย้อนยุคชุมชน การแสดงดนตรีและศิลปะวัฒนธรรม การประดับไฟและจุดถ่ายภาพย้อนยุค เพื่อสร้างบรรยากาศให้ผู้มาเที่ยวสามารถใช้เวลาอยู่ภายในพื้นที่ได้ตลอดช่วงเย็นถึงค่ำ ใช้เทคโนโลยีพาคน “เดินให้ทั่วถนน” หนึ่งในกิจกรรมที่เทศบาลเมืองประจวบฯ นำมาใช้สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยว คือ “ตามหามนต์เสน่ห์สู้ศึก” โดยกำหนดจุดกิจกรรมกระจายอยู่ตลอดเส้นทาง ให้ผู้ร่วมงานใช้โทรศัพท์มือถือสแกนและสะสม RC จากจุดต่างๆ ตามกติกา เมื่อสะสมครบสามารถนำมาแลกรับของที่ระลึกได้

กิจกรรมดังกล่าวถูกออกแบบขึ้นเพื่อให้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือพานักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่เวทีกลาง และเดินเข้าไปค้นหาสถานที่สำคัญ บ้านเก่า งานศิลปะ และเรื่องราวต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ตลอดแนวถนนสู้ศึก ซึ่งจะช่วยกระจายผู้ร่วมงานและสร้างโอกาสให้ร้านค้าและชุมชนตลอดเส้นทางได้รับประโยชน์จากการจัดงาน พร้อมกันนี้ยังมี ซุ้มถ่ายภาพย้อนวันวาน ให้ผู้ร่วมงานบันทึกภาพความประทับใจและรับภาพที่ระลึกฟรี เพื่อให้ทุกคนมีความทรงจำจากการมาเยือนถนนสู้ศึกกลับไปด้วยให้ “คนในชุมชน” เป็นพระเอกของงานอีกแนวคิดสำคัญของโครงการ คือการนำคนในชุมชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเรื่องราว โดยเทศบาลเมืองประจวบฯ เชิญชวนคณะกรรมการชุมชนและประชาชนร่วมแต่งกายย้อนยุค ถ่ายภาพตามบ้านเก่า ร้านค้า สตรีทอาร์ต และพื้นที่ต่างๆ บนถนนสู้ศึก ภาพดังกล่าวจะถูกนำมาจัดทำเป็นภาพขนาดใหญ่พร้อมกรอบไม้ และจัดแสดงเป็น “นิทรรศการภาพแห่งความทรงจำ ถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก” ก่อนมอบภาพให้เจ้าของภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกภายหลังเสร็จสิ้นการจัดงาน จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมงานได้ตามวันดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำเดินแบบแฟชั่นผ้าไทยใส่สนุก#9 ชูพลังซอฟพาวเวอร์ของไทยสู่สายตานักท่องเที่ยว

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำเดินแบบแฟชั่นผ้าไทยใส่สนุก#9 ชูพลังซอฟพาวเวอร์ของไทยสู่สายตานักท่องเที่ยว

ช่วงค่ำวันที่ 16 สิงหาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการเดินแบบผ้าไทยใส่ให้สนุก “เส้นด้ายเดินทาง ครั้งที่ 9” ประจำปี 2569 ที่เวทีกลางงานใต้ร่มพระบารมี ท่องเที่ยวศรีคีรีขันธ์ สถานีรถไฟหัวหินหลังเก่า จ.ประจวบฯ ภายใต้กิจกรรม “สืบสานพระราชปณิธาน อนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” โดยมี พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นางอภิญญา เอี่ยมอำภา, นายปรีดา สุขใจ, พันจ่าเอกพัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ข้าราชการ คณะผู้บริหารเทศบาลนครหัวหิน ภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมแต่งกายชุดไทยพระราชนิยมและชุดผ้าไทย ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากเข้าร่วมชม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้นำกล่าวแสดงความอาลัย และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอนุรักษ์งานหัตถศิลป์ผ้าไทยและชุดไทยพระราชนิยม

สำหรับ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เป็นพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงน้อมนำพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและสืบสาน ภูมิปัญญาผ้าไทย และทรงพระราชทานแบบลายผ้า “ลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ” และ “ลายบุปผาบรมราชินีนาถ” เพื่อให้กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และประชาชนไทยนำไปเป็นต้นแบบ ต่อยอด สร้างสรรค์ เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่นให้เกิดรายได้อย่างยั่งยืน และสามารถนำมาประยุกต์เป็นเครื่องแต่งกายให้เข้ากับยุคสมัยได้อย่างสวยงาม ทันสมัยและสวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย สามารถยกระดับคุณภาพและความสวยงามของเครื่องแต่งกายแบบไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล

จากนั้นเป็นการเดินแบบในชุดไทยพระราชนิยม จากนางแบบมืออาชีพ 8 คน ประกอบด้วย 1. ชุดไทยเรือนต้น 2. ชุดไทยจิตรลดา 3. ชุดไทยอมรินทร์ 4. ชุดไทยบรมพิมาน 5. ชุดไทยดุสิต 6. ชุดไทยจักรี 7. ชุดไทยศิวาลัย และ 8. ชุดไทยจักรพรรดิ เป็นชุดที่หรูหราที่สุดในบรรดาชุดไทยพระราชนิยม จากนั้นเป็นการเดินชุดแฟชั่นผ้าไทย โดยหัวหน้าส่วนราชการ 12 ชุด ต่อด้วยชุดแฟชั่นผ้าไทยจากนางแบบ 8 ชุด ปิดท้ายด้วยการเดินแบบผ้าไทยจากนายแบบนางแบบกิตติมศักดิ์จำนวน 45 คู่ อย่างสวยงามตระการตา

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งงานใหญ่ที่จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หัวหิน เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ในเรื่องอัตลักษณ์ท้องถิ่นของไทย ผ่านความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของผ้าไทยกับกิจกรรมการเดินแบบแฟชั่นโชว์ผ้าไทย ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่จะสร้างซอฟต์พาวเวอร์ให้ต่างชาติได้รู้จักเมืองไทยในมุมต่างๆ อีกทั้งยังเป็นการช่วยผลักดันเมืองหัวหินให้เป็นเมืองแห่งศิลปะวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง ยกระดับผ้าไทยได้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล พร้อมทั้งยังเป็นการช่วยสร้างอาชีพ กระจายรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย และที่สำคัญยังเป็นการสร้างเสน่ห์ให้กับเมืองหัวหิน ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาสัมผัสซอฟต์พาวเวอร์ของไทย จะช่วยเรื่องเศรษฐกิจ ช่วยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว และส่งเสริมภาพลักษณ์ของเมืองหัวหิน ดึงความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ของผ้าไทยให้ประจักษ์สู่สายตาคนทั่วโลก.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มูลนิธิคนสร้างป่า ร่วมกับสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน ปลูกต้นไม้ 4 พันต้น คืนชีวิตให้ผืนป่ามรดกโลกแก่งกระจาน

มูลนิธิคนสร้างป่า ร่วมกับสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน ปลูกต้นไม้ 4 พันต้น คืนชีวิตให้ผืนป่ามรดกโลกแก่งกระจาน

วันที่ 16 สิงหาคม 2569 นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี พร้อมด้วยนายสุวัช สิงหพันธุ์ ประธานมูลนิธิคนสร้างป่า, น.ส.นภา แก้วเต็ม นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน พร้อมคณะ, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย, หน่วยงานภาครัฐ เอกชน, สถานศึกษา, ชุมชน, เยาวชนและประชาชนจิตอาสา กว่า 300 คน เข้าร่วมโครงการปลูกฟื้นฟูสภาพป่าอย่างมีส่วนร่วม ภายใต้แนวคิดคืนชีวิตให้ผืนป่ามรดกโลก ที่บ้านปางไม้ ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดพร้อมใจกันกันปลูกพันธุ์ไม้ป่าท้องถิ่นกว่า 10 ชนิด รวม 4,000 ต้น บนพื้นที่นำร่อง 20 ไร่ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และเอื้อต่อการฟื้นตัวของธรรมชาติ

นายนิทัศน์ นุ่นสง กล่าวว่ากิจกรรมฟื้นฟูป่าในครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงจำนวนต้นไม้ แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างจิตสำนึกควบคู่กันไป เพราะการปลูกต้นไม้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การสร้างคนให้รักและดูแลป่า คือหัวใจของการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน ซึ่งต้องอาศัยการดูแลอย่างต่อเนื่อง และเกิดจากคนที่เข้าใจคุณค่าของธรรมชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนดูแลผืนป่าร่วมกันในระยะยาว นี่จึงไม่ใช่แค่การปลูกต้นไม้ แต่คือภาพของคนสร้างป่า ที่กำลังส่งต่อความหวังและความสมบูรณ์ของธรรมชาติให้เป็นมรดกอันล้ำค่าแก่คนรุ่นต่อไป

น.ส.นภา แก้วเต็ม กล่าวว่า ในนามของสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน รู้สึกยินดีและภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนโครงการปลูกป่า ณ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในครั้งนี้ โดยปลูกต้นไม้ 12 พันธุ์ จำนวน 4,000 ต้น บนพื้นที่ 20 ไร่ การดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งใน 7 Areas of Focus ของโรตารีสากล ซึ่งเราให้ความสำคัญอย่างมาก หวังว่าโครงการนำร่องครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ ช่วยฟื้นฟูพื้นที่ป่าและสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืน และสโมสรโรตารีรอยัลหัวหินยินดีที่จะสนับสนุนโครงการในลักษณะนี้ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบรางวัล “คนภักดีศรีคีรีขันธ์” ยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรที่ สร้างคุณประโยชน์แก่สังคม

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ มอบรางวัล “คนภักดีศรีคีรีขันธ์” ยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรที่ สร้างคุณประโยชน์แก่สังคม

ช่วงค่ำวันที่ 15 สิงหาคม 2569 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานมอบรางวัล “คนภักดีศรีคีรีขันธ์” ประจำปี พ.ศ.2569 ที่หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นางอภิญญา เอี่ยมอำภา, นายปรีดา สุขใจ, พันจ่าเอกพัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้องร่วมพิธี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้กล่าวน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก่อนนำผู้ร่วมพิธียืนสงบนิ่ง เพื่อแสดงความอาลัย

จากนั้นจึงกล่าวเปิดพิธีและอำนวยพร พร้อมมอบโล่ให้แก่ผู้ได้รับรางวัลคนภักดีศรีคีรีขันธ์ 15 ด้าน 93 รางวัล ประกอบด้วย ผู้นำศาสนา ผู้ทำคุณประโยชน์ ข้าราชการเกษียณ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ผู้กล้าปราบยาเสพติด สตรีดีเด่น ปราชญ์เกษตร ปราชญ์เศรษฐกิจพอเพียง อาสาสมัครและจิตอาสา ตลอดจนบุคคลและองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นในด้านกาชาด สื่อมวลชน สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และการพัฒนาสังคม เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ และประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลและองค์กรที่ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีความเสียสละ มีจิตสาธารณะ และสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมชุมชน และจังหวัดประจวบฯ ตลอดจนเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติคุณงามความดี และส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมในการพัฒนาจังหวัดอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ให้เกิดการบูรณาการ การดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเผยแพร่เรื่องราวของบุคคลและองค์กรต้นแบบ ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันทำความดี และสืบสานคุณค่าที่ดีงามของสังคมไทย

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า รางวัลคนภักดีศรีคีรีขันธ์ เป็นรางวัลแห่งเกียรติยศ ที่มอบให้แก่บุคคลและองค์กรซึ่งได้อุทิศตน ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีความเสียสละ มีจิตสาธารณะ และสร้างคุณประโยชน์แก่ชุมชน สังคม และจังหวัดประจวบฯ อย่างต่อเนื่อง ผู้ที่ได้รับรางวัลล้วนเป็นบุคคลและองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการร่วมกันพัฒนาจังหวัด ในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านศาสนา การปกครองท้องที่และท้องถิ่น การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การเกษตร เศรษฐกิจพอเพียง การศึกษา สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม การสื่อสารมวลชน ตลอดจนงานอาสาสมัครและสาธารณประโยชน์ ผลงานและคุณงามความดีของทุกท่าน เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะการพัฒนาจังหวัดให้มีความมั่นคง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสังคมมีความสงบสุขนั้น มิอาจเกิดขึ้นได้จากการดำเนินงานของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว หากแต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่

การจัดงานในครั้งนี้ จึงมิได้เป็นเพียงพิธีมอบรางวัลเพื่อประกาศเกียรติคุณเท่านั้น แต่ยังเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของบุคคลและองค์กรต้นแบบ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ได้เห็นถึงคุณค่าของการทำความดี การเสียสละเพื่อส่วนรวม และการน้อมนำหลักคุณธรรมมาใช้ในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติหน้าที่ ขอแสดงความชื่นชม และขอแสดงความยินดีกับผู้เข้ารับรางวัล “คนภักดีศรีคีรีขันธ์” ประจำปี พ.ศ.2569 ทุกท่าน ขอให้ท่านภาคภูมิใจในเกียรติที่ได้รับ และขอให้รักษาคุณงามความดีนี้ไว้ พร้อมทั้งร่วมกันถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ และแบบอย่างที่ดีไปสู่บุคคลอื่น เพื่อขยายผลแห่งความดีให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในสังคม ขอให้รางวัลที่ทุกท่านได้รับในวันนี้ เป็นพลังสำคัญในการสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ตลอดจนเป็นกำลังในการร่วมกันพัฒนาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป

นอกจากนี้ ยังมีการมอบทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาการศึกษาของจังหวัดประจวบฯ จำนวน 17 ทุน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การรับมอบเงินสนับสนุนมูลนิธิประจวบต้องไปต่อ หรือ Prachuap NextMove ตลอดจนการจัดแสดงนิทรรศการผลงานและเรื่องราวอันทรงคุณค่าของผู้เข้ารับรางวัล เพื่อเผยแพร่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชนและสังคม

ขณะที่นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จังหวัดประจวบฯ โดยนำเสนอแนวคิดการผลักดันให้เมืองหัวหินเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Wellness City เพื่อสร้างรายได้ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

โรงแรมเนินชเล หัวหิน จัดนิทรรศการงานศิลป์ริมหาดหัวหิน พบกับ 12 ศิลปินนานาชาติ จาก 5 ประเทศ ตั้งแต่ 14 – 16 สิงหาคมนี้

โรงแรมเนินชเล หัวหิน จัดนิทรรศการงานศิลป์ริมหาดหัวหิน พบกับ 12 ศิลปินนานาชาติ จาก 5 ประเทศ ตั้งแต่ 14 – 16 สิงหาคมนี้

วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดนิทรรศการ Hua Hin International Contemporary Arts 2026 (HICA2026) งานศิลป์ริมหาดหัวหิน ที่โรงแรมเนินชเล หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนางฆรนี เทียนไทย ประธานบริหารและเจ้าของโรงแรมเนินชเล หัวหิน นายดี ช่างหม้อ ศิลปินผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ พร้อม 12 ศิลปินนานาชาติ จาก 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย จีน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และตุรกี ร่วมให้การต้อนรับ มี พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครหัวหิน, นายสมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แขกผู้มีเกียรติ คณะครู และนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองตะเภา เข้าร่วม

โดยนายดี ช่างหม้อ ศิลปินร่วมก่อตั้งโครงการฯ กล่าวถึงแนวคิดของงานศิลป์ริมหาดหัวหิน มีการแสดงศิลปวัฒนธรรม “ระบำตารีกีปัส” โดยน้องคริญา ปุญญกริยากร เปเรซ สนับสนุนโดยสมาคมไทยแห่งรัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา, การแสดง “โมเดิร์น เพอร์ฟอร์มแมนซ์” โดยลูกทีมใจใหญ่, พบกับศิลปินที่วาด พร้อมเปิดโอกาสให้แขกผู้มีเกียรติ ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

งานศิลป์ริมหาดหัวหิน Creativity on Hua Hin Beach เป็นการสร้างสรรค์งานศิลปะเซรามิก วาดภาพสีน้ำมัน และวาดเส้น เปิดให้เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 14 -16 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 – 17.00 น. ที่โรงแรมเนินชเล หัวหิน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน ติวเข้มครูโค้ชภาษาต่างประเทศ ปั้นยุวมัคคุเทศก์ต่อยอดท่องเที่ยวเมืองระดับสากล

เทศบาลนครหัวหิน ติวเข้มครูโค้ชภาษาต่างประเทศ ปั้นยุวมัคคุเทศก์ต่อยอดท่องเที่ยวเมืองระดับสากล

วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาสมรรถนะครูโค้ชด้านภาษาต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมศักยภาพนักเรียน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานสู่การเป็นยุวมัคคุเทศก์ของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครหัวหิน” ที่ห้องประชุมโรงแรมหัวหินแกรนด์ แอนด์พลาซ่า อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มี น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรี รองปลัดเทศบาล ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศระดับขั้นพื้นฐานและมัธยมศึกษา รวมถึงบุคลากรทางการศึกษาด้านวิชาการจากโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครหัวหินทุกแห่ง เข้าร่วมการอบรมทั้งสิ้น 61 คน

การจัดอบรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะภาษาต่างประเทศแก่ครู เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำหน้าที่เป็นครูโค้ชด้านมัคคุเทศก์ที่ดี พัฒนาศักยภาพครูนำความรู้ไปออกแบบการเรียนรู้เชิงรุก และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ถ่ายทอดสู่นักเรียน เปิดโอกาสให้ครูโค้ชแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อนำไปพัฒนางานยุวมัคคุเทศก์ในสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ

การขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว สืบเนื่องมาจากข้อเสนอแนะในการประชุมประชาคมเมืองเทศบาลนครหัวหิน เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่ต้องการมุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนมีทักษะภาษาต่างประเทศ ควบคู่กับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ ศิลปวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่นของเมืองหัวหิน ซึ่งการยกระดับครูผู้สอนให้ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้จัดการเรียนรู้ โค้ช พี่เลี้ยง ผู้สร้างแรงบันดาลใจและผู้ประเมินเพื่อการพัฒนา จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้เยาวชนก้าวสู่การเป็นยุวมัคคุเทศก์ ที่มีความพร้อมและร่วมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่อำเภอหัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวคุณภาพระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สุชาติแสดงความเสียใจ ช้างป่ากุยฯ ทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต สั่งเยียวยาครอบครัวอย่างเต็มที่

สุชาติแสดงความเสียใจ ช้างป่ากุยฯ ทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต สั่งเยียวยาครอบครัวอย่างเต็มที่

วันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 บ้านวังไทร ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ว่ามีชาวบ้านชื่อนายสยาม (สงวนนามสกุล) ออกไปช่วยผลักดันช้างป่า แล้วหายตัวไป ทางญาติไม่สามารถติดต่อได้ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยความเป็นห่วง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยติดตาม ต่อมาอุทยานฯ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกับฝ่ายปกครอง ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านเดินเรียงหน้ากระดาน ค้นหาจากจุดที่ได้ยินเสียงลูกโป้ง (ประทัดเสียง) จนกระทั่งเวลา 14.30 น. วันเดียวกันชุดค้นหาฯ ได้แจ้งวิทยุกลับมาว่าพบร่างนายสยามแล้ว บริเวณพิกัด 47P E 0576778 N1350489 สันนิษฐานเบื้องต้นว่าถูกช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิต เนื่องจากตามร่างกายมีบาดแผลหลายจุด แขนขวาหัก มีแผลฉีกขาด บริเวณหลังเท้าซ้ายมีบาดแผลขนาดใหญ่ จากการตรวจพื้นที่รอบๆ จุดเกิดเหตุ พบต้นไม้หักหลายต้นและร่องรอยตีนช้างป่าอยู่เต็ม เบื้องต้นคาดว่านายสยามน่าจะเดินเข้าไปในด่านช้างป่า (เส้นทางเดินช้างป่า) เพื่อต่อเชือกที่ผูกลูกโป้งที่ชำรุด เพื่อส่งสัญญาณกันช้างป่า จังหวะนั้นมีช้างป่าวิ่งสวนออกมา นายสยามไม่ทันได้หนี ถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิตดังกล่าว ก่อนช่วยกันนำร่างผู้เสียชีวิตไปยังโรงพยาบาลสามร้อยยอด เพื่อให้แพทย์ชันสูตรยืนยันสาเหตุการตายอีกครั้ง และมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดสามร้อยยอดต่อไป

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยหลังได้รับรายงาน มีราษฎรในพื้นที่บ้านวังไทร หมู่ 7 ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด ถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิต พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิต พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้เร่งให้ความช่วยเหลือและดูแลครอบครัวผู้สูญเสียอย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของพี่น้องประชาชนที่ต้องใช้ชีวิตและทำมาหากินอยู่ใกล้พื้นที่ที่มีช้างป่า ผมได้กำชับกรมอุทยานฯ ให้ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องการอำนวยความสะดวก การประสานงาน และการเยียวยาตามสิทธิและหลักเกณฑ์ของทางราชการ โดยขอให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว ไม่ปล่อยให้ครอบครัวต้องเผชิญความสูญเสียเพียงลำพัง.