Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดราชายตนบรรพต ทำบุญครบรอบ 5 ปี รำลึกหลวงปู่ก้าน พระเถระผู้เมตตาของชาวหัวหิน

วัดราชายตนบรรพต ทำบุญครบรอบ 5 ปี รำลึกหลวงปู่ก้าน พระเถระผู้เมตตาของชาวหัวหิน

วันที่ 4 มีนาคม 2568 พระพรหมมงคลวัชราจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 – 15 ธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดศรีสุริยวงศารามวรวิหาร จ.ราชบุรี มาประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกครบรอบ 5 ปี มรณภาพของพระเนกขัมมมุนี (หลวงปู่ก้าน ฐิตธัมโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดราชายตนบรรพต อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอหัวหิน (ธรรมยุต) พร้อมด้วยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 20 รูป สวดพระพุทธมนต์ และสวดทักษิณานุปทาน ที่วัดราชายตนบรรพต (เขาต้นเกด) อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมี พระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (ธ) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร พระครูธรรมานุจารี ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (ธ) เจ้าอาวาสวัดเขาเต่า พระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (มหานิกาย) เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี พระครูวิจิตรธรรมวิภัช เจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดบุษยะบรรพต พระปลัดไพโรจน์ วิโรจโน เจ้าอาวาสวัดราชายตนบรรพต นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน คณะผู้บริหารเทศบาลฯ แขกผู้มีเกียรติ และศิษยานุศิษย์ร่วมในพิธี พร้อมทั้งมีผู้ใจบุญมาออกโรงทานแจกอาหารและเครื่องดื่มให้กับประชาชนที่มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

“หลวงปู่ก้าน ฐิตธมฺโม”ได้ละสังขารอย่างสงบเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2563 สิริอายุ 100 ปี มีนามเดิมว่าก้าน ด้วงเด่น เกิดเมื่อวันพุธที่ 11 สิงหาคม 2463 ปีวอก อยู่ที่บ้านโผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ในสกุลของพ่อเจียม – แม่กุล ด้วงเด่น ท่านเป็นคนกลางของพี่น้อง 3 คน ซึ่งชื่อเรียงกันว่า ใบ ก้าน กิ่ง และบุตรชายในครอบครัวนี้ได้อุปสมบททั้งหมด ท่านเองได้อุปสมบทเมื่อปี 2483 ขณะอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ โดยโยมบิดามารดาได้อุปสมบทให้ที่วัดถนนสุทธาราม จ.อ่างทอง หลังจากนั้นเพียง 4 ปี คือในปี 2487 ท่านก็สอบได้นักธรรมเอก ต่อมาวันที่ 24 กันยายน 2505 หลวงปู่ได้ขออนุญาตสร้างวัดให้ถูกต้องตามกฎหมายและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2515 โดยเรียกขานอย่างเป็นทางการว่า“วัดราชายตนบรรพต” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า“วัดต้นเกด”ต่อมาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยของทั้งสองพระองค์ ประดิษฐานไว้ที่หน้าบันพระอุโบสถและทรงปลูกต้นศรีตรังไว้ที่หน้าอุโบสถ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2517

หลวงปู่ก้านเป็นพระมหาเถระซึ่งดำรงอยู่ในวิถีแห่งพระสุปฏิปันโน ท่านเป็นรัตตัญญู ผู้ใดได้ไปกราบสักการะและฟังธรรมท่านแล้ว ล้วนซาบซึ้งใจ เป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่มีเมตตา เป็นที่เคารพศรัทธาของลูกศิษย์ที่เป็นสงฆ์และฆราวาส หลังจากที่สร้างวัดเพื่อเป็นที่ปฏิบัติธรรมของหลวงปู่ และเป็นของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไปแล้ว หลวงปู่ก้านก็ไม่เคยย้ายไปอยู่ที่วัดอื่นใดอีกเลยจนกระทั่งมรณภาพ และไม่เคยลืมเลือนด้วยความเมตตาที่มีต่อชาวหัวหิน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กอ.รมน. ติวเข้ม อปท.หัวหิน เฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

กอ.รมน. ติวเข้ม อปท.หัวหิน เฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

วันที่ 4 มีนาคม 2568 พล.ต.เฉลิม เนียมช่วย รอง ผอ.ศปป.3 กอ.รมน. (กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร) เป็นประธานเปิดอบรมการพัฒนาเครือข่ายเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ที่ห้องประชุมโรงแรมบลูเวฟโฮเทล หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยศูนย์ปฏิบัติการที่ 3 กอ.รมน. มี พ.อ.ปรเชษฐ กันทอง ผอ.สพป.ศปป.3 กอ.รมน. พ.อ.ทรงพล เหลืองทองคำ หัวหน้าการข่าว กอ.รมน.ประจวบฯ พ.ต.ท.วรท กรุงกาญจนา รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชนในพื้นที่อำเภอหัวหิน กว่า 80 คน เข้าร่วมรับการอบรม ระหว่างวันที่ 4 – 6 มีนาคมนี้

พล.ต.เฉลิม เนียมช่วย กล่าวว่า การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบกับประเทศไทยของเราเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่ารัฐบาลได้พยายามหามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านี้แล้ว ยังไม่สามารถขจัดให้หมดสิ้นไปได้ ยังคงมีช่องทางให้เกิดการกระทำความผิดอยู่เสมอ ทั้งที่ตั้งใจและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกัน เพื่อช่วยให้ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญานั้นลดน้อยลงและหมดสิ้นไปในอนาคต การจัดอบรมในวันนี้ถือว่ามีความสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ที่ผู้เข้ารับการอบรมทุกท่านจะได้รับความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับปัญหาด้านการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในหลายมิติ ทั้งด้านนโยบายของรัฐบาล ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแนวทางปฏิบัติในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ ให้ข้อมูลข่าวสารกับหน่วยงานภาครัฐได้อย่างถูกต้องรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

พ.อ.ปรเชษฐ กันทอง กล่าวว่า ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กอ.รมน. ร่วมกับ กอ.รมน.ประจวบฯ จัดการอบรมครั้งนี้ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กลุ่มผู้นำชุมชน ลูกค้ารายย่อยและประชาชนทั่วไป ในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ได้มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ตระหนักรู้ถึงความกระทบจากการจำหน่าย หรือใช้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงเข้าเป็นส่วนสนับสนุนการดำเนินงานให้กับหน่วยงานภาครัฐในการเฝ้าระวัง ติดตาม ตรวจสอบสถานการณ์ในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สว.ลงพื้นที่สะพานข้ามแยกแสงอรุณ หลังชาวบ้านร้องได้รับผลกระทบ

สว.ลงพื้นที่สะพานข้ามแยกแสงอรุณ หลังชาวบ้านร้องได้รับผลกระทบ

วันที่ 2 มีนาคม 2568 น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนายสุรศิลป์ ยนปลัดยศ นายก อบต.แสงอรุณ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้ใหญ่บ้านและผู้นำในพื้นที่ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบการก่อสร้างสะพานข้ามแยกกลับรถ บ้านแสงอรุณ ต.แสงอรุณ อ.ทับสะแก หลังได้รับการร้องเรียนให้แก้ไข เนื่องจากช่วงถนนเพชรเกษมเลนคู่กับสะพานฝั่งขาขึ้นกรุงเทพฯ ที่จะเลี้ยวเข้าบ้านไร่ใน แบบโครงการเมื่อสร้างเสร็จแล้ว ถนนจะมีความลาดชันต่ำกว่าถนนสายรอง ประมาณ 1.50 เมตร รถเล็กอาจไม่สามารถขึ้นลงได้ตามปกติ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน และผู้ปกครองที่มารับส่งบุตรหลาน จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมนายช่างผู้ควบคุมงานบริเวณดังกล่าว

ทั้งนี้โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4 สายบ้านห้วยยาง – อำเภอบางสะพาน (4 ช่องจราจร ) สัญญาที่ สท.1/10/2566 ลงวันที่ 25 เมษายน 2566 เริ่มต้นสัญญาวันที่ 26 เมษายน 2566 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้รับจ้างคือบริษัท เอ็ม.ซี. คอนสตรัคชั่น (1979) จำกัด ออกแบบโดยสำนักสำรวจและออกแบบกรมทางหลวง ควบคุมงานโดยสำนักก่อสร้างทางที่ 1 กรมทางหลวง ซึ่งหากทำตามแบบแปลนการก่อสร้าง จะทำให้ถนนสายรองแยกเข้าบ้านไร่ใน จะมีความชันสูง เนื่องจากถนนเพชรเกษมจะต่ำลง ชาวบ้านเกรงได้รับอันตราย จึงขอให้กรมทางหลวงแก้ไขแบบแปลน หรือทำถนนให้รับกับทางสายรองดังกล่าว

ด้านนายกวีวัฒน์ รุจิรปัญญานนท์ ผู้บริหาร หจก.ตรงตวงปิโตรเลียม ซึ่งเป็นปั้มน้ำมันอยู่ช่วงขาลงสะพานข้ามแยก ฝั่งขาขึ้นกรุงเทพฯ ได้มีหนังสือร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กรณีโครงการสะพานข้ามแยก ทล.4 ตำแหน่ง กม. 340+770 ซึ่งได้ดำเนินการก่อสร้างและปรับเปลี่ยน เบี่ยงทางจราจรหน้า PTT Station ประมาณ 200 เมตร และทราบว่าโครงการมีแผนจะสร้างเกาะทางเท้า หน้าสถานีบริการน้ำมัน หจก.ตรงตวงปิโตรเลียม ในส่วนนี้จึงขอให้พิจารณายกเลิกการสร้างเกาะทางเท้าหน้าสถานีบริการน้ำมัน หจก.ตรงตวงปีโตรเลียม หรือให้ทำเป็นก้างปลาจะดีกว่า โดยเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2567 ได้มีการตรวจรับงานโครงการบางส่วน ประธานโครงการได้รับปากว่าจะแก้ไขปรับปรุง แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการปรับปรุงแก้ไขใดๆ จึงแจ้งให้ศูนย์ดำรงธรรรมเพื่อเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการสะพานข้ามแยก ทล.4 บ้านห้วยยาง – บางสะพาน มาตกลงแบบการก่อสร้างเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะทำการแก้ไขได้อย่างไร

น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่าหลังจากรับทราบปัญหา จึงลงพื้นที่พบว่าการก่อสร้างของกรมทางหลวงนั้นมีประโยชน์ต่อชาวบ้าน แต่อยากให้กรมทางหลวงปรับแก้ไขเรื่องแบบแปลนการก่อสร้าง ให้เข้ากับสภาพปัญหาในพื้นที่ ให้กับชาวบ้านที่ต้องใช้สัญจรในชีวิตประจำวัน เบื้องต้นจะประสานไปทางกรมทางหลวงเพื่อหาแนวทางแก้ไขและปรับแปลนแบบได้แค่ไหน.

ณัฐธภพ พันสาย…..รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

แฟนคลับปู แบล็คเฮด แน่นคอนเสิร์ต อิ่มอก อิ่มใจ ริมหาดสามร้อยยอด

แฟนคลับปู แบล็คเฮด แน่นคอนเสิร์ต อิ่มอก อิ่มใจ ริมหาดสามร้อยยอด

วันที่ 1 มีนาคม 2568 ดร.สิริกร หน่อทิม ผู้อำนวยการกองประกวดนางสาวไทยประจวบคีรีขันธ์ 2568 กรรมการผู้จัดการ อิ่มอกอิ่มใจ ซีฟู้ดแอนด์คาเฟ่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยนายไพศาล วิชยางกูล เจ้าของและผู้บริหารตลาด The Nine ขึ้นกล่าวต้อนรับและขอบคุณแขกผู้มีเกียรติ อาทิ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, น้องปลายฟ้า ทองดอนพุ่ม นางสาวไทยประจวบคีรีขันธ์ 2568 แบรนด์แอมบาสเดอร์ประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ และอีกหลายคนที่มาร่วมชม “ริมเล คอนเสิร์ต” กับ “ปู แบล็คเฮด” ศิลปินนักร้องชื่อดังขวัญใจชาวไทยในยุค 90 มาขับกล่อมเสียงเพลงดังในอดีตและปัจจุบันเป็นครั้งแรก บริเวณชายหาดหน้าร้าน “อิ่มอก อิ่มใจ” ท่ามกลางแฟนคลับของปู แบล็คเฮดจากทั่วประเทศเข้าชมและออกสเต็ปเต้นตามจังหวะเสียงเพลงอย่างสนุกสนาน

ดร.สิริกร หน่อทิม กล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกในการจัดงานคอนเสิร์ตนี้ โดยใช้งบประมาณ 4.5 แสนบาท เพื่อเป็นการยกระดับทางการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดประจวบฯ ช่วงเข้าสู่ฤดูร้อน เป็นการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวให้กับชายหาด 2 อำเภอที่สวยงาม คือชายหาดปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี ที่เป็นชายหาดเชื่อมต่อกับชายหาดเขากะโหลก อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ให้นักท่องเที่ยวทั่วประเทศและทั่วโลกได้รู้จักมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของทั้งสองอำเภอให้ดีขึ้น โดยภายในงานได้นำสินค้าโอทอปในพื้นที่อำเภอปราณบุรี – สามร้อยยอด และใกล้เคียงมาออกบูธจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ ทางร้าน “อิ่มอก อิ่มใจ” ได้มอบให้กับกิ่งกาชาดอำเภอสามร้อยยอด และชมรม CSR เพื่อการท่องเที่ยวตำบลสามร้อยยอด เพื่อใช้ทำกิจกรรมสาธารณะต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ เพชรฯ นำปั่นสัมผัสวิถีอารยธรรมเมืองเก่า เล่าเรื่องเมืองชะอาน ส่งเสริมท่องเที่ยว

ผู้ว่าฯ เพชรฯ นำปั่นสัมผัสวิถีอารยธรรมเมืองเก่า เล่าเรื่องเมืองชะอาน ส่งเสริมท่องเที่ยว

วันที่ 1 มีนาคม 2568 ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรม CSR ปั่นพาเที่ยว สัมผัสวิถีอารยธรรมเมืองเก่า เล่าเรื่องเมืองชะอาน ภายใต้โครงการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ “เพชรบุรีท่องเที่ยวสร้างสรรค์ สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรม ชู Soft Power สู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน” ที่โบราณสถานทวารวดีโคกเศรษฐี อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยนางณัฐฐินีย์ คงบูชาเกียรติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัด ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ นายนุกูล พรสมบูรณ์สิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ หัวหน้าวนอุทยานเขานางพันธุรัต นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ นักปั่นจักรยานทั้งในและนอกพื้นที่กว่า 120 คน ร่วมกิจกรรม

ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าวว่า จังหวัดเพชรบุรีให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวและการกีฬาเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสร้างรายได้เข้าสู่จังหวัด อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ศักยภาพและความพร้อมของจังหวัดในการเป็นเมืองที่มีความพร้อมในทุกมิติเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยตั้งเป้าหมายให้จังหวัดเพชรบุรี เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ผ่านกิจกรรม CSR ปั่นพาเที่ยว สัมผัสวิถีอารยธรรมเมืองเก่า เล่าเรื่องเมืองชะอาน เพื่อสร้างการรับรู้ถึงแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดเพชรบุรี อย่างโบราณสถานทวารวดีโคกเศรษฐี และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในรูปแบบใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อีกทั้งยังส่งเสริมให้ประชาชนรักการออกกำลังกายและสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกัน

สำหรับการจัดกิจกรรมกิจกรรม “CSR ปั่นพาเที่ยว สัมผัสวิถีอารยธรรมเมืองเก่า เล่าเรื่องเมืองชะอาน” เป็นการขานรับนโยบายของรัฐบาลและแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการเจริญเติบโต เพิ่มขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยว ด้วยการยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวให้สูงขึ้น โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ปั่นจักรยานสัมผัสธรรมชาติและร่วมกิจกรรม CSR ต่างๆ เริ่มต้นจากโบราณสถานทวารวดีโคกเศรษฐี ชุมชนโบราณริมทะเลในสมัยทวารวดี จากนั้นปั่นไปยังวนอุทยานเขานางพันธุรัต, ศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ไร่ทองหทัย, โรงงานขนมจีนนายฮั้ว, วัดนายาง, วัดถ้ำแจง และปิดท้ายด้วยการชมฝูงค้างคาวนายาง ซึ่งกิจกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากทุกภาคส่วน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หลายฝ่ายร่วมโครงการสืบสานรักษา ต่อยอด ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ สร้างฝายชะลอน้ำ

หลายฝ่ายร่วมโครงการสืบสานรักษา ต่อยอด ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ สร้างฝายชะลอน้ำ

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานเปิดฝายน้ำล้น พร้อมรับมอบจาก ธ.ก.ส. สาขาเกาะยายฉิม ที่หมู่ 8 ต.คลองลอย อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ มีนายสามารถ เอี่ยมวงษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันตก และนายจักรพันธ์ ม่วงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายคมสัน เปลี่ยนปราณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.ประจวบฯ นายสถาพร จานแก้ว ผู้จัดการสาขาเกาะยายฉิม และทีมงานพัฒนาลูกค้า ธ.ก.ส.ประจวบฯ กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์การสร้างฝายน้ำล้น พร้อมด้วย พ.ต.ต.วรพล พงศกรมงคล ผบ.ร้อย ตชด.147
ร.ต.ต.นคร แก้วสระเเสน รรท.ผบ.มว.1473 นางสุรางค์ แซ่ตั้ง นายก อบต.กำเนิดนพคุณ นายบุญฤทธิ์ แดงรักษา ปลัด อบต.ร่อนทอง นายอภิปัทม์ รุ่งโรจน์ ผู้จัดการส่วนชุมชนสัมพันธ์ กลุ่มเหล็กสหวิริยา จิตอาสาพระราชทาน ชุมชน เจ้าหน้าที่ส่วนงานราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครูและนักเรียนจากโรงเรียนบ้านคลองลอย พนักงาน ธ.ก.ส. เข้าร่วมกิจกรรม

นายสามารถ เอี่ยมวงษ์ กล่าวว่า กิจกรรมเรียงหินสร้างความเข้มแข็งให้กับฝายชะลอน้ำบ้านคลองลอย ในวันนี้ ได้รับงบประมาณในการสร้างจาก ธ.ก.ส. 208,000 บาท และชุมชนช่วยงานทดแทน ค่าจ้างแรงงาน 10,000 บาท รวมงบประมาณในการก่อสร้าง 218,000 บาท เป็นฝายแบบคอนกรีตเสริมเหล็กแทนดินเรียงหินท้าย ฝายกว้าง 3 เมตร ยาว 12 เมตร สูง 2 เมตร ขุดลอกลำห้วยยาว150 เมตร สามารถเก็บกักน้ำได้ 3,000 ลูกบาศก์เมตร มีผู้ได้รับประโยชน์เป็นลูกค้าธนาคาร 48 ครัวเรือน
เกษตรกรและชุมชนทั่วไป 43 ครัวเรือน รวม 91 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตร 850 ไร่ เป็นทุเรียน 670 ไร่ ยางพารา 100 ไร่ กาแฟ 80 ไร่

กิจกรรมในครั้งนี้อยู่ในโครงการสืบสาน รักษา ต่อยอด ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติสร้างฝายชะลอน้ำ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2563 ซึ่ง ธ.ก.ส. เล็งเห็นว่าเป็นโครงการที่มีคุณค่า มีคุณประโยชน์ต่อเกษตรกรลูกค้าและชุมชน ทั้งภาคเกษตรกรรมและการอุปโภคบริโภคของชุมชน เป็นการสร้างความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ ส่งเสริมการอนุรักษ์ดิน ป่า น้ำ ประกอบกับปี 2567 เกษตรกรลูกค้าประสบปัญหาภัยแล้งต่อเนื่อง ขาดน้ำในการอุปโภคและบริโภค ส่งผลเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตร ธ.ก.ส. จึงสนับสนุปประมาณเป็นกรณีพิเศษ สร้างฝายชะลอน้ำ โดยคัดเลือกพื้นที่ป่าต้นน้ำบ้านคลองลอย หมู่ 8 ต.ร่อนทอง สร้างฝายชะลอน้ำร่วมกับจิตอาสาพัฒนาของอำเภอบางสะพาน

การสร้างฝายแห่งนี้ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากชุมชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน จนประสบความสำเร็จ ก่อให้เกิดคุณประโยชน์มหาศาลและเพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง ธ.ก.ส. ได้ส่งมอบฝายแห่งนี้ให้กับนายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน ส่งมอบต่อให้กับ อบต.ร่อนทอง และผู้นำชุมชมชนบ้านคลองลอย หมู่ 8 ช่วยดูเเลรักษาต่อยอด สร้างความมั่นคงและยั่งยืนต่อเกษตรกรสืบต่อไป นายสามารถกล่าว.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เฉลิมชัย เปิดเวทีสร้างความเข้มแข็งภาคีเครือข่ายชุมชนชายฝั่ง และอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลประจวบฯ

เฉลิมชัย เปิดเวทีสร้างความเข้มแข็งภาคีเครือข่ายชุมชนชายฝั่ง และอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลประจวบฯ

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการประชุมความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของชุมชนชายฝั่งและอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่โรงเรียนเทศบาลบ้านบ่อฝ้าย อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายไพทูล แพนชัยภูมิ ผู้อำนวยการกองจัดการชุมชนชายฝั่งและเครือข่าย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ทส. เจ้าหน้าที่ในสังกัด ทส. นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ เครือข่ายและอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล หรือ อสทล. เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน โอกาสนี้ รมว.ทส. ได้มอบโล่ผู้นำชุมชนชายฝั่งตัวอย่างให้แก่ นายประเสริฐ แตกช่อ นายกสมาคมชาวประมงหัวหิน (คนรักชายหาดหัวหิน) มอบเงินอุดหนุนชุมชนชายฝั่ง มอบอุปกรณ์เก็บขยะให้กับชุมชนชายฝั่ง และมอบบัตรประจำตัวให้กับเครือข่าย อสทล.จำนวนกว่า 40 คน

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน กล่าวว่า กระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วน สนับสนุนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคประชาชน เช่น เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล (อสทล.) เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) และเครือข่ายราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) โดยให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางสร้างการเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และเสริมความเข้มแข็งในระดับพื้นที่ รวมถึงช่วยกันบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามหลักธรรมาภิบาล สำหรับเครือข่ายชุมชนชายฝั่งทั้ง 24 จังหวัดชายฝั่งทะเล และเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ถือเป็นกำลังสำคัญของประเทศในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เนื่องจากเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดและได้รับผลกระทบโดยตรงเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งการจัดประชุมในครั้งนี้ถือเป็นเวทีกลางในการเปิดโอกาสให้เครือข่ายชุมชนชายฝั่งและเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลในจังหวัดประจวบฯ ได้แสดงความคิดเห็นและเรียนรู้ในบทบาทหน้าที่ของชุมชนชายฝั่ง ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 เพื่อให้ชุมชนหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการดูแลการอนุรักษ์และป้องกันการทำลายทรัพยากรชายฝั่งทะเล รวมถึงระบบนิเวศที่สำคัญได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบถึงความสำคัญของทรัพยากรชายฝั่งทะเลและผลกระทบที่เกิดขึ้นหากต้องสูญเสียระบบนิเวศชายฝั่งทะเลที่สำคัญเหล่านี้ไป

“ขอให้ประชาชนช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะหัวหินที่เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ต้องฝากให้เทศบาลเมืองหัวหิน และผู้ประกอบการโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหารดูแลจัดการเรื่องขยะ มีการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะขยะประเภทอาหารที่ส่งผลกระทบต่อการเกิดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมได้มาก ทั้งนี้ หากสิ่งแวดล้อมดี ก็จะส่งผลถึงการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจก็จะดีตามไปด้วย และฝากถึงชาวประมงในแต่ละพื้นที่ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบสัตว์ทะเลหายาก หรือพบการกระทำความผิดต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สามารถแจ้งมายังสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทร.1362 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่เร่งเข้าตรวจสอบ และช่วยเหลือได้ทันท่วงที ต่อไป”นายเฉลิมชัยกล่าว

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี กล่าวว่า ปัจจุบันกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีเครือข่ายชุมชนชายฝั่งจำนวน 748 ชุมชน มีสมาชิก 19,114 คน โดยจังหวัดประจวบฯ มีเครือข่ายชุมชนชายฝั่ง 19 ชุมชน จำนวนสมาชิก 599 คน และมีอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลทั่วปะเทศ จำนวน 30,395 คน ประจวบฯ จำนวน 972 คน ส่วนใหญ่เครือข่ายฯ จ.ประจวบฯ มีผลงานเด่นด้านธนาคารปูม้า การทำบ้านปลา/ซั้งปลา ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำและเก็บขยะชายหาด อีกทั้งยังเป็นกำลังพลสำคัญที่ช่วยเหลือภารกิจของกรมฯ ทั้งในด้านการฟื้นฟู อนุรักษ์ ป้องกันของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมทั้งช่วยสอดส่องดูแลสัตว์ทะเลหายาก สำหรับการจัดประชุมความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของชุมชนชายฝั่ง และอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นกระบวนการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประชาชน ชุมชน จึงเป็นช่องทางในการติดต่อประสานงาน สร้างความเข้าใจ รวบรวมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แก้ไขปัญหาและมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความร่วมมือ เกิดความสัมพันธ์เป็นเครือข่าย อสทล. อย่างใกล้ชิดและแนบแน่น จนเกิดความเข้มแข็ง มีการทำงานอย่างเป็นรูปแบบและรูปธรรมอย่างต่อเนื่องตลอดมา

ภายในงานได้มีการจัดนิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานต่างๆ และอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล การมอบโล่ผู้นำชุมชนชายฝั่งตัวอย่าง ให้กับประธานกลุ่มสมาคมประมงหัวหิน ที่ปรึกษากรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การมอบอุปกรณ์เก็บขยะแก่ตัวแทนชุมชนชายฝั่ง การมอบบัตรประจำตัวอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล แก่ตัวแทน อสทล. อีกทั้งมอบงบเงินอุดหนุนชุมชนชายฝั่ง แก่ตัวแทนชุมชนชายฝั่ง เพื่อเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสนับสนุนชุมชนชายฝั่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการบริหารจัดการปลูก บำรุงรักษา อนุรักษ์ ฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยกรมฯ พิจารณาช่วยเหลือหรือสนับสนุน พร้อมกับมอบหมายให้กองจัดการชุมชนชายฝั่งและเครือข่าย โดยส่วนส่งเสริมและประสานงานเครือข่ายฯ 1-10 ทำงานร่วมกับภาคประชาชน องค์กร หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในด้านจัดการดูแล รักษาและบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้เกิดความร่วมมือในการทำงานร่วมกันกับกรมฯ และประสานความร่วมมือการทำงานภายใต้กรอบความร่วมมือบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและเครือข่ายภาคีที่เกี่ยวข้อง ก่อให้เกิดผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพอีกด้วย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ เพชรฯ ชวนชิมปูม้าสดจากทะเล ในงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 10

ผู้ว่าฯ เพชรฯ ชวนชิมปูม้าสดจากทะเล ในงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 10

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ชายหาดหน้าโรงแรมลองบีช ชะอำ จ.เพชรบุรี ร.ต.ท. ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 10” ระหว่างวันที่ 8 – 15 มีนาคม 2568 บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ พร้อมด้วยนายนุกูล พรสมบูรณ์สิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก ร่วมแถลงข่าว มีนายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ หัวหน้าวนอุทยานเขานางพันธุรัต นางรัมภา จำลองราช ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองชะอำ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติร่วมรับฟัง

ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าวถึงหาดชะอำ ว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 – 3 ชั่วโมง มีหาดทรายนุ่ม สีน้ำตาลอ่อนราวเปลือกไข่ สะอาด ลมพัดเย็น คลื่นไม่แรงนัก สามารถมาพักผ่อนเดินเล่น สัมผัสน้ำทะเลได้ชิลๆ เพราะมีความเงียบสงบมาก โดยเฉพาะในวันธรรมดา จันทร์ – พฤหัสบดี พอเริ่มศุกร์ – เสาร์ – อาทิตย์ นักท่องเที่ยวจะหนาแน่น แต่ไม่แออัดจนเกินไป นักท่องเที่ยวสามารถจอดรถริมทะเล วิ่งเฮฮาลงเล่นน้ำทะเลกันได้เลย จนกล่าวกันว่า “หาดชะอำ – ทะเลบ้านฉัน” เสน่ห์อย่างหนึ่งที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส เพราะต้องตื่นเช้ากันจริงๆ นั่นคือ ดูพระอาทิตย์ขึ้นหน้าหาด และทำบุญตักบาตรพระภิกษุที่เดินบิณฑบาตยามเช้า รับแสงอรุณสีทองสวยงาม อีกทั้งยังเป็นเมืองชายทะเลที่มีกลุ่มอาชีพชาวประมงพื้นบ้านออกเรือไปหาปู โดยเฉพาะกลุ่มชุมชนบ้านคลองเทียนและสะพานหิน จะใช้คลองสะพานหินเป็นที่จอดเรือหลบคลื่น ประกอบกับในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมของทุกปี เป็นช่วงที่ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับปูม้าในทะเลได้มาก อีกทั้งเทศบาลเมืองชะอำได้ส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์ปูม้า ด้วยการมอบพันธุ์ปูม้าให้กับชาวประมงและสนับสนุนการจัดตั้งธนาคารปูม้าของชุมชน เพื่อเป็นการแพร่พันธุ์ปูม้าในท้องทะเลชะอำให้มากขึ้น รวมไปถึงเป็นการส่งเสริมอาชีพชาวประมงพื้นบ้านที่ออกเรือไปหาปูให้คงอยู่ตลอดไป

“ขึ้นชื่อว่า “ปูม้าชะอำ” จะมีความสดและอร่อยมาก เพราะมาจากทะเลชะอำ ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องเนื้อปูที่แน่นและหวานอร่อย ที่สำคัญชาวประมงที่สะพานปูชัก ในพื้นที่ท่าเรือประมง จะใช้วิธีการเก็บรักษาความสดของปู ด้วยการนำปูใส่ถุงตาข่าย ผูกเชือกห้อยกับราวสะพานเหล็ก เมื่อมีลูกค้ามาซื้อ ก็จะไปที่สะพาน จึงเรียกกันว่า “สะพานปูชัก” โดยจุดเด่นของสะพานปูชัก คือการดึงหรือสาวเชือกที่ผูกปูไว้กับตาข่ายและชักปูขึ้นมาเพื่อขายและนำไปประกอบอาหารสู่เมนูสร้างสรรค์ในร้านอาหารและโรงแรมระดับ 3 – 5 ดาว พร้อมให้ทุกท่านได้มาลิ้มลอง จึงเป็นที่มาของชื่อ “ปูชัก” นั่นเอง และด้วยชื่อ “ปูชัก” ที่ตั้งตามลักษณะการขายปูของชาวประมงพื้นบ้านนี้ มีความโดดเด่นเด่นเป็นเอกลักษณ์ของชะอำในงานนี้” ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าว

นายนุกูล พรสมบูรณ์สิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ กล่าวว่า เทศบาลเมืองชะอำ ร่วมกับ ททท.สำนักงานเพชรบุรี บริษัท สิงห์คอร์เปอเรชั่น จำกัด หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงชาวชุมชนในเขตเทศบาลเมืองชะอำ กำหนดจัดงานเทศกาลชิมปูชักขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่ชื่นชอบอาหารทะเล โดยเฉพาะปูม้า ได้มาลองลิ้มชิมกันในงาน “เทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 10” โดยภายในงานมีกิจกรรมที่สนใจมากมาย อาทิ การออกร้านจำหน่ายอาหารทะเล เน้นเมนูปูม้าสดๆ ของชาวประมงพื้นบ้านชะอำ และอาหารที่รังสรรค์เป็นพิเศษจากเชฟโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังในอำเภอชะอำ ในราคาเหมาะสมกว่า 60 ร้านค้า การจำลองวิถีชีวิตการชักปูของชาวประมง การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น บนถนนคนเดินชายหาดชะอำ และการแสดงของศิลปินนักร้องที่ได้รับความนิยมบนเวทีทุกค่ำคืน

นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรม CSR “ปล่อยพันธุ์ลูกปูม้า คืนสู่ทะเล” ทุกวันๆ ละ 4 ล้านตัว ภายในงาน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 19.30 น. ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย จึงขอเชิญทุกท่านร่วมงานเทศกาลแห่งวิถีชีวิตและการอนุรักษ์ปูม้าของชะอำ ในเทศกาลชิมปูชัก@ชะอำ ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 8 – 15 มีนาคม 2568 ณ จุดชมวิวชายหาดชะอำ หนึ่งปีมีครั้งเดียว

ด้านนางดวงใจ คุ้มสอาด กล่าวว่า ททท.สำนักงานเพชรบุรี จัดทำแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยวในวันธรรมดา “โครงการ รู้เรื่อง…เมืองเพชร” เพื่อสร้างการรับรู้สินค้าและบริการท่องเที่ยวทางเลือกในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยววันธรรมดา หรือช่วง Off Season และเพื่อตอกย้ำแคมเปญการท่องเที่ยวที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ให้เกิดการรับรู้ และสร้างกระแสตลอดจนกระตุ้นให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนใจทำกิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเลือกเดินทางมาท่องเที่ยววันธรรมดา ในจังหวัดเพชรบุรีเพิ่มมากขึ้น โดยร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและพันธมิตร สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวแก่งกระจาน จัดกิจกรรมโปรโมชั่นพิเศษส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยววันธรรมดา ภายใต้แคมเปญ “Go Green เพชรบุรี Weekday Special” โดยสถานประกอบการที่พัก ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นโรงแรม/ที่พัก ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ CF Hotel หรือ Star Hotel เป็นโครงการส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการโรงแรม/ที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย ททท.สำนักงานเพชรบุรี จะมอบของที่ระลึกสุด Exclusive เป็นเสื้อฮาวายผลิตจากวัสดุพลาสติกรีไซเคิล ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลาย Must Do In Phetchaburi ให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวและเข้าพักในวันธรรมดา (วันจันทร์ – พฤหัสบดี) ในโรงแรม/ที่พักในเพชรบุรีที่เข้าร่วมโครงการฯ ฟรี 1 ตัว/คน รวมจำนวนเสื้อกว่า 1,400 ตัว เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม – มิถุนายน 2568 หรือเมื่อครบสิทธิ์ ทั้งนี้ สามารถเช็คสถานประกอบการที่พักที่เข้าร่วมโครงการฯ ภายใต้แคมเปญ “Go Green เพชรบุรี Weekday Special” ได้ที่เฟซบุ๊ก : ททท.สำนักงานเพชรบุรี TAT Phetchaburi หรือที่ ประชาสัมพันธ์ เทศบาลเมืองชะอำ โทร. 032 – 471123.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เจ้าหน้าที่จับหนุ่มลอบตัดไม้มะริดในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรมฯ

เจ้าหน้าที่จับหนุ่มลอบตัดไม้มะริด ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรมฯ

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 นายกิตติศักดิ์ สมศรี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนบน) จ.ประจวบฯ รายงานว่า เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรมฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปทส. รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีการลักลอบตัดไม้บริเวณป่าตะบองยักษ์ ท้องที่บ้านทรัพย์สมบูรณ์ หมู่ 7 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ จึงนำกำลังตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว พบชายต้องสงสัยกำลังเดินอยู่ในแปลงกาแฟ สะพายถุงปุ๋ย มือขวาถือมีดพร้า มือซ้ายถือบาร์เลื่อยยนต์ จึงแสดงตัวและขอตรวจค้น ทราบชื่อว่านายอาวุธ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ชาวพัทลุง ตรวจดูในถุงปุ๋ยมีโซ่เลื่อยยนต์ หัวเทียน และอุปกรณ์ซ่อมเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์หลายรายการ โดยสังเกตเห็นว่ามือของชายคนดังกล่าวเปื้อนน้ำมันโซ่ยนต์ จนมีสีดำทั้งสองมือ

เจ้าหน้าที่จึงสอบถามและนำตัวไปยังเพิงพัก พบเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ยี่ห้อ Black Bull (กระทิงดำ) บาร์เลื่อยยนต์ และอุปกรณ์อื่นๆ วางอยู่ใต้ถุนเพิง เมื่อตรวจสอบบริเวณโดยรอบ พบร่องรอยการตัดไม้และแปรรูปไม้ มีเศษขี้เลื่อยใหม่กระจายอยู่ทั่ว จึงเดินตรวจสอบรอยเท้า ซึ่งตรงกับรองเท้าที่ผู้ต้องสงสัยสวมใส่ ไปจนพบไม้มะริดแปรรูป จำนวน 4 แผ่น โดย 3 แผ่น มีการผูกเชือกหัวท้ายและมีคานไม้ไผ่สอดคาเชือก ในลักษณะพร้อมยกขนย้าย แสดงให้เห็นว่ากำลังมีการขนย้ายและทิ้งไม้แปรรูปอย่างเร่งรีบ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่าเข้ามารับจ้างใส่ปุ๋ยต้นกาแฟ และไม่ทราบว่าไม้แปรรูปเป็นของใคร แต่ภายหลังยอมรับว่าไม้แปรรูป เครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ และอุปกรณ์ทั้งหมดเป็นของตนเอง จึงยึดของกลางทั้งหมด ประกอบด้วย เครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ บาร์เลื่อยยนต์ โซ่เลื่อยยนต์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอีก 15 รายการ รวมถึงไม้มะริดแปรรูป 4 แผ่น มีปริมาตรรวม 0.128 ลูกบาศก์เมตร นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางสะพาน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เร่งขับเคลื่อน ‘Next Move Prachuap’ คุมเข้มยาเสพติด ลักลอบเข้าเมือง

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เร่งขับเคลื่อน ‘Next Move Prachuap’ คุมเข้มยาเสพติด ลักลอบเข้าเมือง

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมคณะกรมการจังหวัดประจวบฯ และหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัด มีนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการจากหน่วยงานต่างๆ ร่วมประชุม โดยผู้ว่าฯ ประจวบฯ มีข้อสั่งการให้เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย Next Move Prachuap “ประจวบฯ ต้องไปต่อ” หลังจากที่ผ่านมาได้มีการประชุม Morning Brief ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อพูดคุยติดตามงานที่ได้มอบหมายให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ละด้าน ซึ่งนโยบายนี้จะส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัด ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยมีการดำเนินโครงการ 100 ชุมชนท่องเที่ยว Wellness Economy ทำให้จังหวัดประจวบฯ เป็นเมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว รวมถึงแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เช่น เรื่องการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค การแก้ไขปัญหาด้านราคาสินค้าเกษตร

นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ มีข้อสั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย – เมียนมา เฝ้าระวังตรวจตราสิ่งผิดกฎหมาย และการลักลอบเข้าเมืองของคนต่างด้าวอย่างเข้มงวด เนื่องจากขณะนี้มีรายงานว่าทางฝั่งเมียนมายังมีเหตุการณ์ความไม่สงบอยู่ในพื้นที่บ้านไทยสิงขร ห่างจากชายแดนด่านสิงขรประมาณ 50 กิโลเมตร ส่วนเรื่องมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด หลังจากที่ได้เปิดปฏิบัติการ Re-Xray ในพื้นที่ต้นแบบที่หัวหินเสร็จสิ้นแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลดำเนินการในอีก 7 อำเภอ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ให้ประชาชนทราบเกี่ยวกับมาตรการตรวจคัดกรองหาสารเสพติดในกลุ่มเป้าหมายอายุ 12 – 65 ปี ในหมู่บ้าน ชุมชนทุกตำบล เพื่อให้ประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐในการตรวจปัสสาวะ ซึ่งหากพบผู้เสพก็จะนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา พร้อมขยายผลถึงผู้ค้า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังจากที่ผ่านมาได้ขยายผลถึงขบวนการค้ายาเสพติดจำนวน 437 เครือข่าย

ด้านนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ กล่าวว่า จากการที่สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ได้ศึกษาการท่องเที่ยว บนพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ 3 อำเภอของจังหวัดประจวบฯ ได้แก่ปราณบุรี สามร้อยยอด และกุยบุรี ซึ่งถือเป็นจังหวัดนำร่องของประเทศ ขณะนี้การศึกษาเสร็จสิ้นแล้ว มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวพร้อมเร่งดำเนินการตามแผนในพื้นที่ ที่ได้ทำการศึกษา และจะมีการขยายไปถึง 5 อำเภอที่เหลือด้วย ซึ่งจะเชื่อมโยงกับนโยบาย Next Move Prachuap “ประจวบฯ ต้องไปต่อ” ที่เป็นนโยบายสำคัญของผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ.