Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ ต้อนรับ 3 ฮีโร่เอเชียนเกมส์ชาวประจวบฯ ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย

รองผู้ว่าฯ ต้อนรับ 3 ฮีโร่เอเชียนเกมส์ชาวประจวบฯ ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย

ช่วงเช้าวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล และนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ให้การต้อนรับและแสดงความยินดีกับนักกีฬาชาวจังหวัดประจวบฯ ที่ได้รับเหรียญรางวัลในการแข่งกีฬาเอเชียนเกมส์ 2022 หางโจวเกมส์ ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 3 คน ได้แก่ นายบัลลังค์ ทับทิมแดง หรือน้องหยู นักเทควันโดเหรียญทอง, น.ส.เบญญาภา จันทวรรณ นักกีฬาไคท์บอร์ดเหรียญเงิน และนายโจเซฟ โจนาธาน เวสตัน นักกีฬาไคท์บอร์ดเหรียญทองแดง โดยว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ ได้แสดงความยินดีกับนักกีฬาทุกคนและขอบคุณที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยและจังหวัดประจวบฯ จากนั้นฮีโร่เอเชียนเกมส์ ได้เข้าสักการะศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนที่จะขึ้นขบวนรถแห่ไปตามถนนสละชีพเข้าสู่โรงเรียนประจวบวิทยาลัย ท่ามกลางนักเรียนจำนวนมากที่มารอยื่นดอกไม้เป็นขวัญกำลังใจให้แก่นักกีฬา

ช่วงบ่าย ที่อารีน่าหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายพอล ชาร์ล คิงส์ ผู้จัดการทั่วไป อารีน่าหัวหิน น.ส.แสงจันทร์ แก้วประทุมรัสมี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางนพวรรณ แย้มพรหม ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายนพพล วัฒนากร ปลัดอำเภอหัวหิน และภาคเอกชน ชมรมกีฬาต่างๆ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันจัดงานต้อนรับและแสดงความยินดีกับนายบัลลังค์ ทับทิมแดง หรือน้องหยู นักเทควันโดขวัญใจคนไทย ลูกหลานชาวประจวบคีรีขันธ์ ที่คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์, น.ส.เบญญาภา จันทวรรณ นักกีฬาไคท์บอร์ด คว้าเหรียญเงิน และนายโจเซฟ โจนาธาน เวสตัน นักกีฬาไคท์บอร์ด ที่คว้าเหรียญทองแดง จากการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ณ เมืองหางโจว ที่ประเทศจีน ในการแข่งขันที่ผ่านมา โดยมีการจัดขบวนแห่รอบเมืองไปทำกิจกรรมที่บลูพอร์ตหัวหิน ให้ชาวหัวหินและประจวบคีรีขันธ์ได้ร่วมกันแสดงความยินดีในความสำเร็จ มี น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหารบริษัท หัวหินแอสเสท จำกัด นายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน น.ส.เยาวภา บุรพลชัย (วิว) อดีตนักกีฬาเทควันโดหญิงทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิก 2004 และทีมผู้บริหารบลูพอร์ตหัวหินคอยต้อนรับ

ภายในงานมีการจัดนิทรรศการแสดงชีวประวัติของนักกีฬาฮีโร่เอเชียนเกมส์ทั้งสามคน พร้อมประทับรอยมือและเซ็นลายเซ็นลงบนรูปภาพของนักกีฬา จากนั้นมีการมอบพวงมาลัยที่ประดิษฐ์จากผ้าไทย ของที่ระลึกจากพราวไทย และ Gift Voucher คูปองเงินสดจากบลูพอร์ตหัวหิน พร้อมที่พักจากโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน มูลค่า 30,000 บาท โดยทีมผู้บริหารบลูพอร์ตหัวหินให้แก่นักกีฬาทั้งสามคน และมอบของที่ระลึกและ Gift Voucher จาก The Legend Arena มูลค่า 100,000 บาท โดยวิว เยาวภา อดีตนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย ผู้บริหารเดอะเลเจ้นด์อารีน่า หัวหิน ก่อนถ่ายภาพร่วมกันที่หน้าเดอะเลเจนด์ อารีน่า ปิดท้ายด้วยการแสดงจากวงโยธวาทิตโรงเรียนวังไกลกังวล ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น

หลังจากนั้นขบวนแห่ได้เคลื่อนขบวนไปยังศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน มีนายอมรเทพ อ่วมมีเพียร ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน คุณพ่อสมโรจน์ ไชยชนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย นักเรียน นักกีฬาเทควันโด คอยต้อนรับ ภายในงานมีการแสดงจากวงโยธวาทิตและการแสดงเทควันโดของนักเรียนโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย ที่นายบัลลังค์ ทับทิมแดง หรือน้องหยู เริ่มเรียนเทควันโดที่นี่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข และชื่นชมยินดีกับความสำเร็จของนักกีฬาทั้งสามคน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปราณบุรีประดิษฐ์ผีเสื้อจากผ้าไทยส่งมอบกาชาด เฉลิมพระเกียรติพระพันปีหลวง

ปราณบุรีประดิษฐ์ผีเสื้อจากผ้าไทยส่งมอบกาชาด เฉลิมพระเกียรติพระพันปีหลวง

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 นางวรรณี สองสี นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ รักษาราชการแทนพัฒนาการอำเภอปราณบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอปราณบุรี และกลุ่มองค์กรสตรีอำเภอปราณบุรี ตัวแทนจาก 8 ตำบล จำนวน 2 คน ร่วมกันประดิษฐ์ผีเสื้อจากผ้า เพื่อนำไปประดับนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ในงานกาชาดและงานประจำปีกระทรวงมหาดไทย ประจำปี 2566 โดยนำผ้าต่างๆ อาทิ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้ามัดย้อม ผ้าบาติก และผ้าอัตลักษณ์ของอำเภอปราณบุรี มาประดิษฐ์เป็นผีเสื้อ จำนวน 100 ตัว ขนาดไม่เกิน 3 นิ้ว พร้อมติดลวดสำหรับแขวน

นางวรรณี กล่าวว่าเป็นโอกาสดีที่สตรีจังหวัดประจวบฯ จากทุกอำเภอได้รวมพลังในการแสดงออกถึงความจงรักภักดี เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมายุ ครบ 90 พรรษา เพื่อนำไปประดับในการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ในร้านกาชาดของกระทรวงมหาดไทย จำนวน 100 ตัว โดยสภากาชาดไทยได้กำหนดจัดงานกาชาด ภายใต้ชื่องานวันกาชาด 100 ปี พุทธศักราช 2566 ภายใต้แนวคิด “รื่นรมย์สุขฤดี” ระหว่างวันที่ 8 – 18 ธันวาคม 2566 ที่สวนลุมพินี กรุงเทพฯ

ทั้งนี้นายปรีดา สุขใจ นายอำเภอปราณบุรี ได้เข้าเยี่ยมชมและให้กำลังใจในการประดิษฐ์ผีเสื้อ เพื่อนำไปประดับในงานกาชาดส่วนกลาง และกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ นำเศษผ้าที่เหลือจากการตัดเย็บ มามอบให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อประดิษฐ์ผีเสื้อจากผ้าไทยของอำเภอปราณบุรีเป็นอย่างดีเสมอมา.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นายอำเภอหัวหิน ให้ความรู้ธนาคารน้ำใต้ดิน กักเก็บน้ำหลากในหน้าฝน สร้างแหล่งน้ำอันอุดมสมบูรณ์

นายอำเภอหัวหิน ให้ความรู้ธนาคารน้ำใต้ดิน กักเก็บน้ำหลากในหน้าฝน สร้างแหล่งน้ำอันอุดมสมบูรณ์

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการส่งเสริมธนาคารน้ำใต้ดิน (Ground water Bank) มีนางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดหัวหิน นายมนตรี มานิชพงษ์ ปลัดอำเภอหัวหิน นายเจนวิท ผลิศักดิ์ สาธารณสุขอำเภอหัวหิน หน่วยจงอางศึก ตชด. อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านในพื้นที่กว่า 70 คน เข้ารับการอบรมที่หมู่ 9 ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีการนำเสนอการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนบ้านโปร่งสำโหรง การบรรยายเรื่องการส่งเสริมธนาคารน้ำใต้ดิน สาธิตการสร้างธนาคารน้ำใต้ดิน และร่วมกิจกรรม “ปลูกป่าต้นน้ำ”

ธนาคารน้ำใต้ดิน คือการใช้หลักการเติมน้ำไปเก็บในชั้นใต้ดิน โดยขุดบ่อในบริเวณพื้นที่น้ำท่วม น้ำขัง น้ำหลาก หรือจุดรวมของน้ำ เพื่อกักน้ำให้ซึมลงไปชั้นหิน เป็นการพักน้ำรวมไว้เหมือนธนาคาร อีกวิธีคือการใช้เศษไม้ ขวดแก้ว เศษอิฐ กรวด หิน หรือวัสดุที่มีในท้องถิ่น มาถมในบ่อเพื่อแทนที่น้ำให้น้ำล้นออกมาใช้ได้เร็วขึ้น เมื่อน้ำใต้ดินมีปริมาณมากพอ แนวความคิดนี้เป็นเสมือนการออม หรือกักเก็บน้ำต้นทุนไว้ใช้ในหน้าแล้ง หรืออุ้มน้ำในยามน้ำหลาก นับเป็นตัวอย่างของการบูรณาการความรู้ทางวิชาการและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สามารถใช้บริหารจัดการน้ำได้อย่างยั่งยืน

ธนาคารน้ำใต้ดินแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ระบบปิด คือการขุดหลุมเพื่อดึงน้ำฝนที่อยู่บนพื้นดินลงสู่ใต้ดิน ในระดับชั้นผิวดิน เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้ดินในพื้นที่โดยรอบ และระบบเปิด คือการขุดหลุมไปให้ถึงชั้นหินอุ้มน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่เจาะน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ เพื่อให้น้ำฝนเติมเข้าสู่ชั้นหินที่กักเก็บน้ำบาดาลได้โดยตรง เชื่อมต่อกับระบบน้ำใต้ดิน เพื่อสามารถขุดมาเป็นน้ำบาดาลมาใช้ในหน้าแล้งได้ โดยประโยชน์ที่ได้รับจากธนาคารน้ำใต้ดิน คือการก่อให้เกิดความชุ่มชื้นต่อหน้าดิน ประหยัดน้ำในการรดน้ำต้นไม้บริเวณใกล้เคียง ลดน้ำท่วมขังได้ในช่วงหน้าฝน สามารถกักน้ำส่วนเกินดังกล่าวให้มาเป็นความชุ่มชื้นในหน้าแล้ง และชุมชนยังสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่รอบๆ ผิวดินของธนาคารน้ำได้ปกติ โดยไม่จำต้องเสียพื้นที่เพื่อทำจุดกักเก็บแหล่งน้ำเพียงอย่างเดียว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หลายฝ่ายบุกช่วย 3 พี่น้อง หลังมีคนนำไปเลี้ยง แล้วถูกทำร้ายร่างกาย

หลายฝ่ายบุกช่วย 3 พี่น้อง หลังมีคนนำไปเลี้ยง แล้วถูกทำร้ายร่างกาย

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2566 น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ ประธานกลุ่มเป็นหนึ่ง พร้อมด้วย น.ส.วารุณี ดอกจันทร์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นักสังคมสงเคราะห์ พมจ.ประจวบคีรีขีนธ์ เข้าพบ พ.ต.ท.วิชาญ ยศชู รอง ผกก.สืบสวน สภ.บางสะพานน้อย และ พ.ต.ท.ชาติ แสนทวีสุข รอง ผกก.ป.สภ.บางสะพานน้อย เพื่อร้องเรียนกรณีพบเด็ก 3 พี่น้อง ถูกสองตายาย บุญธรรม ที่รับมาเลี้ยงทำร้ายร่างกาย ก่อนมีการประสานไปยังโรงเรียนที่ ด.ช.A (นามสมมติ) อายุ 7 ปี และ ด.ช.B อายุ 6 ปี กำลังเรียนอยู่ เพื่อนำเด็กมาพบกับนักสังคมสงเคราะห์ และเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากเด็กทั้งสองคน

เบื้องต้นพบว่า ด.ช.A พี่ชายคนโต มีบาดเเผลคล้ายถูกน้ำร้อนลวกที่มือทั้งสองข้างตั้งแต่ช่วงปลายนิ้วมือจนถึงข้อศอกทั้งสองข้าง และ ด.ช.B มีแผลฉีกขาดที่บริเวณกลางหลัง เหนือเอว ยาวประมาณ 6 เซนติเมตร ลักษณะถูกของมีคม และยังมีน้องสาว ด.ญ.C อายุ 3 ปี อาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกับสองตายาย ทราบชื่อภายหลังคือนายพนอ ทิพย์คีรี อายุ 57 ปี และนางพันธุ์ศิริ ทิพย์คีรี อายุ 46 ปี ภรรยา

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางสะพานน้อย ร่วมกับ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพานน้อย เจ้าหน้าที่จาก พมจ.ประจวบคีรีขันธ์ และ กลุ่มเป็นหนึ่ง เดินทางไปยังบ้านของนายพนอและนางพันธุ์ศิริ ที่อยู่ในสวนยางพารา บ้านทุ่งไทร ต.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ โดยบ้านดังกล่าวเปิดเป็นโรงฆ่าหมูขนาดเล็ก เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบนางพันธุ์ศิริอยู่ภายในบ้านร่วมกับบุตรสาวและหลาน พร้อมกับ ด.ญ.C แต่นายพนอเข้าไปทำงานในสวนยาง

สำหรับ ด.ญ.C วัย 3 ขวบ มีแผลถลอกที่หัวและรอยขีดข่วนที่เอวขวา และที่มือซ้ายนิ้วชี้ไม่สามารถเหยียดตรงได้ เนื่องจากมีพังผืดใต้ผิวหนัง เด็กมีลักษณะซึม ไม่พูดคุย แต่เมื่อทีมเป็นหนึ่งเข้าไปหา เด็กก็เข้ามาสวมกอดเจ้าหน้าที่ ที่เข้าไปไว้แน่น เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นกับนางพันธุ์ศิริ ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

นางพันธุ์ศิริ เปิดเผยว่าตนและสามีได้รับเด็กทั้งสามคนมาดูแลจากพ่อเด็ก ซึ่งแยกทางกับแม่ของเด็ก ตนเพิ่งเสียหลานชายไป จึงรับเด็กๆ มาดูแลเลี้ยงดู ค่าใช้จ่ายทุกอย่างตนเป็นคนส่งเสีย ส่วนแผลน้ำร้อนลวกที่เเขนทั้งสองข้าง เนื่องจาก ด.ช.A ไปใช้ตะแกรงตักขนหมู ในน้ำร้อนที่ตั้งไฟอยู่ เเต่เด็กลื่น มือหลุดลงไปในน้ำร้อน ที่อยู่ในกระทะ จึงเป็นแผลที่มือทั้งสองข้าง ส่วนเรื่องตีเด็กยอมรับก็มีบ้าง ตามประสาที่เด็กดื้อ ไม่ได้ตีรุนแรงชนิดที่ว่าจะเอาถึงตายอะไร ส่วนแผลที่หลัง ด.ช.B เกิดจากเด็กวิ่งเล่นอยู่ใกล้ๆ จุดที่กำลังทำหมูอยู่ เด็กวิ่งมาชนเอง ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเด็ก หลังจากนี้ หากเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมฯ จังหวัดประจวบฯ จะนำเด็กทั้งสามคนไปดูแลต่อ ก็ยินดีที่จะมอบให้ไปดูแล

จากนั้นนางพันธุ์ศิริได้พาไปดูจุดที่ ด.ช.A โดนน้ำร้อนลวก มีลักษณะเป็นเตาที่ก่อขึ้นจากปูนขนาดใหญ่ มีกระทะเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 85 – 90 เซนติเมตร ซึ่งเป็นบริเวณที่ใช้สำหรับลวกหมูเพื่อขูดขน และได้ทำท่าทางขณะที่ ด.ช. A ถูกน้ำร้อนลวก พร้อมกับยืนยันว่าเด็กลื่นและมือจุ่มลงไปในกระทะเอง จนเป็นแผลที่มือทั้งสองข้าง

น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ ประธานกลุ่มเป็นหนึ่ง กล่าวว่ามีประชาชนผู้หวังดีได้ร้องเรียนมาทางเพจเป็นหนึ่ง ให้ข้อมูลมาว่ามีบ้านหลังหนึ่งได้นำเอาเด็กสามคนพี่น้อง มาเลี้ยง แต่ได้รับการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม มีการใช้แรงงานเด็ก และทำร้ายร่างกายเด็กโดยพบบาดแผลที่ร่างกายเด็ก และได้ประสานเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็ก และ พัฒนาสังคมความมั่นคงของมนุษย์ (พมจ.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้มาตรวจสอบ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางสะพานน้อย และอำเภอบางสะพานน้อย ร่วมกันเข้าไปรับเด็กอีกคนที่อยู่ที่บ้าน พอได้คุยกับเด็กแล้ว ก็พบว่ามีบาดแผลจากน้ำร้อนลวก ตั้งแต่ปลายนิ้วถึงข้อศอกทั้งสองข้าง ไม่ได้รับการรักษา ทาแค่น้ำมันมะพร้าว พอเข้าไปที่บ้านหลังดังกล่าว ยังเหลือน้องผู้หญิง เขาเห็นเรา ก็เดินมาหาแล้วกอดเราแน่นเลย แสดงว่ามีความกลัว ต้องรีบพาออกมาข้างนอกก่อน ตอนนี้ต้องจัดให้ไปอยู่บ้านพักเด็กจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่วนคดีความกับคนที่นำเด็กไปเลี้ยงต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนอีกครั้ง

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง น.ส.วารุณี ดอกจันทร์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ให้รายละเอียดว่าหลังจากได้นำเด็กทั้งสามคนเข้ามาดูแล ปรากฎว่าเด็กทั้งสามคน มีนิสัย ร่าเริง เล่นเป็นปกติ และวันที่ 8 พฤศจิกายน จะนำตัวเด็กทั้งสามคน เข้าพบแพทย์ที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์เพื่อตรวจร่างกาย แล้วนำผลตรวจร่างกายส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการต่อไป หลังจากนั้นจะพาเด็กทั้งสามคน เข้าตรวจร่างกาย สภาพจิตใจที่โรงพยาบาลหัวหิน พร้อมตามผู้ปกครองเข้ามาปรึกษาพูดคุยในวันจันทร์ที่จะถึง และประสานไปยังโรงเรียนที่เด็กเรียนอยู่ เพื่อให้ส่งใบงาน หรือการบ้านให้เด็กทำ ซึ่งเด็กทั้งสามคนจะอยู่ที่บ้านพักเด็กได้ไม่เกิน 3 เดือน และจะสอบถามผู้ปกครองหรือญาติแท้ๆ ว่าจะนำกลับไปเลี้ยงดูแลต่อหรือไม่ หากไม่มี ก็ต้องนำเด็กไปยังสถานสงเคราะห์เด็กฯ ต่อไป.

ทีมข่าวเฉพาะกิจ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กลุ่มลานไก่ขันและชมรมตระกูลโง้ว มอบกางเกงอนามัยให้ รพ.หัวหิน

กลุ่มลานไก่ขันและชมรมตระกูลโง้ว มอบกางเกงอนามัยให้ รพ.หัวหิน

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 กลุ่มลานไก่ขัน และชมรมตระกูลโง้ว อำเภอหัวหิน มอบกางเกงอนามัย จำนวนมากกว่า 15,000 ชิ้น เพื่อบริจาคแก่ผู้ป่วยยากไร้โรงพยาบาลหัวหิน ณ วัดราชายตนบรรพต (เขาต้นเกด) มีนายจิระ พงษ์ไพบูลย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน ประธานชมรมตระกูลโง้ว ตัวแทนตระกูลโง้ว ดร.ทวีศักดิ์ เดชะปัญญา ตัวแทนกลุ่มลานไก่ขัน และพระสมศักดิ์ เขมทัตโต พระภิกษุวัดราชายตนบรรพต ร่วมมอบกางเกงอนามัย (แพมเพิร์ส) ให้กับโรงพยาบาลหัวหิน โดยมี นพ.จิตตรัตน์ เตชวุฒิพร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวหิน เป็นผู้รับมอบ

ดร.ทวีศักดิ์ กล่าวว่า กลุ่มลานไก่ขัน และชมรมตระกูลโง้ว ได้จัดหากางเกงอนามัยจำนวนกว่า 140,000 ชิ้น ตั้งใจมอบให้ผู้ยากไร้และผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่อำเภอหัวหินและใกล้เคียง โดยได้มอบให้หน่วยงานอื่นๆ ไปบ้างแล้ว ครั้งนี้ขอมอบให้โรงพยาบาลหัวหิน กว่า 15,000 ชิ้น จำนวน 3 คันรถ เพื่อให้โรงพยาบาลหัวหินนำกางเกงอนามัยมอบให้ผู้ป่วยยากไร้ของโรงพยาบาลหัวหินต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานแก่งกระจาน เผยภาพหมีหมาโผล่นั่งโต๊ะอาหาร เตือนนักท่องเที่ยวงดให้อาหารและอย่าอยู่ใกล้

อุทยานแก่งกระจาน เผยภาพหมีหมาโผล่นั่งโต๊ะอาหาร เตือนนักท่องเที่ยวงดให้อาหารและอย่าอยู่ใกล้

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า ตามที่มีภาพข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ ถ่ายภาพหมีในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โพสต์ใน Tiktok ภาพดังกล่าวเป็นหมีหมา หรือหมีคน (Malayan Sun Bear) ชื่อวิทยาศาสตร์ Helarctos malayanus พบได้ที่หน่วย กจ.4 บ้านกร่าง ซึ่งนักท่องเที่ยวพบเห็นและสามารถถ่ายภาพได้ทุกวัน เจ้าหน้าที่ตั้งชื่อให้ว่า“น้องขนุน”มีตำหนิรูปพรรณที่บริเวณหน้าจะมีรอยแผลเป็น ค่อนข้างเยอะและมีจุดสีดำบริเวณสัญลักษณ์ตัวยูที่หน้าอกด้านขวา ส่วนภาพหมีหมาที่พบว่ากำลังนั่งบนโต๊ะกินข้าว เจ้าหน้าที่ตั้งชื่อให้ว่า“น้องทุเรียน”เป็นหมีที่พบประจำที่ หน่วย กจ.19 เขาพะเนินทุ่ง ตำหนิรูปพรรณที่บริเวณหน้าจะมีรอยแผลเป็นค่อนข้างเยอะ และจุดสีดำบริเวณสัญลักษณ์ตัวยูที่หน้าอกด้านขวา

หมีทั้งสองตัวมีความคุ้นเคยกับการกางเต็นท์ของนักท่องเที่ยวและเป็นหมีนิสัยดี ไม่ดุร้าย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้เตือนนักท่องเที่ยวไม่ให้นำอาหารไปไว้ในเต็นท์และเฝ้าระวังไม่ให้หมีมารบกวนเต็นท์พัก พร้อมเตือนนักท่องเที่ยวให้อยู่ในระยะปลอดภัยขณะถ่ายภาพ และไม่ควรให้อาหารสัตว์ป่า อันจะทำให้สัตว์ป่าเสียสัญชาติญาณการดำรงชีวิตในธรรมชาติ สำหรับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมีข้อมูลการศึกษาวิจัยพบการกระจายพันธุ์ของหมีทั้งสองชนิด คือหมีหมา (Helarctos malayanus) และหมีควาย (Ursus thibetanus) หรือที่เรียกว่า“หมีคอวี”ซึ่งมาจากลักษณะทางกายภาพที่หมีควายมีขนสีขาวบริเวณหน้าอกเป็นรูปตัววี ส่วนหมีหมา เป็นหมีที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ลำตัวยาวประมาณ 1 เมตร ขนตามตัวสั้นสีดำปนสีน้ำตาล ขนบริเวณอกโค้งเป็นรูปตัว U สีขาวนวล บริเวณหน้าตั้งแต่ตาไปถึงปลายจมูก สีค่อนข้างขาวหรือน้ำตาลอ่อน ปกติหมีหมาหากินกลางคืน บางครั้งก็ออกหากินกลางวัน มักหากินเป็นคู่ อยู่ในป่าทึบ ไม่ชอบอยู่ตามเขา ดุร้ายและขึ้นต้นไม้เก่งกว่าหมีควาย มีอุปนิสัยโมโหง่าย ชอบนอนบนต้นไม้หรือตามโพรงไม้สูงๆ ไม่ชอบนอนพื้นดิน บางครั้งร้องคล้ายเสียงสุนัขเห่ากระโชก จึงเรียกว่าหมีหมา เมื่อยืนสองขา จะยืนตัวตรง จึงเรียกอีกชื่อว่าหมีคน.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

บลูพอร์ตหัวหิน จัดงานต้อนรับ 3 ฮีโร่เอเชียนเกมส์ หางโจว 2022 กลับบ้านเกิดอย่างยิ่งใหญ่

บลูพอร์ตหัวหิน จัดงานต้อนรับ 3 ฮีโร่เอเชียนเกมส์หางโจว 2022 กลับบ้านเกิดอย่างยิ่งใหญ่

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหินแอสเสท จำกัด เปิดเผยว่า ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยนายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการบลูพอร์ต หัวหิน น.ส.เยาวภา (วิว) บุรพลชัย อดีตนักกีฬาเทควันโดหญิงทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิก 2004 และทีมผู้บริหารบลูพอร์ตหัวหิน ร่วมกับการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดประจวบฯ อำเภอหัวหิน เทศบาลเมืองหัวหิน ภาคเอกชน และชมรมกีฬาต่างๆ ในจังหวัดร่วมกันจัดงานเตรียมต้อนรับและแสดงความยินดีกับ 3 ฮีโร่เอเชียนเกมส์ ซึ่งเป็นลูกหลานของชาวประจวบฯ จากการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2022 ครั้งที่ 19 ที่นครหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือน ตุลาคมที่ผ่านมา รวม 3 คน มีนายบัลลังค์ ทับทิมแดง หรือน้องหยู นักเทควันโดขวัญใจคนไทย ที่ได้เหรียญทอง, น.ส.เบญญาภา จันทวรรณ นักกีฬาไคท์บอร์ด ที่ได้เหรียญเงิน และ นายโจเซฟ โจนาธาน เวสตัน นักกีฬาไคท์บอร์ด ที่ได้เหรียญทองแดง

โดยในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ จะมีการจัดขบวนแห่รอบเมือง พร้อมทำกิจกรรมที่บลูพอร์ตหัวหิน ให้ชาวหัวหินและชาวประจวบฯ ได้ร่วมกันแสดงความยินดีในความสำเร็จ ภายในงานมีการจัดนิทรรศการแสดงชีวประวัติของนักกีฬาทั้งสามคน พร้อมประทับรอยมือและลงลายเซ็นบนรูปภาพของนักกีฬา จากนั้นมีการมอบของที่ระลึกให้แก่นักกีฬาทั้งสามคน จากพราวไทย โดยทีมผู้บริหารบลูพอร์ตหัวหิน ของที่ระลึกจาก The Legend Arena โดยวิว เยาวภา อดีตนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย และถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหารที่หน้าเดอะเลเจนด์ อารีน่า ปิดท้ายด้วยการแสดงจากวงโยธวาทิตโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์

น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กล่าวเพิ่มอีกว่าบลูพอร์ตหัวหิน ขอแสดงความยินดีกับนักกีฬาทั้งสามท่าน ที่ประสบความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดประจวบฯ และประเทศไทย โดยบลูพอร์ต นั้นมีแนวทางในการสนับสนุนและส่งเสริมในเรื่องของการเป็น sport destination มาโดยตลอด อีกทั้งยังมีคุณวิว เยาวภา อดีตนักกีฬาทีมชาติไทยมาร่วมเปิด The Legend Arena ซึ่งส่งเสริมกีฬาด้านเทควันโด มวยไทย กีฬาการต่อสู้ต่างๆ เราจึงอยากเป็นหนึ่งในแรงผลักดันหลัก ทำให้เมืองหัวหินเป็นเมืองแห่งกีฬา ผลักดันเยาวชนท้องถิ่นให้มีศักยภาพในการแข่งขัน โดยเชื่อว่าน้องๆ นักกีฬาทุกท่านที่มาร่วมต้อนรับในครั้งนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญในการที่จะดึงดูดนักกีฬารุ่นใหม่ให้เข้ามาเล่นกีฬาต่างๆ มากขึ้น และทำให้มีนักกีฬาที่มีฝีมือเกิดขึ้นในอนาคตเพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

“น้องนาขวัญ” คว้ามิสแกรนด์ ปราณบุรี 2024

“น้องนาขวัญ” คว้ามิสแกรนด์ ปราณบุรี 2024

ช่วงค่ำวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ลานปราณสแควร์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ บรรดาสาวงามที่ผ่านการคัดเลือกรอบ 11 คนสุดท้ายได้ขึ้นเวทีเพื่อชิงตำแหน่งมิสแกรนด์อำเภอปราณบุรี 2024 มีพลตรีนิรินธน์ ปุณโณทก ผู้บัญชาการศูนย์การกำลังสำรอง, นายปรีดา สุขใจ นายอำเภอปราณบุรี, นายภาติยะ นิ่มน้อย ผู้ถือลิขสิทธิ์มิสแกรนด์สมุทรปราการ 2024 และผู้ถือลิขสิทธิ์มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2024, นางวัชรี ศรีทัย กรรมการผู้จัดการปราณสแควร์ และผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์อำเภอปราณบุรี 2024 พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมเป็นสักขีพยานการตัดสิน โดยมี “น้องอุ้ม” น.ส.ทวีพร พริ้งจำรัส มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2023 และรองอันดับ 5 Miss Grand Internation 2023, “น้องมีนา” น.ส.ริณา ฉัตรอมรชัย รองชนะเลิศอันดับ 5 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2023, “น้องมีมี” น.ส.กัลสุดา ชนาคีรี Miss Grand Myanmar 2022 ร่วมให้กำลังใจสาวงามที่เข้าประกวดท่ามกลางเสียงกองเชียร์ของสาวงามแต่ละคน

หลังจากใช้เวลานานเกือบ 3 ชั่วโมง ในการโชว์ตัว พร้อมตอบคำถามแสดงวิสัยทัศน์และไหวพริบของสาวงามรอบ 5 คนสุดท้ายในชุดลำลอง ผลการตัดสินเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 11 ท่าน ตำแหน่งชนะเลิศ “มิสแกรนด์อำเภอปราณบุรี 2024” ได้แก่ “น้องนาขวัญ” น.ส.ขวัญชนก จันทพิมพ์ อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ครองมงกุฎ สายสะพายพร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท รองอันดับ 1 “น้องโม” น.ส.วิจิตรา เอนก ได้สายสะพายและเงินรางวัลเงินสด 5,000 บาท, รองอันดับ 2 “น้องบุ๊คโกะ” น.ส.สกุณา เต็งรัง ได้สายสะพายพร้อมเงินสด 3,000 บาท รองอันดับ 3 “น้องสายไหม” น.ส.กุลณัฐ บุญเทพ ได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท และรองอันดับ 4 ได้แก่ “น้องบิวติ้ง” น.ส.กัลยกร เผ่าผาง ได้รับเงินรางวัล 2,000 บาท

สำหรับการประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2024 ในรอบสุดท้าย จะมีขึ้นในเดือนมกราคม 2567 ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้รับมงกุฎเพชร มูลค่า 200,000 บาท ถ้วยโทรฟี่และสายสะพายพร้อมเงินรางวัล และ gift voucher รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 2 ล้านบาท และจะได้เป็นตัวแทนของจังหวัดประจวบฯ เข้าร่วมการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ UNFORGETTABLE ระหว่างวันที่ 3 มีนาคม – 6 เมษายน 2567 พร้อมทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันเป็นเวลา 1 เดือน ก่อนประชันความงามเพื่อเฟ้นหามิสแกรนด์ ไทยแลนด์ คนที่ 12 ในค่ำคืนวันที่ 6 เมษายน 2567 ณ MGI HALL ชั้น 6 ศูนย์การค้า SHOW DC กรุงเทพฯ.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

กลับมาอีกครั้ง ศึกเทนนิส “ไทยแลนด์ โอเพ่น 2024” มกราคมปีหน้าที่อารีน่า หัวหิน

กลับมาอีกครั้ง ศึกเทนนิส “ไทยแลนด์ โอเพ่น 2024” มกราคมปีหน้าที่อารีน่า หัวหิน

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2566 การแข่งขันเทนนิสหญิงรายการใหญ่ ดับเบิลยูทีเอ อินเตอร์เนชั่นแนลซีรีส์ ทัวร์นาเมนท์ เตรียมเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง ณ อารีน่า หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในรายการไทยแลนด์ โอเพ่น 2024 ชิงเงินรางวัลรวม 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10 ล้านบาท ล่าสุดผู้จัดการแข่งขัน คือกลุ่มบริษัทพราว และอารีน่า หัวหิน ได้รับการยืนยันจากสมาคมนักเทนนิสอาชีพหญิง หรือดับเบิลยูทีเอ ให้กำหนดจัดการแข่งขันรอบคัดเลือก ระหว่างวันที่ 27 – 28 มกราคม 2567 และการแข่งขันรอบเมนดรอว์ ระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2567 ทำให้แฟนกีฬาเทนนิสชาวไทยจะได้รับชมเกมการแข่งขันเทนนิสระดับโลกในบ้านอย่างแน่นอน

กลุ่มบริษัทพราว และอารีน่า หัวหิน ได้เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อรอต้อนรับนักเทนนิสอาชีพหญิงระดับโลกและผู้ติดตามที่จะเดินทางมาร่วมการแข่งขันเทนนิสดับเบิลยูทีเอ อินเตอร์เนชั่นแนลซีรีส์ ทัวร์นาเมนท์ “ไทยแลนด์ โอเพ่น 2024” ระดับดับเบิลยูทีเอ 250 โดยครั้งนี้เป็นการจัดขึ้นที่อารีน่า หัวหิน เป็นครั้งที่ 4 แล้ว และเป็นรายการเทนนิสระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ในฐานะผู้จัดการแข่งขัน กลุ่มบริษัทพราว และอารีน่า หัวหิน เชื่อมั่นว่าจะได้รับความสนใจจากนักเทนนิสระดับโลก เช่นเดียวกับทุกๆ ปีที่ผ่านมา ที่มีนักเทนนิสคนดังของโลกมาร่วมการแข่งขันมากมาย อาทิ การ์บิเญ่ มูกูรูซ่า (สเปน) เอลินา สวิโตลินา (ยูเครน) ทิเมีย บาบอส (ฮังการี) ดายานา ยาสเตรมสกา (ยูเครน) ยูจินี บูชาร์ด (แคนาดา) แม็กด้า ลิเน็ตต์ (โปแลนด์) เปตรา มาร์ติช (โครเอเชีย) เซี๊ยะ ซูเหว่ย (ไต้หวัน) เจิ้ง ไซไซ (จีน) จู หลิน (จีน) รวมทั้งนักเทนนิสไทย “แทมมี่” แทมมารีน ธนสุกาญจน์, ลักษิกา คำขำ ตลอดจนนักหวดลูกสักหลาดดาวรุ่งไทย เป็นต้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กลุ่มอนุรักษ์ว่าว เตรียมจัดแข่งขันว่าวไทย

กลุ่มอนุรักษ์ว่าว เตรียมจัดแข่งขันว่าวไทย

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2566 นายบุญธรรม ขาวปลอม กำนันตำบลพงศ์ประศาสน์ ร่วมกับนายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่าได้ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ ตั้งกลุ่มอนุรักษ์ว่าวนก ว่าวจุฬา ตำบลพงศ์ประศาสน์ เพื่อรวมตัวกันแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และอนุรักษ์ฟื้นฟูการทำว่าว ส่งต่อให้คนรุ่นต่อๆไป ที่บ้านห้วยแก้ว ต.พงศ์ประศาสน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายบุญธรรม กล่าวว่า ในพื้นที่ตำบลพงศ์ประศาสน์ ยังมี “ช่างว่าว”ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคนิคและวิธีประดิษฐ์ว่าวไทยจากรุ่นสู่รุ่น โดยใช้เวลาว่างจากงานประจำ มาประดิษฐ์ว่าวไทยอยู่ตามหมู่บ้านต่างๆ 4 – 5 หมู่บ้าน เพื่อใช้เล่นในช่วงหน้าว่าว หรือขายให้กับผู้ที่สนใจ ซึ่งว่าวที่ทำขึ้นจะมีอยู่ 2 รูปแบบ คือว่าวจุฬา และว่าวนก นอกจากนี้ยังได้ถ่ายทอดภูมิปัญญาในการประดิษฐ์ว่าวไปสู่รุ่นลูก รุ่นหลานในพื้นที่ ตนจึงมีแนวคิดในการจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ว่าวนก – ว่าวจุฬา ตำบลพงศ์ประศาสน์ขึ้น เพื่อสืบสาน อนุรักษ์ภูมิปัญญาในการประดิษฐ์ว่าวไทยให้คงอยู่คู่กับท้องถิ่น นอกจากนี้ยังสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนด้วย

ด้านนายเฟื่อง หรือช่างน้อย ไหมทอง อายุ 54 ปี ช่างทำว่าวในพื้นที่ ต.พงศ์ประศาสน์ กล่าวว่า ตนทำว่าวมา 10 กว่าปีแล้ว ทุกๆ ปีในช่วงหน้าว่าว จะนั่งทำว่าวไว้เล่น และบางส่วนทำขายให้กับคนที่สนใจ ซึ่งเทคนิคและวิธีการทำว่าว ตนได้ส่งต่อไปยังลูกหลาน ว่าวแต่ละตัวใช้เวลาทำที่แตกต่างกันไปตามความยากง่าย บางตัวใช้เวลาทำเพียง 4 ชั่วโมง บางตัวใช้เวลานานถึง 2 – 3 วัน ส่วนใหญ่จะทำว่าวจุฬา ว่าวนก ส่วนราคาที่ซื้อขายกันในกลุ่มผู้ที่สนใจ ขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบของว่าว โดยเฉลี่ยหากว่าวมีขนาดประมาณ 1 เมตร จะขายได้ในราคาประมาณ 1,500 บาทขึ้นไป มีผู้สนใจสั่งเข้ามาอยู่เป็นประจำ ในแต่ละปีชาวบ้านในพื้นที่ สามารถเล่นว่าวได้ประมาณ 3 เดือน คือตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน – มกราคม หากผู้ที่สนใจอยากซื้อว่าว หรืออยากเเลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีในการทำว่าว สามารถติดต่อได้ที่หมายเลข 064 – 8480529

นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินและที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์ว่าวนก – ว่าวจุฬา ตำบลพงศ์ประศาสน์ เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมา ร่วมกับนายบุญธรรม ขาวปลอด กำนันตำบลพงศ์ประศาสน์ จัดกิจกรรมรวมพลคนอนุรักษ์เล่นว่าว ตำบลพงศ์ประศาสน์ขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากโรงโม่หินยุพาศิลาชัย และภาคส่วนต่างๆ ซึ่งประชาชนในพื้นที่ตำบลพงศ์ประศาสน์มีการอนุรักษ์ประเพณีเล่นว่าวและผลิตว่าวไทยอยู่หลายหมู่บ้าน งานดังกล่าวจึงเปรียบเสมือนนำช่างฝีมือในการประดิษฐ์ว่าวมารวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และอนุรักษ์ฟื้นฟูการทำว่าวเพื่อส่งต่อให้คนรุ่นต่อๆ ไป และคาดว่าปีนี้จะจัดงานดังกล่าวเป็นปีที่ 2 ในช่วงประมาณเดือนธันวาคมนี้ และจะพยายามให้กลุ่มได้จัดงานดังกล่าวต่อเนื่องทุกปี.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน