Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เวียนเทียนวันอาสาฬหบูชาคึกคัก

ประจวบฯ เวียนเทียนวันอาสาฬหบูชาคึกคัก

วันที่ 1 สิงหาคม 2566 พระครูปลัดวชิรานันท์ วชิราวุโธ เจ้าอาวาสวัดนาห้วย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชาที่วัดนาห้วย อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีพุทธศาสนิกชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมรับศีล และร่วมเดินเวียนเทียนรอบอุโบสถ 3 รอบ เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระสัมมาสัมมาพุทธเจ้า ที่ทรงถ่ายทอดพระธรรมอันมีค่ายิ่งสู่พุทธศาสนิกชนจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมพิธีเวียนเทียนยังได้ตั้งจิตอธิษฐาน เพื่อถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์ เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตราบนานเท่านานอีกด้วย

ส่วนที่บริเวณตลาดไร่ใหม่ หมู่ 3 ต.ไร่เก่า อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เทศบาลตำบลไร่เก่าจัดขบวนแห่เทียนพรรษาจำนวน 3 เล่ม นำไปถวายวัดในเขตพื้นที่ ได้แก่วัดตาลเจ็ดยอด วัดสามร้อยยอดและวัดศาลาลัย ตามโครงการสืบสานวัฒนธรรมเข้าพรรษา โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานจ้าง คณะครูและนักเรียน โรงเรียนในสังกัดเทศบาล ผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนชุมชนทั้ง 10 ชุมชน ร่วมขบวนที่มีวัวเทียมเกวียน ตกแต่งเล่มเกวียนกันอย่างสวยงาม จำนวน 10 เล่ม มาร่วมขบวนแห่เทียนพรรษาด้วย สร้างความตื่นตาตื่นใจและความประทับใจให้กับประชาชนทั่วไป รวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่มาร่วมชมงานเป็นอย่างมาก

นายกำพล เต็งประเสริฐ นายกเทศมนตรีตำบลไร่เก่า กล่าวว่า เทศบาลตำบลไร่เก่าจัดโครงการแห่เทียนเข้าพรรษาต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 แล้ว หลังผ่านช่วงสถานการณ์โควิดมา เพื่อนำต้นเทียนไปถวายวัดในเขตพื้นที่ทั้งสามวัด เพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของพุทธศาสนิกชน และยังได้ร่วมกันรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาด้วย โดยตั้งขบวนแห่ที่บริเวณหน้าตลาดไร่ใหม่เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันทำบุญเพื่อสืบทอดประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบไป

วันอาสาฬหบูชา มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “วันพระธรรม” และ “วันพระสงฆ์” เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาประกาศพระธรรมจักรเป็นครั้งแรกแก่ปัญจวัคคีย์ และเป็นวันที่มีพระสงฆ์ครบเป็นองค์พระรัตนตรัยครั้งแรกในโลก ชาวพุทธควรถือเป็นหน้าที่อันสำคัญยิ่งที่จะพึงประกอบการบูชา ทั้งส่วนอามิสบูชาและปฏิบัติบูชา โดยเฉพาะการปฏิบัติบูชานั้นควรปฏิบัติตนตามหลักธรรมในธัมมจักกัปปวัตตนสูตร อันได้แก่มัชฌิมาปฏิปทา ข้อปฏิบัติสายกลาง คืออริยมรรค 8 สรุปคือควรปฏิบัติตนให้มีศีล สมาธิ ปัญญา.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์ และฐิติชญา แสงสว่าง….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.ประจวบฯ ชูผ้าโขมพัสตร์ เชื่อมโยง The Link ด้านการท่องเที่ยวเมืองแพร่

ททท.ประจวบฯ ชูผ้าโขมพัสตร์ เชื่อมโยง The Link ด้านการท่องเที่ยวเมืองแพร่

วันที่ 2 สิงหาคม 2566 นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ททท.สำนักงานประจวบฯ ผนึกทีมภาคเอกชนร้านโขมพัสตร์ แบรนด์ผ้า “โขมพัสตร์” ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศอายุกว่า 75 ปี ของอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (YEC) จ.ประจวบฯ สายการบินไทยแอร์เอเชีย หัวหิน และสื่อมวลชน เดินทางไปร่วมกิจกรรมเชื่อมโยงการท่องเที่ยวร่วมกันประจวบคีรีขันธ์ – แพร่ ตามโครงการ The Link : Local to Global เส้นทาง Domestic to Domestic ของ ททท. ไฮไลท์สำคัญเปิดนวัตกรรม การตีความใหม่เพื่อรังสรรค์แบบผ้าตัวอย่างลายใหม่ที่ผสานมรดกภูมิปัญญา การแลกเปลี่ยนและการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมท้องถิ่นด้านผ้าของร้านโขมพัสตร์และผ้าทอตีนจกล้านนา ของจังหวัดแพร่ ที่ได้สืบทอดต่อกันมา เต็มไปด้วยเรื่องราวให้เป็นแบบผ้าชิ้นงานใหม่ เชื่อมร้อยมิติที่แตกต่างกันของทั้งสองเมือง บนรากฐานของวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งร่วมกัน นำไปสู่ความยั่งยืนภูมิปัญญาด้านผ้าท้องถิ่น

“ร้านโขมพัสตร์ ได้ใช้แนวคิดลายกิ่งไม้ในช่วงปี 2500 ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากลายกนกโบราณ ให้ความรู้สึกถึงความพริ้วไหว มีความสวยงามอ่อนช้อยของกิ่งไม้บนภาพจิตรกรรมฝาผนังของไทย ประสานกันออกมาเป็นลวดลายบนผ้าพิมพ์ที่สวมใส่ได้ทั้งชายหญิง นำมาผสานกับลายผ้าตีนจก ลายนกเล็กคู่กินน้ำร่วมต้น ซึ่งกรรมวิธีการทอผ้าตีนจกให้เทคนิคการออกแบบยกเขา โดยใช้เส้นด้ายยืน ฝ้ายพุ่ง ฝ้ายยก มาทอสลับสีสันจนเกิดลวดลาย เส้นด้ายปั่นมือ ย้อมด้วยสีคราม เพื่อให้สอดคล้องกับผ้าหม้อฮ่อมของจังหวัดแพร่ นำภูมิปัญญาของทั้งสองเมือง มาออกแบบรังสรรค์เป็นนวัตกรรมลายผ้าแบบใหม่ มีความเรียบหรู ร่วมสมัย สื่อถึงความเป็นอัตลักษณ์ของผ้าและเมืองแพร่ที่งอกงาม ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการนำเสนอสินค้าการท่องเที่ยว 5 F ในด้าน Fashion ของโครงการ The Link ทั้งประจวบฯ และแพร่ ส่งต่อไปยังอนาคต ซึ่งอาจจะมีการต่อยอดพัฒนาลายผ้าที่ได้รังสรรค์ใหม่นี้ผลิตในเชิงพาณิชย์ไปยังประชาชนนักท่องเที่ยวในอนาคต”

โครงการ The Link มุ่งเน้นให้เกิดการเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวของทั้งสองจังหวัด โดยเฉพาะด้านเส้นทางการท่องเที่ยวที่จะเชื่อมโยง สื่อสารสร้างการรับรู้สินค้าและบริการท่องเที่ยวไปสู่นักท่องเที่ยว โดยใช้การขับเคลื่อนวัฒนธรรมแฟชั่น อย่างไรก็ตามจังหวัดแพร่ ก็มีวัฒนธรรมอาหารที่มีอัตลักษณ์และรสชาติที่ถูกปากคนไทยในภาคอื่นเช่นกัน ซึ่ง ททท.สำนักงานประจวบฯ จะใช้จุดแข็งในวัฒนธรรมแฟชั่นและอาหาร มาเป็น “Soft Power” ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวร่วมกับ ททท.สำนักงานแพร่ ตามโครงการ The Link ในระยะต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชาวประจวบฯ เวียนเทียน เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา

ชาวประจวบฯ เวียนเทียน เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา

ช่วงค่ำวันที่ 1 สิงหาคม 2566 ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานพิธีเวียนเทียน เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2566 มีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พุทธศาสนิกชนชาวประจวบคีรีขันธ์ร่วมประกอบพิธีที่พระอุโบสถวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ และได้รับเมตตาจากพระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ หลังจากนั้น คณะสงฆ์วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง และรองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้นำพุทธศาสนิกชนชาวประจวบฯ ร่วมเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ ซึ่งในแต่ละรอบได้ให้พุทธศาสนิกชนระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพอย่างสูง ตามธรรมเนียมอินเดียในสมัยพุทธกาล

วันอาสาฬหบูชา 2566 ในปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ 1 สิงหาคม ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ตามจันทรคติ เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องในโอกาสที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนาทรงแสดงปฐมเทศนาธัมมจักกัปวัตนสูตร โปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 เป็นวันที่มีพระรัตนตรัยครบสมบูรณ์ คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของพุทธศาสนิกชนที่จะได้น้อมนำหลักธรรมไปปฏิบัติด้วยการบำเพ็ญกุศล รักษาศีล ละเว้นอบายมุข เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและสืบสานวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาให้คงสืบทอดอยู่คู่ชาติไทยสืบไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานเขาสามร้อยยอด ประกอบพิธีบูชาหลวงพ่อพุทธเมตตา

อุทยานเขาสามร้อยยอด ประกอบพิธีบูชาหลวงพ่อพุทธเมตตา

วันที่ 1 สิงหาคม 2566 นายรุ่งโรจน์ อัศวกุลธารินท์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (สบอ.12) นครสวรรค์ นายโสภณ ทองไสย ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการสาธารณภัย ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ นายพงศธร พร้อมขุนทด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) นายกิตติศักดิ์ สมศรี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนบน) จังหวัดประจวบฯ เจ้าหน้าที่อุทยานเขาสามร้อยยอด เจ้าหน้าที่วนอุทยานเขาตาม่องล่าย เพจอีจัน และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมในพิธีบูชาหลวงพ่อพุทธเมตตา ซึ่งจัดสร้างโดยพระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ อัญเชิญมาประดิษฐานที่หาดสามพระยา อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เพื่อให้ประชาชนนักท่องเที่ยวได้กราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล

ทั้งนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว พระครูบาเจ้าบุญชุ่มได้เดินทางมายังหาดสามพระยา และได้พูดคุยกับ นายพงศธร พร้อมขุนทด ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด (ปัจจุบันหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด) นายธงชัย ทองสุข หัวหน้าหน่วยอุทยานแห่งชาติย่อย (หาดสามพระยา) และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด โดยท่านได้ตั้งใจจะนำพระพุทธรูปบูชามาประดิษฐานที่หาดสามพระยา หลังจากนั้นเมื่อเดือนธันวาคม 2565 พระครูบาเจ้าบุญชุ่มจึงได้ให้เลขาฯ ติดต่อกลับมาและมอบหลวงพ่อพุทธเมตตาเพื่อมาประดิษฐานที่หาดสามพระยา ดั่งที่ท่านได้กล่าวไว้ ในวันนี้อุทยานฯ จึงได้ทำพิธีบูชาขึ้น พร้อมกับปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา จากโพธิมณฑลแดนแห่งการตรัสรู้ โดยมีพลโท นายแพทย์ธำรงรัตน์ แก้วกาญจน์ (แพทย์ผู้ถวายการรักษาในหลวง ร.9) ผู้ซึ่งได้รับมอบหน่อต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา มาจากวัดไทยพุทธคยา – อินเดีย เป็นผู้ปลูกต้นไม้ร่วมกับผู้เข้าร่วมในพิธี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาน้องโชค วัย 9 ขวบ หลังเล่นน้ำทะเลพลัดจมหาย

เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาน้องโชค วัย 9 ขวบ หลังเล่นน้ำทะเลพลัดจมหาย

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ ได้ตั้งศูนย์บัญชาการค้นหาผู้ประสบภัยทางทะเล ร่วมกับ ปภ.ประจวบฯ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจน้ำ สภ.หัวหิน อส. และหลายมูลนิธิ ทั้งในพื้นที่และจังหวัดข้างเคียง เพื่อออกค้นหา ด.ช.จิรพัส หรือน้องโชค สุขสมัย อายุ 9 ปี ที่เดินทางมาพร้อมกับครอบครัวจากสมุทรสาคร จากนั้นพากันไปเล่นน้ำทะเล ที่บริเวณชายหาดสวนสนประดิพัทธิ์ อ.หัวหิน ท่ามกลางอากาศคลื่นลมแรง ก่อนถูกคลื่นพัดจมหายไปช่วงเวลา 13.00 น.วันเดียวกัน โดยในการค้นหา เจ้าหน้าที่นับร้อยนายใช้อวนลากหน้าผิวดินระยะ 800 เมตรจากจุดเกิดเหตุ นักเรียนปฏิบัติการพิเศษกู้ภัยเดินหน้ากระดานค้นหาโดยรอบประมาณ 1 กิโลเมตร ขณะที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิใช้เรือยางดำค้นหาและใช้โดรนบินตรวจหาระยะประมาณ 3 กิโลเมตร ท่ามกลางความหวังของครอบครัว

จนกระทั่ง เวลา 19.15 น. ชุดนักเรียนกู้ภัยปฏิบัติการพิเศษฯ ได้ถอนกำลังกลับที่ตั้งแล้ว แต่ทีมมูลนิธิฯ ยังค้นหาต่อโดยใช้เรือสแกนหาผิวน้ำ และเดินค้นหาบริเวณชายหาดรอบสุดท้าย หากไม่พบ จะยกเลิกปฏิบัติการค้นหาในเวลา 20.30 น. และนัดหมายทำการค้นหาในวันรุ่งขึ้นที่ 2 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 07.00 น.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.ประจวบฯ นำคณะแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจังหวัดแพร่

ททท.ประจวบฯ นำคณะแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจังหวัดแพร่

วันที่ 1 สิงหาคม 2566 นายอาชวัน กงกะนันท์ ผู้อำนวยการ ททท.ประจวบฯ เปิดเผยว่าจากการที่ ททท.ประจวบฯ พร้อมด้วยคณะของสมาคมธุรกิจการมท่องเที่ยวหัวหินชะอำ โดยนางพุทธิยา พันแสง อุปนายกสมาคมฯ คุณนันทศิริ อัสสกุล คุณสุภชา ปรีชาภรณ์ ประธานบริหาร ผู้จัดการผ้าพิมพ์โขมพัสตร์หัวหิน กลุ่มผู้สื่อข่าว มีนายเจริญ อาจประดิษฐ์ นายพิสิษฐ์ รื่นเกษม นายอุดมศักดิ์ นิ่มเซียน เดินทางสู่จังหวัดแพร่ ตามโครงการจากทะเลสีครามประจวบฯ สู่เมืองคราฟท์ จ.แพร่ นั้นประสพผลสำเร็จในการที่เชื่อมสัมพันธไมตรี ในฐานะจังหวัดพี่ – จังหวัดน้อง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในรูปแบบของประเพณีวัฒนธรรม โบราณสถาน วิถีชีวิต วัฒนธรรมการแต่งกาย อาหารการกิน และอื่นๆ

จากการได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์บ้านเทพ แหล่งเรียนรู้สู่ภูมิปัญญาท้องถิ่นโกมลผ้าโบราณ รวมทั้งการนำเสนอเสื้อผ้าท้องถิ่นสู่การเป็นแฟชั่นร่วมสมัย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการนำวัฒนธรรมเหล่านี้มาเผยแพร่ ต่อยอดเพื่อเป็นการยกระดับสู่อนาคต และต้องขอชื่นชมจังหวัดแพร่ ที่มีพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่เป็นอัตลักษณ์มาหลายร้อยปี นั่นคือผ้าไหม ผ้าตีนจก และผ้าหม้อฮอม รวมถึงวัดวาอารามโบราณสถานต่างๆ

นายอาชวัน ยังกล่าวต่ออีกว่าการเดินทางครั้งนี้ได้แวะเมืองลับแล จ.อุตรดิตถ์ มีนายนพฤทธิ์ ศิริโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัด นำเข้าชมสวนทุเรียน “หลงลับแล” และพิพิธภัณฑ์เก่าแก่เมืองลับแล ที่เป็นจุดเด่นมีผู้คนมาเยือนมาชมกันอย่างมากมายในแต่ละวัน.

นายพิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เร่งล่าตัวไรเดอร์ “ฟู้ดแพนด้า” วิ่งราวร้านทองดังหัวหิน ได้สร้อยคอทองคำมูลค่าเกือบ 3 แสนบาท

เร่งล่าตัวไรเดอร์ “ฟู้ดแพนด้า” วิ่งราวร้านทองดังหัวหิน ได้สร้อยคอทองคำมูลค่าเกือบ 3 แสนบาท

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 1 สิงหาคม 2566 ร.ต.ท.หญิง พิชชา รองเหลือ รอง สว.สอบสวน สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเหตุคนร้ายวิ่งราวทองที่ห้างทองเยาวราช หัวหิน เลขที่ 39/12 ถ.ชมสินธุ์ เขตเทศบาลเมืองหัวหิน จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.หงส์พรหม วิศิษฐ์ชนะชัย ผกก.สภ.หัวหิน และชุดสืบสวนรุดไปยังที่เกิดเหตุอยู่ตรงข้ามท่ารถป่าละอู มีชาวบ้านยืนดูอยู่เต็ม พบนางอารยา กำเนิดแสง อายุ 58 ปี เจ้าของร้านยืนรอให้ปากคำด้วยอาการตระหนก ว่าขณะให้บริการลูกค้าอยู่ที่หน้าร้านกับครอบครัว มีไรเดอร์ในชุดฟู้ดแพนด้า เป็นชายรูปร่างผอมสูงประมาณ 170 ซม. สวมหมวกกันน็อคคลุมปิดหน้า ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีดำส้ม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดที่หน้าร้าน แล้วเดินตรงเข้ามาขอดูสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 2 เส้น จึงหยิบให้ดู แต่ชายคนดังกล่าวอ้างขอดูลายอื่นอีก จึงหยิบให้ดูเพิ่มอีก 2 เส้น จังหวะที่เผลอคนร้ายคว้าสร้อยคอทองคำทั้งหมด 4 เส้น น้ำหนักรวม 8 บาท คิดเป็นมูลค่าเกือบ 3 แสนบาท ขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไปทางถนนโค้งพระจันทร์อย่างรวดเร็ว หลังเกิดเหตุตำรวจวิทยุสกัดเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนีอย่างเร่งด่วน แต่ยังไร้วี่แวว

พ.ต.อ.หงส์พรหม วิศิษฐ์ชนะชัย ผกก.สภ.หัวหิน กล่าวว่า จากการสอบถามเจ้าของร้านทอง ทราบว่าก่อนหน้านั้นคนร้ายรายเดียวกัน ทำทีมาขอดูสร้อยคอทองคำที่ร้านมาแล้วล่วงหน้า 1 วัน แต่ไม่สบจังหวะก่อเหตุ จึงย้อนกลับมาอีก ขณะนี้ได้ให้ชุดสืบสวนประสานกับบริษัทฟู้ดแพนด้า เพื่อขอดูประวัติพนักงานทั้งหมด รวมทั้งตรวจสอบภาพกล้องวรจรปิดตลอดเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีและคาดว่าจะได้ตัวคนร้ายในไม่ช้านี้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กรมอุทยานแห่งชาติฯ จัดงานวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก

กรมอุทยานแห่งชาติฯ จัดงานวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก

วันที่ 31 กรกฎาคม 2566 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ตลอดจนหน่วยงานพันธมิตร ทั้งในและระหว่างประเทศ ร่วมกันจัดงาน “วันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก (World Ranger Day 2023) ณ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีและการทำงานอันเสียสละของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในการปกป้องรักษาทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่าและทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ปฏิบัติงานทั่วประเทศและกับบุคลากรภายในและภายนอกหน่วยงาน แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและศักยภาพการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทุกคนเป็นผู้ที่มีความเสียสละ ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเทและอุตสาหะ ทำให้ประเทศไทยยังมีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้พิทักษ์ป่ารวมทั้งสิ้น 26,400 คน แบ่งเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จำนวน 20,275 คน กรมป่าไม้ จำนวน 5,737 คน และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จำนวน 388 คน ทั้งนี้ที่ผ่านมากรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ดำเนินการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ประสบอันตรายจากการปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่ปี 2547 ถึงปัจจุบัน จำนวน 444 ราย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 199 ราย เจ้าหน้าที่ ที่ได้รับบาดเจ็บ 245 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 11,684,983 บาท

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่อันสำคัญยิ่ง ในการรักษาไว้ซึ่งความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาวิจัยและแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่ทุกคนต่างให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากเสียความสมดุลไป จะเป็นเหตุของปัญหาระดับโลก อย่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่มีผลต่อความเพียงพอของแหล่งอาหาร รวมถึงน้ำสะอาดที่จะลดลงทำให้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน และการได้มาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีนี้ กล่าวได้ว่า ส่วนหนึ่งแลกมาด้วยการอุทิศตนปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ยากลำบากและเสี่ยงภัยของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า อันจะหาผู้ปฏิบัติได้น้อย ถือเป็นการกระทำอันมีเกียรติ ควรค่าแก่การยกย่องเชิดชู ภารกิจของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เป็นงานหนักที่ได้รับค่าตอบแทนไม่สูง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และได้ให้การดูแลช่วยเหลือด้านสวัสดิการและการสนับสนุนยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบในเรื่องนี้ให้ดีที่สุด รวมถึงสนับสนุนให้มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยในการปฏิบัติงานให้เป็นระบบ มีมาตรฐาน และลดความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ในการเข้าปะทะกับผู้ที่กระทำผิดเกี่ยวกับการป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด นอกจากนี้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังผลักดันในการปรับฐานเงินเดือนค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า จาก 9,000 บาท เป็น 11,000 บาท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไปอีกด้วย

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า สืบเนื่องจากการประชุมพิทักษ์ป่าโลก ในปีพุทธศักราช 2549 ณ ประเทศสกอตแลนด์ กำหนดให้วันที่ 31 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันก่อตั้งสมาพันธ์ผู้พิทักษ์ป่าระหว่างประเทศ (International Federation Ranger หรือ IRF) เพื่อสนับสนุนการทำงานของผู้พิทักษ์ป่า เป็นวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก โดยให้วันนี้ในทุกปี เป็นวันที่รำลึกถึงเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในการปฏิบัติงาน ดังนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ร่วมกันจัดงานวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลกมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณงามความดี ตระหนักถึงความสำคัญของการทำหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่า เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ สร้างความภาคภูมิใจให้แก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานป้องกันรักษาป่าไม้และท้องทะเล อีกทั้งยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ได้ให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าปฏิบัติงานอย่างโดดเดี่ยว เนื่องจากการจัดงานในทุกปี มีองค์กร สมาคม มูลนิธิ ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมจัดงานวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก นอกจากนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยังมีการจัดกิจกรรมวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในพื้นที่ 18 แห่ง ทั่วประเทศ โดยมีการเชื่อมโยงสัญญาณถ่ายทอดสดผ่านระบบ Zoom การจัดงานในทั้ง 18 พื้นที่อีกด้วย

สำหรับการจัดงานวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก เพื่อประกาศเกียรติคุณและระลึกถึงเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่สร้างวีรกรรมอันกล้าหาญ ที่ได้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ การมอบเกียรติบัตร การมอบสิ่งของและเครื่องดำรงชีพจำเป็นในการออกปฏิบัติงานลาดตระเวนรักษาป่า และพิธีการกล่าวคำปฏิญาณตนของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าของทั้ง 3 หน่วยงาน พร้อมกับทุกพื้นที่ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ผลงานด้านการป้องกันรักษาป่า การส่งเสริมการมีส่วนร่วม การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน เพื่อให้คนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาล การจัดสวัสดิการให้แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า การจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ และยังมีเครือข่ายชุมชนในพื้นที่มรดกโลก “แก่งกระจาน” กว่า 20 ชุมชน ที่มาออกร้านค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนในงาน.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วัดหนองจอก จัดงานบำเพ็ญกุศลครบรอบวันมรณภาพ 28 ปี “หลวงพ่อยิด”

วัดหนองจอก จัดงานบำเพ็ญกุศลครบรอบวันมรณภาพ 28 ปี “หลวงพ่อยิด”

วันที่ 31 กรกฎาคม 2566 พระครูวีรศาสน์สุนทร (อาจารย์กุ้ง) เจ้าอาวาสวัดหนองจอก ได้จัดงานทำบุญทักษิณานุปาทาน ครบรอบวันมรณภาพ 28 ปี หลวงพ่อยิด จันทสุวัณโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองจอก อ.กุยบุรี พระเกจิอาจารย์ชื่อดังประจวบคีรีขันธ์ มีพระเถระ พระผู้ใหญ่ ศิษยานุศิษย์จำนวนมากร่วมในพิธีที่วัดหนองจอก ต.ดอนยายหนู อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกันนี้ เจ้าอาวาสได้กล่าวเชิญชวนประชาชนร่วมงานวางศิลาฤกษ์และเททองหล่อพระรูปเหมือน องค์ต้นแบบหลวงพ่อยิดองค์ใหญ่ หน้าตักกว้าง 9 เมตร ในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ด้วย

หลวงพ่อยิด จันทสุวัณโณ มีนามเดิมว่า ยิด ศรีดอกบวบ เกิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2476 ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 7 ปีชวด บิดามารดาชื่อนายแก้วและนางพร้อย ศรีดอกบวบ มีพี่น้องร่วมสายโลหิต 7 คน ท่านเป็นคนที่ 4 อายุ 9 ขวบ บรรพชาที่วัดบ้านเกิด ฝึกปฏิบัติสมาธิ ศึกษาอักขระเลขยันต์ พระธรรมวินัย กระทั่งอายุ 14 ปีได้ลาสิกขาออกมาช่วยครอบครัวหาเลี้ยงชีพ อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท โดยมีหลวงปู่อินทร์ วัดยาง เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระอธิการหวล ได้รับฉายาว่า จันทสุวัณโณ และศึกษาด้านวิชาอาคมเพิ่มเติม โดยฝากตัวเป็นศิษย์กับหลวงพ่อศุข วัดโตนดหลวง ศึกษาวิทยาคมเพิ่มเติมแล้วได้ออกธุดงค์ไปตามสถานที่วิเวกต่างๆ ในหลายพื้นที่ รวมทั้งเดินเท้าเข้าไปในฝั่งประเทศเมียนมา เป็นต้น กระทั่งปี พ.ศ.2487 บิดาล้มป่วยจึงเดินทางกลับมาและลาสิกขาออกมาดูแล และแต่งงานมีครอบครัว ท้ายที่สุดเมื่อบิดามารดาถึงแก่กรรมในปี พ.ศ.2518 จึงได้อุปสมบทอีกครั้งที่วัดเกาะหลัก โดยมีหลวงพ่อเปี่ยม เป็นพระอุปฌาย์ ได้รับฉายาจันทสุวัณโณเช่นเดิม ซึ่งขณะนั้นท่านอายุ 51 ปี เมื่ออุปสมบทแล้วก็เดินทางไปจำพรรษาเป็นพระลูกวัดที่วัดทุ่งน้อย อ.กุยบุรี ต่อมาชาวบ้านหนองจอก ต.ดอนยายหนู ทราบข่าว จึงยกที่ดินให้จำนวน 21 ไร่ 2 งาน ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเพื่อให้สร้างวัดขึ้น ได้รับความศรัทธาจากนายทหาร ตำรวจ ประชาชนเป็นจำนวนมากที่เข้ามาขอรับวัตถุมงคล อาทิ ตะกรุด พระเครื่อง ปลัดขิก เนื่องจากเชื่อกันว่าวัตถุมงคลของท่านมีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้าน เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง

วัตรปฏิบัติของหลวงพ่อยิด จะสรงน้ำปีละครั้งเท่านั้น โดยอนุญาตให้ญาติโยมที่เลื่อมใสศรัทธาใช้แปรงทองเหลืองที่ใช้ขัดเหล็ก ขัดตามตัว แขนขาของท่าน แต่แปรงทองเหลืองไม่ได้ระคายผิวหนังแม้แต่น้อย หลังจากขัดตัวให้ท่านแล้ว หลวงพ่อยิดจะมอบวัตถุมงคลให้นำไปบูชากันอย่างทั่วถึง สำหรับปัจจัยที่ได้รับจะนำไปสมทบทุนการศึกษา ทำนุบำรุงศาสนา สังคมและชุมชน จนกลายเป็นประเพณีถือปฏิบัติของหลวงพ่อยิด แต่ด้วยสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง จึงมรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2538 สิริอายุ 71 ปี พรรษา 30 แต่ด้วยความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและชาวบ้านในพื้นที่ จึงได้ร่วมกันก่อตั้งมูลนิธิพระครูนิยุตธรรมสุนทร (หลวงพ่อยิด จันทสุวัณโณ) เพื่อบำรุง บูรณะและปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน เป็นทุนภัตตาหาร การศึกษาและพยาบาลพระภิกษุ สามเณร ทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนนักศึกษาที่เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ส่งเสริมและสนับสนุนในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหิน ชวนเต้นซุมบ้า ลดพุงลดอ้วน ป้องกันโรคภัย

เทศบาลหัวหิน ชวนเต้นซุมบ้า ลดพุงลดอ้วน ป้องกันโรคภัย

วันที่ 30 กรกฎาคม 2566 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการออกกำลังกายโดยการเต้นซุมบ้า มีนายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาล ครูสอนเต้นซุมบ้า และประชาชน ทั้งเด็กผู้ใหญ่เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมากที่ห้องประชุมโรงแรมโกลเด้นซี อ.หัวหิน สำหรับโครงการส่งเสริมการออกกำลังกายโดยการเต้นซุมบ้า ในปีงบประมาณ 2566 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ (สสส.) เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายโดยการเต้นซุมบ้าในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ก่อนเริ่มกิจกรรมมีการตรวจสุขภาพโดยการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดรอบเอว วัดความดัน และตรวจน้ำตาลในเลือดโดยเจ้าหน้าที่กองการแพทย์

“ทั้งนี้จากสภาพปัจจุบันการบริโภคอาหารมีความหลากหลายมากขึ้น แต่ประชาชนส่วนใหญ่ขาดการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายเกิดความเสี่ยงในการเกิดโรค เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โดยจากการสำรวจปัญหาภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วนกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางชมรมซุมบ้าเห็นถึงความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น จึงจัดทำโครงการส่งเสริมการออกกำลังกายโดยการเต้นซุมบ้าขึ้น เพื่อให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายกันให้มากขึ้น ซึ่งจุดเด่นของการเต้นซุมบ้าคือการเบิร์น หากเต้นภายใน 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้มากถึง 800 – 1,000 กิโลแคลอรี ช่วยลดไขมันส่วนเกิน และกระชับสัดส่วนได้ดี โดยเฉพาะบริเวณแขน สะโพก ต้นขา พร้อมๆ กับการสร้างกล้ามเนื้อท้องและหลังทำให้รูปร่างดีขึ้น อีกทั้งความสนุกสนานซึ่งเป็นการออกกำลังกายเหมือนเต้นตามปาร์ตี้ ทำให้ไม่เบื่อ รวมทั้งท่าทางที่ง่ายในการเต้นตาม ซึ่งครูนำเต้นหรือผู้ฝึกเต้น สามารถผสมผสานการออกแบบท่าเต้นได้อย่างหลากหลาย แต่กลับได้รับประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย และนอกเหนือจากการอบรมแล้ว ยังมีการเต้นซุมบ้าทุกวันพุธและวันศุกร์ ที่สวนหลวงราชินี 19 ไร่ ด้วย จึงขอเชิญประชาชนร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.