Categories
ข่าว ทั้งหมด

อส.ตร.ปราณบุรี โวย ถนนเส้นท่องเที่ยว “นาห้วย – เขากะโหลก”สร้างล่าช้าจนเกิดอุบัติเหตุรายวัน

อส.ตร.ปราณบุรี โวย ถนนเส้นท่องเที่ยว “นาห้วย – เขากะโหลก”สร้างล่าช้าจนเกิดอุบัติเหตุรายวัน

วันที่ 3 พฤษภาคม 2567 นายพรหมสิงห์ สิงหเสนี อายุ 28 ปี อส.ตร. และกรรมการหมู่บ้านหนองบัว ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ เข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว ว่าตนทำงานในหน้าที่สังคม ดูแลประชาชนในเขตหมู่บ้านชุมชน ตำบล ในท้องที่ ปรากฏว่าขณะนี้มีปัญหาเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างถนนสายนาห้วย – เขากะโหลก ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2565 และต้องแล้วเสร็จในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 ในวงเงินงบประมาณ 484 ล้านบาท และขณะนี้การก่อสร้างถนนเสร็จแล้วเกือบ 100 % แต่กลับไม่ดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง สัญญาณไฟจราจร ป้ายเตือนเส้นทาง การตีเส้นขอบแนวถนน ทั้งเส้นกลางถนน รวมทั้งจุดแยกจุดตัดทางเข้าก่อสร้างบ้านนาห้วย ช่องมอญ สี่แยกบ้านหนองบัว สี่แยกถนนสายปากน้ำปราณ – เขากะโหลก ตรงที่ลงทะเล ซึ่งที่ผ่านมานั้นเกิดอุบัติเหตุรถชนกัน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บบ่อยครั้ง และที่สำคัญนั้น เมื่อร้อยเวรสอบสวนมาตรวจที่เกิดเหตุ มักจะตัดสินว่าเป็นการประมาทร่วม ทำให้คนที่ถูกชนหรือผู้บาดเจ็บ ไม่สามารถที่จะเรียกค่าเสียหายใดๆ จากคู่กรณีได้

นายพรหมสิงห์ ยังกล่าวอีกว่า ตนต้องทำหน้าที่ในการดูแลผู้คนที่เดินทางเข้ามาในเขต อบต.ปากน้ำปราณ และ เทศบาลตำบลปากน้ำปราณ ในช่วงเทศกาลงานต่างๆ จะมีรถยนต์ของนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ปรากฏว่าส่วนใหญ่รถนักท่องเที่ยวมาชนกับรถในพื้นที่ทั้งนั้น เพราะในแต่ละจุดของถนนที่ทำเสร็จแล้ว ไม่มีไฟฟ้าแสงสว่าง ไม่มีป้ายเตือนบอก ไม่มีป้ายบอกชะลอความเร็ว หยุดทางตัดสี่แยก ได้ทำหนังสือร้องเรียนแจ้งเตือนไปยังจังหวัดประจวบฯ ให้ทราบเพื่อให้ลงมาช่วยแก้ไขปัญหา ก่อนที่ว่าจะมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตมากไปกว่านี้

สำหรับในถนนก่อสร้างเส้นทางนี้ มีชื่อว่า “โครงการพัฒนาพื้นที่เฉพาะชายหาดปราณบุรี เขากะโหลก” ก็ขอเรียกร้องให้โยธาธิการจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ลงมาตรวจสอบและแก้ไขปัญหาของถนนเส้นนี้ด้วย

ขณะที่นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ (สส.เซ้ม) สส.ประจวบฯ เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ในโซเซียลว่า“เป็น สส.สมัยนี้ ผมตั้งใจจะมาตรวจสอบผู้รับเหมางานของรัฐในพื้นที่เขตจังหวัดประจวบฯ ให้ผู้รับเหมาทำงานให้มีคุณภาพ จะตรวจสอบเรื่องการบรรทุกน้ำหนักเกิน รถขนดิน ขนหิน บรรทุกน้ำหนักเกิน ทำให้ถนนพัง แจ้งตำรวจไปแล้ว ตำรวจไม่จับกุมผู้กระทำความผิดมาตรวจสอบ ที่จับมาแล้วเรื่องคดีก็ไม่คืบหน้า ถ้าตำรวจไม่ทำงาน ผมจะประสานนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มีอำนาจจับกุมแล้วนำไปส่งให้ตำรวจ แล้วจะทำข่าวด้วยว่าตำรวจจับไม่ได้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเลยมาจับแทน จะประสานนายก อบต. นายกเทศบาล ขอให้นายกสั่งกองสาธารณสุข ลงมาดูแลนะครับ ถ้าไม่เอาจริงถนนบ้านเราพังหมด รบกวนผู้ประกอบการขนดิน ขนหินกรุณาอย่าบรรทุกน้ำหนักเกินนะครับ ถนนพัง ชาวบ้านเขาเดือดร้อน แจ้งเพื่อทราบ ขอบคุณมากครับ”.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำสู่ท้องทะเลในวันแรงงานแห่งชาติ

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำสู่ท้องทะเลในวันแรงงานแห่งชาติ

วันที่ 2 พฤษภาคม 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2567 ที่ธนาคารปูม้าชุมชนตาม่องล่าย อำเภอเมืองประจวบฯ มีนายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายกฤติผล แก่นนาคำ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด นายวิภพ วงศ์ภูรี ผู้แทนบริษัทไลน์ทรานสปอร์ต จำกัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการ รัฐวิสาหกิจ ผู้ใช้แรงงาน เข้าร่วมกิจกรรม

นายสมคิด จันทมฤก กล่าวว่า การจัดงานในวันนี้ เป็นโอกาสสำคัญที่จะกระตุ้นเตือนให้ทุกภาคส่วนได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของผู้ใช้แรงงาน การที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดประจวบฯ ได้ร่วมกับสถานประกอบกิจการ ลูกจ้าง และรัฐวิสาหกิจ จัดให้มีกิจกรรมขึ้น นับว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของผู้ใช้แรงงานที่ทำคุณประโยชน์นานัปการให้กับประเทศ เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

นายกฤติผล แก่นนาคำ กล่าวว่า ผู้ใช้แรงงานถือว่าเป็นบุคคลที่มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษกิจ ความมั่นคง ก้าวหน้าและการพัฒนาระบบอุตสาหกรรมของประเทศ เพื่อเป็นการยกย่องและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของแรงงาน และทำให้เกิดการพัฒนาทั้งในเชิงคุณภาพ และความเป็นอยู่ตลอดจนสิทธิอันชอบธรรมที่ผู้ใช้แรงงานสมควรจะได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างจริงจัง จึงทำให้รัฐบาลกำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี เป็น “วันแรงงานแห่งชาติ” สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ร่วมกับผู้ใช้แรงงาน ชาวบ้านชุมชนม่องล่าย และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วยสำนักงานแรงงานจังหวัด สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานประกันสังคมจังหวัด และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 36 ประจวบฯ จัดกิจกรรมประกอบด้วย ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติเพื่อฟื้นฟูสมดุลระบบนิเวศท้องทะเล โดยได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์พร้อมพันธุ์สัตว์น้ำจากสำนักงานประมงจังหวัด และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งประจวบฯ, เก็บขยะปรับภูมิทัศน์ริมชายหาดชุมชนม่องล่าย และสนับสนุนงบประมาณให้กับธนาคารปูม้าชุมชนม่องล่าย 20,000 บาท ในการจัดซื้อแม่พันธุ์ปูม้าที่มีไข่นอกกระดอง เพื่อใช้ในการเพาะพันธุ์และอนุบาลก่อนปล่อยลงสู่ท้องทะเลต่อไป.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ปิดท้าย “วิ่งกันดุ๊” ส่งเสริมสุขภาพและท่องเที่ยววิถีชุมชน

ปิดท้าย “วิ่งกันดุ๊” ส่งเสริมสุขภาพและท่องเที่ยววิถีชุมชน

ช่วงเย็นวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “วิ่งกันดุ๊” ซึ่งเป็นครั้งที่ 9 เส้นทางสุดท้ายของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ ตามโครงการส่งเสริมสุขภาพภายในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ ที่จัดขึ้นระดับอำเภอจำนวน 8 ครั้ง ตั้งวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 พฤษภาคม 2567

โดยครั้งที่ 9 ปล่อยตัวที่สะพานสะราญวิถี หน้าอ่าวประจวบฯ ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ มีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 1,500 คน วิ่งเลียบถนนชายทะเลอ่าวประจวบฯ เข้ากองบิน 5 ผ่านเขาล้อมหมวก และวกกลับมาจบที่ถนนสู้ศึก ถนนสายวัฒนธรรม ระยะทาง 6 กิโลเมตร มีร้านอาหารมาเปิดบู๊ธ 30 ร้าน ทั้งขนมไทย ผลไม้ เครื่องดื่ม อาหารคาว รวมทั้งเมนูบำรุงสุขภาพนักวิ่ง เช่น แตงโม ดับกระหายหน้าร้อน ไข่ต้ม ข้าวโพดต้ม เด็ดสุดคือแกงเขียวหวานเนื้อกวาง โดยที่มีสีสันในงาน คือการแต่งตัวแฟนซีเป็นแนวขำขัน เช่น แต่งชุดไทย ใส่ชุดราตรี สวมปีกผีเสื้อ ที่โดดเด่นคือแต่งเป็น “ดำดง” แต่ทุกคนมาพร้อมกับรองเท้าวิ่งเต็มสตรีม

สำหรับเส้นทางการวิ่งในแต่ละสนาม เลือกเส้นทางที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ของแต่ละอำเภอ เพื่อส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยว และเตรียมเส้นทางความพร้อมในการจัดการแข่งขันวิ่งในระดับต่อไป สำหรับเมืองประจวบคีรีขันธ์ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อ คือ เมืองสามอ่าว ได้แก่ อ่าวน้อย อ่าวประจวบฯ และอ่าวมะนาว เขาล้อมหมวก กองบิน 5 ถนนสู้ศึกย่านเมืองเก่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ยึดไม้แปรรูปจันทน์หอมในป่ากุยบุรี ขยายผลหาคนทำ

ยึดไม้แปรรูปจันทน์หอมในป่ากุยบุรี ขยายผลหาคนทำ

วันที่ 30 เมษายน 2567 เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ปข.4 (รวมไทย) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ประจวบคีรีขันธ์, ฝ่ายปกครองอำเภอกุยบุรี, ทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก, ตำรวจ กก.5 บก.ปทส., เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ร่วมกันตรวจยึดไม้จันทน์หอม ในพื้นที่ป่าไม้บริเวณชายเขาเทิกเจ็ดหมื่น พื้นที่หมู่ 6 บ้านยางชุมเหนือ ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบตัดไม้ในป่า บริเวณทางลงถนนไทยานนท์ (เทิกเจ็ดหมื่น) จึงได้สนธิกำลังกับหน่วยงานข้างต้นเข้าตรวจสอบ

เมื่อคณะเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงบริเวณที่รับแจ้ง พบเส้นทางเดินจากถนนลงลำห้วยเข้าไปในพื้นที่ป่า คณะเจ้าหน้าที่จึงเดินตามเส้นทางดังกล่าว ไปพบกองไม้แปรรูปวางอยู่ 2 กอง และตอไม้ที่ถูกโค่นอีก 4 ตอ เดินตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ ไม่พบผู้ใดอยู่ในที่เกิดเหตุ เมื่อตรวจสอบไม้แปรรูปกับตอไม้ที่ถูกตัดโค่นดังกล่าว พบว่าเป็นไม้จันทน์หอม และไม้แปรรูปไม่พบรอยดวงตราของพนักงานเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด

คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบไม้แปรรูปของกลางที่ตรวจยึดอย่างละเอียด ปรากฏว่าเป็นไม้หวงห้าม ประเภท ข. ไม้หวงห้ามพิเศษ ลำดับที่ 5 ชนิดไม้จันทน์หอม ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มีไม้ขนาดความกว้างและยาว แตกต่างกันไป รวมไม้จันทน์หอมแปรรูป 58 แผ่น ปริมาตรรวม 0.69 ลูกบาศก์เมตร โดยค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 119,520 บาท คณะเจ้าหน้าที่ได้ใช้ดวงตรา ย.327 ตีประทับไว้ที่หน้าตัดไม้ทุกแผ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพิจารณาแล้วว่าเป็นการกระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ก่อนถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งทำบันทึกและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง มอบหมายให้นายอโณทัย เกษมสุขไพศาล พนักงานขับเครื่องจักรกลขนาดกลาง ข.2 หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ปข.4 (รวมไทย) นำส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.บ้านยางชุม กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ให้ทำการสืบสวนหาผู้กระทำความผิดเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กองทุนฟื้นฟูฯ มอบคืนโฉนดให้เกษตรกรประจวบ 18 ราย

กองทุนฟื้นฟูฯ มอบคืนโฉนดให้เกษตรกรประจวบ 18 ราย

วันที่ 30 เมษายน 2567 นายสุรชัย เบ้าจรรยา ประธานกรรมการบริหารสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พร้อมคณะ มาเป็นประธานเปิดโครงการและติดตามประเมินผลการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ในภารกิจของสำนักงานตามบันทึกข้อตกลงกับกรมบัญชีกลาง (ภาคกลาง) ภายใต้สโลแกน “คิดใหม่ ทำใหม่ คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อเกษตรกรไทยทุกคน” และมอบนโยบายการปฏิบัติงาน พร้อมมอบโฉนดที่ดินคืนให้กับเกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 18 ราย ที่โรงแรมประจวบแกรนด์ ถนนสละชีพ เขตเทศบาลเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจัดการหนี้จากกองทุนฟื้นฟูฯ รวม 26 แปลง เนื้อที่รวม 212 ไร่ 1 งาน 68.3 ตารางวา โดยมีนายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ

ปัจจุบันมีองค์กรเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกองค์กรเกษตรกรกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรแล้ว 56,107 องค์กร มีสมาชิกเกษตรกร 5,719,220 ราย โดยสนับสนุนโครงการและงบประมาณให้กับองค์กรเกษตรกร ตั้งแต่ปี 2549 – 2566 จำนวน 12,311 โครงการ งบประมาณ 1,503,432,480 บาท (เงินอุดหนุน 9,558 โครงการ จำนวน 407,857,364 บาท เงินกู้ยืม 2,753 โครงการ เป็นเงิน 1,095,575,116 บาท) และในปีงบประมาณ 2567 มีองค์กรเกษตรกรแสดงความประสงค์ขอรับการสนับสนุนโครงการเงินกู้ยืมไว้กับสำนักงานสาขาจังหวัด 2,080 โครงการ เป็นเงิน 12,063, 454,468 บาท มีเกษตรกรเข้าร่ามโครงการ 53,110 ราย

นอกจากจะมีการมอบคืนโฉนดที่ดินให้กับเกษตรกร จำนวน 18 รายแล้ว ยังมีเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านยุทธศาสตร์ และกลยุทธ์ด้านการฟื้นฟู การมอบนโยบายแนวทางการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปี 2567 และการบริหารงานตามแนวทางยุทธศาสตร์กองทุนระยะ 5 ปี (2568 – 2572) ภายใต้พระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร การแลกเปลี่ยนการดำเนินงานตามตัวชี้วัดของกรมบัญชีกลาง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้การสนับสนุนการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ภายใต้บริบท “ลานนาบีฟโมเดล” ความยั่งยืนของอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อ เพื่อสมาชิกกองทุน และการศึกษาดูงานการขับเคลื่อนการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการ ณ กลุ่มส่งเสริมอาชีพชาวประมง ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น โดยมีทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านสาขาอาชีพต่างๆ อาทิ เช่น ด้านการเกษตร ด้านปศุสัตว์ และด้านแปรรูปผลผลิต

นางสมจิตร ชัยจักร อายุ 65 ปี เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว และเลี้ยงโคขุน ในพื้นที่หมู่ 1 บ้านห้วยลึก ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก เปิดเผยว่า ตนและครอบครัวมีอาชีพปลูกมะพร้าวจำนวน 6 ไร่ ได้นำโฉนดที่ดินไปกู้เงินกับ ธ.ก.ส. จำนวน 240,000 บาท เพื่อนำเงินมาซื้อวัวมาเลี้ยง จำนวน 8 ตัว เป็นรายได้เสริม ต่อมาผ่อนจ่ายไม่ไหว เนื่องจากประสบปัญหาทางด้านการเงิน ขาดทุน และปัญหาทางภัยพิบัติธรรมชาติ ทำให้ไม่สามารถผ่อนจ่ายกับ ธ.ก.ส.ได้มานานกว่า 10 ปี จึงสมัครเป็นสมาชิกกับกองทุนเพื่อให้ช่วยเหลือ โดยการผ่อนจ่ายกับกองทุนฟื้นฟูในอัตราดอกเบี้ย 0% ซึ่งปัจจุบันได้ผ่อนจ่ายจนครบหมดแล้ว และได้โฉนดคืนแล้ว วันนี้ตนรู้สึกดีใจมากและขอบคุณที่กองทุนได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือกับเกษตรกรให้สามารถลืมตาอ้าปากได้

นายสุรชัย เบ้าจรรยา ประธานกรรมการบริหารฯ กล่าวว่า กองทุนฟื้นฟูฯ มีภารกิจสำคัญที่ช่วยเหลือเกษตรกร 2 ด้าน คือ ด้านการจัดการหนี้และการฟื้นฟู ในส่วนของการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร ให้เกษตรกรรวมกลุ่มยื่นเสนอแผนและโครงการของบประมาณ เพื่อใช้พัฒนาอาชีพทางการเกษตร และการแก้ไขปัญหาหนี้ให้พี่น้องเกษตรกรสมาชิก ซึ่งเป็นการยกระดับชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น ทั้งนี้ยืนยันว่าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรสมาชิก.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ถนนร้อนจัด ปิกอัพบรรทุกผลไม้ ยางระเบิด คนขับดับ

ถนนร้อนจัด ปิกอัพบรรทุกผลไม้ ยางระเบิด คนขับดับ

ช่วงบ่ายวันที่ 29 เมษายน 2567 ร.ต.ท.วศิน บูรณศักดิ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าเกิดอุบัติเหตุรถกระบะบรรทุกผักผลไม้ พลิกคว่ำชนกับเสาไฟฟ้า มีผู้เสียชีวิต และสินค้าหล่นกระจัดกระจายเกลื่อนถนนเพชรเกษมฝั่งขาล่องใต้ เป็นเหตุให้รถติดยาวหลายกิโลเมตร หลังได้รับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบฯ และ พล.ต.ต.จำลอง งามเนตร ผบก.ตร.ภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น แล้วพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัด เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบฯ เจ้าหน้าที่แขวงหมวดทางหลวงประจวบฯ รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ และให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวกด้านการจราจร

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถกระบะตอนเดียว ยี่ห้อโยโยต้า วีโก้สีขาว ทะเบียน ผก 4109 ราชบุรี ยางระเบิด เสียหลักพลิกคว่ำชนกับเสาไฟฟ้าหักโค่นเสียหาย บริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 299 + 200 หน้าสำนักงาน อบต.อ่าวน้อย หมู่ 3 เขาทุ่งกระต่ายขัง ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ สภาพรถพังเสียหายยับเยิน แผงลูกกรงสำหรับบรรทุกหลุดออกจากตัวรถ ผักผลไม้หล่นกระจัดกระจายเกลื่อนถนน เป็นเหตุให้รถติดยาวหลายกิโลเมตร ส่วนผู้ขับขี่ทราบชื่อ ต่อมาว่านายเจียมศักดิ์ พรหมประดิษฐ์ อายุ 35 ปีกระเด็นหลุดออกมาจากตัวรถ ลอยไปชนกับรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด ซึ่งวิ่งมาตามถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่นำศพส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลประจวบฯ ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุมาจากยางระเบิด ทำให้รถเสียหลัก

หลังจากนั้นประมาณ 10 นาที เกิดอุบัติเหตุรถกระบะตอนเดียว ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน บว 609 ชุมพร บรรทุกแตงโมมาเต็มคันรถ ยางระเบิดทำให้เสียหลักพลิกคว่ำ แตงโมที่บรรทุกมาหล่นกระจัดกระจาย ทำให้น้ำแตงโมสีแดงเกลื่อนถนน และมีไฟลุกไหม้อยู่บริเวณร่องเกาะกลางถนน ทำให้รถติดยาวหลายกิโลเมตร ช่วงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 305+600 ฝั่งขาล่องใต้ โดยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกควบคุมการจราจรด้วยตัวเอง พร้อมประสานรดน้ำดับเพลิงของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ มาฉีดล้างถนน และดับไฟที่กำลังลุกไหม้หญ้าแห้ง เพื่อเปิดการจราจรให้สามารถวิ่งได้ตามปกติ

นายสมหวัง กังวาฬ อายุ 40 ปี ชาวจังหวัดชุมพร คนขับรถกระบะบรรทุกแตงโม เปิดเผยว่า ตนรับจ้างบรรทุกแตงโมจากอำเภอปราณบุรี และกำลังมุ่งหน้าไปส่งที่ตลาดโพหวาย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ยางรถเกิดระเบิด ทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำเทกระจาดดังกล่าว โชคดีที่ตนไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ด้าน พล.ต.ต.จำลอง งามเนตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่าเกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำหลายจุด สาเหตุมาจากยางระเบิด คาดว่าน่าจะเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ถนนลาดยางเกิดความร้อน ประกอบกับรถบรรทุกผักผลไม้วิ่งระยะทางไกล ทำให้ยางเกิดการระเบิดได้ง่าย จึงอยากฝากเตือนถึงผู้ขับขี่ ขอให้เช็คสภาพรถและยางให้พร้อมอยู่เสมอก่อนออกเดินทาง และพักรถเป็นระยะ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจนเกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กองบิน 5 เชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับกองทัพอากาศ โอกาสครบรอบ 102 ปี

กองบิน 5 เชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับกองทัพอากาศ โอกาสครบรอบ 102 ปี

วันที่ 29 เมษายน 2567 นาวาอากาศเอก พงศ์ชนินทร์ นุชประเสริฐ ผู้บังคับการกองบิน 5 เป็นประธานมอบโล่เชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับกองทัพอากาศ ในโอกาสครบรอบ 102 ปี ที่ห้องดุสิตา อาคารอากาศคำรณ กองบิน 5 อ.เมืองประจวบฯมีรองผู้บังคับการกองบิน 5 เสนาธิการกองบิน 5 และข้าราชการกองบิน 5 เข้าร่วมพิธี พร้อมกันนี้ ผู้บังคับการกองบิน 5 ได้มอบโล่เชิดชูเกียรติ พร้อมใบประกาศเกียรติคุณบุคคลดีเด่น ประจำปี 2567 จำนวน 4 คน และมอบใบประกาศนียบัตรพร้อมปีกเครื่องหมายด้านกิจการพลเรือนกองทัพอากาศ ให้แก่บุคคลที่ทำคุณโยชน์ให้แก่กองทัพอากาศ จำนวน 22 คน อาทิ นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ น.ส.นลิน มาคเชนทร์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบฯ น.ส.ศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัดประจวบฯ นางสุคนธ์ทิพย์ สินวิวัฒนากูล อุตสาหกรรมจังหวัดประจวบฯ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ เป็นต้น

นาวาอากาศเอก พงศ์ชนินทร์ นุชประเสริฐ ประธานพิธีกล่าวว่าตามที่ทุกท่านได้รับรางวัลอันมีเกียรติและมีความสำคัญยิ่ง แสดงให้เห็นว่าทุกท่านเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่จนเป็นผลดีต่อกองบิน 5 และกองทัพอากาศ นับเป็นความก้าวหน้าในชีวิตราชการของท่านอีกขั้นหนึ่ง อันนำมาซึ่งความภาคภูมิใจของตัวท่านเองและครอบครัว วงศ์ตระกูล ทั้งนี้ย่อมเป็นสิ่งแสดงว่าท่านได้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบด้วยสติปัญญา ความรู้ ความสามารถ มีความเสียสละอดทน ต่ออุปสรรคทั้งหลายทั้งปวงและเพื่อทางราชการอย่างแท้จริง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สส.เซ้ม ประสานโยธาประจวบฯ เร่งผู้รับเหมาตีเส้นจราจรและระบบไฟส่องถนน ปราณบุรี – สามร้อยยอด

สส.เซ้ม ประสานโยธาประจวบฯ เร่งผู้รับเหมาตีเส้นจราจรและระบบไฟส่องถนน ปราณบุรี – สามร้อยยอด

วันที่ 29 เมษายน 2567 นายจักพันธ์ หรือ สส.เซ้ม ปิยพรไพบูลย์ สส.ประจวบฯ เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายพีรศักดิ์ จิวรรจนะโรดม นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำปราณ กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านในพื้นที่กว่า 100 คน มารวมตัวกันที่บริเวณถนนโครงการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวปราณบุรี – สามร้อยยอด อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ เส้นทางหน้าอำเภอปราณบุรี – สะพานข้ามแม่น้ำปราณฯ เรียกร้องให้โยธาธิการจังหวัดประจวบฯ ดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างริมถนนและตีเส้นแบ่งจราจรของถนนให้เกิดความชัดเจน เนื่องจากที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง โดยมีนายพุทธิพงษ์ กิตติกุลพงศ์ นายช่างโยธาอาวุโส หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการสำนักงานโยธาธิการจังหวัดประจวบฯ มาร่วมรับฟังและชี้แจง

นายจักพันธ์ กล่าวว่าถนนเส้นนี้ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2564 ตามสัญญาต้องเสร็จเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2567 แต่ขณะนี้ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง การตีเส้นทางแบ่งการจราจร ยังไม่ดำเนินการ ทั้งที่งานก่อสร้างนี้แล้วเสร็จไปกว่า 95% ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คน ทั้งด้านความปลอดภัยและด้านอุบัติเหตุ ชาวบ้านประสานมาที่ตน ขอให้โยธาธิการจังหวัดมาชี้แจงกับประชาชนว่าจะทำให้แล้วเสร็จเมื่อไร ถ้าหากมีการร้องเรียนของชาวบ้านเข้ามาเรื่อยๆ และยังปล่อยเรื้อรังแบบนี้ จะทำเรื่องเสนอไปยัง ปปช.ให้ลงมาตรวจสอบคู่สัญญาผู้รับเหมากับผู้ว่าจ้างให้ชัดเจน

ด้านนายพุทธิพงษ์ กล่าวว่าสัญญาก่อสร้างถนนดังกล่าวได้หมดลงไปแล้วเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา แต่บริษัท สหการวิศวกร จำกัด (กรุงเทพ) ที่เป็นคู่สัญญาการก่อสร้าง ได้ขอต่อสัญญาออกไปอีก 240 วัน โดยอ้างว่าเนื่องจากใช้งบประมาณก่อสร้างแบบผูกพัน 3 ปี แต่ยังมีอีกเส้นทางหนึ่งที่จะต้องทำร่วมกัน ในวงเงินงบประมาณ 176 ล้านบาทเศษ แต่ขณะนี้ชาวบ้านเดือดร้อนในเรื่องระบบการตีเส้นช่องทางจราจร จะเร่งรัดให้เสร็จภายในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ ส่วนระบบไฟฟ้าแสงสว่าง จะให้เสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2567 หลังจากทั้งหมดได้เจรจากันเป็นที่เข้าใจและพอใจของชาวบ้าน ในการแก้ไขปัญหาของโยธาธิการจังหวัดฯ แล้ว ต่างพากันแยกย้ายกลับ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ สานสัมพันธ์ 9 ปี เมืองเล่อซาน ยกระดับความร่วมมือเมืองพี่เมืองน้อง

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ สานสัมพันธ์ 9 ปี เมืองเล่อซาน ยกระดับความร่วมมือเมืองพี่เมืองน้อง

วันที่ 29 เมษายน 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนในจังหวัดประจวบฯ ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากเมืองเล่อซาน มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ห้องเกาะหลัก ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ นำโดยนายจาง กั๋วชิง รองนายกเทศมนตรีเมืองเล่อซาน พร้อมประชุมส่งเสริมความร่วมมือและเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างจังหวัดประจวบฯ และเมืองเล่อซาน ในฐานะเมืองพี่เมืองน้อง ในโอกาสการเดินทางเยือนจังหวัดประจวบฯ ระหว่างวันที่ 28 – 30 เมษายน 2567 เพื่อแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างกัน โดยภายในห้องเกาะหลักมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทยย้อมสีธรรมชาติ รวมถึงสินค้าโอทอปและสินค้าชุมชนของดีจังหวัดประจวบฯ ให้คณะผู้แทนจากเมืองเล่อซานได้ชมด้วย ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่าจังหวัดประจวบฯ และเมืองเล่อซาน มีการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยผู้บริหารภาครัฐเอกชนของทั้งสองเมือง ได้เดินทางเยี่ยมเยือนซึ่งกันและกันตั้งแต่ปี 2554 จนนำไปสู่การสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องในปี 2558 และมีการส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การท่องเที่ยว สังคมและวัฒนธรรม ระหว่างกันอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองเมืองเป็นไปอย่างราบรื่นและใกล้ชิดอย่างยิ่ง ซึ่งการเดินทางมาเยือนจังหวัดประจวบฯ ของคณะผู้แทนเมืองเล่อซานในครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการส่งเสริมความร่วมมือฉันมิตรให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความสัมพันธ์ตามกรอบความร่วมมือเมืองพี่เมืองน้อง

ด้านนายจาง กั๋วชิง รองนายกเทศมนตรีเมืองเล่อซาน กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เป็นตัวแทนคณะเมืองเล่อซาน ในการเดินทางมาแลกเปลี่ยนความร่วมมือกับจังหวัดประจวบฯ และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น ข้อมูลการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ ให้รับทราบ ซึ่งเมื่อวานนี้ (28 เมษายน) มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมพระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ ซึ่งเป็นเจดีย์ 9 ยอด วัดทางสาย อ.บางสะพาน ซึ่งมีความสวยงาม มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ เช่นเดียวกับเมืองเล่อซาน ก็มีพระพุทธรูปเล่อซานอายุนับพันปี เป็นพระพุทธรูปแกะสลักจากหินผาปางนั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเมืองเล่อซานยังเป็นเมืองที่มีมรดกทางวัฒนธรรม มีทรัพยากรท่องเที่ยวมากมาย มีอาหารการกินที่อร่อย ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหมใหม่ มีการคมนาคมที่สะดวก พร้อมสำหรับการแลกเปลี่ยนเชื่อมโยงกับจังหวัดประจวบฯ ซึ่งจากนี้จะเร่งผลักดันความร่วมมือระหว่างกันให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น พร้อมเชิญชวนผู้บริหารจังหวัดประจวบฯ ไปเยี่ยมเยือนเมืองเล่อซานด้วย

ทั้งนี้ คณะผู้แทนจากเมืองเล่อซาน มีกำหนดการเดินทางไปที่วัดห้วยมงคล อุทยานราชภักดิ์ ศูนย์หัตถกรรมทอผ้าบ้านเขาเต่า อ.หัวหิน เพื่อศึกษาศิลปะวัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อจังหวัดประจวบฯ ในการนำข้อมูลที่ได้รับกลับไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยว และสานต่อความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ เจ้าฟ้าทีปังกรฯ

ประจวบฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ เจ้าฟ้าทีปังกรฯ

วันที่ 29 เมษายน 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลและถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร 29 เมษายน 2567 โดยได้รับเมตตาจากพระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร พร้อมพระสงฆ์เดินบิณฑบาต มีรองผู้ว่าราชการจังหวัด ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธี เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีโดยพร้อมเพรียงกัน

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ประสูติเมื่อวันศุกร์ที่ 29 เมษายน พุทธศักราช 2548 ณ โรงพยาบาลศิริราช เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดา และเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ ก่อนที่จะเสด็จไปศึกษาต่อที่เยอรมนีจนถึงปัจจุบัน แม้จะทรงพระเยาว์และศึกษาอยู่ในต่างประเทศ แต่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ ยังทรงพระราชกรณียกิจหลายอย่าง ทรงมีความมุ่งมั่นที่จะสนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ขึ้น เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อม และความเป็นอยู่ในชุมชนต่างๆ ให้มีสภาพดีขึ้น ทรงได้รับการปลูกฝังเรื่องจิตอาสาและการทำความดีอย่างไม่หวังสิ่งตอบแทนมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ในขณะเดียวกัน ทรงมุ่งมั่นในการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อมีโอกาสได้เสด็จมาทัศนศึกษาเรื่องราวของประเทศไทยในสถานที่ต่างๆ อยู่เสมอ นอกจากนี้ ยังสนพระทัยในพระพุทธศาสนา ได้เสด็จไปยังวัดต่างๆ เพื่อทรงบำเพ็ญพระกุศล อีกทั้งยังได้ทรงสนทนาธรรมกับเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นการส่วนพระองค์อยู่เนืองนิตย์

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ https://www.royaloffice.th/ ระหว่างวันที่ 28 – 30 เมษายน 2567 โดยพร้อมเพรียงกัน.