Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อุทยานแห่งชาติหาดวนกร ซ้อมแผนเผชิญเหตุเตรียมพร้อมสถานการณ์ฉุกเฉินทางทะเล

อุทยานแห่งชาติหาดวนกร ซ้อมแผนเผชิญเหตุเตรียมพร้อมสถานการณ์ฉุกเฉินทางทะเล

วันที่ 7 กรกฎาคม 2566 น.ส.เนตรนภา งามเนตร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดวนกร ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้น (First Response Unit : FR) ที่ปฏิบัติงานด้านกู้ชีพกู้ภัยและดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จัดกิจกรรมฝึกทบทวนการปฏิบัติการทางการแพทย์ขั้นพื้นฐาน และซ้อมแผนเผชิญเหตุ ครั้งที่ 2/2566 ระหว่างวันที่ 5 – 6 กรกฎาคม 2566 ณ อุทยานแห่งชาติหาดวนกร มีนายเกรียงศักดิ์ ฐิติกูล นักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ โรงพยาบาลกุยบุรี และทีมวิทยากรจากมูลนิธิหลวงพ่อวัดในกุฏิฯ (ฝ่ายกู้ภัย) เป็นผู้ควบคุมการฝึกซ้อม

ทั้งนี้ได้มีการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น ทั้งการกู้ชีพกู้ภัยทางบกและภาคพื้นทะเล มีการจำลองสถานการณ์จริงและใช้สถานที่จริง ช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินจากบริเวณเกาะจาน ซึ่งอยู่ห่างจากฝั่งชายหาดวนกรประมาณ 9 กิโลเมตร เคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากน้ำขึ้นสู่เรือ และจากเรือไปยังรถกู้ชีพ เพื่อนำส่งต่อยังโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ระหว่างการช่วยเหลือได้ฝึกวัดค่าสัญญาณชีพและค่าเลือดต่างๆของผู้ป่วย เช่น ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับออกซิเจนในเลือด ค่าความดันเลือด อัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อหาความผิดปกติต่างๆ ในการนำรายงานไปยังศูนย์ประสานงานฯ เพื่อจะได้ประเมินสถานการณ์ ให้คำแนะนำการช่วยเหลือเบื้องต้น และส่งทีมสนับสนุนเข้าช่วยเหลือ โดยการฝึกซ้อมดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้น มีความมุ่งมั่นตั้งใจและผ่านการฝึกซ้อมไปได้ด้วยดีตามเกณฑ์ที่วิทยากรกำหนด และจะได้จัดทำแผนเผชิญเหตุเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผบ.ทัพเรือภาคที่ 1 มอบเครื่องหมายอภิรักษ์นาวี ให้ผู้สนับสนุนกองทัพเรือ

ผบ.ทัพเรือภาคที่ 1 มอบเครื่องหมายอภิรักษ์นาวี ให้ผู้สนับสนุนกองทัพเรือ

วันที่ 7 กรกฎาคม 2566 พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานมอบเครื่องหมายอภิรักษ์นาวี ประจำปี 2566 ให้แก่ผู้สนับสนุนกองทัพเรือทำคุณประโยชน์ต่อสาธารณชนและประเทศชาติ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รองเจ้ากรมกำลังพลทหารเรือ รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 ทหาร ตำรวจ ข้าราชการและผู้ได้รับมอบเครื่องหมายเข้าร่วมที่ห้องประชุมเกาะหลัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๑ กล่าวว่า เครื่องหมายอภิรักษ์นาวี มีองค์ประกอบเครื่องหมายประกอบด้วย
1. ธงฉาน หมายถึง กองทัพเรือ และประเทศไทย
2. ปลาโลมา หมายถึง การช่วยเหลือ การสนับสนุน
3. ท้องฟ้า หมายถึง ความสดใส ความราบรื่น
4. เกลียวคลื่น หมายถึง ความอดทน ความมุ่งมั่น และความกล้าหาญ
5. เกลียวเชือก หมายถึง พลังความสามัคคี และ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

เมื่อรวมองค์ประกอบของเครื่องหมายเข้าด้วยกันแล้ว จึงมีความหมายว่า “รักษาปกป้องท้องทะเล” อันเป็นเครื่องหมายเชิดชูเกียรติของกองทัพเรือ ที่มอบให้แก่ผู้ที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนกองทัพเรือในการดำเนินกิจกรรมที่อำนวยประโยชน์แก่สาธารณชนและประเทศชาติมาโดยตลอด กองทัพเรือได้พิจารณามอบเครื่องหมายอภิรักษ์นาวีแก่ท่านทั้งหลาย ณ ที่นี้ ด้วยประจักษ์ว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และประกอบคุณงามความดี ให้ความร่วมมือสนับสนุนกองทัพเรือในการดำเนินกิจกรรมในโอกาสต่างๆ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณชนและประเทศชาติเป็นอย่างดียิ่งมาโดยตลอด กองทัพเรือจึงขอมอบเครื่องหมายอันเป็นสัญลักษณ์ที่ข้าราชการกองทัพเรือมีความภาคภูมิใจให้แก่ท่านทั้งหลายด้วยความยินดี

สำหรับเครื่องหมายอภิรักษ์นาวี เป็นเครื่องหมายที่กองทัพเรือมอบแก่ผู้ที่ให้การสนับสนุนกองทัพเรือในการดำเนินกิจกรรมอำนวยประโยชน์ให้สาธารณชนและประเทศชาติเป็นอย่างดียิ่ง เครื่องหมายนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ที่ข้าราชการกองทัพเรือมีความภาคภูมิใจมาโดยตลอด การที่กองทัพเรือได้มอบเครื่องหมายอภิรักษ์นาวีให้แก่บุคคลต่างๆ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติที่ได้ประกอบคุณงามความดีร่วมกับกองทัพเรือ อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม และการประดับเครื่องหมายนี้กับเครื่องแต่งกายใดๆ ที่เหมาะสมแล้ว นับเป็นเกียรติแก่กองทัพเรือเป็นอย่างยิ่ง.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ ทอดผ้าป่าบูรณะศาลาหอสวดมนต์วัดคลองวาฬที่พังถล่ม ได้เงินกว่า 2 ล้านบาท

ประจวบฯ ทอดผ้าป่าบูรณะศาลาหอสวดมนต์วัดคลองวาฬที่พังถล่ม ได้เงินกว่า 2 ล้านบาท

วันที่ 6 กรกฎาคม 2566 พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีสมทบทุนปัจจัยบูรณะศาลาหอสวดมนต์วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง มีว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานฝ่ายฆราวาส มีพระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล, นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ, นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายบุญรัตน์ จูอี้ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดประจวบฯ นายวิทยา เขียวรอด นายอำเภอเมืองฯ น.อ.สามารถ ว่องทรงเจริญ รอง ผบ.กองบิน 5 นางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดฯ นางบุญเยี่ยม วินิจ นายกเทศบาลตำบลคลองวาฬ นายสมศักดิ์ วาจารัตน์ ประธานคณะกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนฯสถานพินิจฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ หน่วยงาน ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน พุทธศาสนิกชน และชาวบ้านในพื้นที่เข้าร่วมงาน

นอกจากนี้ มีคณะสงฆ์จังหวัดในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 15 ประกอบด้วย พระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ พระวชิรธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี พระภาวนาวิสุทธิโสภณ เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม พระปิฎกโกศล เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยพระสังฆาธิการ ระดับรองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาสในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 15 ทั้ง 4 จังหวัด ร่วมในพิธี ณ หอประชุมสงฆ์ วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

จากนั้น พระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ ประธานสงฆ์ให้ศีล กล่าวคำถวายผ้าป่า พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 รับผ้าป่าและกล่าวสัมโมทนียกถา พระสงฆ์ทั้งหมดอนุโมทนา กรวดน้ำรับพร ทั้งนี้พิธีทอดผ้าป่าสมทบบูรณะศาลาสวดมนต์วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง ซึ่งหลังคาถล่ม การนี้มีผู้บริจาคได้ปัจจัยทั้งสิ้นประมาณ 2,000,000 บาทเศษ

สำหรับศาลาหอสวดมนต์ วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง มีอายุเก่าแก่หลายสิบปี ได้ชำรุดเพราะปลวกกิน เป็นเหตุให้โครงไม้ด้านบนและกระเบื้องศาลาพังทะลายลงมา เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา จนไม่สามารถที่จะใช้ในการประกอบศาสนกิจของทางวัดได้อีกต่อไป เจ้าคณะจังหวัดทั้ง 4 จังหวัด ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 15 ได้ปรึกษาร่วมกันว่าควรจะได้ชักชวนพระสังฆาธิการในเขตปกครองของตน และแจ้งไปยังทุกวัด เพื่อขอความอนุเคราะห์รวบรวมปัจจัยทอดผ้าป่าฯ ถวายตามศรัทธา ร่วมจัดพิธีทอดผ้าป่าเพื่อสมทบทุนช่วยเหลือการบูรณะซ่อมแซมศาลาหอสวดมนต์หลังดังกล่าว

ทั้งนี้ สามารถบริจาคออนไลน์ได้ที่ธนาคารไทยพานิชย์ ชื่อบัญชีวัดคลองวาฬ เลขบัญชี 699 – 259112 – 1 ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ พระครูสุธีฯ โทร.081 – 8582769 หรือพระครูวินัยธรวนวัฒน์ โทร.064 – 2982559.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อบต.อ่างทอง ร่วมกับสาธารณสุขอำเภอ รณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออก และไข้มาลาเรีย

อบต.อ่างทอง ร่วมกับสาธารณสุขอำเภอ รณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออก และไข้มาลาเรีย

วันที่ 6 กรกฎาคม 2566 นายสมเจตน์ เจริญทรง นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในการเดินรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออก ที่วัดอ่างสุวรรณ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายก อบต.อ่างทอง นายพีระ รวดเร็ว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองหอย น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก นายธานินทร์ บุญนี ปลัด อบต.อ่างทอง นายลือยศ ภู่ทอง ส.จ.เขตอำเภอทับสะแก นายวิโรจน์ ชูเกิด กำนันตำบลนาหูกวาง พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบต.อ่างทอง ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนตำบลในพื้นที่อำเภอทับสะแก อปท.ในพื้นที่อำเภอทับสะแก ผู้นำชุมชน อสม.ตำบลอ่างทอง ครู นักเรียน เข้าร่วมกิจกรรม

ทั้งนี้สถานการณ์โรคไข้เลือดออกของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 176 ราย เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่ในอำเภอทับสะแก ยอดป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 26 มิถุนายน 2566 พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 29 ราย และผู้ป่วยอาการเข้าข่ายสงสัย 54 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต

โดยตำบลที่ต้องเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกเป็นพิเศษ เนื่องจากพบผู้ป่วยไข้เลือดออกในช่วง 1 – 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา คือ ต.อ่างทอง และ ต.ทับสะแก และอีกโรคที่มียุงก้นปล่องเป็นพาหะนำโรค คือไข้มาลาเรีย พบผู้ป่วยในอำเภอทับสะแก จำนวน 8 ราย กระจายในพื้นที่ฝั่งตะวันตก ในพื้นที่ตำบลอ่างทอง ต.เขาล้าน และตำบลนาหูกวาง ด้วยภูมิประเทศที่มีทั้งฝั่งเขาและทะเล ชายแดนฝั่งตะวันตกติดกับสหภาพเมียนมา อาชีพเกษตรกรทำสวนทำไร่ จึงเป็นปัจจัยทางกายภาพส่งเสริมให้เกิดการป่วย

อำเภอทับสะแก โดยสำนักงานสาธารณสุขอำเภอทับสะแก ร่วมกับ อบต.อ่างทอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง จึงดำเนินการจัดกิจกรรมเดินรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนทุกกลุ่มวัย ชุมชน ตลอดจนศาสนสถาน เพื่อสร้างความตระหนัก รู้และดูแลตนเอง โดยร่วมกันทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายและยุงก้นปล่อง ตามภาชนะที่ใส่น้ำข้างบ้าน เป็นต้น.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กลุ่มนักธุรกิจปราณบุรี มอบห้องพิเศษผู้ป่วยให้ รพ.ปราณบุรี มูลค่า 2 ล้านบาท

กลุ่มนักธุรกิจปราณบุรี มอบห้องพิเศษผู้ป่วยให้ รพ.ปราณบุรี มูลค่า 2 ล้านบาท

วันที่ 6 กรกฎาคม 2566 นายดำรงรักษ์ ชูไพฑูรย์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลปราณบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนงาน เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับกลุ่มนักธุรกิจในอำเภอปราณบุรี นำโดยนายสุวัจชัยและนางพิรัตน์ วุฒิวงศ์อังคณา ห้างหุ้นส่วนจำกัดแสงทองโลหะกิจ นางนงนุช กัลยาณกิตติ โรงสีหนองตาแต้ม นางศิริวรรณและ น.ส.อิสรีย์ วุฒิวงศ์อังคณา บริษัท ปราณบุรีฮอนด้าออโตโมบิล จำกัด พร้อมเพื่อนๆ นักธุรกิจที่ร่วมกันบริจาคทุนทรัพย์ปรับปรุงห้องพิเศษผู้ป่วยใน ให้มีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐาน จำนวน 4 ห้อง และห้องสำหรับแยกโรค 1 ห้อง หลังจากใช้งานมานานกว่า 30 ปี จนทรุดโทรมมาก โดยการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด มูลค่ากว่าสองล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลปราณบุรี เพื่อให้บริการกับประชาชนในพื้นที่ปราณบุรีและใกล้เคียง โดยมีนายปรีดา สุขใจ นายอำเภอปราณบุรีมาร่วมเป็นสักขีพยานและเป็นตัวแทนโรงพยาบาลปราณบุรี มอบเกียรติบัตรเพื่อขอบคุณคณะที่มาร่วมกันบริจาคในครั้งนี้ พร้อมนำชมตามห้องต่างๆ

นายดำรงรักษ์ รักษาการผู้อำนวยการ รพ.ปราณบุรี กล่าวว่าโรงพยาบาลปราณบุรีเหมือนได้เปิดห้องพิเศษใหม่ทั้ง 4 ห้องและห้องแยกโรค 1 ห้อง ซึ่งได้ปรับปรุงใหม่ทั้งหมด หลังจากเปิดใช้มานานกว่า 30 ปี ทั้งเตียงผู้ป่วย ห้องน้ำ อุปกรณ์อำนวยความสะดวก ขอขอบคุณคณะนักธุรกิจในอำเภอปราณบุรีที่เห็นความสำคัญและรวบรวมญาติพี่น้องและเพื่อนนักธุรกิจ รวบรวมทุนทรัพย์มาปรับปรุงห้องพักผู้ป่วยใน จนมีสภาพใหม่ สมบูรณ์มาก

นายสุวัจชัย (เฮียบุ้ง) กล่าวว่า ตอนแรกตั้งใจจะทำบุญให้ห้องพิเศษที่โรงพยาบาลปราณ 1 ห้อง พี่สาวก็ตั้งใจจะสมทบทำบุญงบประมาณหนึ่งล้าน แต่เมื่อมาดูสภาพแต่ละห้องชำรุดทรุดโทรมมาก หมอก็บอกว่าอยากจะให้ช่วยปรับปรุงใหม่ให้ทั้งหมด จากความตั้งใจแรก 2 ห้อง ทำไปทำมา เป็น 5 ห้อง คิดว่าคืนกำไรให้สังคม เพื่อให้โรงพยาบาลในพื้นที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เคาะประตูบ้านเสริมอาชีพให้เยาวชนกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ผ่านการบำบัด

ประจวบฯ เคาะประตูบ้านเสริมอาชีพให้เยาวชนกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ผ่านการบำบัด

วันที่ 6 กรกฎาคม 2566 นายดำรงค์ มากระจัน พัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ น.ส.เกวลิน โมรา ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน พร้อมทีมกลุ่มงานสารสนเทศฯ ติดตามการดำเนินงานกิจกรรมเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินระดับจังหวัด หนุนเสริมสัมมาชีพชุมชนแก่เยาวชนกลุ่มเสี่ยง หรือผู้ผ่านการบำบัด พื้นที่บ้านแพรกตะคร้อ หมู่ 11 ต.บึงนคร อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมอบอุปกรณ์สำหรับการประกอบอาชีพแก่ 2 ครัวเรือน ได้แก่ อาชีพการเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่และอาชีพช่างตัดผม ซึ่งเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการมีความตั้งใจที่จะประกอบอาชีพที่ได้รับการสนับสนุนให้เกิดมีรายได้ และยินดีที่จะนำโอกาสนี้เป็นช่องทางลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ในการช่วยเหลือครอบครัวและสังคมตามกำลังความสามารถ

ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของกิจกรรมนี้ เพื่อช่วยเหลือ เฝ้าระวังและสร้างแรงจูงใจให้เยาวชนกลุ่มเสี่ยง หรือผู้ผ่านการบำบัดได้ประกอบอาชีพที่สุจริตและไม่กลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และสามารถหนุนเสริมสัมมาชีพชุมชนให้กับเยาวชนกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ผ่านการบำบัด โดยคัดเลือกเยาวชนที่มีคุณสมบัติที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ผ่านการบำบัด ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ และมีความสมัครใจเข้าร่วมกิจกรรม เข้าหลักเกณฑ์ตามข้อใดข้อหนึ่งเป็นผู้ผ่านการบำบัดพื้นฟูยาเสพติดในระบบใดก็ได้ ในปี 2563 – 2565 โดยมีเอกสารหลักฐานยืนยัน มีคุณสมบัติเป็นผู้มีความตั้งใจในการเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และเป็นผู้ไม่มีอาชีพหรือสูญเสียอาชีพไปเพราะการเข้ารับการบำบัดพื้นฟูยาเสพติด มีความประพฤติดี ทั้งในระหว่างการเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูและหลังการบำบัดฟื้นฟู โดยมีผู้ปกครองหรือผู้นำชุมชนให้การรับรองและการสนับสนุนและกำกับดูแลการประกอบอาชีพของเยาวชนตามวัตถุประสงค์.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อธิบดีกรมฝนหลวงเร่งทำฝนเทียม แก้ปัญหาภัยแล้งประจวบฯ

อธิบดีกรมฝนหลวงเร่งทำฝนเทียม แก้ปัญหาภัยแล้งประจวบฯ

วันที่ 5 กรกฎาคม 2566 นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติการฝนหลวง ช่วยเหลือพื้นที่อำเภอบางสะพาน และบางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งประสบปัญหาภัยแล้ง โดยมีว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยนายเลิศยศ แย้มพราย นายอำเภอบางสะพาน นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ส.ส.จังหวัดประจวบฯ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์ที่ อบต.ทองมงคล อ.บางสะพาน ทั้งนี้จังหวัดประจวบฯ ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยแล้งใน 7 อำเภอ ได้แก่ อ.หัวหิน อ.ปราณบุรี อ.เมือง อ.สามร้อยยอด อ.ทับสะแก อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำหลักทั้ง 9 แห่ง อยู่ในเกณฑ์น้อย ส่งผลให้พื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่ที่มีการปลูกทุเรียน มะพร้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และกาแฟ มีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหาย ประชาชนขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคเนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำไม่เพียงพอต่อการผลิตน้ำประปาในบางพื้นที่ของอำเภอบางสะพาน และอำเภอบางสะพานน้อย

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ในเดือนกรกฎาคมนี้ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงหัวหิน ได้ใช้เครื่องบิน CARAVAN จำนวน 2 ลำ และหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.สุราษฎร์ธานี ใช้เครื่องบิน BT67 จำนวน 1 ลำ ปฏิบัติการทำฝนเทียมช่วยเหลือพื้นที่ภาคใต้ตอนบนและตอนล่าง โดยมีฐานเติมสารฝนหลวงที่ท่าอากาศยานชุมพร เพื่อให้เครื่องบินสามารถลงเติมสารฝนหลวงเพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ อ.บางสะพานน้อย อ.บางสะพาน และจังหวัดชุมพร ได้ทันกับสภาพอากาศโดยไม่ต้องบินกลับไปยังฐานที่ตั้งหน่วยปฏิบัติการ อย่างไรก็ตามจังหวัดประจวบฯ มีภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นแนวยาวและแคบ มีพื้นที่ติดแนวชายแดนไทย – เมียนมา และติดทะเล ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการปฏิบัติการฝนหลวง หากลมในระดับบินปฏิบัติการมีกำลังค่อนข้างแรง จะส่งผลให้กลุ่มเมฆเคลื่อนที่ออกจากพื้นที่เป้าหมายสู่ทะเลค่อนข้างเร็ว จึงได้กำชับให้นักวิทยาศาสตร์ นักบิน วางแผนติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดในแต่ละวัน และช่วงชิงสภาพอากาศเพื่อปฏิบัติการฝนหลวงให้ทันเหตุการณ์ตรงพื้นที่เป้าหมายที่ต้องการ และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรเพื่อติดตามผลการทำงานและปัญหา เพื่อนำมาวางแผนช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหิน เปิดโครงการป้องกันเด็กจมน้ำในสถานศึกษา

เทศบาลหัวหิน เปิดโครงการป้องกันเด็กจมน้ำในสถานศึกษา

วันที่ 5 กรกฎาคม 2566 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการป้องกันเด็กจมน้ำ และการสร้างทีมผู้ก่อการดี (MERIT MAKER) ประจำปี 2566 ที่โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย อ.หัวหิน โดยมีบาทหลวงสมโรจน์ ชัยชนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย นพ.วีระศักดิ์ พงษ์พัฒนพันธ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลกรุงเทพฯ – หัวหิน คณะผู้บริหารเทศบาลเมืองหัวหิน ครูนักเรียน ผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมโครงการ

ทั้งนี้จากข้อมูลในช่วงสิบปีที่ผ่านมา (2555 – 2564) มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิต 7,374 ราย เฉลี่ยปีละ 737 ราย หรือวันละ 2 ราย และจากข้อมูลเบื้องต้นของกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่าในปี 2564 เพียงปีเดียว มีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จมน้ำเสียชีวิต ถึง 219 ราย คิดเป็นร้อยละ 33.3 ของการจมน้ำเสียชีวิตในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เป็นกลุ่มเด็กที่มีอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำต่อประชากรเด็กแสนคนสูงที่สุด เท่ากับร้อยละ 6.9 และพบว่าขณะเด็กจมน้ำ เด็กอยู่กับผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็ก ถึงร้อยละ 35.9 ซึ่งส่วนใหญ่ในขณะนั้นผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเด็กกำลังประกอบอาชีพ (ร้อยละ 50) และหลังจากช่วยเด็กขึ้นมาจากน้ำแล้ว มีการปฐมพยาบาลเด็กจมน้ำที่ผิดวิธี ด้วยการอุ้มพาดบ่ามากถึงร้อยละ 27.6

ดังนั้น งานส่งเสริมสุขภาพ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองหัวหิน จึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนคณะทำงานและคณะวิทยากรจากกรมแพทย์ทหารเรือ กรมสรรพาวุธทหารเรือ ชมรม Share for Life Join for Love มูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน และทีมภาคีเครือข่าย มาให้ความรู้ในภาควิชาการและปฏิบัติเพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ถึงการลงเล่นน้ำ การพบเห็นคนจมน้ำเพื่อเข้าช่วยเหลืออย่างถูกวิธี การป้องกันการจมน้ำและความปลอดภัยทางน้ำแก่เยาวชนนักเรียน ฝึกสอนและปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ CPR และการใช้ AED (เครื่องกระตุ้นหัวใจอัตโนมัติ) เพื่อสอนและฝึกหัดให้เด็กปฐมวัยมีความรู้และทักษะ (อย่าเก็บ อย่าใกล้ อย่าก้ม) และเพื่อเสริมสร้างเครือข่ายทีมผู้ก่อการดี โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมเป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 – 6 จำนวน 3 รุ่นๆ ละ 130 คน รวมจำนวน 390 คน เข้ารับการอบรมระหว่างวันที่ 5 – 7 กรกฎาคมนี้.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เกษตรกรสามร้อยยอด ปลูกกระเจียวหวานสร้างรายได้

เกษตรกรสามร้อยยอด ปลูกกระเจียวหวานสร้างรายได้

วันที่ 5 กรกฎาคม 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) หมู่ 7 บ้านหนองกลางดง ต.ศิลาลอย อ.สามร้อยออด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ของนายบุญสวย สุวรรณภาพ เกษตรกรต้นแบบ และเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด ที่นำพันธุ์กระเจียวหวานเพชรน้ำผึ้ง มาปลูกรับประทานเอง พร้อมเก็บขายได้ทุกวัน ดอกกระเจียวหวานที่เก็บได้สามารถนำไปปรุงอาหารรับประทานได้หลายเมนู ทั้งผัด ต้ม แกง กินสด ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ผู้ที่เคยทานติดใจจนแทบไม่พอขาย ต้องสั่งจองกันล่วงหน้า สายรักษ์สุขภาพไม่ควรพลาด

ศูนย์เรียนรู้ฯ มีพื้นที่ 10 ไร่ ทำไร่นาสวนผสม เป็นแปลงสาธิตและเพื่อเรียนรู้การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9 ปลูกกระเจียวหวานสายพันธุ์เพชรน้ำผึ้ง ไว้ในพื้นที่ 1 งาน เป็นปีที่ 2 กระเจียวหวานจะอยู่ได้ 4 ปี ให้ผลผลิตปีละ 4 เดือน ซึ่งช่วงนี้กำลังออกดอกให้ผลผลิต เก็บขายได้ทุกวัน ตอนแรกตั้งใจปลูกไว้เพื่อรับประทานเอง แต่ยิ่งปลูกไว้ นานวันเข้าก็ยิ่งแตกหน่อเพิ่มมากขึ้น ทำให้ออกดอกมากจนรับประทานไม่ทัน จึงนำไปแจกญาติพี่น้อง ก็ยังเหลือ เลยเก็บขายเป็นรายได้เสริมทุกวัน

นายบุญสวย เกษตรกร กล่าวว่าพื้นที่เป็นสาขาไร่นาสวนผสม ปลูกข้าวสองไร่ครึ่ง นอกนั้นเป็นพืชผัก ไม้ใช้สอย เลี้ยงสัตว์ต่างๆ ทำมาตั้งแต่ปี 2550 อยากจะปลูกอะไรก็ปลูกเสริมเข้ามาเรื่อยๆ ผมเห็นมีการปลูกกระเจียวหวานในยูทูป พื้นที่แห้งแล้ง เป็นทรายก็ยังปลูกได้ ขาดน้ำก็ยังออกดอกได้ ของเราน้ำอุดมสมบูรณ์ ก็น่าจะปลูกได้ จึงนำมาลองปลูกดู แต่พื้นที่มีแค่ 1 งาน กระเจียวหวานเพชรน้ำผึ้ง จะออกดอกปีละ 4 เดือน ไม่เหมือนกระเจียวธรรมชาติที่ออกปีละครั้ง สำหรับการดูแลรักษาง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่ได้ฉีดยาหรือใส่ปุ๋ยเคมี ส่วนมากจะใส่ปุ๋ยขี้แพะ นำฟางมากลบหนาเท่าไรยิ่งดี ในพื้นที่เพาะปลูกเป็นอินทรีย์ทั้งหมด
อยากแนะนำให้ปลูก เพราะปลูกง่าย ยอดอ่อนของดอกกระเจียว เหมาะสำหรับนำไปกินกับน้ำพริกปลาทู หรือนำไปประกอบอาหารได้หลายเมนู

นอกจากนี้ ยอดอ่อนของดอกกระเจียวมีสรรพคุณมากมาย ดอกกระเจียวมีรสเผ็ดร้อน มีกลิ่นหอม ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ ลดกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยแก้มดลูกอักเสบสำหรับสตรีหลังคลอด ทำให้ดอกกระเจียวเป็นที่ต้องการของตลาด มีลูกค้าสั่งจองดอกกระเจียวล่วงหน้าเป็นจำนวนมาก หากผู้ใดสนใจอยากจะเรียนรู้ ยินดีต้อนรับและให้คำแนะนำ ติดต่อได้ที่โทร. 096 – 7341861.

ภาพ/ข่าว : ฐิติชญา แสงสว่าง

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กิ่งกาชาดหัวหินมอบทุนการศึกษานักเรียนยากจนกว่า 1 ล้านบาท ถวายเป็นพระราชกุศล

กิ่งกาชาดหัวหินมอบทุนการศึกษานักเรียนยากจนกว่า 1 ล้านบาท ถวายเป็นพระราชกุศล

วันที่ 5 กรกฎาคม 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการให้การสังคมสงเคราะห์ มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนยากจนในเขตพื้นที่อำเภอหัวหิน ประจำปี 2566 ที่โรงเรียนหนองพลับวิทยา และที่โรงเรียนตำรวจนเรศวรป่าละอู อ.หัวหิน โดยมีนางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน คณะกรรมการและสมาชิกกิ่งกาชาดหัวหิน ผู้อำนวยการสถานศึกษา คณะครู บุคลากรทางการศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ พร้อมด้วยนักเรียนในเขตพื้นที่อำเภอหัวหิน จำนวน 509 คน เข้ารับทุนการศึกษา สร้างความดีใจให้กับนักเรียนและผู้ปกครองเป็นอย่างมาก

นางอุษา พวงวลัยสิน กล่าวว่าโครงการดังกล่าว ดำเนินการโดยอำเภอหัวหิน ร่วมกับสำนักงานกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ และเพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียนที่เดือดร้อนและด้อยโอกาส เป็นการสร้างฝันและกำลังใจให้เด็กนักเรียนที่ยากจนให้ได้รับทุนการศึกษาในเบื้องต้น และเป็นตัวแทนของสภากาชาดไทย ส่งเสริมและเผยแพร่อุดมการณ์ตามพันธกิจของสภากาชาดไทยในการช่วยเหลือผู้ปกครองและเด็กนักเรียน

สำหรับทุนการศึกษาในครั้งนี้เป็นเงินที่ได้รับจากการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาและรายได้จากการจัดงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหินที่ผ่านมา นำมาจัดทำโครงการมอบทุนการศึกษาเด็กยากจน จำนวนทั้งสิ้น 1,120 ทุนๆ ละ 1,000 บาท โดยบริจาคไปแล้วครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่โรงเรียนหัวหิน จำนวน 17 โรงเรียน รวม 413 ทุน เป็นเงิน 413,000 บาท ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแพรกตะคร้อ จำนวน 3 โรงเรียน รวม 198 ทุน เป็นเงิน 198,000 บาท และในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่โรงเรียนหนองพลับวิทยาและโรงเรียนตำรวจนเรศวรป่าละอู จำนวน 18 โรงเรียน รวม 509 ทุน เป็นเงิน 509,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,120,000 บาท.