Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ คึกคัก! เปิดรับสมัคร สส.วันแรก กกต.ย้ำตรวจสอบคุณสมบัติต้องห้ามก่อนสมัค

ประจวบฯ คึกคัก! เปิดรับสมัคร สส.วันแรก กกต.ย้ำตรวจสอบคุณสมบัติต้องห้ามก่อนสมัคร

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 27 ธ.ค. 2568 ที่หอประชุมชั้น 2 องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นสถานที่รับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในระบบเขต ทั้ง 3 เขต ของ จ.ประจวบฯ ระหว่างวันที่ 27-31 ธ.ค.2568 และได้กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569 เป็นวันเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไป พร้อมจะมีการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในวันเดียวกัน ส่วนการส่งรายชื่อ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และ การแจ้งรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กกต.ได้กำหนดส่งรายชื่อ ภายในวันที่ 28 – 31 ธ.ค. 2568 ตั้งแต่เช้าก่อนเวลายื่นรับสมัครในเวลา 08.30 น. บรรดาผู้สมัครของพรรคการเมืองต่างๆได้เดินทางมายื่นใบสมัคร โดยมี นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ร่วมสังเกตการณ์ พร้อมผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด มี นายศักดิ์ชัย เลิศกิตติวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ประจำจังหวัดประจวบฯ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง และกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตทั้ง 3 เขต เจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดฯ รอรับการยื่นใบสมัคร พร้อมตรวจหลักฐานที่ใช้ในการยื่นสมัคร

โดยพรรคกล้าธรรม มีอดีต สส. เจ้าของพื้นที่เดิมจำนวน 2 เขต ที่ย้ายค่ายมาจากพรรคประชาธิปัตย์ มาสวมสีเสื้อพรรคกล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คือ นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ หรือโกวเซ้ม อดีต สส. เขต 2 บุตรชายของ นายวิรัช ปิยพรไพบูลย์ พี่ชายนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะลงสมัครในเขตเดิม อีกคน นายประมวล พงศ์ถาวราเดช อดีต สส.สมัยที่แล้ว จะลงสมัครในเขต 3 เหมือนเดิม ส่วนในเขต 1 พรรคกล้าธรรม จะส่ง สจ.เบิด นายธิตินัย ตั้งบูรพาจิตร์ ส.อบจ. เขตอ.กุยบุรี บุตรชาย นายมานพ (สจ.ตี๋) ตั้งบูรพาจิตร์ รองนายก อบจ.ประจวบฯ ส่วนนายมนตรี(ต๊ง) ปาน้อยนนท์ อดีต สส. เขต 1 หลายสมัย ก็จะไปลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม

สำหรับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเลือกตั้งสมัยที่แล้วเบียดมาได้ 1 ที่นั่ง คือ นายสังคม(ลูกหิน) แดงโชติ อดีต สส.เขต 1 ที่ยังยึดมั่นอยู่กับพรรคภูมิใจไทย นำทีมผู้สมัครพรรคฯลงสมัครใน 2 เขต ประกอบด้วย เขต 1 นายสังคม แดงโชติ เขต 2 นายอำนวย (ผู้ใหญ่เปี๊ยก) สุดกระแสร์ ผู้ใหญ่บ้านคนดัง อ.ปราณบุรี ส่วนเขต 3 คาดว่าจะเป็น นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน (นายกเดียร์) อดีตนายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก ลูกเขย นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีฯ น้องสาวนายชาดา ไทยเศรษฐ์ แกนนำพรรคภูมิใจไทย และยังเป็นน้องชายของ สว.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภา จ.ประจวบฯอีกด้วย ทราบว่าจะเดินทางมาสมัครในวันที่ 29 ธ.ค.2568

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งสมัยที่แล้วได้ สส.ในพื้นที่ จ.ประจวบฯมา 2 ที่นั่งด้วยกัน แต่อดีต สส.ทั้ง 2 คนตอนนี้ย้ายขั้วตามนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. ไปซบอก ร.อ.ธรรมนัส ที่พรรคกล้าธรรมทั้งหมด จึงต้องเฟ้นหาผู้สมัครหน้าใหม่ในสนามการเมือง สส.ทั้ง 3 คน โดยในวันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ มีผู้สมัครเดินทางมาสมัครจำนวน 2 คน คือ นายไชยวัฒน์ วงศ์วรรณ อดีต ผจก.สหกรณ์โคนมฯ อ่าวน้อย ลงสมัครในเขต 1 และอีกเขต นายนิติ (ซี) ปลั่งศรีสกุล อดีตผู้สมัคร นายก อบจ.ประจวบฯเมื่อครั้งที่ผ่านมา และยังเป็นบุตรชายนายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีต สส.พรรคไทยรักไทย ลงสมัครในเขต 3 ส่ง ส่วนเขต 2 ยังไม่มีผู้สมัคร คาดว่า พรรคประชาธิปัตย์จะส่ง นายเอกธิปป์ ตนประเสริฐ

ส่วนพรรคเพื่อไทย ส่งผู้สมัครครบ 3 เขต คือ เขต 1 นายอุดร โพธิ์พ่วง อดีตผู้สมัครพรรครวมไทยสร้างชาติสมัยที่แล้ว เขต 2 นายกฤษณะ พุกดำ ส่วนเขต 3 เป็นนายศุภวิท กำเนิดแสง ส่วนพรรคใหญ่อีกพรรค พรรคประชาชน ส่งผู้สมัครครบทั้ง 3 เขต ประกอบด้วย เขต 1 นายมรกต โอ่เอี่ยม เขต 2 น.ส.นักษา กาญจนคีรีรัตน์ และเขต 3 น.ส.วรรณอนงค์ หาญพงษ์ธรรม
ในส่วนพรรคเล็กพรรคอื่นๆ มีพรรคไทยสร้างไทยของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หัวหน้าพรรค ส่งผู้สมัคร 2 เขต คือ เขต 2 นายสายันต์ รักเมือง และ เขต 3 นายปณิธาน ประจวบเหมาะ พรรคโอกาสใหม่ ของ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรค อดีต รมว.พาณิชย์ ส่งผู้สมัครเพียง 1 เขต คือ นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ อดีตที่ปรึกษานายกเทศบาลนครหัวหิน ลงในเขต 2 อีกพรรค พรรคไทยก้าวใหม่ ของ “ดร.เอ้” นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรค ส่งผู้สมัคร ครบทั้ง 3 เขต โดย เขต 1 สรานนท์ ใยบำรุง เขต 2 น.ส.มิ่งขวัญ น่วมทอง และ เขต 3 พ.ต.อ.เอกราช หุ่นงาม และอีกพรรค คือพรรคมิติใหม่ ส่ง 1 เขต คือ เขต 2 นายจรูญ เจริญศักดิ์

ทั้งนี้บรรยากาศการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส. ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยทาง กกต.จังหวัดประจวบฯ ขอความร่วมมือประชาชนที่มาคอยให้กำลังใจของแต่ละพรรค ยืนรออยู่บริเวณด้านล่าง และขอให้อยู่ในความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งนี้ผู้สมัครที่มาถึงก่อนเวลารับสมัคร 08.30 น. จึงต้องมีการจับสลากหาหมายเลขผู้สมัคร โดยในช่วงแรกได้มีการจับลำดับก่อนหลังในการยื่นใบสมัคร โดยหากคนที่จับได้หมายเลขลำดับก่อนหลังได้แล้ว แล้วไปยื่นใบสมัคร ซึ่งหากผ่านในเรื่องตรวจสอบคุณสมบัติ ก็จะได้หมายเลขดังกล่าว ใช้ในการหาเสียงต่อไป

โดยผลการจับสลากหมายเลข มีดังนี้ เขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมือง ( ยกวัน ต.ห้วยทราย) อ.กุยบุรี อ.สามร้อยยอด อ.ปราณบุรี (เฉพาะ ต.ปากน้ำปราณ) หมายเลข 1 นายไชยวัฒน์ วงศ์วรรณ พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 นายสรานนท์ ใยบำรุง พรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 3 นายสังคม แดงโชติ พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 4 นายธิตินัย ตั้งบูรพาจิตร์ พรรคกล้าธรรม เบอร์ 5 นายมรกต โอ่เอี่ยม พรรคประชาชน เบอร์ 6 นายอุดร โพธิ์พ่วง พรรคเพื่อไทย

เขต 2 อ.ปราณบุรี (ยกเว้น ต.ปากน้ำปราณ) อ.หัวหิน หมายเลข 1 ได้แก่ นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ พรรคกล้าธรรม เบอร์ 2 นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ พรรคโอกาสใหม่ เบอร์ 3 นายอำนวย สุดกระแสร์ พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 4 นายกฤษณะ พุกดำ พรรคเพื่อไทย เบอร์ 5 น.ส.มิ่งขวัญ น่วมทอง พรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 6 นายจรูญ เจริญศักดิ์ พรรคมิติใหม่ เบอร์ 7 น.ส.นักษา กาญจนคีรีรัตน์ พรรคประชาชน เบอร์ 8 นายสายันต์ รักเมือง พรรคไทยสร้างไทย

และเขตเลือกตั้งที่ 3 อ.เมือง (เฉพาะ ต.ห้วยทราย) อ.ทับสะแก อ.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย หมายเลข 1 ได้แก่ นายปณิธาน ประจวบเหมาะ พรรคไทยสร้างไทย เบอร์ 2 นายประมวล พงศ์ถาวราเดช พรรคกล้าธรรม เบอร์ 3 นายศุภวิท กำเนิดแสง พรรคเพื่อไทย เบอร์ 4 พ.ต.อ.เอกราช หุ่นงาม พรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 5 นายนิติ ปลั่งศรีสกุล พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 6 น.ส.วรรณอนงค์ หาญพงษ์ธรรม พรรคประชาชน.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลนครหัวหิน เปิดตัวแลนด์มาร์กใหม่สุดอลังการ ‘The Horses of Happiness’ รับนักท่องเที่ยวช่วงปีใหม่

เทศบาลนครหัวหิน เปิดตัวแลนด์มาร์กใหม่สุดอลังการ ‘The Horses of Happiness’ รับนักท่องเที่ยวช่วงปีใหม่

วันที่ 27 ธันวาคม 2568 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ กล่าวว่า เทศบาลนครหัวหินชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์คริสต์มาส เปิดตัวแลนด์มาร์กสุดอบอุ่น “The Horses of Happiness” โลกแฟนตาซีแห่งความสุขที่ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งจินตนาการ ความอบอุ่น และรอยยิ้ม ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปีม้าอันเป็นเอกลักษณ์ โดยเนรมิตพื้นที่ด้านหน้าสำนักงานเทศบาลนครหัวหินให้กลายเป็นโลกแฟนตาซีแสนอบอุ่น ผสานงานศิลป์สไตล์ Folk Art เข้ากับลวดลายเรขาคณิตร่วมสมัย โดดเด่นด้วยต้นคริสต์มาส Illumination ขนาดใหญ่สูงกว่า 10 เมตร เป็นจุดศูนย์กลาง กับโทนสีแดง ขาว และทอง ถ่ายทอดความรู้สึกอบอุ่น สนุกสนาน และหรูหราแบบคลาสสิคเสริมเสน่ห์ด้วยไฟ Warm Light และแสงไฟระยิบระยับนับแสนดวง ที่ช่วยเติมชีวิตชีวาให้พื้นที่สวยงามสว่างไสวทั้งในช่วงกลางวันและยามค่ำคืน รายล้อมด้วยซุ้มโค้ง Snowflake ม้าไม้ และองค์ประกอบตกแต่งที่เต็มไปด้วยรายละเอียดดอกไม้และผีเสื้อ สร้างบรรยากาศที่ชวนเดินเล่น ถ่ายภาพ และเก็บความประทับใจร่วมกัน

นอกจากนี้ยังเพิ่มสีสันเสมือนจริงท่ามกลางหิมะ กับ Fog bubble machine ที่เราปล่อยเพิ่มบรรยากาศเเบบจัดเต็ม ถึง 2 รอบ! เวลา 19.00 น. และ 20.00 น. ตั้งเเต่วันนี้จนถึงวันที่ 4 ม.ค.68 จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวพาลูกหลานมาร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับ “The Horses of Happiness” แลนด์มาร์กแห่งความสุข จุดเช็กอินใหม่ที่ชวนให้ทุกคนมาสัมผัสบรรยากาศพิเศษ สร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน และส่งต่อรอยยิ้มในช่วงเวลาสุดท้ายของปี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พบเสือดำ 2 ตัว ครั้งแรกในพื้นที่น้ำตกป่าละอู

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พบเสือดำ 2 ตัว ครั้งแรกในพื้นที่น้ำตกป่าละอู

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยข่าวดีจากการสำรวจสัตว์ป่า ว่านายฉลอง ทองสงฆ์ หัวหน้าเขตบริหารจัดการที่ 5 อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้รายงานการพบเสือดาว (เสือดำ) ในพื้นที่น้ำตกป่าละอู อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ซึ่งถือเป็นการพบที่มีภาพถ่ายยืนยันครั้งแรกในพื้นที่แห่งนี้ จากการที่เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยาน กจ. 3 (ป่าเลา) ได้ติดตั้งกล้องถ่ายภาพสัตว์ป่าเพื่อสำรวจประชากรสัตว์ป่าในพื้นที่ป่าละอู – ห้วยชลนาถ พบว่ามีสัตว์ป่าหลากหลายชนิดอาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพบเสือดำ จำนวนสองตัว ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ นอกจากเสือดำแล้ว ยังพบสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ ได้แก่ หมาใน เลียงผา กวางป่าและสัตว์ป่าอีกหลายชนิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของห่วงโซ่อาหารและความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่

การค้นพบครั้งนี้มีนัยสำคัญต่อการอนุรักษ์ในหลายมิติ โดยเฉพาะการยืนยันสถานะของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในฐานะมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การยูเนสโก ซึ่งการพบเสือดำยืนยันว่า พื้นที่แห่งนี้สมควรได้รับการคุ้มครองในระดับสูงสุด นอกจากนี้ การมีผู้ล่าชั้นสูงสุดอาศัยอยู่ ได้แสดงว่าระบบนิเวศมีความสมดุลตั้งแต่พืช สัตว์กินพืช ไปจนถึงสัตว์กินเนื้อทุกระดับ และเนื่องจากแก่งกระจานเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกับผืนป่าในประเทศเมียนมา ทำให้สัตว์ป่าสามารถเคลื่อนย้ายและแลกเปลี่ยนพันธุกรรมได้ ป้องกันปัญหาการผสมพันธุ์ใกล้ชิด ข้อมูลที่ได้จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยพฤติกรรมสัตว์ป่า การจัดการอนุรักษ์ และการวางแผนพัฒนาพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย

นายมงคล กล่าวว่า “การพบเสือดำครั้งนี้เป็นของขวัญที่ล้ำค่าจากธรรมชาติ ในวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ และเป็นผลงานจากการทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่คอยปกป้องผืนป่านี้ แต่การอนุรักษ์ไม่ใช่งานของเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียว เราต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ชุมชนท้องถิ่น และองค์กรต่างๆ เพื่อร่วมกันรักษามรดกทางธรรมชาติอันล้ำค่านี้ไว้ให้ลูกหลานของเราได้เห็นและภาคภูมิใจในอนาคต”

แม้จะมีข่าวดี แต่การอนุรักษ์ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทาย รวมถึงการบุกรุกพื้นที่ป่า การลักลอบล่าสัตว์ป่า และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจึงมีแผนการดำเนินงานต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการลาดตระเวนด้วยเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทันสมัย การขยายพื้นที่การสำรวจเพื่อติดตามการกระจายตัวและจำนวนประชากรสัตว์ป่า การสร้างความร่วมมือกับชุมชนเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ยั่งยืนและไม่ก่อผลกระทบต่อสัตว์ป่า รวมถึงการพัฒนาฐานข้อมูลสัตว์ป่าเพื่อการวิจัยและจัดการที่มีประสิทธิภาพ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

สถานพินิจฯ ประจวบฯ อบรมเด็กและเยาวชนตามโครงการ TO BE NUMBER ONE ป้องกันเป็นเหยื่อยาเสพติด

สถานพินิจฯ ประจวบฯ อบรมเด็กและเยาวชนตามโครงการ TO BE NUMBER ONE ป้องกันเป็นเหยื่อยาเสพติด

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 นางลิษา อึ้งเห่ง ประธานคณะกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชน สำหรับสถานพินิจฯ จังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน บุคลากร ด้านการดำเนินงาน TO BE NUMBER ONE ที่ห้องประชุมสถานพินิจฯ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม มี น.ส.จุไรวรรณ บุญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถานพินิจฯ จ.ประจวบฯ กล่าวรายงาน และมีนางจรี วัชรวงษ์ รองประธานกรรมการสงเคราะห์เด็กฯ นายธนะกิจ แทนคุณ เลขาฯ คณะกรรมการสงเคราะห์ฯ นางจีรสุภี เพชรคีรีสกุล, นางธัญพร ตูวิเชียร, นายบุญมา ลิบลับ กรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนฯ เจ้าหน้าที่สถานพินิจฯ เยาวชนและผู้ปกครอง เข้าร่วม ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากคณะวิทยากร วิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล ซึ่งเป็นต้นแบบการดำเนินงานชมรม TO BE NUMBER ONE ในสถานศึกษา ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ และพัฒนาศักยภาพเด็ก เยาวชน และบุคลากรอย่างรอบด้าน

นางลิษา อึ้งเห่ง ประธานคณะกรรมการสงเคราะห์ฯ กล่าวว่า การอบรมในครั้งนี้ เป็นโอกาสอันดีที่ทุกคนเล็งเห็นความสำคัญของการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE โดยการจัดกิจกรรมเสริมความรู้นันทนาการ และการสร้างความเข้าใจในเรื่องโทษของยาเสพติด ตลอดจนเป็นการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด สร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้เด็กและเยาวชน และพัฒนาศักยภาพทั้งเด็กและเยาวชน เจ้าหน้าที่ สามารถพัฒนาความเข้มแข็งและดำเนินการภายใต้กิจกรรม TO BE NUMBER ON อย่างยั่งยืน เด็กและเยาวชนที่เข้ารับการอบรมในครั้งนี้ จะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทุกประเภท

น.ส.จุไรวรรณ บุญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถานพินิจฯ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติด ยังคงระดับความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจึงกำหนดให้การป้องกันและแก้ไขยาเสพติด เป็นแนวนโยบายที่สำคัญและเร่งด่วนในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยยึดหลักผู้เสพคือผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัดรักษา ผู้ค้า คือผู้ที่ต้องได้รับโทษ ตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งกำหนดให้เร่งรัดปราบปรามการค้ายาเสพติด และป้องกันไม่ให้กลุ่มเสี่ยงเข้าไปเป็นเหยื่อของยาเสพติด โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชน และในสังคม ให้ร่วมดำเนินการในลักษณะบูรณาการ ควบคู่กับมาตรการทางกฎหมาย

ผู้อำนวยการสถานพินิจฯ กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดดังกล่าว พบว่ามีเด็ก เยาวชน ประชาชนจำนวนไม่น้อยที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งเกิดจากความตั้งใจและเกิดจากการหลงผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อีกทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่จะทำให้คนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะเด็ก และเยาวชนมีโอกาสเข้าไปติดยาเสพติด จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อให้เด็ก เยาวชนและบุคลากร สถานพินิจฯ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด 2. เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโดยจัดตั้งการดำเนินงานของชมรม TO BE NUMBER ONE แก่เด็ก เยาวชนและเจ้าหน้าที่สถานพินิจฯ 3. เพื่อสร้างความร่วมมือในการร่วมกันดำเนินงาน ภายใต้โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ต่อต้านยาเสพติด

ทั้งนี้ ชมรม TO BE NUMBER ONE สถานพินิจฯ จ.ประจวบฯ ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี ภายใต้ 3 ยุทธศาสตร์หลักของโครงการ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 รณรงค์ปลุกจิตสำนึกและสร้างกระแสนิยมที่เอื้อต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่เยาวชน และยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างและพัฒนาเครือข่ายเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเสมอมา เพื่อบูรณาการความร่วมมือและขยายเครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างเข็มแข็ง

โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาการดำเนินงาม ดังนี้
1. ร่วมพัฒนา แลกเปลี่ยน และสนับสนุนการดำเนินงานทั้งด้านบริหาร ด้านวิชาการ ด้านบุคลากร และด้านอื่นๆ ของชมรม TO BE NUMBER ONE ในหน่วยงานสังกัดยุติธรรม ให้เป็นเครือข่ายเดียวกันอย่างเข้มแข็ง
2. ส่งเสริมและสนับสนุนสมาชิกและเครือข่ายชมรม TO BE NUMBER ONE ให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการทำงานซึ่งกันและกัน อันนำไปสู่การพัฒนาและขยายผลการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
3. พัฒนาเครือข่ายการดำเนินงาน นวัตกรรมและองค์ความรู้ในการดำเนินงานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด (TO BE NUMBER ONE).

บุญมา ลิบลับ…รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

การรถไฟฯ จัดกอล์ฟการกุศลที่หัวหิน ระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้

การรถไฟฯ จัดกอล์ฟการกุศลที่หัวหิน ระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารการรถไฟ นำนักกอล์ฟกว่า 150 คน นั่งรถขบวนพิเศษ Royal Blossom จากกรุงเทพฯ ลงยังสถานีรถไฟหัวหิน (หลังเก่า) เพื่อร่วมการแข่งขันกอล์ฟการกุศล ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายอำนาจ ป่านแก้ว ผู้จัดการทั่วไปสนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง กล่าวว่า การรถไฟฯ จัดแข่งกอล์ฟการกุศล เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริหาร พนักงานและผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมกันแสดงพลังน้ำใจและความห่วงใยต่อผู้ประสบภัยจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของภาคใต้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงการให้บริการด้านการคมนาคมขนส่งทางราง โดยรายได้ในครั้งนี้จะนำเข้าสมทบกองทุนส่วนกลางการรถไฟฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือพนักงานรถไฟที่ประสบอุทกภัยที่จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งมีพนักงานการรถไฟได้รับความเดือดร้อนมาก เบื้องต้นครอบครัวละ 5,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการที่จะไปซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม รวมถึงสถานีชุมทางหาดใหญ่ ก็ได้รับความเสียหายค่อนข้างมาก

“ในส่วนของการท่องเที่ยวของการรถไฟฯ ตอนนี้เรามีขบวนรถพิเศษหลายขบวน ไม่ว่าจะเป็นขบวน Royal Blossom หรือขบวน KIHA 183 ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด ยอดจองเกือบจะเต็มทุกขบวน และในช่วงฤดูหนาวนี้ เรามีโปรแกรมท่องเที่ยวเส้นทางภาคเหนือเป็นหลัก ซึ่งนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารหรือจองตั๋วได้ที่สายด่วน 1690 ของการรถไฟฯ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” นายอนันต์กล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดงานคนพิการสากล ส่งเสริมศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์และเสมอภาคในสังคม

ประจวบฯ จัดงานคนพิการสากล ส่งเสริมศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์และเสมอภาคในสังคม

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานวันคนพิการสากล จ.ประจวบฯ ประจำปี 2568 ที่สนามกีฬาจังหวัดประจวบฯ (สนามฟุตซอล) อ.เมืองประจวบฯ จัดโดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด โดยศูนย์บริการคนพิการ จ.ประจวบฯ ร่วมกับ อบจ.ประจวบฯ โดยมีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นางสมพิศ ศรีคำแหง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน เพื่อเปิดโอกาสให้คนพิการได้มีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมของสังคมอย่างสร้างสรรค์ เป็นธรรมและเสมอภาคกับคนทั่วไป พร้อมกันนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบประกาศเกียรติคุณให้แก่คนพิการ หน่วยงานองค์กร ที่มีการดำเนินงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในจังหวัดประจวบฯ

ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 3 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคนพิการสากล และเชิญชวนให้ประเทศสมาชิกร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจของสังคมเกี่ยวกับคนพิการ และให้โอกาสคนพิการได้มีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมของสังคมอย่างสร้างสรรค์ เป็นธรรมและเสมอภาคกับคนทั่วไป ซึ่งประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติได้จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันคนพิการสากลเป็นประจำทุกปี ทั้งในส่วนกลางและจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยในปีนี้ องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดประเด็นหลัก คือ Fostering disability inclusive societies for advancing social progress “การส่งเสริมสังคมที่ครอบคลุมและเอื้อต่อคนพิการเพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าและการพัฒนาทางสังคมอย่างยั่งยืน” เพื่อให้ทุกภาคส่วนในสังคมมารวมพลังกันขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านคนพิการให้เป็นโลกที่น่าอยู่และมีความเป็นธรรมยิ่งขึ้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดพิธีไม้จันทน์หอม ให้สำนักช่างสิบหมู่ เพื่อใช้สร้างพระโกศจันทน์ในงานถวายพระเพลิงพระพันปีหลวง

ประจวบฯ จัดพิธีไม้จันทน์หอม ให้สำนักช่างสิบหมู่ เพื่อใช้สร้างพระโกศจันทน์ในงานถวายพระเพลิงพระพันปีหลวง

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 พันจ่าเอกสาคร สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอมสำหรับนำไปจัดสร้างพระโกศจันทน์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ โดยมีนายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี, นายนพพล สุกิจปราณีนิจ นายอำเภอกุยบุรี และ นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และประชาชนจำนวนมากร่วมพิธี โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัด ประกอบพิธีถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ฯ จากนั้นสรงน้ำไม้จันทน์หอม โปรยดอกไม้โดยรอบ ก่อนที่ขบวนรถเชิญไม้จันทน์หอมจะเคลื่อนออกจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ตามฤกษ์เวลา 06.49 น. มุ่งหน้าไปยังสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร จ.นครปฐม และประกอบพิธีรับมอบไม้จันทน์หอมในช่วงบ่ายวันนี้ โดยไม้จันทน์หอมที่ส่งมอบในวันนี้เป็นไม้จันทน์หอมที่ยืนต้นตายตามธรรมชาติ และผ่านการประกอบพิธีบวงสรวงและตัดไม้จันทน์หอม เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568 จากนั้น อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้ดำเนินการแปรรูปเป็นขนาดต่างๆ เพื่อส่งมอบให้สำนักช่างสิบหมู่นำไปจัดสร้างพระโกศจันทน์ตามแผนงานที่วางไว้

สำหรับไม้จันทน์หอม ถือเป็นไม้มงคลชั้นสูง ตามโบราณราชประเพณีนิยมนำมาจัดสร้างพระบรมโกศและพระโกศ สำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์และพระศพบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง ซึ่งผืนป่ากุยบุรี จ.ประจวบฯ ถือเป็นแหล่งที่พบต้นจันทน์หอมคุณภาพดีมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ที่ผ่านมามีการประกอบพิธีบวงสรวงและตัดไม้จันทน์หอม เพื่อจัดสร้างพระโกศและพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพและพระศพพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงหลายพระองค์.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเทศกาลปีใหม่ 2569

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เปิดศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเทศกาลปีใหม่ 2569

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 จังหวัดประจวบฯ โดยมีนายธนวัฒน์ เรืองเดช หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประจวบฯ กล่าวรายงาน มี พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ นายสุธี เล้าสุบินประเสริฐ ปลัดจังหวัด นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัด/ยุติธรรมจังหวัด น.ส.สุทิพย์ ตนประเสริฐ ขนส่งจังหวัด นพ.วัชรพงษ์ เหลืองไพรัตน์ ผู้อำนวยการ รพ.ประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้แทนหน่วยงาน ทหารอากาศกองบิน 5 ทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ตำรวจภูธร ตำรวจ ตชด. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชนบท หมวดทางหลวงประจวบฯ เจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัด เจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติฯ คณาจารย์และนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคประจวบฯ อาสาหน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวงฯ อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบฯ เจ้าหน้าที่ คปภ. บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จก. เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดฯ สสส. เครือข่ายพลังหญิงอาสา เข้าร่วม

จากนั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมผู้เข้าร่วมทั้งหมด ได้ปล่อยแถวขบวนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เพื่อรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ขับขี่ปลอดภัยสวมใส่หมวกนิรภัยเวลาขับขี่รถจักรยานยนต์ ที่บริเวณถนนด้านหน้าศาลากลางจังหวัด

นางอภิญญา เอี่ยมอำภา กล่าวว่า การเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 จ.ประจวบฯ เนื่องด้วยการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ส่งผลให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บพิการและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อชีวิตครอบครัว ชุมชน สังคมและระบบเศรษฐกิจ รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ ในการลดความสูญเสีย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยเป็นแกนกลางในการบูรณาการ การทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจ อาสาสมัคร ประชาชนจิตอาสา เพื่อลดการสูญเสียแก่พี่น้องประชาชนอย่างมีเป้าหมาย ภายใต้นโยบายระดับชาติในการรณรงค์ ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ และละดความเสี่ยงป้องกันการเกิดอุบัติเหตุด้วยสโลแกนการปฏิบัติ คือไม่ขับรถเร็ว ไม่เมา และสวมหมวกกันน็อค เพื่อเป้าหมายให้ประชนเดินทางอย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนทุกท่านที่มาร่วมรณรงค์ในวันนี้ ขอให้การปฏิบัติงานราบรื่นสำเร็จบรรลุเป้าหมายทุกประการ และขออำนวยพรให้ทุกท่านมีความสุขตลอดปีใหม่ 2569 และตลอดไป

ด้านนายธนวัฒน์ เรืองเดช หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จังหวัด ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการศวามปลอดภัยทางถนนจังหวัด กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลและช่วงวันหยุด ปี 2569 และมีแผนปฏิบัติการ โดยมีส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นคณะกรรมการและคณะทำงาน เพื่อร่วมการรณรงค์ ภายใต้ชื่อว่า “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” มีการกำหนดช่วงระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569 เพื่อให้เดินทางอย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ ในช่วงเทศกาลปีใหม่

โดยมีมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน 5 มาตรการหลัก ได้แก่ 1. ด้านการบริหารจัดการ 2. ลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม 3. ลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ 4. กวดขันผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย 5. การช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ ตลอดจนมุ่งเน้นลดสาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยงหลัก ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ ไม่ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ดื่มไม่ขับ การสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ การคาดเข็มขัดนิรภัย และการรณรงค์ลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม

โดยปีนี้ จังหวัดประจวบฯ รณรงค์การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ตำรวจ และหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรง ภาคเอกชน ภาคประชาชน อาสาสมัคร จิตอาสาพระราชทาน และองค์กรสาธารณกุศล เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากปัญหาอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้ จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 ในระดับประเทศ เกิดอุบัติเหตุ 1,939 ครั้ง เสียชีวิต 311 ราย บาดเจ็บ (Admit) 1,894 ราย ส่วนสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ของจังหวัดประจวบฯ เกิดอุบัติเหตุ 70 ครั้ง เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บ (Admit) 65 ราย และสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ เฉลี่ย 3 ปีของจังหวัดประจวบฯ เกิดอุบัติเหตุ 57 ครั้ง เสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บ (Admit) 57 ราย ซึ่งเป้าหมายในการดำเนินงานของจังหวัดประจวบฯ คือ จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิตและจำนวนผู้บาดเจ็บ (Admit) ของจังหวัดลดลง ไม่น้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลปีใหม่ เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จึงมีเป้าหมายการเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่า 54 ครั้ง ผู้เสียชีวิตน้อยกว่า 7 ราย และผู้บาดเจ็บ(Admit) น้อยกว่า 54 ราย.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ทั้งหมด สังคม

ข่าวสังคม

ข่าวสังคม

หัวหิน เมืองศิลป์…เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.68 ที่ร้านกาแฟ Ronin Capsule Hua Hin นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน พร้อมด้วย นางสาวบุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมพูดคุยแนวทางการสร้างงานศิลป์ กับนายทวีศักดิ์ ศรีทองดี (โลเล) ศิลปินเจ้าของผลงานศิลปะหลายแขนงที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเจ้าของคาเฟ่ Ronin Capsule ทั้งนี้ จากการเปลี่ยนแปลงฐานะจากเทศบาลเมืองหัวหินสู่เทศบาลนครหัวหิน เทสบาลฯ จึงได้มีความคิดสร้างสรรค์งานศิลป์ให้เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของเมืองหัวหิน เพื่อนำไปสู่การผลิตผลงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์ นำไปสร้างบนจุดสถานที่ที่น่าสนใจ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแหล่งใหม่ของเมืองหัวหินต่อไป.

ขับเคลื่อนโครงการ….เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.68 ที่สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานการประชุมโครงการการขับเคลื่อนพื้นที่ปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มี นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อรับฟังการชี้แจงรายละเอียดและหารือการดำเนินโครงการฯ เพื่อสร้างกลไกการดูแลผู้สูงอายุระดับพื้นที่ในทุกมิติ กำหนดครั้งที่ 1 ในวันที่ 7 ม.ค.68 เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและครอบครัวผู้สูงวัย แนวทางการขับเคลื่อนพื้นที่ปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab) แก่เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานด้านผู้สูงอายุในพื้นที่เทศบาลนครหัวหิน และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบฯ.

โครงการสานสัมพันธ์ต้านยาเสพติด…..เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 68 ที่สวนเศรษฐกิจพอเพียง TO BE NUMBER ONE ชุมชนเกษตรอินทรี วิถีชุมชนตะวันสีทอง อ.หัวหิน นางสาวไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน เข้าร่วมกิจกรรม “สวนเศรษฐกิจพอเพียง TO BE NUMBER ONE ช่วยเพื่อน สร้างสุข ร่วมมือกันให้ยั่งยืน” โดยมี นางกนกวรรณ จิตใจ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ สาขาหัวหิน นางเอื้องพร คณะมะ รก.ผอ.กองสวัสดิการสังคม นางสาวอรอินทร์ เฟื่องฟู หัวหน้างานพัฒนาชุมชน กองสวัสดิการสังคม นายชุมพล คงเจริญ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรี วิถีชุมชนตะวันสีทอง และอาสาสมัครคุมประพฤติเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสานสัมพันธ์ น้อง – พี่ เสริมพลังต้านยาเสพติด รุ่นที่ 1 มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ที่อยู่ในระบบงานคุมประพฤติฯ จำนวน 40 คน เพื่อแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ ศึกษาดูงานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรือโครงการในพระราชดำริฯ โดยมีวิทยากรจากสำนักงานคุมประพฤติฯ และประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีฯ ให้ความรู้และนำเข้าร่วมกิจกรรม.

ตรวจกระเช้าของขวัญ…เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.68 นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน พ.จ.อ.เรืองเดช สิทธิชัย หัวหน้ากลุ่มงานนิติการ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานนิติการ สำนักปลัดเทศบาล และเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบกระเช้าของขวัญในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่ ตามห้างร้านในเขตเทศบาลนครหัวหิน เนื่องจากในขณะนี้ใกล้ถึงช่วงเทศกาลดังกล่าว ห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าส่วนใหญ่จะนำผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปมาจัดเป็นกระเช้าของขวัญจำหน่ายให้กับประชาชน โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบคุณภาพของสินค้า ราคาสินค้า ซึ่งจะต้องมีการติดป้ายแสดงรายละเอียดราคาสินค้าแต่ละชนิดที่บรรจุอยู่ในกระเช้าอย่างชัดเจน สินค้าในกระเช้าต้องมีระยะเวลาก่อนหมดอายุอย่างน้อย 6 เดือน และห้ามบรรจุเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกระเช้า ซึ่งส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและจะมีการออกสุ่มตรวจอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ผลิตและผู้จำหน่ายกระเช้าของขวัญห้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค.

Categories
ทั้งหมด สังคม

ข่าวสังคม

ข่าวสังคม

เตรียมพร้อมรับเสด็จ…เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.68 ที่สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน พลตรีชลัช แจ่มใส ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 พร้อมด้วย นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ และหน่วยงานต่าง ๆ เตรียมความพร้อมรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปในงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 ในโอกาสครบรอบ 100 ปี การสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี เป็นสมเด็จพระราชินี ณ พระตำหนักชมดง อ.หัวหิน ในวันที่ 11 ม.ค.69 เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและสมพระเกียรติฯ

ประชุมสมาคมท่องเที่ยว….เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.68 ที่โรงแรมราชมงคลชมคลื่น หัวหิน จ.ประจวบฯ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานประจำเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบการประชุมสัญจร โดยมีนางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการ อาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวลเข้าร่วมประชุม โดยมุ่งเน้นการหารือแนวทางการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่หัวหิน–ชะอำ และจังหวัดใกล้เคียง อาทิ การระดมความคิดในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ การวางแผนการดำเนินงานในช่วงปลายปี เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการพัฒนาศักยภาพของสมาคมฯ การเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย และการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีภายในองค์กร เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของสมาคมฯ ให้เกิดความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น.

แก้ปัญหาน้ำท่วม…..เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.68 นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจและหารือถึงแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วมบริเวณทางลงหาดทรายน้อย หมู่บ้านเขาเต่า สรุปได้ว่าบริเวณนี้เป็นทางลาดน้ำไหลลงมาจึงเห็นควรต้องทำท่อระบายน้ำบริเวณถนนเพื่อระบายน้ำไปลงอ่างเก็บน้ำเขาเต่า แต่พื้นที่ถนนบริเวณนี้เป็นที่ส่วนบุคคลทางเทศบาลนครหัวหินไม่สามารถดำเนินการได้จึงได้แจ้งทางผู้ร้องทุกข์ให้ดำเนินการประสานเจ้าของพื้นที่เพื่ออนุญาตให้ถนนบริเวณนั้นเป็นทางสาธารณะต่อไป สำหรับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณบ้านบ่อแก้วหน้าร้านกาแฟ 101 เบื้องต้นสรุปได้ว่าจะต้องดำเนินการทำท่อระบายน้ำเพิ่มทั้ง 2 ฝั่งถนน ซึ่งทางหน่วยงานเอกชนในพื้นที่ยินดีจะเสียค่าดำเนินการเองเพื่อความรวดเร็วในการก่อสร้าง โดยทางเทศบาลนครหัวหินจะเป็นผู้สำรวจและออกแบบให้.

ปลูกต้นไม้สร้างป่าชายหาด…เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.68 ที่บริเวณชายหาดบ่อนอก อ.เมืองประจวบฯ นายสมเจตน์ จันทนา ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบฯ เปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการปลูกต้นไม้สร้างป่าชายหาด และอนุรักษณ์ชายฝั่งทะเล รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มี เครือข่าย ทสม. คณะครู นักเรียน และเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฯ เข้าร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ชายหาด จำนวน 100 ต้น และแบ่งกลุ่มเก็บขยะริมชายหาดบ่อนอก จากนั้นมีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการจัดการขยะมูลฝอยที่ต้นทางสู่การลดขยะทะเล และแนวทางการจัดการขยะมูลฝอยตามหลักชุมชนไร้ถังขยะ รวมถึงจัดนิทรรศการและฐานเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้กับนักเรียนและผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้ร่วมรับฟัง.