Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.เพชรบุรี ชวนสัมผัสหนาว “100 เดียว เที่ยวพะเนินทุ่ง” ชมวิวทะเลหมอกและสัตว์ป่า

ททท.เพชรบุรี ชวนสัมผัสหนาว “100 เดียว เที่ยวพะเนินทุ่ง” ชมวิวทะเลหมอกและสัตว์ป่า

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี เปิดเผยว่า ฤดูหนาวนี้ ททท.เพชรบุรี ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวรับลมหนาวกันที่เขาพะเนินทุ่ง ฟินกับทะเลหมอกยามเช้า ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 3 ของประเทศไทย โดยยูเนสโก (UNESCO) ในเส้นทางท่องเที่ยว “อัศจรรย์สีสันบนผืนป่ามรดกโลกแก่งกระจาน” สัมผัส Grand Moment Phetchaburi ที่แก่งกระจาน กับกิจกรรม “100 เดียว เที่ยวพะเนินทุ่ง” พิเศษ ! เฉพาะช่วงงานเทศกาล “กินปลา พาเที่ยวแก่งกระจาน” ครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 5 – 14 ธันวาคมนี้ เท่านั้น

สำหรับผู้เข้าพักโรงแรม / รีสอร์ท / ลานกางเต็นท์ / โฮมสเตย์ ในจังหวัดเพชรบุรี เพียงแสดงหลักฐานการเข้าพักในช่วงวันที่ 4 – 15 ธันวาคมนี้ รับสิทธิ์ขึ้นรถพะเนินทุ่ง ในราคาพิเศษเพียง 100 บาท/คน จำนวนจำกัดต่อวัน ไม่รวมอัตราค่าเข้าอุทยานแห่งชาติ (คนไทย : ผู้ใหญ่ 60 บาท / เด็ก 30 บาท 60 ปีขึ้นไป ฟรี ต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 300 บาท / เด็ก 150 บาท) ช่วงวันที่ 5 – 14 ธันวาคม 2568 รับสิทธิ์พิเศษ X2 สำหรับผู้เข้าพักในโรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน STAR รับของที่ระลึกจาก ททท.สำนักงานเพชรบุรี ลุ้นรับเก้าอี้แคมป์ปิ้งรวม 5 รางวัล ประกาศผลวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ทางเพจ ททท. สำนักงานเพชรบุรี แล้วเจอกันบนทะเลหมอกพะเนินทุ่ง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทร 032 – 772312 หรือที่ ททท.สำนักงานเพชรบุรี โทร 032 – 471005-6 และ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลหัวหิน ส่งทัพนักกีฬาเยาวชนร่วมชิงชัย “โอ่งมังกรเกมส์ 2025”

เทศบาลหัวหิน ส่งทัพนักกีฬาเยาวชนร่วมชิงชัย “โอ่งมังกรเกมส์ 2025”

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน กล่าวโอวาทให้กำลังใจคณะครู ผู้ควบคุมนักกีฬา และนักกีฬา ที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 40 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบคัดเลือกระดับภาคกลาง “โอ่งมังกรเกมส์ 2025” ซึ่งเทศบาลเมืองราชบุรีเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน – 6 ธันวาคม 2568 ที่สนามกีฬาภายในจังหวัดราชบุรี เพื่อให้นักเรียนในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง เข้าร่วมแข่งขันกีฬา สร้างความรัก ความสามัคคี ความมีระเบียบวินัย ห่างไกลยาเสพติด สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกัน โดยมีคณะผู้บริหารเทศบาล ปลัดเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัดเทศบาล ร่วมให้กำลังใจที่สำนักงานเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า การแข่งขันในครั้งนี้เทศบาลนครหัวหินได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมทั้งหมด 9 ประเภท ได้แก่ ฟุตซอล เปตอง กรีฑา หมากฮอส หมากรุก หมากล้อม อีสปอร์ต เทเบิลเทนนิส และจักรยานขาไถ โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุม ผู้ฝึกสอน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน และนักกีฬา เดินทางเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 167 คน นักกีฬาทั้งหมด 121 คน เข้าร่วมชิงชัย ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ท้องถิ่นได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้เยาวชนด้านกีฬา ขอให้นักกีฬาทุกคนตั้งใจทำการแข่งขัน ขอให้น้องๆ ทุกคนสู้ให้เต็มที่ เล่นให้สนุก และนำชื่อเสียงกลับมาสู่โรงเรียนและเมืองหัวหินของเรา.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ทช.3 เพชรบุรี จัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาดเขาตะเกียบ ถวายเป็นพระราชกุศล

ทช.3 เพชรบุรี จัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาดเขาตะเกียบ ถวายเป็นพระราชกุศล

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 นายรุ่งโรจน์ อัศวกุลธารินท์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 จ.เพชรบุรี จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศลงานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติครบ 100 ปี 24 พฤศจิกายน 2568 โดยนำอุปกรณ์จัดเก็บขยะ ตลอดแนวชายหาดเขาตะเกียบ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 กลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลหัวหิน เจ้าหน้าที่งานรักษาความสะอาด กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครหัวหิน ผู้ประกอบการชายหาด จำนวน 50 คน

กิจกรรมดังกล่าวเป็นการน้อมนำพลังจิตอาสา ถวายเป็นพระราชกุศล ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง คืนความสวยงามให้ชายหาดและท้องทะเล ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และประชาชนในการดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน ซึ่งในวันนี้สามารถจัดเก็บขยะส่วนใหญ่เป็นขวดเครื่องดื่มพลาสติก ฝาจุกขวดพลาสติก อุปกรณ์ประมง กิ่งไม้แห้ง และช้อน ส้อม มีดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ที่ถูกคลื่นพัดเข้าผั่งช่วงลมมรสุม ได้น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 1,116 กิโลกรัม.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ธารน้ำใจชาวหัวหินหลั่งไหล ร่วมใจบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้อย่างต่อเนื่อง

ธารน้ำใจชาวหัวหินหลั่งไหล ร่วมใจบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้อย่างต่อเนื่อง

ตามที่นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด เพื่อรับบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภคและของใช้จำเป็น ส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขณะที่เทศบาลนครหัวหิน ก็ได้ตั้งศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานเทศบาลนครหัวหิน เป็นวันแรก (26 พ.ย.) โดยมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก ซึ่งตลอดทั้งวันมีประชาชนนำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้กันอย่างต่อเนื่อง

นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน กล่าวว่า จากเหตุการณ์อุทกภัยในภาคใต้ เทศบาลนครหัวหิน โดยนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน ได้สั่งการให้เทศบาลจัดตั้งศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ โดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งวันแรกของการรับบริจาคก็มีประชาชนนำสิ่งของทยอยมามอบให้ จะเปิดรับบริจาคไปเรื่อยๆ จนกว่าสถานการณ์ทางภาคใต้จะคลี่คลาย นอกจากจุดรับบริจาคที่เทศบาลนครหัวหินแล้ว ยังมีจุดอื่นอีก เช่น ที่สถานีรถไฟหัวหินหลังเก่า โดยกลุ่มกะตอยรัก(ษ์)หัวหิน ห้างบลูพอร์ตหัวหิน ห้างมาร์เกตวิลเลจหัวหิน มูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน มูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน ก็พร้อมใจกันช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนทางภาคใต้กันอย่างเต็มที่ ใครสะดวกจุดไหนสามารถไปบริจาคจุดนั้นได้เลย ของบริจาคทั้งหมดเทศบาลจะรวบรวมส่งให้กับมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน หรือมูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน เพื่อรวบรวมขนถ่ายใส่รถคันใหญ่และนำไปมอบให้ผู้ประสบภัยทางภาคใต้ต่อไป วันนี้พี่น้องชาวไทยเราเดือดร้อน ก็ขอเชิญชวนพี่น้องชาวหัวหินมาร่วมบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง หรือของใช้จำเป็น เช่น สบู่ ยาสีฟัน หรือยาแก้น้ำกัดเท้าต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเทศบาลเปิดรับบริจาคตั้งแต่วันจันทร์ – วันศุกร์ ในเวลาราชการ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

คุมประพฤติประจวบฯ จัดค่ายสานสัมพันธ์น้องพี่ เสริมพลังต้านยาเสพติด

คุมประพฤติประจวบฯ จัดค่ายสานสัมพันธ์น้องพี่ เสริมพลังต้านยาเสพติด

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดค่ายโครงการสานสัมพันธ์น้อง – พี่ เสริมพลังต้านยาเสพติด รุ่นที่ 1 ปีงบประมาณ 2569 ณ ห้องประชุมใหญ่สมานมิตร ศูนย์ฝึกอบรมมวลชน (ศูนย์ฝึกสมานมิตร) ถ.ปิ่นอนุสรณ์ อ.เมืองประจวบฯ มีนายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติประจวบฯ กล่าวรายงาน นายปิยชาติ ไฮ้คง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์การคุมประพฤติฯ กล่าวต้อนรับ และมีนายยูซบ โต๊ะวัง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด นางสมพิศ ศรีคำแหง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) นางเรณู เมืองเกลี้ยง รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพ.ต.ท.ภาวริศ ชาลือ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองฯ นางมณเฑียร ศรวิไล ประธานอาสาสมัครคุมประพฤติ (อ.ส.ค.) อำเภอเมืองฯ นางยุพยงค์ สนธิ หัวหน้าศูนย์ฯสมานมิตร ผู้แทนผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัด ผู้แทนโยธาธิการจังหวัด ผู้แทนพัฒนาการจังหวัด คณะอาสาสมัครคุมประพฤติฯ กระทรวงยุติธรรม วิทยากรจากบ้านไร่รั้วหญ้าแฝก เจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติ ตลอดจนผู้ถูกคุมความประพฤติที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้มีว่าที่ร้อยตรี สมนึก พรหมศร ประมงจังหวัดประจวบฯ มากล่าวให้กำลังใจ และให้ความรู้การส่งเสริมอาชีพทางการประมงกับผู้ถูกคุมความประพฤติอีกด้วย

นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการคุมประพฤติประจวบฯ กล่าวว่า กรมคุมประพฤติ ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการคุมความประพฤติ และการพัฒนาพฤตินิสัย แก้ไข ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เสพยาเสพติดในกระบวนการคุมประพฤติ มีนโยบายให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาและให้โอกาสแก่ผู้กระทำผิด ได้มีโอกาสกลับตัวเป็นคนดี และกลับมาสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคม ตามแนวคิดการเปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง จึงได้มีโครงการ “สานสัมพันธ์น้อง–พี่ เสริมพลังต้านยาเสพติด” เพื่อให้ผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่ศาลให้โอกาสรอการลงโทษ โดยกำหนดเงื่อนไขการคุมความประพฤติ และผู้กระทำผิดที่ศาลมีคำสั่งให้บำบัดยาเสพติด มีความเข้มแข็งทางใจในการเปลี่ยนเปลงพฤติกรรม เสริมสร้างแรงใจใจให้เลิกสารเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถเข้าถึงแหล่งสนับสนุนทางสังคม

นายวสันต์ กล่าวต่อว่า สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ ได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2569 จำนวน 4 รุ่น ซึ่งครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 1 มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ที่อยู่ในระบบงานคุมประพฤติ จำนวน 40 คน วิธีการดำเนินการประกอบด้วยการบรรยาย การแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ การศึกษาดูงานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรือโครงการในพระราชดำริ รวมทั้งร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนผู้ยากไร้ กลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ให้มีที่อยู่อาศัยและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ทำความสะอาดชายหาดประจวบคีรีขันธ์ ด้วยการร่อนทรายเพื่อฟื้นฟูทำความสะอาดบริเวณหาดทรายหน้าอ่าวประจวบฯ เพื่อฟื้นฟูชายหาดให้สวยงาม เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยบูรณาการร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีวิทยากรจากสำนักงานคุมประพฤติจังหวัด และได้รับการสนับสนุนด้านสถานที่การจัดโครงการฯ จากศูนย์ฝึกอบรมมวลชน (ศูนย์ฝึกสมานมิตร)

ด้านนายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าฯ กล่าวว่า จากคำกล่าวรานงานทำให้ทราบถึงที่มาของโครงการที่มุ่งหมายให้ผู้เข้าร่วมโครงการ มีความเข้มแข็งทางจิตใจ เสริมสร้างแรงจูงใจให้เลิกยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่องให้กับผู้กระทำผิดที่ศาลกำหนดเงื่อนไข ให้คุมความประพฤติ โดยมีวิทยากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ความรู้ในการเข้าถึงความช่วยเหลือทางสังคม และมีการศึกษาดูงานตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ณ บ้านไร่รั้วหญ้าแฝก หมู่ 11 ต.อ่าวน้อย และเพื่อเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพและพัฒนาชีวิต เป็นการคืนคนดีสู่สังคมให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาจังหวัดประจวบฯ และประเทศชาติต่อไป.

บุญมา ลิบลับ…..รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดงาน“ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” เนื่องในวันดินโลก เทิดพระเกียรติคุณ ในหลวง ร.9

ประจวบฯ จัดงาน“ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” เนื่องในวันดินโลก เทิดพระเกียรติคุณ ในหลวง ร.9

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” เนื่องในวันดินโลก ประจำปี 2568 ที่ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัด น.ส.กุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัด นายจำนงค์ พร้อมมูล ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินประจวบฯ และนายถนัดศิลป์ วุฒิวงศ์อังคนา ประธานหอการค้าจังหวัด โดยมี พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และสื่อมวลชนร่วมรับฟัง กำหนดจัดงานดังกล่าวขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2568 ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด เพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านการพัฒนาดิน การจัดการน้ำ การเกษตรยั่งยืน และการอนุรักษ์ผ้าไทย ส่งเสริมความรู้ทักษะด้านดิน น้ำ ทรัพยากรธรรมชาติ การท่องเที่ยวและการผลิต สินค้าเกษตรของดีจังหวัดประจวบฯ สร้างรายได้และโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกรและผู้ผลิตสินค้าชุมชน รวมทั้งส่งเสริมองค์ความรู้ด้านดินและด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกรและประชาชนที่สนใจ

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ กล่าวถึงความเป็นมาของการจัดงานครั้งนี้ ว่าเป็นการร่วมเฉลิมฉลองวันดินโลกและเผยแพร่พระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาดินในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล The Humanitarian Soil Scientist หรือรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม จากสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ ตลอดจนเป็นการสนับสนุนอัตลักษณ์สินค้าของดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้เกษตรกร ซึ่งตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะให้เป็นงานประจำปีของจังหวัดที่จัดขึ้นทุกปี

นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า ภายในงานจะมีการจัดนิทรรศการวันดินโลก เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งการจัดนิทรรศการความโดดเด่นของจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นงานหัตถกรรมผ้าไทย ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี และนิทรรศการด้านดิน น้ำ พันธุ์พืช นวัตกรรมเทคโนโลยี รวมถึงการเปิดตัวเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของจังหวัด เส้นทางล่องเรือคลองบางนางรม สัมผัสธรรมชาติระบบนิเวศป่าชายเลน ในเช้าวันที่ 30 พฤศจิกายน นอกจากนี้ ยังมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรจากทั้ง 8 อำเภอ สินค้าธงฟ้าราคาประหยัด การตกกุ้งหรรษา เวทีเสวนาทางวิชาการ การประกวด การแข่งขันและการแสดงไฟล้านดวง พร้อมคาราวานร้านเด็ดร้านดัง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัด กล่าวถึงกิจกรรมประกวดและกิจกรรมบนเวที ว่าจะมีการประกวดผลผลิตทางการเกษตร อาทิ สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย สับปะรดพันธุ์ MD2 มะพร้าวแกง มะพร้าวน้ำหอม และขนุนยักษ์ รวมถึงกิจกรรมออกกำลังกายวิถีคนประจวบฯ โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด พร้อมทั้งการจัดเวทีเสวนาวิชาการหลากหลาย เช่น หัวข้อ “ดินของพ่อสู่วันดินโลก” การท่องเที่ยวยั่งยืนบนฐานชีวภาพของ BEDO การเสวนา Coco Next Gen พลิกอนาคตมะพร้าวไทย ตลอดจนการเสวนาถึงพระมหากรุณาธิคุณด้านหัตถกรรมผ้าไทยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นอกจากนี้ยังมีการสาธิตผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว การทำอาหารเพื่อสุขภาพ และกิจกรรมชวนชิมกุ้ง – กะพง ดินดีวิถีพ่อ รวมถึงการแสดงดนตรีแจ๊สบทเพลงพระราชนิพนธ์จากกองบิน 5

นายจำนงค์ พร้อมมูล ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินประจวบฯ กล่าวว่า ในส่วนของการจัดนิทรรศการดิน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องของทรัพยากรดินที่มีความสำคัญอย่างมาก เพื่ออนุรักษ์ให้สามารถทำการเกษตรได้อย่างยั่งยืน จะมีการนำเสนอดินของพ่อ หลายกลุ่มชุดดินในแต่ละพื้นที่ เช่น ดินที่เหมาะสำหรับการปลูกมะพร้าว สับปะรด มะม่วง เมื่อผ่านการปลูกเป็นเวลานาน ก็ย่อมมีความเสื่อมโทรม จะเสนอองค์ความรู้การพัฒนาปรับปรุงดิน ให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมต่อการปลูกพืชได้อย่างยั่งยืน

น.ส.กุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัด กล่าวว่า ภายในงานจะมีการจำหน่ายสินค้าโอทอป สินค้าชุมจากกลุ่มต่างๆ มากกว่า 30 ร้านค้า มีบูธสาธิตอาชีพ 10 บูธ เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 – 19.00 น. เช่น การทำซาซิมิปลากะพง หมี่ผัดสับปะรด สมูทตี้สับปะรด นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการผ้าไทย ชุดผ้าไทยพระราชนิยม 8 แบบ และการเดินแบบชุดผ้าไทย ในคืนวันที่ 3 ธันวาคม เวลา 19.00 น. ที่เวทีกลางจัดงาน เพื่อเทิดพระเกียรติและสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ด้านนายถนัดศิลป์ วุฒิวงศ์อังคณา ประธานหอการค้าจังหวัด กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้เป็นอย่างมาก ตลอดทั้ง 10 วันของการจัดงาน และเป็นการเปิดช่องทางตลาดให้เกษตรกรและผู้ค้าในชุมชนได้นำสินค้ามาจำหน่ายสร้างรายได้ หากมีการจัดงานทุกปี ก็จะเกิดประโยชน์อย่างมากต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานดังกล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานกุยบุรีนำสัตวแพทย์เร่งรักษาช้างป่าที่ได้รับบาดเจ็บและเฝ้าติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง

อุทยานกุยบุรีนำสัตวแพทย์เร่งรักษาช้างป่าที่ได้รับบาดเจ็บและเฝ้าติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เปิดเผยหลังรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ในโครงการติดตามประชากรช้างป่าแบบบูรณาการในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ว่าพบช้างป่าเพศผู้ ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาหลังและมีอุจจาระเหลว บริเวณแปลงหญ้าอาหารสัตว์ป่า บ่อ 1 หมู่ 7 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และติดตามช้างตัวดังกล่าวจนถึงเวลาใกล้ค่ำ จึงได้หยุดติดตาม เนื่องจากอาจเกิดอันตรายกับเจ้าหน้าที่ได้ ก่อนติดตามอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งวันที่ 24 พฤศจิกายน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี พร้อมด้วยนายอนุรักษ์ สกุลพงษ์ นายสัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบติดตามช้างตัวดังกล่าว โดยใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) บินและเดินสำรวจพบฝูงช้างจำนวน 1 โขลง ซึ่งคาดว่าเป็นโขลงที่มีช้างได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่พบช้างตัวตัวดังกล่าว

จนเมื่อเวลา 18.40 น. วันเดียวกัน ได้ทำการบินโดรนบริเวณข้างเคียง เพื่อค้นหาช้างตัวที่ได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง จนพบช้างตัวที่บาดเจ็บ จึงประสานกับทีมสัตวแพทย์วางแผนทำการรักษา โดยทีมสัตว์แพทย์ทำการยิงยาซึมและรอจนยาออกฤทธิ์ จึงเข้าตรวจสอบ เบื้องต้นพบบาดแผลขนาด 0.5 ซม. ที่ขาหลังด้านซ้าย มีอาการบวม แผลลึกไม่น้อยกว่า 10 ซม. จึงได้รักษาและเฝ้าดูอาการ ต่อมาช้างเริ่มขยับตัวและเดินได้ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีและทีมสัตว์แพทย์จึงได้ออกจากพื้นที่ และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติฯ ที่ กร.1 (ป่ายาง) เฝ้าติดตามอาการช้างอย่างใกล้ชิดต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

โรงเรียนวังไกลกังวลสร้างฮีโร่ครั้งใหญ่ จัดอบรมนักเรียนช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน กรณีสถานการณ์ฉุกเฉิน

โรงเรียนวังไกลกังวลสร้างฮีโร่ครั้งใหญ่ จัดอบรมนักเรียนช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน กรณีสถานการณ์ฉุกเฉิน

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ดร.ราตรี ศรีไพรวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานเปิดโครงการ BDMS อบรมการช่วยชีวิตเบื้องต้นให้กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ที่หอประชุมอาคารราชพฤกษ์ โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โดยมี นพ.อัศวิน ภูวธนสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน นายณัฐพล โคตรวงค์ รองผู้อำนวยการบริหารทั่วไป โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ คณะครูและนักเรียนเข้าร่วมพิธี มีการอบรมทั้งภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติในการช่วยเหลือผู้ที่หัวใจหยุดเต้นด้วยการปั๊มหัวใจ (CPR) ที่ถูกวิธี การใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) และการช่วยเหลือผู้ป่วยสำลักอุดกั้นทางเดินหายใจ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน และภาคีเครือข่ายจากเทศบาลนครหัวหิน มูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน มูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน มาเป็นวิทยากรให้ความรู้

ดร.ราตรี ศรีไพรวรรณ กล่าวว่า โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการช่วยชีวิตคน จึงได้ร่วมกับโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน จัดกิจกรรมนี้ขึ้น โดยมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และปีที่ 4 จำนวน 2 รุ่น ในภาคเช้าและบ่าย กว่า 400 คน เข้ารับการอบรม เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ที่ถูกต้องและมีความมั่นใจในการรับมือหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน สามารถให้การช่วยเหลือเบื้องต้นได้ด้วยขั้นตอนที่ถูกต้อง เพราะทุกวินาทีมีค่า เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้เพื่อนมนุษย์และส่งต่อผู้ป่วยให้ถึงมือแพทย์ได้อย่างปลอดภัย

ด้าน นพ.อัศวิน ภูวธนสาร กล่าวขอขอบคุณผู้บริหารโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ให้ความสำคัญและส่งเสริมให้นักเรียนได้เข้ารับการอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกอบรมให้ประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนให้มีความรู้ ความเข้าใจในการช่วยชีวิตผู้ป่วยเบื้องต้นก่อนส่งถึงมือแพทย์ ซึ่งผมเชื่อว่าเราทุกคนสามารถทำได้ แม้ไม่ได้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ก็ตาม หากเรามีองค์ความรู้และมีความมั่นใจ ที่เกิดจากการผ่านการอบรมและฝึกปฏิบัติจริง หากเกิดเหตุที่ไม่คาดคิด ก็สามารถช่วยเหลือ ตลอดจนสามารถถ่ายทอดความรู้นี้ไปยังผู้อื่น สร้างฮีโร่ในชีวิตจริงที่ไม่ต้องมีพลังพิเศษเหนือใคร.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กรมการท่องเที่ยวปักหมุดประจวบฯ สู่ “เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพต้นแบบ” ยกระดับผู้ประกอบการ

กรมการท่องเที่ยวปักหมุดประจวบฯ สู่ “เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพต้นแบบ” ยกระดับผู้ประกอบการ

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลต้นแบบผู้ประกอบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ “Living in Prachuap Khiri Khan : A Holistic Wellness Showcase 2025” ที่โรงแรมโลลิโก้ รีสอร์ท หัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมในพิธี มีนางณัฏฐิรา แพงคุณ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นประธานมอบรางวัลแก่ผู้ประกอบการที่มีผลงานโดดเด่นด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวม 7 รางวัล ได้แก่ 1. โรงแรมเล็ทส์ซี หัวหิน อัลเฟรสโก้ รีสอร์ท – ต้นแบบมิติ Physical Wellness 2. เอชินน์ รีทรีทมาสสาจ – ต้นแบบมิติ Sensory Wellness 3. บ้านศิลปินหัวหิน – ต้นแบบมิติ Artistic & Community Wellness 4. เชวาลา เวลเนส หัวหิน – ต้นแบบมิติ Medical & Scientific Wellness 5. ร้านชิกเก้น แอนด์ บี – ต้นแบบมิติ Gastronomy Wellness 6. บ้านทะเลดาว – รางวัลชมเชย มิติ Physical Wellness 7. ไร่เกษมสุข ออร์แกนิคฟาร์ม กุยบุรี – รางวัลชมเชย มิติ Gastronomy Wellness

นายปรีดา สุขใจ กล่าวว่าจังหวัดประจวบฯ ให้ความสำคัญอย่างมากกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพราะเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์กระแสสุขภาพของผู้คนในปัจจุบัน อีกทั้งยังสอดคล้องกับศักยภาพของจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่หลากหลาย ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว พื้นที่พักผ่อนเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ สถานบริการคุณภาพ รวมถึงวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพแบบดั้งเดิมที่เป็นเสน่ห์เฉพาะของพื้นที่ ขอแสดงความยินดีแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพต้นแบบ ที่ผ่านการคัดเลือก ทุกคนได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการพัฒนาบริการ การยกระดับคุณภาพ และการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้มาเยือน ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัด จึงขอชื่นชมในความมุ่งมั่นความคิดสร้างสรรค์ และความรับผิดชอบต่อผู้ใช้บริการและชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงมาตรฐานของผู้ประกอบการคุณภาพและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ประกอบการรายอื่น และขอแสดงความยินดีแก่ผู้ประกอบการทุกราย และหวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัดให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

ด้านนางณัฏฐิรา แพงคุณ กล่าวว่า กรมการท่องเที่ยวให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อยกระดับจังหวัดประจวบฯ สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพต้นแบบในระดับประเทศ การคัดเลือกผู้ประกอบการต้นแบบครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนมาตรฐานและคุณภาพการให้บริการที่ดีเยี่ยม แต่ยังเป็นตัวอย่างของการนำความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน มาช่วยยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ เรามุ่งหวังให้จังหวัดประจวบฯเป็นพื้นที่ต้นแบบ ที่จะสามารถต่อยอดและขยายผลไปสู่จังหวัดอื่นทั่วประเทศในอนาคต กรมการท่องเที่ยวได้พัฒนาเกณฑ์คัดเลือกผู้ประกอบการต้นแบบอย่างรอบด้าน โดยพิจารณาจากคุณภาพและความปลอดภัยของบริการ มาตรฐานที่ได้รับ ความคิดสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืน โดยได้รับการสนับสนุนข้อมูลและการบูรณาการประเมินร่วมกับจังหวัดประจวบฯ หน่วยงานท้องถิ่น และผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ผลการประเมินมีความโปร่งใสและสะท้อนศักยภาพผู้ประกอบการอย่างแท้จริง และกรมการท่องเที่ยวเชื่อมั่นว่า การขับเคลื่อนจังหวัดประจวบฯ สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพต้นแบบ จะเป็นก้าวสำคัญในการขยายผลสู่จังหวัดอื่นทั่วประเทศ ต่อยอดภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยให้โดดเด่นในระดับสากล พร้อมสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพและความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

องคมนตรี ตรวจโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน

องคมนตรี ตรวจโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง ลงพื้นที่ติดตามงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ที่โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านป่าละอู อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน โดยมีนายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ

ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านป่าละอู อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2554 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามผลการดำเนินงานโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู หมู่ 3 ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ โอกาสนี้ นายชำนาญ มีชัย กำนันตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ได้กราบบังคมทูลรายงานให้ทรงทราบถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรของราษฎรตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ในการนี้ นายชูชาติ ฉุยกลม วิศวกรใหญ่ฯ กรมชลประทานในขณะนั้น ได้กราบบังคมทูลให้ทรงทราบความก้าวหน้าผลการศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำของอ่างเก็บน้ำบ้านป่าละอู ที่กรมชลประทานได้ดำเนินการสำรวจออกแบบ และศึกษาความเหมาะสม รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำเพื่อช่วยเหลือพื้นที่รับประโยชน์ในพื้นที่ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเห็นชอบกับแนวทางการให้ความช่วยเหลือราษฎรที่กรมชลประทานได้มีการศึกษาอย่างรอบคอบแล้วดังกล่าว

โดยกรมชลประทาน วางแผนการดำเนินงานก่อสร้างอ่างเก็บบ้านป่าละอูฯ ขนาดความจุ 10.46 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 แผนงานปีงบประมาณ 2560 – 2567 ก่อสร้างอาคารหัวงาน งบประมาณทัั้งสิ้น 523,800,00 บาท ประกอบด้วย งานทำนบดินปิดช่องเขาต่ำ งานทำนบดินหลัก งานอาคารระบายน้ำล้น และงานก่อสร้างส่วนประกอบอื่นๆ เช่น อาคารสำนักงาน ถนน ระบบสาธารณูปโภค เป็นต้น ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2567 ส่วนระยะที่ 2 แผนงานปีงบประมาณ 2570 – 2573 ก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำ งบประมาณทั้งสิ้น 700 ล้านบาท ประกอบด้วย ระบบท่อส่งน้ำของโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านป่าละอู ความยาวรวม 33.977 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบแนวท่อกับคลองส่งน้ำเดิม หากการดำเนินงานในโครงการแล้วเสร็จทั้งหมด จะมีพื้นที่รับประโยชน์ 7,400 ไร่ พื้นที่ชลประทาน 6,490 ไร่ และส่งน้ำสนับสนุนเพื่อการอุปโภคบริโภคให้แก่ราษฎรในพื้นที่ 6 หมู่บ้านของตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จำนวน 1,095 ครัวเรือน รวมถึงสนับสนุนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู ด้วย

ต่อจากนั้น องคมนตรีเดินทางไปยังสวนเกษตร “สวนแม่กีมื้อ ทุเรียนป่าละอู” ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน เยี่ยมชมกิจกรรมการเกษตรแบบผสมผสานของ น.ส.ทัศนีย์ เข็มเพชร อายุ 45 ปี และนายปิยะ จันคณา อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นทายาทของผู้ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินเดิม ที่ยังดำเนินชีวิตตามวัตถุประสงค์หลักของการจัดสรรที่ดินห้วยสัตว์ใหญ่ เพื่อจัดที่ดินทำกินให้ราษฎร โดยเฉพาะชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงให้มีที่อยู่อาศัยและประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างมั่นคง รวมถึงป้องกันการบุกรุกทำลายป่าในพื้นที่ต้นน้ำลำธาร และเดินทางไปตรวจติดตามการดำเนินงานของสหกรณ์โคนม ไทย – เดนมาร์ก หมู่ 2 ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 645 ราย ดำเนินธุรกิจหลัก คือ รวบรวมน้ำนมดิบปริมาณกว่า 6.626 ล้านกิโลกรัมต่อปี จากสมาชิกเลี้ยงโคนม 190 ราย โคนม 3,320 ตัว โดยองคมนตรีประชุมติดตามรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรคของสหกรณ์ฯ ภายในร้านนมหน้าฟาร์ม และมอบพันธุ์ไม้มีค่าให้แก่ตัวแทนเกษตรกร จำนวน 10 ราย.