Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นภาครัฐ – เอกชน ประจวบฯ หาแนวทางพัฒนาท่องเที่ยว

ททท.เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นภาครัฐ – เอกชน ประจวบฯ หาแนวทางพัฒนาท่องเที่ยว

วันที่ 11 มีนาคม 2567 น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานร่วมกับนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ในการประชุมหารือและรับฟังความเห็นแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ ที่ห้องโคโลเนียลฮอลล์ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์บีช รีสอร์ทและวิลล่าหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายชณัฏฐ์ พงศ์ธราธิก ประธานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก และนางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ พร้อมหน่วยงานภาครัฐ เอกชน พันธมิตรทางการท่องเที่ยวและสื่อมวลชนในหัวหิน ชะอำ เข้าร่วมประชุมดังกล่าว

ผู้ว่าการฯ ททท. กล่าวถึงเป้ารัฐบาลที่จะผลักดันไทยเป็นที่ 1 ของภูมิภาค ตามนโยบาย Thailand Vision ของนายกรัฐมนตรีและ 4 มาตรการยกระดับการท่องเที่ยว พร้อมหารือโอกาสในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งตะวันตก ตามกรอบการพัฒนาอัตลักษณ์ชุมชน Local Experience มีการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว พัฒนาสินค้าบริการใหม่ๆ สู่ World Class tourism Destinations พัฒนาเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และ Shopping & Dining Paradise รวมถึง world event เป็นต้น โดยในที่ประชุมได้มีการนำเสนอนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ, การพัฒนาการท่องเที่ยวพื้นที่เขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตก Thailand Riviera โดยประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ, รายงานสถานการณ์อัตราการเข้าพักของผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ประจวบฯ – เพชรบุรี โดยนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก, แนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว@ประจวบฯ โดยนายอุดม ศรีมหาโชตะ ประธานฝ่ายสิ่งแวดล้อม สมาคมโรงแรมไทย อุปนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก, การนำเสนอโครงสร้างราคาที่พักโรงแรมในพื้นที่อำเภอหัวหิน โดยนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, นำเสนอการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล Tourism For All โดยประธานสมาพันธ์ SME ไทย จังหวัดประจวบฯ

ทั้งนี้ได้หารือแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ จากทุกภาคส่วนในจังหวัด มีประเด็นที่ต้องการผลักดัน อาทิ 1. เพื่อสามารถดึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางจากเชียงใหม่ หาดใหญ่ และอุดรธานี จึงต้องการผลักดันให้เกิดเส้นทางการบิน หัวหิน – เชียงใหม่ เพิ่มเติม และเปิดเส้นทางการบินหัวหิน – หาดใหญ่ และ หัวหิน – อุดรธานี 2. ช่องทางการประชาสัมพันธ์แคมเปญการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบฯ 3. การส่งเสริมการขาย สินค้าบริการและกิจกรรมทางการท่องเที่ยวผ่านงานส่งเสริมการขายของ ททท. 4. ส่งเสริมและผลักดันการท่องเที่ยวทางรถไฟ 5. ผลักดันให้ประจวบคีรีขันธ์ ปลายทางฝันของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม Dream Destination For All สำหรับการประชุมในครั้งนี้ นับเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง ททท. และทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ สมาคม เอกชนในพื้นที่ เพื่อรับฟังความเห็นแนวทางทางการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ เพื่อนำไปสู่การบูรณาการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เริ่มแล้วเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 9 นักท่องเที่ยวชิมปูม้าแน่นหาด

เริ่มแล้วเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 9 นักท่องเที่ยวชิมปูม้าแน่นหาด

ช่วงค่ำวันที่ 9 มีนาคม 2567 ที่บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 9 ประจำปี 2567 มี นายมงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นายฤกษ์ อยู่ดี สส.เพชรบุรี เขต 2 พรรคภูมิใจไทย นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรี นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก (เพชรบุรี – ประจวบฯ) และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ ท่ามกลางนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมงาน จัดโดยเทศบาลเมืองชะอำ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี และบริษัท สิงห์คอร์เปอเรชั่น จำกัด ในระหว่างวันที่ 9 – 16 มีนาคม 2567 บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ ภายหลังเปิดงานแล้ว ผู้ว่าราชการ จังหวัดเพชรบุรี และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมกับเชฟโรงแรมชื่อดังเมืองเพชรบุรี ปรุงอาหารเมนูเด็ด “แกงคั่วปูม้าใบชะพลูกับเส้นแองเจิ้นแอร์” แจกจ่ายให้ผู้มาร่วมงานและนักท่องเที่ยวได้ลองชิมด้วยความเอร็ดอร่อย

ภายในงานมีกิจกรรมที่สนใจมากมาย อาทิ การออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลเน้นเมนูปูม้าสดๆ ของชาวประมงพื้นบ้านชะอำ และอาหารที่รังสรรค์เป็นพิเศษจากเชฟโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังในอำเภอชะอำในราคาเหมาะสมกว่า 60 ร้านค้า การจำลองวิถีชีวิตการชักปูของชาวประมง การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นบนถนนคนเดินชายหาดชะอำ และการแสดงของศิลปินนักร้องที่ได้รับความนิยมบนเวทีทุกค่ำคืน นอกจากนี้ ยังจัดให้มีกิจกรรม CSR “ปล่อยพันธุ์ลูกปูม้า คืนสู่ทะเล” ทุกวัน ภายในงาน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 19.30 น. ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย จึงขอเชิญทุกท่านร่วมงานเทศกาลแห่งวิถีชีวิตและการอนุรักษ์ปูม้าของชะอำ ในเทศกาลชิมปูชัก@ชะอำ ครั้งที่ 9 ณ จุดชมวิวชายหาดชะอำ หนึ่งปีมีครั้งเดียวจนถึงวันที่ 16 มีนาคมนี้.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผอ.ททท.ประจวบฯ แวะให้กำลังใจลุงตี่ วัย 72 ปี สามล้อถีบคนสุดท้ายของหัวหิน

ผอ.ททท.ประจวบฯ แวะให้กำลังใจลุงตี่ วัย 72 ปี สามล้อถีบคนสุดท้ายของหัวหิน

วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ ได้เข้ากราบสักการะหลวงพ่อนาค วัดหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเยี่ยมเยียนนายจรรญา (ลุงตี่) พรมหอม สามล้อถีบคนสุดท้ายของหัวหิน วัย 72 ปี ซึ่งยังประกอบอาชีพสามล้อถีบอยู่ในปัจจุบัน ด้วยใจรักและเป็นการออกกำลังกายไปในตัว เพื่อจะได้มีสุขภาพที่แข็งแรงและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

นายจรรญา (ลุงตี่) พรมหอม วัย 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 206 ชุมชนอ่างน้ำ ซอยหัวหิน – ห้วยมงคล 4 กล่าวว่า ตนเริ่มอาชีพปั่นสามล้อตั้งแต่ปี 2512 สมัยวัยรุ่นก็มีไปทำอย่างอื่นบ้าง กลับมาปั่นสามล้อบ้าง หลังๆ มาก็ยึดเป็นอาชีพเลย ตอนทำแรกๆ ไม่ได้รักในอาชีพนี้เลย แต่สมัยนั้นไม่รู้จะทำอาชีพอะไร ทำมานานเลยเกิดความผูกพัน ตอนนี้เหลือเป็นคันสุดท้ายของหัวหินแล้ว ตนสามารถรับผู้โดยสารได้ครั้งละ 2 คน ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักตัวของผู้โดยสาร ส่วนเรื่องของรายได้จากการปั่นสามล้อนั้น ราคาค่าบริการจะคิดตามระยะทาง เริ่มที่ 40 – 50 บาท วันหนึ่งมีรายได้ประมาณ 200 บาท ก็พออยู่ได้ แก้เหงา เพราะได้ออกมาเจอเพื่อน เจอพวกเพื่อนเก่าๆ

การดูแลซ่อมแซมจักรยานสามล้อก็มีบ้าง ไม่ค่อยมาก แต่อะไหล่จักรยานถือว่าหายากและมีราคาแพง ซึ่งจักรยานคันนี้มีอายุมากแล้ว ประมาณ 60 ปีได้มั้ง เคยมีคนมาขอซื้อ ตนก็ไม่อยากขาย อย่างน้อยเอาไว้ออกกำลังกาย ส่วนลูกหลานก็ไม่ได้ว่าอะไร ไม่ได้บอกให้เลิกปั่น เพราะเขาอยากให้ได้เราออกกำลังบ้าง อยู่บ้านก็นอนอย่างเดียว ลุงจอดตรงที่วัดหัวหินเป็นที่ประจำ ประมาณ 9 โมงเช้า จนถึง 1 ทุ่ม เส้นทางการปั่น ก็ปั่นไปตามเส้นทางสัญจรปกติ แต่จะเลือกเส้นทางที่รถไม่พลุกพล่านมากนัก

นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ กล่าวว่า วันนี้ได้มากราบสักการะหลวงพ่อนาค วัดหัวหิน เพื่อความเป็นสิริมงคลและมาเยี่ยมให้กำลังใจลุงตี่ แอบสังเกตได้ว่าลุงตี่มีสุขภาพแข็งแรง แจ่มใส สามารถประกอบอาชีพปั่นสามล้อบริการประชาชนได้ตามปกติ เพียงแต่อาจจะไม่แข็งแรงสมบูรณ์เหมือนสมัยก่อน แต่แกยังสามารถเล่าเรื่องเมืองหัวหินในความทรงจำได้แจ่มชัด เหมือนเหตุการณ์เพิ่งผ่านมาเมื่อวาน นึกถึงสมัยก่อนเมื่อปี 2512 ที่หัวหินมีสามล้อถีบ มากถึง 100 คันเลยทีเดียว

“อยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวหัวหิน ช่วยกันสนับสนุนการประกอบอาชีพโดยใช้บริการรถสามล้อถีบของลุง อาจจะเป็นระยะทางสั้นๆ ก็ได้ในช่วงเวลาเย็นๆ เนื่องจากช่วงกลางวันอากาศค่อนข้างร้อน หรือจะใช้บริการรถสามล้อถีบของลุงไปเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวอำเภอหัวหิน เช่น สถานีรถไฟหัวหิน (อาคารเดิม) ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปเช็คอินอาคารสถาปัตยกรรมหลังเก่า ซึ่งบ่งบอกความเป็นอัตลักษณ์ของหัวหินร่วมกับรถสามล้อของลุง เพื่อเป็นภาพจำของเมืองหัวหิน จะเป็นการสนับสนุนลุงตี่ไปในตัว และให้กำลังใจลุงตี่ในการประกอบอาชีพต่อไป ซึ่งต้องถือเป็นตำนานสามล้อถีบคันสุดท้ายของหัวหินแล้ว” นายอาชวันต์กล่าว.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

พ่อเมืองเพชรฯ ชวนเที่ยวงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 9 สด อร่อย ปูคุณภาพจากทะเล

พ่อเมืองเพชรฯ ชวนเที่ยวงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 9 สด อร่อย ปูคุณภาพจากทะเล

วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 9 – 16 มีนาคม 2567 บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี มีนายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรี นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก (เพชรบุรี – ประจวบฯ) ร่วมในการแถลงข่าว พร้อมด้วยนายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ นายจงรัก เพชรเสน นายอำเภอท่ายาง นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ ชมรมเชฟหัวหิน – ชะอำ ตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน สภ.ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากให้การต้อนรับที่โรงแรมรายารีสอร์ท ชะอำ จ.เพชรบุรี

นายณัฏฐชัย กล่าวว่า “หาดชะอำ” แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ด้วยระยะทางเพียง 175 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 – 3 ชั่วโมง มีหาดทรายนุ่มสีน้ำตาลอ่อนราวเปลือกไข่สะอาด ลมพัดเย็น คลื่นไม่แรงนัก มาพักผ่อนเดินเล่นสัมผัสน้ำทะเลได้ชิลๆ เพราะมีความเงียบสงบมาก โดยเฉพาะวันธรรมดา จันทร์ – พฤหัสบดี พอเริ่มวันสุดสัปดาห์นักท่องเที่ยวจะหนาแน่น แต่ไม่แออัดจนเกินไป สามารถจอดรถริมทะเล วิ่งเฮฮาลงเล่นน้ำทะเลกันได้เลย จนกล่าวกันว่า “หาดชะอำ..ทะเลบ้านฉัน” เสน่ห์อย่างหนึ่งที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส เพราะต้องตื่นเช้ากันจริงๆ นั่นคือ ดูพระอาทิตย์ขึ้นหน้าหาด และทำบุญตักบาตรพระภิกษุที่เดินบิณฑบาตยามเช้ารับแสงอรุณสีทองสวยงาม อีกทั้งชะอำมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโรงแรม บ้านพัก มีอาหารทะเลสดและราคาไม่แพง จากกลุ่มอาชีพชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งจะออกเรือไปหาปูหาปลา โดยเฉพาะกลุ่มชุมชนบ้านคลองเทียนและสะพานหิน ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมของทุกปี เป็นช่วงเวลาที่มีจำนวนปูม้าในทะเลเติบโตมากพอ ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับมาขายได้ในปริมาณมากและราคาไม่แพง

นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ กล่าวว่า เทศบาลเมืองชะอำมีการส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์ปูม้า ด้วยการมอบพันธุ์ปูม้าให้กับชาวประมงและจัดตั้งธนาคารปูม้าของชุมชนขึ้น เพื่อเป็นการขยายพันธุ์ปูม้าในท้องทะเลชะอำอย่างต่อเนื่องทุกปี จนทำให้ปูม้าในทะเลมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาก ชาวประมงสามารถจับปูม้าได้มากขึ้น สามารถสร้างรายได้จากการออกเรือได้อย่างยั่งยืน ปูม้าจากทะเลชะอำ ขึ้นชื่อว่าเป็นเนื้อปูที่แน่นและหวานอร่อย ชาวประมงที่นี่มีวิธีการเก็บรักษาความสดของปู ด้วยการนำปูใส่ถุงตาข่ายผูกเชือกห้อยกับราวสะพานเหล็ก เมื่อมีลูกค้ามาซื้อก็จะไปที่สะพาน เพื่อดึงหรือสาวเชือกที่ผูกไว้กับตาข่ายและชักปูขึ้นมาขายและนำไปประกอบอาหารให้ลูกค้า จึงเป็นที่มาของชื่อ “สะพานปูชัก” และด้วยชื่อ “ปูชัก” ที่ตั้งตามลักษณะการขายปูที่มีเอกลักษณ์นี้ เทศบาลเมืองชะอำจึงนำมาใช้เป็นจุดขายของการจัดงานเทศกาลชิมปูชักดังกล่าว เพื่อส่งเสริมอาชีพชาวประมงเรือปูและประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ถึงรสชาติความอร่อยของเนื้อปูชะอำ ด้วยเอกลักษณ์การถนอมปูแบบไม่เหมือนใครในเทศกาลนี้ ซึ่งมีเพียงปีละครั้ง

ภายในงานมีกิจกรรมที่สนใจมากมาย อาทิ การออกร้านจำหน่ายอาหารทะเล เน้นเมนูปูม้าสดๆ ของชาวประมงพื้นบ้านชะอำ และอาหารที่รังสรรค์เป็นพิเศษจากเชฟโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังในอำเภอชะอำ ในราคาเหมาะสมกว่า 60 ร้านค้า การจำลองวิถีชีวิตการชักปูของชาวประมง การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นบนถนนคนเดิน ชายหาดชะอำ และการแสดงของศิลปินนักร้องที่ได้รับความนิยมบนเวทีทุกค่ำคืน นอกจากนี้ ยังจัดให้มีกิจกรรม CSR ปล่อยพันธุ์ลูกปูม้า คืนสู่ทะเลทุกวันภายในงาน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 19.30 น. ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย จึงขอเชิญทุกท่านร่วมงานเทศกาลแห่งวิถีชีวิตและการอนุรักษ์ปูม้าของชะอำ ในเทศกาลชิมปูชัก@ชะอำ ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 9 – 16 มีนาคม 2567 ณ จุดชมวิวชายหาดชะอำ หนึ่งปีมีครั้งเดียว หนึ่งเดียวในเมืองไทย สำหรับผู้สนใจที่ไม่อยากพลาดความอร่อย สามารถสอบถามข้อมูลและขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ประชาสัมพันธ์เทศบาลเมืองชะอำ โทร. 032 – 471123 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเพชรบุรี โทร.032 – 471005 – 6 หรือที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

บลูพอร์ตหัวหินจัด“เมษา มาสาด”ฉลองประเพณีสงกรานต์ไทยเป็นมรดกโลก

บลูพอร์ตหัวหินจัด“เมษา มาสาด”ฉลองประเพณีสงกรานต์ไทยเป็นมรดกโลก

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ เตรียมต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ เทศกาลแห่งความสุขของทุกคนในครอบครัว กับงาน Songkran Festival 2024“เมษา มาสาด”ชวนนักท่องเที่ยวรับความสุข สนุกและอิ่มบุญกับความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทยสุดยิ่งใหญ่ ซึ่งปีนี้ บลูพอร์ตหัวหิน ต้อนรับพลังซอฟพาวเวอร์กับเทศกาลของไทย หลังจากที่องค์การ การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ประกาศขึ้นทะเบียนประเพณีสงกรานต์ของไทย ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ทำให้ประเพณีสงกรานต์ เป็นมรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ลำดับที่ 4 ของไทยที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

ปีนี้ บลูพอร์ตหัวหินได้สนองนโยบายรัฐ จัดกิจกรรมโดยเน้นการนำวัฒนธรรมประเพณีไทยโบราณ มาผสมผสานมนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเลเมืองหัวหิน ที่พร้อมนำมาอวดโฉมกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เนรมิตพื้นที่ด้านหน้าบลูพอร์ตหัวหิน ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมประเพณี และเล่นสาดน้ำกันอย่างชุ่มฉ่ำ อีกทั้งได้เพลิดเพลินไปกับการแสดงและการละเล่นแบบไทยๆ ที่ให้คนรุ่นใหม่ได้สนุกสนานและได้รับความรู้ พร้อมซึมซับวัฒนธรรมไทยไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ทุกท่านยังได้อิ่มใจไปกับการช้อป ชิมอาหารและขนมหลากหลาย ที่ยกขบวนกันมาอย่างมากมายภายในงานอีกด้วย

น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหินแอสเสท จำกัด กล่าวว่า“เราตั้งใจให้บลูพอร์ต เป็น A MUST CHECK IN DESTINATION แลนมาร์คที่สำคัญของเมืองหัวหินที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาด ! เราไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาศักยภาพและสร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ๆ ที่หลากหลาย ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว และกลุ่มเพื่อนที่เดินทางมาเที่ยวพักผ่อนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยในปีนี้บลูพอร์ตได้สร้างสรรค์ เน้นความเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นไทย และดึงความเป็นตัวตนของเมืองหัวหินมาผสมผสานรวมกันให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรมต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติและประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่ในหัวหินและจังหวัดใกล้เคียง ได้มาร่วมสนุกกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2567 นี้”

ภายในงานมีกิจกรรมสุดพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อเสริมสิริมงคลรับวันปีใหม่ไทยกับกิจกรรมสรงน้ำพระ และรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทย ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่น พร้อมทั้งกิจกรรมสาดน้ำสุดมันส์ พิกัดใหม่แห่งเมืองหัวหิน ที่จะเนรมิตซอย หัวหิน 100/1 ข้างบลูพอร์ต หัวหินให้กลายเป็นอีกหนึ่ง สถานที่เล่นสาดน้ำที่ใครๆ ก็ไม่ควรพลาด ด้วยอุโมงค์น้ำที่จัดเต็มยาวตลอดเส้นทาง เพิ่มระดับความชุ่มฉ่ำ และไต่ระดับความร้อนแรง ด้วยทีม DJ Party ที่จะมาเขย่าความมันส์ต้อนรับสงกรานต์นี้ อย่าลืมมาเช็กอิน รวมตัวกันให้สนุกสนาน พบกับกิจกรรมมากมายภายในงาน“เมษา มาสาด”ที่จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 – 16 เมษายนนี้ ที่บริเวณลานเดอะสแควร์ บลูพอร์ตหัวหิน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.032 – 905111, เฟซบุ๊ก : Bluport Hua Hin Official หรือ Line : @Bluport.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผอ.ททท.ประจวบฯ ยันหัวหินไม่เงียบ ปี 66 เงินสะพัดกว่า 44,000 ล้านบาท

ผอ.ททท.ประจวบฯ ยันหัวหินไม่เงียบ ปี 66 เงินสะพัดกว่า 44,000 ล้านบาท

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่าจากกระแส “เบื่อรถติดพระราม 2” เป็นสาเหตุที่ทำให้หัวหินเงียบเหงา นักท่องเที่ยวน้อยลง กำลังเป็นไวรัลที่ถูกพูดถึงอยู่ขณะนี้ เรื่องนี้ยืนยันว่า “ไม่เป็นความจริง หัวหิน ไม่เคยเงียบเหงา” ข่าวมีการคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ดูจากสถานการณ์การท่องเที่ยวในภาพรวมและสถิติการท่องเที่ยวหลังจากสถานการณ์โควิดได้สงบลง ตั้งแต่ปี 2565 – 2566 ในปี 2565 จังหวัดประจวบฯ มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอยู่ที่ 9.75 ล้านคน ในปี 2566 มีนักท่องเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 11.14 ล้านคน ตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 1.4 ล้านคน รายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2565 อยู่ที่ประมาณ 33,000 ล้านบาท ในปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 44,000 ล้านบาท ซึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 11,000 – 12,000 ล้านบาท นี่คือสิ่งที่ยืนยันถึงสถานการณ์จากสถิติการท่องเที่ยวว่าจังหวัดประจวบฯ โดยเฉพาะพื้นที่ของหัวหินซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ยังมีสถานการณ์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของประจวบฯ และการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยว

ส่วนสถานการณ์การท่องเที่ยวของหัวหิน ล่าสุดในช่วงวันหยุดยาว วันมาฆบูชาสามวันที่ผ่านมา พบว่าอัตราการจองพักของภาคเอกชนอยู่ที่ระดับ 85 – 100% เลยทีเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหัวหินยังคงคึกคัก ส่วนตามร้านอาหารตามชายหาด ยังคงมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ททท.สำนักงานประจวบฯ ได้จัดงาน Hua Hin Yoka festival 2024 ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติมาร่วมกิจกรรมเป็นร้อยคน สร้างความคึกคักและสร้างเศรษฐกิจให้กับหัวหินและพื้นที่ใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี ผมยืนยันได้ว่า “หัวหิน ไม่เคยเงียบเหงา” และยังเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยว ทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศอยู่ ทั้งนี้ก็ได้รับการยืนยันจากภาคเอกชนด้วยเช่นกัน

“สำหรับในเรื่องราคาที่พักหัวหิน มีให้เลือกหลายระดับ หลายราคา ทำเลที่ตั้ง ถ้าเป็นโรงแรมที่ติดชายทะเล หรือโรงแรมระดับห้าดาว ก็อาจจะมีราคาสูง เนื่องจากว่าเป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยวชาวไทย เพราะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยมีความต้องการที่จะพักโรงแรมที่ติดชายหาด แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มที่อยู่ระยะยาว อยู่หลายเดือน อาจจะพักโรงแรมสี่ดาวหรือสามดาวก็ได้ ซึ่งนักท่องเที่ยวเขาจะบริหารงบประมาณได้ในการพำนักระยะยาวได้อย่างสะดวกกว่านักท่องเที่ยวคนไทย โดยเฉพาะบางคนอาจจะจองโรงแรมแบบกระชั้นชิด หรืออาจจะเป็นช่วงพีคซีซั่น ไฮซีซั่น ซึ่งหัวหินในช่วงนี้อยู่ในช่วงไฮซีซั่น ผู้ประกอบการมีนักท่องเที่ยวอยู่แล้วค่อนข้างเยอะ อันนี้อาจจะส่งผลให้จำนวนห้องพักที่รองรับตลาดนักท่องเที่ยวคนไทยน้อยลง ด้วยกลไลในการบริหารจัดการ ก็จะส่งผลให้ปริมาณห้องพักที่มีอยู่น้อยลง ในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูง ทำให้ราคาสูงกว่าปกติอย่างที่เรารับทราบกันอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม อยากให้มองในประเด็นมาตรฐานการให้บริการ ความคุ้มค่า มาตรฐานของโรงแรมและที่พักของหัวหิน ที่ให้บริการกับนักท่องเที่ยวด้วยความประทับใจและเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ และเมื่อช่วงไฮซีซั่นได้หมดระยะเวลาลง นักท่องเที่ยวต่างชาติก็จะเดินทางกลับประมาณในช่วงเดือนมีนาคม โรงแรมสี่ดาว ห้าดาว ก็จะปรับลดราคาลง บวกกับการทำโปรโมชั่น เพื่อขายให้กับตลาดนักท่องเที่ยวคนไทยมาเที่ยวในช่วงปิดเทอม ในเดือนเมษายน – พฤษภาคม หลังจากนั้นโรงแรมก็จะปรับราคาลงมาเข้าสู่ในช่วงโลซีซั่น ไปจนถึงเดือนตุลาคม ก็จะวนไปตามฤดูกาลท่องเที่ยวของแต่ละปี ส่วนในเรื่องของทางแก้ไข อาจจะต้องให้นักท่องเที่ยวให้วางแผนการเดินทางในระยะยาว เช่น เรื่องการจองที่พัก ก็คล้ายๆ กับเวลาเราซื้อตั๋วเครื่องบิน ถ้าซื้อในช่วงกระชั้นชิด ราคาก็จะสูงกว่าปกติ เรื่องของโปรโมชั่นต่างๆ จากผู้ประกอบการภาคเอกชนแต่ละแห่ง หัวหินมีโรงแรมหลายระดับ หลายราคา เป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว” นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ กล่าวในตอนท้าย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด สังคม

เริ่มแล้ว งานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 26

เริ่มแล้ว งานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 26

ช่วงค่ำวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 26 ที่บริเวณลานกิจกรรม 25 ไร่ ซอยหัวหิน 102 หลังศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดหัวหิน นายเอกชลิต ผลศรีทอง หัวหน้ากลุ่มงานบริหารและประสานงานกิจการเหล่ากาชาด นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ต หัวหิน และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นางอุษา พวงวลัยสิน กล่าวว่า อำเภอหัวหินร่วมกับสำนักงานกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน จัดงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 26 ประจำปี 2567 เพื่อจัดหารายได้เป็นค่าใช้จ่ายในกิจการบรรเทาทุกข์ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ สงเคราะห์ผู้ยากไร้ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสและกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ ในเขตอำเภอหัวหิน โดยจัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 26 แล้ว ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2567 บริเวณลานกิจกรรม 25 ไร่ ซอยหัวหิน 102 หลังศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน ภายในงานมีการออกร้านมัจฉากาชาดเพื่อการกุศล ร่วมลุ้นรับรางวัลใหญ่ รถจักรยานยนต์ 2 คัน รถจักรยาน 200 คัน สร้อยคอทองคำ ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานไฟฟ้าออกรางวัลทุกคืน และรางวัลต่างๆมากมาย ราคาบัตรใบละ 20 บาท ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 17.30 – 23.00 น. พบกับการออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP ของดีของฝากหัวหิน การจำหน่ายสินค้าราคาถูก เครื่องอุปโภคบริโภค เฟอร์นิเจอร์ ไม้ดอก ไม้ประดับ บูธอาหารพื้นบ้าน ขนมพื้นถิ่น อาหารทะเลสด สะอาด อร่อย บูธนิทรรศการของหน่วยงานราชการ การแสดงของนักเรียน ลีลาศการกุศล พบกับสวนสนุกเคลื่อนที่กับเครื่องเล่นทันสมัย และคอนเสิร์ตจากศิลปินนักร้องชั้นนำ และวงดังอีกหลายคณะทุกค่ำคืนตลอดจัดงาน จึงขอเชิญชวนประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมเที่ยวงานกาชาดและของดีอำเภอหัวหิน ครั้งที่ 26 ได้ตามวันดังกล่าว “เราช่วยกาชาด กาชาดช่วยเรา” เงินรายได้สนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ ของกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน.

Categories
กีฬา ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด สังคม

เดินวิ่งริมหาดหัวหิน “รักษ์เล#2” ส่งเสริมการท่องเที่ยวทำบุญใหญ่ในวันมาฆบูชา

 เดินวิ่งริมหาดหัวหิน “รักษ์เล#2” ส่งเสริมการท่องเที่ยวทำบุญใหญ่ในวันมาฆบูชา

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดการเดิน – วิ่ง “หัวหิน รักษ์เล#2 หัวหินถิ่นมีหอย HUA HIN THE CITY OF SHELLFISH” ครั้งที่ 2 ที่หน้าศูนย์การค้าหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ จ.ประจวบฯ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับเมืองหัวหิน กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงวันหยุดยาวในวันมาฆบูชา โดยรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะนำไปมอบให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและประจวบฯ มีนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภา อบจ.ประจวบฯ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม ประธานกลุ่มเราเพื่อนกัน นายอมรเทพ อ่วมมีเพียร ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าหัวหินมาร์เก็ตฯ และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ ท่ามกลางนักกีฬาชายหญิงประมาณ 500 คน เข้าร่วมกิจกรรม

โดยก่อนเปิดกิจกรรม ผู้เข้าร่วมงานทั้งหมดได้ร่วมกันทำบุญถวายสังฆทานในวันมาฆบูชา และรับพรจากพระครูวิจิตรธรรมวิภัช เจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดบุษยะบรรพต (เขาต้นงิ้ว) พร้อมคณะสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนปล่อยตัวนักกีฬาที่หน้าศูนย์การค้าหัวหินมาร์เก็ตฯ ระยะที่ 1 สักการะศาลเจ้าแม่ทับทิม ที่ระยะทาง 1.4 กิโลเมตร ระยะที่ 2 ปล่อยพันธุ์สัตว์ทะเล 550,000 ตัว ที่ระยะทาง 3.3 กิโลเมตร ระยะที่ 3 ขี่ม้าหัวหิน (กลับตัว) ที่ระยะทาง 4.4 กิโลเมตร และมาสิ้นสุดที่ห้างหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ ระยะทาง 5.9 กิโลเมตร ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดได้ใส่กางเกงลายหอย เมืองหัวหิน สื่อเรื่องราวของเมืองหัวหินบนกางเกงด้วย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ ระดมสมอง ส่งเสริมการท่องเที่ยว ปี 2567

ประจวบฯ ระดมสมอง ส่งเสริมการท่องเที่ยว ปี 2567

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดประชุมระดมความคิดเห็นในการส่งเสริมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่ 1 ที่อาคารอเนกประสงค์ธุรกิจการบิน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษาหัวหิน อ.หัวหิน มีนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน น.ส.พัชรศรี สมบัติทวีพูน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย นางปองทิพย์ วิวัฒนสิเนศวร นักวิเคราะห์นโยบายและชำนาญการพิเศษ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ นายชณัฏฐ์ พงศ์ธราธิก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ผู้ประกอบการ รวม 61 หน่วยงาน เข้าร่วม

นายปรีดา สุขใจ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ผู้ประกอบการ ได้มาระดมความคิดเห็นร่วมกันว่าขณะนี้สถานการณ์เรื่องการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั้นเป็นอย่างไร และเราจะทำอย่างไร มีแผนงานโครงการที่จะทำให้การท่องเที่ยวของเรากลับมา และสุดท้ายเรื่องของการสื่อสาร ในการจัดทำปฏิทินการท่องเที่ยว ทั้งสามประเด็นนี้ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำหน้าที่เป็นเลขาฯ นำไปสรุปและเสนอไปยังเวทีสองเวที เวทีแรกคือคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นคณะกรรมการอย่างเป็นทางการ เวทีที่สอง คือคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (กรอ.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์)

“ผมคิดว่าในเรื่องของการพัฒนาการท่องเที่ยว โดยกลุ่มคนเท่านี้ อาจจะยังไม่เพียงพอ คิดว่าจะได้นำเรียนผู้บริหารของจังหวัดว่าจะทำอย่างไร จะสร้างการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับพื้นที่ ซึ่งรู้ทั้งข้อมูล รู้ทั้งโอกาส รู้ทั้งข้อจำกัด อาจจะต้องมีเวทีแบบนี้ในอีก 8 อำเภอ ถ้าได้ตกผลึกเรื่องโอกาส เรื่องสถานการณ์ และเรื่องแนวทางที่จะผลักดันไปสู่ในระดับจังหวัดต่อไป” นายปรีดา กล่าว.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดงาน“รำลึก สู้ศึก”ส่งเสริมท่องเที่ยวถนนสายวัฒนธรรม

ประจวบฯ จัดงาน“รำลึก สู้ศึก”ส่งเสริมท่องเที่ยวถนนสายวัฒนธรรม

ช่วงเย็นวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 นายประสูตร หอมบันเทิง นายอำเภอเมืองประจวบฯ เป็นประธานเปิดงาน“รำลึก สู้ศึก”ที่บริเวณชุมชนหัวบ้าน ถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก อ.เมือง จ.ประจวบฯ มีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ นางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการภาครัฐและเอกชน รวมถึงนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมบนถนนสู้ศึก ซึ่งมี Street Art เป็นจุดสนใจ

ภายในงานมีการประกวดการแต่งกายชุดญี่ปุ่น พร้อมแสดงความสามารถพิเศษ การแข่งขันกินเร็วอาหารญี่ปุ่น และการแต่งกายสไตล์ญี่ปุ่นของผู้เข้าร่วมกิจกรรม นอกจากนี้ยังมีการออกร้านจำหน่ายอาหารท้องถิ่น ร้านจำหน่ายอาหารญี่ปุ่น ร้านอาหารไทยและขนมหวานไทย ร้านจำหน่ายเครื่องจักสาน การออกบูธส่งเสริมกีฬาทางน้ำและมีกิจกรรมส่งเสริมศิลปะวาดภาพของเด็กและเยาวชนอีกด้วย

สำหรับถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก เป็นถนนที่ได้รับการประกาศและจัดตั้งโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็นถนนสายวัฒนธรรม 1 ใน 11 แห่ง เป็นชุดแรกเมื่อปี 2560 ซึ่งก่อนจะเป็นถนนสายวัฒนธรรมนี้ มีชุมชนเก่าแก่ มีประวัติอันยาวนานมาตั้งแต่สมัยอยุธยาเรียกว่าชุมชนเกาะหลัก ซึ่งเป็นชุมชนเล็กๆ ของชาวประมงและเป็นที่พักเรือที่จะเดินทางไปทางใต้ และต่อมามีประวัติศาสตร์ที่สำคัญสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ.2484 เมื่อทหารญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกเพื่อเดินทัพต่อไปยังประเทศพม่า หรือเมียนมา ในปัจจุบัน ณ อ่าวมะนาว กองบินน้อยที่ 5 หรือกองบิน 5 ในปัจจุบัน“ถนนสู้ศึก”ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติประวัติและเป็นที่ประจักษ์มาจนถึงปัจจุบัน มีความยาวตั้งแต่เขาช่องกระจก ไปถึงชุมชนหัวบ้านและจรดทางเข้ากองบิน 5 เป็นที่ตั้งของของสถานที่สำคัญๆ หลายแห่ง เช่น ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง (ศาลหลักเมืองเก่า) บ้านเรือนของวีรชน และบ้านเก่าเล่าเรื่องที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานและทรงคุณค่า ควรแก่การเรียนรู้และท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีที่พักโรงแรม ร้านอาหาร และมีกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นอัตลักษณ์ของถนนสายวัฒนธรรม เช่น กิจกรรมตักบาตรเช้าวันอาทิตย์ การบรรเลงดนตรีไทยเดิมของคนในชุมชน กิจกรรมลีลาศของชมรมลีลาศประจวบฯ รวมถึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดด้วย.