Categories
ข่าว ทั้งหมด

โจ๋ถูกคู่อริไล่ทำร้ายจนรถล้มกลางถนน กระโดดหนีถูกรถชนร่างเละ

โจ๋ถูกคู่อริไล่ทำร้ายจนรถล้มกลางถนน กระโดดหนีถูกรถชนร่างเละ

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2566 ร.ต.ท.ธนเดช ไลไธสง รองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปราณบุรี รับแจ้งมีชายวัยรุ่นเสียชีวิตอยู่บนถนนเพชรเกษม ขาขึ้นกรุงเทพฯ บริเวณสามแยกทางเข้าเขื่อนปราณ ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างแผ่ไพศาลธรรมสถานปราณบุรี

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตนอนหงาย สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายสก็อต สวมกางขายาวลายพราง อายุประมาณ 15 – 18 ปี มีบาดแผลขนาดใหญ่บริเวณหน้าท้อง มีไส้ไหลออกมากองบนพื้นน่าสยดสยอง จากนั้นไม่นานมีเพื่อนผู้เสียชีวิตขี่รถจักรยานยนต์ตามมาหลายคัน จึงทราบชื่อผู้เสียชีวิต ว่านายภานุภัทร (อาม) กระแสร์ อายุ 15 ปี

จากการสอบถามเพื่อนผู้เสียชีวิต เล่าว่าพวกตนขี่รถจักรยานยนต์จากสะพานดำ ตลาดปราณ มาด้วยกัน 3 คัน แล้วแวะจอดที่หน้าร้านสะดวกซื้อ จู่ๆ นายอามได้ขี่รถออกไปเพียงคนเดียว พวกตนจึงขี่ตามไป แต่ระหว่างทาง นายอามเจอคู่อริจอดรถรออยู่ที่ปั๊มบางจาก จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ไล่กวดกันจนไปทันบริเวณจุดกลับรถหน้าเขื่อนปราณ แต่รถนายอามเกิดล้ม คู่อริจะเข้าไปทำร้าย แต่นายอามวิ่งหนีข้ามถนนไปอีกฝั่ง แล้วถูกรถปิกอัพที่วิ่งมา ชนจนร่างกระเด็นไปถูกรถพ่วงทับซ้ำเสียชีวิตคาที่ พวกตนขี่รถตามมาทีหลัง เห็นรถเพื่อนล้มอยู่บนถนน จึงรีบขี่ออกมาจากที่เกิดเหตุ กลัวจะถูกคู่อริมาทำลายรถ

ขณะเดียวกัน มีผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่าตนนอนอยู่ได้ยินเสียงวัยรุ่นทะเลาะกันบนถนน และได้ยินเสียงดังโครม 2 ครั้ง จึงลุกขึ้นมาดู เห็นวัยรุ่นกำลังใช้ไม้ตีรถจักรยานยนต์ของคู่อริอยู่ และก่อนจะจากไปได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ก่อนมีวัยรุ่นนอนเสียชีวิต

ด้านคนขับรถปิกอัพที่ชนนายอาม เล่าว่าตนบรรทุกไก่มาจากภาคใต้ จะนำไปส่งโรงงานที่กรุงเทพฯ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ จู่ๆ ก็มีคนวิ่งข้ามถนนไม่ทันระวัง จึงถูกรถตนชนกระเด็นลอยไป ก่อนที่จะถูกรถบรรทุกที่วิ่งตามมาทับจนเสียชีวิต

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่โรงพยาบาลปราณบุรี และนำเพื่อนของผู้เสียชีวิตไปสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมนำภาพวงจรปิดในที่เกิดเหตุมาตรวจสอบ เพื่อประกอบหลักฐานต่อไป.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
สังคม

SVL Group มอบเงินสมทบกองทุนงานทอดผ้าป่า

ข่าวสังคม

วันวิสาข์ หุ้นจิ้น ผู้จัดการส่วนชุมชนสัมพันธ์และพัฒนาชุมชน นำทีมพนักงาน พร้อมตัวแทนจากชมรมผู้ประกอบการขนส่งบางสะพาน และทีมรถตรวจการณ์ระบบขนส่งสินค้า ในนาม SVL Group มอบเงินสมทบกองทุนงานทอดผ้าป่ากองทุนผู้สูงอายุ ผู้พิการ ต.กำเนิดนพคุณ มีณรงค์ พลายน้อย นายก อบต.กำเนิดนพคุณ เป็นผู้รับมอบ พร้อมผู้นำชุมชน ที่ศาลาหมู่ 4 บ้านละหาร ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดวิ่งขยับนับแคล ผ่านแอปพลิเคชั่น CCC

ประจวบฯ จัดวิ่งขยับนับแคล ผ่านแอปพลิเคชั่น CCC

วันที่ 16 สิงหาคม 2566 ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าวกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกายสะสม ผ่านแอปพลิเคชั่น CCC (Calories Credit Challenge) ระดับจังหวัด ประจำปี 2566 “วิ่ง ขยับ นับแคล @ประจวบคีรีขันธ์” ที่ห้องเกาะหลัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มี น.ส.แสงจันทร์ แก้วประทุมรัสมี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด กล่าวรายงาน และมีนายปรีดา สุขใจ นายอำเภอปราณบุรี นางจารุรัตน์ พัฒน์ทอง รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นางวรรณา ศรีจุฬางกูล รองนายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ นายโพสิทธิ์ เครือวัลย์ ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน เจ้าหน้าที่สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด และสื่อมวลชน เข้าร่วม

ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า นโยบายการส่งเสริมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาของจังหวัดประจวบฯ ภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด – 19 ภายใต้ชื่อ “วิ่ง ขยับ นับแคล @ ประจวบคีรีขันธ์” เป็นส่วนสำคัญในการรักษาสุขภาพ และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ลดความเครียดจากการทำงาน ลดโอกาสการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคในกลุ่ม NCDs ลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข และเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคมโดยรวม ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลศิริราช สสส. หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัด “โครงการแสงนำใจ ไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 8” โดยใช้แอปพลิเคชัน CCC (Calories Credit Challenge) เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมประชาชน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ออกกำลังกายสะสมแคลอรี่ ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม – 30 ตุลาคม 2565 เพื่อขับเคลื่อน ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมและใช้แอปพลิเคชัน CCC มีประชาชนร่วมกิจกรรมออกกำลังกายสะสมแคลอรี รวมทั้งสิ้น 91.5 ล้านแคลอรี คิดเป็นพลังงานที่ใช้ในการเดิน หรือวิ่งระยะทาง 1.85 ล้านกิโลเมตร หรือคิดเป็นการเดินรอบโลกประมาณ 47 รอบ

ด้าน น.ส.แสงจันทร์ แก้วประทุมรัสมี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีเป้าหมายส่งเสริมให้ประชาชนออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของประชากร ในปี 2570 สำหรับในปีนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีเป้าหมายให้มีผู้ใช้แอปพลิเคชัน CCC จำนวน 2 ล้านคน โดยการขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกายสะสมแคลอรี ผ่านแอปพลิเคชั่น CCC ในระดับจังหวัดประจำปี 2566 ด้วยกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกายในรูปแบบที่ท้าทาย (Challenge) โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในการส่งเสริมการออกกำลังกายในระดับอำเภอ/จังหวัด การประชาสัมพันธ์กิจกรรมการใช้แอปพลิเคชัน CCC กำหนดระยะเวลาในการส่งเสริมการออกกำลังกายสะสมแคลอรี และรวบรวมผลการดำเนินงานของทุก Challenge ในระดับอำเภอและจังหวัด ระหว่างเดือนพฤษภาคม – เดือนสิงหาคม 2566 จำนวน 100 วัน ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะมอบใบประกาศนียบัตรของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้กับผู้ผ่านเกณฑ์การออกกำลังกายที่กระทรวงกำหนดไว้ ภายใต้โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลสถิติการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชน (Calories Credit Challenge)

ทั้งนี้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ ได้กำหนดกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกายสะสมแคลอรี ผ่านแอปพลิเคชัน CCC ในระดับจังหวัด “วิ่ง ขยับ นับแคล @ ประจวบคีรีขันธ์” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี ส่งเสริมกีฬาขั้นพื้นฐาน และกีฬาเพื่อมวลชน ลดโอกาสการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคในกลุ่ม NCDs เพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคมโดยรวมของจังหวัด และสนับสนุนใช้แอปพลิเคชัน เพื่อเก็บข้อมูลการออกกำลังกาย และเล่นกีฬารวบรวมเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ ประมวลผล พฤติกรรมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาของประชาชนชาวไทย และเพื่อใช้ในการพัฒนากีฬามวลชนเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนชาวไทยมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ต่อไปในอนาคต โดยกำหนดการจัดกิจกรรมวิ่งขยับ นับแคล @ประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 20 สิงหาคม 2566 เวลา 06.00 น. ณ สะพานสราญวิถี หน้าอ่าวประจวบฯ อ.เมือง จ.ประจวบฯ ใช้เส้นทางผ่าน Streer Art ถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก ชุมชนหัวบ้าน ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวถนนสู้ศึกอีกทางหนึ่งด้วย.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ศูนย์เรียนรู้บ้านทองเม็ด เปิดคลังความรู้เรื่องทองบางสะพานให้นักเรียน

ศูนย์เรียนรู้บ้านทองเม็ด เปิดคลังความรู้เรื่องทองบางสะพานให้นักเรียน

ศูนย์เรียนรู้บ้านทองเม็ด ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ต.พงศ์ประศาสน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ถือได้ว่าเป็นคลังความรู้ในเรื่องของ “ทองบางสะพาน” ซึ่งเป็นทอง 99.99% และยังเป็นทองแห่งความเชื่อ นิยมนำมาพกติดตัวบูชา เป็นของขวัญจากธรรมชาติ ซึ่งยังมีคนอีกจำนวนมากที่มาร่อนทอง แต่ไม่เคยได้รับรู้ถึงวิวัฒนาการของการหาทองบางสะพาน ที่มีอยู่หลายรูปแบบ ตลอดจนรูปลักษณ์ของทองบางสะพาน ที่พบได้จากคลองทอง สายน้ำแห่งทองบางสะพาน

และเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา นักเรียนจากโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองบัว อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ กว่า 100 คน ได้เข้ามาเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการนำเสนอของที่ศูนย์เรียนรู้บ้านทองเม็ด มีนายจิรฐกรณ์ อิสระพานิชย์ หรือโจ้ บ้านทองเม็ด เจ้าของศูนย์เเห่งนี้ให้การต้อนรับ พร้อมจัดกิจกรรมในการเรียนรู้ให้กับเด็กนักเรียนที่มาเยี่ยมชม

นายจิรฐกรณ์ เปิดเผยว่า ศูนย์เเห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อหวังจะให้เป็นแหล่งรวบรวมความรู้เรื่องราวของทองบางสะพาน เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเยี่ยมชม ศึกษาเรื่องราวความเป็นมา ตลอดจนวิธีการในการหาทองบางสะพาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านการแสดงภายในศูนย์ พร้อมทั้งวีดีทัศน์ ซึ่งวันนี้ยินดีที่มีโอกาสต้อนรับนักเรียนโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองบัว ซึ่งศูนย์ฯ ได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับน้องๆ แบ่งออกเป็น 4 ฐาน ประกอบด้วย

1. ฐานการเรียนรู้ประวัติความเป็นมาและการหาทองคำบางสะพาน ผ่านสื่อวีดีทัศน์ ที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของทองบางสะพาน ตลอดจนวิธีหาทองบางสะพานตั้งแต่อดีตจนถึงปัขจุบัน
2. ฐานการเรียนรู้เปิดขุมทรัพย์ทองบางสะพาน ที่รวมรวบจัดแสดงทองบางสะพานชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบทองผง – ทองเกล็ด – ทองเม็ดและทองอมหิน มาที่นี่เห็นของจริงว่าแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันอย่างไร และที่นี่คือแหล่งเก็บสะสมทองบางสะพานมากที่สุดในประเทศก็ว่าได้
3. ฐานการเรียนรู้ร่อนทอง ฐานนี้ทุกคนจะได้เรียนรู้วิธีการร่อนทองด้วย “เลียง” ที่มีลักษณะคล้ายกระทะ ทำมาจากไม้ ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญที่สุดสำหรับการร่อนทอง ทุกคนจะทดสอบการร่อนทองจริงๆ
4. ฐานสุดท้าย “เป่าคาถาหาทอง” ที่ศูนย์ฯ แห่งนี้ได้ประยุกต์กิจกรรมนันทนาการสุดฮิต ที่ทุกคนต้องรู้จักมาให้ได้สนุกสนานกัน นอกจากความสนุกในฐานนี้แล้ว น้องๆ ยังได้เรียนรู้ลักษณะรูปลักษณ์ของทองเม็ดที่มีความไม่แน่นอนและปรับเปลี่ยนได้ตามจินตนาการของแต่ละคน ว่าจะเห็นรูปร่างเป็นอย่างไร

นายจิรฐกรณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่าผู้ที่สนใจหรือหมู่คณะใด ที่ต้องการเข้ามาเรียนรู้ ติดต่อได้ที่ศูนย์เรียนรู้บ้านทองเม็ด ต.พงศ์ประศาสน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โทร. 087-5565697.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 22 วันที่ 9 – 16 ก.ย.นี้

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 22 วันที่ 9 – 16 ก.ย.นี้

วันที่ 16 สิงหาคม 2566 นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ จ.เพชรบุรี กล่าวว่าชายหาดชะอำ เมืองท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ ที่มีศักยภาพทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย โดยเฉพาะหาดทรายชายทะเล พร้อมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทางด้านท่องเที่ยวไว้คอยบริการอย่างครบครัน เป็นที่รู้จักและนิยมแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ประกอบกับพื้นที่ชายฝั่งทะเลตั้งแต่ อ.บ้านแหลม เรื่อยมาจนถึง อ.ชะอำ มีการเพาะเลี้ยงหอยมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาหมึกที่ชุกชุม โดยเฉพาะชายฝั่งชะอำช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคมของทุกปีจะมีปลาหมึกมากและมีชาวประมงออกเรือไปจับปลาหมึกกลางทะเลเป็นจำนวนมาก จึงเป็นช่วงที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยว สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จึงได้ร่วมกันจัดงานเทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก ขึ้นเป็นประจำทุกปี

สำหรับการจัดงานในปีนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็นงานเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ชะอำ เนื่องมาจากปัจจุบันนี้มีนกอพยพน้อยลง อีกทั้งกิจกรรมดูนกไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากเหมือนก่อนแล้ว

ในปีนี้ เทศบาลเมืองชะอำร่วมกับ ททท.สำนักงานเพชรบุรี สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี และบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด กำหนดจัดงานเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 22 ขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 16 กันยายนนี้ รวม 8 วัน 8 คืน ที่บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลสดๆ เลิศรสที่ปรุงด้วยเมนูหอยเป็นหลักและอาหารอื่นๆ อีกหลากหลายจากโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังในอำเภอชะอำและจังหวัดเพชรบุรี กว่า 50 ร้าน ในราคายุติธรรมและเหมาะสมกับการที่จังหวัดเพชรบุรีได้ชื่อว่าเป็นเมืองสร้างสรรค์อาหาร หรือ Phetchaburi City of Gastronomy อีกทั้งยังจัดให้มีการแสดงดนตรีจากวงดนตรีที่ได้รับความนิยมบนเวทีทุกคืน วันที่ 9 กันยายน แบมๆ แก้มใส วันที่ 10 กันยายน พลอย เดอะวอยซ์ วันที่ 11 กันยายน โดนัท วันที่ 12 กันยายน เรไร ไลฟ์สด วันที่ 13 กันยายน ข้าว ธิดาทิพย์ วันที่ 14 กันยายน ฝ้ายไทย ไหทองคำ วันที่ 15 กันยายน พชิหนองหินห่าว เจศุภกฤษ์ และวันที่ 16 กันยายน หลีช้ง ไหทองคำ

นอกจากนี้ยังมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น บนถนนคนเดินรอบบริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ และยังได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่หาได้เฉพาะในงานเทศกาลนี้ 1 ปีมีครั้งเดียวกับบริการนำนักท่องเที่ยวลงเรือตกหมึกกลางทะเล ที่น่าตื่นเต้นประทับใจทุกวันในราคาถูกเป็นพิเศษ เพียงคนละ 100 บาท พร้อมอุปกรณ์ตกหมึก “โยธกา’’ ไว้บริการบริเวณจุดหน้าทะเล โดยวันเปิดงาน ผู้ว่าราชการจังหวัดจะมาเป็นประธานเปิดงาน พร้อมรังสรรค์เมนูจานเด็ดจากเซฟจากโรงแรมชั้นนำในพื้นที่ชะอำ โดยใช้ปลาหมึกสดที่ได้มาจากประมงพื้นบ้าน แจกจ่ายให้นักท่องเที่ยวได้ลองทาน จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจเที่ยวชมงานตามวันดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หลายฝ่ายเข้าช่วยเหลือ นำถุงยังชีพสภากาชาดไทย มอบให้ครอบครัวหนุ่มสู้ชีวิต

หลายฝ่ายเข้าช่วยเหลือ นำถุงยังชีพสภากาชาดไทย มอบให้ครอบครัวหนุ่มสู้ชีวิต

เมื่อช่วงสายวันที่ 15 สิงหาคม 2566 นายเลิศยศ แย้มพราย นายอำเภอบางสะพาน พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำท้องถิ่น ผู้ปกครองท้องที่ ร่วมลงพื้นที่บ้านวังยาว หมู่ 1 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ เพื่อนำถุงยังชีพของสภากาชาดไทย ไปมอบแก่ครอบครัวนายสมโภชน์ พุ่มทอง อายุ 37 ปี ที่ทำงานเพียงคนเดียว และต้องดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการและสมาชิกในบ้าน รวมทั้งสิ้น 12 คน

หลังจากมีการเสนอข่าวเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2566 ว่าบ้านเลขที่ 95/5 ซอยข้างสหกรณ์โคนมบางสะพาน หมู่ 1 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สภาพบ้านเป็นบ้านปูนชั้นเดียว หลังคาสังกะสี มีสภาพชำรุดทรุดโทรม ของนายสมโภชน์ พุ่มทอง อายุ 37 ปี ที่ต้องดิ้นรนทำงานหาเลี้ยงย่าและพ่อที่ป่วยติดเตียง นอกจากนี้ยังต้องดูแลญาติพี่น้องที่เป็นผู้ป่วยอีก 3 ราย รวมไปถึงสมาชิกในครอบครัวอีก 9 ชีวิต เด็กบางรายต้องหยุดเรียนอยู่บ้าน เนื่องจากครอบครัวไม่มีเงินให้เด็กไปโรงเรียนและไม่มียานพาหนะสำหรับพาเด็กๆ ไปส่งโรงเรียน ภายในบ้านมีผู้สูงอายุนอนติดเตียง นอกจากนี้ภายในบ้านมีผู้พิการทางสายตาและชายสติไม่สมประกอบอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวด้วย.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

โจรขังพระในกุฏิ แล้วงัดตู้เซฟเงินบริจาคพระประจำจังหวัดบนยอดเขาช่องกระจกหนีลอยนวล

โจรขังพระในกุฏิ แล้วงัดตู้เซฟเงินบริจาคพระประจำจังหวัดบนยอดเขาช่องกระจกหนีลอยนวล

วันที่ 15 สิงหาคม 2566 ร.ต.อ.อาทิตย์ บุตรละคร รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งจากพระมหาสมภพ วันตะภะโว พระผู้ดูแลสถานที่บนยอดเขาช่องกระจก ว่าเกิดเหตุงัดแงะขโมยเงินบริจาคภายในตู้เซฟของวัดธรรมิการาม วรวิหาร ซึ่งตั้งอยู่ด้านบนยอดเขาช่องกระจก ภายในวิหารฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมงคลคีรีขันธ์ พระประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นพร้อมด้วย พ.ต.ท.ชุมพล บางจันทึก รองผู้กำกับปราบปราม สภ.เมืองประจวบฯ พ.ต.ท.สราวุธ อิ่มจิต รองผู้กำกับ สบ.3 หัวหน้าชุดตรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดตรวจพิสูจน์หลักฐาน ร่วมตรวจที่เกิดเหตุ

สถานที่เกิดเหตุอยู่บนยอดเขาช่องกระจก ซึ่งต้องเดินเท้าขึ้นบันไดไป 396 ขั้น จุดเกิดเหตุอยู่ภายในวิหารฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ซึ่งประดิษฐานพระพุทธมงคลคีรีขันธ์ พระประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้จัดสร้างขึ้นจากมวลสารสถานที่สำคัญทั้งจังหวัด

จากการตรวจสอบ พบว่าตู้เซฟถูกงัดแงะขโมยเงินบริจาค จำนวน 2 ใบ มูลค่าประมาณกว่า 1 หมื่นบาท โดยตู้เซฟใบแรกเป็นตู้รับเงินบริจาคสำหรับซื้อเครื่องดื่มไว้แจกให้นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาได้ดื่ม ส่วนอีกใบเป็นตู้เซฟรับบริจาคสำหรับการจัดสร้างสถานที่วัด และได้สูญหายไปจำนวน 1 ใบ นอกจากนี้ประตูเหล็กด้านทางขึ้น มีร่องรอยการตัดตาข่ายเหล็ก แล้วแหวกเป็นช่องเพื่อมุดเข้าไปได้รับความเสียหาย 1 จุด ประตูกุฏิด้านหลังวิหารถูกงัดกุญแจได้รับความเสียหาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ตามแกะสืบหาจากร่องรอย พบว่าตู้เซฟที่สูญหายไป 1 ใบ ถูกหัวขโมยนำไปโยนทิ้งไว้บริเวณด้านทิศใต้ของวิหาร ซึ่งเป็นไหล่เขาและเป็นป่าหนามแหลมคม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเก็บกู้พยานหลักฐานด้วยความทุลักทุเล นอกจากนี้ยังพบว่าซองทำบุญบริจาคของวัดที่ถูกขโมยไป ถูกนำไปทิ้งไว้ใกล้กับสถานีรถไฟเมืองประจวบฯ จำนวนหนึ่งด้วย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถ่ายภาพเก็บพยานหลักฐานและแกะรอยคนร้ายจากกล้องวงจรปิดโดยรอบ พร้อมตรวจหาลายนิ้วมือแฝง เพื่อเร่งติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้ก่อเหตุน่าจะมีมากกว่าสองคนขึ้นไป

ด้านพระมหาสมภพ วันตะภะโว พระลูกวัด ที่ดูแลสถานที่และจำวัดอยู่ที่กุฏิบนยอดเขาช่องกระจก เปิดเผยว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุน่าจะเป็นช่วงระหว่างหลังเที่ยงคืนถึงตี 4 เนื่องจากก่อนจำวัด ได้ตรวจสอบและปิดล็อคประตูโดยรอบไว้เรียบร้อยหมดแล้ว และกลับเข้าไปจำวัดภายในกุฏิ ซึ่งอยู่ด้านล่างของวิหาร จากนั้นตื่นขึ้นมาจากการจำวัด ช่วงเวลา 04.00 น.เพื่อจะปฏิบัติกิจของสงฆ์ พบว่าออกจากกุฏิไม่ได้ เนื่องจากถูกหัวขโมยใช้เหล็กคล้องประตูและนำลวดมามัดไว้เพื่อขังพระไว้ภายใน จึงได้พยายามเปิดประตูและออกมา พบว่าประตูรั้วเหล็กโดนงัด ประตูพระวิหารและตู้เซฟเก็บเงินรับบริจาคถูกงัดแงะจนเสียหาย โดยเงินภายในตู้บริจาคสูญหายไปเกลี้ยงกว่าหนึ่งหมื่นบาท นอกจากนี้ตู้เซฟบริจาคยังสูญหายไปอีก 1 ใบ รวมไปถึงประตูกุฏิ ด้านหลังพระวิหารถูกงัดประตูจนพังแล้ว ถูกขโมยกระป๋องสังฆทานสูญหายไปอีก 1 ใบด้วย คาดว่าหลังก่อเหตุคนร้ายได้นำเครื่องดื่มน้ำอัดลมในตู้เย็นมานั่งดื่มอย่างสบายใจ จำนวน 1 กระป๋อง ที่บริเวณด้านหน้าวิหารอีกด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดเหตุงัดแงะลักขโมยในลักษณะเช่นนี้หลายครั้ง แต่ความเสียหายไม่มาก จึงไม่ได้มีการแจ้งความ ให้อภัยผู้ก่อเหตุมาโดยตลอด ซึ่งถือว่าใครทำดีก็ได้ดี ใครทำชั่วไม่ดี ก็จะได้รับสิ่งไม่ดีกลับไป แต่ครั้งนี้ถือว่าเสียหายมากที่สุด จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามหัวขโมยมาดำเนินคดีต่อไป.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

จิตอาสาบางสะพานน้อย ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

จิตอาสาบางสะพานน้อย ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 15 สิงหาคม 2566 นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพานน้อย เป็นประธานในพิธีปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่บ้านหนองหัดไท หมู่ 10 ต.ทรายทอง อำเภอบางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ มี พ.ต.อ.ธฤต เรืองเดชา ผู้กำกับ สภ.บางสะพานน้อยสจ.ปราโมทย์ ตั้งซุยยัง นายสนอง สุขเจริญ กำนันตำบลทรายทอง นายณรงค์ เลียบวัน ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนจิตอาสา คณะครูนักเรียนบ้านทุ่งสีเสียด และคณะครูนักเรียนบ้านทรายทอง ร่วมกันปลูกป่ากว่า 500 คน

นายสุทิน กล่าวว่ามีความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่มาเป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาในโอกาสวันสำคัญของชาติไทย ประจำปี 2566 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในกิจกรรม “ปลูกป่าสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ” ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ต่างประจักษ์แจ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้แก่อาณาประชาราษฎร์ โดยมิได้ทรงย่อท้อต่อความเหนื่อยยาก ทั้งด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนไทย การสร้างเสริมสุขภาวะ.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กรมปศุสัตว์เปิดโครงการสัตวแพทย์พระราชทาน ในพระราชดำริสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ประจวบฯ

กรมปศุสัตว์เปิดโครงการสัตวแพทย์พระราชทาน ในพระราชดำริสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ประจวบฯ

วันที่ 15 สิงหาคม 2566 นายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานเปิดโครงการสัตวแพทย์พระราชทาน ในพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสัตวแพทย์ยุษฐิระ บัณฑุกุล ปศุสัตว์เขต 7 นายทรงพล บุญธรรม ปศุสัตว์จังหวัดประจวบฯ นายสมเจตร์ เจริญทรง นายอำเภอทับสะแก หัวหน้าส่วนราชการ และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ร่วมพิธี เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชดำริให้มีโครงการสัตวแพทย์พระราชทาน เพื่อให้หน่วยงานวิชาชีพสัตวแพทย์และวิชาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงของเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล เป็นการพัฒนาอาชีพและเพิ่มรายได้ของเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

โดยในปีงบประมาณ 2566 กรมปศุสัตว์ได้บูรณาการความร่วมมีอระหว่างหน่วยงานด้านปศุสัตว์ในการพัฒนาบริการด้านสุขภาพสัตว์ จัดโครงการสัตวแพทย์พระราชทาน ในพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งที่ 4 ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีเป้าหมายการออกหน่วยให้บริการในเขตพื้นที่อำเภอทับสะแกและอำเภอบางสะพาน ระหว่างวันที่ 14 – 16 สิงหาคม 2566 มีการให้บริการตรวจรักษาพยาบาลสัตว์ ทั้งด้านอายุรกรรม สูติกรรม ศัลยกรรม การฉีดวัคซีนป้องกันโรคสัตว์ การกำจัดพยาธิภายในภายนอก การเก็บตัวอย่าง การสำรวจสภาวะโรค การเสวนาปัญหาด้านปศุสัตว์ การให้ความรู้ แนะนำการเลี้ยง และการดูแลสัตว์ให้ถูกสุขลักษณะแก่เกษตรกร โดยมีเป้าหมายเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์มารับบริการ 200 ราย จำนวนโคเนี้อ 2,000 ตัว โคนม 1,700 ตัว แพะ 150 ตัว สุนัขและแมว 200 ตัว โดยมีคณาจารย์ นิสิต นักศึกษา สัตวแพทย์และนักวิชาการจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคร่วมให้บริการรวมทั้งสิ้น 53 คน โอกาสนี้ นายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้มอบถุงเวชภัณฑ์พระราชทานให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์จำนวน 5 ราย พร้อมเยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศด้านปศุสัตว์ และการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณ์แปรรูปปศุสัตว์ด้วย.

ณัฐธภพ พันสาย…รายงาน

Categories
สังคม

แนวโน้มของอุตสาหกรรมปาล์มของไทย

ข่าวสังคม

เขมภพ คชเสนี เจ้าหน้าที่กลยุทธ์องค์กรอาวุโส บริษัท พีพีพี กรีนคอมเพล็กซ์ จำกัด (มหาชน) บรรยายพิเศษ เรื่องแนวโน้มของอุตสาหกรรมปาล์มของไทย จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ภายใต้แนวคิด Bio – Circular Economy (BCG) และ Net Zero Emission ให้กับนักศึกษาโครงการปริญญาตรีภาคพิเศษ สาขาเทคโนโลยีพลังงานชีวภาพและการแปรรูปเคมีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ณ โรงแรมโนโวเทล ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต เมื่อเร็วๆ นี้ ในโครงการบ่มเพาะบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ประจำปี 2566 ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ตอบโจทย์ยุค 4.0 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างบูรณาการต่อโจทย์ของประเทศไทย อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ เป็น 1 ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการคาดการณ์ว่าจะเติบโตเร็วในอนาคต.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน