Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

พ่อเมืองเพชรฯ ชวนเที่ยวงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 9 สด อร่อย ปูคุณภาพจากทะเล

พ่อเมืองเพชรฯ ชวนเที่ยวงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 9 สด อร่อย ปูคุณภาพจากทะเล

วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลชิมปูชัก @ ชะอำ ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 9 – 16 มีนาคม 2567 บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี มีนายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรี นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก (เพชรบุรี – ประจวบฯ) ร่วมในการแถลงข่าว พร้อมด้วยนายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ นายจงรัก เพชรเสน นายอำเภอท่ายาง นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ ชมรมเชฟหัวหิน – ชะอำ ตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน สภ.ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากให้การต้อนรับที่โรงแรมรายารีสอร์ท ชะอำ จ.เพชรบุรี

นายณัฏฐชัย กล่าวว่า “หาดชะอำ” แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ด้วยระยะทางเพียง 175 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 – 3 ชั่วโมง มีหาดทรายนุ่มสีน้ำตาลอ่อนราวเปลือกไข่สะอาด ลมพัดเย็น คลื่นไม่แรงนัก มาพักผ่อนเดินเล่นสัมผัสน้ำทะเลได้ชิลๆ เพราะมีความเงียบสงบมาก โดยเฉพาะวันธรรมดา จันทร์ – พฤหัสบดี พอเริ่มวันสุดสัปดาห์นักท่องเที่ยวจะหนาแน่น แต่ไม่แออัดจนเกินไป สามารถจอดรถริมทะเล วิ่งเฮฮาลงเล่นน้ำทะเลกันได้เลย จนกล่าวกันว่า “หาดชะอำ..ทะเลบ้านฉัน” เสน่ห์อย่างหนึ่งที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส เพราะต้องตื่นเช้ากันจริงๆ นั่นคือ ดูพระอาทิตย์ขึ้นหน้าหาด และทำบุญตักบาตรพระภิกษุที่เดินบิณฑบาตยามเช้ารับแสงอรุณสีทองสวยงาม อีกทั้งชะอำมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโรงแรม บ้านพัก มีอาหารทะเลสดและราคาไม่แพง จากกลุ่มอาชีพชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งจะออกเรือไปหาปูหาปลา โดยเฉพาะกลุ่มชุมชนบ้านคลองเทียนและสะพานหิน ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมของทุกปี เป็นช่วงเวลาที่มีจำนวนปูม้าในทะเลเติบโตมากพอ ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับมาขายได้ในปริมาณมากและราคาไม่แพง

นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ กล่าวว่า เทศบาลเมืองชะอำมีการส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์ปูม้า ด้วยการมอบพันธุ์ปูม้าให้กับชาวประมงและจัดตั้งธนาคารปูม้าของชุมชนขึ้น เพื่อเป็นการขยายพันธุ์ปูม้าในท้องทะเลชะอำอย่างต่อเนื่องทุกปี จนทำให้ปูม้าในทะเลมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาก ชาวประมงสามารถจับปูม้าได้มากขึ้น สามารถสร้างรายได้จากการออกเรือได้อย่างยั่งยืน ปูม้าจากทะเลชะอำ ขึ้นชื่อว่าเป็นเนื้อปูที่แน่นและหวานอร่อย ชาวประมงที่นี่มีวิธีการเก็บรักษาความสดของปู ด้วยการนำปูใส่ถุงตาข่ายผูกเชือกห้อยกับราวสะพานเหล็ก เมื่อมีลูกค้ามาซื้อก็จะไปที่สะพาน เพื่อดึงหรือสาวเชือกที่ผูกไว้กับตาข่ายและชักปูขึ้นมาขายและนำไปประกอบอาหารให้ลูกค้า จึงเป็นที่มาของชื่อ “สะพานปูชัก” และด้วยชื่อ “ปูชัก” ที่ตั้งตามลักษณะการขายปูที่มีเอกลักษณ์นี้ เทศบาลเมืองชะอำจึงนำมาใช้เป็นจุดขายของการจัดงานเทศกาลชิมปูชักดังกล่าว เพื่อส่งเสริมอาชีพชาวประมงเรือปูและประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ถึงรสชาติความอร่อยของเนื้อปูชะอำ ด้วยเอกลักษณ์การถนอมปูแบบไม่เหมือนใครในเทศกาลนี้ ซึ่งมีเพียงปีละครั้ง

ภายในงานมีกิจกรรมที่สนใจมากมาย อาทิ การออกร้านจำหน่ายอาหารทะเล เน้นเมนูปูม้าสดๆ ของชาวประมงพื้นบ้านชะอำ และอาหารที่รังสรรค์เป็นพิเศษจากเชฟโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังในอำเภอชะอำ ในราคาเหมาะสมกว่า 60 ร้านค้า การจำลองวิถีชีวิตการชักปูของชาวประมง การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นบนถนนคนเดิน ชายหาดชะอำ และการแสดงของศิลปินนักร้องที่ได้รับความนิยมบนเวทีทุกค่ำคืน นอกจากนี้ ยังจัดให้มีกิจกรรม CSR ปล่อยพันธุ์ลูกปูม้า คืนสู่ทะเลทุกวันภายในงาน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 19.30 น. ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย จึงขอเชิญทุกท่านร่วมงานเทศกาลแห่งวิถีชีวิตและการอนุรักษ์ปูม้าของชะอำ ในเทศกาลชิมปูชัก@ชะอำ ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 9 – 16 มีนาคม 2567 ณ จุดชมวิวชายหาดชะอำ หนึ่งปีมีครั้งเดียว หนึ่งเดียวในเมืองไทย สำหรับผู้สนใจที่ไม่อยากพลาดความอร่อย สามารถสอบถามข้อมูลและขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ประชาสัมพันธ์เทศบาลเมืองชะอำ โทร. 032 – 471123 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเพชรบุรี โทร.032 – 471005 – 6 หรือที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กรมทรัพยากรธรณี จับมือวนอุทยานเขานางพันธุรัตให้ความรู้ พ.ร.บ.คุ้มครองซากดึกดำบรรพ์

กรมทรัพยากรธรณี จับมือวนอุทยานเขานางพันธุรัตให้ความรู้ พ.ร.บ.คุ้มครองซากดึกดำบรรพ์

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ.2551 แก่ชุมชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ที่วนอุทยานเขานางพันธุรัต อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มีนายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายปรีชา สายทอง ผู้อำนวยการกองคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ นายสมเจตย์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) เพชรบุรี นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ หัวหน้าวนอุทยานเขานางพันธุรัต พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนให้การต้อนรับและร่วมรับฟังการบรรยาย

นายพิชิต สมบัติมาก กล่าวว่า พ.ร.บ.ซากดึกดำบรรพ์ที่กำหนดบังคับใช้ เพื่อเป็นการคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ต่างๆ ที่พบเจอในประเทศไทย เพื่ออนุรักษ์สร้างมูลค่าให้กับชุมชนและท้องถิ่น โดยการนำซากเหล่านั้นไปศึกษาวิจัยประโยชน์ทางวิชาการ ว่าพื้นที่นี้มีความเป็นมาอย่างไร โครงสร้างทางธรณีในยุคไหน จะนำสืบหาข้อมูลว่ามีแร่อะไรในพื้นที่ตรงนั้นบ้าง ก็จะเป็นประโยชน์ที่จะนำไปพัฒนาประเทศได้ หากประชาชนทั่วไปพบเห็นซากดำบรรพ์ หรือสงสัยว่าเป็นซากดำบรรพ์ ควรแจ้งทางกรมทรัพยากรธรณีให้มาตรวจสอบ หรือแจ้งได้ที่ท้องถิ่น อบต. เทศบาลในพื้นที่นั้นๆ ได้จะมีนักวิชาการลงมาตรวจสอบให้

สำหรับโครงการฝึกอบรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมตระหนักรู้ถึงความสำคัญเกี่ยวกับแหล่งซากดึกดำบรรพ์และซากดึกดำบรรพ์ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และนำไปถือปฏิบัติได้อย่างถูกต้องประกอบด้วยการบรรยาย 3 หัวข้อ ได้แก่ 1. ธรณีวิทยา 2. พ.ร.บ.คุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ.2551 3. ซากดึกดำบรรพ์ พร้อมทั้งมีการแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย และการฝึกปฏิบัติภาคสนามในพื้นที่วนอุทยานเขานางพันธุรัต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งซากดึกดำบรรพ์ประเภทสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล อายุประมาณ 290 – 250 ล้านปี ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพของซากสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในทะเลโบราณ เช่น ฟอสซิลฟิวซูลินิด (Fusulinid fossil) คนไทยเรียกว่า “คตข้าวสาร” หรือ “ข้าวสารหิน” เป็นสัตว์ทะเลเซลล์เดียวที่สูญพันธุ์ไปแล้ว และไครนอยด์ (Crinoid) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “พลับพลึงทะเล” สามารถพบเห็นได้ด้วยตาเปล่า ถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่า ควรแก่การอนุรักษ์และพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรีต่อไป.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

บลูพอร์ตหัวหินจัด“เมษา มาสาด”ฉลองประเพณีสงกรานต์ไทยเป็นมรดกโลก

บลูพอร์ตหัวหินจัด“เมษา มาสาด”ฉลองประเพณีสงกรานต์ไทยเป็นมรดกโลก

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ เตรียมต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ เทศกาลแห่งความสุขของทุกคนในครอบครัว กับงาน Songkran Festival 2024“เมษา มาสาด”ชวนนักท่องเที่ยวรับความสุข สนุกและอิ่มบุญกับความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทยสุดยิ่งใหญ่ ซึ่งปีนี้ บลูพอร์ตหัวหิน ต้อนรับพลังซอฟพาวเวอร์กับเทศกาลของไทย หลังจากที่องค์การ การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ประกาศขึ้นทะเบียนประเพณีสงกรานต์ของไทย ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ทำให้ประเพณีสงกรานต์ เป็นมรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ลำดับที่ 4 ของไทยที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

ปีนี้ บลูพอร์ตหัวหินได้สนองนโยบายรัฐ จัดกิจกรรมโดยเน้นการนำวัฒนธรรมประเพณีไทยโบราณ มาผสมผสานมนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเลเมืองหัวหิน ที่พร้อมนำมาอวดโฉมกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เนรมิตพื้นที่ด้านหน้าบลูพอร์ตหัวหิน ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมประเพณี และเล่นสาดน้ำกันอย่างชุ่มฉ่ำ อีกทั้งได้เพลิดเพลินไปกับการแสดงและการละเล่นแบบไทยๆ ที่ให้คนรุ่นใหม่ได้สนุกสนานและได้รับความรู้ พร้อมซึมซับวัฒนธรรมไทยไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ทุกท่านยังได้อิ่มใจไปกับการช้อป ชิมอาหารและขนมหลากหลาย ที่ยกขบวนกันมาอย่างมากมายภายในงานอีกด้วย

น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหินแอสเสท จำกัด กล่าวว่า“เราตั้งใจให้บลูพอร์ต เป็น A MUST CHECK IN DESTINATION แลนมาร์คที่สำคัญของเมืองหัวหินที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาด ! เราไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาศักยภาพและสร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ๆ ที่หลากหลาย ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว และกลุ่มเพื่อนที่เดินทางมาเที่ยวพักผ่อนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยในปีนี้บลูพอร์ตได้สร้างสรรค์ เน้นความเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นไทย และดึงความเป็นตัวตนของเมืองหัวหินมาผสมผสานรวมกันให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรมต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติและประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่ในหัวหินและจังหวัดใกล้เคียง ได้มาร่วมสนุกกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2567 นี้”

ภายในงานมีกิจกรรมสุดพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อเสริมสิริมงคลรับวันปีใหม่ไทยกับกิจกรรมสรงน้ำพระ และรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทย ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่น พร้อมทั้งกิจกรรมสาดน้ำสุดมันส์ พิกัดใหม่แห่งเมืองหัวหิน ที่จะเนรมิตซอย หัวหิน 100/1 ข้างบลูพอร์ต หัวหินให้กลายเป็นอีกหนึ่ง สถานที่เล่นสาดน้ำที่ใครๆ ก็ไม่ควรพลาด ด้วยอุโมงค์น้ำที่จัดเต็มยาวตลอดเส้นทาง เพิ่มระดับความชุ่มฉ่ำ และไต่ระดับความร้อนแรง ด้วยทีม DJ Party ที่จะมาเขย่าความมันส์ต้อนรับสงกรานต์นี้ อย่าลืมมาเช็กอิน รวมตัวกันให้สนุกสนาน พบกับกิจกรรมมากมายภายในงาน“เมษา มาสาด”ที่จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 – 16 เมษายนนี้ ที่บริเวณลานเดอะสแควร์ บลูพอร์ตหัวหิน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.032 – 905111, เฟซบุ๊ก : Bluport Hua Hin Official หรือ Line : @Bluport.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ลุงวัย 69 ปี ขายกล้วยทอด เลียบชายทะเลประจวบฯ คนซื้อต้องจองล่วงหน้า

ลุงวัย 69 ปี ขายกล้วยทอด เลียบชายทะเลประจวบฯ คนซื้อต้องจองล่วงหน้า

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ริมถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ ชุมชนปากคลองบางนางรม อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ มีลุงขี่รถสามล้อพ่วงข้าง หรือซาเล้ง มาจอดขายทอดกล้วยทอด มีลูกค้ามายืนรอต่อคิวไม่ขาดสาย จึงเข้าไปสอบถามชื่อลุงสุเทพ คงกลัด อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 829/24 หมู่ 4 ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จะมาตั้งขายกล้วยทอดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30 น. จะมีลูกค้าประจำโทรมาสั่งกล้วยทอดล่วงหน้าทุกวัน

กล้วยทอดของลุงสุเทพนั้น จุดขายอยู่ที่ความอร่อยและราคาถูก ใส่ถุงกระดาษขนาดเท่ากับร้านทั่วไป แต่ลุงจะใส่ให้โดยไม่นับจำนวนชิ้นจนล้นทุกถุง ราคาเพียง 20 บาท และด้วยรสชาติอันกลมกล่อม หวานมันกำลังพอดี ทำให้ผู้คนที่ผ่านไปมามักแวะซื้อติดมือกลับบ้านกันเป็นประจำ

ลุงสุเทพเล่าว่า ตนเคยเป็นพนักงานบริษัท เมื่อเกษียณมาอยู่บ้าน ไม่ได้ทำอะไร ลูกๆ โตมีงานทำหมดแล้ว วันหนึ่งทอดกล้วยแล้วให้เพื่อนบ้านชิม ก็บอกว่าอร่อย ให้มาทอดขายดีกว่า จึงลองออกมาทอดขาย ได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีมาก จนถึงปีนี้เข้าปีที่ 10 แล้ว ที่ขายแบบเป็นถุงละ 20 โดยไม่นับชิ้น เพราะไม่เอากำไรมาก แค่พออยู่ได้เท่านั้นพอ

ใครที่ผ่านเมืองประจวบฯ ต้องการจะอุดหนุนลุงสุเทพ กล้วยทอดถุงละ 20 เชิญได้ที่ริมถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ ชุมชนบ้านปากคลองบางนางรม หรือจะสั่งก่อนล่วงหน้าที่โทร. 089 – 9614849 เพราะขายตั้งแต่เช้าตอนเที่ยงก็หมดแล้ว.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

โรงงานทำเต้าหู้แผ่นแบบโบราณ สืบทอดต่อจนถึงรุ่นที่ 4

โรงงานทำเต้าหู้แผ่นแบบโบราณ สืบทอดต่อจนถึงรุ่นที่ 4

หนึ่งในอาหารที่ขึ้นชื่อและดีต่อสุขภาพ จะต้องมีเต้าหู้ เพราะเต้าหู้เป็นส่วนประกอบในอาหารของคนไทยที่หลากหลาย ไม่ว่าจะทำแกงจืด พะโล้ ผัด ทอด หรือนำไปจิ้มกับน้ำพริกแดงก็อร่อย เต้าหู้เต็มไปด้วยโปรตีน ไร้ไขมัน และยังมีสารอาหารอีกหลายอย่างที่ดีต่อสุขภาพของคนทุกเพศทุกวัย แถมราคายังย่อมเยาอีกด้วย

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่โรงงานทำเต้าหู้โบราณ หมู่ 2 เยื้องกับ อบต.วังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มี น.ส.ทัชอร จงทอง เป็นเจ้าของที่สืบทอดกันมาเป็นรุ่นที่ 4 แล้ว น.ส.ทัชอร จงทอง กล่าวว่า การทำเต้าหู้ต้องใช้ความพยายามและความอดทนเป็นอย่างมาก แต่ละวันต้องตื่นประมาณตีสาม นำถั่วเหลืองมาแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 4 ชั่วโมง จากนั้นนำมาล้างน้ำให้สะอาด ก่อนนำไปโม่แล้วนำไปใส่เครื่องเขย่า เพื่อเอาเนื้อแป้งออก แล้วนำมาต้มด้วยไอน้ำ ซึ่งปัจจุบันจะใช้ระบบไอน้ำแทน เพราะว่าจะไม่เหม็นควันไฟ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ต้มเสร็จมาใส่หัวเชื้อเพื่อให้จับตัวเป็นก้อนเหมือนวุ้น ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 5 – 10 นาทีเพื่อให้เต้าหู้เซตตัว จากนั้นนำมาใส่ในแบบที่ขึ้นรูปด้วยการห่อด้วยมือแบบโบราณ จากนั้นนำมาทับเพื่อเอาน้ำออก ให้เหลือแต่เนื้อแป้งประมาณ 10 นาที ถึงจะแกะออกเป็นเต้าหู้แผนแบบโบราณ

ตนรักและชอบทำเต้าหู้มาตั้งแต่สมัยเด็กๆ เวลาเห็นพ่อทำแล้วมีความสุข เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัว อีกทั้งเต้าหู้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ นำมาประกอบอาหารอะไรก็อร่อย มีคุณค่าและโภชนาการทางอาหารสูง มีประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากมีโปรตีนมากกว่าเนื้อสัตว์ถึงสองเท่า เป็นอาหารที่ย่อยง่าย ไม่มีคลอเรสเตอรอล ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทที่เกี่ยวกับความทรงจำ ป้องกันมะเร็ง

สูตรที่ทำนี้ไม่เคยเปลี่ยนเลย เป็นสูตรของอากง ตนเป็นรุ่นที่ 4 ปัจจุบันขายราคาชิ้นละ 10 บาท สมัยรุ่นพ่อทำอยู่ ขายชิ้นละ 1.50 บาท เวลาผ่านไปเกือบ 40 ปี ราคาวัตถุดิบที่แพงขึ้น ถั่วเหลืองกิโลกรัมละ 35 บาท สารที่มาทำให้น้ำแป้งจับเป็นก้อน ค่าแรงคนงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ขึ้นทุกอย่าง ปัจจุบันขายส่งให้ลูกค้านำไปขายต่ออีกทอดหนึ่งที่ตลาดสดสี่แยกปราณบุรี ตลาดนัดทุกแห่งจะมีแม่ค้ามารับไปขายในแต่ละวัน ของเราจะทำวันต่อวัน ไม่ใช้สาร ทำตามออเดอร์ จะทำประมาณวันละ 700 ชิ้น ถ้าเป็นช่วงเทศกาลกินเจ หรือเทศกาลอื่นๆ จะมีสั่งเข้ามาเพิ่มประมาณ 2,000 – 3,000 แผ่น เพราะลูกค้ายังชื่นชอบสูตรโบราณที่เราทำอยู่ ด้วยรสชาติ นิ่ม เนื้อเนียน อร่อย สมัยก่อนนอกจากทำเต้าหู้แผ่นสูตรโบราณแล้ว ยังทำเต้าหู้เหลือง เต้าหู้อ่อน ฟองเต้าหู้ขาย แต่ปัจจุบันทำเพียงเต้าหู้แผ่นอย่างเดียว หากใครสนใจสั่งซื้อ สามารถทักได้ที่เฟซบุ๊ก ทัชอร จงทอง เต้าหู้โบราณ หรือโทร. 093 – 4164292 .

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ตั้งองค์กรบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำช้างแรก เพื่อบริหารน้ำหน้าแล้งที่กำลังจะมาถึง

ตั้งองค์กรบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำช้างแรก เพื่อบริหารน้ำหน้าแล้งที่กำลังจะมาถึง

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพานน้อย มอบหมายให้นายประชานารถ สุวรรณสิทธิ์ ปลัดอาวุโส มาเป็นประธานในการดำเนินการประชุมที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติ หมู่ 3 ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ เพื่อร่วมกันเพื่อก่อตั้งองค์กรบริหารจัดการน้ำตำบลช้างแรก ตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 และกฏกระทรวง ว่าด้วยองค์กรผู้ใช้น้ำ พ.ศ.2564 มีนายธิรวัฒน สุดจันทร์ นายก อบต.ช้างแรก นายจีรวุฒิ ปฏิสัมพวุฒิ ปลัด อบต.ช้างแรก นายพชร จุ้ยเพชร ผู้อำนวยการกลุ่มน้ำเพชรบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 2 นายธนวัฒน์ ชื่นชอบทรัพย์ กำนันตำบลช้างแรก นายนันทปรีชา คำทอง ประธานคณะทำงานด้านน้ำ ดิน หนี้สิน องค์กร นายอำนาจ ชาคำ สมาชิกสภาเกษตรกร อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต. ตัวแทนของการประปาส่วนภูมิภาคที่ใช้นำดิบในอ่างเก็บน้ำช้างแรกเพื่อผลิตน้ำประปาพี่น้องประชาชน เกษตรกรในตำบลช้างแรกและตำบลใกล้เคียง รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ว่าด้วยเรื่องทรัพยากรน้ำในชุมชน ได้จัดการสมัครสมาชิกผู้ใช้น้ำ และจัดการเลือกคณะกรรมการองค์กรผู้ใช้น้ำดังกล่าว ให้เป็นไปตามระเบียบข้อกฏหมาย เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างเป็นธรรม จัดหาแหล่งน้ำสำรอง เมื่อเกิดวิกฤติภัยแล้ง ทั้งน้ำอุปโภค บริโภค น้ำเพื่อการเกษตร บริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน มีน้ำหลาก น้ำท่วม รวมทั้งให้การประปาส่วนภูมิภาคจัดทำแผนขยายการจัดส่งน้ำให้ครอบคลุมในพื้นที่ตำบลช้างแรกเท่าที่ศักยภาพพึงจะมี และที่ประชุมได้มีมติให้นายธิรวัฒน สุดจันทร์ เป็นประธาน นายธนวัฒน์ ชื่นชอบทรัพย์ เป็นรองประธาน กรรมการมาจากตัวแทนทุกภาคส่วน คาดว่าจะดำเนินการจัดตั้งเรียบร้อยอย่างเป็นทางการไม่เกินเดือนเมษายนที่จะถึงนี้.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ผอ.ททท.ประจวบฯ ยันหัวหินไม่เงียบ ปี 66 เงินสะพัดกว่า 44,000 ล้านบาท

ผอ.ททท.ประจวบฯ ยันหัวหินไม่เงียบ ปี 66 เงินสะพัดกว่า 44,000 ล้านบาท

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่าจากกระแส “เบื่อรถติดพระราม 2” เป็นสาเหตุที่ทำให้หัวหินเงียบเหงา นักท่องเที่ยวน้อยลง กำลังเป็นไวรัลที่ถูกพูดถึงอยู่ขณะนี้ เรื่องนี้ยืนยันว่า “ไม่เป็นความจริง หัวหิน ไม่เคยเงียบเหงา” ข่าวมีการคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ดูจากสถานการณ์การท่องเที่ยวในภาพรวมและสถิติการท่องเที่ยวหลังจากสถานการณ์โควิดได้สงบลง ตั้งแต่ปี 2565 – 2566 ในปี 2565 จังหวัดประจวบฯ มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอยู่ที่ 9.75 ล้านคน ในปี 2566 มีนักท่องเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 11.14 ล้านคน ตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 1.4 ล้านคน รายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2565 อยู่ที่ประมาณ 33,000 ล้านบาท ในปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 44,000 ล้านบาท ซึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 11,000 – 12,000 ล้านบาท นี่คือสิ่งที่ยืนยันถึงสถานการณ์จากสถิติการท่องเที่ยวว่าจังหวัดประจวบฯ โดยเฉพาะพื้นที่ของหัวหินซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ยังมีสถานการณ์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของประจวบฯ และการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยว

ส่วนสถานการณ์การท่องเที่ยวของหัวหิน ล่าสุดในช่วงวันหยุดยาว วันมาฆบูชาสามวันที่ผ่านมา พบว่าอัตราการจองพักของภาคเอกชนอยู่ที่ระดับ 85 – 100% เลยทีเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหัวหินยังคงคึกคัก ส่วนตามร้านอาหารตามชายหาด ยังคงมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ททท.สำนักงานประจวบฯ ได้จัดงาน Hua Hin Yoka festival 2024 ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติมาร่วมกิจกรรมเป็นร้อยคน สร้างความคึกคักและสร้างเศรษฐกิจให้กับหัวหินและพื้นที่ใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี ผมยืนยันได้ว่า “หัวหิน ไม่เคยเงียบเหงา” และยังเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยว ทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศอยู่ ทั้งนี้ก็ได้รับการยืนยันจากภาคเอกชนด้วยเช่นกัน

“สำหรับในเรื่องราคาที่พักหัวหิน มีให้เลือกหลายระดับ หลายราคา ทำเลที่ตั้ง ถ้าเป็นโรงแรมที่ติดชายทะเล หรือโรงแรมระดับห้าดาว ก็อาจจะมีราคาสูง เนื่องจากว่าเป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยวชาวไทย เพราะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยมีความต้องการที่จะพักโรงแรมที่ติดชายหาด แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มที่อยู่ระยะยาว อยู่หลายเดือน อาจจะพักโรงแรมสี่ดาวหรือสามดาวก็ได้ ซึ่งนักท่องเที่ยวเขาจะบริหารงบประมาณได้ในการพำนักระยะยาวได้อย่างสะดวกกว่านักท่องเที่ยวคนไทย โดยเฉพาะบางคนอาจจะจองโรงแรมแบบกระชั้นชิด หรืออาจจะเป็นช่วงพีคซีซั่น ไฮซีซั่น ซึ่งหัวหินในช่วงนี้อยู่ในช่วงไฮซีซั่น ผู้ประกอบการมีนักท่องเที่ยวอยู่แล้วค่อนข้างเยอะ อันนี้อาจจะส่งผลให้จำนวนห้องพักที่รองรับตลาดนักท่องเที่ยวคนไทยน้อยลง ด้วยกลไลในการบริหารจัดการ ก็จะส่งผลให้ปริมาณห้องพักที่มีอยู่น้อยลง ในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูง ทำให้ราคาสูงกว่าปกติอย่างที่เรารับทราบกันอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม อยากให้มองในประเด็นมาตรฐานการให้บริการ ความคุ้มค่า มาตรฐานของโรงแรมและที่พักของหัวหิน ที่ให้บริการกับนักท่องเที่ยวด้วยความประทับใจและเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ และเมื่อช่วงไฮซีซั่นได้หมดระยะเวลาลง นักท่องเที่ยวต่างชาติก็จะเดินทางกลับประมาณในช่วงเดือนมีนาคม โรงแรมสี่ดาว ห้าดาว ก็จะปรับลดราคาลง บวกกับการทำโปรโมชั่น เพื่อขายให้กับตลาดนักท่องเที่ยวคนไทยมาเที่ยวในช่วงปิดเทอม ในเดือนเมษายน – พฤษภาคม หลังจากนั้นโรงแรมก็จะปรับราคาลงมาเข้าสู่ในช่วงโลซีซั่น ไปจนถึงเดือนตุลาคม ก็จะวนไปตามฤดูกาลท่องเที่ยวของแต่ละปี ส่วนในเรื่องของทางแก้ไข อาจจะต้องให้นักท่องเที่ยวให้วางแผนการเดินทางในระยะยาว เช่น เรื่องการจองที่พัก ก็คล้ายๆ กับเวลาเราซื้อตั๋วเครื่องบิน ถ้าซื้อในช่วงกระชั้นชิด ราคาก็จะสูงกว่าปกติ เรื่องของโปรโมชั่นต่างๆ จากผู้ประกอบการภาคเอกชนแต่ละแห่ง หัวหินมีโรงแรมหลายระดับ หลายราคา เป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว” นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ กล่าวในตอนท้าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

บางสะพานจัดตลาดนัดแก้หนี้นอกระบบ สนองนโยบายรัฐบาล

บางสะพานจัดตลาดนัดแก้หนี้นอกระบบ สนองนโยบายรัฐบาล

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน เปิดกิจกรรมตลาดนัดแก้หนี้ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้กับลูกหนี้ ที่หอประชุมอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

โดยกิจกรรมตลาดนัดแก้หนี้ มีดังนี้

1.การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้ เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางของกฎหมายและเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย โดยมีคณะผู้ไกล่เกลี่ยระดับอำเภอ ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางแพ่ง พ.ศ.2553
2.รับให้คำปรึกษา/แจ้งเบาะแส เจ้าหนี้ที่มีการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรับเรื่อง
3.บริการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยสถาบันการเงิน (ธนาคารออมสิน/ธกส.) และบริษัทเงินติดล้อ สาขาบางสะพาน
4.กลุ่มส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ มีวิทยากรมาสาธิตการผ้ามัดย้อม ทำไข่เค็ม ทำไม้กวาด สานตะกร้า ทอผ้าเช็ดเท้าและประดิษฐ์กระถางต้นไม้.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชุดปฏิบัติการค้นหาสำรวจเรือหลวงสุโขทัย ยังไม่พบกำลังพลที่สูญหายอีก 5 นาย

ชุดปฏิบัติการค้นหาสำรวจเรือหลวงสุโขทัย ยังไม่พบกำลังพลที่สูญหายอีก 5 นาย

ความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาและปลดวัตถุอันตรายเรือหลวงสุโขทัย บริเวณจุดที่เรืออับปาง พื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนถึงขณะนี้เป็นวันที่ 6 แล้ว ชุดปฏิบัติการร่วมกองทัพเรือไทยและสหรัฐฯ บนเรือ Ocean Valor มีการดำน้ำ จำนวน 4 เที่ยว เพื่อสำรวจค้นหาชิ้นส่วนร่างของกำลังพลที่สูญหาย 5 นาย บริเวณทางเข้าประตู ทางเข้าห้องเครื่องจักรใหญ่จากทางท้ายเรือ สำรวจภายในห้องเครื่องจักรใหญ่ ห้องเมสจ่า ห้องเสมียนพลาธิการ ยังไม่พบชิ้นส่วนร่างของผู้สูญหายติดอยู่ในเรือ ส่วนแผนการปฏิบัติต่อในวันพรุ่งนี้ จะมีการดำน้ำจำนวน 5 เที่ยว เพื่อปลดวัตถุอันตราย ระบบอาวุธปล่อยนำวิถี Harpoon และระบบตอร์ปิโดของเรือหลวงสุโขทัย โดยการดำเนินการปัจจุบันยังคงเป็นไปตามแผนที่ได้หารือร่วมกับฝ่ายสหรัฐฯ และจะยังไม่มีการกู้ซากเรือขึ้นมาทั้งลำแต่อย่างใด

พลเรือตรี วีรุดม ม่วงจีน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า การปฏิบัติงานร่วมระหว่างกองทัพเรือไทยและกองทัพเรือสหรัฐฯ ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือ สำรวจ ตรวจสอบวัตถุพยานและหลักฐานมาประกอบผลการสอบสวนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์เรืออับปาง การค้นหาผู้สูญหายที่อาจติดอยู่ในเรือ การทำให้ยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ หมดความสามารถที่จะใช้งานต่อไป และการนำอุปกรณ์และยุทโธปกรณ์บางอย่าง รวมถึงการเก็บกู้สิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจของกำลังพล สำหรับการปฏิบัติการร่วมกับสหรัฐในครั้งนี้ จะยังไม่มีการกู้เรือทั้งลำขึ้นมาจากใต้น้ำ โดยการดำเนินการปัจจุบัน ยังเป็นไปตามแผนที่ได้หารือร่วมกับฝ่ายสหรัฐฯ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือข้อขัดข้องในการปฏิบัติแต่อย่างใด

ทั้งนี้ กองทัพเรือจะรายงานผลการปฏิบัติให้ทราบในโอกาสต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดประกวดชมรม TO BE NUMBER ONE ตัวแทนจังหวัดสู่ระดับประเทศ

ประจวบฯ จัดประกวดชมรม TO BE NUMBER ONE ตัวแทนจังหวัดสู่ระดับประเทศ

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานการประกวดอำเภอ และชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับจังหวัด ในงานมหกรรมรวมพลสมาชิก TO BE NUMBER ONE จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปี 2567 ณ โรงแรมหาดทอง อ.เมืองประจวบฯ มี นพ.วรา เศลวัตนะกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายเจนวิท ผลิศักดิ์ สาธารณสุขอำเภอหัวหิน คณะครู นักเรียนเข้าร่วมการประกวด

สืบเนื่องจากจังหวัดประจวบฯ ดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE นับตั้งแต่ปี 2546 เพื่อสนองพระราชดำริ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี โดยมุ่งเน้นการรณรงค์ สร้างกระแสกิจกรรม เพื่อส่งเสริม ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยงของเยาวชนในจังหวัด ซึ่งปัจจุบันจังหวัดประจวบฯ อยู่ในกลุ่มรักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับทอง ปีที่ 2 มีอำเภอ และชมรม TO BE NUMBER ONE ต้นแบบระดับประเทศ ได้แก่ อ.ปราณบุรี ชมรมจากวิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล และโรงเรียนหัวหิน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการฯ อย่างเป็นรูปธรรม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ ในฐานะเลขานุการโครงการ TO BE NUMBER ONE จึงได้จัดงานมหกรรมรวมพลสมาชิก TO BE NUMBER ONE จังหวัดประจวบฯ ประจำปี 2567 ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิก TO BE NUMBER ONE ได้สร้างและพัฒนาเครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกันในทุกระดับ

ในโอกาสเดียวกันนี้ ได้มอบเกียรติบัตร เพื่อเชิดชูเกียรติแก่อำเภอ ชมรม TO BE NUMBER ONE และบุคลากรต้นแบบ ประจำปี 2566 ซึ่งขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการฯ เสมอมา และจัดการประกวดอำเภอ และชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับจังหวัดขึ้น เพื่อคัดเลือกตัวแทนจังหวัด เข้าสู่การประกวดในระดับภาคและระดับประเทศต่อไป โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด แรงงานจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบฯ และผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เป็นคณะกรรมการตัดสิน มีผู้เข้าร่วมการประกวด ทีมพี่เลี้ยงและกองเชียร์ รวมทั้งสิ้น 200 คน แบ่งเป็น 1.การประกวดอำเภอ TO BE NUMBER ONE มีผู้เข้าประกวด 1 อำเภอ ได้แก่ อำเกอหัวหิน 2.การประกวดชมรม TO BE NUMBER ONE ในสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (มัธยมศึกษา) จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ รร.บางสะพานวิทยา, รร.กุยบุรีวิทยา, รร.หัวหินวิทยาคม และ รร.หนองพลับวิทยา 3.ชมรม TO BE NUMBER ONE ในสถานประกอบการ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท ซีพีเอ็กซ์ตร้า จำกัด มหาชน สาขาปราณบุรี, บริษัท สุรชัย โพลทรี่ ฟู้ดส์ จำกัด อ.หัวหิน และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอบางสะพาน 4.ชมรม TO BE NUMBER ONE ในชุมชน/หมู่บ้าน จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ชุมชนหนองพลับ อ.หัวหิน และชุมชนบ้านหนองกา อ.ปราณบุรี.