Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ ดับรายแรก รถบรรทุกมะนาวเต็มคันตกร่องข้างถนน

ประจวบฯ ดับรายแรก รถบรรทุกมะนาวเต็มคันตกร่องข้างถนน

เมื่อเวลา 15.10 น. ของวันที่ 30 ธันวาคม 2566 พ.ต.ต.สราวุธ นุชรังค์ สารวัตรสอบสวน สภ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเหตุรถยนต์ตกร่องริมถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ กิโลเมตรที่ 411 – 412 บ้านห้วยสัก หมู่ 7 ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ มีผู้เสียชีวิต จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วเดินทางไปที่เกิดเหตุ พร้อมหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลบางสะพานน้อย และกู้ภัยบางสะพานน้อยกุศลสงเคราะห์

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ห่างจากโค้งห้วยสักประมาณ 400 เมตร พบรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมกซ์ตอนเดียว สีเทาดำ ติดตั้งลูกกรงเหล็ก (รถรั้ว) ทะเบียน ลบ 8466 ชุมพร ที่บรรทุกมะนาวมาเต็มคันรถ ชนอัดติดกับท่อระบายน้ำจนเสียหายทั้งคัน รั้วลูกกรงเหล็กกระเด็นห่างจากตัวรถไปประมาณ 30 เมตร และมีผลมะนาวหล่นกระจายไปทั่วบริเวณ ภายในซากรถ พบศพนายเกียรติศักดิ์ เนตรไสว 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 481/4 หมู่ 7 ต.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างของผู้เสียชีวิตออกจากซากรถ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จากนั้นนำศพส่งโรงพยาบาลบางสะพานน้อย

จากการตรวจสอบเบื้องต้นรถคันดังกล่าวมีนายเกียรติศักดิ์ เป็นคนขับ ไม่มีผู้โดยสาร บรรทุกผลมะนาวมาเต็มคันรถ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถเกิดเสียการทรงตัว พุ่งตกลงไปในคูข้างถนน แล้วไปชนอัดกับท่อระบายน้ำจนรั้วลูกกรงหลุดไปชนป้ายริมถนนล้ม ทำให้ผู้ขับขี่เสียชีวิต ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ตำรวจจะสอบสวนหาสาเหตุอีกครั้ง.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
สังคม

ตรวจเยี่ยมจุดตรวจ และจุดบริการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่

ข่าวสังคม

คมกริช เจริญพัฒนาสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจเยี่ยมจุดตรวจและจุดบริการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่หน้าสถานีตำรวจภูธรสามร้อยยอด พร้อมมอบสิ่งของ และให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2566.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผบช. ภาค 7 รุดให้กำลังใจ รอง สวป. ถูกนายกฯ บ้านกรูดรุมทำร้าย ลั่นไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

ผบช. ภาค 7 รุดให้กำลังใจ รอง สวป. ถูกนายกฯ บ้านกรูดรุมทำร้าย ลั่นไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

จากกรณี ร.ต.อ.สมศักดิ์ คงเปรม อายุ 60 ปี รอง สวป.สภ.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ และเจ้าหน้าที่สายตรวจอีก 2 นาย ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์รุมทำร้ายที่งานเลี้ยงวันเกิด ภายในสวนมะพร้าวก่อนถึงราชาวดีรีสอร์ท ริมถนนเลียบหาดบ้านกรูด – หนองมงคล หมู่ 7 บ้านหนองมงคล ต.ธงชัย หลังรับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีเหตุเปิดเพลงเสียงดังรบกวนผู้อื่น จึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่ามีการแสดงดนตรีสด เจ้าหน้าที่จึงแจ้งกับเจ้าของงานวันเกิดขอให้เบาเครื่องเสียงลง และเจ้าของงานเลี้ยงรับปากว่าจะเลิกงานประมาณเที่ยงคืน ต่อมาเวลาประมาณ 00.10 น.วันที่ 27 ธันวาคม 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเดิมได้เดินทางไปที่งานเลี้ยงอีกครั้ง พบว่าดนตรียังไม่เลิกและยังมีการขอเพลงต่อเนื่อง ร.ต.อ.สมศักดิ์จึงเดินไปหลังเวที เพื่อจะคุยกับนักดนตรี แต่ไม่ทันไรก็ถูกกลุ่มชายดังกล่าวกรูเข้าผลักอกและชกต่อยจนได้รับบาดเจ็บ

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.พนิช อ่วมสอาด รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ สั่งการให้สืบหาตัวกลุ่มผู้กระทำความผิดประกอบด้วย 1.นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด 2.นายวิษณุ ทองแดง 3.นายอนุรัตน์ จงบรรจบ 4.นายธรรศ แจ้งกิจ 5.นายพิทักษ์ แพใหญ่ ก่อนทั้งหมดเดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.กิตติ สังข์ทอง พนักงานสอบสวน สภ.ธงชัย เพื่อขอมอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันต่อสู้และขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยมีและใช้อาวุธ และร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป และร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตามกฎหมาย จากนั้นผู้ต้องหาทั้งหมดได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว ภายหลังเจ้าหน้าที่นำตัวไปทำการฝากขังที่ศาลจังหวัดประจวบฯ

ต่อมาวันที่ 30 ธันวาคม 2566 พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภาค 7 พร้อมคณะ เดินทางมาที่ สภ.ธงชัย เพื่อติดตามเร่งรัดคดี และให้กำลังใจ ร.ต.อ.สมศักดิ์ คงเปรม รอง สวป.สภ.ธงชัย, ด.ต.กมล สุวรรณคง, ส.ต.ต.ภณัฐษา รัตนกิจศร ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม ที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ โดย ผบช.ภาค 7 กล่าวว่าขอให้เจ้าหน้าที่มีความมั่นใจในการทำงานตามอำนาจหน้าที่ ไม่ต้องหวั่นเกรงใดๆ สำหรับผู้กระทำความผิดไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย จากนั้นได้ประชุมเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดแนวทางในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลทำธุรกิจผิดกฎหมาย ในทางปกครองได้รายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ส่วนสำนวนคดี ได้สั่งการให้ดูโดยละเอียดว่ามีการดำเนินการครบถ้วนหรือไม่

และก่อนหน้านี้ ชุดสืบสวนภาค 7 ได้ขอหมายค้น เข้าค้นบ้านพักของผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย โดยค้นร้านอิศราภัณฑ์ (ตั้งเซ่งหลี) ในตลาดบ้านกรูดของนายอิศรา พบว่ามีอาวุธปืน มีใบทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายไว้ในครอบครอง จำนวน 5 กระบอก แต่นายอิศราแจ้งว่ายังมีปืนพกขนาด 9 มม. อีก 1 กระบอกของตนที่มีทะเบียน มอบให้นายเอกลักษณ์ การัณย์สุข อายุ 41 ปี ผอ.รพ.สต.คลองลอย อ.บางสะพาน ยืมใช้ จึงโทรแจ้งให้นายเอกลักษณ์นำปืนมาคืนที่ร้านค้า โดยนายเอกลักษณ์ให้การว่าได้ยืมปืนของนายอิศราไปใช้ตั้งแต่ปี 2560 เพื่อไว้ป้องกันตัว แต่ไม่เคยมีใบอนุญาตพกพา ก่อนตำรวจแจ้งข้อหานายเอกลักษณ์มีอาวุธปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ล่าสุดแหล่งข่าวใกล้ชิด แจ้งว่านายอิศราไม่ได้จัดงานวันเกิดด้วยตนเอง ไม่ได้เช่าเครื่องดนตรี เครื่องเสียงและขอใช้สถานที่โดยมีบุคคลอื่นดำเนินการให้ทั้งหมด นายอิศราเป็นเพียงบุคคลที่มีวันเกิดตรงกับงานเลี้ยงดังกล่าวเท่านั้น นอกจากนั้นพบว่าหลังเกิดเหตุการณ์ทำร้ายเจ้าหน้าที่ มีประชาชนจำนวนมากเข้าไปแสดงความเห็นวิจารณ์อย่างหนักในเพจเฟซบุ๊ก “เทศบาลตำบลบ้านกรูด” ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดกั้นการแสดงความเห็นในเพจดังกล่าว.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

โครงการ “มีสุข นำทาง” ของ PPPGC ไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ ให้แสงสว่างและความปลอดภัยบนท้องถนน

โครงการ “มีสุข นำทาง” ของ PPPGC ไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ ให้แสงสว่างและความปลอดภัยบนท้องถนน

วันที่ 30 ธันวาคม 2566 น.ส.ศิริกัลยา ศุนาลัย ผู้จัดการบริหารความยั่งยืนองค์กร และทีมเจ้าหน้าที่กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) เป็นตัวแทนบริษัท พีพีพี กรีนคอมเพล็กซ์ จำกัด (มหาชน) ส่งมอบอุปกรณ์ไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ ภายใต้โครงการ “มีสุข นำทาง” ให้แก่ อบต.ช้างแรก มีนายธีรวัฒน์ สุดจันทร์ นายก อบต.ช้างแรก, นายธนวัตน์ ชื่อชอบทรัพย์ กำนันตำบลช้างแรก, นางอุทัย วงษ์สวัสดิ์ สมาชิกสภาฯ หมู่ 3, นายเชิดชัย นุ่มแก้ว ผู้ใหญ่หมู่ 5 บ้านหินปิด เพื่อนำไปบริการสาธารณะให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ในเขต อบต.ช้างแรก มีชุดโคมไฟถนนโซล่าเซลล์ แสงขาว 150 W จำนวน 27 ชุด และชุดเสาเหล็กฐานยาง 3 เสา เพื่อติดตั้งภายในหมู่ 5 ซอยหินปิด ต.ช้างแรก และซอยอยู่เจริญ รวมถึงซอยซังข้าวแห้ง หมู่ 3 ต.ช้างแรก

บริษัท พีพีพี กรีนคอมเพล็กซ์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจควบคู่กับสร้างความยั่งยืน และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environment, Social and Governance) หรือ หลัก ESG มาโดยตลอด รวมถึงการดำเนินธุรกิจภายใต้การการตอบแทนสังคมและความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการอยู่ร่วมกับชุมชนใกล้เคียง จึงจัดกิจกรรมเพื่อสังคมขึ้น โดยเฉพาะ โครงการ “มีสุข นำทาง” ติดตั้งไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ ให้แสงสว่างและคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อความปลอดภัยชีวิต, ทรัพย์สิน และการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาดอย่างยั่งยืน ให้กับพี่น้องชุมชน รวมถึงเป็นต้นแบบการใช้พลังงานทดแทน ให้แก่ชุมชนของตำบลช้างแรกด้วย.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อุทยานกุยบุรีลาดตระเวนเข้ม จับพรานลักลอบเตรียมล่าสัตว์ป่า

อุทยานกุยบุรีลาดตระเวนเข้ม จับพรานลักลอบเตรียมล่าสัตว์ป่า

ช่วงค่ำวันที่ 29 ธันวาคม 2566 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจป้องกันปราบปรามชุดที่ 2 หัวหน้าน่วยพิทักษ์ที่ กร.3 ด่านสิงขร ได้วางแผนและร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากสืบทราบว่าจะมีการเข้าไปล่าสัตว์บริเวณป่าหุบจัน หมู่ 12 ต.บ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะที่ลาดตระเวนไปถึงบริเวณพิกัด 47 P 0580883 E 1330118 N จึงได้วางแผนดักซุ่ม เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นช่องทางเข้าไปล่าสัตว์ในเขตอุทยานแห่งชาติ จนกระทั่งเวลา 08.00 น. วันที่ 30 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ได้พบชายคนหนึ่งกำลังวิ่งออกมาชายป่า จึงแสดงตัวและควบคุมตัวไว้ ก่อนนำตัวไปตรวจค้นบริเวณป่าที่วิ่งออกมา พบอาวุธปืนลูกซองเดี่ยวยาวเบอร์ 12 พร้อมเครื่องอาวุธอีก 4 ลูก และอุปกรณ์ยังชีพในป่า ซุกซ่อนอยู่ใต้โคนต้นไม้ สอบถามทราบชื่อนายสมหมาย อาจสัญจร อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 413 หมู่ 9 ต.บ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบฯ และบอกว่ากำลังจะขี่จักรยานยนต์เข้าไปเที่ยวป่า ล่าสัตว์ในช่วงปีใหม่ แต่สังเกตเห็นเจ้าหน้าที่จึงจอดรถแล้ววิ่งเข้าป่าเพื่อนำอาวุธปืนไปซุกซ่อน แต่ถูกจับกุมดังกล่าว

ต่อมา เวลา 09.30 น. บริเวณเดียวกัน มีชายต้องสงสัยถืออาวุธปืนเดินออกมาจากป่า จึงได้วางแผนปิดล้อมและจับกุม สอบถามทราบชื่อนายบุญส่ง สุ่มสังข์ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 427 หมู่ที่ 9 ต.บ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบฯ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้ประสานสถานีตำรวจภูธรอ่าวน้อย เพื่อเข้าร่วมจับกุมตามอำนาจหน้าที่และดำเนินเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีกับนายบุญส่งและนายสมหมายต่อไป

การจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ได้มอบนโยบายและสั่งการให้อุทยานแห่งชาติทุกแห่ง ปฏิบัติภารกิจป้องกันคุ้มครองป่าไม้และสัตว์ป่าอย่างเข้มข้น ห้ามมิให้ถูกบุกรุกและล่าสัตว์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากผลงานการลาดตระเวนย้อนหลัง 10 ปี พบการเข้ามาล่าสัตว์ป่าในช่วงเทศกาลหยุดยาว มากกว่าช่วงเวลาปกติ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่และเทศกาลสงกรานต์ จึงกำชับให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุกแห่ง วางแผนจัดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเพื่อลาดตระเวน หรือดักซุ่ม คุ้มครองพื้นที่ และหยุดยั้งการล่าสัตว์ป่าให้รัดกุมมากที่สุด เพื่อความยั่งยืนและคงอยู่ของระบบนิเวศน์ และที่สำคัญเป็นการจับกุมผู้ต้องหาได้ก่อนที่จะเกิดการล่าสัตว์.

พันธ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

วันแรกของ 7 วันอันตรายปีใหม่ ปริมาณรถขึ้นล่องผ่านประจวบฯ เท่ากัน

วันแรกของ 7 วันอันตรายปีใหม่ ปริมาณรถขึ้นล่องผ่านประจวบฯ เท่ากัน

วันที่ 29 ธันวาคม 2566 สภาพการจราจรบนถนนเพชรเกษม ทางหลวงหมายเลข 4 เขตพื้นที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางของการเดินทางผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร มุ่งหน้าสู่ 14 จังหวัดภาคใต้ และมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ในวันแรกของช่วง 7 วันอันตราย เนื่องในเทศกาลปีใหม่ ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2566 จนถึง 3 มกราคม 2567 ทั้งขาขึ้นและขาล่องใต้ มีปริมาณความหนาแน่นของรถใกล้เคียงกัน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรใช้ระบบแมนนวลควบคุมด้วยมือ หน่วงเวลาให้ไฟเขียวทางตรงนานกว่าระบบอัตโนมัติตามปกติ เมื่อมีปริมาณรถมากขึ้นในช่วงเวลาของแต่ละวัน ตลอดสองข้างทางจะมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดบริการพักรถ และอำนวยความสะดวกกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเป็นระยะๆ

นายสุพจน์ เสริมทรัพย์ หัวหน้าหมวดทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ในส่วนของหมวดทางหลวงประจวบฯ และแขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของสภาพของผิวถนน และแสงไฟส่องสว่างทาง รวมถึงการตั้งจุดบริการประชาชน ทั้งหมด 5 จุด และจัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วบริการประชาชน การปิดจุดกลับรถที่เป็นจุดเสี่ยงทั้งหมด 9 จุด โดยมีทางลอดสำรองไว้ให้คนในพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ในส่วนของการซ่อมแซมผิวการจราจร มีช่วงหัวบายพาสปราณบุรี อยู่ในระหว่างโครงการกำลังดำเนินการก่อสร้าง แต่มีการสำรองเส้นทางเพื่อให้ประชาชนผู้ที่เดินทางได้สะดวกที่สุด

นอกจากนี้มีการก่อสร้างเป็นระยะๆ ในพื้นที่ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก และอำเภอบางสะพาน บริเวณข้างทาง จึงอยากฝากพี่น้องประชาชนผู้ที่เดินทางผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีเส้นทางที่ยาว ถ้ารู้สึกง่วงอย่าฝืนขับ ให้แวะพักตามจุดบริการต่างๆ ที่เตรียมไว้ตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ในส่วนของหมวดทางหลวงประจวบฯ ยังเตรียมความพร้อมป้ายอักษรและสัญลักษณ์ต่างๆ รวมถึงกรวยยางไว้คอยอำนวยความสะดวก หากมีการเกิดอุบัติเหตุขึ้น เพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้รถและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ป้องกันการเกิดเหตุซ้ำซ้อน.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ห่วงใยช่วงปีใหม่ ฝากผู้ขับขี่ให้ใช้ความเร็วตามกฎหมายกำหนด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ ห่วงใยช่วงปีใหม่ ฝากผู้ขับขี่ให้ใช้ความเร็วตามกฎหมายกำหนด

วันที่ 29 ธันวาคม 2566 นายนิติ วิวัฒน์วานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นำคณะเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจเยี่ยมจุดตรวจและจุดบริการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่จุดตรวจจุดบริการฯ สถานีตำรวจทางหลวงอำเภอเมืองฯ จุดตรวจจุดบริการฯ อำเภอปราณบุรี และจุดตรวจจุดบริการฯ หน้าที่ว่าการอำเภอหัวหิน พร้อมมอบสิ่งของและให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจและจุดบริการ ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้กล่าวฝากความห่วงใยสำหรับผู้เดินทางในช่วงเทศกาล เน้นย้ำการใช้ความเร็วในการขับขี่ เพราะหากประสบเหตุจะทำให้เกิดความเสียหายและสูญเสีย จึงขอให้ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด ถ้าง่วงนอนให้พักผ่อนก่อน และขอให้ผู้เดินทางผ่านจังหวัดประจวบฯ โดยสวัสดิภาพ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ปีใหม่นี้ อุทยานฯ กุยบุรี เปิดซาฟารีเมืองไทย เข้าชมช้างป่าและกระทิง

ปีใหม่นี้ อุทยานฯ กุยบุรี เปิดซาฟารีเมืองไทย เข้าชมช้างป่าและกระทิง

วันที่ 28 ธันวาคม 2566 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้ตรวจความพร้อมศูนย์ปฏิบัติการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติช่วงเทศกาลท่องเที่ยว บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กร.5 (ห้วยลึก) ทางเข้าจุดชมช้าง ชมกระทิง ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ร่วมกับชมรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สัตว์ป่ากุยบุรี ทหารชุดมวลชนสัมพันธ์หมู่บ้านย่านซื่อ เตรียมความพร้อมด้านกำลังพล ยานพาหนะ การสื่อสาร อุปกรณ์การเตือนภัย เจ้าหน้าที่กู้ภัยและปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในอุทยานฯ ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยี่ยมชมสัตว์ป่าในช่วงเทศกาลปีใหม่

สำหรับอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอำเภอกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 200 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น และเลี้ยวขวาไปเทือกเขาตะนาวศรี ระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร จะถึงจุดบริการห้วยลึกของอุทยาน ซึ่งรถทุกชนิดสามารถเดินทางเข้าไปได้ เพราะเป็นถนนคอนกรีตลาดยางตลอดเส้นทาง และจะมีรถบริการของชมรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สัตว์ป่ากุยบุรีรอรับ จากนั้นสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าชมช้างป่า กระทิงและสัตว์ป่าภายในอุทยานฯ ได้ โดยเจ้าหน้าที่จะแนะนำวิธีการเที่ยวชม ก่อนที่จะเข้าสู่เส้นทางธรรมชาติและนำชมสัตว์ป่าได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยว มีสถานที่กางเต็นท์ หรือสามารถนำเต้นท์มากางในบริเวณที่จัดไว้ ทั้งนี้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 นี้ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จะเปิดซาฟารีเมืองไทย ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมไปตลอดจนกว่าจะหมดเทศกาลปีใหม่.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อบจ.ประจวบฯ ประดับไฟสะพานสราญวิถี รับนักท่องเที่ยวช่วงปีใหม่

อบจ.ประจวบฯ ประดับไฟสะพานสราญวิถี รับนักท่องเที่ยวช่วงปีใหม่

ช่วงค่ำวันที่ 28 ธันวาคม 2566 ที่สะพานสราญวิถี ถนนเลียบชายทะเล หน้าอ่าวประจวบฯ ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ประชาชนและนักท่องเที่ยวแห่ชมไฟประดับบริเวณกลางสะพาน สีสันสดใสสวยงาม ตามชื่องาน “สีสันสราญวิถี” ที่ อบจ.ประจวบฯ จัดขึ้น โดยแบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็นโซนญี่ปุ่น เมื่อเดินขึ้นสะพาน ด่านแรกเจอซุ้มประตูญี่ปุ่นโทริอิ เป็นเสาไม้สีแดง แสดงถึงความเป็นสิริมงคล ต้นซากุระ ต้นไม้ที่มีชื่อของประเทศญี่ปุ่น และโคมไฟสีแดง ซึ่งในปีที่ผ่านมา คนไทยนิยมไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นจากอัตราการแลกเปลี่ยนค่าเงินเยนที่ถูกลง ส่วนที่สองเป็นเสาไฟต้นคริสต์มาส เพื่อเฉลิมฉลองการขึ้นเทศกาลปีใหม่ของชาวตะวันตก ส่วนที่สามเป็นอุโมงค์ไฟ และส่วนที่สี่เป็นท้องทะเลประจวบฯ ทั้งนี้ไฟประดับสะพานสราญวิถีจะมีไปจนถึงวันที่ 2 มกราคม 2567

นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า สะพานสราญวิถีเป็นแลนมาร์กของเมืองประจวบคีรีขันธ์ การตกแต่งไฟประดับ เป็นไฮไลท์ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สร้างสีสัน ความคึกคัก เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยร่วมมือกับเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ แบ่งพื้นที่จัดงาน อบจ.รับผิดชอบพื้นที่บนสะพานสราญวิถี จัดไฟประดับ ส่วนเทศบาลรับผิดชอบพื้นที่ถนนคนเดินและการยิงพลุช่วงนับถอยหลังเข้าปีใหม่

สำหรับแนวคิดในการจัดไฟประดับ จากที่ได้เห็นเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่หลายๆ แห่ง จัดแสง สี เสียง ส่วนธีมงาน จัดตามความชอบของนักเที่ยวซึ่งเปลี่ยนไปตามสมัยนิยม เมืองประจวบคีรีขันธ์เป็นเมืองขนาดเล็ก จึงอยากนำไฟประดับสวยงามมาจัดในเมืองประจวบฯ บ้าง เพื่อให้นักเที่ยวและคนในพื้นที่ได้ชื่นชมความงามเช่นเดียวกับเมืองใหญ่อื่นๆ บ้าง ดีใจที่เห็นนักท่องเที่ยวตื่นเต้นและเข้ามาถ่ายรูปกันมากมาย.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าต้องวางแผนก่อนออกเดินทาง สถานีชาร์จไฟฟ้าพอเพียง

ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าต้องวางแผนก่อนออกเดินทาง สถานีชาร์จไฟฟ้าพอเพียง

วันที่ 29 ธันวาคม 2566 จากการสอบถามผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเดินทางผ่านอำเภอปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่แวะชาร์จไฟที่มีให้บริการภายในปั๊มน้ำมันคิงคองบางจาก ริมถนนเพชรเกษม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักเพียงเส้นทางเดียวที่ใช้ขึ้นล่องไป 14 จังหวัดภาคใต้ มีปริมาณรถยนต์ทั้งฝั่งขาขึ้นและขาล่องเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้มีผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าหลายคัน มาจอดเพื่อใช้บริการชาร์จไฟฟ้าของปั๊มบางจากดังกล่าวกันอย่างต่อเนื่อง ส่วนสถานีชาร์จไฟฟ้า ตอนนี้ถือว่าเพียงพอ เพราะในปั๊มมีตู้ชาร์จจำนวน 4 ตู้ สามารถแยกจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับรถยนต์ได้พร้อมกัน 4 คัน

ผู้ที่ใช้รถไฟฟ้าต่างบอกว่าเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากพอสมควร แม้การชาร์จไฟแต่ละครั้งจะใช้เวลามากกว่าเติมน้ำมัน แต่ก็ใช้เวลาในการรอไม่มากนัก ถือว่าเป็นการพักรถไปในตัว อีกทั้งยังมีเวลาไปเดินเลือกซื้อของ นั่งรับประทานอาหาร และเดินไปทำธุระในห้องน้ำได้อย่างสบายๆ

นายอรรถพร ลิ้มเจริญ ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า กล่าวว่าตนเดินทางมาจากกรุงเทพฯ กำลังจะไปนครศรีธรรมราช ระยะทาง 700 กโลเมตร ก่อนออกชาร์จไฟฟ้ามาเต็ม มาถึงปราณบุรี ระยะทาง 250 กิโลเมตร ถือโอกาสทดสอบรถที่ตนขับ วิ่งได้ 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เมื่อใกล้ถึงนครศรีธรรมราชจะชาร์จอีกครั้ง สถานีชาร์จมีมากเพียงพอ สะดวกสบายดี แค่วางแผนให้ดี ตามจุดสถานีว่าอยู่ตรงไหนเท่านั้น

ด้านนายไพศาล เลิศธาดา เจ้าของสถานีบริการน้ำมัน กล่าวว่าปั๊มคิงคองบางจาก แยกเขื่อนปราณบุรี มีบริการทั้ง 3 ประเภท คือน้ำมัน แก๊สแอลพีจี และสถานีชาร์จไฟฟ้าจำนวน 2 จุด เป็นของ PEA 2 หัวจ่าย มีกำลังชาร์ตที่ 120 KW และเป็นของ EA 2 หัวจ่าย มีกำลังชาร์จอยู่ที่ 50 KW ช่วงนี้จะมีลูกค้าเข้าใช้บริการกันมากกว่าปกติ อาจต้องต่อคิวกันบ้าง เพราะใช้เวลาประมาณ 20 – 30 นาทีต่อคัน และต้องวางแผนระยะการเดินทาง รวมถึงแอปพลิเคชันให้ดี จะได้เดินทางถึงจุดหมายอย่างประหยัดและปลอดภัยครับ.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน