Categories
สังคม

ทอดกฐินสามัคคี ณ ที่พักสงฆ์ถ้ำเขาจันทร์

ข่าวสังคม

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2566 ณรงค์ พรายน้อย นายก อบต.กำเนิดนพคุณ เป็นประธานทอดกฐินสามัคคี ณ ที่พักสงฆ์ถ้ำเขาจันทร์ พร้อมด้วยชมรมมิตรเพลง นำโดยดีเจหนุ่มสันติ คณะกรรมการวัด และประชาชนในพื้นที่มาร่วมจำนวนมาก มีชาวบ้านมาออกโรงทาน เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมงานกฐินสามัคคี ได้รับประทานฟรีตลอดงาน ทั้งนี้รายได้จากบุญกฐินจะนำไปสมทบทุนการบูรณะที่พักสงฆ์ เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ได้ปฏิบัติธรรมต่อไป.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

ข่าวแนะนำ

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

กลับมาอีกครั้ง ศึกเทนนิส “ไทยแลนด์ โอเพ่น 2024” มกราคมปีหน้าที่อารีน่า หัวหิน

กลับมาอีกครั้ง ศึกเทนนิส “ไทยแลนด์ โอเพ่น 2024” มกราคมปีหน้าที่อารีน่า หัวหิน

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2566 การแข่งขันเทนนิสหญิงรายการใหญ่ ดับเบิลยูทีเอ อินเตอร์เนชั่นแนลซีรีส์ ทัวร์นาเมนท์ เตรียมเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง ณ อารีน่า หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในรายการไทยแลนด์ โอเพ่น 2024 ชิงเงินรางวัลรวม 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10 ล้านบาท ล่าสุดผู้จัดการแข่งขัน คือกลุ่มบริษัทพราว และอารีน่า หัวหิน ได้รับการยืนยันจากสมาคมนักเทนนิสอาชีพหญิง หรือดับเบิลยูทีเอ ให้กำหนดจัดการแข่งขันรอบคัดเลือก ระหว่างวันที่ 27 – 28 มกราคม 2567 และการแข่งขันรอบเมนดรอว์ ระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2567 ทำให้แฟนกีฬาเทนนิสชาวไทยจะได้รับชมเกมการแข่งขันเทนนิสระดับโลกในบ้านอย่างแน่นอน

กลุ่มบริษัทพราว และอารีน่า หัวหิน ได้เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อรอต้อนรับนักเทนนิสอาชีพหญิงระดับโลกและผู้ติดตามที่จะเดินทางมาร่วมการแข่งขันเทนนิสดับเบิลยูทีเอ อินเตอร์เนชั่นแนลซีรีส์ ทัวร์นาเมนท์ “ไทยแลนด์ โอเพ่น 2024” ระดับดับเบิลยูทีเอ 250 โดยครั้งนี้เป็นการจัดขึ้นที่อารีน่า หัวหิน เป็นครั้งที่ 4 แล้ว และเป็นรายการเทนนิสระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ในฐานะผู้จัดการแข่งขัน กลุ่มบริษัทพราว และอารีน่า หัวหิน เชื่อมั่นว่าจะได้รับความสนใจจากนักเทนนิสระดับโลก เช่นเดียวกับทุกๆ ปีที่ผ่านมา ที่มีนักเทนนิสคนดังของโลกมาร่วมการแข่งขันมากมาย อาทิ การ์บิเญ่ มูกูรูซ่า (สเปน) เอลินา สวิโตลินา (ยูเครน) ทิเมีย บาบอส (ฮังการี) ดายานา ยาสเตรมสกา (ยูเครน) ยูจินี บูชาร์ด (แคนาดา) แม็กด้า ลิเน็ตต์ (โปแลนด์) เปตรา มาร์ติช (โครเอเชีย) เซี๊ยะ ซูเหว่ย (ไต้หวัน) เจิ้ง ไซไซ (จีน) จู หลิน (จีน) รวมทั้งนักเทนนิสไทย “แทมมี่” แทมมารีน ธนสุกาญจน์, ลักษิกา คำขำ ตลอดจนนักหวดลูกสักหลาดดาวรุ่งไทย เป็นต้น.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กลุ่มอนุรักษ์ว่าว เตรียมจัดแข่งขันว่าวไทย

กลุ่มอนุรักษ์ว่าว เตรียมจัดแข่งขันว่าวไทย

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2566 นายบุญธรรม ขาวปลอม กำนันตำบลพงศ์ประศาสน์ ร่วมกับนายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่าได้ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ ตั้งกลุ่มอนุรักษ์ว่าวนก ว่าวจุฬา ตำบลพงศ์ประศาสน์ เพื่อรวมตัวกันแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และอนุรักษ์ฟื้นฟูการทำว่าว ส่งต่อให้คนรุ่นต่อๆไป ที่บ้านห้วยแก้ว ต.พงศ์ประศาสน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายบุญธรรม กล่าวว่า ในพื้นที่ตำบลพงศ์ประศาสน์ ยังมี “ช่างว่าว”ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคนิคและวิธีประดิษฐ์ว่าวไทยจากรุ่นสู่รุ่น โดยใช้เวลาว่างจากงานประจำ มาประดิษฐ์ว่าวไทยอยู่ตามหมู่บ้านต่างๆ 4 – 5 หมู่บ้าน เพื่อใช้เล่นในช่วงหน้าว่าว หรือขายให้กับผู้ที่สนใจ ซึ่งว่าวที่ทำขึ้นจะมีอยู่ 2 รูปแบบ คือว่าวจุฬา และว่าวนก นอกจากนี้ยังได้ถ่ายทอดภูมิปัญญาในการประดิษฐ์ว่าวไปสู่รุ่นลูก รุ่นหลานในพื้นที่ ตนจึงมีแนวคิดในการจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ว่าวนก – ว่าวจุฬา ตำบลพงศ์ประศาสน์ขึ้น เพื่อสืบสาน อนุรักษ์ภูมิปัญญาในการประดิษฐ์ว่าวไทยให้คงอยู่คู่กับท้องถิ่น นอกจากนี้ยังสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนด้วย

ด้านนายเฟื่อง หรือช่างน้อย ไหมทอง อายุ 54 ปี ช่างทำว่าวในพื้นที่ ต.พงศ์ประศาสน์ กล่าวว่า ตนทำว่าวมา 10 กว่าปีแล้ว ทุกๆ ปีในช่วงหน้าว่าว จะนั่งทำว่าวไว้เล่น และบางส่วนทำขายให้กับคนที่สนใจ ซึ่งเทคนิคและวิธีการทำว่าว ตนได้ส่งต่อไปยังลูกหลาน ว่าวแต่ละตัวใช้เวลาทำที่แตกต่างกันไปตามความยากง่าย บางตัวใช้เวลาทำเพียง 4 ชั่วโมง บางตัวใช้เวลานานถึง 2 – 3 วัน ส่วนใหญ่จะทำว่าวจุฬา ว่าวนก ส่วนราคาที่ซื้อขายกันในกลุ่มผู้ที่สนใจ ขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบของว่าว โดยเฉลี่ยหากว่าวมีขนาดประมาณ 1 เมตร จะขายได้ในราคาประมาณ 1,500 บาทขึ้นไป มีผู้สนใจสั่งเข้ามาอยู่เป็นประจำ ในแต่ละปีชาวบ้านในพื้นที่ สามารถเล่นว่าวได้ประมาณ 3 เดือน คือตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน – มกราคม หากผู้ที่สนใจอยากซื้อว่าว หรืออยากเเลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีในการทำว่าว สามารถติดต่อได้ที่หมายเลข 064 – 8480529

นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินและที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์ว่าวนก – ว่าวจุฬา ตำบลพงศ์ประศาสน์ เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมา ร่วมกับนายบุญธรรม ขาวปลอด กำนันตำบลพงศ์ประศาสน์ จัดกิจกรรมรวมพลคนอนุรักษ์เล่นว่าว ตำบลพงศ์ประศาสน์ขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากโรงโม่หินยุพาศิลาชัย และภาคส่วนต่างๆ ซึ่งประชาชนในพื้นที่ตำบลพงศ์ประศาสน์มีการอนุรักษ์ประเพณีเล่นว่าวและผลิตว่าวไทยอยู่หลายหมู่บ้าน งานดังกล่าวจึงเปรียบเสมือนนำช่างฝีมือในการประดิษฐ์ว่าวมารวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และอนุรักษ์ฟื้นฟูการทำว่าวเพื่อส่งต่อให้คนรุ่นต่อๆ ไป และคาดว่าปีนี้จะจัดงานดังกล่าวเป็นปีที่ 2 ในช่วงประมาณเดือนธันวาคมนี้ และจะพยายามให้กลุ่มได้จัดงานดังกล่าวต่อเนื่องทุกปี.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ตำรวจชุมพร รวบหัวขโมยงัดตู้บริจาคบนเขาช่องกระจก หลังก่อเหตุลักทรัพย์ที่ชุมพร

ตำรวจชุมพร รวบหัวขโมยงัดตู้บริจาคบนเขาช่องกระจก หลังก่อเหตุลักทรัพย์ที่ชุมพร

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2566 จากกรณีมีคนร้ายงัดตู้เงินรับบริจาคภายในวิหารพระพุทธมงคลคีรีขันธ์ พระประจำจังหวัด บนยอดเขาช่องกระจก ซึ่งอยู่ติดกับศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้เหล็กคล้องประตูขังพระผู้ดูแลไว้ภายในอาคาร เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา

ล่าสุด พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ มอบหมายให้ พ.ต.ท.ชุมพล บางจันทร์ทึก รองผู้กำกับปราบปราม สภ.เมืองประจวบฯ ติดตามความคืบหน้าของคดี จากการตรวจสอบ พบว่าผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุคดีนี้ เป็นบุคคลเดียวกันกับที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดบริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.ใกล้เขาช่องกระจก และกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลประจวบฯ โดยคนร้ายพยายามลักทรัพย์ในตู้บริจาคของโรงพยาบาลขณะเยี่ยมญาติ ขณะนี้ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวี จ.ชุมพร จับกุมตัวดำเนินคดี ข้อหาลักทรัพย์ในพื้นที่จังหวัดชุมพร และข้อหา พ.ร.บ.ยาเสพติด บริเวณศาลารอรถ ริมถนนสาย 41 ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา ทราบชื่อคือนายทนงศักดิ์ หรือแบงค์ อายุ 23 ปี

พ.ต.ท.ชุมพล บางจันทร์ทึก รองผู้กำกับปราบปราม สภ.เมืองประจวบฯ เปิดเผยว่า หลังจากผู้ต้องสงสัยรายนี้พยายามก่อเหตุลักทรัพย์ภายในโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ แต่ไม่สำเร็จ จากนั้นวันเดียวกันได้ขึ้นไปบนยอดเขาช่องกระจก และก่อเหตุงัดตู้บริจาคลักทรัพย์และขังพระไว้ในอาคาร หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้ง ได้พยายามแกะรอยติดตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ และรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงรอยนิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุ เพื่อใช้เทียบเคียงกับคนร้าย แต่ตามหาตัวไม่พบ โดยพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ รวบรวมพยานหลักฐานไปขอหมายจับจากศาล แต่ศาลได้ยกคำร้อง ไม่อนุมัติหมายจับให้ ซึ่งศาลแจ้งว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ไม่มีประจักษ์พยาน ประกอบกับไม่มีลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องสงสัยไปเทียบเคียงกับลายนิ้วมือแฝงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บไว้เป็นหลักฐาน แต่ขณะนี้ผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวี จ.ชุมพร จับกุมตัวได้แล้ว เนื่องจากไปก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่จังหวัดชุมพร หลังจากนี้ตำรวจจะนำลายนิ้วมือแฝงที่เก็บไว้เป็นหลักฐานไปเทียบเคียงกับตัวผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับได้ ว่าลายนิ้วมือตรงกันหรือไม่ และถ้าหากตรงกัน จะไปขอหมายศาลอนุมัติหมายจับอายัดตัวแจ้งข้อหามาดำเนินคดีที่ สภ.เมืองประจวบฯ ต่อไป.

ภาพ/ข่าว : เอกภพ วงษ์ประเสริฐ
**หมายเหตุ:เบลอหน้าผู้ต้องหาให้ด้วย**

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดงาน“Amazing Abundant Sea”ปลูกจิตสำนึกและส่งเสริมการท่องเที่ยวบ้านทุ่งน้อย

ประจวบฯ จัดงาน “Amazing Abundant Sea”ปลูกจิตสำนึกและส่งเสริมการท่องเที่ยวบ้านทุ่งน้อย

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงาน“Amazing Abundant Sea: Amazing Thailand” กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านทุ่งน้อยสืบสานอัตลักษณ์การประมงยั่งยืน”ที่ชายหาดบ้านทุ่งน้อย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มี น.ส.ดรณภา สุกกรี กรรมการบริหารกิจการเพื่อสังคม บริษัทแมสต์ ฮิวแมน จำกัด (MAST Human) กล่าวรายงาน พร้อมด้วย น.ส.สุรีพร พงษ์พานิช ผู้อำนวยการ การตลาดภาคกลาง ททท. นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ, นายไพศาล ช่อผกา นายอำเภอกุยบุรี, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฯ, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), กองบังคับการป้องกันและการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.), กิจการเพื่อสังคม แมสต์ ฮิวแมน, สมาคมนางฟ้าใจดี, หัวหน้าส่วนราชการ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชาวชุมชนบ้านทุ่งน้อยร่วมงาน พร้อมกันนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดได้ลงนามเป็นสักขีพยานที่ชุมชนบ้านทุ่งน้อยส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล จากนั้นร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาสู่ท้องทะเล

สำหรับงาน“Amazing Abundant Sea @ บ้านทุ่งน้อย”กิจการเพื่อสังคมแมสต์ ฮิวแมน (MAST Human) จัดขึ้นโดยการสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และบูรณาการความร่วมมือของจังหวัดประจวบฯ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมการปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ อบต.เขาแดง ชุมชนประมงพื้นบ้านทุ่งน้อย เยาวชนจากโรงเรียนในพื้นที่และเยาวชนจากสิงห์อาสา อันเป็นโครงการที่เป็นแบบอย่างของใช้การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นแรงผลักดันในการป้องปรามปัญหาการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กทางออนไลน์ การสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงทรัพยากร และการสร้างชุมชนเข้มแข็งโดยมีการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน รวมถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนและเยาวชน ภายใต้ concept ของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและการบริโภคอาหารทะเลอย่างรับผิดชอบ คือ “กินด้วย อนุรักษ์ด้วย ต้องช่วยกัน”

ภายในงานมีกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความบันเทิง เช่น กิจกรรมทำความสะอาดชายหาด การทำบ้านปลา (ซั้งกอ) โดยวางบ้านปลาในทะเลจำนวน 10 จุด การปล่อยลูกปูจากธนาคารปูม้าบ้านทุ่งน้อย ลงสู่ทะเล การปล่อยลูกหอยแครง หอยตลับลงสู่แปลงแพร่พันธุ์หอยของชุมชน กิจกรรมสร้างความตระหนักเกี่ยวกับอาชญากรรมคดีพิเศษและการค้ามนุษย์ โดยวิทยากรจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เทศกาลอาหารทะเล และดนตรีริมชายหาด พบกับวงดนตรีของกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยเยาวชนที่เข้าร่วมทำกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลครบหมดทุกกิจกรรม จะได้รับรางวัลในฐานะเป็นผู้มีส่วนช่วยในการปกป้องทรัพยากรทางทะเล (Marine Conservation Hero)

โดยในวันที่ 4 พฤศิกายน 2566 มีการเสวนาเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาบ้านทุ่งน้อยให้เป็นต้นแบบของชุมชนเข้มแข็ง ที่ใช้การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และสร้างคุณค่าเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล การป้องปรามอาชญากรรมและปัญหาการค้ามนุษย์ โดยยังคงอัตลักษณ์ของชุมชนชาวประมงพื้นบ้านที่ทำการประมงอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ดร.สันติ ป่าหวาย หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้แทนจาก อบต.เขาแดง ผู้แทนชุมชน และผู้ดำเนินรายการ น.ส.นฐพร บุญยะกร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษรักษาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบบริหาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ และปิดท้ายด้วยดนตรีริมหาด กับพี่ปั่น ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว ในเวลา 19.00 – 20.30 น. ทั้งนี้ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมโครงการ Amazing Abundant Sea @ บ้านทุ่งน้อย ระหว่างวันที่ 3 – 5 พฤศจิกายนนี้ ณ ชายหาดบ้านทุ่งน้อย อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าและไม่มีค่าใช้จ่าย

ด้านนายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ กล่าวว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นการบูรณาการส่งเสริมการท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดประจวบฯ และ ททท. ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคีเครือข่ายประชาชนที่มุ่งทิศทางการการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวในระดับฐานรากที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและมีความปลอดภัย โดยชุมชนเป็นผู้บริหารจัดการท่องเที่ยว ยึดหลักการมีส่วนร่วมเพราะทุกคนในชุมชนเป็นเจ้าของทรัพยากรท่องเที่ยวร่วมกัน สามารถส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวให้กับลูกค้าได้อย่างประทับใจ สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน นำไปสู่การกระจายรายได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ทั้งนี้ ชุมชนประมงพื้นบ้านทุ่งน้อย นอกจากจะเป็นชุมชนประมงเก่าแก่ที่นักท่องเที่ยวสามารถหาซื้อปู ปลา อาหารทะเลสด ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป นำไปประกอบอาหาร นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมชุมชนประมงพื้นบ้าน โดยติดต่อให้ชุมชนประมงพื้นบ้านทุ่งน้อยเป็นผู้นำเที่ยวเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

น้องขวัญกลับบ้านหลังคว้าเหรียญทองกีฬาพาราเทควันโดที่จีน อยากรับราชการดูแลพ่อแม่

น้องขวัญกลับบ้านหลังคว้าเหรียญทองกีฬาพาราเทควันโดที่จีน อยากรับราชการดูแลพ่อแม่

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปบ้านเลขที่ 88/1 หมู่ 4 ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังทราบว่า น.ส.ขวัญสุดา (น้องขวัญ) พวงกิจจา นักกีฬาพาราเทควันโด รุ่น 47 กิโลกรัม เจ้าของเหรียญทองในกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ที่ประเทศจีน เดินทางกลับมาเยี่ยมบิดามารดา ด้านนายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพานน้อย, นายพนม ศรีซ้อน สจ.ประจวบคีรีข้นธ์และประชาชนชาวบางสะพานน้อย ร่วมกันจัดงานเลี้ยงฉลองและแสดงความยินดี หลังเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแล้วได้รับเหรียญทอง

น.ส.ขวัญสุดา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเติบโตอยู่ที่บ้านทองอินทร์แห่งนี้ โดยฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน เมื่อก่อนไม่มีน้ำ – ไฟฟ้า โดยในวันที่ตนประสบอุบัติเหตุจนพิการนั้น เนื่องจากแม่ต้องไปหาบน้ำเพื่อมาใช้ที่บ้าน และได้ปล่อยตนไว้กับพี่สาว ซึ่งขณะนั้นตนยังเล็กมาก โดยขณะเกิดเหตุตนนอนดิ้นอยู่ในเปล พี่สาวจึงได้ถือตะเกียงเพื่อมาดูว่าตนดิ้นทำไม แต่ทำตะเกียงหลุดมือทำให้ไฟไหม้เปล เคราะห์ดีที่ตนยังไม่ถึงกับเสียชีวิต แต่จากวันนั้นมาก็ทำให้ตนพิการมาจนถึงทุกวันนี้ และจุดเริ่มต้นที่ตนได้เล่นกีฬาเทควันโด้จนประสบความสำเร็จ เกิดจากขณะที่ตนกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.4 มีโอกาสพบกับโค้ชเทควันโด้คนพิการทีมชาติไทย จึงชักชวนให้ตนเล่นเทควันโด้ ซึ่งในช่วงแรกได้ฝึกซ้อมอยู่ที่สนามกีฬาในจังหวัด ด้วยความมุ่งมั่นและรักในกีฬาเทควันโด้ ตนจึงหมั่นฝึกซ้อมจนได้เป็นตัวแทนในนามทีมชาติไทยไปแข่งขันยังที่ต่างๆ จนสามารถคว้าเหรียญทองแดง พาราลิมปิก ปี 2020 และล่าสุดก็สามารถคว้าเหรียญทอง เอเชียนพาราเกมส์ที่ประเทศจีน

น้องขวัญ ยังเล่าต่ออีกว่า ปัจจุบันตนเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างภายในบ้าน เนื่องจากแม่ของเธอประสบอุบัติเหตุจากการถูกรถชนจนเป็นอัมพาต ส่วนพ่อซึ่งมีอายุมากแล้ว ตนไม่อยากให้ออกไปทำงานนอกบ้านและยังต้องอยู่คอยดูแลแม่ ตนจึงดูแลค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้านให้ ส่วนเส้นทางอนาคต หากตนไม่ได้เล่นกีฬาเทควันโด้แล้ว อยากจะกลับมาอยู่บ้านดูแลพ่อแม่ อยากมีงานประจำทำ อยากรับราชการอยู่ในพื้นที่ อ.บางสะพาน หรือ อ.บางสะพานน้อย เพื่อจะได้อยู่ดูแลพ่อแม่ เพราะพี่สาวตนก็เสียชีวิตไปแล้วจึงเหลือตนเป็นลูกคนเดียว น.ส.ขวัญสุดา กล่าว

นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพานน้อย กล่าวว่า ทุกภาคส่วนได้เล็งเห็นที่ น.ส.ขวัญสุดา ได้สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจมาสู่ชาวอำเภอบางสะพานน้อย จึงร่วมกันต้อนรับและให้กำลังใจ ในนามของคนบางสะพานน้อย ขอชื่นชมความสามารถของน้องขวัญที่มีความอดทน ขยันฝึกซ้อมจนประสบความสำเร็จ สามารถช่วยเหลือครอบครัวได้เป็นอย่างดี และเป็นตัวอย่างให้เยาวชนรุ่นต่อไปนำไปเป็นแบบอย่าง โดยขบวนแห่รถยนต์จำนวน 20 คัน เดินทางจากบ้านพักของน้องขวัญ ที่อยู่ในซอยหุบกะพง บ้านทองอินทร์ หมู่ 4 ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย สิ้นสุดยังที่ว่าการอำเภอบางสะพานน้อย ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร.

อรรถชัย นิธิสีลตานันท์/ณัฐภพ พันสาย ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

พ่อค้ายาซิ่งกระบะขนยาไอซ์ เกือบ 600 กก. รีบไปส่งลูกค้าเกิดรถชนกันพลิกคว่ำ

พ่อค้ายาซิ่งกระบะขนยาไอซ์ เกือบ 600 กก. รีบไปส่งลูกค้าเกิดรถชนกันพลิกคว่ำ

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ร.ต.ท.กิตติพัฒน์ มีสมิง รองสารวัตรสอบสวน สภ.ปราณบุรี รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน บนถนนสายบายพาส ปราณบุรี – ชะอำ ต.วังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกหกล้อ ทะเบียน 73 – 8122 ได้รับความเสียหายด้านท้ายรถ คนขับไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ห่างออกไปเล็กน้อยพบรถกระบะแบบมีคอก ยี่ห้ออีซูซุ 2 ประตู สีดำ ทะเบียน บค 7772 เบตง บรรทุกอาหารสัตว์แบบบรรจุถุงมาเต็มคัน พลิกตะแคงอยู่บนถนน ถุงปุ๋ยตกกระจัดกระจายไปทั่ว คนขับไม่อยู่ในเกิดเหตุ จึงบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้เรียกรถยกมานำรถคู่กรณีทั้งสองคันไปโรงพัก ขณะที่กำลังช่วยกันขนกระสอบปุ๋ยขึ้นรถ พบความผิดปกติถุงปุ๋ยที่อยู่ด้านล่างมีลักษณะไม่เหมือนกับถุงที่อยู่ข้างบน ข้างในมีลักษณะเหมือนกล่องพัสดุอยู่ข้างใน จึงให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่มาเปิดกระสอบปุ๋ยสีขาวดู พบว่าเป็นห่อสี่เหลี่ยมสีน้ำตาล มัดด้วยกระดาษกาวมิดชิด เมื่อเปิดออกดูอีกชั้นเป็นถุงชา ภายในบรรจุยาไอซ์ ถุงละ 1 กิโลกรัม หนึ่งกระสอบ มี 25 ถุง เจ้าหน้าที่จึงนำถุงปุ๋ยทั้งหมดไปตรวจสอบที่โรงพัก

จากการตรวจสอบพบยาเสพติดดังนี้ 1.ยาเสพให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) ชนิดเกล็ดสีขาว บรรจุอยู่ในถุงกระดาษฟอยด์สีเหลือง น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ใส่ในถุงกระสอบสีขาว กระสอบละ 25 ถุง จำนวน 19 กระสอบ รวมน้ำหนัก 475 กิโลกรัม 2.ยาเสพให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) ชนิดเกล็ดสีขาว บรรจุอยู่ในถุงกระดาษฟอยด์สีเหลือง น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ใส่ไว้ในถุงกระสอบสีขาวกระสอบละ 24 ถุง จำนวน 1 กระสอบ รวมน้ำหนัก 24 กิโลกรัม 3.ยาเสพให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) ชนิดเกล็ดสีขาว บรรจุอยู่ในถุงกระดาษฟอยด์สีเขียว น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ใส่ไว้ในถุงกระสอบสีขาว กระสอบละ 30 ถุง จำนวน 3 กระสอบ รวมน้ำหนัก 90 กิโลกรัม 4. ยาเสพให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) ชนิดเกล็ดสีขาว บรรจุอยู่ในถุงกระดาษฟอยด์สีเขียว น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ใส่ไว้ในถุงกระสอบสีขาวกระสอบละ 10 ถุง จำนวน 1 กระสอบ รวมน้ำหนัก 10 กิโลกรัม และ 5.รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน บค 7772 เบตง จำนวน 1 คัน จึงยึดไว้เป็นของกลาง

เบื้องต้นทราบว่าคนขับรถที่ขนยา ได้ขึ้นรถเก๋งสปอร์ตป้ายแดงที่มารับหลบหนีไปตั้งแต่เมื่อคืน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครองอำเภอปราณบุรี กอ.รมน.ประจวบฯ ได้ประชุมกันเร่งด่วนและแยกย้ายไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบขบวนการขนยารายไอซ์รายนี้มาดำเนินคดีต่อไป.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ “Hua Hin Wine Expo” ต้อนรับคอไวน์ทั่วประเทศ

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ “Hua Hin Wine Expo” ต้อนรับคอไวน์ทั่วประเทศ

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ที่ห้อง Tamarind Ballroom โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท จ.ประจวบฯ นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “Hua Hin Wine Expo” มี นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ นายโจ ศรีวารินทร์ นายกสมาคมซอมเมอลิเยร์มืออาชีพแห่งประเทศไทย นายศุภเชษฐ์ สะสมสิน หัวหน้าไวน์เมกเกอร์ บริษัทสยามไวเนอรี จำกัด นายนพดล นุชเจริญ ที่ปรึกษาสมาคมเชฟชะอำ-หัวหิน ร่วมเป็นวิทยากร นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ พร้อมแขกผู้มีเกียรติทั้งชาวไทยและต่างชาติร่วมชิมไวน์จากบูธผู้ประกอบการค้าไวน์ยี่ห้อต่างๆ

งาน “Hua Hin Wine Expo” ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หอการค้าไทย-อิตาเลียน และสมาคมเชฟชะอำ-หัวหิน โดยจัดแสดงไวน์ชั้นนำของ Huahin wine expo เป็นแนวหน้าของวงการไวน์ที่กำลังเติบโตของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ รวมถึงให้ภาคอุตสาหกรรมด้านการบริการในจังหวัดมีพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนและเปิดโอกาสขยายช่องทางธุรกิจใหม่ ภายในงานจะมีการผสมผสานไวน์ชั้นดี และข้อมูลเชิงลึกในอุตสาหกรรมไวน์เข้าด้วยกัน มีวิทยากรรับเชิญพิเศษและการปรุงอาหารเมนูเด็ด “ข้าวอบสับปะรดสามอ่าว” โดยเชฟ 25 คนจากสมาคมเชฟชะอำ-หัวหิน ถือเป็นโอกาสสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมโรงแรมและร้านอาหารในการพบปะและทักทายผู้นำเข้าไวน์ 21 รายที่จัดแสดงไวน์มากกว่า 120 ฉลากจากทั่วโลก

รวมทั้งได้รับฟังความรู้จากวิทยากรรับเชิญพิเศษเพื่อสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ในอนาคตต่อไป
นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ กล่าวว่า​งาน Hua Hin Wine Expo เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยวให้กับหัวหิน ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน Soft Power ในด้านอุตสาหกรรมไวน์ในพื้นที่การท่องเที่ยวหลัก อ.หัวหิน เพื่อโหมกระแสการท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวคุณภาพโดยเฉพาะกลุ่มมิลเลนเนียนนำไปสู่การเพิ่มวันพัก การเพิ่มความถี่ในการเดินทาง การเพิ่มการใช้จ่าย ตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ททท. ทั้งนี้ต้อง​ขอขอบคุณทีมผู้จัด Hua Hin Wine Expo ที่ได้จัดกิจกรรมใหญ่งานไวน์ที่สร้างความคึกคักและสีสันการท่องเที่ยวของอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ยุทธพลปลื้มเพชรบุรีโมเดลคืบหน้า สร้างกรงแก้ปัญหาลิงล้นเมือง

ยุทธพลปลื้มเพชรบุรีโมเดลคืบหน้า สร้างกรงแก้ปัญหาลิงล้นเมือง

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ตามที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า ในการที่จะร่วมกันจัดการและดูแลสุขภาพสัตว์ป่า และการแก้ไขปัญหาลิงรบกวนประชาชน ได้ทำ MOU ร่วมกันเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2566 โดยมี ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารอเนกประสงค์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งล่าสุดมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า โดย น.ส จันทร์แสง สร้างนานอก ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า นายเอ็ดวินนุช จาโคบุส วีค เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า เข้ามาดำเนินการก่อสร้างกรงพักพิงลิง ตามที่ได้ทำบันทึกข้อตกลงกับกรมอุทยานแห่งชาติฯ บนเนื้อที่กว่า 7,000 ตารางเมตร ณ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

ดร.ยุทธพล กล่าวว่าในสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ริเริ่มโครงการสร้างกรงพักพิงลิง โดยได้ยกจังหวัดเพชรบุรี นำร่องให้เป็นจังหวัดตัวอย่างในการแก้ไขปัญหาลิงล้นเมืองที่สร้างความเดือดร้อนรบกวนพี่น้องประชาชนจนไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ซึ่งในการแก้ไขปัญหาลิงล้นเมืองต้องใช้วิธีการที่หลากหลายมาประกอบกัน เช่น การควบคุมประชากรลิงด้วยการทำหมัน รวมไปถึงการสร้างกรงพักพิงลิง เพื่อใช้ในการควบคุมและจำกัดพื้นที่ของประชากรลิง ซึ่งในขณะนี้มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าได้เริ่มลงมือก่อสร้างกรงพักพิงลิงในพื้นที่ของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย ซึ่งตนในฐานะที่เป็นผู้ริเริ่มโครงการนี้ รู้สึกยินดีและปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่งที่ทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ รวมไปถึงมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และยังคงเดินหน้าดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่อง ตนยังคงมั่นใจว่าเมื่อโครงการนี้ซึ่งเป็นที่แรกสำเร็จและทำโครงการต่อไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีปัญหาเรื่องลิงล้นเมืองได้สนใจและติดต่อทางกรมอุทยานฯ เพื่อแสดงความต้องการทำโครงการแบบนี้ร่วมกัน ซึ่งทราบว่าในเร็ววันนี้ จะมีการทำ MOU ระหว่างกรมอุทยานฯ และจังหวัดลพบุรีเช่นเดียวกัน หากโครงการนี้สำเร็จจะทำให้พี่น้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติ จะส่งผลให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว สร้างความสุขให้กับพี่น้องประชาชนได้ต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

แรงงานไทยในอิสราเอลเฮ! กระทรวงการคลังปล่อยสินเชื่อชำระหนี้กู้ยืมไปทำงานต่างประเทศ

แรงงานไทยในอิสราเอลเฮ! กระทรวงการคลังปล่อยสินเชื่อชำระหนี้กู้ยืมไปทำงานต่างประเทศ

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 นางอาภัสรา ชุมทอง จัดหางานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เดินทางลงพื้นที่อำเภอเมืองประจวบฯ และอำเภอสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อตรวจเยี่ยมบ้านแรงงานไทยที่ไปทำงานประเทศอิสราเอล และประชาสัมพันธ์โครงการสินเชื่อแรงงานไทย (อิสราเอล) ภายใต้โครงการสินเชื่อคืนถิ่นแรงงานไทย (อิสราเอล) เกี่ยวกับการชำระหนี้ที่กู้ยืมสำหรับการไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล และเพื่อลงทุนประกอบอาชีพหลังจากเดินทางกลับมาประเทศไทย วงเงินไม่เกินรายละ 150,000 บาท ดอกเบี้บร้อยละ 1 ต่อปี และเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ จำนวน 15,000 บาท และเงินช่วยเหลือ (งบกลาง) จำนวน 50,000 บาท

โดยเดินทางไปพบสองครอบครัว รายแรกคือนายนราธิป ช้างกลาง พบมารดาชื่อนางสารภี ช้างกลาง ที่บ้านเลขที่ 42/4 หมู่ 16 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยนายนราธิปจะให้คำตอบในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ ว่าประสงค์จะกลับจากประเทศอิสราเอลหรือไม่ อีกรายคือ น.ส.อัญชลี เสนศรี พบสามีชื่อนายสยาม ศรีชมพู ที่บ้านเลขที่ 107/1 หมู่ 4 ต.ศิลาลอย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ สอบถามแล้ว ยังยืนยันว่าขออยู่ทำงานต่อไป ซึ่งหลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้บูรณาการร่วมกันทำงานติดตามผล และติดตามสถานการณ์ เพื่อดูแลสถานะความเป็นอยู่ของแรงงานไทยอย่างต่อเนื่องต่อไป.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน
ขอบคุณภาพจากสำนักงานจัดหางานจังหวัด และ สวท.ประจวบฯ