Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย จัดกีฬาสีประจำปี 2566

โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย จัดกีฬาสีประจำปี 2566

วันที่ 18 สิงหาคม 2566 บาทหลวงเทพรัตน์ ปิติสันต์ อธิการบดีโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาภายในโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2566 โดยมีคุณพ่อสมโรจน์ ไชยชนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย พร้อมคณะครู สมาคมครูและผู้ปกครอง สมาคมศิษย์เก่า บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และผู้ปกครอง เข้าร่วม โดยแต่ละสีตั้งแถวเดินขบวนพาเหรดตั้งแต่แขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) ไปยังโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย ก่อนเปิดพิธีแข่งขัน สร้างบรรยากาศและสีสันให้แก่ประชาชนที่สัญจรไปมา ภายในงานมีการประกวดกองเชียร์ การแข่งขันกีฬาฟุตบอล ฟุตซอล วอลเล่ย์บอล บาสเกตบอล เซปัคตะกร้อ แชร์บอล เปตอง เทเบิลเทนนิส แบดมินตัน E-Sport วิ่งเก็บของ รวมด้วยช่วยกัน รักข้ามคลอง กระโดดเชือกสามัคคี วิ่งเปรี้ยว และชักเย่อ

ตามนโยบายการศึกษาของโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย มุ่งส่งเสริมให้นักเรียนมีสุนทรียภาพด้านศิลปะ ดนตรี และเล่นกีฬา เพื่อให้มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง จึงได้กำหนดการจัดการแข่งขันกีฬาภายในเป็นแผนงานประจำปีการศึกษา 2566 ระหว่างวันที่ 17 – 18 สิงหาคม 2566 โดยมีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อให้นักเรียนรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และสนองการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์ 2.เพื่อให้นักเรียนป็นผู้มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้จักยอมรับแเละรับผิดชอบในการเข้าร่วมกิจกรรม 3. เพื่อให้นักเรียนมีความสามัคคีในหมู่คณะ 4. เพื่อให้นักเรียนมีลักษณะการเป็นผู้นำ และผู้ตามที่ดี ตามระบอบสังคมประชาธิปไตย 5. เพื่อเป็นการส่งเสริมและเสริมสร้างการพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม 6. เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสนใจในสุขภาพของตนเองให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ 7. เพื่อให้นักเรียนรู้จักการทำงานเป็นหมู่คณะ รู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองที่ได้รับมอบหมาย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เริ่มแล้ว งานวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติปี 2566 ที่บ้านหว้ากอ

เริ่มแล้ว งานวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติปี 2566 ที่บ้านหว้ากอ

เมื่อเวลา 09.19 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2566 นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานวางพานพุ่มถวายเครื่องราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เนื่องในวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ประจำปี 2566 มีนายบุญรัตน์ จูอี้ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดประจวบฯ นายปฏิวัติ ธนากรรัฐ อัยการจังหวัด พ.อ.พีรฉัตร พานทอง รอง ผอ.รักษาความมั่นคงภายในจังหวัด นายสินาทร โอ่เอี่ยม ปลัดจังหวัด น.ส.จีรประภา สาระประจวบ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน ทหาร ตำรวจ เหล่ากาชาดจังหวัด ชมรมแม่บ้านมหาดไทยและประชาชนเข้าร่วม ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.4 อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

หลังจากทุกภาคส่วนได้วางพุ่มทอง – พุ่มเงิน ถวายเครื่องราชสักการะตามลำดับแล้ว ได้มีการขับเสภา บทอาเศียรวาทราชสดุดีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า โดยคณะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในระบบทุกสังกัด ที่มาร่วมเข้าค่ายทำกิจกรรมเนื่องในวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติที่อุทยานฯ หว้ากอ จากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัด ถวายเครื่องราชสักการะ และจุดเครื่องทองน้อย สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ และกล่าวถวายราชสดุดีพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใจความว่า “เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ได้เสด็จมาตั้งค่ายที่ประทับพร้อมด้วยข้าราชบริพารและชาวต่างประเทศจำนวนมาก เพื่อทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่ทรงคำนวณล่วงหน้าด้วยพระองค์เองอย่างถูกต้อง และวันเวลาดังกล่าวคือวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 10 ปีมะโรง ตรงกับวันที่ 18 สิงหาคม พุทธศักราช 2411 เวลา 4 โมงเช้า 16 นาที

ทั้งนี้ เหตุการณ์สุริยุปราคาได้ปรากฏขึ้นตรงตามที่ได้ทรงคำนวณไว้ทุกประการ นับเป็นที่มหัศจรรย์และประจักษ์ชัดในพระปรีชาญาณทางด้านดาราศาสตร์และการคำนวณชั้นสูง เป็นที่ยอมรับและชื่นชมในหมู่คณะทูตานุทูต นักดาราศาสตร์ทั้งหลายที่ได้มาพร้อมกันเป็นจำนวนมาก จากเหตุการณ์ที่สำคัญในครั้งนั้น และด้วยพระปรีชาญาณของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งในทางดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ รัฐบาลไทยจึงได้ประกาศและเทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน ให้ทรงเป็นพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย และให้ถือเอาวันที่ 18 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ และวันนี้ในทุกๆ ปีที่ผ่านมา หน่วยงานราชการ ประชาชนทุกหมู่เหล่า สถาบันการศึกษา ต่างชื่นชมยินดีพร้อมใจกันจัดงานวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเทิดพระเกียรติพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทยขึ้นทั่วประเทศ ในโอกาสที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะในวันนี้ ขอเชิญชวนท่านทั้งหลาย ได้ร่วมกันน้อมจิตรำลึกถึง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว น้อมรำลึกถึงพระปรีชาญาณในการคำนวณและพยากรณ์สุริยุปราคา ณ บ้านหว้ากอ อย่างถูกต้อง แม่นยำ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อสยามประเทศในกาลครั้งนั้น ขอได้ร่วมกันตั้งจิตปณิธานแน่วแน่ ที่จะร่วมกันบูชาและเทิดพระเกียรติคุณให้ปรากฏชั่วกาลนาน

ต่อจากนั้น นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ได้เปิดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ปี 2566 มีนางวนิดา พิมอุบล รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ กล่าวรายงานว่าการจัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย และสร้างระบบคิด ปลูกจิตวิทยาศาสตร์ ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ในระบบและนอกระบบโรงเรียน และประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมงาน ได้แก่เด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษาในระบบ และนอกระบบโรงเรียน และประชาชน จำนวนไม่น้อยกว่า 15,000 คน กำหนดระยะเวลาจัดงาน 7 วัน ระหว่างวันที่ 18 – 24 สิงหาคม โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายตลอดการจัดงาน การจัดงานได้รับการสนับสนุน งบประมาณจากกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ งบประมาณจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด และงบประมาณจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

ภายในงานประกอบด้วยการจัดแสดง แสง สี เสียง ในช่วงกลางคืน 3 วัน การสัมมนาทางวิชาการด้านดาราศาสตร์ กิจกรรมแรลลี่วิชาการ นิทรรศการจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั่วประเทศ นิทรรศการจากหน่วยงานเครือข่ายในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านการอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้าและด้านสิ่งแวดล้อม และการประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ระดับประเทศ รวมทั้งหมด 118 ทีม โดยมีวิทยากรและคณะกรรมการตัดสิน ผู้ที่มีความรู้ และประสบการณ์จากหน่วยงานในระดับประเทศ”.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

เทศบาลไร่เก่าจัดกีฬาเยาวชนต้านยาเสพติดครั้งที่ 16

เทศบาลไร่เก่าจัดกีฬาเยาวชนต้านยาเสพติดครั้งที่ 16

วันที่ 17 สิงหาคม 2566 น.ส.นราภรณ์ ช้างทอง ปลัดอำเภอสามร้อยยอด เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬา – กรีฑาเยาวชนต้านยาเสพติด ประจำปี 2566 ที่นายกำพล เต็งประเสริฐ นายกเทศมนตรีตำบลไร่เก่า เป็นประธานจัดการแข่งขัน มีนายอิศรา สั้นคุ้ม ปลัดอำเภอสามร้อยยอด ว่าที่ร้อยตรีดนัย ปาน้อยนนท์ นายกเทศบาลตำบลไร่ใหม่ นายประเสริฐ ไทยอุดมทรัพย์ นายก อบต.ศาลาลัย นายสุภาพ ไทยอุดมทรัพย์ กำนันตำบลศาลาลัย ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน คณะครู และนักเรียนที่อยู่ในเขตเทศบาลตำบลไร่เก่าเข้าร่วมกิจกรรมที่บริเวณสนามกีฬาโรงเรียนบ้านไร่เก่าสามร้อยยอด หมู่ 3 ต.ไร่เก่า อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์

การแข่งขันกีฬาครั้งนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม มีกีฬาประเภทต่างๆ ได้แก่วอลเล่ย์บอล เซปัคตะกร้อ เปตอง ฟุตซอล ทั้งในรุ่นมัธยมศึกษาและประถมศึกษา ชิงชนะเลิศไปแล้วเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยวันพิธีเปิดนี้ มีการแข่งขันกรีฑาประเภทลู่ ของนักเรียนชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมตอนต้น ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีสัน จากกองเชียร์ของโรงเรียนต่างๆ รวมถึงบรรดาพ่อแม่ ผู้ปกครองของเด็กๆ ที่มาร่วมชม ร่วมเชียร์บุตรหลานของตน หลังการแข่งขันกรีฑาทุกประเภทแล้ว มีการแข่งขันฟุตบอลในรอบชิงชนะเลิศ ทั้งประเภทชายและหญิง ผลปรากฏว่าทีมหญิงแข่งในเวลาเสมอกันไป 0 – 0 ต้องไปวัดกันที่การยิงจุดโทษ และทีมจากโรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคม ชนะไปด้วยสกอร์ 5 – 0 ส่วนทีมชายโรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคม เอาชนะโรงเรียนบ้านสามร้อยยอด (บุณยรักษ์อุทิศ)ไปได้ด้วยสกอร์ 3 – 2.

ภาพ/ข่าว : ฐิติชญา แสงสว่าง

Categories
ข่าว ทั้งหมด

แม่สู้ชีวิต ยึดอาชีพเก็บขยะขายไม่อายใคร สานฝันลูกสาวเป็นตำรวจ

แม่สู้ชีวิต ยึดอาชีพเก็บขยะขายไม่อายใคร สานฝันลูกสาวเป็นตำรวจ

หลังจากที่ผู้สื่อข่าวได้พบครอบครัวหนึ่ง ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ภายในรถมีถุงที่เก็บของเก่ามารับลูกสาวที่โรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม (ปิยะแหวนรังสรรค์) เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ และเมื่อรับลูกสาวเสร็จแล้ว ก็พาลูกช่วยกันคุ้ยเขี่ยภายในถังขยะ เพื่อหาขวดแก้วและขวดพลาสติก รวมไปถึงโลหะสิ่งของต่างๆ ที่สามารถนำไปขายแลกเงินได้ โดยที่ไม่อายสายตาใคร ที่บริเวณหน้าโรงเรียนและตระเวนไปตามถนนเส้นทางผ่านกลับบ้านพัก

ล่าสุดวันที่ 17 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเช่า ในซอยร้านเกาะหลักทำฟัน ใกล้กับถนนเกาะหลัก เขตเทศบาลเมืองประจวบฯ เพื่อพบกับครอบครัวดังกล่าว ได้พบกับนางนภาลัย ศรีสุดดี อายุ 49 ปี หรือแม่แหม่ม พร้อมสามีและน้องมาย ลูกสาว วัย 12 ปี กำลังช่วยกันคัดแยกของเก่าที่หามาได้ เพื่อรอรวมไปขายที่ร้านรับซื้อ และเตรียมที่จะพาครอบครัวออกไปหาเก็บของเก่าตามถังขยะในเขตเทศบาลเมืองประจวบเพิ่มเติม

นางนภาลัย หรือแม่แหม่ม เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ครอบครัวของตนรับจ้างเฝ้าสวน ต่อมานายจ้างเลิกจ้างเนื่องจากขาดทุน ตนกับครอบครัวไม่รู้จะประกอบอาชีพอะไร จึงมาเก็บของเก่าขาย มีรายได้ต่อวันประมาณ 300 บาท นอกจากนี้วันศุกร์กับวันเสาร์จะไปรับจ้างขายไก่ปิ้งหมูย่าง ที่ตลาดถนนคนเดินชายทะเลอ่าวประจวบคีรีขันธ์ พออยู่รอดได้ ทุกวันตนจะออกไปกับสามี เพื่อเก็บของเก่า และหลังจากลูกสาวเลิกเรียนก็ไปรับ พร้อมกับพาไปหาเก็บของเก่าก่อนกลับเข้าบ้าน เพื่อนำมาคัดแยกและนำไปขายในวันถัดไป เมื่อถามว่าอายหรือไม่ที่มาทำอาชีพนี้ แม่แหม่มตอบว่า จะอายทำไม เป็นอาชีพที่สุจริต เมื่อถามว่าคิดจะเปลี่ยนอาชีพหางานอื่นทำบ้างหรือไม่ แม่แหม่มตอบว่ายังไม่คิด เพราะยึดอาชีพเก็บของเก่านี้ขายแล้ว มีชาวบ้านบางคน เมื่อเก็บของเก่าไว้ให้ ก็จะโทรมาตามให้ไปเก็บเอามาขาย ที่ทำทุกวันนี้เพื่อให้ครอบครัวมีกิน มีความสุข อยากให้ลูกสาวทั้งสองคนเรียนจบสูงๆ คนโตกำลังเรียน กศน. ส่วนคนเล็กกำลังเรียนอยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม (ปิยะแหวนรังสรรค์) ตนเช่าห้องพักอยู่อาศัยเดือนละ 1,500 บาท ส่วนเงินที่เหลือจากการหาของเก่ามาขาย และจ่ายค่าเช่าบ้านแล้ว ยังพอเหลือเงินค่าขนมให้ลูกไปโรงเรียน บางเดือนเงินไม่พอ ก็ต้องประหยัดให้พอและอยู่ให้ได้

เด็กหญิงนภวรรณ ศรีสุดดี หรือน้องมายด์ บอกว่าหนูไม่อายใครที่หนูมีครอบครัวที่พ่อแม่ยึดอาชีพเก็บของเก่าขาย เพราะเป็นอาชีพที่สุจริต ไม่ได้เป็นโจร ไม่ได้ลักขโมยใคร ไม่ได้ไปฆ่าใคร ถึงแม้ว่าเวลาไปโรงเรียนจะถูกเพื่อนล้อเลียนว่ามายด์ตัวเหม็นก็ตาม หนูก็เฉยไม่ตอบโต้และปล่อยผ่านไป ไม่สนใจเพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระ ถึงหนูจะเรียนไม่เก่งมาก แต่หนูมีความฝันอยากจะเรียนให้จบปริญญาตรีมาฝากให้พ่อแม่ และอยากสอบเป็นตำรวจ โดยหนูจะมาช่วยพ่อแม่หาเก็บของเก่าและคัดแยกขายช่วงหลังเลิกเรียนและวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เพราะจะมีขวดเยอะ หนูพอใจในอาชีพที่ครอบครัวทำอยู่นี้ และไม่อายใคร และไม่ได้ขอใครกิน ถึงหนูจะจนก็ไม่เป็นไร เพราะเลือกเกิดไม่ได้.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.ประจวบฯ ชวนปั่น “กินลม ชมธรรมชาติแลประวัติศาสตร์ @ท่าเสด็จ” ส่งเสริมท่องเที่ยวในค่ายทหาร

ททท.ประจวบฯ ชวนปั่น “กินลม ชมธรรมชาติแลประวัติศาสตร์ @ท่าเสด็จ” ส่งเสริมท่องเที่ยวในค่ายทหาร

วันที่ 18 สิงหาคม 2566 พลตรีสมพร ด่อนสิงหะ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายสิบทหารบก ค่ายโยธินศึกษามหามงกุฎ อ.หัวหิน พ.อ.วัชระ ถนัดรบ รองผู้บัญชาการค่ายธนะรัชต์ นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ และนายประสิทธิ์ สิทธิยศ ที่ปรึกษาโครงการ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “ปั่นท่องเที่ยววิถีถิ่น กินลม ชมธรรมชาติแลประวัติศาสตร์ @ท่าเสด็จ” ที่ท่าเสด็จศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในค่ายทหาร ลดโลกร้อนโดยใช้จักรยานเพื่อการท่องเที่ยวและออกกำลังกาย รวมถึงเพื่อหารายได้จากการจัดงานเพื่อสาธารณประโยชน์ ในวันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน 2566 ระยะทาง 50 กิโลเมตร โดยเริ่มปั่นจากอุทยานราชภักดิ์ มุ่งสู่ท่าเสด็จในค่ายธนะรัชต์ ซึ่งเป็นเส้นทางธรรมชาติที่สวยงามทั้งสองข้างทาง พร้อมทั้งมีประวัติศาตร์ที่เก่าแก่ และต้นไม้ใหญ่นานาพันธุ์ให้ศึกษาอย่างมากมาย

นายอาชวันต์ กล่าวว่า การปั่นจักรยานเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก เป็นการรักษาสภาพแวดล้อม ลดปัญหาด้านมลพิษ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ หากพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวหัวหิน นักท่องเที่ยวจะนึกถึงภาพหาดทรายขาว น้ำทะเลใสสะอาด และอาหารหลากหลาย รวมถึงอาหารทะเลที่มีความสด รสชาติอร่อยถูกใจนักท่องเที่ยวสายกิน ถือว่าอาหารเป็น 1 ใน Soft Power ที่เป็นจุดแข็งที่สำคัญของการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามอำเภอหัวหินและพื้นที่เชื่อมโยง ยังมีกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่หลากหลาย เป็นสินค้าการท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดกิจกรรมปั่นจักรยานในพื้นที่ค่ายธนะรัชต์ เป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในพื้นที่ทหาร สามารถตอบโจทย์ต่อพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของกลุ่มเป้าหมาย นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจไปสู่พื้นที่หัวหินได้เป็นอย่างดี.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

โจ๋ถูกคู่อริไล่ทำร้ายจนรถล้มกลางถนน กระโดดหนีถูกรถชนร่างเละ

โจ๋ถูกคู่อริไล่ทำร้ายจนรถล้มกลางถนน กระโดดหนีถูกรถชนร่างเละ

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2566 ร.ต.ท.ธนเดช ไลไธสง รองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปราณบุรี รับแจ้งมีชายวัยรุ่นเสียชีวิตอยู่บนถนนเพชรเกษม ขาขึ้นกรุงเทพฯ บริเวณสามแยกทางเข้าเขื่อนปราณ ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างแผ่ไพศาลธรรมสถานปราณบุรี

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตนอนหงาย สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายสก็อต สวมกางขายาวลายพราง อายุประมาณ 15 – 18 ปี มีบาดแผลขนาดใหญ่บริเวณหน้าท้อง มีไส้ไหลออกมากองบนพื้นน่าสยดสยอง จากนั้นไม่นานมีเพื่อนผู้เสียชีวิตขี่รถจักรยานยนต์ตามมาหลายคัน จึงทราบชื่อผู้เสียชีวิต ว่านายภานุภัทร (อาม) กระแสร์ อายุ 15 ปี

จากการสอบถามเพื่อนผู้เสียชีวิต เล่าว่าพวกตนขี่รถจักรยานยนต์จากสะพานดำ ตลาดปราณ มาด้วยกัน 3 คัน แล้วแวะจอดที่หน้าร้านสะดวกซื้อ จู่ๆ นายอามได้ขี่รถออกไปเพียงคนเดียว พวกตนจึงขี่ตามไป แต่ระหว่างทาง นายอามเจอคู่อริจอดรถรออยู่ที่ปั๊มบางจาก จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ไล่กวดกันจนไปทันบริเวณจุดกลับรถหน้าเขื่อนปราณ แต่รถนายอามเกิดล้ม คู่อริจะเข้าไปทำร้าย แต่นายอามวิ่งหนีข้ามถนนไปอีกฝั่ง แล้วถูกรถปิกอัพที่วิ่งมา ชนจนร่างกระเด็นไปถูกรถพ่วงทับซ้ำเสียชีวิตคาที่ พวกตนขี่รถตามมาทีหลัง เห็นรถเพื่อนล้มอยู่บนถนน จึงรีบขี่ออกมาจากที่เกิดเหตุ กลัวจะถูกคู่อริมาทำลายรถ

ขณะเดียวกัน มีผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่าตนนอนอยู่ได้ยินเสียงวัยรุ่นทะเลาะกันบนถนน และได้ยินเสียงดังโครม 2 ครั้ง จึงลุกขึ้นมาดู เห็นวัยรุ่นกำลังใช้ไม้ตีรถจักรยานยนต์ของคู่อริอยู่ และก่อนจะจากไปได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ก่อนมีวัยรุ่นนอนเสียชีวิต

ด้านคนขับรถปิกอัพที่ชนนายอาม เล่าว่าตนบรรทุกไก่มาจากภาคใต้ จะนำไปส่งโรงงานที่กรุงเทพฯ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ จู่ๆ ก็มีคนวิ่งข้ามถนนไม่ทันระวัง จึงถูกรถตนชนกระเด็นลอยไป ก่อนที่จะถูกรถบรรทุกที่วิ่งตามมาทับจนเสียชีวิต

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่โรงพยาบาลปราณบุรี และนำเพื่อนของผู้เสียชีวิตไปสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมนำภาพวงจรปิดในที่เกิดเหตุมาตรวจสอบ เพื่อประกอบหลักฐานต่อไป.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
สังคม

SVL Group มอบเงินสมทบกองทุนงานทอดผ้าป่า

ข่าวสังคม

วันวิสาข์ หุ้นจิ้น ผู้จัดการส่วนชุมชนสัมพันธ์และพัฒนาชุมชน นำทีมพนักงาน พร้อมตัวแทนจากชมรมผู้ประกอบการขนส่งบางสะพาน และทีมรถตรวจการณ์ระบบขนส่งสินค้า ในนาม SVL Group มอบเงินสมทบกองทุนงานทอดผ้าป่ากองทุนผู้สูงอายุ ผู้พิการ ต.กำเนิดนพคุณ มีณรงค์ พลายน้อย นายก อบต.กำเนิดนพคุณ เป็นผู้รับมอบ พร้อมผู้นำชุมชน ที่ศาลาหมู่ 4 บ้านละหาร ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ จัดวิ่งขยับนับแคล ผ่านแอปพลิเคชั่น CCC

ประจวบฯ จัดวิ่งขยับนับแคล ผ่านแอปพลิเคชั่น CCC

วันที่ 16 สิงหาคม 2566 ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานแถลงข่าวกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกายสะสม ผ่านแอปพลิเคชั่น CCC (Calories Credit Challenge) ระดับจังหวัด ประจำปี 2566 “วิ่ง ขยับ นับแคล @ประจวบคีรีขันธ์” ที่ห้องเกาะหลัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มี น.ส.แสงจันทร์ แก้วประทุมรัสมี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด กล่าวรายงาน และมีนายปรีดา สุขใจ นายอำเภอปราณบุรี นางจารุรัตน์ พัฒน์ทอง รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นางวรรณา ศรีจุฬางกูล รองนายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ นายโพสิทธิ์ เครือวัลย์ ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน เจ้าหน้าที่สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด และสื่อมวลชน เข้าร่วม

ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า นโยบายการส่งเสริมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาของจังหวัดประจวบฯ ภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด – 19 ภายใต้ชื่อ “วิ่ง ขยับ นับแคล @ ประจวบคีรีขันธ์” เป็นส่วนสำคัญในการรักษาสุขภาพ และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ลดความเครียดจากการทำงาน ลดโอกาสการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคในกลุ่ม NCDs ลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข และเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคมโดยรวม ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลศิริราช สสส. หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัด “โครงการแสงนำใจ ไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 8” โดยใช้แอปพลิเคชัน CCC (Calories Credit Challenge) เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมประชาชน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ออกกำลังกายสะสมแคลอรี่ ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม – 30 ตุลาคม 2565 เพื่อขับเคลื่อน ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมและใช้แอปพลิเคชัน CCC มีประชาชนร่วมกิจกรรมออกกำลังกายสะสมแคลอรี รวมทั้งสิ้น 91.5 ล้านแคลอรี คิดเป็นพลังงานที่ใช้ในการเดิน หรือวิ่งระยะทาง 1.85 ล้านกิโลเมตร หรือคิดเป็นการเดินรอบโลกประมาณ 47 รอบ

ด้าน น.ส.แสงจันทร์ แก้วประทุมรัสมี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีเป้าหมายส่งเสริมให้ประชาชนออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของประชากร ในปี 2570 สำหรับในปีนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีเป้าหมายให้มีผู้ใช้แอปพลิเคชัน CCC จำนวน 2 ล้านคน โดยการขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกายสะสมแคลอรี ผ่านแอปพลิเคชั่น CCC ในระดับจังหวัดประจำปี 2566 ด้วยกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกายในรูปแบบที่ท้าทาย (Challenge) โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในการส่งเสริมการออกกำลังกายในระดับอำเภอ/จังหวัด การประชาสัมพันธ์กิจกรรมการใช้แอปพลิเคชัน CCC กำหนดระยะเวลาในการส่งเสริมการออกกำลังกายสะสมแคลอรี และรวบรวมผลการดำเนินงานของทุก Challenge ในระดับอำเภอและจังหวัด ระหว่างเดือนพฤษภาคม – เดือนสิงหาคม 2566 จำนวน 100 วัน ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะมอบใบประกาศนียบัตรของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้กับผู้ผ่านเกณฑ์การออกกำลังกายที่กระทรวงกำหนดไว้ ภายใต้โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลสถิติการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชน (Calories Credit Challenge)

ทั้งนี้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ ได้กำหนดกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกายสะสมแคลอรี ผ่านแอปพลิเคชัน CCC ในระดับจังหวัด “วิ่ง ขยับ นับแคล @ ประจวบคีรีขันธ์” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี ส่งเสริมกีฬาขั้นพื้นฐาน และกีฬาเพื่อมวลชน ลดโอกาสการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคในกลุ่ม NCDs เพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคมโดยรวมของจังหวัด และสนับสนุนใช้แอปพลิเคชัน เพื่อเก็บข้อมูลการออกกำลังกาย และเล่นกีฬารวบรวมเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ ประมวลผล พฤติกรรมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาของประชาชนชาวไทย และเพื่อใช้ในการพัฒนากีฬามวลชนเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนชาวไทยมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ต่อไปในอนาคต โดยกำหนดการจัดกิจกรรมวิ่งขยับ นับแคล @ประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 20 สิงหาคม 2566 เวลา 06.00 น. ณ สะพานสราญวิถี หน้าอ่าวประจวบฯ อ.เมือง จ.ประจวบฯ ใช้เส้นทางผ่าน Streer Art ถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก ชุมชนหัวบ้าน ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวถนนสู้ศึกอีกทางหนึ่งด้วย.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ศูนย์เรียนรู้บ้านทองเม็ด เปิดคลังความรู้เรื่องทองบางสะพานให้นักเรียน

ศูนย์เรียนรู้บ้านทองเม็ด เปิดคลังความรู้เรื่องทองบางสะพานให้นักเรียน

ศูนย์เรียนรู้บ้านทองเม็ด ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ต.พงศ์ประศาสน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ถือได้ว่าเป็นคลังความรู้ในเรื่องของ “ทองบางสะพาน” ซึ่งเป็นทอง 99.99% และยังเป็นทองแห่งความเชื่อ นิยมนำมาพกติดตัวบูชา เป็นของขวัญจากธรรมชาติ ซึ่งยังมีคนอีกจำนวนมากที่มาร่อนทอง แต่ไม่เคยได้รับรู้ถึงวิวัฒนาการของการหาทองบางสะพาน ที่มีอยู่หลายรูปแบบ ตลอดจนรูปลักษณ์ของทองบางสะพาน ที่พบได้จากคลองทอง สายน้ำแห่งทองบางสะพาน

และเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา นักเรียนจากโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองบัว อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ กว่า 100 คน ได้เข้ามาเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการนำเสนอของที่ศูนย์เรียนรู้บ้านทองเม็ด มีนายจิรฐกรณ์ อิสระพานิชย์ หรือโจ้ บ้านทองเม็ด เจ้าของศูนย์เเห่งนี้ให้การต้อนรับ พร้อมจัดกิจกรรมในการเรียนรู้ให้กับเด็กนักเรียนที่มาเยี่ยมชม

นายจิรฐกรณ์ เปิดเผยว่า ศูนย์เเห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อหวังจะให้เป็นแหล่งรวบรวมความรู้เรื่องราวของทองบางสะพาน เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเยี่ยมชม ศึกษาเรื่องราวความเป็นมา ตลอดจนวิธีการในการหาทองบางสะพาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านการแสดงภายในศูนย์ พร้อมทั้งวีดีทัศน์ ซึ่งวันนี้ยินดีที่มีโอกาสต้อนรับนักเรียนโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองบัว ซึ่งศูนย์ฯ ได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับน้องๆ แบ่งออกเป็น 4 ฐาน ประกอบด้วย

1. ฐานการเรียนรู้ประวัติความเป็นมาและการหาทองคำบางสะพาน ผ่านสื่อวีดีทัศน์ ที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของทองบางสะพาน ตลอดจนวิธีหาทองบางสะพานตั้งแต่อดีตจนถึงปัขจุบัน
2. ฐานการเรียนรู้เปิดขุมทรัพย์ทองบางสะพาน ที่รวมรวบจัดแสดงทองบางสะพานชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบทองผง – ทองเกล็ด – ทองเม็ดและทองอมหิน มาที่นี่เห็นของจริงว่าแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันอย่างไร และที่นี่คือแหล่งเก็บสะสมทองบางสะพานมากที่สุดในประเทศก็ว่าได้
3. ฐานการเรียนรู้ร่อนทอง ฐานนี้ทุกคนจะได้เรียนรู้วิธีการร่อนทองด้วย “เลียง” ที่มีลักษณะคล้ายกระทะ ทำมาจากไม้ ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญที่สุดสำหรับการร่อนทอง ทุกคนจะทดสอบการร่อนทองจริงๆ
4. ฐานสุดท้าย “เป่าคาถาหาทอง” ที่ศูนย์ฯ แห่งนี้ได้ประยุกต์กิจกรรมนันทนาการสุดฮิต ที่ทุกคนต้องรู้จักมาให้ได้สนุกสนานกัน นอกจากความสนุกในฐานนี้แล้ว น้องๆ ยังได้เรียนรู้ลักษณะรูปลักษณ์ของทองเม็ดที่มีความไม่แน่นอนและปรับเปลี่ยนได้ตามจินตนาการของแต่ละคน ว่าจะเห็นรูปร่างเป็นอย่างไร

นายจิรฐกรณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่าผู้ที่สนใจหรือหมู่คณะใด ที่ต้องการเข้ามาเรียนรู้ ติดต่อได้ที่ศูนย์เรียนรู้บ้านทองเม็ด ต.พงศ์ประศาสน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โทร. 087-5565697.

พิสิษฐ์ รื่นเกษม….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 22 วันที่ 9 – 16 ก.ย.นี้

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 22 วันที่ 9 – 16 ก.ย.นี้

วันที่ 16 สิงหาคม 2566 นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ จ.เพชรบุรี กล่าวว่าชายหาดชะอำ เมืองท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ ที่มีศักยภาพทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย โดยเฉพาะหาดทรายชายทะเล พร้อมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทางด้านท่องเที่ยวไว้คอยบริการอย่างครบครัน เป็นที่รู้จักและนิยมแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ประกอบกับพื้นที่ชายฝั่งทะเลตั้งแต่ อ.บ้านแหลม เรื่อยมาจนถึง อ.ชะอำ มีการเพาะเลี้ยงหอยมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาหมึกที่ชุกชุม โดยเฉพาะชายฝั่งชะอำช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคมของทุกปีจะมีปลาหมึกมากและมีชาวประมงออกเรือไปจับปลาหมึกกลางทะเลเป็นจำนวนมาก จึงเป็นช่วงที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยว สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จึงได้ร่วมกันจัดงานเทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก ขึ้นเป็นประจำทุกปี

สำหรับการจัดงานในปีนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็นงานเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ชะอำ เนื่องมาจากปัจจุบันนี้มีนกอพยพน้อยลง อีกทั้งกิจกรรมดูนกไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากเหมือนก่อนแล้ว

ในปีนี้ เทศบาลเมืองชะอำร่วมกับ ททท.สำนักงานเพชรบุรี สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี และบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด กำหนดจัดงานเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 22 ขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 16 กันยายนนี้ รวม 8 วัน 8 คืน ที่บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลสดๆ เลิศรสที่ปรุงด้วยเมนูหอยเป็นหลักและอาหารอื่นๆ อีกหลากหลายจากโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังในอำเภอชะอำและจังหวัดเพชรบุรี กว่า 50 ร้าน ในราคายุติธรรมและเหมาะสมกับการที่จังหวัดเพชรบุรีได้ชื่อว่าเป็นเมืองสร้างสรรค์อาหาร หรือ Phetchaburi City of Gastronomy อีกทั้งยังจัดให้มีการแสดงดนตรีจากวงดนตรีที่ได้รับความนิยมบนเวทีทุกคืน วันที่ 9 กันยายน แบมๆ แก้มใส วันที่ 10 กันยายน พลอย เดอะวอยซ์ วันที่ 11 กันยายน โดนัท วันที่ 12 กันยายน เรไร ไลฟ์สด วันที่ 13 กันยายน ข้าว ธิดาทิพย์ วันที่ 14 กันยายน ฝ้ายไทย ไหทองคำ วันที่ 15 กันยายน พชิหนองหินห่าว เจศุภกฤษ์ และวันที่ 16 กันยายน หลีช้ง ไหทองคำ

นอกจากนี้ยังมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น บนถนนคนเดินรอบบริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ และยังได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่หาได้เฉพาะในงานเทศกาลนี้ 1 ปีมีครั้งเดียวกับบริการนำนักท่องเที่ยวลงเรือตกหมึกกลางทะเล ที่น่าตื่นเต้นประทับใจทุกวันในราคาถูกเป็นพิเศษ เพียงคนละ 100 บาท พร้อมอุปกรณ์ตกหมึก “โยธกา’’ ไว้บริการบริเวณจุดหน้าทะเล โดยวันเปิดงาน ผู้ว่าราชการจังหวัดจะมาเป็นประธานเปิดงาน พร้อมรังสรรค์เมนูจานเด็ดจากเซฟจากโรงแรมชั้นนำในพื้นที่ชะอำ โดยใช้ปลาหมึกสดที่ได้มาจากประมงพื้นบ้าน แจกจ่ายให้นักท่องเที่ยวได้ลองทาน จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจเที่ยวชมงานตามวันดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ.