Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ เฝ้าระวังโรคลีเจียนแนร์ หลังพบผู้ป่วยต่างชาติ 4 รายในหัวหิน

ประจวบฯ เฝ้าระวังโรคลีเจียนแนร์ หลังพบผู้ป่วยต่างชาติ 4 รายในหัวหิน

วันที่ 5 เมษายน 2567 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดประจวบฯ มี นพ.วรา เศลวัตนะกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อสำคัญในพื้นที่ โดย 10 ลำดับโรคที่พบผู้ป่วยสะสมสูงสุด ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2567 ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ 1,226 ราย ปอดบวม 933 ราย ไข้เลือดออก 229 ราย วัณโรค 183 ราย มือ เท้า ปาก 177 ราย อาหารเป็นพิษ 173 ราย มาลาเรีย 131 ราย โควิด – 19 ผู้ป่วยสะสม 46 ราย หนองใน 33 ราย และไข้ซิกา 24 ราย

นพ.วรา เศลวัตนะกุล ได้รายงานสถานการณ์โรคลีเจียนแนร์ (Legionnaires’ Disease) ของจังหวัดประจวบฯ ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ – 18 มีนาคม 2567 มีรายงานผู้ป่วยสะสม 5 ราย ได้แก่ สัญชาติเมียนมา 1 ราย (อาศัยในพื้นที่อำเภอสามร้อยยอด) และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอหัวหิน 4 ราย ได้แก่ สัญชาติเนเธอร์แลนด์ 2 ราย สวีเดน 1 ราย และเยอรมนี 1 ราย ซึ่งมีประวัติเข้าพักในโรงแรม คอนโดมิเนียม เกสต์เฮาส์และโครงการบ้าน ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้ทำการสอบสวนควบคุมโรค สำรวจเก็บตัวอย่างน้ำใช้ในบ้าน โรงแรมและที่พักของผู้ป่วยทั้ง 4 ราย สำรวจโครงสร้างระบบน้ำประปาของเทศบาลเมืองหัวหิน รวมถึงการหาจุดที่คาดว่าจะพบเชื้อในสถานที่ต่างๆ ที่สอดคล้องกับการเกิดโรค ส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบ

ทั้งนี้ โรคลีเจียนแนร์ ไม่ใช่โรคอุบัติใหม่ เป็นโรคที่เกิดจากการที่ปอดติดเชื้อแบคทีเรียลีจิโอเนลลา โดยแบคทีเรียชนิดนี้สามารถพบได้ในแหล่งน้ำ โดยเฉพาะในน้ำอุ่นประมาณ 32 – 45 องศาเซลเซียส ทั้งแหล่งน้ำตามธรรมชาติ อย่างแม่น้ำหรือทะเลสาบ และแหล่งน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ติดเชื้อแบคทีเรียลีจิโอเนลลาส่วนใหญ่ มักได้รับเชื้อมาจากแหล่งน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยเฉพาะในอาคารขนาดใหญ่และโรงแรม ลักษณะอาการเด่นที่มักพบได้ เช่น ปวดศีรษะขั้นรุนแรง ไข้ขึ้นสูง หายใจไม่อิ่ม ปวดกล้ามเนื้อ และไอ ถ้าเป็นมากอาจพบลุกลามเป็นโรคปอดบวม ช่องทางการติดเชื้อติดได้จากการแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ ความชื้น การสำลักน้ำที่มีเชื้อเข้าไปในปอดโดยตรง เป็นโรคที่ไม่ติดต่อจากคนสู่คน แต่ต้องเฝ้าระวังการระบาดไม่ให้ขยายวงกว้าง โดยขณะนี้ ร.พ.หัวหิน และ ร.พ.กรุงเทพ หัวหิน ได้ประสานความร่วมมือ หากพบผู้ป่วยรายใหม่ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 24 เมษายน จะมีการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อลีเจียนแนร์

นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ กล่าวว่า ระหว่างที่รอผลตรวจตัวอย่างน้ำ ขอให้เทศบาลเมืองหัวหิน ดูเรื่องของปริมาณคลอรีนน้ำประปาของเทศบาลให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แม้โรคนี้จะไม่ได้น่ากลัวมากนัก ไม่ได้ติดต่อจากคนสู่คน แต่หากพบผู้ป่วยมาก ก็อาจจะกระทบต่อการท่องเที่ยวได้

ด้านนางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน – ชะอำ กล่าวว่า ขณะนี้ได้แจ้งให้ผู้ประกอบการโรงแรมสถานที่พักซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ได้รับทราบแล้วเกี่ยวกับการพบผู้ป่วยโรคลีเจียนแนร์ที่หัวหิน เพื่อเฝ้าระวังตรวจสอบระบบน้ำ ช่องน้ำทิ้งต่างๆ ภายในโรงแรม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ รวมพลังสามัคคี สตรีเมืองประจวบฯ ร่วมรณรงค์“ผ้าไทยใส่ให้สนุก”

ประจวบฯ รวมพลังสามัคคี สตรีเมืองประจวบฯ ร่วมรณรงค์“ผ้าไทยใส่ให้สนุก”

วันที่ 4 เมษายน 2567 นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานรวมพลังสร้างสรรค์ สามัคคี สตรีอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และร่วมรณรงค์ การสวมใส่ผ้าไทย“ผ้าไทยใส่ให้สนุก”เนื่องในวันสตรีสากล ปี 2567 ที่บริเวณลานหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองประจวบฯ มีนายดำรงค์ มากระจัน พัฒนาการจังหวัด นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัด นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอเมืองประจวบฯ นางสุคนธ์ สุขอนุเคราะห์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอเมืองประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และสตรีจากทุกหมู่บ้าน ตำบล ในพื้นที่อำเภอเมืองประจวบฯ เข้าร่วมงาน มีการมอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับสตรีผู้บำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมดีเด่น 12 คน จาก 6 ตำบล อีกทั้งมีการเดินแบบสวมใส่ผ้าไทย ภายใต้แนวคิด“ผ้าไทยใส่แล้วสนุก”ของหัวหน้าส่วนราชการ และองค์กรสตรีทุกตำบล

ตามที่องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันที่ 8 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันสตรีสากล และเชิญชวนประเทศสมาชิกจัดงานวันสตรีสากลประจำปีขึ้น โดยปีนี้อำเภอเมืองประจวบฯ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองประจวบฯ คณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอเมืองประจวบฯ ได้ร่วมกันจัดงานวันสตรีสากลขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สตรีจากทุกหมู่บ้าน ตำบล ได้มาร่วมกันแสดงพลัง ความสามัคคี และร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ที่จะปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีและสร้างความมั่นคงทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศต่อไป รวมทั้งรณรงค์การสวมใส่ผ้าไทย “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ด้านการอนุรักษ์และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาการทอผ้าของไทย ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสาน รักษาและต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงอีกด้วย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ สั่งคุมเข้มคุณภาพ “ทุเรียน GI ป่าละอู” ก่อนถึงมือผู้บริโภคในเดือนพฤษภาคมนี้

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ สั่งคุมเข้มคุณภาพ “ทุเรียน GI ป่าละอู” ก่อนถึงมือผู้บริโภคในเดือนพฤษภาคมนี้

วันที่ 4 เมษายน 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัด ครั้งที่ 2/2567 ที่ห้องประชุมสำนักงานพาณิชย์จังหวัดประจวบฯ มีผู้ร่วมประชุมประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชน ท้องถิ่นและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟัง ทั้งนี้จังหวัดประจวบฯ ได้ดำเนินการส่งเสริมให้มีการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) โดยมีกระบวนการส่งเสริม คุ้มครอง ดูแลรักษามาตรฐาน เพื่อเพิ่มมูลค่าการตลาดให้แก่สินค้า จึงมีคำสั่งที่ 8749/2566 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2566 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดประจวบฯ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานและพาณิชย์จังหวัดประจวบฯ เป็นคณะกรรมการและเลขานุการ มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลและส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัด การรับรองคำขอจดทะเบียน หรือคำขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัด รวมถึงการพิจารณาแต่งตั้งคณะทำงาน หรือคณะอนุกรรมการ ซึ่งสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI แล้วมี 2 ชนิด ได้แก่ “ทุเรียนป่าละอู” และ “มะพร้าวทับสะแก” และสินค้าที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนอีก 2 ชนิด คือ “ทุเรียนตะนาวศรีคีรีขันธ์”และ “สับปะรดสยามโกลด์ประจวบคีรีขันธ์” สินค้าที่อยู่ระหว่างการจัดทำคำขอและกำลังจะยื่นขอจดทะเบียน 1 ชนิด คือ “มะม่วงแก้วพุสามร้อยยอด” ทั้งนี้ที่ประชุมคณะกรรมการฯ ได้รับรองการตรวจสอบคุณภาพทุเรียนป่าละอู ประจำปี 2567 จำนวนทั้งสิ้น 226 ราย (เกษตรกร 274 ราย) โดยเลขาฯ จะดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน กล่าวว่าทุเรียนป่าละอู เป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทองพระราชทาน ซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) ทรงพระราชทานให้แก่ตำรวจตระเวนชายแดนนำไปปลูกที่ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน ครั้ง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงเรียนอานันท์ ที่บ้านป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2509 จนกลายเป็นผลไม้ที่นิยมปลูกกันในพื้นที่ เมื่อนำมาปลูกในพื้นที่ป่าละอูที่มีความพิเศษบนพื้นที่สูง สภาพอากาศและความอุดมสมบูรณ์ของดิน อีกทั้งเป็นการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ จึงทำให้ได้ผลผลิตทุเรียนมีคุณภาพ มีรสหวาน เนื้อหนา เหนียว เนียนละเอียด สีเหลืองอ่อน เนื้อแห้ง มีความมันมากกว่าความหวาน เม็ดลีบเล็ก กลิ่นไม่รุนแรง ได้รับการยอมรับจากผู้โปรดปรานทุเรียนว่ามีความพิเศษเป็นเอกลักษณ์ จนได้รับเครื่องหมายสินค้า GI (Geographical Indication) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2557 แสดงถึงแหล่งเพาะปลูกที่เจาะจงแค่ที่ใดที่หนึ่ง เป็นสินค้าเด่นของชุมชน ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าการเกษตร โดยผู้มีสิทธิใช้เครื่องหมาย GI ได้แก่เกษตรกรผู้ผลิตในพื้นที่เป็นเจ้าของร่วมกัน ซึ่งได้ร่วมกันรักษาคุณภาพมาตรฐานชื่อเสียงและอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นนี้เอาไว้

“ขณะนี้ทุเรียนป่าละอูซึ่งติดดอกมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 และจะเข้าสู่ตลาดได้ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม เป็นช่วงเฝ้าระวังปริมาณการให้น้ำอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว แดดแรง และสภาวะอากาศที่แปรปรวนส่งผลให้ปริมาณการใช้น้ำดูแลต้นทุเรียนมากขึ้น บางส่วนไม่ติดดอก/ร่วง ในปีนี้ คาดการณ์ผลผลิตจะออกสู่ตลาดประมาณ 2,700 ไร่ จากทั้งหมด 4,000 กว่าไร่ (รวมพื้นที่ GI) โดยช่วงต้นฤดูปลายเดือนพฤษภาคม จะออกประมาณ 10% ช่วงกลางฤดู กลางเดือนมิถุนายน ประมาณ 40% เดือนกรกฎาคม ประมาณ 40% และช่วงปลายฤดูประมาณ 10% คาดการณ์ว่าจะได้ผลผลิตเฉลี่ย 800 กิโลกรัม/ไร่ ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐาน ในภาพรวมอาจได้น้อยกว่าปีที่แล้ว” นายพลกฤต กล่าวตอนท้าย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เจ้าของไร่ผูกเปลนอนเฝ้าสวนมะม่วง ถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิต

เจ้าของไร่ผูกเปลนอนเฝ้าสวนมะม่วง ถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิต

วันที่ 4 เมษายน 2567 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี รับแจ้งว่า เกิดเหตุช้างป่าทำร้ายชาวบ้านจนเสียชีวิต ที่บ้านเข็ดกา หมู่ 12 ต.บ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงประสานไปยังพนักงานสอบสวน สภ.อ่าวน้อย พร้อมนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเป็นสวนมะม่วง ซึ่งอยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติกุยบุรี และที่โคนมะม่วงต้นหนึ่งมีเปลผ้าร่มสีลายพราง ด้านหนึ่งผูกกับต้นมะม่วง อีกด้านหนึ่งผูกกับต้นกระถิน ที่เปลมีร่องรอยฉีกขาด ใกล้กันพบกองเลือดที่พื้น และมีกระเป๋าย่ามสำหรับใส่โทรศัพท์แล้วของใช้อื่นๆ พร้อมทั้งผ้าห่มอีก 1 ผืน ตกอยู่ใกล้กัน ส่วนผู้ถูกช้างทำร้าย ญาติได้นำส่งโรงพยาบาลกุยบุรีไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งต่อมาได้เสียชีวิต ทราบชื่อว่านายฉัตรชัย เปรมปรี อายุ 45 ปี ชาวบ้านหมู่ 6 ต.กุยเหนือ อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ ซึ่งเป็นเจ้าของไร่ที่เกิดเหตุ

ต่อมา นายไพศาล ช่อผกา นายอำเภอกุยบุรี และนายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เดินทางไปที่วัดวังยาว อ.กุยบุรี เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจแก่ญาติผู้เสียชีวิต โดยหัวหน้าอุทยานฯ กุยบุรี ได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรีให้กับญาติของผู้ตายไว้จำนวนหนึ่ง หลังจากนี้จะส่งเรื่องไปยังกรมอุทยานฯ เพื่อเสนอขอรับเงินเยียวยาให้กับญาติผู้เสียชีวิตตามระเบียบต่อไป ส่วนเรื่องของพื้นที่ ที่เกิดเหตุนั้น ตนจะตั้งชุดเฝ้าระวังขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง เพื่อเฝ้าคอยดูแลโซนนี้เป็นพิเศษ ให้คอยช่วยเหลือชาวบ้านในการผลักดันช้างให้กลับเข้าป่า และดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ปลอดภัยอย่างเต็มกำลัง

นางทองพิน เกิดลาภ อายุ 52 ปี และนางทองพูน เปรมปรี ซึ่งทั้งสองคนเป็นพี่สาวของผู้เสียชีวิต เล่าว่านายฉัตรชัยและพวกตนเริ่มไปเฝ้าสวนมะม่วงตั้งแต่ 18.00 น.เศษ โดยตนเฝ้าอยู่อีกสวนหนึ่ง ไม่ห่างกันนัก ในช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. ได้ยินเสียงเพื่อนไร่ข้างเคียงจุดประทัดไล่ช้าง จากนั้นไม่นานได้ยินเสียงไซเรนดังที่ไร่ของน้องชาย ดังอยู่นานไม่ยอมเงียบ เลยชวนกันเดินไปดู เมื่อไปถึงไร่ จุดที่น้องชายผูกเปลนอน ก็พบว่าเปลฉีกขาดกองกับพื้น ส่องไฟดูข้างๆ เปล ก็พบร่างน้องชายนอนคว่ำหน้ากับพื้น จึงช่วยกันประคองขึ้นมา ได้ยินเสียงน้องชายหายใจเฮือกก่อนจะแน่นิ่งไป นางทองพินจึงโทรตามให้สามีมาพาน้องชายไปโรงพยาบาลกุยบุรี แต่ก็ไม่ทันการณ์ โดยพบว่าแถวหน้าอกซ้ายมีรอยบวมช้ำ คาดว่าน้องชายนอนดึก ช่วงที่มีช้างป่าเข้ามาในสวน น้องชายอาจหลับไม่ได้ยินเสียงหวอดัง จนช้างเดินมาถึงเปลและอาจถูกช้างป่าเตะ จนทำให้เปลขาดและตกจากเปลจนเสียชีวิตดังกล่าว

นางทองพิน กล่าวต่อ ว่าตนก็ไม่ได้หวังอะไรจากภาครัฐ ขอเพียงให้หัวหน้าอุทยานฯ ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยดูแลและผลักดันช้างให้กลับเข้าป่า เนื่องจากที่ผ่านมา น้องชายของตนเป็นเสาหลักของครอบครัว เลี้ยงดูลูกเมียและแม่ นอกจากนั้นยังช่วยพวกพี่เฝ้าสวนมะม่วง โดยตอนนี้ใกล้จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว จึงอยากให้เจ้าหน้าที่มาช่วยดูแลตรงนี้ด้วย.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

บลูพอร์ตหัวหิน เปิดตัวสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าใหญ่ที่สุดของประจวบฯ

บลูพอร์ตหัวหิน เปิดตัวสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าใหญ่ที่สุดของประจวบฯ

ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดตัวสถานีพักรถและสามารถชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า รับเทศกาลท่องเที่ยวเมษายนนี้ โดยบลูพอร์ตหัวหินจะเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับจอดพักและรองรับนักท่องเที่ยว ที่ไม่ว่าจะเดินทางกลับบ้าน เดินทางท่องเที่ยวทางภาคใต้ หรือทะเลชะอำ – หัวหิน ในเทศกาลวันหยุดยาวนี้ สามารถมาแวะพักรถและพักผ่อนร่างกาย หรือจอดเพื่อชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้ที่จุดพักรถ Bluport Recharge Destination ของบลูพอร์ต หัวหิน ที่นี่มีแหล่งรวมร้านค้าสำหรับช้อปปิ้งและร้านอาหารมากมาย นอกจากนี้ยังมี Gourmet Market สำหรับแวะซื้อของสดและของใช้ต่างๆ ระหว่างการเดินทาง เรียกได้ว่าเป็นจุดพักรถและสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์คนเดินทางได้ครบทุกระบบ ที่สำคัญยังช่วยหนุนประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ขานรับกระแสยานยนต์ไฟฟ้าเติบโตต่อเนื่อง เช่นเดียวกับความต้องการของสถานีชาร์จแบตเตอรี่ที่มากขึ้นตามกันไป

จุดสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจุดนี้ เป็นจุดศูนย์กลางที่มีสถานีมากที่สุดแห่งเดียวในเมืองหัวหินและจังหวัดประจวบฯ สามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานรถไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว รองรับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ที่มีแนวโน้มในการเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น โดยลูกค้าสามารถนำรถเข้ามาชาร์จไฟระหว่างที่เข้ามาใช้บริการในบลูพอร์ตหัวหิน ได้สะดวกสบาย ตอบทุกโจทย์การใช้ชีวิตในปัจจุบัน และที่สำคัญเมื่อมาที่นี่ ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาการไม่มีที่จอดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าระหว่างการเดินทางอีกต่อไป เพราะที่นี่ได้รวบรวมทุกระบบ ทุกแบรนด์ ให้ตัวเลือกที่หลากหลายแก่ผู้ใช้บริการที่เดินทางเข้ามาใช้บริการ

น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหินแอสเสท จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตามในส่วนของภาคการขนส่ง ถือเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสัดส่วนที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของไทย ส่งผลให้รัฐบาลต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนลง โดยหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ คือ แนวทางส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ซึ่งมีเป้าหมายในการผลิตรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี 2573 ด้วยแนวโน้มที่เกิดขึ้น และอัตราการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่มีเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน บลูพอร์ตหัวหิน ซี่งมีนโยบายในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ควบคุมและลดผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ก็พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนนโยบายดังกล่าว โดยพร้อมที่จะเปิดให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ต้อนรับเทศกาลท่องเที่ยวในเดือนเมษายนนี้ ทางเราตั้งใจว่าจะทำให้บลูพอร์ตหัวหิน เป็นจุดสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุด แห่งเดียวในเมืองหัวหินและจังหวัดประจวบฯ ไม่ใช่เพียงเพื่อตอบสนองนโยบายภาครัฐเท่านั้น แต่ตอบรับไลฟ์สไตล์ลูกค้าของเรา ที่เน้นความสะดวกสบายและเข้าถึงได้ง่าย ระหว่างที่รับประทานอาหาร เครื่องดื่ม ช้อปปิ้งในบลูพอร์ต หรือแม้กระทั่งจอดเพื่อพักรถ เรียกได้ว่าเป็น Bluport recharge destination อย่างแท้จริง”

สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า บลูพอร์ตหัวหิน จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสงกรานต์นี้ รวมไปถึงประชาชนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงที่เดินทางกลับบ้าน โดยเปิดให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า 2 สถานี รวม 21 จุดจอด ได้แก่ สถานีแรกตั้งอยู่บริเวณลานเดอะสแควร์ ด้านหน้าบลูพอร์ตหัวหิน 4 ช่องจอด และสถานีที่ 2 จะอยู่บริเวณพื้นที่ลานจอดรถชั้น G และชั้น 1 ของบลูพอร์ต หัวหิน เป็นสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบชาร์จเร็ว DC Fast Charge 11 ช่องจอด และ AC Charge 10 ช่องจอด เพื่อรองรับจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต และอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการภายในบลูพอร์ต รองรับการใช้งานได้อย่างทั่วถึง สะดวกและรวดเร็ว โดยผู้ที่เข้ามาใช้บริการสามารถเดินช้อปปิ้ง หรือทำธุระต่างๆ ขณะรอชาร์จรถได้อีกด้วย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บลูพอร์ตหัวหิน โทร.032 – 905111, เฟซบุ๊ก : Bluport Hua Hin Official หรือ Line : @Bluport.

Categories
กีฬา ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าประจวบฯ นำนักวิ่งนับพันคน “วิ่งกันดุ๊” สนาม 6 คึกคักรอบอ่าวมะนาว

ผู้ว่าประจวบฯ นำนักวิ่งนับพันคน “วิ่งกันดุ๊” สนาม 6 คึกคักรอบอ่าวมะนาว

วันที่ 3 เมษายน 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมวิ่งประจวบคีรีขันธ์ Run Khan Do “วิ่งกันดุ๊” สนามที่ 6 ที่สโมสรกองบิน 5 อ่าวมะนาว อำเภอเมืองประจวบฯ มีนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ, นายองครักษ์ ทองนิรมล, นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบฯ นาวาอากาศเอก พงศ์ชนินทร์ นุชประเสริฐ ผู้บังคับการกองบิน 5 นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอเมืองประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ พร้อมด้วยนักวิ่งกว่า 1,500 คน เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งรอบอ่าวมะนาวท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ซึ่งหลังจบการวิ่งแล้ว ได้มีพิธีมอบธงกิจกรรมวิ่งประจวบคีรีขันธ์ Run Khan Do “วิ่งกันดุ๊” สนามที่ 7 ให้อำเภอบางสะพาน เป็นเจ้าภาพครั้งต่อไป

กิจกรรม RUN KHAN DO “วิ่งกันดุ๊” เป็นกิจกรรมที่จังหวัดประจวบฯ ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัด และส่วนราชการต่างๆ จัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือสร้างสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของแต่ละอำเภอในจังหวัด ส่งเสริมการสร้างทีมและเครือข่ายการทำงานในระดับพื้นที่ทั่วภาคราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำบล และหมู่บ้าน ในการร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมในระดับอำเภอ และเป็นการสร้างกิจกรรมด้านกีฬาและการท่องเที่ยวในงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์ เมืองสามอ่าวและงานกาชาด ประจำปี 2567 โดยกำหนดจัดขึ้นในระดับอำเภอ จำนวน 8 ครั้ง และจังหวัด 1 ครั้ง ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 พฤษภาคม 2567 ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วนในพื้นที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก โดยสนามครั้งต่อไป Track 7 กิจกรรมวิ่งประจวบคีรีขันธ์ Run Khan Do “วิ่ง กัน ดุ๊“ จะจัดขึ้นในวันที่ 10 เมษายน ที่ อบต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ ตรวจเข้มปั๊มน้ำมัน ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบประชาชนในช่วงสงกรานต์

ประจวบฯ ตรวจเข้มปั๊มน้ำมัน ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบประชาชนในช่วงสงกรานต์

วันที่ 3 เมษายน 2567 นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย น.ส.ศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัด นายนพดล สรวงประดิษฐ์ พลังงานจังหวัด น.ส.จันทร์ทิพย์ เนียมเพราะ หัวหน้าสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดเพชรบุรี นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงตรวจสอบปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงในเขตพื้นที่จังหวัดประจวบฯ เพื่อป้องกันมิให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวถูกเอารัดเอาเปรียบจากการซื้อขายสินค้า เนื่องจากใกล้วันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ที่มีประชาชนเป็นจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือมาท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ จึงได้ออกตรวจสอบในการตรวจมาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค สร้างความมั่นใจและรักษาความเป็นธรรมให้กับประชาชน

นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ กล่าวว่าผลการตรวจสอบในครั้งนี้ พบว่ามาตรวัดน้ำมันในสถานีบริการถูกต้องตามมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด โดยได้ทดสอบกับถังตวงมาตรฐาน 5 ลิตร ผลการทดสอบไม่มีความคลาดเคลื่อนเกินอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด จึงขอให้ประชาชนนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการสถานีน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ เดินทางด้วยความมั่นใจในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ อย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิด จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร หรือจำหน่ายในราคาไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ สามารถร้องเรียนไปยังสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือร้องเรียนได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบ และหากพบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคา มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่ายต้องโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการฟรีแก่ประชาชน ที่โรงเรียนหัวหิน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการฟรีแก่ประชาชน ที่โรงเรียนหัวหิน

วันที่ 3 เมษายน 2567 นายพลกฤต พวงวลัยสิน พร้อมด้วยนางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน คณะผู้บริหารเทศบาล น.ส.เฌอมาลย์ อุทัยวรรณวงศ์ นายกสโมสรไลออนส์หัวหิน ร่วมกิจกรรมออกหน่วยบริการของแผนกหน่วยแพทย์มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ที่หอประชุมวิริยะสมิทธ์ โรงเรียนหัวหิน มีนายบุญเกิด อรรธนิศากร ประธานมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน นายคนิศน์ โชคสุชาติ รองประธานมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน น.ส.เนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยสงเคราะห์ชุมชนมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ว่าที่พันตรีกิตติธัช แสนภูวา ผู้อำนวยการโรงเรียนหัวหิน ให้การต้อนรับ มีประชาชนในพื้นที่อำเภอหัวหิน กว่า 100 คน เข้าร่วมรับบริการ

นายบุญเกิด อรรธนิศากร กล่าวว่า วันนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่างมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน กับมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการด้านสุขภาพแก่พี่น้องประชาชนฟรี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย เริ่มให้บริการตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.00 น. มีบริการตรวจโรคทั่วไป คัดกรองเบาหวานเบื้องต้น ตรวจสุขภาพฟัน ตรวจวัดสายตาและแจกแว่นสายตาฟรี บริการตัดผมโดยช่างมืออาชีพจากกรุงเทพฯ และกิจกรรมนันทนาการเด็ก

น.ส.เนาวรัตน์ วรรณศิริ กล่าวว่า ในแต่ละพื้นที่จะมีประชาชนเข้ามาใช้บริการมากน้อยต่างกัน ขึ้นอยู่กับพื้นที่และจำนวนประชากร วันนี้ได้นำแพทย์จากโรงพยาบาลหัวหิน มาให้บริการด้านการการตรวจโรคทั่วไป พร้อมจ่ายยารักษาตามอาการ พรุ่งนี้จะไปบริการในเขตตำบลหนองพลับ ขอเชิญชวนพี่ๆ น้องๆ ชาวหัวหินมารับบริการกันได้ค่ะ

ทั้งนี้เป็นเวลากว่า 46 ปี ที่หน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ออกหน่วยบริการทางการแพทย์เคลื่อนที่แก่ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ทั้งในพื้นที่ชุมชนแออัด และพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการทางการแพทย์อย่างทั่วถึง ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 113 ปี มูลนิธิฯ ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ทับสะแก จัดงานเทศกาลว่าวนานาชาติสร้างสีสันในการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน

ทับสะแก จัดงานเทศกาลว่าวนานาชาติสร้างสีสันในการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน

ช่วงเย็นวันที่ 2 เมษายน 2567 นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นางปองทิพย์ วิวัฒนสิเรศวร ผู้ช่วยท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น.ส.จิราวรรณ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ นายวิบูลย์ เทียนทอง นายก อบต.ทับสะแก นายโพสิทธิ์ เครือวัลย์ ประธานกลุ่มรักษ์หาดทับสะแก และนายสุทิน ตั้งเขาทอง ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลว่าวนานาชาติครั้งที่ 2 ประจำปี 2567 ที่บริเวณลานทรายเขื่อนบ้านทุ่งประดู่ ชายหาดทับสะแก หมู่ 2 ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน นายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก พร้อมคณะผู้บริหารท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา สมาชิกสภาจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมงานแถลงข่าว

ในงานจะมีการแข่งขันประดิษฐ์ว่าวแฟนตาซี ประเภทประชาชนทั่วไป ไม่จำกัดอายุ ประเภททีม 3 คน สามารถประดิษฐ์ว่าวมาจากบ้านได้ เป็นว่าวชนิดใดก็ได้ แต่ต้องประดิษฐ์ขึ้นจากทีมงาน โดยมีภาพถ่ายยืนยันขณะที่ประดิษฐ์ ให้ผู้แข่งขันตั้งชื่อว่าวและอธิบายแนวความคิดให้คณะกรรมการทราบ โครงว่าว ตัวว่าว และวัสดุตกแต่งจะทำจากวัสดุใดๆ ก็ได้ ไม่จำกัดขนาดของว่าวและความยาวของเชือกชัก

การแข่งขันประดิษฐ์ว่าวพื้นเมือง (ปักเป้า, จุฬา ) ประเภททั่วไป ไม่จำกัดอายุและเพศ ผู้เข้าร่วมการแข่งข้นต้องเตรียมวัสดุ อุปกรณ์การแข่งขันมาประกอบเอง โดยสามารถเหลาไม้ไผ่ตัวโครงว่าวมาจากบ้านได้ พร้อมเชือกที่มีความยาวเชือกชัก 50 เมตร ผู้เข้าร่วมการแข่งขันต้องเตรียมส่วนประกอบของโครงว่าวมาให้เรียบร้อย ห้ามมิให้มีการผูกเชือกติดกระดาษ และตกแต่งตัวว่าวมาก่อนโดยเด็ดขาด ต้องมาประกอบและตกแต่งในสถานที่จัดการแข่งขันที่จัดเตรียมไว้ให้ภายในเวลาที่กำหนดเท่านั้น

นายโพสิทธิ์ เครือวัลย์ ประธานกลุ่มรักษ์หาดทับสะแก ในฐานะคณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่า ชุมชนบ้านทุ่งประดู่ เป็นหมู่บ้านชาวประมงพื้นบ้าน จากอดีตที่ผ่านมาช่วงฤดูกาลหน้ามรสุม หรือหน้าว่าว ตั้งแต่เดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์ ชาวบ้านต่างออกมาทำว่าวเล่น ไม่ว่าจะเป็นว่าวปักเป้า ว่าวจุฬา ว่าวแฟนตาซีต่างๆ ขึ้นมาเล่นกัน แต่ทุกวันนี้กีฬาชนิดนี้เริ่มสูญหายไป เด็กรุ่นใหม่ๆ ไม่ค่อยรู้จักการผลิตว่าว ในฐานะที่เป็นประธานกลุ่มรักษ์หาดทับสะแกได้ตระหนักถึงเรื่องการอนุรักษ์ว่าว อนุรักษ์วัฒนธรรมต่างๆ ที่มีมาในอดีต ในปีนี้จึงได้จัดเทศกาลว่าวนานาชาติขึ้นมาเป็นครั้งที่ 2 มีการแข่งขันประดิษฐ์ว่าว การวาดภาพระดับเยาวชน โดยงานจัดระหว่างวันที่ 6 – 7 เมษายน เวลา 11.00 น.- 22.00 น. ส่วนภาคกลางคืนจะมีอาหารพื้นบ้านมาจำหน่ายและมีดนตรีให้ชมกันตลอดงาน.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ น้อมนำพระราชดำริขับเคลื่อนโครงการ“เอามื้อสามัคคี”รณรงค์ปลูกผักสวนครัวลดค่าใช้จ่าย

ผู้ว่าฯ ประจวบฯ น้อมนำพระราชดำริขับเคลื่อนโครงการ“เอามื้อสามัคคี”รณรงค์ปลูกผักสวนครัวลดค่าใช้จ่าย

วันที่ 2 เมษายน 2567 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เปิดจวนผู้ว่าฯ จัดกิจกรรม“เอามื้อสามัคคี”สร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยมีนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล, นายองครักษ์ ทองนิรมล, นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด, นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด, นายดำรงค์ มากระจัน พัฒนาการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2567 และร่วมกันสร้างกระแสการปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างต่อเนื่อง ขับเคลื่อนกระบวนงานที่ 1 ผู้นำต้นแบบตัวอย่างที่เห็นจริง

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้ปลูกผักเป็นตัวอย่างในลักษณะ“ผู้นำต้นแบบ ตัวอย่างที่เห็นจริง”เพื่อร่วมกันสร้างกระแสปลูกผักสวนครัวอย่างต่อเนื่องในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร และร่วมประชาสัมพันธ์เชิญชวนหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ร่วมปลูกผักสวนครัวเพื่อให้มีคลังอาหาร โดยใช้พื้นที่บริเวณบ้านให้เป็นประโยชน์ เน้นการพึ่งพาตนเอง และความสามัคคีของคนในชุมชน ทั้งนี้กิจกรรม“เอามื้อสามัคคี”สร้างความมั่นคงทางอาหาร เป็นการขับเคลื่อนการน้อมนำพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อสร้างให้ชุมชนเกิดความสนใจที่จะปลูกผักเพื่อบริโภคเอง ส่งเสริมการปลูกผักพื้นบ้านด้วยเมล็ดพันธุ์ที่ดีจากต้นพันธุ์ที่สมบูรณ์ แข็งแรง กินอร่อย สร้างความรู้สึกว่าการปลูกผักสวนครัวไม่ใช่เรื่องยาก ปลูกแล้วครอบครัวจะมีผักที่ปลอดภัยหมุนเวียนกินตลอดปี นับเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี.