Categories
ข่าว ทั้งหมด

ประจวบฯ พ้นวิกฤติภัยแล้ง พร้อมเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกพื้นที่

ประจวบฯ พ้นวิกฤติภัยแล้ง พร้อมเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกพื้นที่

วันที่ 10 สิงหาคม 2566 นายเดชา เรืองอ่อน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่าตามที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (กอปภ.จ.)ประจวบฯ ได้ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งจังหวัดประจวบฯ ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา และได้มอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ความเดือดร้อนและผลกระทบต่อประชาชน เตรียมความพร้อมการให้ความช่วยเหลือ ตลอดถึงการอำนวยการสนับสนุนการปฏิบัติต่างๆ นั้น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เกิดสถานการณ์ภัยแล้ง ตั้งแต่เดือนมีนาคม – สิงหาคม สรุปพื้นที่ประสบสาธารณภัยแล้งและประกาศเขตให้ความช่วยเหลือที่ผ่านมาทั้งหมด 7 อำเภอ (หัวหิน ปราณบุรี สามร้อยยอด เมือง ทับสะแก บางสะพาน บางสะพานน้อย) 30 ตำบล 211 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 20,467 ครัวเรือน 55,622 คน พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ 16,986 ไร่ และขณะนี้พื้นที่ประสบภัยแล้งได้ยุติและเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว มูลค่าความเสียหายและผลกระทบ 2,665,740.76 บาท สำหรับการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการณ์เหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งจังหวัด ได้มอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่แจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยใช้รถบรรทุกน้ำ เครื่องสูบน้ำและปรับปรุงระบบประปาหมู่บ้านของท้องถิ่น

สำหรับพื้นที่เกินกำลังของ อปท. ได้มอบหมายให้ส่วนราชการระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับเขต สนับสนุนให้ความช่วยเหลือรถบรรทุกน้ำ เครื่องสูบน้ำและเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วยหน่วยงานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4 ประจวบฯ, โครงการชลประทานประจวบฯ, สำนักงานชลประทานที่ 14, สำนักงานแขวงทางหลวงประจวบฯ (หัวหิน), สำนักงานแขวงทางหลวงชนบทประจวบฯ, ศูนย์กำลังสำรอง ค่ายธนะรัชต์, อบจ.ประจวบฯ, กองบิน 5, กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 147, สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7, ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ ตลอดถึงภาคเอกชน องค์กรสาธารณกุศลต่างๆ และภาคประชาชน สรุปการให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เกิดสถานการณ์ ปรับปรุงแหล่งน้ำ 9 แห่ง รถบรรทุกน้ำจากทุกแห่งแจกจ่ายน้ำปริมาณน้ำ 21,586,000 ลิตร เครื่องสูบน้ำ 27 เครื่อง ปริมาณน้ำที่สูบได้ 1,187,870,500 ลิตร การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จังหวัด อำเภอ และ อปท.ได้พิจารณาให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบกระทรวงการคลังครอบคลุมทุกพื้นที่

ทั้งนี้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดประจวบฯ ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมมือให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้งที่ผ่านมา ตลอดถึงประชาชนทุกภาคส่วนจนสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ และขณะนี้เข้าสู่ฤดูฝน ขอให้ประชาชน ซ่อมสร้างภาชนะจัดเก็บน้ำประจำครัวเรือนเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ และให้ อปท. ส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลบำรุงรักษาแหล่งน้ำ ตลอดถึงการปรับปรุงเพื่อการบริหารจัดการน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งต่อไป.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

อำเภอเมืองประจวบจัดทำบุญวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ปี 2566 พร้อมนำชุมชนคนสู้เหล้า

อำเภอเมืองประจวบจัดทำบุญวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ปี 2566 พร้อมนำชุมชนคนสู้เหล้า

วันที่ 10 สิงหาคม 2566 นายวิทยา เขียวรอด นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ประจำปี 2566 มี พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบฯ พ.อ.สมพร น้อยอุทัย หัวหน้าฝ่ายนโยบายและแผน กอ.รมน.จังหวัด นางบุญเยี่ยม วินิจ นายกเทศมนตรีตำบลคลองวาฬ นายไชยพงศ์ บัวไสว นายก อบต.ห้วยทราย นายนคร ศรีสุทานันท์ รองนายก อบต.อ่าวน้อย พ.ต.ท.วิชัย สางาม รอง ผกก.สภ.คลองวาฬ น.ส.ธนพร บางบัวงาม ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดประจวบฯ ส่วนราชการประจำอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจากทุกตำบลและหมู่บ้าน จำนวน 234 คน เข้าร่วมที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อมนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูป จากวัดธรรมิการามวรวิหาร สวดอาราธนาศีล สวดเจริญพระพุทธมนต์ และรับการถวายจตุปัจจัยไทยธรรมและภัตตาหารเพลแบบใส่ปิ่นโต

ต่อมานายวิทยา เขียวรอด นายอำเภอได้อ่านสารจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใจความว่า “เนื่องในโอกาส “วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน” ประจำปี 2566 ซึ่งมีวาระครบรอบ 131 ปี ผมขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทุกคน ซึ่งถือเป็นตัวแทนของภาครัฐที่ปฏิบัติหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้แก่ประชาชนและดูแลความสงบเรียบร้อยในตำบล หมู่บ้าน ชุมชน อีกทั้งยังประสานการดำเนินงานภาครัฐกับประชาชน โดยเฉพาะงานด้านการปกครองท้องที่ การรักษาความสงบเรียบร้อย การอำนวยความเป็นธรรม ตลอดจนเป็นกำลังหลักในการปฏิบัติงานของราชการส่วนภูมิภาค และบูรณาการความร่วมมือระหว่างส่วนราชการกับประชาชนในการแก้ไขปัญหา ลดความขัดแย้ง เพื่อสร้างความสงบสุขในพื้นที่ ผมขอชื่นชมและขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น อดทน เสียสละ ด้วยความรู้ความสามารถในการช่วยแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ขอให้ทุกท่านประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีความรักความสามัคคี และมีความซื่อสัตย์สุจริต และทำงานโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ ซึ่งจะทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่มีความอยู่ดีมีสุขตลอดไป”

จากนั้น นายอำเภอเมือง อ่านสารจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สารจากนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และสารจากนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง หลังเสร็จพิธีได้มอบเงินรางวัลพร้อมใบประกาศเกียรติคุณกำนันผู้ใหญ่บ้าน ประจำปี 2566 ให้กับผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ดังนี้ ชั้นที่ 2 น.ส.สายไหม เปรมประสิทธิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 ต.อ่าวน้อย รับเงินรางวัล 2,000 บาท ชั้นที่ 1 น.ส.มณเฑียร ศรวิไล แพทย์ประจำตำบลคลองวาฬ รับเงินรางวัล 2,000 บาท และนายสุรศักดิ์ ภูศรี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 ต.อ่าวน้อย รับเงินรางวัล 1,000 บาท นอกจากนี้ มอบรางวัลชนะเลิศระดับจังหวัด หมู่บ้านต้นแบบประชาธิปไตยดีเด่น ประจำปี 2566 ได้แก่ บ้านวังมะเดื่อ หมู่ 3 ต.ห้วยทราย และมอบรางวัลผู้ใหญ่บ้านที่ปฏิบัติงานดีเด่นของแต่ละตำบล ให้กับนายบุญธรรม เชื้อนิล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.บ่อนอก นายณรงค์ โตมอญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 ต.อ่าวน้อย นายจตุพร เย็นจิตร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.เกาะหลัก นายสายฝน ศรจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.คลองวาฬ นายเกรียงไกร แก้วแก่นจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ห้วยทราย

จากนั้นเป็นการประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ประจำเดือนสิงหาคม และเชิญเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดประจวบฯ มี น.ส.ธนพร บางบัวงาม ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าฯ พร้อมเครือข่ายแต่ละชุมชนคนสู้เหล้าอำเภอเมืองฯ เพื่อเชิญชวนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้เข้าร่วมประชุม ร่วมรณรงค์เชิญชวนงดเหล้าเข้าพรรษา โดยประชาสัมพันธ์การจัดงานบุญประเพณี และเทศกาลต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ ปลอดเหล้าปลอดภัย เพื่อลดอุบัติเหตุความสูญเสีย ลดปัญหาทะเลาะวิวาท อาชญากรรม และความรุนแรงในครอบครัว อาทิ งานกาชาด งานบวช งานแต่ง งานสงกรานต์ งานลอยกระทง งานแข่งเรือ งานเทศกาลอาหาร งานศพ งานไทยทรงดำ งานเกษียณอายุ งานสวดมนต์ข้ามปี งานวันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน งานเลี้ยงอาสาสมัครในหมู่บ้าน อีกทั้งไม่ส่งเสริม หรือสนับสนุนให้มีการโฆษณา ประชาสัมพันธ์กิจกรรมส่งเสริมการตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์ในรูปแบบต่างๆ ทั้งในหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และชุมชน.

บุญมา ลิบลับ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอำเภอสามร้อยยอด จัดงาน 131 ปีวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน

ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอำเภอสามร้อยยอด จัดงาน 131 ปีวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน

วันที่ 10 สิงหาคม 2566 นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอสามร้อยยอด เป็นประธานในพิธีวันครบรอบ 131 ปี วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน มีนายสิทธิศักดิ์ น้อยผลเพชร ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอสามร้อยยอด พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนันและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันทำพิธีสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลเจ้าเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอสามร้อยยอด ร่วมในพิธีที่บริเวณลานหน้าพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2435 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทดลองจัดระเบียบการปกครองระดับตำบล หมู่บ้าน ขึ้นเป็นครั้งแรก ณ บ้านเกาะ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงถือเป็นจุดกำเนิดในการจัดตั้งสถาบันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดังนั้นเพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ รวมถึงเพื่อยกย่องเชิดชูการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กระทรวงมหาดไทยจึงได้ประกาศให้วันที่ 10 สิงหาคมของทุกปีเป็น “วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน”

หลังพิธีสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 แล้ว มีพิธีสงฆ์ ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ จากนั้นนายอำเภอสามร้อยยอดอ่านสารจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายบรรจง พันธุ์บัว เป็นตัวแทนอ่านสารจากนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายคมสันต์ สำราญราษฎร์ อ่านสารจากนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง และนายสุภาพ ไทยอุดมทรัพย์ อ่านสารจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก นอกจากนี้ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้มอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรของผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยฯ อีกด้วย.

ภาพ/ข่าว : ฐิติชญา แสงสว่าง

Categories
ข่าว ทั้งหมด

มูลนิธิศาลเทพเจ้ากวนอูปราณบุรี มอบทุนการศึกษาและข้าวสารให้นักเรียนกว่าสามแสนบาท

มูลนิธิศาลเทพเจ้ากวนอูปราณบุรี มอบทุนการศึกษาและข้าวสารให้นักเรียนกว่าสามแสนบาท

วันที่ 10 สิงหาคม 2566 นายชาญณรงค์ พานิชนันทนกุล ประธานมูลนิธิศาลเทพเจ้าพ่อกวนอูปราณบุรี นายวิศาล ปราณประดิษฐ์ พร้อมคณะกรรมการบริหาร ผู้มีจิตศรัทธา นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน ร่วมกันกิจกรรมมอบทุนการศึกษาจำนวน 80 ทุน แบ่งเป็นนักเรียนระดับอาชีวศึกษา 1 แห่ง จำนวน 7 ทุน ระดับมัธยมศึกษา 4 แห่ง จำนวน 23 ทุน ระดับประถมศึกษาและอนุบาล 19 แห่ง จำนวน 50 ทุน ซึ่งทั้งหมดเป็นโรงเรียนที่อยู่ในเขตอำเภอปราณบุรี มีคณะผู้บริหาร ครูอาจารย์โรงเรียนต่างๆนำเด็กนักเรียนมารับมอบทุนการศึกษา ทั้งนี้ยังมอบข้าวสารบรรจุถุงให้กับทุกโรงเรียนนำไปประกอบอาหารกลางวันให้กับนักเรียนด้วย

เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของเทพเจ้ากวนอู ตามปีปฏิทินจีน ตรงกับวันที่ 24 เดือน 6 ซึ่งปีนี้ตามปฏิทินสากลเป็นวันที่ 10 สิงหาคม 2566 มีผู้อุปการะคุณมอบทุนการศึกษาแต่ไม่ประสงค์ออกนาม เป็นเงิน 3 แสนบาท ซึ่งคณะกรรมมูลนิธิฯ มีเจตนารมณ์ให้กับนักเรียนที่มีความขยันหมั่นเพียร มีผลการเรียนดี มีความประพฤติดี และครอบครัวมีฐานะยากจน เป็นการให้โอกาสในการศึกษาเล่าเรียน และเป็นคนดี ดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข ตลอดจนการสร้างความเจริญต่อชุมชน สังคมและประเทศชาติในอนาคตต่อไป.

สมบัติ ลิมปจีระวงษ์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เก๋งแซงรถไม่พ้น ชนกระบะสวนทางจนล้อเพลาหลังหลุด คนขับเจ็บ

เก๋งแซงรถไม่พ้น ชนกระบะสวนทางจนล้อเพลาหลังหลุด คนขับเจ็บ

วันที่ 10 สิงหาคม 2566 ร.ต.อ.สุวัฒน์ กิตติพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.ยางชุม รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีอุบัติเหตุรถเก๋งเฉี่ยวชนกับรถกระบะ บนถนนทางหลวงชนบท หมายเลข 3217 สายเพชรเกษม – บ้านยางชุม ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 3 – 4 บ้านเขาท่าตักน้ำ หมู่ 10 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมสายตรวจรถยนต์ และมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งฮอนด้าแอคคอร์ด สีน้ำเงิน ทะเบียน ธพ 264 กรุงเทพมหานคร ตกอยู่ข้างทาง สภาพด้านหน้ารถฝั่งขวามีร่องรอยชนเสียหาย ในรถมีคนขับมาเพียงคนเดียว ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลที่หัวเข่าขวา ชาวบ้านได้ช่วยนำออกมาจากรถและให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลกุยบุรีไปก่อนแล้ว ทราบชื่อต่อมาว่านายมิวออง ชาวเมียนมา ห่างออกไปประมาณ 30 เมตร พบรถกระบะตอนครึ่ง ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน บจ 989 ประจวบคีรีขันธ์ จอดอยู่ไหล่ทาง ในสภาพถูกชนที่ด้านข้างตัวรถฝั่งคนขับ ตั้งแต่ประตู ยาวไปจนถึงท้ายรถ จนทำให้เพลาหลังของรถหลุดออกไปทั้งสองล้อ กระเด็นเข้าไปอยู่หน้าบ้านที่เกิดเหตุ มีนายภูธน ศิริพิบูลย์ อายุ 36 ปี เป็นคนขับ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

นายภูธน เล่าว่าตนกำลังขับรถกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์สวนมา และรถเก๋งของนายมิวออง ขับตามมา จู่ๆ รถเก๋งก็ขับแซงรถจักรยานยนต์ และมาชนกับรถของตนจนดังสนั่น ทำให้รถของตนเพลาหลุด และมีคนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว โชคดีที่ตนไม่เป็นอะไร ส่วนลูกเมียที่นั่งมาด้วยได้รับการกระทบกระเทือนเล็กน้อย ซึ่งพนักงานสอบสวนได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะสอบสวนนายมิวออง หลังจากได้รับการรักษาแล้ว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

หัวหินจัดกิจกรรมเนื่องในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ครบรอบ 131 ปี

หัวหินจัดกิจกรรมเนื่องในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ครบรอบ 131 ปี

วันที่ 10 สิงหาคม 2566 นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน จ.ประจวบฯ เป็นประธานจัดกิจกรรมเนื่องในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ครบรอบ 131 ปี ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอหัวหิน เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติ และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำนันและผู้ใหญ่บ้าน ที่ทุ่มเทเสียสละแรงกาย แรงใจ ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน โดยในช่วงเช้ามีพิธีถวายเครื่องราชสักการะ บวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พิธีทำบุญเลี้ยงเพลพระสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล อ่านสารเนื่องในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน และมอบประกาศเกียรติคุณแก่กำนันผู้ใหญ่บ้านที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นประจำปี 2566 ระดับอำเภอ

วันที่ 10 สิงหาคม 2435 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทดลองจัดระเบียบการปกครองระดับตำบล หมู่บ้านขึ้นเป็นครั้งแรก ณ บ้านเกาะ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงถือเป็นจุดกำเนิดในการจัดตั้งสถาบันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดังนั้นเพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ รวมถึงเพื่อยกย่องเชิดชูการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กระทรวงมหาดไทยจึงได้ประกาศให้วันที่ 10 สิงหาคมของทุกปีเป็น “วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน”

แม้การปกครองท้องที่ในระดับตำบลและหมู่บ้านจะเป็นหน่วยปกครองที่มีขนาดเล็กที่สุด แต่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าหน่วยการปกครองในระดับอื่น เนื่องจากตำบลและหมู่บ้านเป็นหน่วยปกครองที่มีความใกล้ชิดกับประชาชน สามารถสะท้อนปัญหาและความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง ถึงแม้บริบทของสภาพสังคม การเมืองการปกครองจะเปลี่ยนไป กำนันและผู้ใหญ่บ้านก็ยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้แก่ประชาชน จึงกล่าวได้ว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านสามารถสร้างสังคมที่เข้มแข็งจากระดับฐานราก ให้ประชาชนมีความกินดี อยู่ดี หมู่บ้าน ตำบลมีความมั่นคงปลอดภัย.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

เจ้าคณะภาค 15 วางศิลาฤกษ์อาคารประดิษฐานรูปเหมือน “หลวงพ่อยิด” อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองจอก

เจ้าคณะภาค 15 วางศิลาฤกษ์อาคารประดิษฐานรูปเหมือน “หลวงพ่อยิด” อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองจอก

วันที่ 10 สิงหาคม 2566 พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารประดิษฐานรูปเหมือนพระครูนิยุตธรรมสุนทร (ยิด จนฺทสุวณฺโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองจอก พร้อมด้วยพระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร พระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (มหานิกาย) เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี และพระสงฆ์สมณศักดิ์ ทั้ง 7 รูป นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอกุยบุรี ผู้นำท้องถิ่น ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมากเข้าร่วมประกอบพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลที่วัดหนองจอก ต.ดอนยายหนู อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

พระครูวีรศาสน์สุนทร เจ้าอาวาสวัดหนองจอก ได้รฤกถึงคุณูปการของพระครูนิยุตธรรมสุนทร (ยิด จนฺทสุวณฺโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองจอก ซึ่งเป็นผู้สร้างสาธารณะประโยชน์แก่ชุมชนตำบลดอนยายหนู และพื้นที่ใกล้เคียง ทางวัดจึงดำริจัดสร้างรูปเหมือนพระครูนิยุตธรรมสุนทร (ยิด จนฺทสุวณฺโณ) หน้าตัก 9 เมตร พร้อมอาคารประดิษฐาน เพื่อให้ศิษย์ยานุศิษย์ ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาได้เข้ามากราบไว้และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

“หลวงพ่อยิด” มีนามเดิมว่า ยิด ศรีดอกบวบ เกิดเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2476 ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 7 ปีชวด เป็นบุตรของนายแก้วและนางพร้อย ศรีดอกบวบ มีพี่น้องร่วมสายโลหิต 7 คน ท่านเป็นคนที่ 4 อายุ 9 ขวบ บรรพชาที่วัดบ้านเกิด ฝึกปฏิบัติสมาธิ ศึกษาอักขระเลขยันต์ พระธรรมวินัย กระทั่งอายุ 14 ปีได้ลาสิกขาออกมาช่วยครอบครัวหาเลี้ยงชีพ อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท มีหลวงปู่อินทร์ วัดยาง เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระอธิการหวล ได้รับฉายาว่า จนฺทสุวณฺโณ และได้ศึกษาด้านวิชาอาคมเพิ่มเติม โดยฝากตัวเป็นศิษย์กับหลวงพ่อศุข วัดโตนดหลวง เพื่อศึกษาวิทยาคมเพิ่มเติม และยังได้ออกธุดงค์ไปตามสถานที่วิเวกต่างๆ ในหลายพื้นที่ รวมทั้งได้เดินเท้าเข้าไปในฝั่งประเทศเมียนมา เป็นต้น กระทั่งปี พ.ศ.2487 บิดาล้มป่วย จึงเดินทางกลับมาและลาสิกขาออกมาดูแล และได้แต่งงานมีครอบครัว ท้ายที่สุดเมื่อบิดามารดาถึงแก่กรรมในปี พ.ศ.2518 จึงได้อุปสมบทอีกครั้งที่วัดเกาะหลัก โดยมีหลวงพ่อเปี่ยมเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา จนฺทสุวณฺโณเช่นเดิม ซึ่งขณะนั้นท่านอายุ 51 ปี เมื่ออุปสมบทแล้วก็เดินทางไปจำพรรษาเป็นพระลูกวัดที่วัดทุ่งน้อย อ.กุยบุรี ต่อมาชาวบ้านหนองจอก ต.ดอนยายหนู ทราบข่าว จึงยกที่ดินให้จำนวน 21 ไร่ 2 งาน เป็นพื้นที่ป่าเพื่อให้สร้างวัดขึ้น ได้รับความศรัทธาจากนายทหาร ตำรวจ ประชาชนเป็นจำนวนมากที่เข้ามาขอรับวัตถุมงคล อาทิ ตะกรุด พระเครื่อง ปลัดขิก เนื่องจากเชื่อกันว่าวัตถุมงคลของท่านมีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้าน เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง

วัตรปฏิบัติของหลวงพ่อยิดจะสรงน้ำปีละครั้งเท่านั้น โดยอนุญาตให้ญาติโยมที่เลื่อมใสศรัทธาใช้แปรงทองเหลืองที่ใช้ขัดเหล็ก ขัดตามตัว แขนขาของท่าน แต่แปรงทองเหลืองไม่ได้ระคายผิวหนังแม้แต่น้อย หลังจากขัดตัวให้ท่านแล้ว หลวงพ่อยิดจะมอบวัตถุมงคลให้นำไปบูชากันอย่างทั่วถึง ส่วนปัจจัยที่ได้รับ นำไปสมทบทุนการศึกษาทำนุบำรุงศาสนา สังคมและชุมชน จนกลายเป็นประเพณีถือปฏิบัติของหลวงพ่อยิด แต่ด้วยสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง จึงมรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2538 สิริอายุ 71 ปี พรรษา 30 แต่ด้วยความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและชาวบ้านในพื้นที่ จึงได้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิพระครูนิยุตธรรมสุนทร (หลวงพ่อยิด จนฺทสุวณฺโณ) เพื่อบำรุง บูรณะและปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน เป็นทุนภัตตาหาร การศึกษาและพยาบาลพระภิกษุ สามเณร ทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนนักศึกษาที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ส่งเสริมและสนับสนุนในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์.

Categories
ข่าว ทั้งหมด

ผู้ใหญ่ใจดีหัวหิน มอบทุนการศึกษาเด็กเรียนดีแต่ยากจน โรงเรียนเทศบาลบ้านสมอโพรง

ผู้ใหญ่ใจดีหัวหิน มอบทุนการศึกษาเด็กเรียนดีแต่ยากจน โรงเรียนเทศบาลบ้านสมอโพรง

วันที่ 10 สิงหาคม 2566 น.ส.สุรัชญา อ่วมแย้ม ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลบ้านสมอโพรง นำคณะครูนักเรียน ระดับชั้นอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 468 คน ให้การต้อนรับคณะผู้ใจดี นำโดยนายบุญรวม เอี่ยมเมือง ผู้บริหารโครงการทิพย์วรรณ นายกฤษฎา เอี่ยมเมือง ผู้บริหารบ้านพักรวมทรัพย์ พร้อมภรรยา และคณะร่วมให้การสนับสนุนทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียนและอาหารกลางวัน มีนายอมร พัฒน์ทอง รองประธานสภาเทศบาลเมืองหัวหิน รับมอบหมายจากนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีกล่าวต้อนรับและกล่าวขอบคุณผู้มอบทุน มีนายวชิระ หัสดีพงษ์ อัยการจังหวัดหัวหิน นายสมบัติ ตระกูลกำเนิดเหมาะ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ นักธุรกิจเมืองหัวหินและคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลบ้านสมอโพรง ร่วมมอบทุนด้วย

ทั้งนี้คณะกรรมการและคณะครู โรงเรียนเทศบาลบ้านสมอโพรง ได้คัดเลือกนักเรียนเรียนดี ขาดแคลนทุนทรัพย์และช่วยเหลือกิจกรรมของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง รับมอบทุนการศึกษาจำนวน 20 ทุนๆ ละ 1,000 บาท นอกจากนี้ ยังได้มอบอุปกรณ์การเรียน สมุด ดินสอ และเลี้ยงอาหารกลางวัน ก๋วยเตี๋ยวและไอศครีม ให้นักเรียนและคณะครูทั้งโรงเรียนอีกด้วย

นายกฤษฎา เอี่ยมเมือง ผู้บริหารบ้านพักรวมทรัพย์ กล่าวว่า เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 72 ปี ของนายบุญรวม เอี่ยมเมือง บิดาของตน ผู้บริหารโครงการทิพย์วรรณ มีความประสงค์ที่จะช่วยเหลือเด็กที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยมอบทุนอย่างต่อเนื่องทุกปี อีกทั้งเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษา เชื่อมั่นในคุณค่าและความสามารถของเยาวชน จึงสนับสนุนการศึกษาให้กับเด็กๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมและพัฒนาเยาวชน ให้เติบโตอย่างมีศักยภาพ เป็นคนเก่งและคนดีของสังคมต่อไป.

สุทธิศรี อนุคฤหานนท์….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

นักท่องเที่ยวต่างชาติ แห่เซลฟี่ประติมากรรมซีฟู้ดน้ำพุ หน้าศาลากลางประจวบฯ

นักท่องเที่ยวต่างชาติ แห่เซลฟี่ประติมากรรมซีฟู้ดน้ำพุ หน้าศาลากลางประจวบฯ

วันที่ 9 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส และอีกหลายคน ทยอยพาบุตรหลานมาชื่นชมพร้อมถ่ายภาพเซลฟี่กับประติมากรรมน้ำพุวาฬบลูด้า เพื่อเก็บภาพเป็นที่ระลึก หรือที่หลายคนนิยมเรียกว่าอนุสาวรีย์ซีฟู้ด เนื่องจากบริเวณประติมากรรมมีรูปปั้นสัตว์น้ำหลายชนิดในทะเล เช่น หมึก กุ้ง ปู ปลา และหอยปูเสฉวน ระหว่างพาครอบครัวปั่นจักรยานและเดินเล่นตากอากาศบริเวณชายหาดอ่าวประจวบฯ

ก่อนหน้านี้ประติมากรรมดังกล่าวได้ถูกปล่อยทิ้งร้าง ไม่สามารถใช้งานได้ จนมีการนำเสนอข่าวและชาวบ้านได้ตั้งข้อสังเกตว่าสร้างมาเพื่ออะไร คุ้มค่ากับเงินงบประมาณที่เสียไปหรือไม่ เนื่องจากไม่มีการดูแลให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง แถมยังตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัด นักท่องเที่ยวหรือประชาชนต่างๆ ที่เดินทางผ่านมา จะต้องเห็นอยู่ตลอด

ล่าสุด มีการนำแผงโซล่าเซลล์เข้ามาติดตั้ง เพื่อนำกระแสไฟฟ้ามาใช้กับปั๊มของระบบน้ำพุและแสงไฟส่องสว่าง พร้อมกับเติมน้ำลงไปในอ่าง ดูแล้วสวยงาม เป็นจุดเด่นสะดุดตา เป็นจุดเช็คอินให้กับนักท่องเที่ยวได้ ถึงแม้ว่าจะต้องระวังลิงแสมจากเขาช่องกระจกที่ลงมาเล่นน้ำเพื่อคลายร้อนบ้าง แต่ก็ดูเป็นสีสันแปลกตาอีกแบบหนึ่ง ต้องขอชื่นชมหน่วยงานที่เข้ามาดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้สามารถใช้งานได้ โดยไม่ปล่อยทิ้งร้างอย่างเช่นที่ผ่านมาอีกต่อไป.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ทั้งหมด

กอ.รมน.ประจวบฯ ให้ความรู้ด้านยาเสพติดกับเยาวชนแก้ไขปัญหายาเสพติด

กอ.รมน.ประจวบฯ ให้ความรู้ด้านยาเสพติดกับเยาวชนแก้ไขปัญหายาเสพติด

วันที่ 8 สิงหาคม 2566 พ.ต.หญิง ตฤณนภสสร์ โยธาภักดิ์ กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย ผศ.จำนงค์ แรกพินิจ อธิการบดีสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนมหาวิทยาลัยชีวิต จังหวัดสมุทรสงคราม เข้าร่วมแลกเปลี่ยน พร้อมให้ความรู้ในเรื่องของพิษภัยยาเสพติดในเด็กและเยาวชนแก่ผู้ร่วมโครงการ เพื่อเสริมสร้างเกราะป้องกัน ปัญหายาเสพติด มีนายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายทวีศักดิ์ จุลเนียม ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินอำเภอทับสะแก พร้อมผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน ให้การต้อนรับที่หอประชุมหมู่บ้านทางสาย ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

สำหรับการอบรมในครั้งนี้ คณะครูวิทยากรในการอบรม ยังได้จัดกิจกรรมพิธีเทียน เป็นอีกกิจกรรมเสริมพลังใจที่ใช้กันในค่าย โดยวิธีการอาจมีส่วนคล้าย หรือต่างกันออกไปตามจุดประสงค์ของเเต่ละพื้นที่ จุดประสงค์ที่สร้างพิธีเทียนนี้ขึ้น ได้แก่ 1.เสริมพลังทางใจให้ผู้เข้าค่ายมีความรัก ความเมตตาต่อกันและกัน ต่อตนเองและผู้อื่น 2.เพื่อปลุกความคิดและจิตสำนึกรักและหวงแหนให้ออกมาจากผู้เข้าค่ายมากยิ่งขึ้น 3.เพื่อเชื่อมโยงอารมณ์ประทับใจสู่กระบวนการเรียนรู้ สิ่งที่พิธีเทียนเน้นคือ กระบวนการทางใจ เป็นการหลอมรวมใจทุกคนเข้าด้วยกัน ด้วยจุดประสงค์เดียวกัน โดยกระบวนการทางใจต้องเป็นไปในด้านบวก เพื่อเป็นแรงเสริมที่สร้างคุณค่าต่อใจของผู้เข้าร่วมให้เป็นไปตามหลักจริยธรรมอันดีงาม และให้รำลึกนึกถึงพระคุณบิดา มารดา.

ณัฐธภพ พันสาย….รายงาน