Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท. เตรียมสร้างปรากฏการณ์แสง สี กับงาน “VIJITR 5 ภาค @ประจวบคีรีขันธ์” ปักหมุด “เมืองหัวหิน” แต่งแต้มสีสันยามค่ำคืนสุดเหนือจินตนาการทั้ง 15 จุดแสดง

17 – 25 สิงหาคมนี้! ททท. เตรียมสร้างปรากฏการณ์แสง สี กับงาน “VIJITR 5 ภาค @ประจวบคีรีขันธ์” ปักหมุด “เมืองหัวหิน” แต่งแต้มสีสันยามค่ำคืนสุดเหนือจินตนาการทั้ง 15 จุดแสดง

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมสร้างปรากฏการณ์ “VIJITR 5 ภาค@ประจวบคีรีขันธ์” ในวันที่ 17 – 25 สิงหาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 18.00 – 24.00 น. ณ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่งแต้มสีสันยามค่ำคืนของเมืองหัวหิน ด้วยเทคนิคแสง เสียง เทคนิคสมัยใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ “หัวหิน เสน่ห์วันวาน TIMELESS LIGHT CHARM” ชวนหวนคิดถึงบรรยากาศของวันวานและกลิ่นอายมนต์เสน่ห์อันเหนือจินตนาการของเมืองหัวหินผ่าน 15 จุดการแสดง ที่จะบอกเล่าประวัติศาสตร์วัฒนธรรม วิถีชีวิต ข้ามห้วงเวลาตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน โดยกิจกรรมดังกล่าวถือเป็น 1 ใน 5 พื้นที่อัตลักษณ์ภายใต้โครงการ“VIJITR 5 ภาค” ที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจนำสู่การเดินทางท่องเที่ยวจริงในพื้นที่

ไปกันต่อกับอีกหนึ่งโลเคชันของโครงการ “VIJITR 5 ภาค” กับงาน “VIJITR 5 ภาค @ประจวบคีรีขันธ์” เสนอแนวคิด “หัวหิน เสน่ห์วันวาน TIMELESS LIGHT CHARM” ในวันที่ 17 – 25 สิงหาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณสถานีรถไฟหัวหิน 112 ปี (เก่า), สถานีรถไฟหัวหิน (ใหม่), สวนสาธารณะโผน กิ่งเพชร และห้าง Gold Mall (สี่แยกหัวหิน) อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ บอกเล่าความงดงามเหนือกาลเวลาของเมืองหัวหิน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งในมุมของวิถีชีวิต ภูมิปัญญา วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ผ่าน 15 จุดการแสดงแสง สี เสียงผสมผสานกับ Projection Mapping การประดับ ตกแต่งไฟ การแสดง Lighting สุดทันสมัย ดึงดูดให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้งสร้างแลนด์มาร์กทางการท่องเที่ยวให้กับจังหวัด  อันจะเป็นโอกาสทางธุรกิจแก่ชุมชน และผู้ประกอบการ สร้างงาน สร้างรายได้หมุนเวียนสู่ฐานราก พร้อมเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวในอีกมิติหนึ่ง ซึ่งจุดการแสดงทั้ง 15 จุดการแสดง และ 1 จุดไฮไลต์ มีรายละเอียดกิจกรรม ดังนี้ แลนด์มาร์ก ขุมทรัพย์หัวจักรแห่งแสง หัวรถจักรไอน้ำโบราณอายุ 100 ปี ที่ใช้งานสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จุดไฮไลท์ที่สะท้อนมนต์เสน่ห์ไร้กาลเวลาของหัวหิน หัวจักรราง ณ วันวานที่โลดแล่นมาทุกช่วงอายุของผู้คน

1. สถานีหัวหินเสน่ห์วันวาน จัดแสดงแสง สี อาคารไม้สไตล์วิกตอเรียนภายใต้หลังคาทรงปั้นหยาที่สะท้อนแสงแห่งความฝัน ย้อนเสน่ห์แห่งวันวาน สวยงามด้วยไม้ฉลุ อบอุ่นหัวใจด้วยกลิ่นอายแห่งอดีตที่รุ่งเรือง

2. หัวจักรรางแห่งแสงรันเวย์ จัดประดับตกแต่งไฟ หัวจักรรางที่เคยโลดแล่นในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ตั้งไว้เป็นที่ระลึก ณ สถานีรถไฟหัวหิน ประดับประดาไฟให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เพื่อรำลึกประวัติศาสตร์

3. ขุมทรัพย์แห่งธรรมชาติ จัดประดับตกแต่งไฟ สร้างสีสันด้วยเทคนิค “Light Down Tree” กับแสงไฟหลากสีสันให้กับขุมทรัพย์แห่งธรรมชาติต้นไม้ใหญ่ที่แผ่รากและให้ร่มเงาอยู่คู่ชาวหัวหินมาอย่างยาวนานที่ใช้แสงจากต้นไม้ส่องลงยังพื้นให้ผู้คนรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ โปร่งสบายและมีชีวิตชีวา

4. หอแห่งกาลเวลา ณ รางรถไฟเก่า จัดประดับตกแต่งไฟ สร้างสีสัน ให้กับตัวแทนแห่งคมนาคมเมื่อครั้งอดีตกาล ประตูสู่สายใต้ แสงสีนวลแห่งดีไซน์สไตล์วิคตอเรียนที่สื่อถึงตัวแทนแห่งชีวิตของชาวเมืองในยุควันวาน ชานชาลาแห่งความทรงจำที่ยึดโยงผู้คนในทุกยุคสมัย

5. พลับพลาสนามจันทร์ทอแสง จัดประดับตกแต่งไฟ สร้างสีสัน Light up ของศูนย์รวมดวงใจชาวไทยและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) แสงเรืองรองดั่งน้ำพระทัย ณ พลับพลาสนามจันทร์ทอแสง แห่งนี้

6. พักแสงวันวาน จัดประดับตกแต่งไฟ สร้างสีสันให้กับเก้าอี้ทอแสงวันวานประกายฝันในสวนสาธารณะโผน กิ่งเพชร ที่สร้างแรงบันดาลใจไม่รู้จบกับสถานที่แห่งตำนานของแชมป์มวยโลกคนแรกของประเทศไทย ด้วยแสงสีสันที่สร้างแรงบันดาลใจราวกับอยู่ในความฝัน

7. เกษตรแห่งแสงเมืองเก่า จัดประดับตกแต่งไฟ สร้างสีสันของเฉดสีแห่งเกษตรกรรมให้ความรู้สึกเหมือนฤดูเก็บเกี่ยวกลับมาอีกครั้ง ณ ดินแดนแห่งความสมบูรณ์ ณ ​จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แสงที่พลิ้วไหวทำให้รู้สึกราวกับพืชพรรณได้เติบโตและหล่อเลี้ยงชีวิต

8. โถงนภาม่านแสง สุนทรีย์แห่งดาราศาสตร์จุดเรียนรู้ท้องฟ้า ณ อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่ถูกก่อตั้งโดยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) โดยทันทีที่ก้าวเข้ามาบริเวณโถงนี้ จะรู้สึกราวกับยืนอยู่กลางฟ้ากว้างสัมผัสเส้นแสงแห่งประกายดาวในราตรีกาล

9. เสียงแสงแห่งกาลเวลา จัดประดับตกแต่งไฟ ด้วยการดีไซน์เทคนิคดนตรีและศิลปะแห่งแสงมาผสมผสานกัน ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับท่วงทำนองเพลงแจ๊ส คล้ายองค์ประกอบของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์​ที่หลากหลายแต่เติมเต็มชีวิตผู้คนได้อย่างอัศจรรย์

10. คลังแสงแห่งความรู้ (หอสมุดรถไฟชุบชีวิต) จัดประดับตกแต่งไฟ ด้วยเทคนิค LED Neo Light ให้กับหอสมุดรถไฟที่ทำมาจากรถไฟอายุกว่า 50 ปี ที่อยู่คู่เมืองหัวหิน การชุบชีวิตรถไฟด้วยแสงไฟหลากหลายสี ระยิบระยับสะท้อนถึงพลังแห่งการเรียนรู้และใช้ชีวิตต่อไป

11. สถานีใต้น้ำ (สถานีรถไฟใหม่) จัดประดับตกแต่งไฟ สถานีรถไฟใหม่ที่นำมาตกแต่งในธีมใต้น้ำเน้นย้ำความอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่มีชายทะเลสวยงามมากมาย

12. ประกายหมัดสังเวียนแสง จัดประดับตกแต่งไฟ ด้วยองศาของแสงไฟที่กว้างขวาง ชวนให้ความรู้สึกฮึกเหิม รำลึกถึงวีรบุรุษชาวหัวหิน “โผน กิ่งเพชร” แชมป์มวยโลกคนแรกของประเทศไทย ด้วยลำแสงที่โฉบเฉี่ยวดั่งหมัดนักมวยที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

13.ลานสุขแห่งแสง จัดประดับตกแต่งไฟ ลานกว้างที่ส่องแสงให้หัวใจเปี่ยมสุข ด้วยเทคนิคการจัดแสงที่สะท้อนอารมณ์ของเมืองหัวหินอย่างครบถ้วน ณ ลานโผน กิ่งเพชร ที่ก่อสร้างเพื่อรำลึกถึงวีรบุรุษนักมวย ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2537

14. เกลียวคลื่นแห่งสีสัน จัดประดับตกแต่งไฟ ให้กับเส้นโค้งและแสงหลากสีฉายออกมาแบบ 3 มิติ เหมือนสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตชาวเมือง ปลุกความสนุกสนานและความสุข แต้มรอยยิ้มให้หัวใจไปพร้อมๆ กัน ณ หลังสวนสาธารณะโผน กิ่งเพชร

15. ประติมากรรมหัวหินเสน่ห์วันวาน จัดประดับตกแต่ง สร้างแสงสีสัน ณ บริเวณห้าง Gold Mall โดยจำลองวิถีชีวิตแห่งชาวเมืองหัวหินด้วยเทคนิคการเล่นแสงทำให้รู้สึกเพลิดเพลินไปกับอารยธรรมและบรรยากาศเมืองเก่า โดยในวันที่ 17 – 25 สิงหาคม 2567 มีการแสดงไฮไลต์พิเศษ ด้วยสื่อผสมที่ทันสมัยที่มีความพิเศษ ตระการตาถ่ายทอดเรื่องราวหัวหินเสน่ห์วันวานกับ 3 จุดการแสดง ได้แก่ หัวจักรรางแห่งแสงรันเวย์ คลังแสงแห่งความรู้ แลนด์มาร์ก ขุมทรัพย์หัวจักรแห่งแสง

นอกจากนี้ ในวันที่ 17 – 18 และ 23 – 25 สิงหาคม 2567 มีการแสดงรอบพิเศษ ด้วยการผสมผสานระบบเทคนิคพิเศษ Light & Sound ประกอบการแสดงที่ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ของวันวานด้วยการบอกเล่าเรื่องราวผ่านยุคสมัยที่น่าจดจำของหัวหินในอดีตจนถึงปัจุบันกับ 2 จุดการแสดง ได้แก่ แลนด์มาร์ก ขุมทรัพย์หัวจักรแห่งแสง จัดแสดงรอบพิเศษ เวลา 19.00 น. ประกายหมัดสังเวียนแสง จัดแสดงรอบพิเศษ เวลา 20.00 น. ไม่เพียงเท่านั้น ยังเพิ่มความพิเศษให้แก่ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมสนุกแลกของที่ระลึกผ่านช่องทาง LINE Official Account @TripNiceDay เพียงนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานถ่ายรูปและเช็กอินปักหมุดให้ครบ 15 จุดการแสดง  แลกรับของที่ระลึกกระบอกน้ำ จำนวนจำกัดเพียง 500 ชิ้น และกิจกรรม “วิจิตรแชะ&แชร์” ร่วมสนุกได้ ตั้งแต่ 17 – 25 สิงหาคม 2567 เพียงแค่ถ่ายรูปและเช็กอิน 15 จุด ภายในงาน โพสต์ลงใน Facebook Page : Vijitr วิจิตร 5 ภาค ผู้ที่มียอดไลก์และแชร์มากที่สุด จำนวน 5 อันดับแรก ลุ้นรับรางวัลพิเศษในเฉพาะวันที่มีการแสดงรอบพิเศษรับ Gift Voucher ที่พักฟรีมูลค่ากว่า 4,000 บาท

ทั้งนี้ โครงการงาน “VIJITR 5 ภาค” ยังมีกำหนดจัดขึ้นในอีก 2 พื้นที่อัตลักษณ์ ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต วันที่ 24 สิงหาคม – 1 กันยายน 2567 และจังหวัดพิษณุโลก วันที่ 7 – 15 กันยายน 2567 เข้าชมฟรี ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page : Vijitr วิจิตร 5 ภาค, Facebook : Thailand Festival และ Facebook : TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง.

This August 17-25, the Tourism Authority of Thailand (TAT) is set to create a spectacle of lights and colors with the event “VIJITR 5 Regions @ Prachuap Khiri Khan.” Pin the “Hua Hin” location and enhance the nighttime atmosphere with vibrant displays across 15 points.

The Ministry of Tourism and Sports, through the Tourism Authority of Thailand (TAT), is ready to present the “VIJITR 5 Regions @ Prachuap Khiri Khan” from August 17-25, 2023, from 6:00 PM to midnight in Hua Hin, Prachuap Khiri Khan Province. The event will illuminate Hua Hin’s night sky using modern lighting and sound techniques under the concept “Hua Hin Timeless Light Charm.” This concept invites visitors to reminisce about the ambiance and the enchanting allure of old Hua Hin through 15 spectacular points that narrate the history, culture, and lifestyle spanning from the past to the present. This activity is one of the five unique areas under the “VIJITR 5 Regions” project aimed at inspiring real travel experiences in the region.

Join us at another location of the “VIJITR 5 Regions” project with the event “VIJITR 5 Regions @ Prachuap Khiri Khan,” offering the concept “Hua Hin Timeless Light Charm” from August 17-25, 2023. Starting from 6:00 PM at locations including the 112-year-old Hua Hin Railway Station (Old), New Hua Hin Railway Station, Phon Kingphet Public Park, and Gold Mall (Hua Hin Intersection) in Hua Hin, Prachuap Khiri Khan Province. Experience the timeless beauty of Hua Hin from its past to the present, encompassing lifestyle, wisdom, culture, and history through 15 vibrant display points featuring lights, colors, sounds, and modern projection mapping. This dynamic display will attract both Thai and international tourists, creating landmarks and business opportunities for the local community and entrepreneurs, generating jobs and circulating income at the grassroots level, thus enriching the tourist experience in a new dimension. The details of the activities at the 15 display points and one highlight point are as follows:

Landmark Treasure of the Locomotive of Light A 100-year-old steam locomotive used during World War II. This highlight reflects the timeless charm of Hua Hin, a locomotive of the past that has traveled through the eras, touching the lives of people across generations.

1. Hua Hin Station Timeless Charm
Features lighting and color displays on Victorian-style wooden buildings under curved roofs that reflect the dreamlike lights, recalling the charm of yesteryears, beautifully crafted with carved wood, warming the heart with the essence of a prosperous past.

2. The locomotive of light runway
Decorated with lighting, this locomotive, which once roamed during World War II and now stands as a memorial at Hua Hin Railway Station, is brought back to life with lights to commemorate history.

3. The Natural Treasure Decorated with lights using the “Light Down Tree” technique, providing a colorful display for the grand trees that have long shaded and stood with the people of Hua Hin, casting light downwards to the ground, allowing people to feel the grandeur of nature that is airy and vibrant.

4. Tower of Time at the Old Railway Tracks
Decorated with lights, adding color to this historical transportation hub, the gateway to the south, with delicate Victorian-style designs that reflect the lifestyle of the townspeople from bygone days, anchoring memories that connect people across generations.

5. Plub pla Sanam Chandra Moonlit Pavilion
Decorated with lights that enhance the central heart of the Thai people and honor the great kindness of King Bhumibol Adulyadej, Rama IX, with glowing lights that reflect like royal grace at the Plubpla Sanam Chandra Moonlit Pavilion.

6. Yesterday Light’s rest Lights up vintage park benches, inspiring endless inspiration at a place legendary for Thailand’s first world boxing champion, with colorful lights that create a dreamlike inspiration.

7. Old town Agriculture of Light Decorated with lights, painting hues of agriculture that bring back the feeling of harvest season in the fertile lands of Prachuap Khiri Khan, with wavering lights that make one feel as if plants are growing and nourishing life.

8. Celestial Curtain Hall A blissful point of astronomy for learning about the sky at the King Mongkut’s Park of Science in Wa Ko, Prachuap Khiri Khan, established by King Mongkut (Rama IV), where stepping into this area feels like standing in the vast sky, touching the light lines of starry glows at night.

9. Sound and Light of Time Decorated with lights using design techniques that blend music and the art of lighting, creating movements that synchronize with jazz tunes, resembling the diverse yet life-enriching elements of Prachuap Khiri Khan.

10. The knowledge light warehouse (Revived Train Library) Decorated with LED Neo Light techniques for the library made from a train car over 50 years old, revitalizing the train with multicolored, sparkling lights that reflect the power of learning and continuing life.

11. Underwater Station (New Railway Station) Decorated with lights, the new railway station is themed underwater, emphasizing the abundant marine beauty of Prachuap Khiri Khan.

12. The Arena of light punch Decorated with broad beams of light that evoke a spirited feeling, reminiscent of the Hua Hin hero “Phon Kingphet,” Thailand’s first world boxing champion, with swift-moving lights like a boxer’s punch.

13. The Plaza of joyous light Decorated with lights, this wide plaza shines light that fills the heart with joy, with lighting techniques that fully reflect the mood of Hua Hin, constructed to commemorate a heroic boxer since October 27, 1994.

14. Swirls of Colorful Waves Decorated with lights, highlighting curves and colorful lights in 3D, akin to life-nourishing water, sparking fun and happiness, marking smiles alongside the hearts at Phon Kingphet Public Park.

15. Hua Hin’s culpture of Timeless Charm
Decorated and creating colorful lights at the area around the Gold Mall, simulating the lifestyle of Hua Hin townspeople with playful lighting techniques that immerse one in the civilization and atmosphere of the old town.

Special highlight performances will take place from August 17-25, 2023, featuring modern mixed media presentations that tell the story of Hua Hin’s charming past at three display points:

– The Locomotive of light runway
– The Knowledge Light Warehouse
– Landmark Treasure of the Locomotive of Light

In addition, on August 17-18 and 23-25, 2023, there will be special performances integrating advanced Light & Sound techniques that capture the charm of yesteryears through narratives spanning the memorable eras of Hua Hin, showcased at two points:

– Landmark Treasure of the Locomotive of Light  will have a special showing at 7:00 PM.
– The Arena of Light Punch will have a special showing at 8:00 PM.

Moreover, attendees can enjoy extra fun and win souvenirs through the LINE Official Account @TripNiceDay. Visitors who join the event, take photos, and check in at all 15 display points can exchange them for a limited edition water bottle, available to only the first 500 participants. Additionally, from August 17-25, 2023, participants can join the “Vijitr Snap & Share” activity. Just take a photo and check in at all 15 points during the event and post it on the Facebook Page: Vijitr 5 Regions. The top five posts with the most likes and shares will have the chance to win special prizes on days with special shows, including a free accommodation Gift Voucher worth over 4,000 THB.

Furthermore, the “VIJITR 5 Regions” project is also scheduled to take place in two other unique locations: Phuket from August 24 to September 1, 2023, and Phitsanulok from September 7-15, 2023. Entry is free, and those interested in joining can find more details on the Facebook Page: Vijitr 5 Regions, Facebook: Thailand Festival, and Facebook: TAT Contact Center.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ยอมใจอาม่า ! ! พิชิตยอดเขาล้อมหมวก 902 ฟุตด้วยวัย 70 ปีในวันแม่แห่งชาติ

ยอมใจอาม่า ! ! พิชิตยอดเขาล้อมหมวก 902 ฟุตด้วยวัย 70 ปีในวันแม่แห่งชาติ

ตามปกติในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวติดต่อกัน 3 วันขึ้นไป กองบิน 5 อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จะจัดกิจกรรมพิชิตยอดเขาล้อมหมวก ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 902 ฟุต ให้นักท่องเที่ยวได้มาพิสูจน์ความสามารถ ทดสอบสมรรถภาพร่างกายของตนเองและถ่ายภาพชมทัศนียภาพในมุมสูงบนยอดเขา พร้อมทั้งกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ และรอยพระพุทธบาทจำลองที่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาล้อมหมวก

ในช่วงสัปดาห์วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่างเดินทางมาเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมพิชิตยอดเขาล้อมหมวกที่กองบิน 5 ได้จัดขึ้น โดยนักท่องเที่ยวแต่ละคนที่มามักจะมาพักค้างที่เมืองประจวบฯ ล่วงหน้า 1 วัน เพื่อพักผ่อนเตรียมความพร้อมร่างกาย แต่ที่เป็นไฮไลท์สุดของกิจกรรมครั้งนี้ คือการปีนเขาของอาม่า 2 ท่าน อายุ 69 ปี และ 70 ปี ที่มาร่วมท้าทายพิสูจน์ความสามารถของด้วย

นางวีณา ไตรรัตน์วรากรณ์ วัย 70 ปี และนางมณี วรรณขจีพิบูลย์ วัย 69 ปี เปิดใจว่า ตนอยู่กรุงเทพฯ และอยากมาปีนเขาล้อมหมวก เพื่อทดสอบสมรรถภาพร่างกายของตนเอง เป็นครั้งแรกที่ได้มาปีนเขาล้อมหมวกในวันหยุดเทศกาล ซึ่งกองบิน 5 จัดขึ้นจึงบอกให้น้องช่วยพามาปีนเขา รู้สึกคุ้มค่ากับความเหนื่อยมาก สุดยอดเลย เนื่องจากด้านบนยอดเขามีวิวที่สวยงาม ถึงแม้ว่าเส้นทางบางช่วงจะลำบาก ก็ขอสู้และร่างกายยังมีความแข็งแรงอยู่ ต้องมีสติเท่านั้นเพราะทุกย่างก้าวอันตราย และในอนาคตถ้ามีโอกาส จะกลับมาปีนเขาล้อมหมวกอีก จึงอยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาปีนเขาล้อมหมวกกันเยอะๆ เนื่องจากวิวด้านบนสวยงามมาก โดยเฉพาะวิว 3 อ่าว ช่วงเช้าๆ สวยงามมาก อาหารก็อร่อย เจ้าหน้าที่คอยบริการอย่างดีเยี่ยม ก่อนเดินทางกลับ อย่าลืมแวะกราบรอยพระพุทธบาทจำลอง และพระบรมสารีริกธาตุบนยอดเขาด้วยเพื่อความเป็นสิริมงคล

สำหรับผู้ที่สนใจจะร่วมกิจกรรมปีนเขาล้อมหมวก ต้องเตรียมความพร้อมทางด้านร่างกาย และแต่งตัวให้เหมาะสมกับการปีนเขา เช่น สวมใส่รองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ สวมถุงมือ หมวก เป้ใส่สัมภาระ และน้ำ เพราะเส้นทางบางช่วงจะต้องปีนป่ายและไต่เชือก หากไม่สวมใส่รองเท้าผ้าใบและถุงมือ อาจได้รับบาดเจ็บอันตรายได้ การเดินทางขึ้นเขาช่วงแรกจะเป็นบันไดคอนกรีต 496 ขั้น แวะจุดพักกลางเขา หลังจากนั้นเดินเท้าตามเส้นทางธรรมชาติ ที่มีทั้งหินแหลมคม และความลาดชันของภูเขาเกือบ 90 องศา ซึ่งจะต้องใช้วิธีการโหนไต่เชือกปีนขึ้นไป ระยะทางขึ้นลงประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารจากกองบิน 5 มายืนประจำจุด เพื่ออำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย และให้ความช่วยเหลือเมื่อนักท่องเที่ยวร้องขอ นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเขาล้อมหมวก ขับรถมาตามถนนเพชรเกษม เมื่อถึงสี่แยกไฟแดงถนนเกาะหลัก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ให้ขับรถมาตามถนนเกาะหลัก เข้าประตูด้านหน้าของกองบิน 5 แลกบัตรที่ป้อมสารวัตรทหาร (สห.) แล้วขับรถวิ่งมาตามเส้นทางที่กำหนด จนถึงเขาล้อมหมวก จะมีเต็นท์บริการลงทะเบียน จุดแจ้งรับใบประกาศ และจ่ายค่าธรรมเนียม 40 บาท ก่อนเริ่มต้นพิสูจน์ความสามารถสู่ยอดเขาล้อมหมวก.

เอกภพ วงษ์ประเสริฐ….รายงาน

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท. จัดเต็ม “Amazing Food Festival 2024 @HUA HIN” ปักหมุดที่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชูเสน่ห์อาหารไทย ปลุกกระแสการเดินทางท่องเที่ยวเชิงอาหาร

ททท. จัดเต็ม “Amazing Food Festival 2024 @HUA HIN” ปักหมุดที่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชูเสน่ห์อาหารไทย ปลุกกระแสการเดินทางท่องเที่ยวเชิงอาหาร

วันที่ 10 สิงหาคม 2567 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดงาน “Amazing Food Festival 2024 @HUA HIN” โดยมี ดร.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “Amazing Food Festival 2024 @HUA HIN” ณ สวนสาธารณะ โผน กิ่งเพชร โดยมีหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ให้เกียรติเข้าร่วมงาน เสิร์ฟเทศกาลอาหารสุดยิ่งใหญ่ ชูเสน่ห์อาหารไทย ยกระดับเทศกาลอาหารสู่ระดับสากล ให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหาร

ดร.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การจัดงาน Amazing Food Festival 2024 ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ 3 ของการจัดงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสบการณ์ในการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และเพิ่มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว และถือเป็นกิจกรรมโครงการตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่จะช่วยสร้างการรับรู้พื้นที่อัตลักษณ์ด้านอาหารไทยได้อย่างชัดเจน แล้วยังมีการผสมผสานวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ก่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวรูปแบบเชิงอาหาร ถือว่าเป็นการสร้างกระแสการเดินทางท่องเที่ยว ทำให้เกิดการขยายเวลาการท่องเที่ยว เป็นการสร้างและขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร เป็นต้น ที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนต่อระบบเศรษฐกิจในภูมิภาคและภาพรวมของประเทศได้ นอกจากนี้การจัดงาน Amazing Food Festival 2024 ได้ชูนโยบาย Ignite Thailand’s Tourism ของรัฐบาล พร้อมจัดเต็มกับกิจกรรมอีเวนต์และงานเทศกาลต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศตลอด 365 วัน สำหรับงาน Amazing Food Festival 2024 เป็นการดึงเสน่ห์ของอาหารไทยทั่วทุกภูมิภาค ชูจุดเด่นและช่วยผลักดันวัตถุดิบของอาหารไทยในการเปิดมุมมองท่องเที่ยวไทยสู่สายตาโลก

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ททท. ขานรับนโยบาย Ignite Thailand’s Tourism ของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยอีเวนต์และงานเทศกาลต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว จึงเป็นที่มาของการจัดงานเทศกาลอาหาร Amazing Food Festival 2024 ณ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในครั้งนี้ ด้วยการดึงเสน่ห์ของอาหารไทยทั่วทุกภูมิภาค ชูจุดเด่นสู่ จุดขายและช่วยผลักดันวัตถุดิบของอาหารไทยผ่านกลยุทธ์ 5 Must Do in Thailand ในมิติของ Must Taste เพื่อเปิดประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสลิ้มลองอาหารไทยที่หลากหลาย เพื่อเชื่อมโยงต่อยอดสู่การเดินทางท่องเที่ยว โดยนำเสนอด้วยแนวคิด “Good Food Good Vibes” และเลือกพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งถือเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มีศักยภาพพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว และที่สำคัญมีร้านอาหารชื่อดังมากมายที่จะช่วยเติมเต็มความสุขให้กับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Food Lover) พร้อมกันนี้ ททท. ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (Sustainable) ด้วยการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมภายในงานอีกด้วย ทั้งนี้หวังว่าการจัดงานฯ ในครั้งนี้จะสามารถสร้างความสุขและแรงบันดาลใจให้แก่นักท่องเที่ยวในการออกเดินทางท่องเที่ยวตามหาร้านอร่อยในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

ภายในงาน “Amazing Food Festival 2024 @HUA HIN” รวบรวมความพิเศษเอาใจนักท่องเที่ยวสายชิม สายกิน และสายโซเชียลให้มาอัปเดตลิ้มลองความอร่อย เปิดประสบการณ์ลิ้มรสวัตถุดิบอันเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นของภูมิภาคต่าง ๆ จากทั่วประเทศไทยแบบอร่อยจุใจ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหารระดับ MICHELIN GUIDE ร้านอาหารชื่อดัง ที่กำลังได้รับความนิยม ร้านอาหารร่วมสมัย ร้านสตรีทฟู้ดท้องถิ่นที่เป็นที่นิยม ร้านอาหารดังของภูมิภาคต่างๆ และการออกบูทจำหน่ายสินค้า Art and Craft และบูทจากผู้ประกอบการรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards)  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการสาธิตการสอนทำอาหาร โดยเชฟมีชื่อเสียง เชฟฮั่ง-ไพบูลย์ กุลวราพร Baan head chef, เชฟรุ่นใหม่ เชฟธันวา-จิตนเร บุญแสงวัฒน์ Private chef และ F&B consultant และเชฟชุมชนท้องถิ่น จากชุมชนปากน้ำปราณ-กลุ่มวิสาหกิจชุมชนโอมจงรวย พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานเข้าร่วมกิจกรรม One Day Trip ที่ชุมชนปากน้ำปราณ เพื่อทำกิจกรรมในชุมชนและเรียนรู้ต้นกำเนิดแห่งวัตถุดิบด้านอาหารของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สามารถลงทะเบียนได้ที่ Facebook Page : Amazing Food Festival 2024  ก่อนจะเพิ่มบรรยากาศแห่งความสนุกสนานไปกับการแสดงดนตรี จากศิลปินชื่อดัง วง SERIOUS BACON, โอ๊ต ปราโมทย์, พลเชษฐ์, URBOYTJ, Morvasu และส้ม มารี มอบให้ชาวหัวหินและชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แบบจัดเต็มตลอดทั้ง 3 วันของการจัดงาน

ททท. คาดว่าการจัดงาน “Amazing Food Festival 2024” จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในครั้งนี้ จะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวและดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพที่ชื่นชอบอาหารมาท่องเที่ยวในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้เกิดการขยายวันพักและเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการท่องเที่ยว อันก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจฐานรากต่อไป ซึ่งการจัดงานฯ ในครั้งนี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่การจัดงานไม่น้อยกว่า 15,000 คน และสร้างรายได้หมุนเวียนไม่น้อยกว่า 35 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page : Amazing Food Festival 2024

The “Amazing Food Festival 2024” Kicks Off in Hua Hin Prachuap Khiri Khan Elevating Soft Power to Boost Food Tourism

Today (August 20, 2024), The Ministry of Tourism and Sports, through the Tourism Authority of Thailand (TAT), in collaboration with Prachuap Khiri Khan Province, is hosting the “Amazing Food Festival 2024 @HUA HIN” from August 10-12, 2024 at Pone Kingpetch Park. Dr. Penpisut Jintasophon, Secretary to the Minister of Tourism and Sports, presided over the opening ceremony of the “Amazing Food Festival 2024” at Pone Kingpetch Park. The event, in collaboration with both public and private sectors, aims to serve up a spectacular food festival, elevating it to an international level and positioning Thailand as a world class destination for food tourism by highlighting Thai and local cuisines as key attractions.

Dr. Penpisut Jintasophon, Secretary to the Minister of Tourism and Sports, stated that the Amazing Food Festival 2024 in Prachuap Khiri Khan which is the third area of the event. aims to enhance the travel experiences of international tourists and increase their spending. This festival aligns with the government’s policy to clearly highlight Thailand’s culinary identity and creatively blend cultures, thereby promoting tourism, especially gastronomy tourism. This creates a trend in travel, extends tourism duration, and expands business opportunities for tourism operators and related businesses such as hotels, accommodations, and restaurants, generating economic circulation regionally and nationally. Moreover, the Amazing Food Festival 2024 promotes the government’s “Ignite Thailand’s Tourism” policy, featuring continuous events and festivals to sustain domestic travel momentum throughout the year. This festival showcases the charm of Thai cuisine from all regions, highlights its uniqueness, and supports Thai culinary ingredients in promoting Thai tourism global

Ms. Thapanee Kiatpaiboon, Governor of the Tourism Authority of Thailand, stated that TAT is aligning with the government’s “Ignite Thailand’s Tourism” policy to drive the economy through various events and festivals, aiming to stimulate travel during low seasons. This led to the organization of the Amazing Food Festival 2024 in Hua Hin District, Prachuap Khiri Khan, emphasizing the unique charm of Thai cuisine from all regions. The festival aims to highlight key selling points and promote Thai food ingredients through the “5 Must Do in Thailand” strategy, specifically focusing on ” Must Taste” The goal is to offer tourists diverse culinary experiences, encouraging travel through the concept of “Good Food Good Vibes.” Prachuap Khiri Khan, a top tourist destination for both Thai and international travelers, is chosen for its readiness to welcome tourists and its abundance of renowned restaurants, enhancing the food tourism experience for food lovers. TAT also emphasizes sustainability, managing the event’s environmental impact, and hopes this event will inspire and bring happiness to tourists seeking culinary adventures.

At the event “Amazing Food Festival 2024 @HUA HIN”, special features are gathered to provide to tourists, food lover, and social media people, allowing them to update their taste experiences. Enjoy the unique and outstanding ingredients from various regions across Thailand, providing a truly satisfying culinary experience. Participating venues include Michelin Guide restaurants, popular eateries, contemporary dining spots, and local favorites. Additionally, the festival includes booths showcasing Art and Craft products and booths from winners of the Thailand Tourism Awards. Chef Hang Paiboon Kulvaraporn, Baan Head Chef and a new generation chef, chef Thanwa Jidnaray Boonsangwat, private chef and F&B consultant, will conduct cooking demonstrations. Local community chefs from Pak Nam Pran Village and Ohmjongruai Community Enterprise Group will also share their culinary expertise. Participants can also join the “One Day Trip” activity organized by the Pak Nam Pran Village community to explore local community and learn about the origins of ingredients in Prachuap Khiri Khan. For more details and registration, visit the Facebook Page: Amazing Food Festival 2024. With the increasement of fun through music performance for the people attending and enjoying 3 days concerts from various famous artists such as as Serious Bacon, Oat Pramote, Ponchet, UrboyTJ, Morvasu and Zom Marie.

TAT expects that by hosting “Amazing Food Festival 2024” in Prachuap Khiri Khan will attract tourists, encouraging them to extend their stay and increase spending, thereby boosting local economic circulation. The event is expected to draw more than 15,000 visitors and generate a revenue of at least 35 million baht.

Those interested in attending the event can find more details on the Facebook Page: Amazing Food Festival 2024.Au

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน จับคู่ธุรกิจด้านสุขภาพกับผู้ประกอบการประจวบฯ – เพชรบุรี สะพัดกว่า 2 ล้านบาท

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน จับคู่ธุรกิจด้านสุขภาพกับผู้ประกอบการประจวบฯ – เพชรบุรี สะพัดกว่า 2 ล้านบาท

วันที่ 5 สิงหาคม 2567 นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีล้านนา กิจกรรมพัฒนาศักยภาพด้านการประชาสัมพันธ์ และการตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ภายใต้โครงการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ประจำปีงบประมาณ 2567 ที่โรงแรมจีหัวหินรีสอร์ทแอนด์มอลล์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มี น.ส.พัชรศรี สมบัติทวีพูน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยนางเกศกนก เดชมา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายศุรอัฐ ณรงค์ฤทธิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดประจวบฯ นายชณัฏฐ์ พงศ์ธราธิก ประธานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ ตำรวจท่องเที่ยว ผู้ประกอบด้านสุขภาพกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 จำนวน 40 ราย และผู้ประกอบการในจังหวัดประจวบฯ ร่วมโครงการ ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ได้ไปศึกษาดูงานที่ศูนย์ดูแลสุขภาพ Chavala wellness center หัวหินด้วย

นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวแสดงความยินดีที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนหนึ่ง ได้รุกธุรกิจตามนโยบายของรัฐบาล โดยนำสินค้าของดีภาคเหนือมาโชว์ที่หัวหินและเพชรบุรี เนื่องจากเห็นว่าหัวหินและชะอำ มีศักยภาพสูงด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเชิงสุขภาพ คาดว่าจะมีการลงนามซื้อขายแลกเปลี่ยนกันระหว่างธุรกิจ สร้างเม็ดเงินรายได้ให้กับทั้งสองภูมิภาคไม่ต่ำกว่าสองล้านบาท การเดินทางมาครั้งนี้ นอกจากการเจรจาธุรกิจแล้ว ยังเป็นการประชาสัมพันธ์ของดีจากทางภาคเหนือให้กับนักท่องเที่ยวได้รู้จักและสัมผัสอีกด้วย

นางเกศกนก เดชมา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดโครงการ กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ประกอบไปด้วยจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง แม่ฮ่องสอนและลำพูน มอบหมายให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพด้านการประชาสัมพันธ์ และการตลาดด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอัตลักษณ์ล้านนา เพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ และเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการจัดกิจกรรมดังกล่าว สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน ได้ดำเนินการจำนวน 2 กิจกรรม คือกิจกรรมพัฒนาศักยภาพให้กับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ด้านการประชาสัมพันธ์และการตลาด มีการอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการประชาสัมพันธ์และการตลาด ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไปแล้วเมื่อวันที่ 28 – 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่โรงแรมแกรนด์ปาแอนด์รีสอร์ท ลำพูน จ.ลำพูน และกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ประสบความสำเร็จ ระหว่างวันที่ 4 – 7 สิงหาคมนี้ ที่จังหวัดประจวบฯ และเพชรบุรี

นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ กล่าวว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 มาร่วมส่งเสริมแลกเปลี่ยนตลาดการท่องเที่ยวและสำรวจสินค้าและบริการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพใหม่ๆ เชื่อมโยงกับจังหวัดประจวบฯ ตามโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีล้านนา โดยเฉพาะ “หัวหิน” ถือเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่สำคัญและเป็นเครื่องยนต์หลักทางเศรษฐกิจของจังหวัด ทั้งนี้จังหวัดประจวบฯ มีทรัพยากรและสินค้าการท่องเที่ยวที่หลากหลาย สามารถตอบโจทย์และไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของลูกค้าแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพก็เป็นสินค้าและกิจกรรมที่เสนอขายในพื้นที่ประจวบฯ สามารถจูงใจลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง มีการใช้จ่ายต่อหัวต่อคนมากกว่านักท่องเที่ยวปกติทั่วไป รวมถึงมีวันพักเฉลี่ยในการอยู่ที่นานวันกว่า

“อย่างไรก็ตามในการเจรจาธุรกิจ ถ้าผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 และผู้ประกอบการจังหวัดประจวบฯ สามารถผสมผสานการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเข้ากับวิถีสุขภาพล้านนา ซึ่งมีอัตลักษณ์ทั้งในเรื่องอาหาร กิจกรรม ภูมิปัญญาการบำบัดแบบล้านนา วิถีชีวิต เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกัน เป็นต้น เสนอขายจัดทำเป็นแพ็กเกจการท่องเที่ยวร่วมกัน เพราะกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 สามารถเดินทางเชื่อมโยงกันได้สะดวก ผ่านทางสนามบินเชียงใหม่ – หัวหิน ก็จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจร่วมกันได้เป็นอย่างมาก” นายอาชวันต์ กล่าว.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

เริ่มแล้วเทศกาลอาหารหัวหิน 2024 พบกับเมนูดังโรงแรม 5 ดาว และอาหารพื้นถิ่นมากมาย

เริ่มแล้วเทศกาลอาหารหัวหิน 2024 พบกับเมนูดังโรงแรม 5 ดาว และอาหารพื้นถิ่นมากมาย

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 2 สิงหาคม 2567 นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานเทศกาลอาหารหัวหิน 2024 (Hua Hin Food Fest 2024) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 4 สิงหาคม 2567 ที่สวนหลวงราชินี 19 ไร่ (ฝั่งทะเล) อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ มีนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน กล่าวรายงาน พร้อมด้วยนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายดำรงค์ มากระจัน พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ คณะผู้บริหารเทศบาล ชมรมเชฟหัวหิน – ชะอำ แขกผู้มีเกียรติและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมในพิธี พร้อมชมชุดการแสดง “ทศกัณฐ์ปรุงรสโอชา อาหารหัวหินระบิลระบือไกล” จากเพชรจรัสแสง

จากนั้นเชฟจากชมรมเชฟหัวหิน – ชะอำ ได้ร่วมกันปรุงอาหารจานเด็ด “ข้าวผัดรถไฟหัวหิน 113 ปี” กระทะยักษ์ ตำนานข้าวผัดโรงแรมรถไฟหัวหินอันโด่งดังในอดีต จำนวน 113 จาน แจกจ่ายให้นักท่องเที่ยวได้ลองชิมด้วยความเอร็ดอร่อย พร้อมกันนี้ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบฯ ได้นำร้านค้าโอทอป ระดับ 5 ดาว กว่า 30 ร้าน มาร่วมออกบูธ “Street Food – Street Art” มีการสาธิตทำอาหารเมนู “ยำใบชะครามทะเล” พร้อมกิจกรรมสาธิตทำอาหารพื้นถิ่นประจำวัน 4 ครัว 4 เมนู แจกจ่ายให้นักท่องเที่ยวได้ลองทานทุกวันที่จัดงาน

นายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า เทศบาลเมืองหัวหิน ร่วมกับ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ททท.สำนักงานประจวบฯ สภาวัฒนธรรมอำเภอหัวหิน ชมรมเชฟชะอำ – หัวหิน และหลายหน่วยงานในพื้นที่ สนับสนุนการจัดเทศกาลอาหารหัวหินขึ้นเป็นประจำต่อเนื่องมาเกือบทุกปี เพื่อกระตุ้นนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจช่วง Low Season สร้างรายได้ และให้ความสุขแก่ประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาประสบความสำเร็จได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และที่พิเศษในปีนี้เป็นปีครบรอบ 113 สถานีรถไฟหัวหิน จึงจัดกิจกรรมมากมายภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มจากโรงแรม 5 ดาว การแข่งขันแกะสลักผักและผลไม้ การแข่งขันการประกอบอาหาร การประกวดตกแต่งบูธสวยงาม การแข่งขันลีลาประกอบอาหาร กิจกรรม work shop บาร์เทนเดอร์ทุกวัน โซนอาหารซีฟู้ดและอาหารพื้นถิ่นเมืองหัวหิน การแสดงดนตรีบนเวทีทุกค่ำคืน พร้อมจัดจุดเช็คอิน เก็บภาพความประทับใจให้นักท่องเที่ยว และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคน มีรายได้หมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมาเที่ยวหัวหิน และเข้าชมงานดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ฝนตกหนัก อุทยานสั่งปิดเข้าชมน้ำตกป่าละอูชั่วคราว

ฝนตกหนัก อุทยานสั่งปิดเข้าชมน้ำตกป่าละอูชั่วคราว

วันที่ 20 กรกฎาคม 2567 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี ได้รับรายงานจากนายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ถึงสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในลำห้วยป่าเลา ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ จากฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดวัน ทำให้น้ำตกป่าละอู แหล่งท่องเที่ยวดัง มีปริมาณน้ำสะสมสูงขึ้นเรื่อยๆ มีสีตะกอนขุ่น ประกอบกับสภาพเส้นทางเดินเข้าน้ำตกป่าละอูลื่น ไม่เอื้อต่อกิจกรรมนันทนาการและพักผ่อนหย่อนใจและอาจเป็นอันตรายกับนักท่องเที่ยว ประกอบกับสภาพอากาศทั่วไปยังมีฝนตกกระจายในพื้นที่ มีเมฆหนาปกคลุม หลังประเมินสถานการณ์แล้ว คาดว่าอาจยังมีฝนตกต่อเนื่องอีก ฉะนั้นเพื่อเป็นการแจ้งเตือนและป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้นแก่ชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ จึงขอการปิดท่องเที่ยวและพักแรมในแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกป่าละอู ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติและจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบอีกครั้ง.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสผืนป่ามรดกโลกหน้าฝนซาฟารีเมืองไทย

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสผืนป่ามรดกโลกหน้าฝนซาฟารีเมืองไทย

วันที่ 5 กรกฎาคม 2567 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบฯ กล่าวเชิญชวนบรรดาสายแคมป์ห้ามพลาด กับลานกางเต็นท์แห่งใหม่สุดชิลที่อยากให้ลองมาซึมซับบรรยากาศ สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เพลิดเพลินใจให้คลายเหนื่อยล้า รับหน้าฝนกับทิวทัศน์ที่รายล้อมด้วยธรรมชาติที่มีเทือกเขาสลับซับซ้อนเป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างไทยและเมียนมา สัมผัสกับบรรยากาศของฝนพรำ จิบเครื่องดื่มผ่อนคลาย พร้อมตื่นมาชมบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยหมอกยามเช้า ซึ่งในช่วงฤดูฝนแบบนี้ นักท่องเที่ยวจะได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มกับช่วงเวลาที่หาไม่ได้ในฤดูกาลอื่นเลยทีเดียว เหมาะที่จะเดินทางมาพักผ่อนกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวในช่วงหน้าฝนนี้ เรียกว่าตื่นเช้าไปชมสัตว์ป่ากันต่อเลย ซึ่งพื้นที่นี้จะรายล้อมด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก มีเทือกเขาสลับซับซ้อน และยังเป็นแหล่งต้นน้ำที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนในจังหวัดประจวบฯ

และจากสภาพผืนป่าของอุทยานแห่งชาติกุยบุรีที่มีความอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้มีสัตว์นานาชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะช้างป่า ฝูงกระทิง วัวแดง และสามารถพบเห็นได้ง่าย จนได้รับการขนานนามว่า “กุยบุรี ซาฟารีเมืองไทย” พร้อมกันนี้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนหลายภาคส่วน โดยเฉพาะชาวบ้านหมู่บ้านรวมไทย ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาช้างป่าออกมากินพืชผลทางการเกษตร ได้ก่อตั้งชมรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สัตว์ป่ากุยบุรีขึ้น และจัดกิจกรรมชมสัตว์ป่าเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและชาวบ้านอีกด้วย สำหรับกิจกรรมชมสัตว์ป่านั้นจะเปิดระหว่างเวลา 14.00 – 18.00 น. ซึ่งการเข้าไปยังพื้นที่ชมสัตว์ป่าจะต้องเช่ารถของชมรมท่องเที่ยวฯ เข้าไปยังจุดชมสัตว์ป่าทั้ง 4 จุด จุดแรกชมสัตว์ป่าโป่งสลัดได จุดที่ 2 หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กร.1 (ป่ายาง) จุดที่ 3 ชมสัตว์ป่าพุยายสาย จุดที่ 4 บริเวณหน้าผาจุดชมสัตว์ป่า ซึ่งในช่วงฤดูฝนนี้มีการรวมฝูงหากินของเหล่าสัตว์ป่าในบริเวณจุดชมสัตว์ป่าอยู่บ่อยครั้ง ทำให้มีโอกาสได้เห็นสัตว์ป่าเป็นจำนวนมากอย่างใกล้ชิดในฤดูกาลนี้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เพจ https://www.facebook.com/kuiburinp.thailand.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

ททท.ประจวบฯ ชวนนักท่องเที่ยวพิชิตเขาล้อมหมวก ช่วงวันหยุดยาว

ททท.ประจวบฯ ชวนนักท่องเที่ยวพิชิตเขาล้อมหมวก ช่วงวันหยุดยาว

วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ สาย Adventure ที่ชอบพิสูจน์ความท้าทายและความสามารถของตนเองในการปีนเขา เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวพิชิตเขาล้อมหมวก สูง 902 ฟุต (275 เมตร) ภายในกองบิน 5 อ.เมืองประจวบฯ กันเป็นจำนวนมาก ต่างพากันปีนป่ายโขดหินสูงชันเพื่อขึ้นไปชมวิวที่สวยงามของท้องทะเลเมืองประจวบฯ แบบ 360 องศา ทั้ง 3 อ่าว ได้แก่ อ่าวมะนาว อ่าวประจวบ และอ่าวน้อย ตลอดจนเกาะแก่งน้อยใหญ่ต่างๆ พร้อมกับเก็บภาพความสวยงามและความประทับใจไว้เป็นที่ระลึก

สำหรับในเดือนกรกฎาคมนี้ มีวันหยุดนักขัตฤกษ์ติดต่อกัน 3 วัน ได้แก่ วันที่ 20 – 22 กรกฎาคม เป็นวันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันหยุดชดเชยวันเข้าพรรษา วันที่ 27 – 29 กรกฎาคม เป็นวันวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 และวันหยุดชดเชย กองบิน 5 จึงเปิดกิจกรรมพิชิตเขาล้อมหมวกรอบพิเศษในช่วงวันหยุดยาวดังกล่าว โดยเปิดรับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย ที่สามารถปีนได้ มีค่าบริการขึ้นพิชิตยอดเขาคนละ 40 บาท เปิดให้ขึ้นเขาตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 09.00 น. หากมาหลังจากเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ของกองบินจะไม่อนุญาตให้ขึ้นเขา เพราะอากาศค่อนข้างร้อน ไม่มีร่มไม้ใหญ่ เกรงจะเป็นลมแดดได้ และภายในเวลา 12.00 น. นักท่องเที่ยวจะต้องลงจากยอดเขา เนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก

“ข้อแนะนำในการพิชิตยอดเขาล้อมหมวก พักผ่อนร่างกายให้เพียงพอก่อนเดินขึ้นเขา กายพร้อม ใจพร้อม เตรียมใส่ถุงมือและใช้รองเท้าผ้าใบเท่านั้น เนื่องจากกิจกรรมผจญภัยนี้เป็นการเดินขึ้นบันได 496 ขั้น ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ระหว่างทางจะพบกับฝูงค่างแว่นถิ่นใต้เป็นระยะ จากนั้นไต่เชือกช่วงกลางเขา ขึ้นไปถึงยอดเขาด้วยระดับความลาดชัน 45 – 90 องศา ใช้เวลาประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้น นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวให้เที่ยวอีกหลายแห่งและหลากหลายกิจกรรม อาทิ มาดูความน่ารักของน้องค่างแว่นถิ่นใต้ ซึ่งเป็นมาสคอตของจังหวัดประจวบฯ สักการะขอพรเจ้าพ่อเขาล้อมหมวกศักดิ์สิทธิ์มาก มานั่งเล่นดูทิวทัศน์ทะเลริมอ่าวมะนาว หรือจะลองพายซับบอร์ด เล่นบานาน่าโบ้ทก็ได้ จากนั้นจะไปทานอาหารทะเลสด อร่อย เดินเล่นถนนคนเดิน ถ่ายรูปเช็คอินที่สะพานสราญวิถี แล้วอัพรูปรัวๆ ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด จึงขอชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมพิชิตเขาล้อมหมวกได้ตามวันดังกล่าว สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร. 032 – 513885 ในวันและเวลาราชการ และที่เพจ ททท.สำนักงานประจวบคีรีขันธ์.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

สุวัจน์เปิดเทศกาล ‘Durian Lover 2024’ เอาใจคอทุเรียน GI หลากสายพันธุ์ในราคาพิเศษ

สุวัจน์เปิดเทศกาล ‘Durian Lover 2024’ เอาใจคอทุเรียน GI หลากสายพันธุ์ในราคาพิเศษ

ช่วงบ่ายวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานเทศกาลทุเรียน “Durian Lover คนรักทุเรียน 2024” ที่บริเวณลานอีเว้นท์พอร์ต ชั้น G ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ มีนางอารดา เฟื่องทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์, นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ, นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน, นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ, นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัดประจวบฯ, นางไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน, พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ. หัวหิน, น.ส.วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหินแอสเสท จำกัด และนายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ตหัวหิน แขกผู้มีเกียรติและนักท่องเที่ยวร่วมงานอย่างคับคั่ง

กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และสำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบฯ จัดงานเทศกาลทุเรียนยิ่งใหญ่แห่งปี ‘Durian Lover 2024’ ขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ทุเรียน GI (Geographical Indication) ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นและของจังหวัดอื่นๆ ใกล้เคียง ภายในงานมีการตั้งบูธจำหน่ายทุเรียน GI หลากหลายสายพันธุ์ที่ขึ้นชื่อระดับประเทศ ที่มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในด้านรสชาติและคุณภาพ รวมไปถึงทุเรียนหมอนทองพันธุ์ป่าละอู ที่มีชื่อเสียงที่ปลูกในพื้นที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ส่งตรงจากไร่สู่ผู้บริโภคในราคาพิเศษ นอกจากนี้ยังมีทุเรียนพันธุ์หมอนทองอื่นๆ เช่น ทุเรียนเขาจ้าว ปราณบุรี, ทุเรียนบ้านในวง จ.ระนอง และหมอนทอง จ.ปราจีนบุรี ซึ่งพร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสและลิ้มลอง รวมไปถึงไฮไลท์สุดพิเศษครั้งแรกในหัวหิน กับตู้กดทุเรียนแคปซูล ที่เรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้ลองทานด้วยความอร่อยในรสชาติไม่เหมือนใคร

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า “การจัดงานในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ เป็นงานที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ที่จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หัวหิน เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ในเรื่องอัตลักษณ์ทุเรียนท้องถิ่นไทยและผลไม้ที่มีคุณภาพของหัวหินและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกร รวมไปถึงผู้ประกอบการในการจำหน่ายผลผลิตโดยตรงถึงผู้บริโภค และเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยกระจายผลผลิตทางการเกษตรแบบยั่งยืนของเกษตรกรไทย การผลักดันกิจกรรมดีๆ แบบนี้ จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยว เผยแพร่และให้ความรู้เกี่ยวกับผลไม้ท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงของไทย และยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรไทยได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง และที่สำคัญเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับทุเรียนและผลไม้ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล”

นอกจากนี้ภายในงานมีการเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับทุเรียนอัตลักษณ์แต่ละสายพันธ์ุ การประกวดทุเรียนหมอนทอง และการแข่งขันปอกทุเรียน ชิงเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมใบประกาศ กิจกรรมเวิร์คช้อปการทำขนมจากทุเรียน การจำหน่ายทุเรียนและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียน ที่ยกขบวนกันมาจากทั่วประเทศ และพิเศษเฉพาะงานนี้ ห้ามพลาดนาทีทองกับจำหน่ายทุเรียนหมอนทองลูกละ 99 บาท จนกว่าจะหมด จึงขอเชิญชวนคนรักทุเรียนมาร่วมอุดหนุนเกษตรกรไทยกับขบวนทุเรียนและผลไม้ไทยสดจากสวนส่งตรงจากไร่ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียนและผลไม้อื่นๆ ที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ในงานเทศกาล “Durian Lover 2024 คนรักทุเรียน 2024” ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 7 กรกฎาคม 2567 ชั้น G ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน.

Categories
ข่าว ท่องเที่ยว ทั้งหมด

“ปู่บอลด์ 305” หัวรถจักรไอน้ำโบราณหน้าสถานีรถไฟหัวหิน จุดเช็คอินใหม่ของนักท่องเที่ยว

“ปู่บอลด์ 305” หัวรถจักรไอน้ำโบราณหน้าสถานีรถไฟหัวหิน จุดเช็คอินใหม่ของนักท่องเที่ยว

วันที่ 29 มิถุนายน 2567 นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ เปิดเผยว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่จากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สารวัตรงานบำรุงทางแขวงวังก์พง นายสถานีรถไฟหัวหิน และผู้รับเหมาในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ร่วมสังเกตการณ์การเคลื่อนย้ายหัวรถจักรไอน้ำ Baldwin หมายเลข 305 ดำเนินการโดย Green generation would wide (GGW) Logistics and Trackwork โดยใช้รถเครนและรถบรรทุกขนาดใหญ่ ยกจากบริเวณรางตัน ด้านทิศเหนือของสถานีรถไฟหัวหินเก่า ทางขึ้นสนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ไปยังจุดจอดใหม่หน้าอาคารสถานีรถไฟหัวหินเดิม ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้นภารกิจด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้ หัวรถจักรไอน้ำ Mikado 2-8-2 1925 Baldwin (United States) 58672 หัวสุดท้ายในเมืองไทย เป็นหัวรถจักรไอน้ำเก่าแก่ ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้สั่งซื้อมาจากประเทศอังกฤษ แต่เป็นรถไฟสายอเมริกัน ชื่อญี่ปุ่น หัวรถจักรนี้เคยใช้วิ่งในช่วงสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง คนในวงการรถไฟเคยขนานนามม้าเหล็กรุ่นลายครามนี้ว่า “เจ้าหนุ่มบอลด์วินน์ หมายเลข 305” เป็นรถไฟมิกาโด สายเลือดอเมริกันหนึ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ในเมืองไทย และกลายเป็นปู่บอลด์ 305 ที่อายุแก่กว่า 100 ปี ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าสถานีรถไฟหัวหินหลังเก่ามานานและกลายเป็นเอกลักษณ์เช่นเดียวกับป้ายสถานีรถไฟหัวหินที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

ต่อมาในเดือนกันยายนปี 2562 บริษัท ชิโน – ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งรับเหมาโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม – หัวหิน ได้นำเจ้าหน้าที่พร้อมรถเครนและรถบรรทุก 24 ล้อขนาดใหญ่ มาดำเนินการย้ายหัวรถจักรไอน้ำโบราณ 305 ไปตั้งชั่วคราวที่ริมทางรถไฟทางขึ้นสนามกอล์ฟหลวงหัวหิน เพื่อรอนำไปตั้งใหม่ยังสถานที่เหมาะสมข้างสถานีรถไฟหัวหิน หลังจากเสร็จโครงการสร้างทางรถไฟรางคู่ ส่วนศาลาบุรฉัตร์เก่าแก่ที่ตั้งใกล้หัวรถจักรและอยู่ในพื้นที่โครงการ ผู้รับเหมาได้ดำเนินการรื้อออกเรียบร้อย จนกระทั่งขณะนี้โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่และตัวอาคารสถานีรถไฟหัวหินหลังใหม่เสร็จสิ้นเกือบสมบูรณ์แล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการย้ายหัวรถจักรไอน้ำ Baldwin หมายเลข 305 กลับมาตั้งที่เดิมบริเวณตรงข้ามสถานีรถไฟหัวหินหลังเก่า จากนั้นจะปรับปรุงให้สวยงามดังเดิม เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพเซลฟี่เก็บเป็นที่ระลึกและเป็นจุดเช็คอินอีกแห่งหนึ่งของเมืองหัวหินต่อไป.